การทบทวนงานเร่ขายสินค้าภายใต้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560,
2024
คณะนิติศาสตร์
การทบทวนงานเร่ขายสินค้าภายใต้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560, พัศภัสสรณ์ สิริทองสาคร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงหลักการความเป็นมาและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานเร่ขายสินค้าซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทย โดยการปรับให้งานเร่ขายสินค้าหลุดพ้นจากบัญชีหนึ่ง งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปัจจุบันในการนี้งานเร่ขายสินค้าอยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานและเป็นอาชีพที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการขายอาหารข้างทาง ริมถนน หรือทางเท้า ในชื่อที่เรียกกันว่า Street Food ซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องจากทั่วโลกและถือเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมทางอาหารอีกด้วยจากการศึกษากฎหมายของต่างประเทศพบว่า เงื่อนไขในการประกอบอาชีพงานเร่ขายสินค้าใช้ระบบใบอนุญาตและมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพงานเร่ขายสินค้า ผู้วิจัยจึงเสนอแนะแนวทางนี้ เพื่อให้ งานเร่ขายสินค้าหลุดออกจากบัญชี 1 ของอาชีพสงวนที่ห้ามให้คนต่างด้าวทำเด็ดขาด เปลี่ยนมาเป็นให้คนต่างด้าวทำได้โดยการใช้ระบบใบอนุญาตการประกอบอาชีพนั้นมีประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยเป็นอย่างมากรวมทั้งด้านความมั่นคงของประเทศที่จะสามารถตรวจสอบและควบคุมจำนวนคนต่างด้าวที่เข้าประเทศและการที่ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพงานเร่ขายสินค้าและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอีกด้วย แต่ทั้งนี้จะต้องมีการออกกฎหมายที่เข้มงวดและรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมาย
มาตรการทางภาษีเพื่อควบคุมการเก็งกำไรจากการเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดของคนต่างชาติ,
2024
คณะนิติศาสตร์
มาตรการทางภาษีเพื่อควบคุมการเก็งกำไรจากการเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดของคนต่างชาติ, เพชรนภา ชาตะมีนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การที่พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ใน ห้องชุดได้ แต่ไม่มีมาตรการทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อควบคุมแรงจูงใจในการเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยของไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จึงเป็นโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าเก็งกำไรในห้องชุดจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาห้องชุดในพื้นที่ที่ชาวต่างชาติประสงค์จะเก็งกำไรนั้นปรับตัวสูงขึ้นจนเกินความสามารถที่คนไทยจะซื้อได้ อุปสงค์ภายในประเทศจึงลดลง แต่ราคาของห้องชุดกลับไม่มีการปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด เพราะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เล็งเห็นโอกาสจากกำลังซื้อและจำนวนอุปสงค์ของคนต่างชาติ จึงไม่ได้มีการปรับราคาห้องชุดให้เหมาะสมกับคนไทยและยังมีการพัฒนาโครงการอาคารชุดใหม่ ๆ มาอย่างต่อเนื่องยิ่งไปกว่านั้น มาตรการนี้ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมใกล้เคียงอย่างอุตสาหกรรมโรงแรมจาก การที่นักลงทุนต่างชาติให้เช่าห้องชุดแบบรายวันและรายเดือนในราคาที่ถูกกว่า ทำให้โรงแรมในบริเวณโดยรอบมีลูกค้าน้อยลงและได้รับรายได้น้อยลง ทั้งยังส่งผลกระทบต่อนิติบุคคลอาคารชุด และผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารชุดนั้น ๆ จากการไม่จ่ายชำระค่าส่วนกลาง หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎ ข้อบังคับของการอยู่อาศัยร่วมกันในอาคารชุด รวมถึงกรณีการนำห้องชุดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ซึ่งสร้างความไม่สงบเรียบร้อยในสังคมอีกด้วยเอกัตศึกษาฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาจากการเก็งกำไรในห้องชุดของนักลงทุนต่างชาติ มาตรการทางภาษีที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย และมาตรการทางภาษีที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศ ได้แก่ รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ประเทศสิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงกฎหมายและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเก็งกำไรของต่างชาติในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดในประเทศไทยจากการศึกษา ผู้เขียนพบว่า การเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดของคนต่างชาติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็งกำไรนี้ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อคนไทยที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยซึ่งมีการจ่ายภาษีจากการอุปโภคและบริโภคในไทย และธุรกิจโรงแรมของไทยที่มีการจ่ายภาษีจากเงินได้ที่เกิดขึ้น เพราะ นักลงทุนต่างชาติไม่ได้เข้ามาอุปโภคและบริโภคในไทย รวมถึงเงินได้ที่เกิดจากการให้เช่ารายวันและรายเดือนนั้นมักไม่ได้นำมายื่นจ่ายชำระภาษีในไทย นอกจากนี้ มาตรการทางภาษีที่มีอยู่ของไทยในปัจจุบันนั้นสร้างภาระภาษีให้กับนักลงทุนต่างชาติในอัตราที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศทั้ง 3 ประเทศที่ได้ทำการศึกษา ซึ่งมี การกำหนดภาระภาษีพิเศษให้กับต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในอัตราระหว่างร้อยละ 7.5 – 60 ของราคาตลาด ตามความรุนแรงของปัญหาการเก็งกำไรของต่างชาติในแต่ละประเทศ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นควรว่าต้องมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากคนต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยกำหนดให้มีการจัดเก็บอากรแสตมป์เพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ ออกเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากร โดยกำหนดเพิ่มเป็นหมวดที่ 8 ของภาษีตามประมวลรัษฎากร จัดเก็บกับบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่ใช่ผู้ที่ได้รับสถานะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย โดยบุคคลเหล่านี้ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ที่กำหนดในประเทศไทย และจ่ายชำระพร้อมกับที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยที่กรมที่ดิน โดยกำหนดอัตราภาษีให้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 – 25 ซึ่งถือเป็นอัตราภาษีที่ไม่สูงเกินไปจนเป็นการกีดกันการเข้าถึงของต่างชาติ และไม่ต่ำเกินไปจนไม่ส่งผลกระทบต่อ การตัดสินใจของนักลงทุน รวมถึงมีข้อยกเว้นทางภาษีให้กับผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศในกรณีที่บุคคลนั้นได้รับการคุ้มครองโดยรัฐตามกฎหมายคุ้มครองผู้ลี้ภัย หรือเป็นคู่สมรสของประชาชนไทย และต่างชาติกลุ่มที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่มที่เข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศผ่านวีซ่าประเภท Long-Term Resident Visa หรือ LTR Visa ให้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยโดยเสียภาษีเท่ากับอัตราที่ประชาชนไทยเสียได้สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยแห่งแรก และกำหนดสิทธิขอคืนภาษีให้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือในกรณีที่ต่างชาติรายนั้นกลายเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทยภายใน 4 ปี นับแต่วันที่ซื้อหรือได้มาซึ่งที่อยู่อาศัย
แนวทางการกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการแก่ผู้สูงอายุในการประกอบกิจในชีวิตประจำวัน,
2024
คณะนิติศาสตร์
แนวทางการกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการแก่ผู้สูงอายุในการประกอบกิจในชีวิตประจำวัน, ภคมน วิตตางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาเล่มนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงแนวทางการประกอบธุรกิจการให้บริการแก่ผู้สูงอายุในการประกอบกิจในชีวิตประจำวันในประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยยังไม่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเอกัตศึกษานี้จะศึกษาถึงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน และศึกษาหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของสาธารณรัฐเกาหลี เนื่องจากมีบริบททางสังคม และแนวทางการดูแลผู้สูงอายุโดยบุคคลในครอบครัวที่คล้ายคลึงกันกับประเทศไทย เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบและนำเสนอแนวทางการประกอบธุรกิจการให้บริการแก่ผู้สูงอายุในการประกอบกิจในชีวิตประจำวันในประเทศไทยต่อไปจากการศึกษาพบว่า ในประเทศไทยมีกฎหมายกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพียงการดูแลผู้สูงอายุในสถานประกอบการ และการดูแลผู้สูงอายุในสถานที่พำนักของผู้สูงอายุเท่านั้น ซึ่งมีการกำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่เหมือนกันเกี่ยวกับ (1) การประกอบการ โดยจะต้องมีการขอใบอนุญาตประกอบการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ (2) คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ที่มีกำหนดอายุขั้นต่ำและลักษณะต้องห้ามของผู้ปฏิบัติงาน แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงการให้บริการแก่ผู้สูงอายุในการประกอบกิจในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีลักษณะของกิจกรรมที่เป็นครั้งคราว