Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 29821 - 29850 of 658126

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

Social Media Use And Personal Branding Identity Of Myanmar Freelancers, Lin Htet Thway Jan 2025

Social Media Use And Personal Branding Identity Of Myanmar Freelancers, Lin Htet Thway

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examined social media use, self-expression, professionalism, self-efficacy, self-disclosure, and personal branding identity among Myanmar freelancers, and investigated how these factors influence their personal branding identity on social media. An online survey of 200 freelancers aged 18 to 45 years was conducted. Respondents reported high levels of social media use (M = 4.07), self-expression (M = 4.13), professionalism (M = 4.16), self-efficacy (M = 4.17), personal branding identity (M = 4.30), and a moderately high level of self-disclosure (M = 3.95). Regression results showed that the five variables together explained 24.4 percent of the variance in personal branding identity …


The Influence Of Short-Video Content Marketing On Chinese Consumers' Perceived Value And Usage Intention On Duolingo Brand, Meitong Li Jan 2025

The Influence Of Short-Video Content Marketing On Chinese Consumers' Perceived Value And Usage Intention On Duolingo Brand, Meitong Li

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to examine how short-video content marketing on Douyin platform influences Chinese Generation Z consumers’ perceived value of Duolingo and their intention to continue using the application. A total of 252 respondents aged between 18 and 29 years old, who had used Douyin in the past three months and viewed Duolingo’s short-video content at least three times in the last month, completed an online questionnaire survey. The study reveals that all three dimensions of short-video content marketing (i.e. entertaining content, functional content, and social-interactive content) significantly influenced consumers’ perceived value, with social-interactive content demonstrating the …


The Influence Of Social Media Advertising Features On Brand Engagement And Purchase Intention Towards Local Cosmetic Brands In Vietnam, Ngoc Khanh Linh Tran Jan 2025

The Influence Of Social Media Advertising Features On Brand Engagement And Purchase Intention Towards Local Cosmetic Brands In Vietnam, Ngoc Khanh Linh Tran

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the effects of social media advertising features on brand engagement and purchase intention for local cosmetic products among Vietnamese Gen Z consumers. Data were collected through an online survey from 211 Vietnamese respondents aged 18–28 who follow and have been exposed to local cosmetic brand advertising on social media. The results indicate that social media advertising features significantly influence brand engagement, with informativeness being the most influential factor, and brand engagement positively affects purchase intention. These findings highlight the importance of well-designed social media advertising features in enhancing brand engagement and increasing purchase intention within Vietnam’s cosmetic …


Vietnamese Gen Z'S Perception Of National Brand Identity Through Cộng Cà Phê Packaging Design, Ngoc Thao Chi Nguyen Jan 2025

Vietnamese Gen Z'S Perception Of National Brand Identity Through Cộng Cà Phê Packaging Design, Ngoc Thao Chi Nguyen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examined how Vietnamese Gen Z perceive national brand identity expressed through Cộng Cà Phê's packaging design. Through online questionnaires, 247 Gen Z respondents aged 18-27 evaluated the packaging design across four dimensions: cognition, emotion, language, and action. Results showed strong recognition of cultural design elements, particularly the color palette and retro typography that reference Vietnam's subsidy era. Emotionally, the packaging evoked national pride in Vietnamese identity among respondents. Linguistically, participants rated the design as highly authentic in conveying national character. Behaviorally, many respondents indicated they would choose Cộng Cà Phê to introduce Vietnamese coffee culture to international friends. …


แนวทางในการเพิ่มประสิทธิผลการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน กรณีศึกษา สำนักทะเบียนอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี, นฤชา แดงเทศ Jan 2025

แนวทางในการเพิ่มประสิทธิผลการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน กรณีศึกษา สำนักทะเบียนอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี, นฤชา แดงเทศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บัตรประจำตัวประชาชนถือเป็นเอกสารทางราชการที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน ในการเข้ารับสวัสดิการและการบริการต่างๆ อีกทั้งยังใช้เพื่อยืนยันตัวตน และแสดงสถานะบุคคลตามกฎหมายของไทย ทั้งนี้ ในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการต่ออายุบัตรประชาชนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ รวมถึงการบริการที่ควรจะได้รับอย่างถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ การวิจัยเรื่อง แนวทางในการเพิ่มประสิทธิผลการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน กรณีศึกษา สำนักทะเบียนอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี จึงมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ส่งผลต่อการไม่มาต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และ (2) เพื่อศึกษาถึงแนวทางในการเพิ่มประสิทธิผลการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน โดยงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก มีกลุ่มประชากรเป็นประชาชนในฐานะผู้รับบริการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 12 คน และกลุ่มผู้บริหาร ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ ในฐานะผู้ให้บริการ จำนวน 4 คน ผลการวิจัยพบว่า สาเหตุของการไม่มาต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เกิดจากปัญหาและอุปสรรคด้านข้อมูล ด้านความรู้ความเข้าใจ และด้านความสะดวก ในขณะที่แนวทางในการเพิ่มประสิทธิผลการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนนั้น พบว่า การปรับสัดส่วนบุคลากรให้เหมาะสม การเพิ่มจำนวนอุปกรณ์และปรับปรุงอุปกรณ์ให้มีความเสถียร และการให้บริการต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนออนไลน์ มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิผลดังกล่าว ในส่วนข้อเสนอะแนะ (1) ยกระดับการให้บริการของสำนักทะเบียนอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและขั้นตอนการปฏิบัติงาน (2) พัฒนาระบบการแจ้งเตือนและการนัดหมายล่วงหน้า (3) ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้


กระบวนการขับเคลื่อนเทศบาลเมืองดอนสักจากบริบทเมืองทางผ่านสู่เมืองจุดหมายเชิงเศรษฐกิจ กรณีศึกษาเทศบาลเมืองดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภูริภัทร เปลี่ยวจิตร Jan 2025

