Piet Mondrian’S Neo-Plastic Compositions (1917-1944) And His Six Principles Of Neo-Plasticism: An Analysis Of His Aesthetic Ideas Based On A Study Of His Essays And Paintings,
2020
Universiti Malaya
Piet Mondrian’S Neo-Plastic Compositions (1917-1944) And His Six Principles Of Neo-Plasticism: An Analysis Of His Aesthetic Ideas Based On A Study Of His Essays And Paintings, Ali Fallahzadeh
Student Works (2020-2029)
Amongst the modern artists of the beginning of the 20th century, Dutch painter Piet Mondrian (1872-1944) is considered a pioneer of pure abstract painting. The result of his consistent intuitive experimentations on canvas during the 1910’s was the proposal of his new artistic style in 1919 called Neo-Plasticism, nieuwe beelding in Dutch. Throughout his Neo-Plastic period (1919-1944), he aimed to depict a universal expression of ‘equilibrium’ (new term for harmony) and a vital rhythm among his universal elements of painting called plastic means or means of imaging. Besides being a pure abstract painter, Mondrian was also a prolific writer of …
Zulkifli Yusoff’S “Don’T Play During Maghrib” Installation Art: A Visual Interpretation Based On Social Interactionism,
2020
Universiti Malaya
Zulkifli Yusoff’S “Don’T Play During Maghrib” Installation Art: A Visual Interpretation Based On Social Interactionism, Zolkiflee Nursyakirin
Student Works (2020-2029)
Zulkifli is a world class artist who can create social criticism art based on culture, education and economical stagnancy. “Don’t Play During Maghrib, Dialogue Series 2” (DPDM) is an exceptional artwork which represented him at the Venice Biennale in 1997. There is no written research about this artwork and also there are very limited references and materials on Malaysian installation art. This led the researcher to embark on this topic as a dissertation. Since, this research focuses on the installation artwork, it is appropriate to explore and study Zulkifli Yusoff’s artwork. It is qualitative research which aims at exploring the …
Nalini Malani's Medea Project: Gender And Nationhood In Postcolonial India,
2020
Macalester College
Nalini Malani's Medea Project: Gender And Nationhood In Postcolonial India, Maya Varma
Art and Art History Honors Projects
In 1996, renowned contemporary Indian artist Nalini Malani embarked on what would become a decades-long project exploring the Greek myth of Medea as an embodiment of postcolonialism. Considering Medea’s historical interpretations as a mistreated wife and a villainous mother, this thesis examines how Malani transforms Medea into a metaphor of resistance to British colonialism and anticolonial nationalism in post-Partition India. Against the backdrop of the 1947 Partition and subsequent political events relating nationhood with the female body, Malani negotiates Medea as an emancipatory figure who shifts essentialized notions of womanhood into more complex narratives of violence, subjectivity, and liberation.
การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความไม่สมบูรณ์ในกระบวนการคัดเลือกศิลปินระดับชาติทางด้านนาฏยศิลป์,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความไม่สมบูรณ์ในกระบวนการคัดเลือกศิลปินระดับชาติทางด้านนาฏยศิลป์, พรรณพัชร์ เกษประยูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความไม่สมบูรณ์ในกระบวนการคัดเลือกศิลปินระดับชาติทางด้านนาฏยศิลป์และนำข้อมูลมาสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ โดยใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงคุณภาพและงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่มีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ การสัมมนา สื่อสารสนเทศ เกณฑ์การสร้างมาตรฐานการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย ซึ่งนำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ในครั้งนี้สามารถจำแนกตามองค์ประกอบของนาฏยศิลป์ 8 องค์ประกอบได้แก่ 1) บทการแสดง โดยแบ่งเป็น 7 องก์การแสดงตามเกณฑ์มาตรฐานยกย่องศิลปิน ฯ มาจัดหมวดหมู่ใหม่ 2) นักแสดง มีทักษะด้านนาฏยศิลป์ไทย นาฏยศิลป์ตะวันตก บัลเลต์คลาสสิค และทักษะศิลปะละคร จำนวน 12 คน 3) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน นาฏยศิลป์สมัยใหม่ การเคลื่อนไหวบัลเลต์คลาสสิค การใช้ศิลปะการละครรูปแบบนาฏยศิลป์การแสดง 4) การออกแบบอุปกรณ์ประกอบการแสดง การใช้อุปกรณ์ชีวิตประจำวัน ได้แก่ ถ้วยรางวัล แฟ้มสีดำ ผ้าสีขาว พู่กัน ไฟฉาย และถุงมือ 5) การออกแบบเสียงและเครื่องดนตรี ใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายในการบรรเลงดนตรี ได้แก่ โทน กู่เจิง จะเข้ ซออู้ โปงลาง และรำมะนาลำตัด 6) การออกแบบเครื่องแต่งกาย ใช้เครื่องแต่งกายแบบสากลนิยม การใช้ผ้าที่บางเพื่อสะท้อนถึงความโปร่งใสของกระบวนการ 7) การออกแบบพื้นที่การแสดง ใช้โรงละคร แบล็ค บ๊อกซ์ เธียเตอร์ (Black Box Theatre) ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยม 8) การออกแบบแสง ใช้แสงสื่อถึงบรรยากาศ เช่น แสงสีแดงแสดงถึงความวิกฤตของศิลปิน นอกจากนี้มีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์ผลงาน โดยคำนึงถึงแนวคิดที่สำคัญ 7 ประการ ได้แก่ 1) การคำนึงถึงความไม่สมบูรณ์ในกระบวนการคัดเลือกศิลปิน 2) การคำนึงถึงการสะท้อนสภาพของสังคม 3) การคำนึงถึงการสื่อสารกับผู้ชมและคนในสังคม 4) การคำนึงถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ 5) การคำนึงถึงการใช้สัญลักษณ์ในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ 6) การคำนึงถึงความหลากหลายของรูปแบบการแสดง 7) การคำนึงถึงทฤษฎีนาฏยศิลป์ ดุริยางคศิลป์และทัศนศิลป์ ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุกประการทั้งนี้การวิจัยในครั้งนี้เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านนาฏยศิลป์เชื่อมโยงประสบการณ์และพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการวิชาการและวงการนาฏยศิลป์ ตลอดจนเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานของผู้สร้างสรรค์ผลงานในอนาคต
การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำวิจารณ์คุณสมบัติการเป็นนาฏยศิลปินของนราพงษ์ จรัสศรี,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำวิจารณ์คุณสมบัติการเป็นนาฏยศิลปินของนราพงษ์ จรัสศรี, ธำมรงค์ บุญราช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาคำวิจารณ์คุณสมบัติการเป็นนาฏยศิลปินของนราพงษ์ จรัสศรี ที่เป็นลายลักษณ์อักษรตามที่ได้ลงทะเบียนไว้กับสมาพันธ์นักแสดงของสหราชอาณาจักร (Actor's equity members) ทั้งสิ้น 15 คำวิจารณ์ และคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์ ผู้ที่เคยร่วมงานและศิษย์ของนราพงษ์ จรัสศรี ในประเทศไทย ทั้งสิ้น 21 คำวิจารณ์ จากนั้นนำข้อมูลคำวิจารณ์ดังกล่าวมาสร้างสรรค์เป็นผลงานนาฏยศิลป์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำวิจารณ์คุณสมบัติการเป็นนาฏยศิลปินของนราพงษ์ จรัสศรี โดยใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงคุณภาพและงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่มีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหัวข้องานวิจัย การสัมภาษณ์ สื่อสารสนเทศ การสังเกตการณ์ การสัมมนาวิชาการ เกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ สังเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 8 องค์ประกอบการแสดง ได้แก่ 1) บทการแสดง ที่ได้มาจากคำวิจารณ์คุณสมบัติการเป็นนาฏยศิลปินของนราพงษ์ จรัสศรี ซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ได้ 6 คุณสมบัติ ตามชื่อองก์การแสดงทั้งหมด 6 องก์ ได้แก่ องก์ 1 ลึกลับ องก์ 2 หลงใหล องก์ 3 แปลก องก์ 4 ตะวันออกและตะวันตก องก์ 5 สรีระและองก์ 6 คุณธรรม 2) นักแสดงไม่จำกัดเพศที่มีทักษะความสามารถทางด้านนาฏยศิลป์ตะวันออก นาฏยศิลป์ตะวันตก นาฏยศิลป์ร่วมสมัยและนักแสดงที่ไม่ได้รับการฝึกฝนทางด้านนาฏยศิลป์ (Untrained Dancer) 3) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวแบบมินิมอลลิสม์ (Minimalism) การเคลื่อนไหวแบบในชีวิตประจำวัน (Everyday Movement) การเคลื่อนไหวอย่างมีอิสระ (Free Spirit) ลีลานาฏยศิลป์ตะวันออก ลีลานาฏยศิลป์ตะวันตกและลีลาการเคลื่อนไหวแบบสงบนิ่งหรือแบบการทำสมาธิ (Meditation) 4) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้เครื่องดนตรีตะวันออกที่มาจากหลายวัฒนธรรม 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ออกแบบโดยคำถึงถึงบทการแสดงและความหมายของการแสดงในแต่ละองก์ 6) เครื่องแต่งกาย ใช้ในรูปแบบมินิมอลลิสม์ (Minimalism) 7) พื้นที่การแสดง ใช้โรงละครในลักษณะ แบล็ค บ๊อกซ์ เธียเตอร์ (Black Box Theatre) …
ดุษฎีนิพนธ์งานวิจัยสร้างสรรค์: วีรสตรี 'ย่าโม' สำหรับวงวินด์ซิมโฟนี,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์งานวิจัยสร้างสรรค์: วีรสตรี 'ย่าโม' สำหรับวงวินด์ซิมโฟนี, สุพิชฌาย์ ยนต์สำอางค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บทประพันธ์เพลง ดุษฎีนิพนธ์งานวิจัยสร้างสรรค์: วีรสตรี 'ย่าโม' สำหรับวงวินด์ซิมโฟนี เป็นผลงานการประพันธ์ประเภทดนตรีพรรณนาเพื่อยกย่องเชิดชูวีรสตรีแห่งสยามผู้ปกป้องแผ่นดินเกิดอันเป็นที่รักจากการรุกรานของศัตรู ความกล้าหาญ ความจงรักภักดี และความรักชาติของย่าโม เป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาวโคราช เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็นประตูสู่อีสาน ผลงานประพันธ์นี้ยังต้องการสื่อถึงคุณความดีและเรื่องราวในประวัติศาสตร์ สุนทรียะของเพลงพื้นบ้านโคราชที่นำมาบูรณาการกับบทบาทลีลาดนตรีตะวันตก มีการพัฒนาทำนองเพลงด้วยเทคนิคการด้นสดและการแปรท่วงทำนอง โดยใช้เพลงพื้นบ้าน 3 เพลงเป็นหลัก คือ 1) เพลงรำวงโคราช 2) เพลงกล่อมลูกโคราช 3) เพลงพื้นเมืองโคราช นอกจากนั้นยังมีการใช้ทำนองแปรอิสระ การสร้างสีสันเสียง การผสมผสานดนตรีหลากมิติ การไล่เรียงเสียงโมทีฟ การทวนทำนอง การเอื้อนในโน้ตประดับ และการจัดพื้นผิวแนวตั้งและแนวนอน บทเพลงสะท้อนถึงความรักและศรัทธาในวัฒนธรรมถิ่นเกิด ความภาคภูมิใจในวีรสตรี 'ย่าโม' สุนทรียะและมรดกวัฒนธรรมเสียงถูกถ่ายทอดผ่านคีตลักษณ์ที่แบ่งเป็น 3 ท่อน คือ ท่อนที่ 1 บ้านเอ๋ง ท่อนที่ 2 อิสรภาพ และท่อนที่ 3 โคราชต้อนรับ บทประพันธ์ใช้เวลาในการแสดงทั้งสิ้น 40 นาที