และไม่เป็นประจำเหมือนกับการดูแลผู้สูงอายุในสถานประกอบการหรือสถานที่พำนักของผู้สูงอายุ อนึ่ง จากการศึกษาและพิจารณาหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของสาธารณรัฐเกาหลี พบว่ามีการกำกับดูแลเบื้องต้นที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ มีการกำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่เหมือนกันเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบการและคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ตามเหตุที่ได้กล่าวมา ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลสำหรับการให้บริการแก่ผู้สูงอายุในการประกอบกิจในชีวิตประจำวันไว้ขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การประกอบการและคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานจากลักษณะงานที่ให้บริการ โดยหลักจะอ้างอิงจากหลักเกณฑ์การประกอบการและคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานจากธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุในสถานที่พำนักของผู้สูงอายุ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับหลักเกณฑ์การประกอบการและคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานในการกำกับดูแลธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นแนวทางในการช่วยเหลือ ดูแล ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพ แก่ผู้สูงอายุด้วยบริการที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้สูงอายุ ทั้งนี้ การกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลก็จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจดังกล่าว สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมีคุณภาพและมีความยั่งยืน
แนวทางการนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้างหรือไม่สามารถเบิกคืนได้มาหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประเภท 40(1) สำหรับพนักงานประจำ,
2024
คณะนิติศาสตร์
แนวทางการนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้างหรือไม่สามารถเบิกคืนได้มาหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประเภท 40(1) สำหรับพนักงานประจำ, เรณุกา จักราบาท
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันกฎหมายภาษีอากรของผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประเภท 40(1) หรือเงินได้จากการทำงานประจำอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายอัตราเหมาที่ 50% และต้องไม่เกิน 100,000 บาท การหักค่าใช้จ่ายของเงินได้บุคคลธรรมดาประเภท 40(1) นั้นจำกัดและอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าเงินได้ประเภทอื่น อีกทั้งการจำกัดด้วยอัตราเหมาและเพดานการหักค่าใช้จ่ายทำให้ไม่สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปหรือวิถีการทำงานที่เปลี่ยนไป เพราะการอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ทำให้การหักค่าใช้จ่ายของพนักงานที่มีเงินเดือนประจำนั้นยังขาดความเป็นธรรม ไม่ยึดหยุ่นตามสภาพเศรษฐกิจ อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับหลักการของค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดเงินได้ ทำให้ไม่สอดคล้องหลักของการจัดเก็บอากรที่ดีอย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายตามกฎหมายไทยนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์และอังกฤษ การอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายของทั้งสองประเทศยึดหลักของการหักค่าใช้จ่ายตามจริง โดยอยู่บนหลักการของการหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานโดยไม่สามารถเบิกคืนได้หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้าง โดยอนุญาตให้หักค่าใช้ตามจริงโดยสะท้อนสภาวะของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป มีความเป็นธรรมและยืดหยุ่น การศึกษาการหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานโดยการอนุญาตให้หักตามจริงของประเทศสิงคโปร์และอังกฤษจะสามารถช่วยให้เสนอแนะแนวทางการหักค่าใช้จ่ายของพนักงานประจำได้ โดยสามารถให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ทั้งตามจริงหรือกำหนดอัตราล่วงหน้าสำหรับบางรายการที่ต้องใช้การคิดคำนวณ เช่น ค่าทำงานจากที่บ้าน ค่าเดินทาง เป็นต้น การหักค่าใช้จ่ายนั้นจะต้องอยู่บนหลักการของการหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานโดยไม่สามารถเบิกคืนได้หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้าง หากได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากนายจ้าง