กระบวนการขับเคลื่อนเทศบาลเมืองดอนสักจากบริบทเมืองทางผ่านสู่เมืองจุดหมายเชิงเศรษฐกิจ กรณีศึกษาเทศบาลเมืองดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภูริภัทร เปลี่ยวจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบท ทุน จุดแข็ง–จุดอ่อน และบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เทศบาลเมืองดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้โจทย์การขับเคลื่อนจากเมืองทางผ่านไปสู่เมืองจุดหมายเชิงเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ควบคู่กับแนวคิดการสร้างแบรนด์เมืองเป็นกรอบวิเคราะห์หลัก การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชนและเครือข่ายวัฒนธรรม ตลอดจนนักท่องเที่ยวและกลุ่มผู้สนใจจะเดินทางมาดอนสัก ประกอบกับการวิเคราะห์เอกสารและการสังเกตการณ์ภาคสนาม ผลการวิจัยพบว่า เมืองดอนสักยังคงถูกใช้และรับรู้ในฐานะเมืองทางผ่านที่เชื่อมโยงกับท่าเรือเป็นหลัก แม้จะมีทุนทางทะเลและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ได้แก่ วิถีประมง ปูม้าดอนสัก ประเพณีท้องถิ่น และศรัทธาต่อหลวงพ่อจ้อย แต่ทุนดังกล่าวยังไม่ถูกพัฒนาให้เป็นอัตลักษณ์เมืองและภาพลักษณ์ร่วมอย่างเป็นระบบ งานวิจัยจึงเสนอแนวทางเชิงนโยบาย ได้แก่ การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์แบบวันเดียว การจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การกำหนดแนวคิดแกนกลางของเมือง และการเสริมสร้างกลไกความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระดับพื้นที่


การพัฒนาความพร้อมในการออกมาตรการและขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator), อริสา เลิศจีรกุลวงศ์ Jan 2025

การพัฒนาความพร้อมในการออกมาตรการและขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator), อริสา เลิศจีรกุลวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาความพร้อมในการออกมาตรการและขับเคลื่อนการลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ซึ่งกรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับ ดูแล และส่งเสริมการพัฒนาระบบราง จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ระบบราง เป็นกลไกหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยการกำหนดนโยบาย มาตรการ และมาตรฐานที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพร้อมในองค์กร เพื่อเป็นผู้กำหนดการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมการขนส่งทางราง และเพื่อเสนอแนวทาง ในการยกระดับความพร้อมของกรมการขนส่งทางรางในการขับเคลื่อนมาตรการสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาดังกล่าวได้นำแนวคิดความพร้อมภายในองค์กร ของ Bryan J. Weiner (2009) โดยอธิบายถึงองค์ประกอบความพร้อมไว้ 5 ด้าน ได้แก่ วัฒนธรรมองค์ นโยบายและขั้นตอน การบริหารงานที่ผ่านมาในอดีต ทรัพยากรองค์ และโครงสร้างองค์กร ประกอบกับแนวคิดการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม (Collaborative Governance) ของพัชรี สิโรรส (2550) ซึ่งผลการศึกษาพบว่า กรมการขนส่งทางรางมีความพร้อมที่สามารถผลักดันและขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่งทางราง รวมทั้ง เปิดโอกาส ให้ทุกภาคส่วน ทั้งภายในและภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกำหนดทิศทางมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น การตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก การประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน การดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวช่วยสร้างความโปร่งใส เพิ่มการยอมรับเชิงนโยบาย อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดบางประการ ได้แก่ ต้นทุนด้านงบประมาณ ข้อจำกัดทางกฎหมาย สมรรถนะเฉพาะทางของบุคลากร รวมถึงการขาดคู่มือหรือแนวทางการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมและใช้ได้จริงในระดับปฏิบัติ


Ideologies And Fears As Mechanisms Of Military Regime Legitimation : A Comparative Analysis Of Sarit Thanarat In Thailand And Ne Win In Burma, Hyeon-Min Kim Jan 2025

Ideologies And Fears As Mechanisms Of Military Regime Legitimation : A Comparative Analysis Of Sarit Thanarat In Thailand And Ne Win In Burma, Hyeon-Min Kim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines how Sarit Thanarat in Thailand and Ne Win in Burma legitimized their military regimes through ideological narratives and threat discourses. Both leaders, who came to power through coups d’état without democratic legitimacy, sought to justify their authoritarian military rules by constructing discourses that transformed coercion into moral guardianship. Sarit emphasized traditional Thai values, lak-thai, aligning them with the monarchy and anti-communism to portray his military regime as the protector of national identity. Ne Win, by contrast, promoted Burman ethno-nationalism and the Burmese Way to Socialism and emphasized the Burmese Armed Forces (Tatmadaw)’s role in safeguarding the unity …


A Comparative Case Study Of Face-To-Face Vs Virtual Fortune Telling In Bangkok In The Aftermath Of Covid-19 : Relevance And Adaptation, Jade Evalyn Di Donato Jan 2025

A Comparative Case Study Of Face-To-Face Vs Virtual Fortune Telling In Bangkok In The Aftermath Of Covid-19 : Relevance And Adaptation, Jade Evalyn Di Donato

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the adaptation of Thai fortune telling practices, specifically astrology and tarot card reading, in response to increasing digitization and the impact of the Covid-19 pandemic. While the practice has been traditionally rooted in face-to-face interactions, it has transformed in recent years with the growing prevalence of online consultations. Utilizing Catherine Bell's theory of ritualization alongside the Transfer of Ritual theory, this research analyzes how the ritual meaning and symbolism of Thai fortune telling are preserved across digital and physical spaces, especially in a post-pandemic world. Relying on a comparative case study of two female fortune tellers—one who …


The Representation Of The Lgbtq2+ Community In The Context Of Pride Month In Thai Online Media From 2022 To 2025, Julia Borawska Jan 2025

The Representation Of The Lgbtq2+ Community In The Context Of Pride Month In Thai Online Media From 2022 To 2025, Julia Borawska

