Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 73111 - 73140 of 658257

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

ประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก, กันตพร สวนศิลป์พงศ์ Jan 2023

ประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก, กันตพร สวนศิลป์พงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ด้วยระเบียบวิธีวิจัยการวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกในชุดคำถามกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยคือผู้เคยมีประสบการณ์การเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกตามเกณฑ์ได้แก่ เป็นการเขียนที่มีลักษณะของการสะท้อน สำรวจ ใคร่ครวญ เกี่ยวกับความคิดความรู้สึก เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และเยียวยาตนเอง และเป็นการเขียนระหว่างที่ได้รับการบำบัดจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จำนวน 6 ราย มีอายุระหว่าง 23-36 ปี ผลการวิจัยแบ่งได้เป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) องค์ประกอบที่ชักนำให้สนใจการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย ความคุ้นเคยกับการเขียนการอ่านและการจดบันทึก การขาด ‘พื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก’ หล่อหลอมให้แสวงหาพื้นที่แสดงออก และ การกระตุ้นที่นำไปสู่การมองหาหนทางเยียวยา 2) ช่องทางและเวลาในการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย เลือกใช้ช่องทางการเขียนที่ตนเองถนัดและตอบโจทย์ความต้องการ เขียนในพื้นที่และเวลาที่ให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว ใช้เวลากับการเขียนอย่างยืดหยุ่นตามระดับความต้องการภายใน 3) รูปแบบวิธีการเขียนและกระบวนการที่ดำเนินไประหว่างการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย บอกเล่าเรื่องราวตามวิถีธรรมชาติของตนเอง เกิดกระบวนการสำรวจ กลั่นกรอง ใคร่ครวญ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวและตนเอง และเกิดความตระหนักรู้จากการ ‘ค้นพบ’ และ ‘มองเห็น’ โลกภายในตนเองได้แจ่มชัด) 4) ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วยผลที่สังเกตได้หลังการลงมือเขียนแต่ละครั้ง และผลเมื่อทำซ้ำจนตกผลึกภายในตนเอง ผลที่สังเกตได้หลังการลงมือเขียนแต่ละครั้ง ได้แก่ ความปลอดโปร่งจากความทุกข์และความอึดอัดที่คลี่คลายลงไป เกิดความตระหนักและยอมรับความรู้สึกตนเองโดยไม่ตัดสิน เกิดความเข้าใจในความเป็นตนเองบนพื้นฐานประสบการณ์ส่วนตัว ตั้งสติและมองเห็นหนทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมแก่ตนเองได้ และรู้สึกอิ่มเอมจากการได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผลเมื่อทำซ้ำจนตกผลึกภายในตนเอง ได้แก่ เกิดสัมพันธภาพและการสื่อสารภายในตนที่มีคุณภาพ เรียบเรียงความคิดความรู้สึกเพื่อสื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีขึ้น รับรู้ถึงอำนาจและพลังการยืนยันภายในตนเอง เห็นความเชื่อมโยงภายในตนจากอดีตสู่ปัจจุบันและรับรู้ศักยภาพในการกำกับดูแลตนเอง และ กลับสู่ความเป็นตัวเองที่แท้ รู้สึกเติมเต็มภายในตนและเข้าใจธรรมชาติชีวิต 5) การรับรู้ประโยชน์ของการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกและการนำไปใช้ ประกอบด้วย เป็นพื้นที่ประคับประคองเยียวยาและทำความเข้าใจตนเองที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เป็นเครื่องมือสื่อสารทดแทนในเรื่องที่ยากหรือลำบากใจจะเอ่ย และ ต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ที่ใช้วัตถุดิบภายในตน งานวิจัยนี้ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกในคนไทยว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการสำรวจและตระหนักรู้ภายในตนเองได้ ผู้สนใจสามารถนำมาใช้ดูแลตนเองเบื้องต้น และนักจิตวิทยาการปรึกษาสามารถนำเครื่องมือนี้มาใช้ประกอบการให้คำปรึกษาเพื่อผลลัพธ์การทำงานร่วมกับผู้รับบริการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


การสำรวจความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตในประเทศไทย, พรพรหม ลิขิตโฆษิตกุล Jan 2023

การสำรวจความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตในประเทศไทย, พรพรหม ลิขิตโฆษิตกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตในประเทศไทยจำแนกตามเพศ ช่วงวัย อาชีพ และประเภทชุมชนที่ปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิต ผู้มีหน้าที่ในการดูแลหรือรักษาบุคคลทั่วไปหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม โดยใช้กระบวนการจิตบำบัดหรือการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 160 คน อายุเฉลี่ย 35.5 ปี (SD = 9.54 ปี) เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ แบบสอบถามความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพที่พัฒนาจากการศึกษาก่อนหน้า จำนวน 78 ข้อ นำผลที่ได้มาหาค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีการของ Cronbach’s Alpha ซึ่งผลที่ได้จากการคำนวณพบว่า ค่าความเที่ยง = .96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่ามี 12 ข้อที่ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณอย่างแน่นอน มี 1 ข้อที่ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่ถูกจรรยาบรรณอย่างแน่นอน และมี 9 ข้อเป็นพฤติกรรมที่ผู้ให้รับบริการทางสุขภาพจิตส่วนใหญ่ตอบว่าไม่รู้หรือไม่แน่ใจ และผลการวิเคราะห์ความแตกต่างพบว่าผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตที่มีเพศ อาชีพ และประเภทชุมชนที่ปฏิบัติงานแตกต่างกันมีความเชื่อทางจรรยาบรรณโดยรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตที่มีช่วงวัยแตกต่างกัน มีความเชื่อทางจรรยาบรรณโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


ประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติของนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดชาวไทยในต่างประเทศ, พิศาลสินท์ กอสนาน Jan 2023

ประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติของนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดชาวไทยในต่างประเทศ, พิศาลสินท์ กอสนาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือ เพื่อศึกษาประสบการณ์การฝึกปฏิบัติในห้องบำบัดของนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดชาวไทยในต่างประเทศ ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นคนไทยที่มีประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ สกอตแลนด์ และสหรัฐอเมริกา จำนวนทั้งหมด 6 คน รวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงกึ่งโครงสร้างเชิงลึกโดยใช้การวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์เชิงตีความ (IPA) เป็นแนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยเน้นสามประเด็นหลัก: (1) ความท้าทายในการฝึกปฏิบัติ (2) การรับมือกับความท้าทายในการฝึกปฏิบัติ และ (3) การพัฒนาส่วนบุคคลและวิชาชีพ จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่านักฝึกหัดที่ปรึกษาชาวไทยเผชิญกับความท้าทายระหว่างการฝึกปฏิบัติในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการบำบัดความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ทั้งกลยุทธ์การรับมือในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาเชิงวิชาชีพและส่วนบุคคล ดังนั้นหลักสูตรจิตวิทยาการปรึกษาควรเตรียมความพร้อมในการเพิ่มศักยภาพและทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาข้ามวัฒนธรรมแก่นักศึกษาจิตวิทยาการปรึกษาและสร้างระบบสนับสนุนที่เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งเชิงบุคคลและเชิงวิชาชีพ