เฉพาะส่วนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจะสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ อีกทั้งการหักค่าใช้จ่ายต้องเป็นลักษณะเฉพาะเจาะจงซึ่งถูกกำหนดโดยนายจ้างไม่ใช่ลักษณะของค่าใช้จ่ายทั่วไปที่สามารถหักจากค่าลดหย่อนส่วนตัว หากเป็นทรัพย์สินถาวรหรือส่วนตัวประเภทยานพาหนะ เช่น รถยนต์ ไม่อนุญาตให้หักเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนทรัพย์สินอื่นขึ้นกับกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายนั้นไม่ควรเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท โดยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างงานต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดรายได้ของพนักงานเท่านั้น การอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายตามจริงของประเทศสิงคโปร์และอังกฤษจะสามารถช่วยให้เสนอแนะแนวทาง การนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้างหรือไม่สามารถเบิกคืนได้มาหักเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประเภท 40(1) โดยสะท้อนต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานที่แท้จริงตามเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แทนการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 50 แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ตามหลักภาษีอากรที่ดีได้
มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย,
2024
คณะนิติศาสตร์
มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย, กัญชลี ชัยวิวัฒน์ตระกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากรูปพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชาชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases – NCDs) ซึ่งเป็นโรคที่กินเวลานาน ก่อให้เกิดค่ารักษาในระยะยาว และเป็นสาเหตุในการเสียชีวิตของคนไทยจำนวนมากในแต่ละปี ผู้ที่เปราะบางและด้อยโอกาสทางสังคมจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบสูง ทำให้ผู้คนตกอยู่ในความยากจนทุกปีและส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ การไม่ออกกำลังกายเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสียงต่อการเสียชีวิตจากโรค NCDs ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ แม้ทุกคนจะตระหนักดีว่าการออกกำลังกายมีผลดีต่อสุขภาพ แต่คนจำนวนมากก็ยังละเลยการออกกำลังกายเพราะไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ปัญหาสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือมีอุปสรรคที่ขัดขวางการออกกำลังกาย หลายประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Gold – SDGs) ซึ่งเป็นชุดเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกที่ได้รับการรับรองจาก 193 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย โดยมีการผสานแนวคิดด้านสุขภาพและการออกกำลังกายไว้ในหลายมิติ ในส่วนเป้าหมายระดับชาติ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในทุกมิติรวมทั้งมิติด้านการมีสุขภาวะที่ดีผ่านการออกกำลังกาย และมีการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการออกกำลังกายด้วยแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของกระทรวงสาธารณะสุขเอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการกำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย เนื่องจากรัฐสามารถใช้ภาษีเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้คนออกกำลังกายได้ผ่านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและลดอุปสรรคในการออกกำลังกายของประชาชน เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการออกกำลังกายมากขึ้น แต่ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมให้คนออกกำลังกาย จึงต้องทำการศึกษาแนวทางจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศเดียวในโลกที่ระบบภาษีมีการบรรเทาภาระภาษีเหมือนกับประเทศไทยและได้ใช้นโยบายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการกีฬาและการออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551ผู้ศึกษามีความเห็นว่าประเทศไทยควรมีการกำหนดมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการออกกำลังกายเพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และจูงใจให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการออกกำลังกายทั้งในระดับประเทศและระดับความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย
แนวทางการให้สิทธิประโยชน์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่สถานสาธารณกุศลซึ่งให้เช่าแก่ผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย,