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the representation of Thai Pride Month and the LGBTQ+ community in Thai online media between 2022 and 2025. It provides a comprehensive analysis of content featured on both individual- and organization-based media, distinguishing between social media and mainstream news outlets. Within the social media sphere, the study further differentiates between influential Thai celebrities—particularly actors and actresses involved in queer-portraying productions—and organizational entities involved in LGBTQ+ advocacy as well as BL/GL production companies. The first two groups rarely feature queer-related content or express explicit support for Pride Month and the LGBTQ+ community, choosing to engage only when personally …


Identity, Norms And Recognition : A Constructivist Account Of Singapore–Taiwan Relations Under Strategic Constraint, Mohamad Faisal Bin Jamain Jan 2025

Identity, Norms And Recognition : A Constructivist Account Of Singapore–Taiwan Relations Under Strategic Constraint, Mohamad Faisal Bin Jamain

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the enduring resilience of the Singapore–Taiwan relationship, which persists despite intensifying geopolitical constraints, rising diplomatic risks and modest material incentives. This persistence presents a realist paradox: while traditional materialist accounts establish the structural constraints (such as the “One China” policy and great-power rivalry) that rationally predict disengagement, they fail to systematically account for the specific mechanisms and ideational strategies that underpin the relationship's resilience. Addressing this critical theoretical gap, this study applies a constructivist framework centred on identity, norms and recognition, situating these ideational insights alongside material and geopolitical constraints to offer a holistic explanation. The primary …


Chilean Perceptions Of Thailand As Seen Through Social Media (2015 – 2024), Nicolas Agustin Castillo Aldunce Jan 2025

Chilean Perceptions Of Thailand As Seen Through Social Media (2015 – 2024), Nicolas Agustin Castillo Aldunce

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis has two main objectives: 1) to examine the perception of Thailand as seen in Chilean social media between 2015 and 2024 and 2) to identify the prevailing narratives and stereotypes and underline the factors responsible for these perceptions. 120 social media posts about Thailand from 11 institutional and independent Chilean content creators are collected and analyzed and Richard Gregory’s theory of perception is applied as its theoretical framework. It is found that there was an increase in online contents related to Thailand since 2015 after the ratification of Chile-Thailand Free Trade Agreement, particularly between 2022 to 2024 when …


Imagining Peace From Abroad : How Myanmar Students In Bangkok Define Peace, Shinhyoung Choi Jan 2025

Imagining Peace From Abroad : How Myanmar Students In Bangkok Define Peace, Shinhyoung Choi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines how Myanmar students living in Bangkok understand and define peace through their everyday experiences, social positions, and transnational lives. Drawing on a multi-stage, qualitatively driven research design—including a narrative survey, a structured follow-up survey, and in-depth interviews—the study investigates how students’ peace perceptions emerge while they navigate between Myanmar’s instability and Bangkok’s relative institutional order.Findings from 105 participants show that students’ peace orientations cluster into two dominant narratives: a Development-Oriented Narrative emphasizing education, opportunity, and gradual change, and a Resistance-Oriented Narrative emphasizing justice, accountability, and structural reform. Although the initial hypothesis assumed that Bangkok’s stability would directly …


Walkable City Development In Bangkok : A Case Study Of The Ari-Pradiphat Area, Shengnan Li Jan 2025

Walkable City Development In Bangkok : A Case Study Of The Ari-Pradiphat Area, Shengnan Li

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Walkable city development has become an important concept in sustainable urban mobility development, because it can create multiple benefits to improve people’s quality of life. Bangkok city has joined this walkability initiative, Bangkok Metropolitan Administration (BMA), promoted “Bangkok Good Walk Project”. However, it still faces challenges in improving walkability, such as lack of safety, discomfort, and inaccessibility. Previous walkability study have focused more on physical walking conditions and fewer in people’s walking perception, although perception is a key step for improvement. It is necessary to supplement the existing knowledge of people’s walking perception to promote walkable city development. Following this …


The Popularity Of The Untamed In Thailand And I Told Sunset About You In China : Reciprocal Fandom And Cultural Diplomacy, Yuanwei Gao Jan 2025

The Popularity Of The Untamed In Thailand And I Told Sunset About You In China : Reciprocal Fandom And Cultural Diplomacy, Yuanwei Gao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to explore cross-cultural fan interactions between China and Thailand and their influence on cultural diplomacy. In recent years, television dramas from both China and Thailand have gained remarkable popularity in the respective countries. Among various types of dramas, BL (Boys’ Love) dramas stand out as a typical case of transnational fan interaction due to their large cross-border audience and highly active online and offline interaction. Among them, the Chinese TV drama The Untamed (Chen Qing Ling) has received wide attention in Thailand, and the Thai TV drama I Told Sunset About You (แปลรักฉันด้วยใจเธอ) has sparked heated discussions …


Rational Decision-Making Model: Ap Micro, Ar Macro, A-Level Economics, And Ib Economics, Nasiwat Thanathitiphuwaphat Jan 2025

Rational Decision-Making Model: Ap Micro, Ar Macro, A-Level Economics, And Ib Economics, Nasiwat Thanathitiphuwaphat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Should students take high school economics? They face choices among Advanced Placement (AP), Advanced Level (AL), and International Baccalaureate (IB) Economics programs, which are equivalent to college-level economics coursework. While students value their initial exposure to economics, whether high school economics provides optimal utility remains uncertain. We employ a rational decision-making model to guide students in choosing an appropriate economics education. We emphasize the importance of achieving high grade, as AP, AL, or IB Economics can enhance college admission prospects, improve the economics learning experience, and allow for credit transfer. Students must first identify exam availability and financial constraints before …


Wage Gap And Wage Discrimination Among Persons With Disabilities: Empirical Evidence From Thailand, Natthavit Wongsrithanasarn Jan 2025

Wage Gap And Wage Discrimination Among Persons With Disabilities: Empirical Evidence From Thailand, Natthavit Wongsrithanasarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study provides a comprehensive quantitative analysis of the disability wage gap and potential wage discrimination in Thailand. Utilizing data from the 2017 and 2022 Thailand Disability Surveys, this research employs the Oaxaca-Blinder decomposition technique to examine wage disparities between workers with and without physical or cognitive disabilities. The results reveal a substantial wage gap, with non-disabled workers, on average, earning approximately 50% more than persons with physical disabilities and more than twice as much as persons with cognitive disabilities. The decomposition analysis indicates that while over 75% of the wage gap for persons with physical disabilities is explained by …


อิทธิพลของการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบทางเดียวผ่านสื่อและความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าที่มีต่อสุขภาวะทางจิตในผู้ใหญ่วัยเริ่มที่ชื่นชอบศิลปิน, กนกนันท์ เหลี่ยมไธสง Jan 2025

อิทธิพลของการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบทางเดียวผ่านสื่อและความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าที่มีต่อสุขภาวะทางจิตในผู้ใหญ่วัยเริ่มที่ชื่นชอบศิลปิน, กนกนันท์ เหลี่ยมไธสง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบอิทธิพลของการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบทางเดียวผ่านสื่อ และความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า ที่สามารถร่วมกันอธิบายสุขภาวะทางจิตในกลุ่มวัยผู้ใหญ่วัยเริ่มที่ชื่นชอบศิลปิน กลุ่มตัวอย่างคือผู้ใหญ่วัยเริ่มที่ชื่นชอบศิลปินและเข้าร่วมกิจกรรมของแฟนคลับ อายุ 18-29 ปี จำนวน 202 คน ผ่านการตอบแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามการรับรู้การสนับสนุนทางสังคม ที่แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอารมณ์และข้อมูล ด้านความรู้สึก และปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเชิงบวก ทั้งในรูปแบบความสัมพันธ์แบบทางเดียวผ่านสื่อ และความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า และแบบสอบถามสุขภาวะทางจิต ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยแบบลำดับขั้น ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าทั้งสามด้าน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสุขภาวะทางจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับรู้การสนับสนุนทางสังคมด้านความรู้สึกในความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าเป็นตัวแปรที่สามารถอธิบายสุขภาวะทางจิตได้ดีที่สุด ในส่วนการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบทางเดียวผ่านสื่อไม่สัมพันธ์กับสุขภาวะทางจิต และไม่สามารถอธิบายสุขภาวะทางจิตได้มากขึ้นเมื่อพิจารณาร่วมกับการรับรู้การสนับสนุนแบบเผชิญหน้า การศึกษานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าต่อสุขภาวะทางจิตของผู้ใหญ่วัยเริ่มที่ชื่นชอบศิลปิน ซึ่งการสนับสนุนทางสังคมจากความสัมพันธ์แบบทางเดียวยังไม่สามารถทดแทนการสนับสนุนทางสังคมในความสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าได้ทั้งหมด แต่อาจช่วยผู้ใหญ่วัยเริ่มเหล่านี้ปรับอารมณ์โดยลดอารมณ์ทางลบ และเพิ่มอารมณ์ทางบวกได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงบุคคลอื่น ๆ ที่อาจจะมีภารกิจไม่สามารถให้การสนับสนุนทางสังคมได้ทันที


ความสัมพันธ์ระหว่างการกีดกันในที่ทำงานกับความตั้งใจลาออก โดยมีความเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่านและความต้องการพื้นฐานด้านการเป็นส่วนหนึ่งเป็นตัวแปรกำกับ, กุลสตรี ภูชงค์ Jan 2025

ความสัมพันธ์ระหว่างการกีดกันในที่ทำงานกับความตั้งใจลาออก โดยมีความเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่านและความต้องการพื้นฐานด้านการเป็นส่วนหนึ่งเป็นตัวแปรกำกับ, กุลสตรี ภูชงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการถูกกีดกันทางสังคมกับความตั้งใจจะลาออก โดยศึกษาบทบาทการเป็นตัวแปรส่งผ่านของความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงาน และบทบาทการเป็นตัวแปรกำกับของความต้องการพื้นฐานด้านการเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่ทำงานในองค์กรปัจจุบันเกิน 6 เดือน จำนวน 262 คน ตอบแบบสอบถามออนไลน์วัดตัวแปรทั้งสี่ตัวแปร ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทดสอบสมมติฐานด้วยโมเดลการส่งผ่านที่ถูกกำกับ (Moderated mediation model) โดยใส่ตัวแปรอายุซึ่งสัมพันธ์กับความตั้งใจลาออกเป็นตัวแปรควบคุมในการวิเคราะห์ ผลพบว่าหลังจากควบคุมตัวแปรอายุแล้ว การถูกกีดกันในที่ทำงานมีความสัมพันธ์กับความตั้งใจลาออก โดยการรับรู้ความเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงานเป็นตัวส่งผ่านความสัมพันธ์นี้ ส่วนความต้องการพื้นฐานด้านการเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มเป็นตัวแปรกำกับความสัมพันธ์ระหว่างการถูกกีดกันในที่ทำงานกับการรับรู้ความเป็นส่วนหนึ่งในที่ทำงาน แต่ไม่ได้กำกับความสัมพันธ์ของการถูกกีดกันในที่ทำงานกับความตั้งใจลาออก และความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความเป็นส่วนหนึ่งกับความตั้งใจลาออก


ความสัมพันธ์ระหว่างความทุ่มเทในการทำงาน ความมุ่งมั่นต่องานมากเกินไป ความกดดันจากทางไกลในที่ทำงาน และสุขภาวะที่ดีของพนักงาน โดยมีการทำงานนอกเวลางานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, จีระนุช รัชโพธิ์ Jan 2025

