Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Fine Arts Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

10,525 Full-Text Articles 9,294 Authors 5,097,474 Downloads 231 Institutions

All Articles in Fine Arts

Faceted Search

10,525 full-text articles. Page 146 of 408.

In The Landscape Of Her Life, Susan M. Sinitiere 2022 The University Of Montana

In The Landscape Of Her Life, Susan M. Sinitiere

Graduate Student Theses, Dissertations, & Professional Papers

To reconcile perceptions of female expectations in light of realistic outcomes, the idealized domestic space where formality and dilapidation coexist with botanicals is the aesthetic of the autobiographical context of Seeds Once Sown. The ‘home’ melds together an acknowledgement of matriarchal influence that formed my identity as a homemaker and mother, but also serves as a place of independent contemplation on a mid-life passage through a seasonal change of life, now separate from domestic adherences.


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากพฤติกรรมหิวแสง, กนกโฉม สุนทรสีมะ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากพฤติกรรมหิวแสง, กนกโฉม สุนทรสีมะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาพฤติกรรม “หิวแสง” และนำข้อมูลมาสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากพฤติกรรม “หิวแสง” โดยใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงคุณภาพและงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ที่มีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ การสัมมนา สื่อสารสนเทศ เกณฑ์การสร้างมาตรฐานการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์สังเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดง โดยแบ่งออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ 1 จุดเริ่มต้นของการ “หิวแสง” องก์ 2 การได้รับแสง และองก์ 3 การรักษาแสง 2) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาแบบการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (Everyday Movement) ตามหลักนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ ลีลานาฏยศิลป์ไทยตามแบบแผน การด้นสนและการทำซ้ำ 3) การคัดเลือกนักแสดง ไม่จำกัดเพศ ใช้นักแสดงที่มีความสามารถทางด้านนาฏยศิลป์ไทย และความสามารถที่หลากหลาย 4) อุปกรณ์การแสดง ใช้อุปกรณ์ที่สอดคล้องกับบทการแสดง มีความเหมาะสม และเน้นการสื่อความหมาย 5) เสียงและดนตรีประกอบการแสดง ประพันธ์ขึ้นใหม่โดยใช้ดนตรีไทย สลับกับเสียงที่มีบรรยากาศในการนำเสนอการตัดต่อข่าว 6) เครื่องแต่งกาย ออกแบบเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมตามบทการแสดงโดยใช้สัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมาย และการแต่งกายตามบทบาทของตัวละคร 7) พื้นที่แสดง ออกแบบโดยใช้พื้นที่ห้องโล่งสี่เหลี่ยมเป็นพื้นที่การแสดง 8) แสง ใช้แสงที่สื่อความหมายและสะท้อนอารมณ์ตามบทการแสดง นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้คำนึงถึงแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์ผลงาน โดยคำนึงถึงแนวคิดที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1) การคำนึงถึงพฤติกรรม “หิวแสง” 2) การคำนึงถึงการสะท้อนปัญหาสังคม 3) การคำนึงถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ 4) การคำนึงถึงการสื่อสารกับผู้ชม 5) การคำนึงถึงการใช้สัญลักษณ์ในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ และ 6) การคำนึงถึงทฤษฎีทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องและตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยทุกประการ


การออกแบบเรขศิลป์ สื่อคำสอนหลวงปู่โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม, จักรกริศน์ บัวแก้ว 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การออกแบบเรขศิลป์ สื่อคำสอนหลวงปู่โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม, จักรกริศน์ บัวแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สื่อคำสอนหลวงปู่โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งมีการดำเนินงานวิจัย คือ 1. ศึกษาข้อมูลจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในเรื่องคำสอนของหลวงปู่โต จากผู้เชี่ยวชาญด้านคำสอน 2. ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเรื่องของสื่อนิยายภาพที่ได้รับรางวัล 3. วิเคราะห์คำสอนของหลวงปู่โต ร่วมกับสื่อกลุ่มตัวอย่างนิยายภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านคำสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านเรขศิลป์ และด้านภาพประกอบเรื่อง เป็นจำนวน 2 ระยะ 4. คัดกรองกลุ่มตัวอย่างนิยายภาพจากเกณฑ์ของ Krejcie & Morgan และวิเคราะห์ร่วมกับแนวคิดในการออกแบบ 4 แนวคิด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการนิเทศศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเรขศิลป์ และด้านภาพประกอบ 5. เรียบเรียงเนื้อเรื่องเพื่อสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบ และตรวจสอบโดยกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม ผลสรุปงานวิจัยพบว่าสามารถระบุคำสอนหลักของหลวงปู่โต พรหมรังสีได้ 4 เรื่อง คือ 1.เรื่อง “ธรรม”, 2. เรื่อง “การดับทุกข์”, 3. เรื่อง “อุปทาน” และ 4 . เรื่อง “ทางสายกลาง” โดยสามารถใช้เป็นแนวทางการออกแบบเรขศิลป์ร่วมกับข้อสรุปจาก 4 แนวคิดได้ ประกอบด้วย 1. ทฤษฎีการเล่าเรื่อง (Storytelling) จำนวน 6 แนวทาง, 2. ทฤษฎีภาพประกอบเรื่อง (Illustration) จำนวน 6 แนวทาง, 3. ทฤษฎีการจัดองค์ประกอบภาพ (Composition) จำนวน 6 แนวทาง และ 4. ทฤษฎีการออกแบบตัวละคร (Character Design) จำนวน 6 แนวทาง ซึ่งสามารถสร้างความน่าสนใจ และสามารถดึงดูด จากการทดสอบกลุ่มเป้าหมายกลุ่ม Digital Native ได้เป็นอย่างดี