The Modern Formulation Of Chinese Art History And The Building Of A Nation In Early Twentieth-Century China,
2020
CUNY City College
The Modern Formulation Of Chinese Art History And The Building Of A Nation In Early Twentieth-Century China, Chennie Huang
Dissertations and Theses
At the dawn of the twentieth century, the Chinese formulation of art history underwent dramatic changes. It moved away from the traditional narratives that did not follow a strict chronology to adopt the Western linear model which emphasizes progress and national identity. Based on the premodern tradition, the modern formulations of Chinese art history began as a political strategy for nation building amid the political upheavals, including military attacks on China that led to the end of Qing imperial rule and the beginning of the Republican era (1912-1949).
In the early 1900s, while exiled in Japan, Liang Qichao 梁啟超 (1873-1929), …
The Importance Of True Friendship As Exemplified Within Shakespearean Plays,
2020
Liberty University
The Importance Of True Friendship As Exemplified Within Shakespearean Plays, Gretchen Eckert
Senior Honors Theses
Friendship is a valuable, important relationship, because a friend possesses great influence over a person’s life. For this reason, a good friend with a positive character is indispensable. In the Bible, God defined a true friend as selfless, generous, loyal, and honest. William Shakespeare valued the influence of a loyal friend, and his plays include a broad range of friendships that illustrate the impact of a friend’s characteristics. In Macbeth, Banquo proves to be a true, supportive friend who points Macbeth towards God. In A Midsummer Night’s Dream, Hermia and Helena struggle with the selfishness that injures their …
Prey And Predators,
2020
Minnesota State University, Mankato
Prey And Predators, Roberta Zamma Gallarati
All Graduate Theses, Dissertations, and Other Capstone Projects
This exhibition focuses mainly on the relationship between Prey and Predators in the animal world. The idea comes from the many documentaries I watch about animals. In particular, I love the pent-up tension that is created moments before the predator attacks. What I want to represent in my drawings is role changing or the exception to the rule, when the traditional predator becomes a prey and vice versa. The subverted roles offer a new perspective of the Prey and Predator relationship by empowering the traditional prey with the same courage, strategy, and aggressiveness of the traditional predators in a sort …
Kasus Ujaran Kebencian Dalam Berita Surat Kabar Di Hindia Belanda,
2020
Fakultas Ilmu Pengetahuan Budaya Universitas Indonesia
Kasus Ujaran Kebencian Dalam Berita Surat Kabar Di Hindia Belanda, Fajar Muhammad Nugraha, Reynaldo De Archellie, Cresentia Carra Nethania Clement
Paradigma: Jurnal Kajian Budaya
This article is a preliminary study that explores past events of the Dutch East Indies colonial government, specifically describing criminal cases of hate speech or haatzaai depicted in newspaper news between 1879 and 1942. The Dutch East Indies colonial government controlled freedom of thought, expression, and politics of the native population by using the legal instruments Wetboek van Strafrecht voor Nederlandsch Indie, especially articles 154, 155, 156, and 157. These four articles are known as haatzaai artikelen. This regulation was published and enforced in the Dutch East Indies in 1918. This article uses twenty-eight newspaper news articles published in ten …
Encountering Grief: Exploring The Value Of Art Therapy For Bereaved Adults,
2020
Art Therapy, Cork Institute of Technology, Cork, Ireland.
