Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Fine Arts Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

10,525 Full-Text Articles 9,294 Authors 5,097,474 Downloads 231 Institutions

All Articles in Fine Arts

Faceted Search

10,525 full-text articles. Page 199 of 408.

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : คีตกวีราชามหาภูมิพล สำหรับวงแจ๊สออร์เคสตรา, พลังพล ทรงไพบูลย์ 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : คีตกวีราชามหาภูมิพล สำหรับวงแจ๊สออร์เคสตรา, พลังพล ทรงไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: คีตกวีราชามหาภูมิพล สำหรับวงแจ๊สออร์เคสตรา เป็นดนตรีพรรณนาในฟอร์มใหญ่เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงใช้ดนตรีเชื่อมโยงพระองค์กับพสกนิกร สร้างความสุข ให้กำลังใจ สร้างความกลมเกลียวของคนในชาติและความรักชาติ บทประพันธ์ความยาว 35 นาที ประกอบด้วย 4 กระบวน ซึ่งถ่ายทอดความรักและการเคารพเทิดทูนที่พสกนิกรไทยมีต่อพระองค์ กระบวนที่ 1) King Bhumibol Adulyadej Square ปฐมบทที่มีเลข 4 เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประพันธ์ ทำนองหลักที่สื่อถึง "จัตุรัสภูมิพล" ซึ่งจะปรากฏในกระบวนอื่นใช้สังคีตลักษณ์แบบทวนความ กระบวนที่ 2) His Passion and Inspiration ใช้เอกลักษณ์ของจังหวะดนตรีดิกซีแลนด์แจ๊ส ทำนองอยู่ในโมดลิเดียนมีสังคีตลักษณ์แบบรอนโด 7 ตอน และประกอบด้วยท่อนเดี่ยวไวโอลินบรรเลงด้วยเทคนิคขั้นสูงในคาเดนซา กระบวนที่ 3) His Music and His People บทเพลง 5 ตอน ใช้แนวคิดอัตราจังหวะซ้อน มีเปียโนเป็นตัวนำใช้เทคนิคการซ้ำแบบดนตรีมินิมัล และกระบวนที่ 4) The Musical Legacy of the Nation ใช้เทคนิคผสมผสานจังหวะมีการเปลี่ยนจังหวะอย่างหลากหลายในลีลาแบบสวิง ทำนองอยู่ในบันไดเสียงแบบเพนตาโทนิกประสานเสียงด้วยคอร์ดเชิงซ้อนคู่สี่คู่ห้า บทประพันธ์นำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564 ณ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงานประสบความสำเร็จได้รับการชื่นชมว่าเป็นดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลงที่มีคุณค่าทางวิชาการเหมาะสมเป็นคีตวรรณกรรมระดับชาติ


ดุษฎีนิพนธ์งานดนตรีวิจัยสร้างสรรค์: บทเพลงมิสซาสยามสำหรับศาสนพิธีนิกายโรมันคาทอลิก, ศิรารัตน์ สุขชัย 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์งานดนตรีวิจัยสร้างสรรค์: บทเพลงมิสซาสยามสำหรับศาสนพิธีนิกายโรมันคาทอลิก, ศิรารัตน์ สุขชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทเพลงมิสซาประเภทบทเพลงภาคปกติเป็นบทประพันธ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และสะท้อนความเชื่อความศรัทธาของผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ นอกจากนี้นักพันธ์ที่มีชื่อเสียงประพันธ์บทเพลงเป็นจำนวนมาก ในประเทศไทยบทเพลงมิสซาประเภทบทเพลงภาคปกติมีผู้ประพันธ์ชาวไทยประพันธ์ประเภทนี้จำนวนไม่มากนัก จึงทำให้ผู้วิจัยเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน บทเพลง มิสซาสยาม สำหรับศาสนพิธีนิกายโรมันคาทอลิก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างสรรค์บทเพลงมิสซาร่วมสมัยสำหรับศาสนพิธีนิกายโรมันคาทอลิก 2) ศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับบทเพลงมิสซาและการประพันธ์บทเพลงขับร้องประสานเสียง 3) เผยแพร่องค์ความรู้และผลงานการประพันธ์บทเพลงมิสซาสยามสำหรับพิธีนิกายโรมันคาทอลิกสู่สาธารณชน ผู้วิจัยทำการศึกษาองค์ความรู้ในบริบทของศาสนาและดนตรี วิเคราะห์ ตีความบทสวด และนำไปสู่การสร้างสรรค์บทเพลง มิสซาสยาม สำหรับนักร้องประสานเสียง นักร้องเดี่ยว และเปียโน ในภาษาละติน จำนวน 8 บท ได้แก่ บทร่ำวิงวอน บทพระสิริรุ่งโรจน์ บทข้าพเจ้าเชื่อ 4 บท บทศักดิ์สิทธิ์ และบทลูกแกะพระเจ้า ความยาว 30 นาที