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : อนุภาพสีสันเสียงสังเคราะห์แห่งยูโทเปียสำหรับอิเล็กทริกเบสและนิทรรศน์เสียงอะคูสติกอองซอมเบิล, กานต์ บุณยเกียรติ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : อนุภาพสีสันเสียงสังเคราะห์แห่งยูโทเปียสำหรับอิเล็กทริกเบสและนิทรรศน์เสียงอะคูสติกอองซอมเบิล, กานต์ บุณยเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: อนุภาพสีสันเสียงสังเคราะห์แห่งยูโทเปียสำหรับอิเล็กทริกเบส และนิทรรศน์เสียงอะคูสติกอองซอมเบิล เป็นบทประพันธ์เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือยูโทเปีย สัดส่วนทองคำ ลำดับเลขฟีโบนัชชี ผสมผสานแนวคิดทฤษฎีดนตรีตะวันตก พร้อมทั้งการนำความซาบซึ้งในศิลปะคิวบิสม์ของผู้ประพันธ์มาสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างมิติสีสันเสียงให้กับบทประพันธ์ อีกทั้งการนำลักษณะเฉพาะของอิเล็กทริกเบสในด้านเทคนิคมาเป็นองค์ประกอบในแนวทำนอง และจังหวะ เพื่อสร้างความโดดเด่น ผู้ประพันธ์กำหนดให้อิเล็กทริกเบสบรรเลงร่วมกับวงอะคูสติกอองซอมเบิล บทประพันธ์แบ่งออกเป็น 4 ท่อนได้แก่ The Paradoxical One, The Fibonacci Sequence, The Iconic และ Cubism ซึ่งในท่อนที่ 1 และ 2 ผู้ประพันธ์ตีความ และสังเคราะห์จากบริบทในหนังสือยูโทเปีย สัดส่วนทองคำ และลำดับเลขฟีโบนัชชี ผสมผสานกับความซาบซึ้งในศิลปะคิวบิสม์มาสร้างสรรค์โดยการใช้รูปโครงหน้าของผู้ประพันธ์เพื่อสร้างลักษณะเฉพาะตัว ท่อนที่ 3 ผู้ประพันธ์นำเสนอทฤษฎีดนตรีตะวันตก ผสมผสานกับแนวทำนองเพลงพื้นบ้านไทย สุดท้ายในท่อนที่ 4 ผู้ประพันธ์ได้นำแนวความคิดจากท่อนที่ 1 และ 2 กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ประพันธ์ในท่อนจบ บทประพันธ์เพลงชุดนี้มีผู้บรรเลง 7 คนประกอบด้วยกลอง เปียโน ทรอมโบน อัลโตแซกโซโฟน โซปราโนแซกโซโฟน และทรัมเป็ต มีการบันทึกโน้ตด้วยโปรแกรม Sebelius มีความยาว 30 นาทีโดยประมาณ จากนั้นได้นำผลงานออกแสดงสู่สาธารณะ สื่อออนไลน์ และระดับนานาชาติ


การประพันธ์บทเพลงชุดพระพุทธบาทปูชิตชลบุรี, กิตติภัณฑ์ ชิตเทพ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การประพันธ์บทเพลงชุดพระพุทธบาทปูชิตชลบุรี, กิตติภัณฑ์ ชิตเทพ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่องการประพันธ์บทเพลงชุดพระพุทธบาทปูชิตชลบุรี เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามูลบทเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทในจังหวัดชลบุรี และประพันธ์บทเพลงชุดพระพุทธบาทปูชิตชลบุรี ผลการศึกษาปรากฏพบรอยพระพุทธบาทในวัดพระอารามหลวงจำนวน 6 วัด ได้แก่ วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง วัดบางพระวรวิหาร วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร วัดชัยมงคล พระอารามหลวง และวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร รอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดคือรอยพระพุทธบาทที่อัญเชิญมาจากเมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย เชื่อว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.500 การประพันธ์บทเพลงชุดพระพุทธบาทปูชิตชลบุรีได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ ลักษณะเฉพาะ ประเพณี เอกลักษณ์ชาติพันธุ์และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประพันธ์ขึ้นตามหลักดุริยางคศิลป์ไทยด้วยวิธีการยืดยุบทำนอง ทำนองเพลงต้นราก และประพันธ์แบบอัตโนมัติ เพลงแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรก ทิ้กท้อบ่วงหุกส่วย ประกอบด้วย เพลงโล้เตี่ยจิว เพลงรัวจีน เพลงขึ้นฝั่ง และเพลงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ช่วงที่สอง เพลงไป่โล่วโก้ และช่วงที่สาม พระพุทธบาทปูชิต ประกอบด้วยเพลงศรีสมุทรสมโภช เพลงรุ่งโรจน์ศรีพโล เพลงธเรศนครอินทร์ เพลงฉิ่งนิมิตบางพระ เพลงพุทธชัยมงคล เพลงภูมิพลเฉลิมชัย และจบด้วยทำนองเพลงรัวพระพุทธบาทปูชิต เป็นการบูรณาการความรู้ด้านดุริยางคศิลป์ไทยกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น ความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและเผยแพร่เป็นอนุสรณ์ถึงสถานที่สำคัญ ช่วยน้อมนำจิตให้เกิดกุศลเป็นมิ่งมงคลตามคติความเชื่อของรอยพระพุทธบาท