2024
คณะนิติศาสตร์
แนวทางการให้สิทธิประโยชน์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่สถานสาธารณกุศลซึ่งให้เช่าแก่ผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย, จอมขวัญ สงวนกิจพัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันทั้งราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่รายได้ของประชาชนไม่ได้มีการเพิ่มมากขึ้นตาม ทำให้แม้แต่การหาเช่าที่อยู่อาศัยก็เป็นเรื่องยากสำหรับผู้มีรายได้น้อยซึ่งไม่มีทุนทรัพย์มากพอ ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติมีโครงการบ้านเคหะสุขประชา โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านตั้งต้น เพื่อช่วยเหลือปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านสถานที่ การกำหนดคุณสมบัติด้านอายุ และจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยซึ่งมีไม่มากพอรองรับความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และมาตรการอื่นที่รัฐใช้แก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ก็เป็นการสนับสนุนการซื้อมากกว่าการเช่า ซึ่งนอกจากจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นจนโอกาสที่ผู้มีรายได้น้อยจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองยากขึ้นแล้ว ยังทำให้มีอุปสงค์การเช่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่อุปทานการเช่าไม่มีมากพอจะตอบสนอง รัฐบาลจึงควรมีมาตรการเพิ่มอุปทานการเช่าที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนมากกว่าการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยอาจอาศัยความร่วมมือกับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรหรือสถานสาธารณกุศลให้สามารถจัดหาที่อยู่อาศัยที่ราคาถูกกว่าราคาตลาดแก่ผู้มีรายได้น้อยได้อย่างเพียงพอรองรับต่อปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ การคิดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของสถานสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลังนั้น ปัจจุบันมีการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สถานสาธารณกุศลตามมาตรา 8 (7) ของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 จำกัดแต่เพียงทรัพย์สินที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์เท่านั้น ซึ่งจากการศึกษา พบว่ามีหลายกรณีที่สถานสาธารณกุศลมีการนำทรัพย์สินให้เอกชนเช่าเพื่อหาประโยชน์ แต่ทรัพย์สินส่วนนั้นจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเป็นการใช้ทรัพย์สินโดยมีการคิดค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับสภากาชาดไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสถานสาธารณกุศลภายใต้ประกาศกระทรวงการคลังเช่นกัน แม้จะใช้หาผลประโยชน์กลับได้รับยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ดีตามมาตรา 8 (4) ของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ดังนั้น หากสถานสาธารณกุศลจะมีการให้เช่าพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยโดยคิดค่าเช่าจำนวนน้อยเป็นราคาที่จับต้องได้กับผู้มีรายได้น้อย ในกรณีนี้จึงสมควรที่จะมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยิ่งกว่ากรณีการใช้ทรัพย์สินเพื่อหาผลประโยชน์ของสภากาชาดไทย เพราะแม้จะเป็นการหาผลประโยชน์โดยมีการคิดค่าตอบแทน แต่ประโยชน์ที่ได้ก็มีเพียงเล็กน้อยจากการยอมคิดค่าเช่าในราคาไม่แพงให้แก่ผู้มีรายได้น้อย และเป็นการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักการใช้ประโยชน์ที่สูงที่สุดและดีที่สุด (Highest and Best Use) ของภาษีทรัพย์สิน รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการเช่าที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือสังคมตามวัตถุประสงค์ของสถานสาธารณกุศลอย่างแท้จริง ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงศึกษาการให้สิทธิประโยชน์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่สถานสาธารณกุศลซึ่งให้เช่าแก่ผู้มีรายได้น้อยของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐออริกอนและแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและมีการกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการเช่าของผู้มีรายได้น้อยในไทย รวมถึงวิเคราะห์ข้อควรพิจารณาในการปรับใช้เพื่อให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
A Model State Compensation Law For The Wrongfully Convicted,
2024
Notre Dame Law School
A Model State Compensation Law For The Wrongfully Convicted, Jacqueline Kamel
Journal of Legislation
No abstract provided.
The Need For Corporate Guardrails In U.S. Industrial Policy,
2024
Seattle University School of Law
The Need For Corporate Guardrails In U.S. Industrial Policy, Lenore Palladino
Seattle University Law Review
U.S. politicians are actively “marketcrafting”: the passage of the Bipartisan Infrastructure Law, the CHIPS and Science Act, and the Inflation Reduction Act collectively mark a new moment of robust industrial policy. However, these policies are necessarily layered on top of decades of shareholder primacy in corporate governance, in which corporate and financial leaders have prioritized using corporate profits to increase the wealth of shareholders. The Administration and Congress have an opportunity to use industrial policy to encourage a broader reorientation of U.S. businesses away from extractive shareholder primacy and toward innovation and productivity. This Article examines discrete opportunities within the …
Securities Regulation And Administrative Deference In The Roberts Court,
2024
Seattle University School of Law
Securities Regulation And Administrative Deference In The Roberts Court, Eric C. Chaffee
Seattle University Law Review
In A History of Securities Law in the Supreme Court, A.C. Pritchard and Robert B. Thompson write, “Securities law offers an illuminating window into the Supreme Court’s administrative law jurisprudence over the last century. The securities cases provide one of the most accessible illustrations of key transitions of American law.” A main reason for this is that the U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) is a bellwether among administrative agencies, and as a result, A History of Securities Law in the Supreme Court is a history of administrative law in the Supreme Court of the United States as well.
Delegated Corporate Voting And The Deliberative Franchise,
2024
Seattle University School of Law
Delegated Corporate Voting And The Deliberative Franchise, Sarah C. Haan
Seattle University Law Review
Starting in the 1930s with the earliest version of the proxy rules, the Securities and Exchange Commission (SEC) has gradually increased the proportion of “instructed” votes on the shareholder’s proxy card until, for the first time in 2022, it required a fully instructed proxy card. This evolution effectively shifted the exercise of the shareholder’s vote from the shareholders’ meeting to the vote delegation that occurs when the share-holder fills out the proxy card. The point in the electoral process when the binding voting choice is communicated is now the execution of the proxy card (assuming the shareholder completes the card …
Capitalism Stakeholderism,
2024
Seattle University School of Law
Capitalism Stakeholderism, Christina Parajon Skinner
Seattle University Law Review
Today’s corporate governance debates are replete with discussion of how best to operationalize so-called stakeholder capitalism—that is, a version of capitalism that considers the interests of employees, communities, suppliers, and the environment alongside (if not before) a company’s shareholders. So much focus has been dedicated to the question of capitalism’s reform that few have questioned a key underlying premise of stakeholder capitalism: that is, that competitive capitalism does not serve these various constituencies and groups. This Essay presents a different view and argues that capitalism is, in fact, the ultimate form of stakeholderism. As such, the Essay urges that the …
The Esg Information System,
2024
Seattle University School of Law
The Esg Information System, Stavros Gadinis, Amelia Miazad
Seattle University Law Review
The mounting focus on ESG has forced internal corporate decision-making into the spotlight. Investors are eager to support companies in innovative “green” technologies and scrutinize companies’ transition plans. Activists are targeting boards whose decisions appear too timid or insufficiently explained. Consumers and employees are incorporating companies sustainability credentials in their purchasing and employment decisions. These actors are asking companies for better information, higher quality reports, and granular data. In response, companies are producing lengthy sustainability reports, adopting ambitious purpose statements, and touting their sustainability credentials. Understandably, concerns about greenwashing and accountability abound, and policymakers are preparing for action.
In this …
Table Of Contents,
2024
Seattle University School of Law
Table Of Contents, Seattle University Law Review
Seattle University Law Review
Table of Contents
The Marijuana Insurgency: Federalism And Social Reframing In Policy Reform,
2024
Seattle University School of Law
The Marijuana Insurgency: Federalism And Social Reframing In Policy Reform, Matthew P. Cavedon
Seattle University Law Review
After fifty years of federal prohibition, marijuana reform efforts have won political and legal success. These victories hold lessons for anyone seeking to resist federal law without being able to directly affect it.
Victory can come from reframing an issue. For marijuana reform, social reframing—not formal legal analysis or material factors—provides the best explanation for how advocates achieved change. Their unconventional political tactics, akin to those used by insurgents in wartime, undercut federal prohibition by winning hearts and minds.
