Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Education Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 22291 - 22320 of 386458

Full-Text Articles in Education

การพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์, พิมพ์ชนก ขัติยะ Jan 2025

การพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์, พิมพ์ชนก ขัติยะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาวิเคราะห์องค์ความรู้และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์ 2. เพื่อพัฒนากิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์ และ 3. เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้กิจกรรมสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชนสำหรับนักศึกษาวิจิตรศิลป์ งานวิจัยฉบับนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนา โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลวิเคราะห์องค์ความรู้และพัฒนากิจกรรม โดยการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการสัมภาษณ์ ก่อนจะนำมาพัฒนาเป็นกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาวิจิตรศิลป์ 4 คน อาจารย์วิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย 1 คน ศิลปินสตรีทอาร์ต 1 คน และคนในชุมชนฝั่งหมิ่น จํานวน 2 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 การศึกษาผลการทดลองใช้กิจกรรม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ระดับปวช.2 19 คน อาจารย์วิจิตรศิลป์วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย 1 คน ศิลปินสตรีทอาร์ต 2 คน และคนในชุมชนฝั่งหมิ่น 10 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบประเมินการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรม และ แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ว่า องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ศิลปศึกษาที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ศิลปะสาธารณะ การคิดเชิงออกแบบ การเห็นคุณค่าและสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ชุมชน พื้นที่ และเครือข่าย กิจกรรมที่พัฒนาขึ้นมีแนวทาง 5 ข้อ คือ 1) การเรียนรู้เชิงคุณค่าผ่านประสบการณ์ตรง 2) การใช้ความต้องการของชุมชนเป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงาน 3) การคัดสรรพื้นที่สร้างงานสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสม 4) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเครือข่าย และ 5) ถ่ายทอดผลการเรียนรู้อัตลักษณ์ชุมชนผ่านสตรีทอาร์ตเชิงปฏิสัมพันธ์ กระบวนการจัดกิจกรรมมี 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) เรียนรู้สตรีทอาร์ต รู้จักชุมชน …


กิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, พีระวัฒน์ วิบูลย์กุล Jan 2025

กิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, พีระวัฒน์ วิบูลย์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบ สืบสอบเป็นกลุ่มที่มีต่อความฉลาดรู้การอ่านของผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัยได้แก่ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร จำนวน 38 คน ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ รวม 16 คาบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่มร่วมกับ แนวทางการพัฒนาความฉลาดรู้การอ่าน แบบสอบกระบวนการอ่านและการนำผลการอ่านไปใช้ และแบบวัด ความผูกพันกับการอ่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยความฉลาดรู้การอ่านของผู้เรียนหลังได้รับการจัดกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่มทั้งในภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบสูงกว่าก่อนได้รับ การจัดกิจกรรมการอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, รณจักร ยั่งยืน Jan 2025

แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, รณจักร ยั่งยืน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) นำเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น การวิจัยแบ่งเป็นสองระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เอกสาร หลักสูตรและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเรียนการสอน จำนวน 5 คน ใช้แบบวิเคราะห์เอกสารและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ ระยะที่ 2 การพัฒนาและทดลองใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามกรอบแนวคิด PACE (Practice, Analyze, Create, Empower) โดยเสนอร่างต่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความตรงเชิงเนื้อหา และปรับปรุงก่อนนำไปใช้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์ 6 แห่ง จำนวน 144 คน เป็นเวลา 7 คาบเรียน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยชุดกิจกรรม แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินผลงาน และแบบสะท้อนคิด ผลการวิจัยพบว่า 1) ความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านระบบเศรษฐกิจ (2) ด้านการผลิต (3) ด้านการบริโภค และ (4) ด้านการเงินและการลงทุน 2) แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามกรอบ PACE เป็นแนวทาง 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) P (Practice) พัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ และการทำงานเป็นทีม (2) A (Analyze) พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะการประเมินข้อมูลและตัวชี้วัด (3) C (Create) พัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการแก้ปัญหา และ (4) E (Empower) พัฒนาทักษะการสื่อสารและการเป็นผู้นำ 3) ผลการทดลองใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามกรอบ PACE แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ วางแผน และตัดสินใจทางเศรษฐกิจบนฐานเหตุผลอย่างมีวิจารณญาณ รวมถึงแสดงพฤติกรรมเชิงประจักษ์ เช่น การวางแผนการใช้เงินอย่างมีเหตุผลและการอธิบายเหตุผลทางเศรษฐกิจได้


ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา, วารินทร์ เกตุเกลี้ยง Jan 2025

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา, วารินทร์ เกตุเกลี้ยง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา โดย 1)เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ก่อนและหลัง การทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 2)เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล หลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 คน และกลุ่มควบคุม 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้แนวคิดการฝึกสติที่มีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของนักเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 8 แผน 2) แบบประเมินและแบบทดสอบการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา 0.84, 0.89, 0.78 และ 0.83 ตามลำดับ และมีค่าความเที่ยง 0.82 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า 1. กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่า ก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวและการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่า นักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันตามแนวการสอนประสบการณ์การอ่านแบบเสริมต่อการเรียนรู้ร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, วลัย ตันติวิชญ์โกศล Jan 2025

การพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันตามแนวการสอนประสบการณ์การอ่านแบบเสริมต่อการเรียนรู้ร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, วลัย ตันติวิชญ์โกศล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็นในการใช้โมไบล์แอปพลิเคชันฯ 2) เพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันฯ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้โมไบล์แอปพลิเคชันฯ และ 4) เพื่อนำเสนอโมไบล์แอปพลิเคชันฯ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 646 คน โดยใช้การสุ่มแบบหลายขั้นตอน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล 2) แบบสัมภาษณ์สำหรับครูผู้สอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา กลุ่มทดลองใช้โมไบล์แอปพลิเคชันฯ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 34 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โมไบล์แอปพลิเคชันฯ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามโมไบล์แอปพลิเคชันฯ 3) เกณฑ์การประเมินการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล 4) แบบประเมินความพึงพอใจการใช้โมไบล์แอปพลิเคชัน 5) แบบประเมินรับรองระบบโมไบล์แอปพลิเคชันฯ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความต้องการจำเป็น การจัดลำดับความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-Way ANOVA with Repeated Measure Analysis) ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความต้องการจำเป็นในการไฮไลต์ข้อความระหว่างอ่านเพื่อหาสาระสำคัญ (PNImodified = 0.42) มากที่สุด รองลงมาคือ การได้สะสมเหรียญตรารางวัลจากการร่วมกิจกรรมการอ่านบทความบนโมไบล์แอปพลิเคชัน (PNImodified = 0.39) และการได้ร่วมกิจกรรมการอ่านบทความบนโมไบล์แอปพลิเคชันที่มีการแข่งขันกับสมาชิกในชั้นเรียน (PNImodified = 0.36) ซึ่งรูปแบบโมไบล์แอปพลิเคชันฯ ที่พัฒนาขึ้นมี 5 องค์ประกอบได้แก่ 1) เนื้อหาการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล 2) กลยุทธ์แนวการสอนประสบการณ์การอ่านแบบเสริมต่อการเรียนรู้ 3) การใช้เกมิฟิเคชัน 4) กิจกรรมและสื่อการเรียนการสอน 5) การประเมินผลการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล โดยมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สำรวจก่อนอ่าน 2) …


การพัฒนาต้นแบบโปรแกรมการฝึกความสามารถในการฟื้นพลังเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ศิริวิช เกษรากุล Jan 2025

การพัฒนาต้นแบบโปรแกรมการฝึกความสามารถในการฟื้นพลังเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ศิริวิช เกษรากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. พัฒนาโปรแกรมการฝึกความสามารถในการฟื้นพลังสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 2. ศึกษาผลของโปรแกรมที่มีต่อสุขภาพจิตของนักเรียน โดยเปรียบเทียบคะแนนสุขภาพจิตก่อนและหลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม การดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะตามลำดับ ระยะที่ 1 เป็นการมุ่งทำความเข้าใจนักเรียนอย่างรอบด้านผ่านการสัมภาษณ์ครูแนะแนว จำนวน 10 คน และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 10 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) ดำเนินการโดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เพื่อสำรวจประสบการณ์ด้านสุขภาพจิต การจัดการอารมณ์ ความสัมพันธ์ทางสังคม และอุปสรรคที่นักเรียนพบเจอ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาที่ครูแนะแนวและนักเรียนพบเจอประกอบด้วย 1. นักเรียนมีความเครียดสูงและขาดทักษะจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม 2. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตที่มีอยู่ยังไม่ต่อเนื่องและไม่เป็นระบบ 3. ครูและนักเรียนต้องการโปรแกรมที่มีบรรยากาศที่ปลอดภัย 4. โรงเรียนมีข้อจำกัดด้านเวลา บุคลากร งบประมาณ และความแตกต่างของนักเรียน จึงจำเป็นต้องใช้โปรแกรมที่ยืดหยุ่นและนำไปใช้ได้จริง และ 5. ครูและนักเรียนต้องการให้โปรแกรมบูรณาการอยู่ในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตในระยะยาว ระยะที่ 2 เป็นการพัฒนาต้นแบบโปรแกรมการฝึกความสามารถในการฟื้นพลัง โดยสังเคราะห์กรอบแนวคิดจากผลการศึกษาระยะที่ 1 และการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ พบว่า องค์ประกอบของความสามารถในการฟื้นพลัง ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง 2. ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ 3. ความยืดหยุ่นทางความคิดและทัศนคติเชิงบวก 4. ความเชื่อมั่นในตนเองและการกำกับชีวิต 5. ทักษะระหว่างบุคคลและสังคม และ 6. แหล่งสนับสนุนภายนอก ต้นแบบโปรแกรมการฝึกความสามารถในการฟื้นพลัง ประกอบด้วย 8 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที ใช้เวลาดำเนินกิจกรรมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวม 4 สัปดาห์ ระยะที่ 3 เป็นการทดสอบผลของโปรแกรมการฝึกความสามารถในการฟื้นพลังนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 43 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มควบคุม 23 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า หลังการทดลอง นักเรียนกลุ่มทดลอง …


การจัดการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์เพื่อเสริมสร้างการอ่านสะท้อนคิดและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ศุภณัฐ เดชรักษา Jan 2025

การจัดการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์เพื่อเสริมสร้างการอ่านสะท้อนคิดและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ศุภณัฐ เดชรักษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติก เซมินาร์ 2) ศึกษาผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์ในการเสริมสร้างการอ่านสะท้อนคิดและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ประชากร ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขนาดกลาง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 40 คน ในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดการอ่านสะท้อนคิด และแบบวัดการรู้ซึ้งถึงความรู้สึก เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขั้นของกิจกรรม การเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น สถิติวิเคราะห์ที่ใช้ ได้แก่ การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสองกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยหลายกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กันแบบวัดซ้ำ และการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์ ประกอบด้วย 2 ขั้นหลัก ได้แก่ ขั้นการเตรียมบทอ่านและคำถามก่อนสัมมนา และขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นการวิเคราะห์บทอ่านรายบุคคล ขั้นการสัมมนาบทอ่าน ขั้นการเชื่อมโยงสู่ประสบการณ์ของตนเอง และขั้นการประเมินผลเพื่อสะท้อนการเรียนรู้และพัฒนา ผลการนำไปใช้กับตัวอย่างพบว่า คะแนนการอ่านสะท้อนคิดของนักเรียนหลังทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีพัฒนาการระหว่างจัด การเรียนรู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดทุกช่วงเวลา ส่วนคะแนนการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนหลังทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีพัฒนาการระหว่างจัดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดทุกช่วงเวลา


การจัดการเรียนรู้เคมีโดยใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อพัฒนาการคิดเชิงระบบ และเจตคติต่อวิชาเคมีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ศุภธิดา ลุลอบ Jan 2025

การจัดการเรียนรู้เคมีโดยใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อพัฒนาการคิดเชิงระบบ และเจตคติต่อวิชาเคมีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ศุภธิดา ลุลอบ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบความสามารถด้านการคิดเชิงระบบของผู้เรียนก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการออกแบบเชิงวิศวกรรมเคมี และ (2) ศึกษาเจตคติต่อวิชาเคมีของผู้เรียนหลังการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้เรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาเลือกเฉพาะทางเคมีอุตสาหกรรม จำนวน 25 คน จากโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่ง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยการออกแบบเชิงวิศวกรรมเคมี แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการคิดเชิงระบบจำนวน 15 ข้อ และแบบวัดเจตคติต่อวิชาเคมีที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพซ้ำ การเก็บข้อมูลใช้การทดสอบก่อนและหลังเรียน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ (Paired sample t-test) และสถิติทดสอบอันดับเครื่องหมายของวิลคอกซัน (Wilcoxon Signed-Rank Test) ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความสามารถด้านการคิดเชิงระบบหลังเรียนเฉลี่ยร้อยละ 59.63 สูงกว่าก่อนเรียนที่เฉลี่ยร้อยละ 30.00 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = -27.13, p< .001) และมีคะแนนเฉลี ่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะด้านพฤติกรรม ของระบบ มีพัฒนาการมากที ่สุด นอกจากนี ้ พบว่าเจตคติต่อวิชาเคมีหลังเรียนอยู ่ในระดับสูง โดยเฉพาะด้านประโยชน์ของเคมีต่ออาชีพในอนาคตซึ่งสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ แสดง ให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้โดยการออกแบบเชิงวิศวกรรมเคมีมีประสิทธิผลในการส่งเสริมทั้ง ความสามารถด้านการคิดเชิงระบบและเจตคติต่อวิชาเคมีของผู้เรียน


กลยุทธ์การเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนสำหรับนักศึกษาปริญญาบัณฑิตที่เป็นนักกีฬา, สุทธิศักดิ์ จานทอง Jan 2025

กลยุทธ์การเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนสำหรับนักศึกษาปริญญาบัณฑิตที่เป็นนักกีฬา, สุทธิศักดิ์ จานทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการของผู้เรียนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตที่เป็นนักกีฬา 2) เพื่อการนำเสนอกลยุทธ์การเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตที่เป็นนักกีฬา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาปัจจุบันที่กำลังศึกษาชั้นปีที่ 1-ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตหรือศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) และบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตหรือ ศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) ซึ่งจบปีการศึกษา 2565-2568 จำนวน 385 คนสำหรับแบบสอบถาม และผู้ให้สัมภาษณ์ คือ นักศึกษาปัจจุบัน 1 คน และที่สำเร็จการศึกษาแล้วหรือศิษย์เก่า 1 คน รวม 16 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า PNImodified และค่า Pearson correlation coefficient สำหรับแบบสอบถาม และเทคนิคการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา โดยการจำแนกชนิดข้อมูล สำหรับแบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัย พบว่า สถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อให้นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นและพัฒนาความเป็นเลิศด้านกีฬา มีปัญหาการทับซ้อนด้านการเรียนและเวลาในการซ้อม ส่วนใหญ่ต้องการการเรียนออนไลน์ตามเวลาที่สะดวก สภาพปัญหาของนักกีฬา คือ การจัดการเวลาเรียนแบบผสมผสาน ทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และจัดสภาพแวดล้อมการเรียนออนไลน์ อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ ความต้องการการเรียนรู้แบบผสมผสาน พบว่า ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง การจัดการเวลาเรียนแบบผสมผสาน ทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ ปัญหาที่พบของการเรียนรู้แบบผสมผสานที่นำเสนอ คือ ด้านจิตพิสัย ด้านรายวิชา การจัดการเวลาเรียนแบบผสมผสาน ทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนออนไลน์ อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ และกลยุทธ์การเรียนรู้แบบผสมผสาน คือ เน้นการปฏิบัติจริงและการมีส่วนร่วม ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ หลักสูตรที่ยืดหยุ่น และพัฒนาทักษะที่จำเป็น


ผลการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่มีต่อการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาอาชีวศึกษา, อนุสร นิลละออ Jan 2025

ผลการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่มีต่อการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาอาชีวศึกษา, อนุสร นิลละออ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยกึ่งทดลอง โดยทำการเก็บข้อมูลจาก อาสาสมัครนักศึกษา ที่มาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้การเลือกแบบอาสาสมัคร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของนักศึกษาอาชีวศึกษา 2)เพื่อนำเสนอแนวทางการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาอาชีวศึกษาจากกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ กลุ่มตัวอย่างที่ในการเก็บข้อมูล คือ นักศึกษาอาชีวศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการปากช่อง จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ 1)แผนการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร 2)แบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาอาชีวศึกษา 3)แบบประเมินผลความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร มีสถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบ dependent t-test ผลการวิจัยพบว่า 1)ผลการวัดทักษะการคิดวิเคราะห์พบว่าคะแนนที่ได้จากการวัดทักษะการคิดวิเคราะห์รวมทุกด้าน นักศึกษาส่วนใหญ่มีทักษะการคิดวิเคราะห์อยู่ในระดับดีมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านการวิเคราะห์ความสำคัญ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์และการวิเคราะห์หลักการพบว่าการวิเคราะห์หลักการมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ((X) = 4.60 , S.D. = 0.56) และการวิเคราะห์ความสำคัญค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ((X) = 3.14 , S.D. = 0.63) ผู้วิจัยจึงนำผลการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร พบว่านักศึกษาอาชีวศึกษามีทักษะการคิดวิเคราะห์หลังจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เพิ่มขึ้นทุกด้าน แสดงว่ากิจกรรมเสริมหลักสูตรนี้มีเนื้อหาและกระบวนการถ่ายทอดทักษะความรู้ที่เหมาะสมในการเสริมสร้างนักศึกษาให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ 2)แนวทางการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาอาชีวศึกษาประกอบด้วย 5 แนวทางดังนี้คือ 1)แนวทางระดับสถานศึกษาและหลักสูตรสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างการเปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระช่วยให้กล้าคิดวิเคราะห์ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนรู้จากประสบการณ์ 2)แนวทางระดับครูผู้สอนควรบูรณาการแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์เข้ากับกิจกรรมเสริมหลักสูตรอย่างเป็นระบบ โดยการส่งเสริม “การลงมือปฏิบัติจริง” และมีการสะท้อนคิดเพื่อให้ได้ฝึกการคิด วิเคราะห์ โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ต้องใช้ทักษะวิชาชีพ โดยครูมีบทบาทเป็น “ผู้อำนวยความรู้” มากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ 3)แนวทางระดับนักศึกษาจัดกิจกรรมที่ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริงซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี 4)แนวทางการประเมินผลใช้การประเมินจากผลงานจริงการสังเกตพฤติกรรม 5)แนวทางการประยุกต์ใช้ในระดับผู้บริหารนโยบายการศึกษาสนับสนุนการบูรณาการเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลในการวิเคราะห์ข้อมูลให้นักศึกษาใช้เทคโนโลยีในการค้นคว้า วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลโดยเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริงพร้อมโครงการนำร่องเพื่อเป็นแนวทางให้ครูและผู้บริหารสามารถนำมาปรับใช้ต่อยอดในบริบทของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพและทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านเพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตของนักเรียนมัธยมศึกษา, อภิวัฒน์ กุมภิโร Jan 2025

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพและทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านเพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตของนักเรียนมัธยมศึกษา, อภิวัฒน์ กุมภิโร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพและทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านเพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตของนักเรียนมัธยมศึกษา และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพและทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านเพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตของนักเรียนมัธยมศึกษา โดยการวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 ระยะ คือ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ และการนำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาประเมินประสิทธิผล ซึ่งตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 32 คน โดยวิธีการส่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพและทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านเพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิต จำนวน 8 แผนการจัดการเรียนรู้ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรวม 1.00 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิต โดยแบ่งเป็น 6 องค์ประกอบ มีความสอดคล้อง 1.00 ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.67, 0.67, 0.77, 0.91, 0.93 และ 0.90 ตามลำดับ และค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.25-0.80, 0.27-0.63, 0.34-0.66, 0.54-0.85, 0.68-0.91 และ 0.63-0.86 มีระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตฐาน และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ บทบาทผู้สอน บทบาทผู้เรียน และ 4) การประเมินผล 2. ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษา ที่พัฒนาขึ้น 2.1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตของนักเรียนกลุ่มทดลองภายหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตภายหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลได้ว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาที่พัฒนาขึ้นโดยประยุกต์ใช้การแบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพ และทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านมีประสิทธิผลในการเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางสุขภาพจิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ


การถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, อวัสดากานต์ ภูมี Jan 2025

การถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, อวัสดากานต์ ภูมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง "การถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง" มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาประวัติและพัฒนาการของการถ่ายทอดการขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475 – 2531) 2) สังเคราะห์เนื้อหา วิธีการสอน และเทคนิคการสอนขับร้องแบบตะวันตกจากเอกสารการสอนในสถาบันการศึกษาภาครัฐ จำนวน 20 เล่ม และ 3) ศึกษาบริบทนโยบายการศึกษาของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนดนตรีและขับร้อง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพผสานวิธีการทางประวัติศาสตร์ ตามขั้นตอนการศึกษาทางประวัติศาสตร์ 6 ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบวิเคราะห์เนื้อหาเอกสาร จากเอกสารการในสถาบันการศึกษาภาครัฐ ครอบคลุมตำรา หนังสือ แบบเรียน คู่มือการสอน และเอกสารราชการ และ 2) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์คัดเข้าและเกณฑ์คัดออก จำนวน 2 กลุ่ม รวม 22 คน ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา วิธีการสอน และเทคนิคการขับร้อง เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมและนโยบายรัฐที่มีต่อพัฒนาการการจัดการเรียนการสอนวิชาขับร้อง ผลการวิจัยพบว่า พัฒนาการขององค์ความรู้ด้านการถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทย มิได้เป็นพัฒนาการเชิงวิชาการที่เกิดขึ้นอย่างอิสระ แต่เป็นผลผลิตที่ถูกกำกับโดยอุดมการณ์และนโยบายของรัฐในแต่ละยุคสมัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ยุคสำคัญ ได้แก่ 1) ยุคก่อร่างแห่งการวางรากฐาน (พ.ศ. 2475 – 2500) ภายใต้อิทธิพลของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2475 และพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2478 ที่รัฐมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานพลเมืองแบบ “พุทธิศึกษา” ส่งผลให้เกิด “กระบวนทัศน์เน้นทฤษฎี” โดยมีพระเจนดุริยางค์เป็นตัวแทนหลัก เนื้อหาจึงมุ่งเน้นการอ่านเขียนโน้ตและทฤษฎีดนตรีมากกว่าเทคนิคการขับร้องเพื่อตอบสนองการวัดผลที่ชัดเจน 2) ยุคเข้าสู่ระบบการศึกษา (พ.ศ. 2501 – 2515) เป็นยุคแห่งการขยายตัวตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการผลิตครู ทำให้เกิดช่องว่างทางวิธีสอนที่องค์ความรู้เดิมไม่สามารถตอบสนองได้ นำไปสู่ 3) ยุคพัฒนาการ (พ.ศ. 2516 – 2531) ซึ่งเป็นยุคที่สถาบันอุดมศึกษาเข้มแข็งและมีการตอบสนองต่อแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2520 ที่เน้นทั้งความเป็นเลิศและความเท่าเทียม ก่อให้เกิดการขยายตัวขององค์ความรู้เป็น 2 ทิศทาง คือ …


อนาคตภาพของหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ กรณีศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก, อิทธิกร บุนนาค Jan 2025

อนาคตภาพของหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ กรณีศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก, อิทธิกร บุนนาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบันของการใช้หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 2. สังเคราะห์อนาคตภาพของการใช้หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ภายใต้กรอบการวิจัยเชิงอนาคต กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก จำนวน 420 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามภูมิภาค เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและมีค่าความเชื่อมั่นในระดับสูง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ขณะที่ข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก จำนวน 9 คน นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการสร้างฉากทัศน์อนาคต การสังเคราะห์ภาพอนาคตของการใช้หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กสามารถจำแนกออกเป็น 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ (1) ฉากทัศน์ของการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป (incremental change scenario) ซึ่งสะท้อนการปรับการดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและเชิงระบบ (2) ฉากทัศน์ของโรงเรียนที่สามารถพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม (transformative scenario) ซึ่งโรงเรียนสามารถขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะได้อย่างชัดเจนเมื่อได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม และ (3) ฉากทัศน์ของโรงเรียนที่ยังคงรูปแบบเดิมเป็นหลัก (business as usual scenario) ซึ่งการดำเนินงานด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างจำกัด ผลการวิจัยชี้ให้เห็นความจำเป็นของการพัฒนากลไกสนับสนุนที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก เพื่อให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะในระยะยาว


Lilly Reich: La Mente Detrás Del Mobiliario Moderno Que La Historia Olvidó, Noa Llanas Angrill Jan 2025

Lilly Reich: La Mente Detrás Del Mobiliario Moderno Que La Historia Olvidó, Noa Llanas Angrill

GDI. Revista de investigación de Género, Diseño e Innovación

La historia ha sido escrita desde una perspectiva que se ha invisibilizado las contribuciones femeninas en su desarrollo. Este artículo se centra en Lilly Reich (1885-1947), figura clave del diseño moderno, cuya autoría ha sido eclipsada por la de su colaborador Ludwig Mies van der Rohe. La investigación evidencia que la diseñadora no solo contribuyó al diseño de mobiliario moderno y de espacios expositivos, sino que lideró proyectos clave y que su trabajo ha impactado en el diseño expositivo, textil y mobiliario moderno.


Examining Educational And Career Transition Points Among A Diverse, Virtual Mentoring Network, Erika L Thompson, Toufeeq Ahmed Syed, Zainab Latif, Katie Stinson, Damaris Javier, Gabrielle Saleh, Jamboor K Vishwanatha Jan 2025

Examining Educational And Career Transition Points Among A Diverse, Virtual Mentoring Network, Erika L Thompson, Toufeeq Ahmed Syed, Zainab Latif, Katie Stinson, Damaris Javier, Gabrielle Saleh, Jamboor K Vishwanatha

Faculty, Staff and Student Publications

Given the differences in trajectory for under-represented minorities in biomedical careers, we sought to explore how a virtual mentoring program, the National Research Mentoring Network (NRMN), and its platform (MyNRMN), may facilitate transitions in the science, technology, engineering, mathematics, and medicine (STEMM) pipeline. The purpose of this study was to describe how the size of an MyNRMN member’s mentoring network and level of engagement correlate with academic and career transitions. We examined MyNRMN platform user data from March 2020 to May 2021 (n = 2993). Logistic regression estimated the odds of a career or academic transition related to NRMN …


2025-2026 Graduate Catalog, Morehead State University. Registrar's Office. Jan 2025

2025-2026 Graduate Catalog, Morehead State University. Registrar's Office.

Morehead State Catalog Archive

2025-2026 graduate catalog for Morehead State University.


Flipped Classroom Techniques In A Thermodynamics Course In Engineering Technology, Nathan Luetke, Orlando Ayala, Vukica Jovanovic Jan 2025

Flipped Classroom Techniques In A Thermodynamics Course In Engineering Technology, Nathan Luetke, Orlando Ayala, Vukica Jovanovic

Engineering Technology Faculty Publications

Teaching undergraduate thermodynamics presents numerous challenges to educators due to its inherently complex and abstract nature. The vast array of applications in engineering requires educators to strike a balance between theoretical principles and practical examples, thereby creating a meaningful and applicable learning experience. This paper presents an approach to teaching an undergraduate thermodynamics course in engineering technology developed over four consecutive semesters blending traditional lecture-based teaching with flipped classroom techniques. The teaching methods used, and modifications made each semester are presented along with student performance.


Backyard Chimeric Microbiomes: K-12 Participatory Science, Abigail Saucier Jan 2025

Backyard Chimeric Microbiomes: K-12 Participatory Science, Abigail Saucier

Honors Theses and Capstones

The US education system has seen a recent push for more secondary school curriculum to include STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) materials and activities. Middle and high school is a pivotal time when academic and personal experiences affect the development of student attitudes towards STEM (Christensen et al., 2015; Moreno et al., 2016). Teachers often utilize hands-on activities to promote student engagement with science curriculum (Brooks & Poles, 2021; Christensen et al., 2015). Hands-on activities improve student learning, but impacts vary by type of activity. When students work towards a known outcome they can feel disconnected from the work …


Perceptions Of Stem Education And Artificial Intelligence: A Twitter (X) Sentiment Analysis, Demetrice Smith-Mutegi, Yoseph Mamo, Jinhee Kim, Helen Crompton, Matthew Mcconnell Jan 2025

Perceptions Of Stem Education And Artificial Intelligence: A Twitter (X) Sentiment Analysis, Demetrice Smith-Mutegi, Yoseph Mamo, Jinhee Kim, Helen Crompton, Matthew Mcconnell

Teaching & Learning Faculty Publications

Background, context, and purpose of the study: Artificial intelligence (AI) is becoming increasingly prevalent in science, technology, engineering, and mathematics (STEM) education, holding promising potential for supporting the design and implementation of quality STEM education. However, there is a lack of data-based research studying the diverse perceptions of AI in STEM education as conveyed on social media, the factors that influence those perceptions, or the change in those perceptions over time among public audiences. Results, the main findings: The purpose of this study was to examine public perceptions of AI in STEM education by analyzing X posts (Tweets) between 04/28/2020 …


Teaching To Whom And With Whom: The Role Of Context In Developing Preservice Teachers' Self-Efficacy For Teaching Engineering And Coding Via Robotics, Jennifer Kidd, Kristie Gutierrez, Min Jung Lee, Danielle Rhemer, Pilar Pazos, Krishna Kaipa, Stacie Ringleb, Orlando Ayala Jan 2025

Teaching To Whom And With Whom: The Role Of Context In Developing Preservice Teachers' Self-Efficacy For Teaching Engineering And Coding Via Robotics, Jennifer Kidd, Kristie Gutierrez, Min Jung Lee, Danielle Rhemer, Pilar Pazos, Krishna Kaipa, Stacie Ringleb, Orlando Ayala

Teaching & Learning Faculty Publications

Due to mandates for the inclusion of engineering and computer science standards for K-6 schools nationwide, there is a need to understand how teacher educators can help develop preservice teachers’ (PSTs’) teaching self-efficacy in these areas. To provide experience teaching and learning engineering and coding, PSTs in an instructional technology course were partnered with undergraduate engineering students in an electromechanical systems course to teach robotics lessons to fifth graders (10–11 year olds) over Zoom. A multi-case study approach explored teaching self-efficacy development for three preservice teachers during their robotics project experiences using multiple data sources, including surveys, reflections, interviews, and …


Teacher Moves For Building A Mathematical Modeling Classroom Community, Ayse Ozturk Jan 2025

Teacher Moves For Building A Mathematical Modeling Classroom Community, Ayse Ozturk

Teaching & Learning Faculty Publications

This study investigates the role of teacher talk moves in cultivating a mathematical modeling classroom community. From the models and modeling perspective, it explores how specific teacher talk moves promote student participation in modeling phases and the exchange of ideas with other students. Through a four-week after-school program involving eight secondary students, data were collected from small-group and whole-class discussions. The findings reveal that teacher talk moves can be categorized into three core types: eliciting students’ ideas, introducing key terms and ideas used in mathematical modeling, and encouraging students to take a position during discussions. These moves are shown to …


Rural Families' At-Home Stem Tinkering Stimulates Creativity, Self-Expression, And Social-Emotional Engagement, Kristie S. Gutierrez, Kylie J. Swanson, Margaret R. Blanchard Jan 2025

Rural Families' At-Home Stem Tinkering Stimulates Creativity, Self-Expression, And Social-Emotional Engagement, Kristie S. Gutierrez, Kylie J. Swanson, Margaret R. Blanchard

Teaching & Learning Faculty Publications

Introduction: Informal STEM learning experiences include visits to museums, zoos, and aquariums as well as experiments and other activities performed at home. Family involvement in these experiences has been linked to increased student interest and participation in STEM fields; yet, scant research has been conducted on at-home STEM.

Methods: This descriptive case study investigated the tinkering experiences of nine rural middle school students and their families who participated in a series of interactive, at-home activities. The overarching research question was, in what ways do families engage in at-home STEM interventions? Data analyses of at-home audio recordings were guided by the …


Fostering Critically Conscious Lesson Planning In A Generative Artificial Intelligence Era, Derek Riddle, Paula Cristina Azevedo, Catharyn Shelton, Jaime Colwell, Jori Beck Jan 2025

Fostering Critically Conscious Lesson Planning In A Generative Artificial Intelligence Era, Derek Riddle, Paula Cristina Azevedo, Catharyn Shelton, Jaime Colwell, Jori Beck

Teaching & Learning Faculty Publications

Teacher candidates (TCs) use digital resources and social media to plan and develop learning material, and with publically accessible generative artificial intelligence (GAI), TCs are able to generate lesson plans within seconds rather than hours or days. While there is research on how to support TCs' evaluation of reliable digital media, there is little known on how to prepare TCs for GAI content. Using the complementary frameworks of Freire’s (1970) critical consciousness and Jonnasen’s (1991) theory of constructivism, this in-progress design based research seeks to develop an adaptable framework that addresses the evolving nature of technology, specifically GAI, and the …


The Continuing, Resistance Popularity Of Critical Race Theory- Informed Pedagogy, Kaavonia Hinton, Karen Chandler Jan 2025

The Continuing, Resistance Popularity Of Critical Race Theory- Informed Pedagogy, Kaavonia Hinton, Karen Chandler

Teaching & Learning Faculty Publications

The article focuses on the ongoing commitment of educators to incorporate critical race theory (CRT)–informed pedagogy in English classrooms despite legislative efforts to suppress it. Topics include the historical and political context of anti-CRT policies, the personal and professional responses of educators to these restrictions, and student-centered strategies used to navigate and resist such limitations in meaningful and legally cautious ways.


Teaching Engineering To Enhance Beginning Elementary Preservice Teachers' Engineering-Related Knowledge And Beliefs, Jennifer Kidd, Danielle Rhemer, Kristie Gutierrez, Stacie I. Ringleb, Krishnanand Kaipa, Orlando Ayala, Pilar Pazos, Francisco Cima, Isaac Kumi Jan 2025

Teaching Engineering To Enhance Beginning Elementary Preservice Teachers' Engineering-Related Knowledge And Beliefs, Jennifer Kidd, Danielle Rhemer, Kristie Gutierrez, Stacie I. Ringleb, Krishnanand Kaipa, Orlando Ayala, Pilar Pazos, Francisco Cima, Isaac Kumi