การออกแบบโฆษณายั่วยุสำหรับการรณรงค์เพื่อสังคม, ณวัฒน์ อินทอง 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การออกแบบโฆษณายั่วยุสำหรับการรณรงค์เพื่อสังคม, ณวัฒน์ อินทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อหาแนวทางในการออกแบบโฆษณายั่วยุสำหรับการรณรงค์เพื่อสังคม 2) เพื่อหาวิธีประยุกต์ใช้แนวทางการออกแบบโฆษณายั่วยุสำหรับการรณรงค์เพื่อสังคม โดยมีวิธีวิจัยคือ 1.ทำการรวบรวมชิ้นงานโฆษณาแนวทางปฎิบัติอันเป็นเลิศจาก2สถาบันคือ D&AD และ The One Show ปี พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 203 ชิ้น ทำการตรวจสอบคุณสมบัติชิ้นงานที่ใช้ศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญโดยการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม จากนั้น 2.ผู้วิจัยศึกษาและรวบรวมข้อมูลแนวคิดการยั่วยุอารมณ์เพื่อกำหนดคำสำคัญจากร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเพื่อสร้างเครื่องมือที่1 สำหรับคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างภาพโฆษณาที่มีลักษณะยั่วยุอารมณ์ 3. ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา และ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อประชาสัมพันธ์ จากนั้น 4. ผู้วิจัยนำกลุ่มตัวอย่างจำนวน 63 ชิ้นมาวิเคราะห์ร่วมกับแนวคิดการออกแบบโฆษณา 6 แนวคิดได้แก่ 1) กลยุทธ์การสร้างสรรค์สารโฆษณา 2) แนวคิดจุดจับใจในงานโฆษณา 3) การนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ 4) แนวคิดด้านการออกแบบเรขศิลป์ 5) แนวคิดรูปแบบการสร้างสรรค์ภาพ 6) แนวคิดวิธีการเล่าเรื่อง 5. นำผลวิเคราะห์ไปตรวจสอบความถูกต้องของการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม และสัมภาษณ์เชิงลึก ผลสรุปงานวิจัยพบว่าคำสำคัญของการยั่วยุอารมณ์มีทั้งหมด 12 คำ การใช้กลยุทธ์การสร้างสรรค์สารโฆษณา คือ 1) สารประเภทอารมณ์ 2) สารประเภทการอ้างเหตุผลสนับสนุน 3) สารประเภทการใช้ข้อมูล แนวคิดจุดจับใจในงานโฆษณา คือ 1) จุดจับใจความกลัว 2) จุดจับใจอารมณ์ 3) จุดจับใจทางเพศ แนวคิดการนำเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์คือ 1) รูปแบบการสร้างอารมณ์ร่วมให้รู้สึกตื้นตัน เศร้าใจ 2) รูปแบบการอุปมาอุปไมย 3) คำให้การและคำรับรอง แนวคิดวิธีการเล่าเรื่องคือ 1) รูปแบบการเริ่มต้นด้วยความผิดพลาด 2) รูปแบบการเริ่มต้นด้วยประโยคที่สร้างความสนใจและแรงบันดาลใจ 3) รูปแบบการเล่าเปิดประเด็นไว้แล้วนำเสนอเรื่องอื่น แนวคิดการนำเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ และ แนวคิดวิธีเล่าเรื่อง แนวคิดด้านการออกแบบเรขศิลป์ คือ 1) รูปแบบการก้าวเข้าสู่สีเอกรงค์ 2) รูปแบบการใช้ภาพถ่ายและภาพวาดร่วมกัน 3) รูปแบบและพื้นผิว แนวทางการใช้แนวคิดรูปแบบการสร้างสรรค์ภาพ คือ 1) รูปแบบภาพการใช้รูปแบบ …


ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : "ราชมงคลอีสาน ซิมโฟนีออร์เคสตรา" จิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมอุดรบูรพา, ดารณี เปลื้องสันเทียะ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : "ราชมงคลอีสาน ซิมโฟนีออร์เคสตรา" จิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมอุดรบูรพา, ดารณี เปลื้องสันเทียะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์: “ราชมงคลอีสานซิมโฟนีออร์เคสตรา” จิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมอุดรบูรพา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบแนวความคิดเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอีสาน ให้กับวงราชมงคลอีสานซิมโฟนีออร์เคสตรา และสร้างสรรค์บทเพลงที่มีการการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดนตรีพื้นถิ่นอีสานและดนตรีตะวันตกได้อย่างเหมาะสม ในรูปแบบดนตรีร่วมสมัย โดยใช้หลักทฤษฎีและเทคนิคดนตรีตะวันตกเป็นหลัก ในการเรียบเรียงเสียงประสาน การเคลื่อนที่ของคอร์ดได้เหมาะสม และการใช้เทคนิคการด้นสด เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับบทเพลงและความน่าสนใจให้กับเครื่องดนตรีพื้นถิ่นอีสาน เป็นต้น การสร้างสรรค์ผลงานนำเสนอให้รูปแบบ จำนวน 7 บทเพลง ได้แก่ 1.เพลงโคราชต้อนรับ 2. เพลงเดือนหงายที่ริมโขง 3. เพลงตามรักที่ธาตุหลวง 4. เพลงพี่เกี้ยวไม่เป็น 5. เพลงส้มตำ 6. เพลงสาวอีสานรอรัก 7.เพลงเต้ยโขง ความยาวประมาณ 40 นาที บรรเลงโดยวงออร์เคสตราผสมผสานการเดี่ยวเครื่องดนตรีพื้นถิ่นอีสาน


การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ : พระธาตุดอยตุง, ตั้งปณิธาน อารีย์ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ : พระธาตุดอยตุง, ตั้งปณิธาน อารีย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: พระธาตุดอยตุง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามูลบทที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาตำนานและรูปแบบการสร้างพระธาตุดอยตุงและนำมาเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: พระธาตุดอยตุง ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลทางด้านเอกสาร ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม ข้อมูลสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดโครงสร้างของบทเพลงและสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า แนวคิดในการประพันธ์มี 5 แนวคิด 1) ฐานและองค์เจดีย์ 2) กระสวนทำนองบูชาพระธาตุ 3) การสร้างสำเนียงลาวจก 4) การสร้างพระธาตุคู่กันสององค์ 5) พิธีกรรมทางศาสนา สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงบันดาลใจนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์แบ่งเป็น 4 ช่วง คือ ช่วงที่ 1) ปฐมศรัทธาสมโภช ประกอบด้วย เกริ่นพระธาตุดอยตุงปฐมบทต่อด้วยจ๊อยตำนานพระธาตุดอยตุง เพลงปรากฏนาคพัน เพลงศุทธิ์สรรค์ศรัทธา ช่วงที่ 2) เรืองโรจน์รังสฤษฎ์ ประกอบด้วยเพลงอชุตราชสถาปนา เพลงลาวจกบริบาล เพลงศานต์จิตบูชาพระรากขวัญ เพลงรังสรรค์เคียงสถาพร ช่วงที่ 3) เพริศพิศบูชา ประกอบด้วยเพลงแห่น้อยดอยตุง ช่วงที่ 4) เทวารักษ์พระธาตุดอยตุง ประกอบด้วยเพลงเทวาประชารักษ์นิรันดร์ โดยการประพันธ์ใช้ลักษณะการสร้างสำเนียงเพลงและใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างทำนองเพลงขึ้นใหม่ อาศัยเพลงต้นรากและการประพันธ์โดยอัตโนมัติ สร้างสรรค์หน้าทับขึ้นใหม่ บทเพลงใช้โครงสร้างเสียงกลุ่มเสียงปัญจมูล บันไดเสียงเพียงออบน บันไดเสียงเพียงออล่าง บันไดเสียงชวา มีการสร้างสรรค์รูปแบบการประสมวงกลองชาติพันธุ์ที่พบบริเวณพระธาตุดอยตุงคือ กลองตึ่งนง กลองตะลดปด กลองเต่งถิ้ง กลองมองเซิง กลองยาวลาหู่ วงสะล้อซอซึง วงป้าดก๊อง เพื่อดำเนินทำนองสร้างสำเนียงเสียงให้เกิดอรรถรสของบทเพลงและเติมเต็มจินตภาพของพระธาตุดอยตุงให้สมบูรณ์


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : อานุภาพเสียงแห่งอุปราคาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงเครื่องกระทบ, พนัส ต้องการพานิช 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : อานุภาพเสียงแห่งอุปราคาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงเครื่องกระทบ, พนัส ต้องการพานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: อานุภาพเสียงแห่งอุปราคาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงเครื่องกระทบ เป็นงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ของศาสตร์ดนตรีตะวันตก ที่ประพันธ์เกี่ยวข้องกับการเกิดสุริยุปราคาและการเกิดจันทรุปราคา ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการหมุนของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ จนเกิดปรากฏการณ์เป็นแสงเงาในรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งยังรวมถึงความเชื่อของชาวไทยในสมัยโบราณที่มักจะเข้าใจว่าปรากฏการณ์ทั้งสองนี้คือการเกิดลางร้าย เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุโศกนาฏกรรม จากที่เทพองค์หนึ่งชื่อว่า “ราหู” มีความโกรธแค้นพระอาทิตย์และพระจันทร์ จึงไล่อมพระอาทิตย์และพระจันทร์ส่งผลให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยผู้วิจัยได้ดึงลักษณะความสำคัญของปรากฏการณ์นี้ออกมาเป็น สี่ประเด็นเพื่อใช้ในการสร้างสรรค์บทเพลง ได้แก่ ดาร์กเนสแอทนูน: ตำนานของดวงอาทิตย์, ภีนัมบา: เงามัว, บลัดมูน: แสงจันทร์สีเลือด และ ราหู: เทพแห่งเงา


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “อู่ฮั่น” ตำนานชัยชนะแห่งมนุษยชาติสำหรับวงแจ๊สอองซอมเบลอร่วมสมัย, พุทธพร ลี้วิเศษ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “อู่ฮั่น” ตำนานชัยชนะแห่งมนุษยชาติสำหรับวงแจ๊สอองซอมเบลอร่วมสมัย, พุทธพร ลี้วิเศษ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทประพันธ์เพลงดุษฎีนิพนธ์: “อู่ฮั่น” ตำนานชัยชนะแห่งมนุษยชาติสำหรับวงแจ๊สอองซอมเบลอร่วมสมัย ประพันธ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมบทประพันธ์เพลงบทใหม่ ซึ่งตีความจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในประเทศไทย โดยเป็นการนำเรื่องราวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในช่วงต่างๆ ของประเทศไทยมาถอดความเพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นบทประพันธ์ที่มีสำเนียง ลีลาสีสัน และถ่ายทอดความรู้สึกในรูปแบบดนตรีแจ๊สร่วมสมัย โดยบูรณาการแนวคิดของดนตรีแจ๊ส ดนตรีคลาสสิก และดนตรีร่วมสมัย รวมถึงใช้เทคนิคการประพันธ์ต่างๆ และการถอดสัญญะของบทเพลง ได้แก่ เพลง ช้าง แสดงถึง ประเทศไทย เพลง ธรณีกรรแสง เป็นตัวแทนความโศกเศร้า มาเป็นวัตถุดิบในการประพันธ์ บทประพันธ์เพลงนี้มีความยาวโดยรวมประมาณ 40 นาที ประกอบด้วย 5 บทเพลง ได้แก่ บทประพันธ์เพลงที่ 1 The Attack: BKK 3/26/2020 แสดงถึงจุดเริ่มต้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา 2019 ในประเทศไทย ประพันธ์เพลงที่ 2 The Chaos แสดงถึงความแตกตื่นของผู้คน บทประพันธ์เพลงที่ 3 The Sacrificing แสดงถึงความเสียสละและความสูญเสียที่เกิดขึ้น บทประพันธ์เพลงที่ 4 Time of the Black Shadow สะท้อนถึงความมืดมนของประเทศจากการระบาดแพร่ของไวรัสโคโรนา 2019 หลายระลอก และ บทประพันธ์เพลงที่ 5 Rising of the Heroes แสดงถึงความยืนหยัดต่อสู้และสุดท้ายเราได้ผ่านพ้นไป การนำเสนอบทประพันธ์เพลงประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดอย่างสมบูรณ์ เป็นผลงานวิชาการทางด้านการประพันธ์เพลงที่ผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ทางดนตรีร่วมกับการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากนิทรรศการผลงานทางนาฏยศิลป์ของ นราพงษ์ จรัสศรี, ภัคคพร พิมสาร 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากนิทรรศการผลงานทางนาฏยศิลป์ของ นราพงษ์ จรัสศรี, ภัคคพร พิมสาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากนิทรรศการผลงานทางนาฏยศิลป์ของนราพงษ์ จรัสศรี มีวัตถุประสงค์เพื่อหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังการสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ด้วยรูปแบบการวิจัยเชิงสร้างสรรค์และเชิงคุณภาพ ที่มีกระบวนการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ สื่อสารสนเทศ การสัมมนาประสบการณ์ของผู้วิจัย เกณฑ์มาตรฐานศิลปิน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์มีองค์ประกอบ 8 ประการ ได้แก่ 1) การออกแบบบทการแสดง จากแก่นเรื่อง “การเดินทางสู่ความสำเร็จ” ด้วยวิธีการเล่าเรื่อง (Storytelling) และการใช้เทคนิคแบบปะติด (Collage) นำไปสู่ความเป็นเลิศทั้ง 3 ประการของนราพงษ์ จรัสศรี ประกอบด้วย ในฐานะนักแสดง นักออกแบบสร้างสรรค์และนักวิชาการ โดยแบ่งออกเป็น 2 องก์การแสดง ประกอบด้วย องก์ 1 มี 5 ฉาก และองก์ 2 มี 5 ฉาก 2) การคัดเลือกนักแสดง เป็นผู้ที่มีทักษะทางด้านศิลปะการละครเป็นหลัก ประกอบทักษะทางด้านนาฏยศิลป์ 3) การออกแบบลีลานาฏยศิลป์ มีการใช้ลีลานาฏยศิลป์ไทย บัลเลต์ การเต้นแจ๊ส นาฏยศิลป์ร่วมสมัย นาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ด้วยการใช้ลีลาท่าทางในกิจวัตรประจำวัน (Everyday Movement) ลีลาการด้นสด (Improvisation) และการเต้นแบบสมัยนิยม อาทิ การเต้นป๊อปปิ้ง (Popping) และการเต้นฮิปฮอป (Hiphop) ในรูปแบบนาฏยการแสดง (Dance Theatre) มาบูรณาการกับเส้นทางการสัญจรในการชมนิทรรศการด้วยการจัดวางแบบรูป (Pattern) ทิศทางการเคลื่อนที่ของนักแสดง 4) การออกแบบเสียงและดนตรีที่ใช้ในการแสดง เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยด้วยเสียงขลุ่ย และวัฒนธรรมตะวันตกด้วยแซ็กโซโฟน ประกอบกับเพลงตามยุคสมัยในช่วงชีวิตของนราพงษ์ จรัสศรี และการแต่งเพลงแร็พ (Rap) ขึ้นมาใหม่ที่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้5) การออกแบบอุปกรณ์ประกอบการแสดง แบ่งออกเป็นอุปกรณ์ประกอบการแสดงขนาดใหญ่ที่เคลื่อนย้ายได้ (Set Props) ได้แก่ รองเท้าบัลเลต์ และหนังสือขนาดใหญ่ และอุปกรณ์ประกอบการแสดง (Prop) ได้แก่ รูปภาพ กระเป๋าเดินทาง เก้าอี้ โหลแก้วทรงกระบอก ชิงช้า 6) การออกแบบเครื่องแต่งกายที่เน้นความเรียบง่าย (Simplicity) นำลักษณะเด่นของเครื่องแต่งกายแต่ละประเภทมาสื่อความหมายแทน 7) …


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำพังเพยที่สะท้อนถึงสังคมไทยในปัจจุบัน, มนทิรา มโนรินทร์ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำพังเพยที่สะท้อนถึงสังคมไทยในปัจจุบัน, มนทิรา มโนรินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำพังเพยที่สะท้อนถึงสังคมไทยในปัจจุบัน โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์ สื่อสารสนเทศ การสังเกตการณ์ สัมมนา ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ นำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ผลการวิจัยพบว่าการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำพังเพยที่สะท้อนถึงสังคมไทยในปัจจุบัน มีรูปแบบในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ทั้งสิ้น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดง ออกแบบบทการแสดงโดยวิเคราะห์จากคำพังเพย แบ่งออกเป็น 42 ฉากการแสดง 2) นักแสดง ใช้การคัดเลือกนักแสดงที่มีทักษะในการแสดงที่หลากหลายรวมทั้งรูปร่าง สัดส่วน สีผิว และ เพศ ที่หลากหลายในการแสดง 3) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน การด้นสดตามหลักของนาฏยศิลป์สมัยใหม่และหลังสมัยใหม่ รวมทั้งลีลาการเคลื่อนไหวเชิงละคร 4) เครื่องแต่งกาย ใช้เครื่องแต่งกายที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เป็นต้น และเครื่องแต่งกายที่สามารถสวมใส่ได้ชีวิตประจำวัน 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดงที่พบเห็นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน 6) เสียงและดนตรีประกอบการแสดง เสียงดนตรีรูปแบบบรรเลงในการใช้ประกอบการแสดง 7) ฉากและพื้นที่การแสดง ใช้สถานที่จริงให้มีความสอดคล้องกับบทการแสดง 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติให้มีความสอดคล้องกับบทการแสดง นอกจากนี้พบว่ามีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากคำพังเพย 6 ประการ ได้แก่ 1) คำพังเพย 2) สังคมไทย 3) ความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม 4) ความหลากหลายในงานนาฏยศิลป์ 5) การใช้สัญลักษณ์ในผลงานสร้างสรรค์ 6) แนวคิดทางด้านทัศนศิลป์ นาฏยศิลป์และดุริยางคศิลป์ ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องและตรงตามวัตถุประสงค์ ของการวิจัยทุกประการ


การสร้างสรรค์บทเพลงเทิดพระเกียรติชุด พระแม่อยู่หัวของแผ่นดิน, อนันท์สิทธิ์ การหนองใหญ่ 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

การสร้างสรรค์บทเพลงเทิดพระเกียรติชุด พระแม่อยู่หัวของแผ่นดิน, อนันท์สิทธิ์ การหนองใหญ่