การออกแบบเรขศิลป์สำหรับพิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในกลุ่มไทยดิจิทัลเนทีฟ, สิรดา ไวยาวัจมัย 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับพิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในกลุ่มไทยดิจิทัลเนทีฟ, สิรดา ไวยาวัจมัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พิพิธภัณฑ์นับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรในชาติ เป็นพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ประชาชนให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ช่วยเปิดมุมมองความคิดกระตุ้นให้เกิดความสงสัย สนใจค้นหาคำตอบ สามารถประยุกต์และสร้างสรรค์ความรู้ไปสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มช่วงวัยที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ส่วนหนึ่งในพันธกิจหลักของงานพิพิธภัณฑ์คือการสื่อสารองค์ความรู้ที่อยู่ภายใน สามารถปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างเข้าใจ จึงจะสามารถสะท้อนบทบาทพื้นที่แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนในชาติสู่ความเจริญก้าวหน้าได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับพิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในกลุ่มไทยดิจิทัลเนทีฟ โดยมีระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ด้วยการสร้างชุดเครื่องมือการวิจัยแบบสอบถาม แบบวิเคราะห์แนวปฏิบัติที่ดี แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มโดยการเก็บข้อมูลจากนักจัดการองค์ความรู้งานพิพิธภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักออกแบบ และกลุ่มไทยดิจิทัลเนทีฟ ผลการวิจัยพบว่าแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับพิพิธภัณฑ์ในกลุ่มดิจิทัลเนทีฟ คือแพลทฟอร์มออนไลน์ที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี เน้นรูปแบบการสื่อสารใน 2 ลักษณะคือ การสร้างคุณค่าของข้อมูล (High Value) และกระตุ้นการมีส่วนร่วม (High Engagement) โดยพบแนวทางการพิจารณาเนื้อหาเด่นของพิพิธภัณฑ์เพื่อใช้สื่อสารได้เป็น 6 เรื่องเด่น เรียกว่า “S-6 (Story of 6)” จากการประยุกต์ใช้ผลของการวิจัยเพื่อการออกแบบสร้างสรรค์สื่อเรขศิลป์ออนไลน์สำหรับพิพิธภัณฑ์ต้นแบบ สามารถสร้างความดึงดูดใจต่อกลุ่มไทยดิจิทัลเนทีฟช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ส่งเสริมให้พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างยั่งยืน


ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีวิจัยสร้างสรรค์: การแสดงฟลูตเชมเบอร์อองซอมเบิลผ่านการตีความเชิงทฤษฎีและประวัติศาสตร์, เศรษฐพงศ์ จรรยารยชน 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีวิจัยสร้างสรรค์: การแสดงฟลูตเชมเบอร์อองซอมเบิลผ่านการตีความเชิงทฤษฎีและประวัติศาสตร์, เศรษฐพงศ์ จรรยารยชน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาบทเพลงของฟลูตผ่านวรรณกรรมทางดนตรีในรูปแบบของการบรรเลงรวมวงเป็นการสะท้อนถึงอัจฉริยภาพของคีตกวีและระดับความสามารถของนักดนตรีที่บรรเลงในแต่ละยุคสมัย การศึกษาและตีความเพื่อสังเคราะห์ทักษะปฏิบัติผ่านการบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีที่หลากหลาย การบูรณาการทางความคิด การแลกเปลี่ยนมุมมอง และองค์ความรู้เชิงปฏิบัติดนตรี สิ่งเหล่านี้นำมาสู่การตีความบทเพลงผ่านประสบการณ์ รสนิยม การนำเสนอแนวความคิดทางดนตรี ผ่านกระบวนการฝึกฝนอันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการบรรเลง งานวิจัยเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา องค์ความรู้ พัฒนาการ แนวคิดและบทบาทของเครื่องดนตรีฟลูตในบริบทของการบรรเลงรวมวงจากกลวิธีการบรรเลงและบทประพันธ์ที่เปลี่ยนเพลงตามอิทธิพลแนวคิดของผู้ประพันธ์และยุคสมัยทางดนตรี 2) เพื่อศึกษาแนวทางการบรรเลงจากวรรณกรรมทางดนตรี นำไปสู่การตีความวิเคราะห์สังคีตลักษณ์เพื่อสังเคราะห์ และพัฒนากลวิธีการบรรเลงฟลูตในบริบทของการบรรเลงรวมวง 3) เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการแสดงฟลูตในรูปแบบการบรรเลงรวมวง โดยนำแนวคิดและองค์ความรู้ที่ได้มาเป็นพื้นฐานและบูรณาการร่วมกับการแสดงดนตรีภายใต้กรอบของการบรรเลงที่มีเครื่องดนตรีหลักคือฟลูต นำเสนอผ่านการแสดงคอนเสิร์ต 3 รายการ ผ่านกระบวนการคัดเลือกวรรณกรรมการบรรเลงรวมวงที่สำคัญสำหรับเครื่องดนตรีฟลูต รูปแบบการประสมวงดนตรี เอกลักษณ์และมุมมองของคีตกวีทั้งต่อบทประพันธ์และเครื่องดนตรี และคุณค่าของบทประพันธ์ ภาพสรุปของการสังเคราะห์ประวัติศาสตร์สู่แนวคิดด้านพัฒนาการวรรณกรรมดนตรีฟลูต เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งมุมมองของคีตกวีต่อเอกลักษณ์เครื่องดนตรีฟลูต สังเกตได้ว่าฟลูตนั้นมีอัตลักษณ์ของเครื่องดนตรีในการนำเสนอบทบาทในสัญญะของนกหรือเสียงร้องได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีช่วงระยะเวลาที่เริ่มได้รับความนิยมและเป็นเครื่องดนตรีกระแสนิยมในแต่ละยุคสมัย แต่มิได้หมายความว่าหลังจากผ่านพ้นยุคสมัยเหล่านั้นค่านิยมจะหายสาบสูญจนหมดสิ้นไปทั้งหมด แนวคิดในการบรรเลงนั้นยังคงมีอยู่แม้ช่วงเวลาจะเปลี่ยนผ่านไป เพียงแต่อาจจะลดบทบาทลงเท่านั้น ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ความคิดของสังคมต่อเครื่องดนตรีฟลูตได้อย่างมีนัยสำคัญ ความเป็นดนตรีแห่งมิตรภาพ เป็นภาพสะท้อนของการบรรยายคุณลักษณะของดนตรีเชมเบอร์ถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของนักดนตรีอย่างเป็นระบบทั้งด้านการฝึกซ้อม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการวิพากษ์เพื่อหาข้อสรุปอย่างเป็นประชาธิปไตยผ่านการพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ ของบทเพลง กล่าวได้ว่าการบรรเลงในวงดนตรีเชมเบอร์นั้นจะต้องมีทักษะพิเศษทั้งในเชิงดนตรีและสังคม โดยสิ่งที่สำคัญและเป็นหัวใจหลักของดนตรีแชมเบอร์นั้น คือ การสื่อสารและกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างนักดนตรี