อิทธิพลของการเหนี่ยวนำให้ระลึกถึงพฤติกรรมเชิงศีลธรรมที่มีต่อภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนเเละพฤติกรรมโกง โดยมีความคลุมเครือของสถานการณ์เป็นตัวเเปรกำกับ, ภัทรพงศ์ สุทธิรัตน์ Jan 2023

อิทธิพลของการเหนี่ยวนำให้ระลึกถึงพฤติกรรมเชิงศีลธรรมที่มีต่อภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนเเละพฤติกรรมโกง โดยมีความคลุมเครือของสถานการณ์เป็นตัวเเปรกำกับ, ภัทรพงศ์ สุทธิรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม้จะมีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงให้เห็นปรากฏการณ์การให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลอ้างอิงคุณงามความดีในอดีตเพื่อกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมได้ แต่งานวิจัยใดที่ศึกษากลไกทางจิตวิทยาที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวยังมีน้อย งานวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาพฤติกรรมการให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง และเปรียบเทียบว่าระหว่างแบบจำลองเครดิตทางศีลธรรมและการรับรองทางศีลธรรม กลไกใดที่ช่วยอธิบายการเกิดพฤติกรรมการให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเองได้ดีกว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป จำนวน 177 คน ที่ร่วมทำแบบสอบถามออนไลน์ โดยถูกสุ่มเข้าสู่เงื่อนไขที่ได้รับการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรม หรือ เงื่อนไขควบคุม แล้วตอบมาตรวัดภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตน จากนั้นได้เล่นเกมสุ่มเลขเพื่อรับรางวัลซึ่งมีโอกาสโกงได้ โดยสุ่มผู้เข้าร่วมการทดลอง ครึ่งหนึ่งเข้าสู่สถานการณ์ที่คลุมเครือ ซึ่งไม่มีการย้ำเตือนกติกาการเล่นเกม อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คลุมเครือซึ่งมีการย้ำเตือนกติกาการเล่นเกมอย่างชัดเจน แล้วบันทึกว่าผู้เข้าร่วมการทดลองเล่นเกมเกินที่กติกากำหนดไปกี่ครั้ง จากนั้นตอบมาตรภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนที่แทรกอยู่ในแบบประเมินอีกชุดหนึ่งอีกครั้งหนึ่ง ผลการวิเคราะห์สมมุติฐานที่ 1 ด้วย independent sample t-test พบว่า กลุ่มที่ได้รับการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมมีแนวโน้มที่จะโกงน้อยกว่ากลุ่มควบคุม แต่ความแตกต่างที่พบไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นจึงไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนปรากฏการณ์ให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง ส่วนการทดสอบสมมุติฐานที่ 2 พบว่าอิทธิพลทางทางอ้อมของการเหนี่ยวนำความทรงจำทางศีลธรรมส่งผ่านของภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนไม่มีนัยสำคัญ พบเพียงว่าการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมกระตุ้นให้บุคคลมีภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนที่สูงขึ้น แต่ระดับภาพลักษณ์ทางศีลธรรมไม่สัมพันธ์กับพฤติกรรมโกง ส่วนการวิเคราะห์สมมุติฐานที่ 3 พบว่าความคลุมเครือของสถานการณ์ไม่มีอิทธิพลกำกับอิทธิพลทางอ้อมของการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมที่ส่งผ่านภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนไปยังพฤติกรรมโกง นอกจากนี้ เพื่อทดสอบสมมุติฐานที่ 4 กลไกที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์การให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเองเป็นไปตามแบบจำลองเครดิตทางศีลธรรมหรือแบบจำลองการรับรองทางศีลธรรม ผู้วิจัยนำข้อมูลเฉพาะผู้ที่แสดงพฤติกรรมโกงไปทดสอบความแปรปรวนสามทาง ระหว่าง 2(การเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรม) x 2(ความคลุมเครือของสถานการณ์) และ 2(ช่วงเวลาที่วัดภาพลักษณ์ทางศีลธรรม) ผลพบว่าโดยรวมคะแนนภาพลักษณ์ทางศีลธรรมลดลงหลังจากการโกงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่มีอิทธิพลปฏิสัมพันธ์ตัวใดมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ผลวิเคราะห์อิทธิพลหลักย่อยพบว่า มีเพียงเงื่อนไขที่มีการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมเท่านั้นที่คะแนนภาพลักษณ์ทางศีลธรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่คลุมเครือหรือไม่ แม้จะไม่พบหลักฐานพฤติกรรมการให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง แต่ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า ตัวตนทางศีลธรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อถูกเหนี่ยวนำให้นึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับพฤติกรรมศีลธรรม และการเหนี่ยวนำความทรงจำเกี่ยวกับพฤติกรรมศีลธรรมอาจทำให้บุคคลทำพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมน้อยลง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการออกแบบสถานการณ์หรือการแทรกแซงที่ช่วยลดพฤติกรรมโกงได้


ความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงาน และความผูกพันในงาน โดยมีอายุทางอัตวิสัย และการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านในกลุ่มบุคลากรอาวุโส, มนัส อุ่นใจ Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงาน และความผูกพันในงาน โดยมีอายุทางอัตวิสัย และการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านในกลุ่มบุคลากรอาวุโส, มนัส อุ่นใจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลส่งผ่านของการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการและอายุทางอัตวิสัยต่อความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงานของบุคลากรอาวุโส โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างบุคลากรอาวุโสที่ปฏิบัติงานกับองค์กรเอกชนในประเทศไทย จำนวน 208 คน มีอายุระหว่าง 40 ถึง 65 ปี ใช้แบบสอบถามออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน รวมทั้งการวิเคราะห์สถิติการทดสอบตัวแปรส่งผ่าน ผลการวิจัยพบว่า ความสนุกในสถานที่ทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผูกพันในงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .54, SE = .09, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [.464, .815], p < .01) การเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงาน (β = .10, SE = .04, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [.023, .196]) ในขณะที่ อายุทางอัตวิสัยไม่ใช่ตัวแปรส่งผ่านระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงาน สรุปได้ว่าการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านบางส่วนระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงานในบุคลากรอาวุโส เมื่อความสนุกในสถานที่ทำงานสูงบุคลากรอาวุโสมีแนวโน้มที่จะเกิดการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการและส่งผลไปยังความผูกพันในงานในที่สุด ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับองค์การเพื่อนำไปออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการให้เหมาะสมกับบุคลากรอาวุโส


การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากการสูญสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย, วัฒนะ พรหมเพชร Jan 2023

การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากการสูญสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย, วัฒนะ พรหมเพชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบโมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งการศึกษาอิทธิพลของเหตุปัจจัยที่มีต่อความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 281 คนเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2563 และมีประสบการณ์การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามเพื่อการวิจัยแบบออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้างโดย Program R และ LISREL เวอร์ชั่น 8.72 ผลวิจัยพบว่า โมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 66.07, df = 59, p = .25, GFI = .96, AGFI = .95, RMR = .69, RMSEA = .02) สามารถอธิบายความแปรปรวนของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจได้ร้อยละ 27 โดยที่ปัจจัยสติและการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมมีอิทธิพลทางตรงด้านบวกต่อความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ .32 และ .31 ตามลำดับ การประยุกต์ใช้โมเดลเพื่อการพัฒนาความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากการสูญเสีย ควรส่งเสริมการฝึกสติและสร้างการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมเป็นสำคัญ ส่วนปัจจัยปัญญาควรมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป


Thailand's Tourist Destination Image And Their Intentions To Revisit, Juxin Mou Jan 2023

Thailand's Tourist Destination Image And Their Intentions To Revisit, Juxin Mou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The robust expansion of global tourism, compounded by the pivotal role of modern technology, has intensified competition within the tourism market. This dynamic landscape has prompted nations to focus keenly on the development of tourism and the cultivation of a positive destination image. A strong, appealing image is crucial—it not only draws tourists but also amplifies the destination's competitive edge. Indeed, a favorable destination image can enhance visitors' perceptions, boost their satisfaction, and increase their likelihood to return. In the context of China's soaring economy and rising living standards, the appetite for outbound tourism among Chinese citizens has surged, propelling …


Food Tourism As A Means Of Promoting Food Sustainability: A Case Study Of Street Food In Bangkok, Marissa Soltoff Jan 2023

Food Tourism As A Means Of Promoting Food Sustainability: A Case Study Of Street Food In Bangkok, Marissa Soltoff

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In 2002, the Thai government lauched two gastrodiplomacy initiatives to promote cultural awareness, increase export revenue, and boost tourism by increasing the number and quality of Thai restaurants abroad. These iniatives have been vastly successful and have since been emulated by other countries. This paper builds on the gastrodiplomacy initiatives' success by exploring the possibility of the same methods being applied to promotion of food sustainability. This research addresses the questions surrounding the factors that both enable and risk food sustainability, the sustainability projects currently being pursued in Thailand, any possible link between food sustainability and gastrodiplomacy with regards to …


Bad Genius: An Analysis Of Filmic Representations Of Thailand’S Social Issues And Chinese Viewers’ Perspectives, Shuwen Sun Jan 2023

Bad Genius: An Analysis Of Filmic Representations Of Thailand’S Social Issues And Chinese Viewers’ Perspectives, Shuwen Sun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Bad Genius is a thought-provoking Thai movie that profoundly reflects the modern side of society by telling the story of examination malpractice and social class issues. The purpose of this article is to analyze the social issues involved in the film and explore the criticism of the education system and social injustice. At the same time, the article will introduce the Chinese audience's evaluation of the movie in order to analyze the reasons for its high box office in the Chinese market. By comparing the educational background and social values of Thailand and China, we can better understand why Bad …


Thailand's Role In Asean's Preventive Diplomacy, Usaimeen Waenalai Jan 2023

Thailand's Role In Asean's Preventive Diplomacy, Usaimeen Waenalai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research delves into Thailand's pivotal role in the context of ASEAN's preventive diplomacy efforts, aiming to provide a nuanced understanding of the nation's contributions and challenges in maintaining regional stability and conflict prevention. As a key member of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN), Thailand's diplomatic engagements have significant implications for the collective security of the region. The study employs a multidimensional approach, combining historical analysis, policy evaluation, and case studies to elucidate the evolution of Thailand's preventive diplomacy strategies within the ASEAN framework. The research begins by examining the foundational principles and historical antecedents of preventive diplomacy, …


Assessing The Level Of Participation Of Small Stakeholders In International Water Management Projects For Food Security In Lower Mekong Basin: The Case Of Rice Production In The Khong-Loei-Chi-Mun Project, Pauline Essouri Jan 2023

Assessing The Level Of Participation Of Small Stakeholders In International Water Management Projects For Food Security In Lower Mekong Basin: The Case Of Rice Production In The Khong-Loei-Chi-Mun Project, Pauline Essouri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Khong-Chi-Mun was a partially realized irrigation project in Northeast Thailand under the “Greening Isaan” plan of development. Afterward, the Thai government revived it in 2012 under the new name “Khong-Loei-Chi-Mun” (KLCM) This new mega-project aimed to improve water access to the region to increase agricultural rice production and answer to a rising worldwide food demand. However, the suitability of such a plan for the region was criticized for the lack of integration of local context and knowledge, a situation that could be avoided with the participation of local representation in the decision-making process. This study aimed to assess if …


Unity In Diversity: Exploring Central Thai Speaker’S Attitudes Towards Thai Dialects Through A Linguistic Approach, Tristan Aidan Pennell Jan 2023

Unity In Diversity: Exploring Central Thai Speaker’S Attitudes Towards Thai Dialects Through A Linguistic Approach, Tristan Aidan Pennell

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

At least 60.9% of people in Thailand speak a minority language natively. Despite a history of political nationalism suppressing dialects and minority languages, Thais seem to accept this linguistic diversity. This study explored attitudes of Central Thai speakers towards the main dialects, generally and by comparing two age groups: 18-30 and 45+. A Verbal-Guise technique-based survey gaining 145 respondents was conducted, with 76 of the younger age group and 69 of the older age group. The survey asked Central Thai people to evaluate recordings of three Thai dialects: Northern, North-eastern and Southern. Using Symbolic Domination, a theory analysing power relations …


The Popularity Of Thai Y Series In Japan, Taiki Yamamoto Jan 2023

The Popularity Of Thai Y Series In Japan, Taiki Yamamoto

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The burgeoning popularity of the Thai Y series within Japan presents a captivating case study of cultural diffusion and media influence in the contemporary era. This paper explores the underlying dynamics behind this phenomenon, focusing on the interplay between social media's role in content propagation, the narrative appeal of the series to Japanese audiences, and the unique charm of Thai actors that captivates the same demographic. The research employs a multifaceted approach which incorporates examination of key media platforms, storytelling analysis, interview, and analysis of actors’ appeal. The findings reveal insights into the cultural, and social impact of the Thai …


Cultural Destination Branding For Doi Mae Salong : Stakeholders’ Perspectives, Shu Ma Jan 2023

Cultural Destination Branding For Doi Mae Salong : Stakeholders’ Perspectives, Shu Ma