Encountering Grief: Exploring The Value Of Art Therapy For Bereaved Adults, Paul Moynihan
Theses
This extended literature review explores the value of art therapy interventions for bereaved adults, with a particular emphasis on its application for individuals with histories of insecure attachment. A review of literature in the areas of bereavement and attachment considers how attachment insecurities present as a risk factor for complications in the grieving process with a subsequent focus on the implications for therapeutic intervention. A review of literature in art therapy, related areas of psychoanalysis and creativity aims to highlight the distinct value that art therapy could offer this particular subgroup of bereaved adults in adapting to grief. An incorporation …
การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากเรื่องราวของความทุกข์ที่เสมือนนรกในใจคน,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากเรื่องราวของความทุกข์ที่เสมือนนรกในใจคน, สุเมธ ป้อมป้องภัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากเรื่องราวของความทุกข์ที่เสมือนนรกในใจคน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์โดยใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงคุณภาพและงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่มีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหัวข้องานวิจัยการสัมภาษณ์ สื่อสารสนเทศ การสังเกตการณ์ เกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์สังเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 8 องค์ประกอบการแสดง ได้แก่ 1) บทการแสดงที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยรวม 5 องก์ ประกอบด้วย องก์ 1 ความเหงา องก์ 2 ไม่ครบ องค์ประกอบ องก์ 3 คิดไปเอง องก์ 4 ประเด็น ทุรนทุราย และองก์ 5 นรกในใจ 2) นักแสดงที่มีทักษะความสามารถที่แตกต่างกันทางด้านนาฏยศิลป์และด้านศิลปะการแสดง รวมจำนวน2 คน 3) ลีลานาฏยศิลป์ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวแบบในชีวิตประจำวัน เป็นลีลานาฏยศิลป์พื้นฐาน จากนั้น ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์ลีลานาฏยศิลป์จากรูปแบบนาฏยศิลป์ตามขนบจารีตประเพณีของตะวันออกและตะวันตก ประกอบด้วย รำไทย บัลเลต์ และภารตนาฏยัม 4) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงเสียงจากเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องซินธิไซเซอร์ 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดงแคนวาสวาดภาพและขาตั้งวาดภาพ 6) เครื่องแต่งกายลายกราฟฟิก 7) แสง ใช้สีของแสงในการสร้างมิติการรับรู้ถึงสภาวะทางอารมณ์ สถานที่และเวลา 8) พื้นที่การแสดงใช้โรงละครในลักษณะ แบล็ค บ๊อกซ์ เธียเตอร์ นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้คำนึงถึงแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากเรื่องราวของความทุกข์ที่เสมือนนรกในใจคน ทั้ง 5 ประการ ได้แก่ 1) เรื่องราวของความทุกข์ที่เสมือนนรกในใจคน 2) การสื่อสารกับผู้ชมที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ 3) ทฤษฎีและแนวคิดทางด้านนาฏยศิลป์และด้านทัศนศิลป์ 4) การใช้สัญลักษณ์ในผลงานนาฏยศิลป์ 5) ความคิดสร้างสรรค์ในผลงานนาฏยศิลป์ ซึ่งผลการทดลองทางด้านนาฏยศิลป์ในองค์ประกอบต่าง ๆ นั้น ได้ปรากฏขึ้นในผลงานการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากเรื่องราวของความทุกข์ที่เสมือนนรกในใจคนตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ
การสร้างสรรค์อัตลักษณ์การออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่นชั้นสูง สำหรับประเทศคูเวต,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
การสร้างสรรค์อัตลักษณ์การออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่นชั้นสูง สำหรับประเทศคูเวต, ศมิสสร สุทธิสังข์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ถดถอยส่งผลให้อุตสาหกรรมแฟชั่นได้รับผลกระทบ แต่ในทางตรงกันข้ามประเทศตะวันออกกลางกลับได้รับผลกระทบน้อยมาก จึงเป็นโอกาสหากผู้ประกอบการส่งออกแฟชั่นในไทยจะเข้าไปมีบทบาทในตลาดนี้ ขณะเดียวกันประเทศคูเวตซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนทั้งทางด้านเศรษฐกิจรวมทั้งการให้อิสระเสรีกับสุภาพสตรีมากกว่ากลุ่มประเทศอื่น ๆ ทำให้บทบาทของสตรีคูเวตเปลี่ยนไปจนได้รับขนานนามว่าเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัยและมีความเป็นแฟชั่นสูง โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเกี่ยวกับการศึกษากลุ่มเป้าหมายสตรีคูเวต รวมทั้งการศึกษารูปแบบเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงเพื่อวิเคราะห์ให้เกิดตราสินค้าใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงให้เหมาะสมกับสตรีคูเวต ศึกษาตลาดและช่องว่างทางการตลาดในการสร้างตราสินค้า ศึกษากลุ่มเป้าหมายและความต้องการเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงของสตรีคูเวต รวมทั้งเพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงที่ผสมผสานทุนวัฒนธรรม โดยมีวิธีการดำเนินวิจัย 6 ช่วง ได้แก่ 1) การศึกษาสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2) การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย 3) การรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดด้วยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้านปริมาณ 4) การวิเคราะห์ข้อมูลด้านคุณภาพเพื่อกำหนดจุดยืนและอัตลักษณ์ของสินค้า 5) การวิเคราะห์ข้อมูลด้านคุณภาพเพื่อสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบและสรุปผลการวิจัย และ 6) การสรุปและการอภิปรายผล ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้มีการใช้รูปแบบเค้าโครงจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในยุควิคตอเรียนผสมผสานเค้าโครงอาวองการ์ดในยุคศิลปะเค้าโครง อีกทั้งยังมีการใช้วัสดุที่เป็นทุนวัฒนธรรมของไทยด้วยการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นวัสดุที่มีกรรมวิธีที่ใช้ภูมิปัญญาให้เกิดเอกลักษณ์ ซึ่งมีผลการศึกษาและวิจัยพบว่ากลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มสตรีผู้มีชื่อเสียงและผู้นำชาวคูเวต ซึ่งต้องการเอกลักษณ์การแต่งกายที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์และล้ำสมัย ขณะเดียวกันการสร้างตราสินค้าก็เป็นสินค้าแฟชั่นชั้นสูงเพื่อให้ตอบสนองความเป็นเอกลักษณ์และเหมาะสมกับผู้สวมใส่ โดยมีการผสมผสานทุนวัฒนธรรมด้วยการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นวัสดุที่มีการใช้สำหรับเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงและเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตราสินค้าแฟชั่นชั้นสูงในประเทศไทยอีกด้วย
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: ซิมโฟนิกแรปโซดี จิตวิญญาณแห่งอาเซียน สำหรับวงเชมเบอร์ออร์เคสตรา,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: ซิมโฟนิกแรปโซดี จิตวิญญาณแห่งอาเซียน สำหรับวงเชมเบอร์ออร์เคสตรา, ณัฐพร ผกาหลง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: ซิมโฟนิกแรปโซดี จิตวิญญาณแห่งอาเซียน สำหรับวงเชมเบอร์ออร์เคสตรา เป็นงานสร้างสรรค์ที่แสดงจินตนาการกว้างไกลทางดนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อผสมผสานความงาม เสียงแห่งขนบวัฒนธรรมอาเซียน โดยคัดสรรบทเพลงตัวแทนชาติสมาชิกจำนวน 10 บท มาบูรณาการร่วมกับเอกภาพจังหวะบทเพลงพื้นเมืองพร้อมทั้งการสร้างสรรค์ทำนองสอดสลับและศิลปะการพลิกแพลงสีสันลีลา นับเป็นหัวใจสำคัญในการประสานคุณลักษณะองค์ประกอบดนตรี บทเพลงบรรเลงโดยวงที่มีเครื่องสายเป็นหลัก ประกอบกับเสียงสังเคราะห์ที่เพิ่มสีสันโดย อิเล็กโทน ผลงานอยู่ในคีตลักษณ์แรปโซดี ซึ่งเชื่อมโยงมรดกดนตรีอาเซียนด้วยกลวิธีการประพันธ์ อันหลากหลายโดยมีแนวเดี่ยวไวโอลิน ที่มีการบรรเลงคล้ายการขับร้องนำในเพลงพื้นบ้านและการย้ายโมดไปตามท่วงทำนองลีลา ซึ่งถือเป็นมนต์สะกดของดนตรีอาเซียน ซิมโฟนิกแรปโซดี จิตวิญญาณแห่งอาเซียน สำหรับวงเชมเบอร์ออร์เคสตรา ประกอบด้วย เครื่องสายตะวันตก 15 คน และเครื่องตี ได้แก่ ไซโลโฟน ทิมปานี เครื่องประกอบจังหวะ และแนวเสียงสังเคราะห์โดยอิเล็กโทน บทเพลงมีความยาวทั้งสิ้น 30 นาที
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: เทพยดินแดน “เชียงราย”สำหรับวงแจ๊สอองซอมเบิลร่วมสมัย,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: เทพยดินแดน “เชียงราย”สำหรับวงแจ๊สอองซอมเบิลร่วมสมัย, ดิเรก เกตุพระจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: เทพยดินแดน "เชียงราย"สำหรับวงแจ๊สอองซอมเบิลร่วมสมัย เป็นการประพันธ์ผลงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีพรรณนา เพื่อนำเสนอคุณค่าเสียงแห่งวัฒนธรรมและวรรณกรรมซึ่งเป็นตำนานประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งของ "เชียงราย" ผลงานชุดนี้ประกอบด้วยบทเพลงที่มีเอกภาพและความโดดเด่นจำนวน 6 เพลง โดยแต่ละเพลงจะนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ณ เมืองเก่าแห่งนี้นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยองค์ประกอบที่ผสมผสานกันระหว่างเทคนิคดนตรีแจ๊สร่วมสมัยและดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาค บทเพลงทั้ง 6 ได้แก่ 1) โยนกนคร 2) ล้ำค่าดอยตุง 3) พระแก้วมรกต 4) ถ้ำหลวงนางนอน 5) วัดร่องขุ่น 6) กว่างโซ้งมหาภัย เนื่องด้วยบทประพันธ์ชิ้นนี้เต็มไปด้วยจินตนาการสร้างสรรค์และเทคนิคลีลา จึงจำเป็นต้องได้รับการบรรเลงโดยนักดนตรีมืออาชีพที่มีทักษะความชำนาญในแต่ล่ะเครื่องดนตรีเพื่อที่จะสามารถเนรมิตลีลาเสียงดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ ให้สอดประสานในรูปแบบการอิมโพรไวซ์ ของดนตรีแจ๊สได้อย่างสมบูรณ์แบบอันเป็นหัวใจสำคัญของบทประพันธ์นี้ บทเพลงความยาว 33 นาที ได้นำเสนอบทบาทสำคัญในการเพิ่มพูนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางวัฒนธรรม และความภาคภูมิใจในมรดกทางประวัติศาสตร์แห่งเทพยดินแดน
การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: ตับเรื่องกัลยาณมิตร,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: ตับเรื่องกัลยาณมิตร, ปกรณ์ หนูยี่
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวประวัติ ผลงาน และหาอัตลักษณ์ทางดนตรีครูดนตรีบ้านพาทยโกศล 6 ท่าน เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: ตับเรื่องกัลยาณมิตร ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและวิจัยเชิงสร้างสรรค์โดยศึกษาข้อมูลเอกสารเรื่องแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสัมภาษณ์องค์ความรู้จากทายาทบ้านพาทยโกศลและผู้เชี่ยวชาญทางด้านดุริยางคศิลป์ไทย ผลการวิจัยพบว่าครูดนตรีไทยบ้านพาทยโกศลทั้ง 6 ท่าน เป็นครูดนตรีท่านสำคัญของวงการดนตรีไทยที่สืบทอดวิชาความรู้ดนตรีไทยมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งยังเข้มงวดระเบียบวิธีบรรเลงและขับร้องอย่างโบราณอย่างเคร่งครัด เรื่องอัตลักษณ์ทางดนตรีทั้ง 6 ท่านมีอัตลักษณ์ส่วนตัวทางดนตรีที่แตกต่างกัน แต่มีอัตลักษณ์ร่วมเดียวกัน ได้แก่ การแบ่งมือทำนองหลัก วิธีการบรรเลง กลวิธีการขับร้อง และวิธีการประพันธ์ การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: ตับเรื่องกัลยาณมิตร แบ่งการประพันธ์ออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. การประพันธ์บทร้อง ใช้ผลการวิจัยส่วนของชีวประวัติและผลงานทางดนตรี ตลอดถึงการสัมภาษณ์จากบุคคลที่เกี่ยวข้องมาประพันธ์ในลักษณะของกลอนสุภาพ 2. การประพันธ์ทำนอง ใช้ผลการวิจัยในส่วนของอัตลักษณ์ทางดนตรีของแต่ละท่านมาเป็นแรงบันดาลใจในการประพันธ์ 3. การประพันธ์ทางขับร้อง ใช้กลวิธีการประพันธ์การขับร้องจากผลการวิจัยการประพันธ์ทางขับร้องเพลงวาของคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ (ศิลปินแห่งชาติ) มาเป็นแนวทางในการประพันธ์ทางขับร้องทั้ง 6 เพลง นอกจากนี้ยังสอดแทรกอัตลักษณ์ร่วมทางดนตรีของบ้านพาทยโกศล วิธีการขับร้อง และบรรเลงเพื่อให้ได้อรรถรสทางดนตรีตามแนวทางที่บ้านพาทยโกศลสืบทอดไว้จนถึงปัจจุบัน
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์: “มันตรามโนราห์” บทร้องกวีคีตาสำหรับนักร้องเดี่ยว โซปราโน บาริโทน วงขับร้องประสานเสียง และวงเชมเบอร์อองซอมเบลอ,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์: “มันตรามโนราห์” บทร้องกวีคีตาสำหรับนักร้องเดี่ยว โซปราโน บาริโทน วงขับร้องประสานเสียง และวงเชมเบอร์อองซอมเบลอ, ผกาวรรณ บุญดิเรก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ดุษฎีนิพน์การประพันธ์ "มันตรามโนราห์" บทร้องกวีคีตาสำหรับนักร้องเดี่ยวโซปราโน บาริโทน วงขับร้องประสานเสียงและวงเชมเบอร์อองซอมเบลอ เป็นดนตรีพรรณาประพันธ์จากนิทานพื้นบ้านภาคใต้เรื่อง "มโนราห์" ซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมท้องถิ่น บทประพันธ์ผสมผสานเทคนิคลีลาของดนตรีตะวันตกร่วมสมัยเข้ากับลักษณะเฉพาะของท่วงทำนองดนตรีภาคใต้ในรูปแบบกวีคีตา โดยยังคงรักษาบริบทพื้นบ้านภาคใต้ดั้งเดิม ผลงานประกอบด้วยบทประพันธ์ที่มีเอกลักษณ์ 12 บท สำหรับการแสดงโดยนักร้องเดี่ยวเสียงโซปราโนและบาริโทน บรรเลงประกอบโดยวงขับร้องประสานเสียง เปียโนและวงเครื่องสาย บทประพันธ์มีความยาวประมาณ 40 นาที มีการนำลักษณะการด้นสดและการเอื้อนจังหวะเสริมประดับลงไปในแนวร้องเดี่ยว รวมทั้งการแต่งเติมเสียงในคอร์ดประสานของแนวเปียโนอย่างมีเอกภาพ ในการแสดงมีการกำหนดรูปแบบและการจัดตำแหน่งนักดนตรีบนเวทีเพื่อการรักษาสมดุลระหว่างเสียงร้องและเครื่องดนตรี มันตรามโนราห์เป็นบทประพันธ์กวีคีตาพื้นบ้านภาคใต้ในมิติใหม่ที่นำเสนอความงามของวัฒนธรรมดั้งเดิมภาคใต้สู่สากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน
ดุษฎีนิพนธ์การวิจัยประพันธ์เพลง : “เอทูด ดีทัวร์” สำหรับเดี่ยวดับเบิลเบสและวงเชมเบอร์ออนซอมเบิล,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์การวิจัยประพันธ์เพลง : “เอทูด ดีทัวร์” สำหรับเดี่ยวดับเบิลเบสและวงเชมเบอร์ออนซอมเบิล, สุภกิจ สุภัทรชัยวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ดุษฎีนิพนธ์การวิจัยประพันธ์เพลง "เอทูด ดีทัวร์" สำหรับเดี่ยวดับเบิลเบสและวงเชมเบอร์ออนซอมเบิลเป็นผลงานการประพันธ์ บทเพลงฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการเล่นดับเบิลเบสในระดับอาชีพ และเป็นบทเพลงเดี่ยวที่สามารถใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต รวมทั้งเป็นบทเพลงสอบวัดระดับขั้นสูง บทเอทูดนี้ได้บูรณาการทักษะและเทคนิคการเล่นดับเบิลเบส โดยการศึกษาวิเคราะห์แนวคิดจากบทฝึกดับเบิลเบสของ จีโอวานี บอทเทซินีและฟรานซ์ ซิมานเดล สองนักดับเบิลเบสผู้เป็นตำนานและต้นแบบการเล่นดับเบิลเบส ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 19 รวมทั้งการวิจัยบทเพลงเดี่ยวและบทเพลงเอทูดสำหรับเครื่องดนตรีอื่น เช่น ไวโอลินและเปียโน ผลงานสร้างสรรค์จากการวิจัยนี้ประกอบด้วยบทประพันธ์เอทูด 10 บท สำหรับเดี่ยวดับเบิลเบส โดยบูรณาการแนวคิดและกำหนดรูปแบบโครงสร้างในการประพันธ์เป็นแบบดนตรีร่วมสมัย นอกจากนั้นยังมีการเรียบเรียงบทเพลงคลาสสิกมาตราฐาน สำหรับดับเบิลเบสบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีต่างๆ ในลักษณะเชมเบอร์ออนซอมเบิล เช่นบทเพลงรอนโดของลุดวิก ฟาน เบโธเฟน บทเพลงคอนแชร์โตของ อันโตนิโอ วิวัลดีและโยฮันน์ เซบาสเตียน บาค ทั้งนี้เพื่อนำการพัฒนาทักษะจากบทฝึกเอทูดไปใช้ในบทเพลงคลาสสิก อีกทั้งยังเป็นการสร้างบทเพลงคอนเสิร์ตใหม่ให้กับดับเบิลเบส ดุษฎีนิพนธ์นี้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาทักษะการเล่นดับเบิลเบสอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเทคนิคและนวัตกรรมในขั้นสูงของการเล่นดับเบิลเบส
ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีวิจัยสร้างสรรค์: บูรณาการด้านเทคนิคและกลเม็ดการแสดงบทเพลงเปียโนมิติใหม่,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีวิจัยสร้างสรรค์: บูรณาการด้านเทคนิคและกลเม็ดการแสดงบทเพลงเปียโนมิติใหม่, ธีรนัย จิระสิริกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ดนตรีในศตวรรษที่ 20 มีแนวคิดพื้นฐานคือการพยายามสร้างสรรค์ดนตรีที่แตกต่างไปจากเดิม จึงทำให้เกิดรูปแบบดนตรีที่หลากหลายและแปลกใหม่ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาบทเพลงสำหรับเปียโนในศตวรรษที่ 20 ทั้งในรูปแบบของเปียโนเชมเบอร์และเดี่ยวเปียโน โดยมีวัตถุประสงค์คือการแสดงบทเพลงในรูปแบบที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม ผ่านการใช้เทคนิคการบรรเลงขั้นสูง และกลเม็ดการคิด เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ผู้ประพันธ์ต้องการนำเสนอให้เข้าถึงผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้จัดการแสดงทั้งหมด 3 การแสดง ภายใต้ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีวิจัยสร้างสรรค์ ในชื่อหัวข้อ 'บูรณาการด้านเทคนิคและกลเม็ดการแสดงบทเพลงเปียโนมิติใหม่' ผลจากการวิจัยพบว่า 1. เทคนิคการบรรเลงและกลเม็ดในการคิดช่วยดึงศักยภาพของผู้บรรเลงออกมามากยิ่งขึ้น 2. การตีความบทเพลงโดยมีจินตภาพชัดเจนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บรรเลงสื่อสารสิ่งที่ต้องการได้ชัดเจนมากขึ้น 3. การวางแผนการซ้อม การประเมิน และคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า ช่วยให้ผู้บรรเลงเตรียมตัวและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ดี องค์ประกอบทั้ง 3 ด้านนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการจัดแสดงและบรรเลงเพลงที่ดีได้
ดุษฎีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์: เพลงชุดไชยวัฒนาราม,
2020
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ดุษฎีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์: เพลงชุดไชยวัฒนาราม, ณยศ สาตจีนพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และมูลบทที่เกี่ยวข้องของวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ เพลงชุดไชยวัฒนาราม ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลทางด้านเอกสาร ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม เก็บข้อมูลสัมภาษณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดโครงสร้างของบทเพลงและสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททองสถาปนาวัดไชยวัฒนารามเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระราชมารดาที่ทรงกระทำขึ้นจากพระราชศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาและการแสดงออกซึ่งพระราชอำนาจอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติยศ มีมูลบทที่เกี่ยวข้องแสดงเรื่องราวพุทธประวัติเหตุการณ์ตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน และมีชุมชนชาติพันธุ์สำคัญจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ ชุมชนชาวจีนและชุมชนชาวจามตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณปากคลองขุนละครไชยหรือคลองตะเคียนและบริเวณคลองคูจาม สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงบันดาลใจนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ประกอบด้วย 5 เพลงหลัก 6 เพลงย่อย 1. เพลงไชยวัฒนารามบูชิต 2. เพลงมิตรวัฒนา มี 4 เพลงย่อย เพลงป่วงเซียงบ้านจีน เพลงตลาดงิ้ว เพลงแขกจาม และเพลง ประท่าคูจาม 3. เพลงพุทธศิลป์ มี 2 เพลงย่อย เพลงพกาพรหมและเพลงพระธาตุ 4. เพลงบดินทร์ปราสาททอง และ 5. เพลงเรืองรองวัฒนาราม โดยใช้หลักและทฤษฎีทางดุริยางคศิลป์ไทยและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ทำนองขึ้นใหม่ ผู้วิจัยใช้การตั้งชื่อเพลงตามหลักการตั้งชื่อเพลงของครูมนตรี ตราโมท ในการตั้งชื่อตามเหตุและสิ่งซึ่งเป็นอนุสรณ์ กำหนดใช้วงปี่พาทย์บรรเลงเป็นหลักและปรับการประสมวงดนตรีโดยใช้เครื่องดนตรีที่สามารถสร้างสำเนียงเสียงเพื่ออรรถรสของบทเพลง ผู้วิจัยสร้างสรรค์เพลงชุดนี้เพื่อสะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของวัดไชยวัฒนารามและเพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอันจะเป็นประโยชน์สืบไป