การออกแบบเรขศิลป์สำหรับผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของชุมชนทอผ้าฝ้ายลาวครั่ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยใช้กลยุทธ์การตลาดโชคลาง, เลอลักษณ์ ศรีเกษมศิรา 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของชุมชนทอผ้าฝ้ายลาวครั่ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยใช้กลยุทธ์การตลาดโชคลาง, เลอลักษณ์ ศรีเกษมศิรา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ภูมิปัญญาผ้าฝ้ายลาวครั่งของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เพื่อใช้ในการออกแบบเรขศิลป์สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี 2) เพื่อพัฒนาตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยใช้กลยุทธ์มหาสมุทรสีคราม (Blue Ocean Strategy) 3) เพื่อหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์ โดยใช้กลยุทธ์การตลาดโชคลาง (Superstitious Marketing Strategy) การดำเนินการวิจัยใช้วิธีแบบผสมผสาน (Mixed Methodology) โดยนำด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการเก็บข้อมูลโดยการลงพื้นที่ชุมชนทอผ้าฝ้ายลาวครั่ง ด้วยวิธีสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) จัดสนทนากลุ่ม (Focus Group) รวมถึงใช้วิธีเดลฟายประยุกต์ (Delphi) จากเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี 1 ท่าน ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informant) 1 ท่าน และผู้รู้ด้านผ้าฝ้ายลาวครั่งในชุมชนทอผ้าฝ้ายลาวครั่ง อำเภอบ้านไร่ 23 ท่าน และยังสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นนักออกแบบที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างตราสินค้าและการทำตลาด 3 ท่าน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และการอ้างอิงแบบต่อเนื่อง (Snowball Sampling) และเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ดดยอาศัยแบบสอบถาม 3 ชุด ที่ผ่านการประเมินค่าความสอดคล้องของข้อคำถามในแบบสอบถามกับวัตถุประสงค์การวิจัย หรือ Index of item-objective Congruence (I.O.C) ด้วยค่า 0.64, 0.90, 1.0 ตามลำดับ ไปเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งคือกลุ่มเจเนอเรชันวายไทยที่เกิดปี พ.ศ. 2525-2538 ที่ได้มาจากการเลือโดยบังเอิญ (Accident Sampling) และการอ้างอิงแบบต่อเนื่อง โดยใช้วิธีกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางสำเร็จรูปของ Yamane (1967) เมื่อไม่ทราบจำนวนประชากรที่ระดับความเชื่อมั่น 95% คือจำนวน 400 คน และเก็บได้สมบูรณ์ในเวลาที่กำหนด จำนวน 133 คน สำหรับแบบสอบถามชุดที่ 1 (เพื่อโหวตเลือกชื่อตราสินค้า) จำนวน 210 …


ดุษฏีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์การแสดงดนตรี: เทคนิคการตีความในบทเพลงเรียบเรียงใหม่สำหรับฟลูต, ธีรวัฒน์ รัตนประภาเมธีรัฐ 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฏีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์การแสดงดนตรี: เทคนิคการตีความในบทเพลงเรียบเรียงใหม่สำหรับฟลูต, ธีรวัฒน์ รัตนประภาเมธีรัฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฏีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์การแสดงดนตรี: เทคนิคการตีความในบทเพลงเรียบเรียงใหม่สำหรับฟลูต มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคการเรียบเรียงบทเพลงสำหรับฟลูตจากนักฟลูตที่มีชื่อเสียงเพื่อนำไปสู่การปรับเทคนิคการบรรเลงจากไวโอลินให้เข้ากับการบรรเลงโดยฟลูต ในขั้นตอนการวิจัยผู้วิจัยได้ทำการแสดงเดี่ยว ในบทเพลงคอนแชร์โต สำหรับไวโอลิน โอปุส 47 ในกุญแจเสียง ดี ไมเนอร์ ประพันธ์โดย ชอง ซิเบลิอุส เรียบเรียงโดย เดนิส บอเรียคอฟ และบทเพลงโซนาตาสำหรับไวโอลิน ในกุญแจเสียง เอ เมเจอร์ ประพันธ์โดย เซซาร์ ฟรางค์ เรียบเรียงโดย ชอง-ปิแอร์ รัมปาล เพื่อศึกษาวิธีการปรับเทคนิคไวโอลินนำมาเรียบเรียงให้เหมาะสมกับการบรรเลงโดยฟลูต นำไปสู่การสร้างสรรค์บทเพลงเรียบเรียงโซนาตาสำหรับไวโอลิน ในกุญแจเสียง เอฟ เมเจอร์ ประพันธ์โดย เฟลิกซ์ เมนเดลโซน จากการศึกษาพบว่าเทคนิคในการเรียบเรียงมีความสอดคล้องกับบทเพลงเรียบเรียงที่นักฟลูตที่มีชื่อเสียงได้เรียบเรียงไว้ 3 เทคนิค คือ 1) การปรับขั้นคู่เสียงที่สูงหรือต่ำเกินไป 2) การปรับโน้ตด้วยโน้ตอื่นที่อยู่ในกุญแจเสียงเดียวกัน และ 3) การปรับเทคนิคเฉพาะสำหรับไวโอลินให้เหมาะสมสำหรับฟลูต


ดุษฎีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์: เพลงการเดินทางของเฉกอะหมัดสู่กรุงศรีอยุธยา, วงศ์วสันต์ วสันตสุรีย์ 2020 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์: เพลงการเดินทางของเฉกอะหมัดสู่กรุงศรีอยุธยา, วงศ์วสันต์ วสันตสุรีย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์วิจัยสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์: เพลงการเดินทางของเฉกอะหมัดสู่กรุงศรีอยุธยา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการเดินทางของเฉกอะหมัดอันเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บทเพลงการเดินทางของเฉกอะหมัดสู่กรุงศรีอยุธยาโดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิและการค้นคว้าทางเอกสาร ผลการวิจัยพบว่าแนวคิดสำคัญ 4 ประการซึ่งเป็นสาระสำคัญและสร้างแรงบันดาลใจในการประพันธ์บทเพลง ประกอบไปด้วยแนวคิดด้านภูมิลำเนาถิ่นกำเนิดของเฉกอะหมัด แนวคิดด้านเส้นทางการเดินทางของเฉกอะหมัดสู่กรุงศรีอยุธยา แนวคิดด้านวัฒนธรรมดนตรีเปอร์เซีย และแนวคิดด้านวัฒนธรรมดนตรีอินเดียในการสร้างสรรค์บทเพลง เส้นทางการเดินทางของเฉกอะหมัดเริ่มจากเมืองกูน แคว้นแอสตะระบัด อาณาจักรเปอร์เซียสู่กรุงศรีอยุธยาในช่วงปลายของสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แนวคิดการสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์: เพลงการเดินทางของเฉกอะหมัดสู่กรุงศรีอยุธยาประกอบด้วยทำนองเชื่อมสำเนียงเปอร์เซีย 4 ทำนอง และบทเพลงหลัก 5 บทเพลง ได้แก่ เพลงปฐมคุณา แสดงจินตภาพในการเดินทางจากเมืองกูนไปยังเมืองละฮอร์ เพลงภารตะอุดร แสดงการเดินทางเข้าสู่เมืองเดลี เพลงสัญจรทักษิณ แสดงการเดินทางจากเมืองไฮดาราบัดสู่เมืองมะสุลิปะตัม เพลงชลาสินธุ์พรรณนา แสดงจินตภาพการเดินทางในทะเลอันดามันจากฝั่งมะสุลิปะตัมไปยังสยาม และเพลงปัจฉิมวารกายี แสดงจินตภาพการเดินทางถึงกรุงศรีอยุธยาโดยสวัสดิภาพ โดยตีความนัยของคำว่า กายี ออกเป็น 2 ความหมาย คือ กายี ที่หมายถึง ตำบลท่ากายี ในกรุงศรีอยุธยา อันเป็นจุดหมายที่เฉกอะหมัดเดินทางมาถึง ส่วนอีกนัยหนึ่ง กายี ในที่นี้คือ กายา หรือ กาย อันหมายถึงเรือนร่างของเฉกอะหมัด เป็นการแฝงความหมายทางนามธรรมเปรียบได้ว่า บัดนี้ร่างกายของเฉกอะหมัดได้สูญสลายไปตามกาลเวลาแต่คุณงามความดีของเฉกอะหมัดยังคงอยู่ แม้กายสูญสลายแต่นามปรากฏชั่วนิรันดร์


Kavana: Photography, Jewish Storytelling, And Memory, Hannah Altman 2020 Virginia Commonwealth University

Kavana: Photography, Jewish Storytelling, And Memory, Hannah Altman

Theses and Dissertations

Jewish thought suggests that the memory of an action is as primary as the action itself. This is to say that when my hand is wounded, I remember other hands. I trace ache back to other aches - when my mother grabbed my wrist pulling me across the intersection, when my great-grandmother’s fingers went numb on the ship headed towards Cuba fleeing the Nazis, when Miriam’s palms enduringly poured water for the Hebrews throughout their desert journey - this is how the Jew is able to fathom an ache. Because no physical space is a given for the Jewish diaspora, …


Martian Mother, Elizabeth McGrady 2020 Virginia Commonwealth University

Martian Mother, Elizabeth Mcgrady

Theses and Dissertations

This paper examines the relationship between humans and land, through the lens of the scientific and religious, bridging the physical realm with the spiritual. It acts as accompanying material to the project titled Martian Mother, supplementary information to the visual work, and an extension of the proposal, the center of the work. The proposal exists to send myself, or a like-minded individual, to Mars with artificial insemination equipment to give birth to the first Martian, becoming the first Martian Mother. This work is rooted firmly in speculative fiction, creating a nonlinear future framework for a new society and space exploration.


A Girl Is A Girl Is A Girl, Paige Lizbeth Morris 2020 Virginia Commonwealth University

A Girl Is A Girl Is A Girl, Paige Lizbeth Morris

Theses and Dissertations

It is well known that Western society uses men’s visual pleasure as a means to determine womxn’s value; her success is dependent on her compliance with culturally determined beauty standards. This process turns womxn into commodities and reinforces notions of gender complementarity, perpetuating a lifetime of servitude to patriarchal ideologies. It reminds the non-male that she is incomplete, insufficient, insignificant, and so easily dismissable. It forces her to be dependent, to shut up, to sit down, and to enjoy it.

In an effort to reject these presumed histories and narrow connotations of womxn, I have analyzed my gender performance in …


Orbiting Forward (Thoughts On The Nature Of Conflict - Sighs On The Struggles Of Change), Bushra A. AlSughayer 2020 Virginia Commonwealth University

Orbiting Forward (Thoughts On The Nature Of Conflict - Sighs On The Struggles Of Change), Bushra A. Alsughayer

Theses and Dissertations

Today’s world is a wide open hyper-connected sphere where human societies worldwide exist in a complex crossroads of historical conditions, ideologies, and power structures. A pool of constant confrontations, minor or major, between the traditional and the progressive, the local and the international, the materialistic and the transcendent, the pragmatic and the idealistic, and countless layers of meaning. For an individual who exists in such an intense moment of history, it seems almost inescapable to be exposed to, affected by, or even involved in a major conflict. A situation that makes individuals always in a critical position where every role …


(Re)Forming And (Re)Fusing The Sub-Divided Self, Laura Boban 2020 Virginia Commonwealth University

(Re)Forming And (Re)Fusing The Sub-Divided Self, Laura Boban

Theses and Dissertations

The split between the individual and being part of a social body is addressed in this paper. I begin with my suburban upbringing; applying notions of separate and sub-divided to the construction of one’s aspirations, gender expression(s), and one’s ideological alignment. I contemplate the forces directing individual and shared desires and the persistent messaging of individual pursuits over efforts that benefit many. What does it mean to participate in a collective dreaming of one’s own wealth, happiness, and power? Can one cultivate an integrated art practice and sense of self? In the studio, I layer and abstract figures, stack household …


Reclaiming Beercraft- A Sensory Experience, Zishan Zeng 2020 Virginia Commonwealth University

Reclaiming Beercraft- A Sensory Experience, Zishan Zeng

Theses and Dissertations

The senses are mainly a source of arousal, enjoyment and pain and are of vital importance for the human body. They are also important because sensory perception is typical of many cultural artifacts and is given unique intensities and extensions, shapes and meanings through them (Heywood, 2017). As Finnish architect Juhani Pallasmaa stated, “architecture is the art of reconciliation between ourselves and the world, and this mediation takes place through the senses” (Pallasmaa, 2012). To make architecture truly meaningful, it should be able to awaken all the senses.

The way we feel, smell, and even taste is hard to capture. …


Surrogate Memories In Animation And Sound, Jared Duesterhaus 2020 Virginia Commonwealth University

Surrogate Memories In Animation And Sound, Jared Duesterhaus

Theses and Dissertations

A document in support of my exploration into memory in relation to the mediums of animation, sound, and theater. A reflection on remembering as a creative act.


Parakupa Vena - Fall From The Highest Point, Mariana Parisca Englert 2020 Virginia Commonwealth University

Parakupa Vena - Fall From The Highest Point, Mariana Parisca Englert

Theses and Dissertations

This document is a collection of the ideas and research that drive my artistic practice. My research focuses on investigating the power structures, historical roots, and existential implications of the current Venezuelan economic crisis, one of the most drastic economic collapses of modern times. The ideological rifts created in the Cold War era created a deep anti-socialist sentiment that inhibits our ability to responsibly acknowledge global interdependence. I visualize collective belief systems that gain power from their proposed neutrality. I point to the existence of value beyond the parameters and measures of global capitalism that encourage dependence. I see the …


A Story About A Girl With Snakes For Hair, Kate M. Turner 2020 VCU

A Story About A Girl With Snakes For Hair, Kate M. Turner

Theses and Dissertations

My work is autobiographical. I use various art making processes to create a visual archive of my life. By abstracting these memories and experiences, I can examine how culture works surrounding issues of identity. This is my story.


The Program, Aaron Douglas Estrada 2020 Virginia Commonwealth University

The Program, Aaron Douglas Estrada

Theses and Dissertations

In my work, I explore the engineering of identity and socioeconomics that are programed into Black and Brown communities. I refer to this as “The Program”. The Program validates, breaks, codes, and critiques the system that divided us. The Program is identifying with the struggle of growing up in a system that is programmed to see you fail. So if you get caught up in that system it’s a natural death within the program. But you can break and make your own program. If you stick to the program.

The paper's use of language is coded. Text has been written …


How Many Licks, Ashley Goodwin 2020 Virginia Commonwealth University

How Many Licks, Ashley Goodwin

Theses and Dissertations

Arts communities are currently reevaluating and restructuring power dynamics within their systems to accommodate a broader range of experience and subjectivity. However, the forces of control are still largely dictated by a broader patriarchal culture. This complicated, tangled dynamic is the focus of my research. Female artists who make work about men or about patriarchy more generally, are consistently subjected to its influence as the dominant cultural experience—the invisible “truth” that everything either is, or acts in reaction to its position. In reality, patriarchy is no longer gender specific. I will be addressing my relationship to it as well as …


An Appraisal Of The Evolution Of Western Art Music In Nigeria, Agatha Onyinye Holland 2020 WVU

An Appraisal Of The Evolution Of Western Art Music In Nigeria, Agatha Onyinye Holland

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

Nigeria has greatly evolved as an intercultural society given her history of colonization, the influence of foreign religion (Christianity and Islam, primarily) and the impact of globalization. Africa had her socio-cultural practices and art idioms before these foreign influences. For instance, music existed in everyday Africa as part of culture, religion, vocation, and drama. However, music never existed as an entity on its own. The culture of stage performers and audience never existed. This status quo changed with the introduction of Western art music through Christianity and education by the missionaries; since then, music assumed a bi-cultural status. This research …


Decolonizing Gender Identities In Indonesia: A Study Of Bissu ‘The Trans-Religious Leader’ In Bugis People, Petsy Jessy Ismoyo 2020 Indonesian Consortium for Religious Studies, Gadjah Mada University

Decolonizing Gender Identities In Indonesia: A Study Of Bissu ‘The Trans-Religious Leader’ In Bugis People, Petsy Jessy Ismoyo

Paradigma: Jurnal Kajian Budaya

Bhinneka Tunggal Ika is one of the pillars of Indonesia that has placed our nation and nationess to a diversity of identity, from genders, tribes, religions, to cultures. Indonesia has a long history of gender diversity that recognized various gender identities as part of the culture. Henceforth, In Indonesia, gender is not perceived in a binary way between male or female, masculine and feminine, without giving the ‘third space’ to other genders and sexuality. For example, Bugis people recognize five genders: oroané, makkunrai, calabai, calalai, and bissu, which will be examined further in this paper. In reality, a lively debate …


Digital Commons powered by bepress