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study uses qualitative and quantitative methods to propose and develop Doi Mae Salong's destination branding. Here are the research goals: This research aims to: 1) investigate the community identity, destination resources, and significance of Doi Mae Salong ; 2) collect data on Doi Mae Salong's tourism resources and current tourism situation ; 3) identify the stakeholders' destination branding goals for Doi Mae Salong ; and 4) develop Doi Mae Salong's brand based on its resources and stakeholders' perspectives. During the quantitative phase, on-site visitors completed a questionnaire with an IOC score of 0.896 between August 8 and September 8, …


Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong Jan 2023

Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Providing a secured employment system is a sustainable strategy given the context of a rapid population aging in Vietnam when the country is still in the lower-middle income group and a large part of older persons are living in low socioeconomic conditions. This work aims to investigate the situation of older persons’ employment in Vietnam (employing the 2018 and 2020 Vietnam Housing and Living Standard Surveys) and the impact of COVID-19 on their employment and individual coping strategies to overcome employment difficulties (utilizing the 2021 Labour Force Survey). This study finds that older persons with retirement pension, facing health problems, …


เศรษฐศาสตร์การเมืองของการกำหนดนโยบายดึงส่วนเกินและอุดหนุนในภาคเกษตรกรรม : กรณีศึกษาญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย, กัลป์ กรุยรุ่งโรจน์ Jan 2023

เศรษฐศาสตร์การเมืองของการกำหนดนโยบายดึงส่วนเกินและอุดหนุนในภาคเกษตรกรรม : กรณีศึกษาญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย, กัลป์ กรุยรุ่งโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการตอบคำถามว่าเพราะเหตุใดภาครัฐจึงดำเนินนโยบายที่มีผลทำให้เกิดการถ่ายโอนทรัพยากรระหว่างภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร เนื่องจากนโยบายการถ่ายโอนทรัพยากรระหว่างภาคการผลิตส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำระหว่างคนเมืองและคนชนบท โดยศึกษาจากประสบการณ์ในประเทศพัฒนาทีหลังในภูมิภาคเอเชียที่ปลูกข้าวเป็นพืชหลักอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย เมื่อใช้กรอบการวิเคราะห์กระบวนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรังสรรค์ ธนะพรพันธ์ ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยทางการเมืองและทุนนิยมโลกในการกำหนดนโยบาย เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ภาครัฐผลักดันนโยบายที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา จะพบว่าในช่วงเวลาที่ทั้ง 3 ประเทศมี “ระบบการเมืองแบบอำนาจนิยม” และ “ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ” ภาครัฐจะผลักดันนโยบายดึงส่วนเกินออกจากภาคเกษตรเพื่อนำไปส่งเสริมการเจริญเติบโตในภาคเมือง โดยที่ชาวนาผู้เสียผลประโยชน์จากนโยบายไม่มีอำนาจในการคัดค้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ของทั้ง 3 ประเทศเปลี่ยน “ระบบการเมืองกลายเป็นแบบกระจายอำนาจมากขึ้น” และ “สูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านอาหาร” ภาครัฐจะเปลี่ยนไปผลักดันนโยบายอุดหนุนในภาคเกษตรเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารและซื้อใจชาวนาให้มาสนับสนุนอำนาจของตน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ หันมาดำเนินนโยบายอุดหนุนในภาคเกษตร ประเทศไทยกลับมีระดับการอุดหนุนที่ต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ เนื่องมาจาก “ชาวนาไทยมีอำนาจต่อรองต่ำ” ไม่มีอำนาจกำหนดชัยชนะในการเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ภาครัฐจึงไม่มีแรงจูงใจในการการอุดหนุนในระดับสูงเพื่อดึงให้ชาวนามาเป็นพันธมิตรทางการเมือง นอกจากนี้ “ประเทศไทยไม่ได้เผชิญปัญหาความมั่นคงทางอาหารรุนแรง” ยังมีผลผลิตพอเพียงหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ ภาครัฐของไทยจึงไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินนโยบายอุดหนุนในภาคเกษตรในระดับสูงเพื่อผลักดันให้ชาวนาผลิตมากขึ้นให้เพียงพอต่อความต้องการเหมือนในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้


การศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองว่าด้วยการวางกรอบในเรื่อง 'กลุ่มในและกลุ่มนอก' ในประชากรรุ่นแซดของประเทศไทย, ฐิติพงศ์ อรัญเวศ Jan 2023

การศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองว่าด้วยการวางกรอบในเรื่อง 'กลุ่มในและกลุ่มนอก' ในประชากรรุ่นแซดของประเทศไทย, ฐิติพงศ์ อรัญเวศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พฤติกรรมเอนเอียงกลุ่มใน คือ แนวโน้มของปัจเจกบุคคลในการเลือกปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่มีตัวตนหรือสถานะบางอย่างเหมือนกันกับตนเอง หรือ “กลุ่มใน” มากกว่าผู้ที่มีตัวตนหรือสถานะบางอย่างต่างกับตนเอง หรือ “กลุ่มนอก” ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดการเลือกปฏิบัติและพฤติการณ์ทุจริตเชิงระบบอุปถัมภ์ขึ้น และในประเทศไทยปัจจุบันยังพบว่ามีการใช้เส้นสายและระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการใช้ช่องทางความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเป็น “กลุ่มในและกลุ่มนอก” เช่น การใช้ความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ สถานะทางสังคมต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา รวมทั้งทัศนคติหรืออุดมคติต่อบางอย่างที่มีร่วมกัน งานศึกษานี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อสำรวจคุณลักษณะ และรูปแบบความสัมพันธ์ที่เด่นที่สุด โดยการใช้วิธีการเศรษฐศาสตร์ทดลองในรูปแบบเกมเผด็จการ ผลการศึกษาสรุปออกมาได้ว่าอาสาสมัครมอบเงินจำลองให้ตัวเลือกที่เป็นเครือญาติมากที่สุด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่ามีอิทธิพลทางสังคมเกี่ยวกับการตอบแทนบุญคุณ นอกเหนือจากนี้ ผลทางสถิติให้ผลว่าผู้ที่มีความถี่ในการมีพฤติกรรมเอนเอียงกลุ่มในที่สุดคือเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกกรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล


ทุนมนุษย์ภายในองค์กรกับการสะสมทุนของภาคธุรกิจไทย : กรณีศึกษา 12 บริษัทใประเทศไทยในกลุ่มดัชนี 50, พีรดา ไชยศรี Jan 2023

