Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Higher Education (142985)
- Arts and Humanities (64184)
- Social and Behavioral Sciences (63137)
- Educational Administration and Supervision (46612)
- History (34256)
-
- Curriculum and Instruction (32430)
- Higher Education Administration (31924)
- Teacher Education and Professional Development (29308)
- Business (22752)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (22427)
- Educational Leadership (20641)
- Medicine and Health Sciences (19508)
- Science and Mathematics Education (19280)
- Communication (16002)
- Educational Methods (14873)
- Social History (13720)
- United States History (13714)
- Sociology (13319)
- Physical Sciences and Mathematics (13237)
- Life Sciences (12418)
- Library and Information Science (9880)
- Bilingual, Multilingual, and Multicultural Education (9676)
- Other Education (9132)
- Health and Physical Education (8920)
- Educational Psychology (8445)
- Engineering (8100)
- Marketing (7749)
- Race, Ethnicity and Post-Colonial Studies (7715)
- Special Education and Teaching (7696)
- Institution
-
- University of Alabama at Birmingham (22622)
- Western Kentucky University (17524)
- University of Nebraska - Lincoln (15717)
- University of Northern Iowa (15512)
- Georgia Southern University (13672)
-
- East Tennessee State University (11808)
- Morehead State University (10630)
- Western Michigan University (10558)
- Nova Southeastern University (6349)
- Taylor University (6256)
- Grand Valley State University (5569)
- Walden University (4902)
- University of South Florida (4333)
- Illinois Wesleyan University (4286)
- Liberty University (4263)
- Ursinus College (4252)
- Chulalongkorn University (4035)
- Utah State University (3917)
- City University of New York (CUNY) (3755)
- Edith Cowan University (3681)
- Old Dominion University (3634)
- University of Central Florida (3314)
- Marquette University (3278)
- Marshall University (3227)
- Eastern Illinois University (3079)
- Wright State University (2739)
- University of Nebraska at Omaha (2724)
- Central Washington University (2718)
- California State University, Monterey Bay (2654)
- Australian Council for Educational Research (ACER) (2595)
- Keyword
-
- Education (12875)
- Western Kentucky University (8598)
- Georgia Southern University (8565)
- Athletics (7314)
- Higher education (7225)
-
- Students (5224)
- Newspaper (4871)
- Faculty (4659)
- Newsletter (4408)
- Alumni (4201)
- Ursinus College (4088)
- Pennsylvania (3920)
- Collegeville (3886)
- School of medicine (3445)
- Release (3157)
- Curriculum (2696)
- UAB (2667)
- Leadership (2599)
- Events (2504)
- Staff (2386)
- Football (2374)
- Mission schools (2368)
- Catholic missions (2366)
- BCIM (2365)
- Bureau of catholic indian missions (2365)
- Catholic Boarding schools (2365)
- Catholic Indian Schools (2365)
- Catholic Tribal schools (2365)
- Day schools (2365)
- Indian boarding schools (2365)
- Publication Year
-
- 2026 (8471)
- 2025 (12208)
- 2024 (14304)
- 2023 (15040)
- 2022 (16624)
-
- 2021 (17047)
- 2020 (17190)
- 2019 (16772)
- 2018 (17575)
- 2017 (15523)
- 2016 (17339)
- 2015 (14175)
- 2014 (12492)
- 2013 (11387)
- 2012 (9150)
- 2011 (8970)
- 2010 (7449)
- 2009 (7314)
- 2008 (6891)
- 2007 (5186)
- 2006 (4671)
- 2005 (4591)
- 2004 (4141)
- 2003 (3938)
- 2002 (3667)
- 2001 (3586)
- 2000 (3524)
- 1999 (2946)
- 1998 (3150)
- 1997 (3046)
- Publication
-
- Browse All News (19555)
- Theses and Dissertations (7955)
- Dissertations (7168)
- WKU Administration Documents (7091)
- ETSU News (6287)
-
- Athletics: News & Publications (5883)
- Electronic Theses and Dissertations (4361)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (4169)
- Doctoral Dissertations and Projects (3683)
- Nebraska Tractor Tests (3397)
- Graduate Research Papers (3264)
- News and Events (Discontinued Series) (3077)
- Masters Theses (2663)
- International Journal of Exercise Science: Conference Proceedings (2562)
- Journal of Education Studies (2450)
- Iowa Science Teachers Journal (2306)
- Reading Horizons: A Journal of Literacy and Language Arts (2231)
- Student Newspapers (2182)
- Ursinus Weekly Newspaper, 1902-1978 (2124)
- University of Nebraska-Lincoln Extension: Historical Materials (2099)
- Morehead State Trail Blazer Archive (1898)
- eReporter (campus newsletter) (1801)
- Australian Journal of Teacher Education (1655)
- Faculty Senate Records (1620)
- Documents (1432)
- Theses Digitization Project (1425)
- Hollins Student Newspapers (1384)
- Documents - Faculty Senate (1383)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (1377)
- Publications and Research (1377)
- Publication Type
Articles 19471 - 19500 of 382361
Full-Text Articles in Education
ผลของวิธีการสอนโดยการใช้เทคนิคการตั้งคำถามที่มีต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ณัฐดนัย นิรุตติ์เมธีกุล