Teaching & Learning Faculty Publications

Background

Teacher educators have begun exploring the most effective ways to prepare preservice teachers (PSTs) to engage elementary students in engineering design. However, this remains challenging as PSTs continue to report a lack of exposure to engineering during their K-12 school experiences. This study investigates the engineering-related knowledge and beliefs of PSTs in their first education course, collaborating in small teams to lead elementary students in engineering design challenges. We explored two different iterations to understand how the structure of the teaching experiences contributed to PST outcomes as a first step in identifying helpful approaches. In spring 2022, PSTs collaborated …


Scholarly Inquiry And Practice In Mathematics Teacher Education Through Intimate Scholarship, Signe E. Kastberg, Elizabeth Suazo-Flores, Melva Grant, Olive Chapman Jan 2025

Scholarly Inquiry And Practice In Mathematics Teacher Education Through Intimate Scholarship, Signe E. Kastberg, Elizabeth Suazo-Flores, Melva Grant, Olive Chapman

Teaching & Learning Faculty Publications

Historically scholarly inquiry and practice in mathematics education has responded to societal values and questions. Drawing from the Journal of Mathematics Teacher Education’s description of mathematics teacher educator (MTE) work as in solidarity with and alongside mathematics teachers, we turn to mathematics teacher education research as a series of paradigm shifts. MTEs committed to supporting teachers and transferring knowledge attempted to influence mathematics teachers’ work by exploring and understanding teachers’ behaviors. MTEs have also used insider’s perspectives to report the particular of MTEs’ work by describing it beyond behavior and knowledge. These scholars fulfill the call for theoretical eclecticism …


Examining The Practice Of Teacher Leadership Across Nevada: How Is Context Associated With Practice?, Peter Wiens, Kaavonia Hinton, Ami Pritchard Jan 2025

Examining The Practice Of Teacher Leadership Across Nevada: How Is Context Associated With Practice?, Peter Wiens, Kaavonia Hinton, Ami Pritchard

Teaching & Learning Faculty Publications

Teacher leadership (TL) is recognized as vital to creating effective schools with demonstrated benefits to principals, teachers, and students. Teacher leadership is defined in this study as teachers leading from within and beyond the classroom in both formal and informal capacities. TL can take the form of a variety of behaviours such as professional learning, the leading of professional development, collaboration, shared leadership, and equity leadership. While there are commonalities, the practical applications of TL can vary greatly from context to context. Even within specific policy contexts, TL can vary from school to school. This article analyzed the responses of …


A Deep Dive In Preservice Teacher Self-Efficacy Development For Teaching Robotics (Rtp), Jennifer Jill Kidd, Kristie Gutierrez, Min Jung Lee, Danielle Marie Rhemer, Krishnanand Kaipa, Pilar Pazos, Stacie I. Ringleb, Orlando M. Ayala, Francisco Cima, Isaac Koduah Kumi Jan 2025

A Deep Dive In Preservice Teacher Self-Efficacy Development For Teaching Robotics (Rtp), Jennifer Jill Kidd, Kristie Gutierrez, Min Jung Lee, Danielle Marie Rhemer, Krishnanand Kaipa, Pilar Pazos, Stacie I. Ringleb, Orlando M. Ayala, Francisco Cima, Isaac Koduah Kumi

Teaching & Learning Faculty Publications

Nationwide K–6 engineering and coding standards have made it increasingly important to prepare elementary preservice teachers (PSTs) to teach these subjects confidently and effectively. Robotics, which combines coding and engineering, provides a rich context for developing PSTs’ expertise and self-efficacy. This study builds on prior work in which PSTs in an instructional technology course collaborated with undergraduate engineering students to co-teach robotics lessons to fifth graders. Using a multiple-embedded case study approach, we examine how the interactions and teaching roles within these partnerships influenced PSTs’ teaching self-efficacy. Drawing on reflections, lesson recordings, surveys, and interviews, we present the cases of …


Exploring Vr User Experiences, Sarah Ferguson, Demetrice Smith-Mutegi, Brett Cook-Snell Jan 2025

Exploring Vr User Experiences, Sarah Ferguson, Demetrice Smith-Mutegi, Brett Cook-Snell

Teaching & Learning Faculty Publications

Virtual reality (VR) has unique potential for simulating environments and situations beyond real-life experiences. This study investigates the limitations of VR equipment design for learning spaces, specifically online environments. Presented are the findings of an exploratory study that examined the immersion, ease of use, and physiological and emotional experiences of seven university students participating in a 30–60 min VR session. Given the small sample size, the findings were analyzed with descriptive statistics and qualitatively. The results revealed that participants recognized the potential of VR as a teaching and learning tool, while also identifying certain limitations associated with health and safety. …


Securitizing The University, Maryam Jamshidi Jan 2025

Securitizing The University, Maryam Jamshidi

Publications

Since October 7, 2023, public and private actors have doubled down on efforts to securitize the American university. In large part, these initiatives aim to quash a vocal pro-Palestine movement that has become highly visible across U.S. campuses since October 7th. In targeting this group, these efforts have variously treated the university as an "object" of national security, namely, as a potential site of national security risk, while simultaneously encouraging or pressuring universities to "participate" in national security, namely, by actively and, in many cases, voluntarily furthering U.S. national security objectives. The university's status as object of and participant in …