ทุนมนุษย์ภายในองค์กรกับการสะสมทุนของภาคธุรกิจไทย : กรณีศึกษา 12 บริษัทใประเทศไทยในกลุ่มดัชนี 50, พีรดา ไชยศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิทยานิพนธ์เรื่องทุนมนุษย์ภายในองค์กรกับการสะสมทุนของภาคธุรกิจไทย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภาพทุนมนุษย์กับการสะสมทุนทางเศรษฐกิจของภาคธุรกิจไทย 2) เพื่อศึกษาแนวคิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่นของเดวิด ฮาร์วีย์กับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของกรณีศึกษา: 12 บริษัทในกลุ่มดัชนี SET 50 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้ 1.กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 2. กลุ่มธุรกิจการเงิน 3. กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร 4. กลุ่มอุตสาหกรรมการบริการ ใช้วิธีการศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ รายงานประจำปี (แบบ 56-2), รายงานความยั่งยืน และนโยบายการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยรูปแบบการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อนำมาอธิบายความสัมพันธ์ของผลิตภาพทุนมนุษย์กับการสะสมทุนของภาคธุรกิจผ่านตัวชี้วัดการการประเมินผลิตภาพทุนมนุษย์ และการวิเคราะห์การสะสมทุนมนุษย์กับแนวคิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่นของเดวิด ฮาร์วีย์ (David Harvey) ในมุมมองเศรษฐศาสตร์การเมือง ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของผลิตภาพทุนมนุษย์กับการสะสมทุนของภาคธุรกิจผ่านตัวชี้วัดการประเมินมูลค่าทุนมนุษย์ สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงที่ภาคธุรกิจเผชิญสภาวะความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ทำให้รายได้ขององค์กรลดลงแนวโน้มที่ภาคธุรกิจพยายามลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลง เพื่อประคับประคองบริษัทให้อยู่รอด และการพิจารณาสัดส่วนการเติบโตของรายได้มีสัดส่วนการเติบโตมากกว่าค่าใช้จ่ายพนักงานและการลงทุนในทุนมนุษย์ รายได้ที่ถูกแบ่งปันเป็นกำไรของภาคธุรกิจมากกว่าสัดส่วนที่ถูกจ่ายให้เป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน รวมไปถึงบางธุรกิจได้มีนโยบายลดจำนวนพนักงานเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน อาจนำมาสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความท้าทายของแรงงานในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญ ผลการศึกษาการวิเคราะห์การสะสมทุนมนุษย์กับแนวคิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่นของเดวิด ฮาร์วีย์ ระบบทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ทำให้เกิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่น เป็นการปรับตัวของกลุ่มทุนโดยใช้กลไกการขูดรีดแรงงานแบบใหม่ผ่านการควบคุมตัวตนของแรงงาน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับทุนคือการเปลี่ยนรูปแบบของการทำงานให้มีความยืดหยุ่น ทั้งลักษณะของระยะเวลาในการทำงานและพื้นที่การทำงาน และการเปลี่ยนรูปแรงงานให้อยู่ภายในเงื่อนไขของบริษัท กระบวนการบริหารจัดการทุนมนุษย์และการผ่อนปรนข้อบังคับบางอย่างจากทุนถูกใช้เป็นแรงเสริมให้แรงงานทุ่มเทและอุทิศตนในการทำงาน นำไปสู่การสะสมทุนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจรวมไปถึงการสะสมชื่อเสียงของภาคธุรกิจทั้งสิ้น


วาทกรรมคนเสื้อแดง ฉบับรื้อสร้างใหม่ : กรณีศึกษา กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี พ.ศ.2563-2565, ชนกานต์ วงศ์กิตติขจร Jan 2023

วาทกรรมคนเสื้อแดง ฉบับรื้อสร้างใหม่ : กรณีศึกษา กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี พ.ศ.2563-2565, ชนกานต์ วงศ์กิตติขจร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วาทกรรมคนเสื้อแดงในสังคมไทยมีความเป็นพลวัตรมาโดยตลอด งานเขียนนี้มุ่งตอบคำถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ นำโดยเยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ในปี 2563 – 2565 ประกอบสร้างวาทกรรมคนเสื้อแดงว่าอย่างไร และแตกต่างจากวาทกรรมคนเสื้อแดงปี 2552-2555 อย่างไร โดยใช้วิธีวงศาวิทยาและวิเคราะห์วาทกรรมแนววิพากษ์ ผลการศึกษาพบว่าในปี 2552-2555 วาทกรรมคนเสื้อแดงแบ่งออกเป็นวาทกรรมคนเสื้อแดงในฐานะ “ผู้ร้าย” และ “วีรชน” ซึ่งเป็นวาทกรรมคู่ขัดแย้งที่ต่างฝ่ายต่างขับเคี่ยวเพื่อครอบครองพื้นที่ทางความคิดและกำหนดภาพแทนให้กับคนเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี 2563 – 2565 เลือกรื้อถอนวาทกรรม “ผู้ร้าย” และสร้างวาทกรรม “วีรชน” จากชุดวาทกรรมเดิม ให้นิยามคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรม มีสถานภาพเป็นมนุษย์และประชาชนคนไทย กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่เชื่อมโยงกับคนเสื้อแดงเพราะก่อตัวขึ้นจากบริบทความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งสองกลุ่มเกิดจากการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร และการยุบพรรคการเมือง นอกจากนี้ การรื้อสร้างวาทกรรม “วีรชน” เกิดจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดงของกลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ ที่นำเสนอข้อมูลเชิงวิพากษ์ขัดกับข้อมูลของฝ่ายรัฐบาล และการเน้นย้ำอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงที่ใกล้เคียงกับของกลุ่มคนรุ่นใหม่ กล่าวคือการสร้างอัตลักษณ์ให้กับการชุมนุม ซึ่งช่วยส่งเสริมความชอบธรรมให้กับการเคลื่อนไหวที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน


โครงสร้างทางอำนาจกับระบบรัฐราชการไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปีพ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560, รัชฎาพร โรจนพิพัฒน์พงศ์ Jan 2023