ผลของวิธีการสอนโดยการใช้เทคนิคการตั้งคำถามที่มีต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ณัฐดนัย นิรุตติ์เมธีกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม และ (2) วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม ที่มีต่อทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ตัวอย่างวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน 29 คน ระยะเวลาในการวิจัย คือ 15 คาบเรียน คาบเรียนละ 50 นาที โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมมาตรฐาน สถิติทดสอบค่าที และการจัดกลุ่มข้อมูล เพื่อเสนอข้อค้นพบของการวิจัยผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้(1) นักเรียนที่่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการใช้เทคนิคการตั้งคำถาม พบว่า คะแนนเฉลี่ยของทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะทักษะด้านการวิเคราะห์และการประเมิน อย่างไรก็ตามทักษะด้านการแปลความ การอนุมาน และการอธิบาย ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(2) การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม ที่มีต่อทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน แบ่งเป็น 2.1) ขั้นการตั้งคำถาม ไม่สามารถส่งเสริมทักษะการแปลความของนักเรียนได้ หากปราศจากความรู้พื้นฐานในประเด็นที่ศึกษา 2.2) ขั้นการพัฒนาคำถาม สามารถส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ผ่านกิจกรรมการจำแนกประเภทคำถามปลายเปิดและปลายปิด 2.3) ขั้นการจัดลำดับความสำคัญของคำถาม สามารถส่งเสริมทักษะการประเมินของนักเรียน ผ่านกิจกรรมการคัดเลือกคำถามที่มีคุณภาพ ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ แต่ไม่สามารถส่งเสริมทักษะการอธิบาย อย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ 2.4) ขั้นการสะท้อนความคิดและการนำไปใช้ สามารถส่งเสริมทักษะการควบคุมตนเองได้ ผ่านกิจกรรมการสะท้อนการเรียนรู้ของตนเอง
การจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม เพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฏฐภัทร มูลหิลัญจน์เดชา
การจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม เพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฏฐภัทร มูลหิลัญจน์เดชา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม 2) เพื่อเปรียบเทียบความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังได้รับ การจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบการอ่านเพื่อความเข้าใจ แบบวัดความผูกพันกับการอ่าน และแผนการจัดการเรียนรู้การอ่านวรรณคดีไทยเพื่อความเข้าใจตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ทั้งในภาพรวมและจำแนกตามระดับการอ่านสูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) คะแนนเฉลี่ยความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ทั้งในภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบสูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05
แนวทางการจัดการเรียนรวมของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในการเรียนวิชาพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา, ณัฐพรรษ สอนประสาร
แนวทางการจัดการเรียนรวมของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในการเรียนวิชาพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา, ณัฐพรรษ สอนประสาร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพ และปัญหาการจัดการเรียนรวมของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในการเรียนรวมวิชาพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา 2) นำเสนอแนวทางการจัดการเรียนรวมของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในการเรียนวิชาพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการคำนวณโดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และการสุ่มแบบเป็นชั้นภูมิ (แบ่งชั้น) (Stratified Sampling) โดยจำแนกโรงเรียนตามภูมิภาคทั้ง 4 ภาค และใช้การจัดสรรกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วน (Proportional Allocation) ดำเนินการส่งแบบสอบถามไปยังครูที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 285 ฉบับ และได้รับการตอบกลับมาอย่างสมบูรณ์จำนวน 228 ฉบับ คิดเป็น ร้อยละ 80 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการจัดการเรียนรวมของนักเรียนที่มีความต้องพิเศษในการเรียนวิชาพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.6-1.0 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) โรงเรียนส่วนใหญ่มีความตั้งใจจัดการเรียนรวมวิชาพลศึกษา แต่ยังขาดบุคลากรเฉพาะทางและระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน จึงต้องพึ่งพารูปแบบที่ยืดหยุ่นมากกว่ารูปแบบมาตรฐาน (SEAT Framework) 2) แนวทางการเรียนรวมตาม SEAT Framework มีจุดเด่นด้านการจัดการเรียนรวมวิชาพลศึกษาให้กับผู้เรียนและกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ได้รับการสนับสนุนจากครูผู้สอนเป็นอย่างดี แต่ยังมีจุดด้อยด้านสภาพสิ่งแวดล้อม ด้านเครื่องมือ โดยเฉพาะอุปกรณ์เฉพาะในการเรียนวิชาพลศึกษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ และด้านครูการศึกษาพิเศษที่มีจำนวนน้อย บางโรงเรียนไม่มีครูเหล่านี้ จึงเป็นแนวทางที่ควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาโดยใช้ภาระงานเป็นฐานร่วมกับการให้ข้อมูลป้อนกลับด้วยปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิพากษ์และการมีส่วนร่วมของนักเรียน, ณัฐวุฒิ จิโนวัฒน์
การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาโดยใช้ภาระงานเป็นฐานร่วมกับการให้ข้อมูลป้อนกลับด้วยปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิพากษ์และการมีส่วนร่วมของนักเรียน, ณัฐวุฒิ จิโนวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนภาษาโดยใช้ภาระงานเป็นฐานร่วมกับการให้ข้อมูลป้อนกลับด้วยปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิพากษ์และการมีส่วนร่วมของนักเรียน 2) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนฯ และ 3) เพื่อรับรองรูปแบบการสอนฯ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนารูปแบบ คือ ผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านภาษาไทย จำนวน 3 คน และด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา จำนวน 2 คน รวมจำนวน 5 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญ 2) แบบประเมินรูปแบบการสอนฯ 3) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนฯ 4) แบบประเมินทักษะการเขียนเชิงวิพากษ์ 5) แบบประเมินตนเองในการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และ 6) แบบประเมินรับรองรูปแบบการสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ Repeated Measurement ANOVA และ Post-Hocผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการสอนฯ ที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบสำคัญ 7 ประการ ได้แก่ ภาระงานการเขียน ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง ข้อมูลป้อนกลับ เกมมิฟิเคชัน ผู้สอน ผู้เรียน และการประเมิน และมีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้น ได้แก่ ขั้นก่อนปฏิบัติภาระงาน ขั้นปฏิบัติภาระงาน และขั้นหลังปฏิบัติภาระงาน ผลการทดลองใช้รูแบบการสอนฯ พบว่า คะแนนทักษะการเขียนเชิงวิพากษ์ของผู้เรียนหลังเรียนมีค่าสูงกว่าทั้งช่วงก่อนเรียน และระหว่างเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และผลการสังเกตพฤติกรรมทั้ง 4 ด้าน พบว่านักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีทักษะการคิดวิเคราะห์และสามารถนำข้อมูลป้อนกลับจากปัญญาประดิษฐ์ไปพัฒนางานเขียนของตนเองได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังมีส่วนร่วมกับเพื่อนและกิจกรรมในระดับสูง
พหุกรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์และแนวปฏิบัติของครูวิทยาศาสตร์ชาวไทยและชาวต่างชาติ, ณิชา ทีทา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์ไทยและครูชาวต่างชาติและ 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์และแนวปฏิบัติของครูแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่ศึกษาคือ ครูไทย 5คน และครูชาวต่างชาติ 4 คน ในจังหวัดขอนแก่น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตชั้นเรียน แบบวิเคราะห์แผน และแบบสอบถาม ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดมีค่า IOC 0.50 ขึ้นไป เมื่อ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาโดยนำผลจากข้อมูลมาเปรียบเทียบเพื่อหาความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างครูไทยและครูชาวต่างชาติ ผลการวิจัยพบว่า (1) ครูไทยมีความเชื่อทางญาณวิทยาซับซ้อนน้อยกว่าครูชาวต่างชาติที่มีความเชื่อที่ซับซ้อนกว่าเกือบทุกองค์ประกอบ (2) แนวปฏิบัติของครูไทยค่อนข้างเน้นครูเป็นศูนย์กลางและถูกจำกัดด้วยบริบทโรงเรียน ในขณะที่ครูชาวต่างชาติเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและใช้วิธีการสืบสอบมากกว่า (3) ความเชื่อของครูไทยไม่ส่งผลต่อแนวปฏิบัติโดยตรง เนื่องจากข้อจำกัดด้านหลักสูตร เวลา และการประเมินผล แสดงให้เห็นความไม่สอดคล้องระหว่างความเชื่อและการปฏิบัติ ในขณะที่ครูชาวต่างชาติระบุว่าความเชื่อส่งผลต่อแนวปฏิบัติ และมีความสอดคล้องสูงกว่า การวิจัยชี้ให้เห็นว่าบริบทมีอิทธิพลสำคัญต่อการนำความเชื่อไปสู่การปฏิบัติของครูไทย
วิถีวชิราวุธ : รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์, พรธิวา พรมน้ำฉ่า
วิถีวชิราวุธ : รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์, พรธิวา พรมน้ำฉ่า
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าของวิถีวชิราวุธที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามพลวัตการจัดการศึกษาในบริบทไทย และ 2) เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาของวิถีวชิราวุธเพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์เชิงพรรณนา การวิเคราะห์เชิงตีความ และการสังเคราะห์เชิงอุปนัย การรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย การศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผู้บริหาร ครู ผู้กำกับคณะ กลุ่มที่ 2 นักเรียนเก่า ผู้ปกครอง และกลุ่มที่ 3 นักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย การวิจัยภาคสนามโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย และการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัยพบว่า วชิราวุธวิทยาลัยอบรมนักเรียนตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 3 ประการ ได้แก่ ผู้มีศาสนา หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจและมีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต ผู้ดี หมายถึง บุคคลที่มีความประพฤติดี สะอาดทั้งกาย วาจา ใจ และรู้จักกาลเทศะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ผู้มีความรู้ หมายถึง บุคคลที่มีสติปัญญาความรู้ในการดำรงชีวิตและ คุณค่าของวิถีวชิราวุธประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1) คุณค่าด้านประวัติศาสตร์ สะท้อนพลวัตการจัดการศึกษา แบ่งเป็น 5 ยุคของผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย ได้แก่ ยุคที่ 1 ได้มีการวางรากฐานการศึกษาที่ผสานวิชาการ คุณธรรม และภาวะผู้นำตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคที่ 2 เน้นการพัฒนาคุณธรรม ความรับผิดชอบ และทักษะชีวิต เพื่อรองรับสังคมประชาธิปไตยและการปรับตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุคที่ 3 เสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อเตรียมผู้เรียนสู่สังคมโลกที่เปลี่ยนแปลง ยุคที่ 4 การจัดการศึกษาที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยเน้นความรู้ คุณธรรม และทักษะสังคม เพื่อเตรียมผู้เรียนสู่ยุคโลกาภิวัตน์และยุคดิจิทัล ยุคที่ 5 เสริมสร้างทักษะดิจิทัลควบคู่คุณธรรม การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สอดรับกับสังคมในศตวรรษที่ 21 2) คุณค่าด้านจริยศาสตร์ พบจากการฝึกจรรยาและการปลูกฝังคุณธรรมผ่านกิจวัตรประจำวัน การใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำ หลักสูตรและกิจกรรม ซึ่งหล่อหลอมความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ …
ความชุกและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในนักดนตรีซอไทย, พฤฒิธเรศ แสงศิรินาวิน
ความชุกและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในนักดนตรีซอไทย, พฤฒิธเรศ แสงศิรินาวิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาปัญหาความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการเล่นดนตรี (Playing-Related Musculoskeletal Disorders: PRMDs) ในกลุ่มนักดนตรีซอไทย (ซออู้ ซอด้วง และซอสามสาย) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอีกทั้งยังมีข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านการบาดเจ็บเฉพาะกลุ่มนักดนตรีซอในประเทศไทยค่อนข้างจำกัด งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาความชุกของอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในนักดนตรีซอไทย และ 2) เพื่อประเมินความเสี่ยงทางกายรศาสตร์ต่อการบาดเจ็บจากท่าทางการบรรเลงใช้ระเบียบวิธีวิจัยพหุวิธีแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Multimethod Design) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผ่าน 3 เครื่องมือหลัก ได้แก่ 1) การสำรวจความชุกด้วยแบบสอบถามที่ประยุกต์จาก Nordic Questionnaire ในกลุ่มตัวอย่างนักดนตรีซอไทยจำนวน 61 คน 2) การสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มผู้ที่มีประวัติการรักษาทางการแพทย์จำนวน 9 คน เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยและผลกระทบเชิงลึก และ 3) การประเมินความเสี่ยงทางกายรศาสตร์ด้วยวิธี Rapid Entire Body Assessment (REBA) ในกลุ่มตัวอย่างผู้เรียนจำนวน 19 คน เพื่อวิเคราะห์ท่าทางการบรรเลง พร้อมทั้งวิเคราะห์เปรียบเทียบความเสี่ยงกับท่าทางขณะนั่งเก้าอี้ ที่ปรากฏในกลุ่มตัวอย่างบางส่วน จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลความชุก (Prevalence) ด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ด้วย thematic analysis และสรุประดับความเร่งด่วนในการปรับปรุงจากเกณฑ์ Action level ของ REBAผลการวิจัยพบว่า นักดนตรีซอไทยมีอัตราความชุกของอาการบาดเจ็บสูงถึงร้อยละ 98.4 โดยเฉพาะในกลุ่มนักดนตรีซอด้วงและซอสามสายที่พบประวัติอาการบาดเจ็บถึงร้อยละ 100 บริเวณร่างกายที่พบอาการบาดเจ็บสูงสุดขณะบรรเลง คือ นิ้วมือ (ร้อยละ 91.8) รองลงมาคือ ขา (ร้อยละ 85.2) และมือ (ร้อยละ 83.6) ทั้งนี้ "ขา" เป็นตำแหน่งที่พบระดับความเจ็บปวดรุนแรงที่สุด ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับวัฒนธรรมการนั่งพับเพียบผลการประเมินความเสี่ยงด้วย REBA ชี้ให้เห็นว่า ท่าทางการนั่งพับเพียบขณะบรรเลงมีความเสี่ยงอยู่ในระดับ "สูงมาก" (Very High Risk) มีคะแนนเฉลี่ย 11.00 คะแนน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขทันที สาเหตุหลักเกิดจากการนั่งพับเพียบและการรับน้ำหนักแบบคงที่ (Static Loading) …
นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม, พฤฒยา เลิศมานพ
นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม, พฤฒยา เลิศมานพ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงคุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม และ 3) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงคุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด สพฐ. จำนวน 380 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือวิจัยคือแบบวัดระดับภาวะผู้นำเชิงคุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 62 เขต ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและครูที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด สพฐ. จำนวน 760 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือวิจัยคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ระยะที่ 3 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี โดยใช้ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาและตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม โดยใช้การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มและการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 17 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา การจัดกลุ่มข้อมูลและการสังเคราะห์บทสรุป และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงคุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.85, SD = 0.37) 2) ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม พบว่า ด้านการเรียนรู้แบบกลุ่ม (PNImodified = 0.158) มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงที่สุด 3) นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ได้เป็นนวัตกรรมเชิงกระบวนการ ซึ่งประกอบด้วย 3 นวัตกรรมย่อย ได้แก่ (1) นวัตกรรมค่ายผู้นำเชิงคุณธรรม (Virtuous Camp) (2) นวัตกรรม E-Virtuous Interactive และ …
กิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, พีระวัฒน์ วิบูลย์กุล
กิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, พีระวัฒน์ วิบูลย์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบ สืบสอบเป็นกลุ่มที่มีต่อความฉลาดรู้การอ่านของผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัยได้แก่ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร จำนวน 38 คน ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ รวม 16 คาบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่มร่วมกับ แนวทางการพัฒนาความฉลาดรู้การอ่าน แบบสอบกระบวนการอ่านและการนำผลการอ่านไปใช้ และแบบวัด ความผูกพันกับการอ่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยความฉลาดรู้การอ่านของผู้เรียนหลังได้รับการจัดกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่มทั้งในภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบสูงกว่าก่อนได้รับ การจัดกิจกรรมการอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์, พิมพ์ชนก ขัติยะ
การพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์, พิมพ์ชนก ขัติยะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาวิเคราะห์องค์ความรู้และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์ 2. เพื่อพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์ และ 3. เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้กิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์ งานวิจัยฉบับนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนา โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลวิเคราะห์องค์ความรู้และพัฒนากิจกรรม โดยการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการสัมภาษณ์ ก่อนจะนำมาพัฒนาเป็นกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาวิจิตรศิลป์ 4 คน อาจารย์วิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย 1 คน ศิลปินสตรีทอาร์ต 1 คน และคนในชุมชนฝั่งหมิ่น จํานวน 2 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 การศึกษาผลการทดลองใช้กิจกรรม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ระดับปวช.2 19 คน อาจารย์วิจิตรศิลป์วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย 1 คน ศิลปินสตรีทอาร์ต 2 คน และคนในชุมชนฝั่งหมิ่น 10 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบประเมินการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรม และ แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ว่า องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ศิลปศึกษาที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ศิลปะสาธารณะ การคิดเชิงออกแบบ การเห็นคุณค่าและสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ชุมชน พื้นที่ และเครือข่าย กิจกรรมที่พัฒนาขึ้นมีแนวทาง 5 ข้อ คือ 1) การเรียนรู้เชิงคุณค่าผ่านประสบการณ์ตรง 2) การใช้ความต้องการของชุมชนเป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงาน 3) การคัดสรรพื้นที่สร้างงานสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสม 4) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเครือข่าย และ 5) ถ่ายทอดผลการเรียนรู้อัตลักษณ์ชุมชนผ่านสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ กระบวนการจัดกิจกรรมมี 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) เรียนรู้สตรีทอาร์ต รู้จักชุมชน …
แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, รณจักร ยั่งยืน
แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, รณจักร ยั่งยืน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) นำเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น การวิจัยแบ่งเป็นสองระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เอกสาร หลักสูตรและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเรียนการสอน จำนวน 5 คน ใช้แบบวิเคราะห์เอกสารและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ ระยะที่ 2 การพัฒนาและทดลองใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามกรอบแนวคิด PACE (Practice, Analyze, Create, Empower) โดยเสนอร่างต่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความตรงเชิงเนื้อหา และปรับปรุงก่อนนำไปใช้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์ 6 แห่ง จำนวน 144 คน เป็นเวลา 7 คาบเรียน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยชุดกิจกรรม แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินผลงาน และแบบสะท้อนคิด ผลการวิจัยพบว่า 1) ความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านระบบเศรษฐกิจ (2) ด้านการผลิต (3) ด้านการบริโภค และ (4) ด้านการเงินและการลงทุน 2) แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามกรอบ PACE เป็นแนวทาง 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) P (Practice) พัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ และการทำงานเป็นทีม (2) A (Analyze) พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะการประเมินข้อมูลและตัวชี้วัด (3) C (Create) พัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการแก้ปัญหา และ (4) E (Empower) พัฒนาทักษะการสื่อสารและการเป็นผู้นำ 3) ผลการทดลองใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามกรอบ PACE แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ วางแผน และตัดสินใจทางเศรษฐกิจบนฐานเหตุผลอย่างมีวิจารณญาณ รวมถึงแสดงพฤติกรรมเชิงประจักษ์ เช่น การวางแผนการใช้เงินอย่างมีเหตุผลและการอธิบายเหตุผลทางเศรษฐกิจได้
การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยการชี้นำตนเองเพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัยบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์, รุ่งรัตน์ ผลสวัสดิ์
การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยการชี้นำตนเองเพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัยบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์, รุ่งรัตน์ ผลสวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการในการเรียนรู้ด้วยการชี้นำตนเองเพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัยบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ 2) พัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยการชี้นำตนเองเพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัยบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ 3) นำเสนอปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้โปรแกรมการเรียนรู้ด้วยการชี้นำตนเองเพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัยบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้น ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานวิธี ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้การทดลองแบบกลุ่มทดลองเดียว มีการวัดผลก่อนและหลังการทดลอง ซึ่งครอบคลุมการวิจัย 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาปัญหาและความต้องการ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่มกับผู้เข้าร่วม 7 คน ประกอบไปด้วย ผู้บริหาร อาจารย์แพทย์ แพทย์ประจำบ้าน เพื่อระบุประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะการวิจัย ระยะที่ 2 พัฒนาและทดลองโปรแกรม โดยโปรแกรมพัฒนาขึ้นด้วยบูรณาการร่วมกัน 3 แนวคิด ประกอบไปด้วย แนวคิดการศึกษานอกระบบโรงเรียนของ Boyle (1981) แบบจำลองการศึกษานอกระบบโรงเรียนของ Boyle (1981) โดยใช้แนวคิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยนการชี้นำตนเอง 7 ขั้นตอนของ Knowles (1975;1980) และแนวคิดหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแแพทย์ของ Sackett (1997;2000) เป็นเนื้อหา กลุ่มทดลองประกอบด้วย อาจารย์แพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน จำนวน 30 คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบประเมินทักษะการวิจัย และแบบสอบถามความพึงพอใจ ระยะที่ 3 ศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ใช้การสัมภาษณ์เพื่อระบุปัจจัยแห่งความสำเร็จและอุปสรรคที่พบในระหว่างการใช้งานโปรแกรม ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาและความต้องการ โดยปัญหาถูกจัดประเภทเป็น 3 บริบทที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ 1) หลักสูตรและการเรียนการสอน 2) ผู้เรียน และกระบวนการเรียนรู้ 3) สภาพแวดล้อม และแหล่งเรียนรู้ ส่วนความต้องการประกอบด้วยแนวคิดพื้นฐานด้านการวิจัย วิธีการวิจัยที่เหมาะสม และการใช้การวิจัยบนพื้นฐานเชิงประจักษ์อย่างมีเหตุผล ขณะที่การพัฒนาทักษะวิจัยจำเป็นต้องอาศัยการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ 2. โปรแกรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) วัตถุประสงค์ 2) ผู้เรียน 3) ผู้สอน 4) เนื้อหาสาระ 5) กิจกรรมการเรียนรู้ 6)แหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง 7) การติดตามและการประเมินผลการเรียนรู้ ผลการใช้โปรแกรมพบว่า ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของกลุ่มทดลอง คะแนนความรู้การวิจัยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง โดยพบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้การวิจัยมีนัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ …
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา, วารินทร์ เกตุเกลี้ยง
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา, วารินทร์ เกตุเกลี้ยง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา โดย 1)เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ก่อนและหลัง การทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 2)เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล หลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 คน และกลุ่มควบคุม 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 8 แผน 2) แบบประเมินและแบบทดสอบการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา 0.84, 0.89, 0.78 และ 0.83 ตามลำดับ และมีค่าความเที่ยง 0.82 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า 1. กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่า ก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่า นักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Digital Co-Creation For Sustainable Tourism, Jennifer Stewart, Catherine Gorman Dr
Digital Co-Creation For Sustainable Tourism, Jennifer Stewart, Catherine Gorman Dr
Case studies: Digital Education
This project integrated digital education and sustainability literacy in tourism modules, combining classroom-based learning with community engagement in Chapelizod village and Phoenix Park. Thirty-five students explored how digital tools can communicate biodiversity, heritage, and climate issues to visitors. To introduce immersive technology, students first experienced global heritage through Virtual Reality: three Meta Quest 3 VR headsets were used to take students on a virtual tour of Machu Picchu, providing a benchmark for considering how VR can enhance interpretation and visitor experience. Building on this, students worked in groups with local partners to design QR code–enabled walking tours using Fectar, covering …
Culinary Training Needs Of School Nutrition Professionals: Perspectives From The Field, Jane Peterson Phd, Rdn, Shellie R. Hubbard Ma
Culinary Training Needs Of School Nutrition Professionals: Perspectives From The Field, Jane Peterson Phd, Rdn, Shellie R. Hubbard Ma
Institute of Child Nutrition, Applied Research Division
As school nutrition programs continue to implement healthier meal standards, school nutrition professionals require culinary knowledge and skills to prepare nutritious, appealing meals that meet regulatory requirements and student preferences. This study examined culinary training priorities and training delivery preferences among school nutrition professionals and State agency personnel across the United States.
A national rapid response survey was developed with input from culinary experts and validated by an expert review panel. The survey assessed training needs in four areas: food preparation, menu development, recipe development, and operations, as well as preferences for training delivery methods, duration, timing, and scheduling. A …
Challenges And Issues In Child Care Centers Participating In The Child And Adult Care Food Program, Kristi L. Lewis Phd, Rdn, Shellie R. Hubbard Ma
Challenges And Issues In Child Care Centers Participating In The Child And Adult Care Food Program, Kristi L. Lewis Phd, Rdn, Shellie R. Hubbard Ma
Institute of Child Nutrition, Applied Research Division
The Child and Adult Care Food Program (CACFP) plays a critical role in supporting the provision of nutritious meals and snacks in child care settings. Understanding the challenges experienced by CACFP operators is essential for developing resources, training, and technical assistance that support effective program implementation. This study examined the challenges and issues faced by child care centers and other CACFP operators participating in the program.
Using a mixed-methods and participatory research approach, researchers conducted a literature review, consulted subject matter experts, and developed a national rapid response survey. The final survey assessed challenges related to food procurement, training, facilities …
Competencies, Knowledge, And Skills For Chefs Working In School Nutrition Programs, Marjuyua Lartey Gibson Phd, Rdn, Jane Peterson Phd, Rdn, Kymberle Gordon Phd, Shellie R. Hubbard Ma, Travis Brewington
Competencies, Knowledge, And Skills For Chefs Working In School Nutrition Programs, Marjuyua Lartey Gibson Phd, Rdn, Jane Peterson Phd, Rdn, Kymberle Gordon Phd, Shellie R. Hubbard Ma, Travis Brewington
Institute of Child Nutrition, Applied Research Division
As school nutrition programs increasingly employ chefs to enhance menu quality, culinary innovation, and operational effectiveness, there is a growing need to define the competencies required for success in these roles. Building upon previous research that identified the roles, responsibilities, and impact of chefs working in school nutrition programs, this study sought to develop a comprehensive competency framework for school nutrition chefs.
The study was conducted in three phases. An expert panel of school nutrition professionals, State agency staff, United States Department of Agriculture Food and Nutrition Service representatives, and Culinary Institute of Child Nutrition staff first reviewed and confirmed …
Healing Communities With Police Divestment: Seeking Abolition Through Transformative Reform And Community-Government Collaboration, Jessica E. Gillson
Healing Communities With Police Divestment: Seeking Abolition Through Transformative Reform And Community-Government Collaboration, Jessica E. Gillson
Undergraduate Honors Theses
Concerns about the efficacy and sustainability of the U.S. carceral system have persisted throughout the country’s history, recently fueling renewed activism and bipartisan calls for reform. However, proposed solutions remain divisive. This thesis first defines the current status of our prison systems, then explores collaborative alternatives to incarceration and policing that support communities and break cycles of incarceration.
Focusing on partnerships among local governments, community organizations, justice-involved individuals, and law enforcement, this study examines holistic approaches to crime prevention, reentry, and reintegration. Using an interdisciplinary framework incorporating restorative justice, community resilience, and systems theory, it investigates how community-based strategies can …
Exploring Lgbtq+ Competency In Healthcare, Jordan Whiteman
Exploring Lgbtq+ Competency In Healthcare, Jordan Whiteman
Honors College Theses
Marginalized groups such as the LGBTQ+ community are known to face healthcare disparities that negatively affect their process of navigating healthcare systems. This project explores the perceived lack of representation and understanding of the LGBTQ+ community within healthcare settings, exposing the deficits in knowledge for unique challenges and inequalities these patients may face. By viewing the literature, a myriad of complications faced by LGBTQ+ people in clinical settings can be identified. They possess a generalized feeling of mistrust towards the healthcare system. Healthcare staff overall describe low confidence with caring for this demographic. Heteronormativity’s presence in the field of healthcare …
English Language Learners In The Classroom: Perspectives And Teaching Approaches Using Art Integration, Kimberly M. Rodriguez
English Language Learners In The Classroom: Perspectives And Teaching Approaches Using Art Integration, Kimberly M. Rodriguez
Honors College Theses
Art is a sensory language. In language learning, visual literacy is an essential factor in developing interlanguage. Art can interchange cultural understanding and promote social learning. The research gathered is based on the perspectives of teachers in the neighboring schools located in Georgia. The purpose of this paper is to examine how teachers can support language learning using visual literacy. Teachers are asked to participate in an interview to record their experiences in language learning. In the completion of the data collected, the analysis gives a deeper understanding of how to improve accommodating language learners in the classroom using visual …
The Need For Dual Language High School Programs: A Call To Action, Leslie C. Banes, Sergio L. Sanchez
The Need For Dual Language High School Programs: A Call To Action, Leslie C. Banes, Sergio L. Sanchez
Benerd College Faculty Articles
No abstract provided.
Contents, Discovery Editors
Contents, Discovery Editors
Discovery, The Student Journal of Dale Bumpers College of Agricultural, Food and Life Sciences
No abstract provided.