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างสรรค์บทเพลงเทิดพระเกียรติชุด พระแม่อยู่หัวของแผ่นดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการประพันธ์เพลงชุดพระแม่อยู่หัวของแผ่นดินและเพื่อสร้างสรรค์ผลงานด้านดุริยางคศิลป์ไทยในบทเพลงชุด พระแม่อยู่หัวของแผ่นดิน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาข้อมูลเอกสารและสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดุริยางศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า พระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จำแนก 6 ด้านได้แก่ ด้านความมั่นคงของชาติ ด้านการอนามัยและสังคมสงเคราะห์ ด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านศิลปาชีพ ด้านการศึกษา และด้านศิลปวัฒนธรรม วิธีการประพันธ์ยึดหลักการประพันธ์เพลงไทยอันสื่อถึงบทเพลงแห่งความมงคล สื่อพระราชประวัติช่วงต่าง ๆ ใช้กลวิธีบรรเลงลักษณะบรรยายเรื่องราว แบ่งทำนองออกเป็น 4 ช่วง รวม 9 บทเพลง ได้แก่ เพลงแรกแย้ม เพลงพระราชประวัติ 3 ท่อน (ท่อน 1 เสียงของแม่ ท่อน 2 แผ่ไทยผอง ท่อน 3 ชนซาบซึ้ง) เพลงพระราชกรณียกิจ 6 เพลงได้แก่ เพลงแดนดิน เพลงแพทย์หลวง เพลงอนุรักษ์ เพลงสืบศิลป์ เพลงดินสอ เพลงมรดก และส่วนสุดท้ายเป็นช่วงเพลงสรรเสริญ ได้แก่ เพลงพระแม่อยู่หัวของแผ่นดิน โดยมีวิธีการประพันธ์ทำนองเพลง 3 รูปแบบ รูปแบบแรก การนำทำนองต้นรากส่วนหนึ่งของบางเพลง นำมาเป็นทำนองสัญลักษณ์ในการประพันธ์เพลงใหม่ ได้แก่ เพลงกราวรำ สองชั้น เพลงลาวดวงเดือน เพลงเต่ากินผักบุ้ง เพลงเต่าเห่ ประพันธ์ทำนองเพลงใหม่ได้แก่ เพลงแรกแย้ม (เพลงกราวรำ สองชั้น) เพลงพระราชประวัติ ท่อน 1 เพลงเสียงของแม่ (เพลงใกล้รุ่ง) เพลงพระราชประวัติ ท่อน 2 เพลงชนซาบซึ้ง (เพลงเต่าเห่) เพลงขับไม้บัณเฑาะว์ (เพลงดินแดน) เพลงมรดก (เพลงลาวดวงเดือน) และเพลงพระแม่อยู่หัวของแผ่นดิน (เพลงเต่ากินผักบุ้งและเพลงเต่าเห่) รูปแบบที่สอง การอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 ได้แก่ เพลงใกล้รุ่งและเพลงสายฝน มาเป็นต้นรากในการประพันธ์ ได้แก่ เพลงพระราชประวัติ เพลงที่ 1 คือเพลงเสียงของแม่ (เพลงใกล้รุ่ง) และเพลงแพทย์หลวง (เพลงสายฝน) …


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: บทเพลงมหานครสำหรับวงขับร้องประสานเสียงและออร์เคสตรา, เกื้อกูล เดชมี 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: บทเพลงมหานครสำหรับวงขับร้องประสานเสียงและออร์เคสตรา, เกื้อกูล เดชมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: บทเพลงมหานครสำหรับวงขับร้องประสานเสียงและออร์เคสตรา ประพันธ์ขึ้นจากแรงบันดาลใจที่มีต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นมหานครและเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งเป็นเมืองที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง และเป็นศูนย์กลางความเจริญของประเทศไทย สำหรับบทประพันธ์นี้ ผู้วิจัยได้เลือกที่จะประพันธ์โดยนำเสนอย่านเมืองต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครที่ผู้วิจัยสนใจ หรือได้รับแรงบันดาลใจ โดยนำเสนอในมุมมองที่แตกต่างกัน เช่นในแง่ของประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตในอดีตและปัจจุบัน ปัญหาสังคม เหตุการณ์ทางการเมือง รวมไปถึงตำนานของสถานที่นั้น ๆ จนสร้างสรรค์ออกมาเป็นบทประพันธ์ 7 กระบวน ได้แก่ เจริญกรุง ดาวคะนอง สาทร พาหุรัด ข้าวสาร ท่าเตียน และราชดำเนิน โดยผู้วิจัยเป็นผู้ประพันธ์ทั้งดนตรีและคำร้องทั้งหมด โดยใช้องค์ความรู้ดนตรีที่มีอยู่เดิม และจากการศึกษาบทประพันธ์อื่นเพิ่มเติม ทั้ง 7 กระบวนนี้นำเสนอกรุงเทพมหานครในมุมมองที่แตกต่างกัน โดยเจริญกรุงนั้นนำเสนอในด้านประวัติศาสตร์ของถนนสายนี้ ดาวคะนองนำเสนอมุมมองด้านการคมนาคมในกรุงเทพมหานคร สาทรนำเสนอถึงวิถีชีวิตผู้คนในเมือง พาหุรัดนั้นนำเสนอความสนุกสนานในย่านนั้น และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ในขณะที่ข้าวสารนั้น ผู้วิจัยได้นำเสนอปัญหาทางสังคมที่มีอยู่ ท่าเตียนผู้วิจัยได้นำเสนอตำนานพื้นบ้านของท่าเตียน และราชดำเนินนั้นได้นำเสนอเรื่องราวทางการเมืองของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : แสงนิรันดร์อนันตาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงวินด์ออร์เคสตรา, อนันท์พร เอี่ยมชาญบรรจง 2022 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : แสงนิรันดร์อนันตาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงวินด์ออร์เคสตรา, อนันท์พร เอี่ยมชาญบรรจง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสร้างสรรค์ผลงานของวงวินด์ออร์เคสตราที่ผสมผสานกับการใช้เสียงสังเคราะห์ของซินธิไซเซอร์ร่วมกันนั้นยังไม่มีมากมายแพร่หลายมากนักในปัจจุบันซึ่งต่างกับการใช้วงซิมโฟนีออร์เคสตราผสมผสานกับซินธิไซเซอร์ตามที่ได้ยินทั่วไปเช่นบทเพลงประกอบภาพยนตร์ต่าง ๆ โดยดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลงแสงนิรันดร์อนันตาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงวินด์ออร์เคสตรานี้จึงถือได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้กับวงการดนตรีประเภทวงวินด์ออร์เคสตรา และวงการวิชาการดนตรี สามารถเป็นต้นแบบทางดนตรีที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยบทประพันธ์เพลงเป็นการบรรยายจินตนาการของการเดินทางตั้งแต่โลกสู่ห้วงอวกาศ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมการผสมเสียงและสีสันของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลม เครื่องกระทบ และองค์ประกอบของเสียงดนตรีประเภทซินธิไซเซอร์ ให้มีความกลมกลืนกันอย่างลงตัว โดยใช้หลักการทางทฤษฎีและแนวคิดปรัชญาของดนตรีตะวันตกเพื่อพัฒนารูปแบบในการประพันธ์เพลง และสามารถเผยแพร่เป็นองค์ความรู้ใหม่ในศาสตร์ด้านการประพันธ์เพลงและการสร้างสีสันในมิติใหม่ให้กับวงวินด์ออร์เคสตรา ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลงแสงนิรันดร์อนันตาสำหรับซินธิไซเซอร์และวงวินด์ออร์เคสตราประกอบด้วย 4 ท่อน คือ ท่อนที่ 1. เอกโซสเฟียร์ (Exosphere) ท่อนที่ 2. เส้นขอบฟ้าคาร์มัน (Beyond Karman Line) ท่อนที่ 3. หมู่ดาวแห่งกาแล็กซี (Constellations of the Galaxy) และท่อนที่ 4. อนันตาดารานิรันดร์ (Ananta Dara Eternity) มีความยาวประมาณ 30 นาทีและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันในแต่ละท่อนเพลง


Spectrum Of Shit, Hannah Hiaasen 2022 Virginia Commonwealth University

Spectrum Of Shit, Hannah Hiaasen

Theses and Dissertations

Contending with the loss of a parent to a mass shooting in their workplace, a newsroom, I find myself suspended in time, in an office. Post-its, fans, button-ups, snow globes, clipboards, reporters notebooks, scrap paper, jot downs, keyboards hold me up. I crave the comfort of repetitive cumulative hand work. Quilting, weaving, and cutting away help me breathe, haptically process and memorialize these grieving objects, this grieving person. Weed-wacking towards intimacy, my work employs a range of materials to mourn the mundanity of a workday, fantasize transformative justice, and steward embodied grief to the surface. My only speed is slow-- …


Until Its Calmness Can Claim You, Gabrielle McHugh 2022 Virginia Commonwealth University

Until Its Calmness Can Claim You, Gabrielle Mchugh

Theses and Dissertations

This is an invitation to pause //

This is an externalization of my inner landscape, a highlight of what I value in my everyday and what comprises my lexicon of a sacred space. The following is a journey of nets, quiet, the sacred, space, and the in-between; where I share research and questions that are the foundation for my thesis work, Until Its calmness can claim you.

// This is an invitation to find moments of quiet in the noise


Until One Resembles The Other, Chad E. Mundie Jr. 2022 Virginia Commonwealth University

Until One Resembles The Other, Chad E. Mundie Jr.

Theses and Dissertations

A written accompaniment to Chad Mundie’s thesis exhibition titled Until One Resembles the Other, conceived during the years 2021-22 and installed at The Anderson Gallery, Richmond from April 9-22nd.

The following writing explores themes of labor within the home, generational knowledge, interiority, exteriority, and emotional residue through a series of essays surrounding areas of interest within my practice. The writing concludes with documentation of the show and an accompanying explanatory text.


Dregs / Lessons From The Things Around Us, Juan-Manuel Pinzon 2022 Virginia Commonwealth University

Dregs / Lessons From The Things Around Us, Juan-Manuel Pinzon

Theses and Dissertations

The writing in Lessons From the Things Around Us is in support of the work in my MFA thesis show, dregs. I detail the progression of my making and thinking over the last two years. I expand on the material and personal relationships that have manifested themselves in the work and influenced my approach to the things that surround me. Finally, I point to a more expansive definition of Craft, rooted in its material sensibilities, and the possibilities already present in the field that this definition creates.


Defiantly Childlike: Using Aesthetic Resistance To Heal, Sarah K. Reagan 2022 Virginia Commonwealth University

Defiantly Childlike: Using Aesthetic Resistance To Heal, Sarah K. Reagan

Theses and Dissertations

This thesis examines an alternative processing mechanism surrounding the act of healing after traumatic experiences in life. Using a methodology of iterative patterning and tool-pathing, a collection of inflatable garments and wooden mannequins analyzes defense mechanisms learned in early childhood development. This work highlights an essential body of recent scholarship that takes cuteification seriously to restore a childlike approach to mastering fear. This paper will review the definitions of cuteness and childlike humor and then describe how visual culture has implemented these components to subvert established power.


Digital Commons powered by bepress