This is an analysis of the sociology of legal change. It is also the story of how ordinary Americans retook personal …
What Is In Your Tampon? Increasing Transparency In Menstrual Products,
2024
Seattle University School of Law
What Is In Your Tampon? Increasing Transparency In Menstrual Products, Elianna Spitzer
Seattle University Law Review
The average person who menstruates will bleed for an average of five days, every twenty-four to thirty-eight days, over several decades and could use thousands of disposable menstrual products in their lifetime. Menstrual products line retail shelves. They can be found in homes, bags, and bodies—but until 2021, manufacturers were not required to disclose the ingredients used to make these products to consumers at all. In fact, they still are not federally required to disclose menstrual product ingredients on product packaging. Instead, in recent years, changes to menstrual product labels have largely been the result of state legislation. In 2019, …
Innovation Misunderstood,
2024
American University Washington College of Law
Innovation Misunderstood, Maurice E. Stucke, Ariel Ezrachi
American University Law Review
Innovation is transformative and key to future prosperity. It is therefore of no surprise that antitrust laws seek to promote it. What is surprising, however, is that despite the central role that innovation occupies in competition cases, its actual treatment by the courts is far from nuanced. In this paper, we reflect on the D.C. Circuit’s 2023 ruling in New York v. Meta to illustrate the prevailing monocular vision adopted by the court in its treatment of innovation. That vision, we argue, reflects simplistic assumptions as to innovation dynamics and mistaken beliefs about the digital economy. It is further compounded …
The Failure Of "Quick Look" Analyses Of Antitrust Claims,
2024
American University Washington College of Law
The Failure Of "Quick Look" Analyses Of Antitrust Claims, Jonathan Berman
American University Business Law Review
Before courts can determine whether a defendant may have violated antitrust laws, they must first select the appropriate mode of analysis: the fact-intensive rule of reason, summary condemnation under the per se rules, or a quick look analysis. “Quick look” is intended to shorten and simplify inquiries into conduct that does not fall under the per se rules but that nonetheless has obvious anticompetitive effects.
The quick look doctrine, however, has failed to streamline antitrust litigation, and the related caselaw has failed to develop concrete or usable rules. Despite decades of litigation, the quick look doctrine remains of dubious legal …
Behaviour Of Creditors And Involved Stakeholders In Corporate Insolvency Resolution Process (Cirp) In India: An Economic Perspective,
2024
Gujarat National Law University
Behaviour Of Creditors And Involved Stakeholders In Corporate Insolvency Resolution Process (Cirp) In India: An Economic Perspective, Hiteshkumar Thakkar, Pranay Agarwal, Randall K. Johnson
Faculty Works
IBC has long clarified its purpose of achieving efficiency in the resolution procedure along with the welfare of the stakeholders. In order to achieve it, the code introduced Corporate Insolvency Resolution Process (CIRP) as a group solution mechanism in insolvency cases. While there is a plethora of studies focusing on the procedural and substantive working of the process, its influence over the behaviour and conduct of the stakeholders and its impact on its success has been ignored. Through this study, the author aims to develop a comprehensive economic model to explain the impact of CIRP on the creditor’s behaviour and …
Discretionary Investing By 'Passive' S&P 500 Funds,
2024
University of Florida Levin College of Law
Discretionary Investing By 'Passive' S&P 500 Funds, Peter Molk, Adriana Z. Robertson
UF Law Faculty Publications
So-called passive index funds—investment funds that are designed to track a pre-specified underlying index—have become a dominant force in the investing landscape, collectively controlling over $12 trillion in assets. It is widely assumed that these funds are obligated to follow their underlying index, and that fund managers cannot, or do not, select portfolios that deviate from that of the index. As a result, various critics have attacked these funds, including raising concerns about their corporate governance incentives to fears about their influence on market efficiency.
We show that this assumption is overly simplistic both as a matter of law and …
Florida's Homeowners Insurance Problems,
2024
University of Florida Levin College of Law
Florida's Homeowners Insurance Problems, Peter Molk
UF Law Faculty Publications
Floridians have seen dramatically rising homeowners insurance premium increases over the past several years, with year-over-year increases of forty percent or more over multiple years. The problem grew so severe that the State legislature convened a special session in 2022 to address the problem, ultimately passing several efforts designed to moderate rates. This Article reviews the evidence of Florida’s experience to interrogate why the State has suffered disparately high homeowners insurance premium increases. In light of this interrogation, I critically assess the prospects for the recent legislative efforts and other suggestions to address the underlying problems. Reform efforts predominantly address …