ความสัมพันธ์ระหว่างความทุ่มเทในการทำงาน ความมุ่งมั่นต่องานมากเกินไป ความกดดันจากทางไกลในที่ทำงาน และสุขภาวะที่ดีของพนักงาน โดยมีการทำงานนอกเวลางานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, จีระนุช รัชโพธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การทำงานนอกเวลางาน (Leaveism) หมายถึงการที่พนักงานใช้วันลา เวลาส่วนตัว หรือช่วงเวลานอกเหนือจากเวลาทำงานปกติในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาวะของพนักงาน งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาอิทธิพลของความทุ่มเทในการทำงาน ความมุ่งมั่นต่องานมากเกินไป และความกดดันจากทางไกลในที่ทำงาน ต่อสุขภาวะที่ดีของพนักงาน โดยมีการทำงานนอกเวลางานเป็นตัวแปรส่งผ่าน การเก็บข้อมูลทำโดยใช้แบบสอบถามกับพนักงานบริษัทเอกชนในประเทศไทย จำนวน 199 คน ซึ่งมีชั่วโมงการทำงานตามสัญญาที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับผู้บริหารระดับกลาง ผลการวิจัยพบว่า การทำงานนอกเวลางานไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อสุขภาวะที่ดีของพนักงาน (β = –.043, p = .520) อย่างไรก็ตาม ความทุ่มเทในการทำงานและความมุ่งมั่นต่องานมากเกินไปมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการทำงานนอกเวลางานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .364, p < .01; β = .603, p < .001) ขณะที่ความกดดันจากทางไกลในที่ทำงานไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว (β = –.065, p = .197) การทดสอบตัวแปรส่งพบว่า ความทุ่มเทในการทำงานและความมุ่งมั่นต่องานมากเกินไปมีอิทธิพลทางตรงต่อสุขภาวะที่ดีของพนักงานโดยไม่ผ่านการทำงานนอกเวลางาน ในขณะที่ความกดดันจากทางไกลในที่ทำงานไม่มีอิทธิพลทางตรงต่อสุขภาวะที่ดีของพนักงาน โดยค่าผลทั้งหมดมีช่วงความเชื่อมั่นที่คร่อมศูนย์ ได้แก่ a1b = –.0155, a2b = –.0258, และ a3b = –.0035 จากผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยเชิงพฤติกรรมของพนักงาน เช่น ความทุ่มเทและความมุ่งมั่นเกินพอดี มีบทบาทต่อสุขภาวะมากกว่าพฤติกรรมการทำงานนอกเวลางานโดยตรง องค์การจึงควรพิจารณาออกแบบกลยุทธ์การดูแลพนักงาน ผ่านการออกแบบนโยบายหรือแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมสุขภาวะของพนักงานให้ครอบคลุมปัจจัยเชิงพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้น


ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมต่อการกํากับอารมณ์ในผู้ใหญ่วัยเริ่มที่มีอาการออทิสติก, กนกนาฎ โค้วอารีย์ Jan 2025

ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมต่อการกํากับอารมณ์ในผู้ใหญ่วัยเริ่มที่มีอาการออทิสติก, กนกนาฎ โค้วอารีย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมต่อการกำกับอารมณ์ในผู้ใหญ่วัยเริ่มที่มีอาการออทิสติก กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคคลที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีอาการออทิสติก กลุ่มตัวอย่างมีอายุ 18 – 29 ปี มีคะแนนการกำกับอารมณ์ทางความคิดด้านที่เหมาะสมตามเกณฑ์คัดเข้า โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 20 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 10 คน และกลุ่มควบคุม 10 คน กลุ่มทดลองเข้ากลุ่มการปรึกษากลุ่มเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมเพื่อเสริมสร้างการกำกับอารมณ์ทางบวกรวม 8 ครั้งๆ ละ 90 นาที และทั้งสองกลุ่มตอบแบบสอบถามการกำกับอารมณ์ทางความคิดก่อนและหลังการเข้าร่วมการวิจัย เพื่อทดสอบสมมติฐานว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนการกำกับอารมณ์ด้านที่เหมาะสมในช่วงหลังการทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และในช่วงหลังการทดลองนี้ กลุ่มทดลองมีคะแนนการกำกับอารมณ์ด้านที่เหมาะสมสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยสนับสนุนผลการศึกษาที่วางไว้ กล่าวคือภายหลังการเข้ากลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวทางปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองมีคะแนนการกำกับอารมณ์ด้านที่เหมาะสมเพิ่ม ขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t(9) = 2.87, p = .009) และภายหลังการเข้ากลุ่ม กลุ่มทดลองมีคะแนนการกำกับอารมณ์ทางความคิดด้านที่เหมาะสมสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t(18) = 2.31, p < .05)


ประสบการณ์ของผู้ให้คำปรึกษาที่ประสบกับการเสียชีวิตของผู้รับบริการโดยไม่คาดคิด, ทิฆัมพร เสาร์วิบูลย์ Jan 2025

ประสบการณ์ของผู้ให้คำปรึกษาที่ประสบกับการเสียชีวิตของผู้รับบริการโดยไม่คาดคิด, ทิฆัมพร เสาร์วิบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การประสบกับการเสียชีวิตของผู้รับบริการโดยไม่คาดคิดก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางอารมณ์และต่อความมั่นคงของอัตลักษณ์ทางวิชาชีพของผู้ให้คำปรึกษา แต่ยังมีงานวิจัยที่อธิบายประสบการณ์ดังกล่าวค่อนข้างจำกัด งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและทำความเข้าใจประสบการณ์ของผู้ให้คำปรึกษาที่เผชิญการเสียชีวิตของผู้รับบริการโดยไม่คาดคิด โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกในผู้ให้คำปรึกษา 4 ราย และวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis: IPA) ผลการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ใจความสำคัญหลัก ได้แก่ 1) ความสั่นคลอนตัวตนจากการสูญเสีย 2) การเยียวยาตนเองเพื่อฟื้นคืนความสามารถในการให้บริการ และ 3) การมีทรัพยากรรองรับเพื่อรับมือกับความสูญเสีย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเสียชีวิตของผู้รับบริการโดยไม่คาดคิดก่อให้เกิดอารมณ์ทางลบอย่างรุนแรงและการโทษตนเอง แต่ผู้ให้คำปรึกษาสามารถฟื้นคืนความมั่นคงทางใจผ่านการดูแลตนเอง การตระหนักว่าตนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว และการได้รับการสนับสนุนจากบุคคลรอบข้าง ทั้งยังตอกย้ำความสำคัญของการมีทรัพยากรและสวัสดิการที่ช่วยเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความสูญเสีย โดยได้นำเสนอการอภิปรายผลผ่านทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการเสริมสร้างการดูแลใจของผู้ให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ


ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาระงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยมีพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เป็นตัวแปรส่งผ่านและการรับรู้ความเห็นอกเห็นใจของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ, ภัทราพร เศรษฐวงศ์ Jan 2025

ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาระงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยมีพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เป็นตัวแปรส่งผ่านและการรับรู้ความเห็นอกเห็นใจของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ, ภัทราพร เศรษฐวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภาวะหมดไฟในการทำงาน เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาวะของพนักงาน โดยมีการรับรู้ภาระงานเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง และอาจเกิดจากการมีพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ด้วยเช่นกัน ขณะที่การรับรู้ความเห็นอกเห็นใจของผู้นำเป็นทรัพยากรที่ช่วยลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าว งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาระงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เป็นตัวแปรส่งผ่าน และการรับรู้ความเห็นอกเห็นใจของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ จากการศึกษาพนักงานประจำในองค์การภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนในประเทศไทย จำนวน 149 คน เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลแบบถดถอยเชิงพหุคูณผ่าน PROCESS Macro Model 8 ใน SPSS ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ภาระงานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อภาวะหมดไฟในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านบางส่วน (partial mediation) ในความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาระงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน อย่างไรก็ตามการรับรู้ภาระงานไม่พบอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่การรับรู้ความเห็นอกเห็นใจของผู้นำมีบทบาทกำกับเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภาระงานและพฤติกรรมการมาทำงานด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ แต่ไม่พบอิทธิพลกำกับความสัมพันธ์จากการรับรู้ภาระงานไปสู่ภาวะหมดไฟในการทำงานที่มีตัวแปรกำกับแบบครบโมเดล (moderated mediation model) งานวิจัยครั้งนี้ช่วยช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาวะของพนักงานและตอกย้ำความสำคัญของภาวะผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจ เพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนานโยบายด้านสุขภาวะและการบริหารภาระงานในองค์การ


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความสุขของผู้สูงอายุตอนต้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, มนันชยา คงแก้ว Jan 2025

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความสุขของผู้สูงอายุตอนต้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, มนันชยา คงแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับความสุขของผู้สูงอายุตอนต้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ การเห็นคุณค่าในตนเอง การรับรู้การสนับสนุนทางสังคม ความถี่การมีส่วนร่วมทางสังคม ความพึงพอใจการมีส่วนร่วมทางสังคม การมองโลกในแง่ดี และการจัดการกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยมีสมมติฐานการวิจัยว่าปัจจัยที่สัมพันธ์ทั้งหมดดังกล่าวสามารถร่วมทำนายความสุขของผู้สูงอายุได้ การวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุตอนต้นอายุ 60-69 ปี ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 200 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณแบบนำตัวแปรเข้าทุกตัวแปร ผลการวิเคราะห์พบว่า จากตัวแปรทำนายทั้งหมดจำนวน 6 ตัวแปร มี 4 ตัวแปรที่สามารถร่วมกันทำนายความสุขของผู้สูงอายุได้ร้อยละ 56 โดยการเห็นคุณค่าในตนเอง สามารถทำนายได้มากที่สุด (β=.419, p < .01) รองลงมาคือ ความพึงพอใจการมีส่วนร่วมทางสังคม (β = .211, p < .01) การมองโลกในแง่ดี (β = .178, p < .01) และ การรับรู้การสนับสนุนทางสังคม (β = .167, p < .01) ตามลำดับ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเห็นคุณค่าในตนเอง ความพึงพอใจการมีส่วนร่วมทางสังคม การมองโลกในแง่ดี และการรับรู้การสนับสนุนจากสังคม มีผลต่อความสุขของผู้สูงอายุตอนต้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงควรมีการส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างการเห็นคุณค่าในตนเอง การมองโลกในแง่ดี รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมร่วมกับบุคคลในครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชน โดยไม่เน้นที่การออกไปทำกิจกรรมบ่อย ๆ แต่ควรเป็นการได้ทำกิจกรรมที่ตนเองพึงพอใจโดยไม่ต้องฝืนใจ


ความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีการเผชิญปัญหาและปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก โดยมีการฟื้นคืนพลังเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ธีมาพร ฉิมหลวง Jan 2025

ความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีการเผชิญปัญหาและปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก โดยมีการฟื้นคืนพลังเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ธีมาพร ฉิมหลวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของระหว่างกลวิธีการเผชิญปัญหาและปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก โดยมีการฟื้นคืนพลังเป็นตัวแปรส่งผ่าน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก ที่มีอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป จำนวน 246 คน เครื่องมือในการวิจัย คือแบบประเมินกลวิธีในเผชิญกับความเครียดแบบสั้นฉบับภาษาไทย (α = 0.70) แบบประเมินการฟื้นคืนพลัง (α = 0.90) และแบบประเมิน Thai General Health Questionnaire-12 (α = 0.84) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ตัวแปรส่งผ่าน ด้วยโปรแกรม PROCESS Macro for SPSS (Model 4) โดยใช้เทคนิค Bootstrapping จำนวน 5,000 ครั้ง และกำหนดช่วงความเชื่อมั่นที่ 95%ผลการวิจัย พบว่า กลวิธีการเผชิญปัญหาโดยมุ่งเน้นที่อารมณ์ที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหา ไม่มีอิทธิพลทางตรงต่อปัญหาสุขภาพจิต (β = 0.069, p =.338) แต่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อปัญหาสุขภาพจิตผ่านการฟืนคืนพลัง (β = -0.174, p


การพัฒนาดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวก เพื่อทำนายสุขภาวะทางจิตและปัญหาทางจิตใจในนิสิตนักศึกษา, ศุภลักษณ์ เศรษฐวัชราวนิช Jan 2025

การพัฒนาดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวก เพื่อทำนายสุขภาวะทางจิตและปัญหาทางจิตใจในนิสิตนักศึกษา, ศุภลักษณ์ เศรษฐวัชราวนิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวกในนิสิตนักศึกษา โดยมีการศึกษาดังนี้ การศึกษาที่ 1 เป็นการพัฒนาดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวก และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวกกับสุขภาวะทางจิต และปัญหาทางจิตใจ โดยวิเคราะห์ผ่านสมการตัวแบบเส้นทางกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน ภายใต้โครงสร้างลำดับสูงแบบสะท้อน-ก่อรูป การศึกษาที่ 2 เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวก ความหวัง การมองโลกในแง่ดี และการเห็นคุณค่าแห่งตน ในการทำนายสุขภาวะทางจิต โดยการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบลำดับขั้น ผลการศึกษาที่ 1 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน (n = 316) อายุเฉลี่ย 20.54 ปี (SD = 1.39) เป็นเพศหญิง 211 คน เพศชาย 94 เพศทางเลือก 10 คน และไม่ระบุเพศ 1 คน พบว่า ดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวก มีความตรงเชิงเนื้อหา คุณภาพเบื้องต้น ความตรงเชิงภาวะสันนิษฐาน และความตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์ โดยตัวแปรบ่งชี้ ได้แก่ การมีสติ (β = .590, p < .001) หิริ-โอตตัปปะ (β = .248, p < .01) ศรัทธา (β = .234, p < .01) ความซื่อตรงแห่งจิต (β = .173, p < .05) และความเข้าใจในไตรลักษณ์ (β = .124, p > .05) ซึ่งมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบ (.571, p < .001) สะท้อนคุณภาพในการเป็นตัวแปรบ่งชี้ของดัชนี ดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวกมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสุขภาวะทางจิต (β =.677, p < .001) และเชิงลบกับปัญหาทางจิตใจ (β = -.429, p < .001) รวมถึงสามารถอธิบายความแปรปรวนของสุขภาวะทางจิตได้ร้อยละ 45.8 และปัญหาทางจิตใจได้ร้อยละ 18.4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษาที่ 2 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน (n = 244) อายุเฉลี่ย 20.83 ปี (SD = 1.48) เป็นเพศหญิง 174 คน เพศชาย 63 คน และเพศทางเลือก 7 คน พบว่า ดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวกมีความสามารถอธิบายความแปรปรวนของสุขภาวะทางจิตเพิ่มขี้นร้อยละ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ΔR2=.03, p < .001) เพิ่มจากตัวแปรควบคุม ได้แก่ ความหวัง การมองโลกในแง่ดี และการเห็นคุณค่าแห่งตน ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ดัชนีเจตสิกการรู้คิดเชิงบวก มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำไปใช้ทำนายสุขภาวะทางจิต และปัญหาทางจิตใจในนิสิตนักศึกษา


การสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของรายการเล่าเรื่องราวสยองขวัญ, กฤษฎา ทองมี Jan 2025

การสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของรายการเล่าเรื่องราวสยองขวัญ, กฤษฎา ทองมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงปริมาณเรื่อง การสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของรายการเล่าเรื่องราวสยองขวัญ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ (Relationship Marketing Communication) และพฤติกรรมการติดตามและการมีส่วนร่วมของผู้รับฟัง รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเหล่านี้กับลักษณะทางประชากร โดยใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้ติดตามรายการอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ติดตามรับฟังมีความคิดเห็นต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย=3.36) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ความเชื่อใจ (Trust) ได้รับความคิดเห็นในระดับมากสูงสุด (ค่าเฉลี่ย =3.56) ในขณะที่ระดับพฤติกรรมการติดตามและการมีส่วนร่วมโดยรวมกลับอยู่ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย = 2.45) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทั่วไป (การคอมเมนต์ แชร์) จะอยู่ในระดับปานกลาง แต่พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมเชิงการตลาดที่มีค่าใช้จ่ายกลับอยู่ในระดับน้อยมาก จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า ความคิดเห็นต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์มีความสัมพันธ์สูงกับพฤติกรรมการติดตามและการมีส่วนร่วม แต่เป็นเพียงความสัมพันธ์ในระดับน้อย (ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ =0.167) นอกจากนี้ ลักษณะทางประชากรยังมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มผู้ติดตามที่มีอายุแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์แตกต่างกัน และผู้ที่มีอาชีพ (ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ) และรายได้ต่อเดือน (10,001–30,000 บาท) แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการติดตามและการมีส่วนร่วมแตกต่างกัน ข้อค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ติดตามมีความเชื่อมั่นในเนื้อหาและการสื่อสารของรายการในระดับสูง แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีความอ่อนแอในการเปลี่ยนไปสู่การมีส่วนร่วมเชิงธุรกิจที่ต้องใช้ต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่รายการควรพิจารณาเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายในอนาคต


ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ในหลักสูตรอบรมออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษของพนักงานโดยมีอารมณ์เชิงบวกเป็นตัวแปรส่งผ่าน และการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกเป็นตัวแปรกำกับ, วรรณชนก อยู่ถมยา Jan 2025

ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ในหลักสูตรอบรมออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษของพนักงานโดยมีอารมณ์เชิงบวกเป็นตัวแปรส่งผ่าน และการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกเป็นตัวแปรกำกับ, วรรณชนก อยู่ถมยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ โดยมีอารมณ์เชิงบวกเป็นตัวแปรส่งผ่าน และการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกเป็นตัวแปรกำกับ กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษแบบสอนสด จำนวน 120 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณโดยใช้โปรแกรม Process Macro ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนมีความสัมพันธ์ทางบวกกับอารมณ์เชิงบวก และอารมณ์เชิงบวกมีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ไม่พบอิทธิพลทางตรงของการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ อีกทั้งไม่พบอิทธิพลส่งผ่านของอารมณ์เชิงบวกภายใต้เงื่อนไขของการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวก กล่าวคือ การรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแปรกำกับที่ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนและอารมณ์เชิงบวก แต่เมื่อวิเคราะห์แบบไม่รวมตัวแปรกำกับ พบว่าอารมณ์เชิงบวกมีบทบาทเป็นตัวแปรส่งผ่านอย่างสมบูรณ์ ผลการศึกษาสะท้อนว่า อารมณ์เชิงบวกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ แม้ว่าการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกในบริบทการเรียนออนไลน์อาจยังไม่สามารถเพิ่มอิทธิพลของกลไกการส่งผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ ข้อค้นพบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเสริมสร้างการรับรู้ความสามารถของผู้เรียน กระตุ้นอารมณ์เชิงบวก และพัฒนาการให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ในหลักสูตรอบรมพนักงาน


บทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ผ่านข่าวออนไลน์และการสนทนาออนไลน์, ชนนิกานต์ พันธกานกุล Jan 2025

บทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ผ่านข่าวออนไลน์และการสนทนาออนไลน์, ชนนิกานต์ พันธกานกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านข่าวสารออนไลน์และการสนทนาออนไลน์ของกลุ่มแฟน งานวิจัยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ตามรูปแบบ Convergent Design โดยเก็บข้อมูลข่าวจำนวน 966 บทความจาก 15 แพลตฟอร์มข่าวออนไลน์ ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 และเก็บข้อมูลจาก Pantip, Reddit, X และ Facebook พร้อมใช้วิธีการทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงสังคมศาสตร์ในการวิเคราะห์ผล ผลการวิจัยพบว่าแพลตฟอร์มข่าวออนไลน์มักนำเสนอซีรีส์วายไทยในรูปแบบข่าวทั่วไปและข่าวประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของข่าวที่เชื่อมโยงซีรีส์วายกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซอฟต์พาวเวอร์ และภาพลักษณ์ประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนบทบาทของสื่อกระแสหลักในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แบบบนลงล่าง (Top-down) ในขณะเดียวกัน กลุ่มแฟนคลับมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แบบล่างขึ้นบน (Bottom-up) ผ่านการพูดคุยเกี่ยวกับนักแสดง บทวิจารณ์ โปรเจกต์ของแฟน ๆ การท่องเที่ยวตามรอย รวมถึงการแปลและอธิบายวัฒนธรรมไทยเป็นภาษาต่าง ๆ ทำให้แฟนคลับทำหน้าที่เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้สนับสนุนเศรษฐกิจ และผู้ร่วมผลิตเนื้อหาทางวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงซีรีส์วายกับการท่องเที่ยว การบริโภคสินค้าไทย และภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศ ข้อค้นพบทั้งหมดนำไปสู่ข้อสรุปว่า ซีรีส์วายไทยมีศักยภาพในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม การบูรณาการเชิงนโยบายและโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐยังมีข้อจำกัด และจากการสื่อสารของทั้งสองสื่อดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังขาดการพัฒนากลวิธีการสื่อสารและการพูดถึงยุทธศาสตร์การสื่อสารอย่างเป็นระบบ


การใช้เมทาเดทาเชิงบริหารสำหรับคลังสถาบันในห้องสมุดมหาวิทยาลัยของบรรณารักษ์งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ, สุดารัตน์ พบถาวร Jan 2025

การใช้เมทาเดทาเชิงบริหารสำหรับคลังสถาบันในห้องสมุดมหาวิทยาลัยของบรรณารักษ์งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ, สุดารัตน์ พบถาวร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะและสภาพการใช้เมทาเดทาเชิงบริหารที่ปรากฏอยู่ในระเบียนข้อมูลของคลังสถาบันในห้องสมุดมหาวิทยาลัย และ 2) ปัญหาในการใช้เมทาเดทาเชิงบริหารของบรรณารักษ์งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ การวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณโดยใช้การสำรวจ (Survey Research) ประกอบด้วยการวิเคราะห์ระเบียนเมทาเดทาจำนวน 400 ระเบียนจากคลังสถาบัน 8 แห่ง และการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามและการสัมภาษณ์บรรณารักษ์งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศจำนวน 22 คนจาก 15 สถาบัน เพื่อประมวลลักษณะการใช้เมทาเดทา ปัญหา และทักษะที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษา พบว่า เมทาเดทาเชิงบริหารด้านการจัดการสิทธิ์ และด้านเทคนิค ปรากฏในสัดส่วนสูงสุดในทุกคลังสถาบัน โดยข้อมูลผู้สร้าง ผู้มีส่วนร่วม ลิขสิทธิ์ รูปแบบไฟล์ และขนาดไฟล์ถูกบันทึกอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เมทาเดทาด้านการสงวนรักษา เช่น ประวัติการจัดทำระเบียน แหล่งที่มา และข้อมูลระยะเวลาการเก็บรักษา แม้จะปรากฏในระดับปานกลาง แต่ยังมีความไม่สม่ำเสมอระหว่างสถาบันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ รูปแบบการบันทึกเมทาเดทามักรวมอยู่ในเขตข้อมูลเมทาเดทาเชิงพรรณนาและเชิงโครงสร้าง มากกว่าการแยกเป็นหมวดเฉพาะ ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดทั้งด้านระบบและแนวปฏิบัติของบุคลากร ผลการวิเคราะห์ปัญหา พบว่า บรรณารักษ์ประสบปัญหาในระดับปานกลาง โดยประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขาดการส่งเสริมจากหน่วยงานสังกัด การขาดความตระหนักรู้ต่อบทบาทของเมทาเดทาเชิงบริหารต่อการอนุรักษ์ข้อมูลระยะยาว และข้อจำกัดด้านระบบและทรัพยากร แม้บรรณารักษ์จะมีทักษะการอธิบายข้อมูลในระดับปานกลางค่อนไปทางสูง แต่ยังขาดมาตรฐานกลางร่วมกันของสถาบัน ข้อเสนอแนะสำคัญจากการศึกษาครั้งนี้ คือ การจัดทำมาตรฐานกลางด้านเมทาเดทาเชิงบริหารสำหรับคลังสถาบันไทย การยกระดับบทบาทเชิงนโยบายของผู้บริหาร การพัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์ด้านการอนุรักษ์ดิจิทัล และการปรับปรุงระบบคลังสถาบันให้รองรับเมทาเดทาเชิงบริหารเชิงลึก เพื่อเสริมคุณภาพการจัดการทรัพยากรสารสนเทศระยะยาวอย่างยั่งยืน