Discovery: The Student Journal Of Dale Bumpers College Of Agricultural, Food And Life Sciences - Volume 26 2025, Several Authors
Discovery: The Student Journal Of Dale Bumpers College Of Agricultural, Food And Life Sciences - Volume 26 2025, Several Authors
Discovery, The Student Journal of Dale Bumpers College of Agricultural, Food and Life Sciences
No abstract provided.
Letter From The Dean, Jeff Edwards
Letter From The Dean, Jeff Edwards
Discovery, The Student Journal of Dale Bumpers College of Agricultural, Food and Life Sciences
No abstract provided.
The Impact Of Project-Based Service-Learning On Student Career Readiness, Anna J. Love, Ryleigh Green
The Impact Of Project-Based Service-Learning On Student Career Readiness, Anna J. Love, Ryleigh Green
SPARK Symposium Presentations
The purpose of this study is to analyze how project-based learning in a service-oriented event impacts students’ understanding of a career field and the organizations associated with that field. Qualitative and quantitative methods were used before, during, and after the event to measure student beliefs about service and understanding of the public relations industry. Triangulated quantitative and qualitative testing suggests that project-based service-learning increases student understanding of the industry in 60% of participants while involvement increases student engagement in the sponsoring organization by 7%, with participation heavily attributed to internal and external motivators such as fulfilling social obligation and pursuing …
Improving Onboard Training For Deck Cadets : An Analysis Through The Lens Of Learning Theories, Yusuke Mori
Improving Onboard Training For Deck Cadets : An Analysis Through The Lens Of Learning Theories, Yusuke Mori
World Maritime University Ph.D. Dissertations
As a critical component of skill development and identity construction for prospective seafarers, onboard training has played a central role in Maritime Education and Training (MET). Each Maritime Education and Training Institution (METI) implements distinct onboard training arrangements based on its environmental, socio-cultural, and historical context, as well as the learning theories that inform its approach. However, the absence of a rigorous examination of the factors influencing national variations in onboard training creates challenges in establishing legal norms at the international level. Furthermore, the literature has identified a wide range of issues and challenges in the implementation of onboard training, …
Fortifying Nuclear Security: Cultivating Vigilance Culture Among Personnel For Enhanced Prevention And Response, Sabariah Kader Ibrahim, Sonia Naz
Fortifying Nuclear Security: Cultivating Vigilance Culture Among Personnel For Enhanced Prevention And Response, Sabariah Kader Ibrahim, Sonia Naz
International Journal of Nuclear Security
A vigorous nuclear security culture is crucial in preventing the theft and sabotage of nuclear material. It requires vigilance from all employees because relying solely on closed-circuit television systems and security personnel is insufficient to deter potential threats. Employee attentiveness plays a vital role in recognizing and preventing suspicious activities. However, achieving a strong security culture is challenging because of the lack of incidents in some facilities, leading to employee complacency.
This paper highlights the pivotal role of personnel in the success of nuclear security measures, emphasizing the need for a proactive and vigilant mindset among staff. Through the analysis …
Hostos Community College Academic Bulletin 2024-2025, Hostos Community College
Hostos Community College Academic Bulletin 2024-2025, Hostos Community College
College Bulletins
This is the official college catalog for 2024-2025. It contains course descriptions as well as information on degree programs, college resources and services, financial aid, admissions, and the academic calendar.
An Examination Of Elementary Teachers’ Perceptions Of Their Literacy Knowledge And Levels Of Use Post-Letrs Professional Learning, Sharonda C. Thompson
An Examination Of Elementary Teachers’ Perceptions Of Their Literacy Knowledge And Levels Of Use Post-Letrs Professional Learning, Sharonda C. Thompson
Doctor of Education Dissertations
The purpose of this mixed methods study was to examine North Carolina teachers’ perceptions of their science of reading (SOR) knowledge gained from Language Essentials for Teachers of Reading and Spelling (LETRS) professional learning as well as their level of use (LoU) of instructional strategies gained from that professional learning experience. I disseminated a survey about the level of knowledge of specific literacy topics taught in the LETRS training. Survey participants were also invited to participate in an interview to determine the extent to which they used the knowledge, skills, and resources gained from LETRS professional learning. This study aimed …
A Comparison Of Service Needs For Face-To-Face To Online Programs, Ali Ardalan, Roya K. Ardalan, G. Steven Rhiel
A Comparison Of Service Needs For Face-To-Face To Online Programs, Ali Ardalan, Roya K. Ardalan, G. Steven Rhiel
Information Technology & Decision Sciences Faculty Publications
Higher education institutions strive to gain a competitive advantage over similar programs offered by other institutions. A criterion for comparing programs is the quality of service. The definition of quality from the customer's view is "fitness for use," which incorporates the value generated by the product. Each learner may evaluate programs differently from other learners. It is impossible to develop a unique standard for program quality that is defined by a specific set of factors and specific level for each of these factors. This study presents an extensive set of factors that may affect learners' satisfaction. Higher education administrators should …