โครงสร้างทางอำนาจกับระบบรัฐราชการไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปีพ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560, รัชฎาพร โรจนพิพัฒน์พงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาพลวัตและโครงสร้างทางอำนาจของรัฐผ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560 และ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐราชการไทยและกลุ่มทุนผ่านแนวคิดสถาบันนิยมใหม่แนวประวัติศาสตร์ โดยพิจารณาผ่านกรอบสภาวะเส้นบังคับ (Path Dependence) และจุดเปลี่ยนที่สำคัญ (Critical Juncture) และแนวคิดรัฐราชการ (Bureaucratic Polity) โดยรัฐราชการไทยมีรากฐานมาจากการรวมอำนาจของคณะราษฎรและทหารหลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2475 ซึ่งสร้างระบบที่ข้าราชการพลเรือนและทหารมีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจใหม่ และเกิดการปรับตัวของรัฐราชการรวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ผลการศึกษาพบว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ในมือของรัฐบาล ทั้งนี้รัฐธรรมนูญได้มาจากการรัฐประหารส่งผลให้กลุ่มผู้มีอำนาจจากการรัฐประหารสามารถกำหนดโครงสร้างในรัฐธรรมนูญผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ทำให้เป็นรูปแบบของรัฐราชการ โดยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนในช่วงของรัฐบาลเปรม จากวิกฤตน้ำมันทำให้ นโยบายเศรษฐกิจของประเทศมุ่งเน้นการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการน้ำเข้า และได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ทั้งยังมีการดำเนินนโยบายแบบส่งเสริมการผลิตและการส่งออก รวมถึงโครงการสนับสนุนทางภาษีให้การลงทุนของต่างประเทศ ภายใต้โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ทำให้บทบาทของกลุ่มทุนธนาคารและทุนอุตสาหกรรมค่อนข้างเด่นชัด ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองมาอยู่ในมือของนักการเมืองที่มีภูมิหลังจากนักธุรกิจ ทำให้ความเป็นรัฐราชการถดถอยไป แต่อย่างไรก็ตามโครงข่ายของข้าราชการก็ได้พยายามเข้ามาแฝงบตัวในบทบาทสำคัญ เช่น คณะร่างรัฐธรรมนูญ และ สมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มีโครงสร้างแบบเน้นการกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนมีความชัดเจนยิ่งขึ้นจากบทบาทของนักธุรกิจที่มานั่งตำแหน่งการเมือง ภายหลังจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ทุนธนาคารเริ่มเสื่อมถอยแต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และการออกนโยบายของรัฐที่ทำเน้นฟื้นฟูพร้อมเติบโต ทำให้นโยบายเน้นไปทางประชานิยมเข้าถึงประชาชน และสนับสนุนอุตสาหกรรมให้เติบโต ทำให้ทุนอุตสาหกรรม และ ทุนสื่อสาร เข้ามามีผลประโยชน์ร่วมผ่านนโยบายของรัฐบาลเช่น การเจรจาทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์อำนาจโดยอำนาจในการบริหารกลับมาอยู่ในเมือของข้าราชการอีกครั้งผ่านการทำรัฐประหาร และคณะรัฐประหารก็ได้เป็นผู้วางแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้กลับมาเป็นรูปแบบของรัฐราชการอีกครั้ง ซึ่งได้พยายามดึงกลุ่มทุนเอกชนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ อย่างโครงการประชารัฐหรืออีอีซีที่เป็นการสานต่อโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดจากสมัยของรัฐบาลเปรม ทั้งนี้จากวิกฤตโควิดทำให้รัฐบาลได้เน้นออกนโยบายเยียวยาภาคประชาชน ผ่านความช่วยเหลือทางการเงินจากนโยบายต่างๆ โดยสรุป แม้ว่าระบบราชการจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือลดลง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับกลุ่มธุรกิจก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดนแต่ละยุคมีรูปแบบความร่วมมือและการปรับตัวที่แตกต่างกันระหว่างรัฐและกลุ่มทุนในกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศไทย


The Impact Of Foreign Direct Investment On Manufacturing Employment : A Comparative Study Of Zhejiang And Other Provinces, Dan Wu Jan 2023

The Impact Of Foreign Direct Investment On Manufacturing Employment : A Comparative Study Of Zhejiang And Other Provinces, Dan Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this study is to examine the impact of FDI on manufacturing labor productivity in Zhejiang, Jiangsu and Shanghai using panel data between 2007 and 2020. This study investigates the differential effects of FDI in four manufacturing subsectors: Agriculture and Food Industries, Basic Industries, Light Industries and Heavy Industries. First, the empirical result shows that FDI has a significantly positive impact on manufacturing labor productivity in Zhejiang, Jiangsu and Shanghai. FDI has a greater impact on labor productivity in Jiangsu compared to Zhejiang and Shanghai. Second, R&D expenditure has a significant positive effect on labor productivity both in …


เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยกลไกการส่งเสริมองค์การที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมในประเทศไทย : กรณีศึกษาวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise), ศุภชัย สมผล Jan 2023

เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยกลไกการส่งเสริมองค์การที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมในประเทศไทย : กรณีศึกษาวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise), ศุภชัย สมผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาบทบาทและความสำคัญของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ต่อภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย รวมทั้งวิเคราะห์การส่งเสริม SE ของภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ และปัจจัยที่ส่งเสริมการดำเนินงานของ SE ผ่านการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการตอบแบบสำรวจออนไลน์ ผลการศึกษาพบว่า ภาพรวมการดำเนินงานของ SE ในประเทศไทยมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยพิจารณาได้จากหลายมุมมอง เช่น ลักษณะการดำเนินงาน ผลลัพธ์ทางสังคม กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ซึ่ง SE เข้าไปมีบทบาทในแผนงานระดับชาติหลายประเด็น เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน และการปฏิรูประบบบริหารจัดการภาครัฐ รวมทั้ง SE ยังมีบทบาทเติมเต็มช่องว่างการให้บริการสาธารณะในลักษณะภาคส่วนที่สาม โดยมุ่งพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ในมิติการส่งเสริม ตัวแสดงหลายภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุน SE ในหลายรูปแบบ ผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการสร้างความร่วมมือและเครือข่าย โดยเฉพาะภาครัฐที่ถือเป็นตัวแสดงสำคัญในการกำหนดแผนงานและกฎระเบียบเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการส่งเสริม SE อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของรัฐซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อการส่งเสริม SE และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของ SE บางกลุ่ม อีกทั้งในบางกรณียังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนใหญ่ที่อาจส่งผลต่อการสนับสนุน SE อย่างไม่เท่าเทียม นอกจากนี้ บทวิเคราะห์เพิ่มเติมในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองยังชี้ให้เห็นว่าแม้ภาครัฐจะมีกลไกการส่งเสริม SE ที่เป็นระบบมากขึ้น แต่ยังมีข้อสังเกตบางประเด็นต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การขาดความต่อเนื่องในการกำหนดนิยามหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และบางกรณีอาจเป็นบทบาทที่ไม่เหมาะสมต่อการส่งเสริม SE ขณะที่ มุมมองต่อปัจจัยที่ส่งเสริมการดำเนินงานของ SE ให้ประสบความสำเร็จเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น เครือข่ายสนับสนุน และการใช้บังคับพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าวช่วยสร้างโอกาสให้กิจการสามารถขยายผลการดำเนินงานและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางท่านยังไม่เข้าสู่ระบบการส่งเสริมภายใต้กฎหมายฉบับนี้เนื่องด้วยหลายสาเหตุ รวมถึงการมีความเห็นว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนใหญ่แสวงหาประโยชน์หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ


การเสริมสร้างอธิปไตยด้านอาหารของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศไทย: กรณีศึกษา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านไทย, อรุณวตรี รัตนธารี Jan 2023

การเสริมสร้างอธิปไตยด้านอาหารของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศไทย: กรณีศึกษา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านไทย, อรุณวตรี รัตนธารี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกร ผ่านการทำงานจากฐานราก โดยเลือกศึกษากระบวนการทำงานของเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ของเกษตรกร องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ตั้งแต่ พ.ศ.2541 โดยมีเป้าหมายในการทำงาน คือ ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ด้วยการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเหล่านั้นสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่สอดคล้องกับระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน ซึ่ง ณ ที่นี้ คือ เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน งานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากสมาชิกในเครือข่ายฯ ผ่านการสัมภาษณ์ โดยสมาชิกเหล่านั้นประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อย ผู้บริโภค นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ในเครือข่ายฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ โดยยึดกรอบการวิเคราะห์ผ่านทฤษฎีอธิปไตยด้านอาหาร ทฤษฎีการจัดการทรัพยากรร่วม และทฤษฎีนิเวศวิทยาทางการเมือง เพื่อตอบคำถามวิจัยว่า เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านมีกระบวนการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของฝั่งเกษตรกรอย่างไรเพื่อแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของฝั่งเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาพบว่า เมื่อนำกระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ ที่ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ในกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสมาชิก มาวิเคราะห์ผ่านหลักการของทฤษฎีอธิปไตยด้านอาหาร พบว่ากระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ มีส่วนช่วยส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรจริง ทว่ายังจำกัดขอบเขตของการทำงานอยู่เพียงในกลุ่มสมาชิกของเครือข่ายฯ เท่านั้น จาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ 1) เครือข่ายฯ ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม และ 2) เครือข่ายฯ มีต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงประเมินได้ว่าการทำงานของเครือข่ายฯ ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารจริง ทว่าเป็นการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรเฉพาะกลุ่ม


A Comparative Country Study Of Outward Fdi Determinants With Special References Of Singapore, Malaysia And Thailand, Penporn Pathong Jan 2023

A Comparative Country Study Of Outward Fdi Determinants With Special References Of Singapore, Malaysia And Thailand, Penporn Pathong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the last decade, ASEAN outward FDI increased significantly despite being major recipients of FDI. Singapore, Malaysia, and Thailand have developed into an emerging investment source for many countries. Our study uses panel data analysis covering the period 2005–2019 to investigate and compare their determinants in order to draw policy implications. The results show that common factor that influence outward FDI of the above three countries are technology and geographic distance. Specific factors that influence outward FDI of individual countries differently are GDP, exchange rate, inflation rate, labor cost, export, import and political stability. For policies implication government can encourage …


Three Essays On Trade Costs And Firm Exports, Sunil Kumar Dash Jan 2023

Three Essays On Trade Costs And Firm Exports, Sunil Kumar Dash

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis consists of three separate and self-contained individual studies on trade costs and firm exports. According to the new “new trade theory” where trading firms are heterogeneous, only a few firms can export, while others cannot. The main tenet of the new “new trade theory” is that differences in export participation among firms can be explained by a combination of (1) fixed (sunk) costs of exporting and (2) heterogeneity in the firm characteristics (in terms of size or costs). The goal of the study is to analyze the behavior of firms in international trade while putting “firm heterogeneity” - …


ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว: หลักฐานจากกลุ่มประเทศสมาชิกองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (Unwto), พิชามญชุ์ เกื้อกิจ Jan 2023

ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว: หลักฐานจากกลุ่มประเทศสมาชิกองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (Unwto), พิชามญชุ์ เกื้อกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถานการณ์มลภาวะทางอากาศ (Air Pollution) ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันสร้างความกังวลให้กับผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากปัญหามลภาวะทางอากาศที่เกิดขึ้นอยู่นี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามายังประเทศปลายทาง จึงเกิดความตระหนักถึงผลกระทบที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับจากปัญหามลภาวะทางอากาศที่เพิ่มขึ้น การศึกษานี้มีสองวัตถุประสงค์คือ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และผลกระทบของมลภาวะทางอากาศต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาภายในกลุ่มประเทศสมาชิก UNWTO และเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษานี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิแบบแผง (Panel Data) ระหว่างปี ค.ศ. 1995 ถึงปี ค.ศ. 2019 และใช้ข้อมูลรายประเทศสมาชิกองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ทั้งหมด 160 ประเทศ ผ่านการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง Panel Data Regression โดยใช้สมการถดถอยด้วยวิธีการกำลังสองน้อยที่สุดแบบ Fixed Effects ผลการศึกษาพบว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศสมาชิก UNWTO โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศสมาชิก UNWTO ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเฉลี่ยต่อหัวประชากรดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างชัดเจนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด จำนวนประชากรมีความสัมพันธ์เป็นบวกอย่างแข็งแกร่งต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในทั้ง 3 กลุ่มระดับการพัฒนา สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังประเทศปลายทางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งประเทศที่ปกครองด้วยระบอบอัตตาธิปไตยแบบเลือกตั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดแต่มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างชัดเจนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ไม่มีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนในกลุ่มระดับการพัฒนาใดเลย ในส่วนประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมพบว่ามีความสัมพันธ์ในเชิงลบอย่างชัดเจนในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดเท่านั้น


ผลกระทบของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณต่อตลาดการเงิน: กรณีศึกษาประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา, กมลภพ จันทร์กระมล Jan 2023

ผลกระทบของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณต่อตลาดการเงิน: กรณีศึกษาประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา, กมลภพ จันทร์กระมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิกฤตโรคโควิด 2019 ส่งผลร้ายแรงอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลาง 21 แห่ง ต้องประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) โดยมาตรการ QE ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นมาตรการ QE หลังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ งานวิจัยศึกษาผลกระทบของมาตการ QE ต่อตลาดการเงินระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาด้วย 1) Event study ซึ่งวิเคราะห์การตอบสนองของตลาดการเงินในระยะสั้น 2) แบบจำลอง Global Vector Autoregression (GVAR) เป็นการศึกษาการตอบสนองของตลาดการเงินในระยะยาว ผลการศึกษาด้วยวิธี Event study พบว่า การตอบสนองของตลาดการเงินต่อมาตรการ QE ภาพรวมของประเทศกำลังพัฒนามีการตอบสนองมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวมีการเปลี่ยนแปลงลดลงในประเทศกำลังพัฒนามากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกามากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว และแนวโน้มของการปรับตัวของดัชนีตลาดตราสารทุนของประเทศกำลังพัฒนาปรับเพิ่มขึ้น ส่วนการศึกษาการตอบสนองของตลาดการเงินในระยะยาวต่อมาตรการ QE ด้วยแบบจำลอง GVAR พบว่า ผลของมาตรการ QE ของประเทศพัฒนาแล้วสามารถส่งผ่านไปยังประเทศอื่น ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่การส่งผ่านไปยังต่างประเทศของประเทศกำลังพัฒนามีอยู่อย่างจำกัด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่แท้จริงทั้งสองกลุ่มประเทศมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ราคาดัชนีที่แท้จริงในตลาดตราสารทุน ราคาทองคำ และราคาบิทคอยน์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ในภาพรวมพบว่า มาตรการ QE ของประเทศกำลังพัฒนาส่งผลต่อตลาดการเงินในระยะสั้นที่รุนแรง แต่ผลกระทบระยะยาวมีอยู่อย่างจำกัด ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว มาตรการ QE ตอบสนองได้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาในระยะยาว


บทบาทของลูกต่อความสุขของผู้สูงอายุไทยในช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, กรกต อากาศอำนวย Jan 2023

บทบาทของลูกต่อความสุขของผู้สูงอายุไทยในช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, กรกต อากาศอำนวย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสุขของผู้สูงอายุ 3 กลุ่มในช่วงก่อนและหลังโควิด-19 ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีลูกและไม่มีลูก (รวม 88,714 คน) กลุ่มผู้สูงอายุที่อาศัยและไม่ได้อาศัยอยู่กับลูก (รวม 80,894 คน) และกลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับและไม่ได้รับการสนับสนุนจากลูกในด้านสิ่งของ การเยี่ยมเยียน และการติดต่อสื่อสาร (รวม 71,107 คน) โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยปี 2557, 2560, และ 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลอง Difference-in-Differences (DID) ที่ประมาณการด้วยวิธีกําลังสองน้อยที่สุด (OLS) ผลการศึกษาพบว่า ก่อนเกิดโควิด-19 ผู้สูงอายุที่มีลูก อาศัยอยู่กับลูก ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และได้เยี่ยมเยียนมีความสุขมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีลูก ไม่ได้อาศัยอยู่กับลูก ไม่ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และไม่ได้เยี่ยมเยียน ตามลำดับ แต่ผู้สูงอายุที่ติดต่อสื่อสารกับลูกพบว่ามีความสุขน้อยกว่าผู้สูงอายุที่ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับลูก และหลังเกิดโควิด-19 ความสุขของผู้สูงอายุทุกกลุ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้สูงอายุที่มีลูก อาศัยอยู่กับลูก ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และได้เยี่ยมเยียนจะมีความสุขลดลงมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีลูก ไม่ได้อาศัยอยู่กับลูก ไม่ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และไม่ได้เยี่ยมเยียน ตามลำดับ ส่วนผู้สูงอายุที่ติดต่อสื่อสารกับลูกจะมีความสุขลดลงน้อยกว่าผู้สูงอายุที่ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับลูก ซึ่งผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า บทบาทของลูกมีผลต่อความสุขของผู้สูงอายุไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ การออกแบบนโยบายผู้สูงอายุโดยคำนึงถึงลักษณะครัวเรือนและบริบทแวดล้อมของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุได้


Essays On Physical Health, Mental Health, And Health Behaviors, Liyuan Yang Jan 2023

Essays On Physical Health, Mental Health, And Health Behaviors, Liyuan Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the impact of mental health on physical health and specific health behaviors in Australia. Chapter 2 draws nationally representative panel data from the Household, Income and Labor Dynamics in Australia (HILDA) survey and applies a fixed-effects instrumental variable (FE-IV) approach to address the potential endogeneity of mental health. The analysis reveals that mental health positively affects physical health and plays a substantial role in explaining physical health compared to other covariates. To explore additional benefits of having better mental health, Chapter 3 investigates whether mental health can influence smoking behavior. The results indicate that improved mental health …


การประเมินผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย, ธิติวุฒิ พงศ์ธนไพศาล Jan 2023

การประเมินผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย, ธิติวุฒิ พงศ์ธนไพศาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) โดยเฉพาะมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และมาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ที่มีต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย ในรายพิกัดศุลกากร 23 หมวดสินค้า ไปยัง 15 ประเทศคู่ค้าอันดับแรก โดยวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองโน้มถ่วง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001-2020 พบว่า โดยรวมมาตรการ SPS และ มาตรการ TBT ของประเทศคู่ค้ามีผลส่งเสริมการค้าไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรฯ แต่กลับมีความแตกต่างของการกำหนดมาตรการเหล่านี้ขึ้นกับประเทศผู้กำหนดมาตรการ ซึ่งพบว่า มาตรการประเภท SPS จากประเทศคู่ค้าที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วมีผลเสียต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรฯ มากกว่ามาตรการที่กำหนดโดยประเทศที่กำลังพัฒนา หากพิจารณาผลกระทบจากมาตรการเหล่านี้จำแนกหมวดสินค้าฯ พบว่า ทั้งมาตรการ SPS และ TBT มีผลส่งเสริมการส่งออกในหมวดเนื้อสัตว์และส่วนอื่นของสัตว์ที่บริโภคได้ (HS 02) แม้จะเคยเผชิญกับโรคไข้หวัดนกระบาดในปี 2547 ทำให้การส่งออกไก่สดถูกระงับ ภาคเอกชนไทยจึงหันไปส่งออกไก่แปรรูปและพัฒนาระบบฟาร์มปิด จนไม่มีการกลับมาระบาดในอุตสาหกรรมไก่สดไทยซ้ำอีก ด้วยการพัฒนามาตรฐานที่ดีเหล่านี้ จึงทำให้อุตสาหกรรมไก่แช่แข็งไทยกลับมาส่งออกได้มากขึ้น สำหรับมาตรการ SPS ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการค้าหมวดโกโก้และของปรุงแต่งที่ทำจากโกโก้ (HS 18) เนื่องจากผลผลิตเมล็ดโกโก้ไทยไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานแปรรูปเป็นช็อกโกแลต ทำให้ต้องนำเข้าเมล็ดโกโก้ที่เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปจากต่างประเทศในปริมาณที่มาก อีกทั้ง ยังพบเชื้อราในผลผลิตเกือบทุกตัวอย่าง ส่งผลกระทบในด้านคุณภาพของผลผลิต นอกจากนี้ ผลจากมาตรการ SPS ที่ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าในหมวดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น (HS 05) ซึ่งหากพิจารณาระดับร้อยละโดยเฉลี่ยมาตรการ SPS พบว่า มีสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้ง มาตรการ SPS จำแนกรายปีมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกันกับมูลค่าการค้าในหมวดนี้ ในขณะที่มาตรการ TBT ที่มีเพียงบางปีเท่านั้น ในส่วนมาตรการ TBT ส่งผลเชิงบวกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรในหมวดครั่ง รวมทั้งกัม เรซิน น้ำเลี้ยง (แซป) และสิ่งสกัดอื่น ๆ จากพืช (HS 13) ทั้งนี้ เป็นเพราะมาตรการ TBT ในหมวดนี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหมวดอื่น ๆ จึงทำให้มีความสะดวกต่อการค้าและมาตรการ TBT มีแนวโน้มส่งเสริมการค้าในหมวดนี้ ในขณะมาตรการ TBT ส่งผลเชิงลบต่อการค้าในหมวดของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง สตาร์ช หรือนม ผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกเพสทรี …