Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Higher Education (145431)
- Arts and Humanities (64320)
- Social and Behavioral Sciences (63581)
- Educational Administration and Supervision (46645)
- History (34145)
-
- Curriculum and Instruction (32672)
- Higher Education Administration (31851)
- Teacher Education and Professional Development (29518)
- Business (22981)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (22554)
- Educational Leadership (20806)
- Medicine and Health Sciences (19808)
- Science and Mathematics Education (19329)
- Communication (16040)
- Educational Methods (15068)
- United States History (13738)
- Social History (13735)
- Physical Sciences and Mathematics (13383)
- Sociology (13383)
- Life Sciences (12520)
- Library and Information Science (9944)
- Bilingual, Multilingual, and Multicultural Education (9761)
- Other Education (9171)
- Health and Physical Education (8956)
- Educational Psychology (8535)
- Engineering (8228)
- Special Education and Teaching (7763)
- Marketing (7754)
- Race, Ethnicity and Post-Colonial Studies (7750)
- Institution
-
- University of Alabama at Birmingham (24563)
- Western Kentucky University (17529)
- University of Nebraska - Lincoln (15732)
- University of Northern Iowa (15488)
- Georgia Southern University (13681)
-
- East Tennessee State University (11828)
- Morehead State University (10692)
- Western Michigan University (10586)
- Nova Southeastern University (6742)
- Taylor University (6256)
- Grand Valley State University (5586)
- Walden University (4920)
- University of South Florida (4400)
- Liberty University (4316)
- Illinois Wesleyan University (4294)
- Ursinus College (4255)
- Chulalongkorn University (4053)
- Utah State University (3933)
- City University of New York (CUNY) (3768)
- Edith Cowan University (3717)
- Old Dominion University (3683)
- University of Central Florida (3345)
- Marquette University (3281)
- Marshall University (3267)
- Eastern Illinois University (3083)
- Wright State University (2740)
- University of Nebraska at Omaha (2726)
- Central Washington University (2719)
- California State University, Monterey Bay (2654)
- Australian Council for Educational Research (ACER) (2602)
- Keyword
-
- Education (12911)
- Western Kentucky University (8598)
- Georgia Southern University (8565)
- Athletics (7322)
- Higher education (7290)
-
- Students (5191)
- Newspaper (4874)
- Faculty (4678)
- Newsletter (4410)
- Alumni (4206)
- Ursinus College (4091)
- Pennsylvania (3925)
- Collegeville (3889)
- School of medicine (3445)
- Release (3157)
- Curriculum (2721)
- UAB (2667)
- Leadership (2625)
- Events (2505)
- Staff (2389)
- Football (2375)
- Mission schools (2371)
- Catholic missions (2369)
- BCIM (2368)
- Bureau of catholic indian missions (2368)
- Catholic Boarding schools (2368)
- Catholic Indian Schools (2368)
- Catholic Tribal schools (2368)
- Day schools (2368)
- Indian boarding schools (2368)
- Publication Year
-
- 2026 (9953)
- 2025 (12411)
- 2024 (14550)
- 2023 (15213)
- 2022 (16761)
-
- 2021 (17148)
- 2020 (17269)
- 2019 (16820)
- 2018 (17717)
- 2017 (15868)
- 2016 (17421)
- 2015 (14214)
- 2014 (13011)
- 2013 (11409)
- 2012 (9166)
- 2011 (8996)
- 2010 (7472)
- 2009 (7329)
- 2008 (6898)
- 2007 (5191)
- 2006 (4675)
- 2005 (4598)
- 2004 (4278)
- 2003 (4154)
- 2002 (3741)
- 2001 (3594)
- 2000 (3530)
- 1999 (2948)
- 1998 (3154)
- 1997 (3055)
- Publication
-
- Browse All News (21496)
- Theses and Dissertations (8033)
- Dissertations (7207)
- WKU Administration Documents (7091)
- ETSU News (6287)
-
- Athletics: News & Publications (5883)
- Electronic Theses and Dissertations (4383)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (4176)
- Doctoral Dissertations and Projects (3735)
- Nebraska Tractor Tests (3402)
- Graduate Research Papers (3267)
- News and Events (Discontinued Series) (3077)
- Masters Theses (2664)
- International Journal of Exercise Science: Conference Proceedings (2562)
- Journal of Education Studies (2468)
- Iowa Science Teachers Journal (2306)
- Reading Horizons: A Journal of Literacy and Language Arts (2231)
- Student Newspapers (2185)
- Ursinus Weekly Newspaper, 1902-1978 (2124)
- University of Nebraska-Lincoln Extension: Historical Materials (2099)
- Morehead State Trail Blazer Archive (1898)
- eReporter (campus newsletter) (1801)
- Australian Journal of Teacher Education (1655)
- Faculty Senate Records (1645)
- Documents (1489)
- Theses Digitization Project (1425)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (1418)
- Hollins Student Newspapers (1384)
- Documents - Faculty Senate (1383)
- Publications and Research (1379)
- Publication Type
Articles 75211 - 75240 of 386478
Full-Text Articles in Education
การคัดสรรบทเพลงและการแสดงรีไซทัลขับร้องคลาสสิค, วีวรรณ โทนชัย
การคัดสรรบทเพลงและการแสดงรีไซทัลขับร้องคลาสสิค, วีวรรณ โทนชัย
Journal of Education Studies
การคัดเลือกรายชื่อบทเพลงและการแสดงรีไซทัลเป็นหัวข้อสำคัญ 2 หัวข้อ ที่เกี่ยวเนื่องกันภายใต้กระบวนการ การเรียนการสอนการขับร้องคลาสสิค ต้องอาศัยความรู้ทางการขับร้องและความใส่ใจในการสังเกตรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ปัญหาที่พบในกระบวนการการเรียนการสอนบางครั้งมาจากการขาดการวางแผนร่วมกันอย่างมีระบบ ดังนั้น จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเสนอผลงานจากการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ผ่านการวางรูปแบบการแสดงด้วยการร่วมมือกันระหว่างผู้สอนและผู้เรียน คัดสรรกลุ่มรายชื่อบทเพลงที่จะใช้ ผ่านกระบวนการในระหว่างช่วงเวลาในการเรียนการสอนตามปกติ รวมถึง การมีบทเพลงสำรองเพื่อใช้หากมีความจำเป็นต้องปรับรายการแสดง ตลอดจนจัดการองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการแสดง การร่วมมือกันวางแผนฝึกซ้อม การจัดการในวันแสดง และการประเมินผล ผู้ที่ได้อ่านบทความนี้จะได้เห็นภาพรวมของการแสดง เกิดคุณค่าแห่งการรับรู้และเข้าใจการขับร้องคลาสสิค
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค Tgt (Team Games Tournament), สุรัตนา พุทธพงษ์, ภัทรภร ชัยประเสริฐ, สมศิริ สิงห์ลพ
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค Tgt (Team Games Tournament), สุรัตนา พุทธพงษ์, ภัทรภร ชัยประเสริฐ, สมศิริ สิงห์ลพ
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ และพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT (Team Games Tournament) เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ตัวอย่างวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 41 คน ที่ได้มาจากวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม ซึ่งได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นนำ 2) ขั้นจัดทีม 3) ขั้นจัดการแข่งขัน 4) ขั้นการวัดประเมินผล 5) ขั้นสรุป วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีกรณีตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกันและกรณีตัวอย่างกลุ่มเดียว ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 2) เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3) พฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT หลังเรียนอยู่ในระดับดี
การประยุกต์ใช้การประเมินตนเองและการสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ, อารีรักษ์ มีแจ้ง, วรรณประภา สุขสวัสดิ์
การประยุกต์ใช้การประเมินตนเองและการสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ, อารีรักษ์ มีแจ้ง, วรรณประภา สุขสวัสดิ์
Journal of Education Studies
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เป็นหน้าที่หลักของครูในสถานศึกษา ขั้นตอนการปฏิบัติงานดังกล่าวเริ่มจากการที่ครูจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เมื่อเสร็จแล้วจึงนำส่งผู้บังคับบัญชาซึ่งอาจเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระ หรือผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ จากนั้นจึงนำไปใช้จัดการเรียนการสอน ซึ่งครูจะได้ข้อมูลย้อนกลับจากการสอนเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนที่อาจนำไปสู่การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวยังขาดความชัดเจนในประเด็นของวิธีการและเครื่องมือในการตรวจสอบที่จะนำไปสู่การพัฒนางานในส่วนนี้ บทความนี้มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอการประยุกต์ใช้การประเมินตนเองและการสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเข้าใจให้แก่ครูภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการวางแผน และการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ถูกต้องชัดเจนแล้ว ยังส่งเสริมให้ครูใช้การประเมินตนเองและการสะท้อนคิดในการตรวจสอบ และทบทวนการทำงานของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการปฏิบัติงานในวิชาชีพต่อไป
ความสัมพันธ์ระหว่างความคล่องแคล่วในการทำงานของมือและความเร็วในการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6, ชนิตา เที่ยงวงษ์, นันทณี เสถียรศักดิ์พงศ์
ความสัมพันธ์ระหว่างความคล่องแคล่วในการทำงานของมือและความเร็วในการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6, ชนิตา เที่ยงวงษ์, นันทณี เสถียรศักดิ์พงศ์
Journal of Education Studies
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความคล่องแคล่วในการทำงานของมือและความเร็วในการเขียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 รูปแบบการศึกษาเป็นแบบ cross sectional study การสุ่มกลุ่มตัวอย่างจำนวน 96 คน ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย โดยวิธีการจับฉลากแบบไม่ใส่คืน โรงเรียนที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แบบทดสอบความคล่องแคล่วในการทำงานของมือ ประกอบด้วย 4 แบบทดสอบย่อย คือ การย้ายหมุดโดยใช้มือเดียว การย้ายหมุดโดยใช้สองมือ การย้ายหมุดภายในมือ และ การย้ายหมุดโดยใช้อุปกรณ์ และ 2) แบบทดสอบความเร็วในการเขียนของแบบประเมินความสามารถด้านการเขียนพยัญชนะไทย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า ความคล่องแคล่วในการทำงานของมือกับความเร็วในการเขียนมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) โดยความเร็วในการเขียนมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (เรียงจากมากไปน้อย) กับการย้ายหมุดโดยใช้สองมือ (r = -.465), และการย้ายหมุดโดยใช้อุปกรณ์คีม (r = -.348) และ การย้ายหมุดภายในมือ (r = -.305), และมีความสัมพันธ์ระดับต่ำ (r = -.202) กับการย้ายหมุดโดยใช้มือเดียว
การบริหารการศึกษาบิ๊กดาต้า : กรณีศึกษาสาธารณรัฐประชาชนจีนและการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย, วราลี จิเนราวัต, หมิงซาน หลัว, ณนนท์ ราชเสน, หยาง (ริชาร์ด) ฟง
การบริหารการศึกษาบิ๊กดาต้า : กรณีศึกษาสาธารณรัฐประชาชนจีนและการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย, วราลี จิเนราวัต, หมิงซาน หลัว, ณนนท์ ราชเสน, หยาง (ริชาร์ด) ฟง
Journal of Education Studies
บทความนี้ได้นำเสนอความรู้เกี่ยวกับนโยบายการบริหารด้านการศึกษาบิ๊กดาต้า โดยสังเคราะห์จากข้อมูลและเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับมโนทัศน์ของบิ๊กดาต้า สภาพการณ์ของประเทศไทย บิ๊กดาต้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าของภาครัฐและเอกชนของสาธารณรัฐประชาชนจีน การนำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน ความเป็นมาของการศึกษาบิ๊กดาต้าเพื่ออุตสาหกรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน การนำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในภาคการศึกษาของประเทศไทย การเชื่อมโยงภาคการศึกษากับทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ภายใต้ความร่วมมือกับจีน พบว่า การบริหารด้านการศึกษาบิ๊กดาต้าของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนทั้งสิ้น 6 แนวทางสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้และแนวทางดังกล่าวยังช่วยย่นย่อระยะเวลาดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 20 ปีแห่งชาติของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือโอนถ่ายเทคโนโลยีราคาย่อมเยาว์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเส้นทางสายไหมของสาธารณรัฐประชาชนจีนในประเทศไทย ตามแนวทางการบริหารการศึกษาเพื่อส่งเสริมผู้มีศักยภาพสูงผ่านกลไกภาครัฐของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มเพื่อลดความวิตกกังวลของครอบครัว ที่มีบุตรหลานมีภาวะออทิซึมสเปกตรัม, ภู แก้วอำไพ, ปิยะวรรณ ศรีสุรักษ์, สุชาติ พหลภาคย์, กรวรรณ โหม่งพุฒ
ผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มเพื่อลดความวิตกกังวลของครอบครัว ที่มีบุตรหลานมีภาวะออทิซึมสเปกตรัม, ภู แก้วอำไพ, ปิยะวรรณ ศรีสุรักษ์, สุชาติ พหลภาคย์, กรวรรณ โหม่งพุฒ
Journal of Education Studies
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มที่มีต่อความวิตกกังวลของครอบครัวที่มีบุตรหลานมีภาวะออทิซึมสเปกตรัม กลุ่มเป้าหมาย คือครอบครัวที่มีบุตรหลานมีภาวะออทิซึมสเปกตรัม จำนวน 12 ครอบครัว เข้าร่วมโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มโดยใช้ทฤษฎีการเผชิญความจริง จำนวน 8 ครั้ง ครั้งละ 60-75 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการวัดความวิตกกังวล คือ แบบวัดระดับความวิตกกังวล (Thai HADS) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที พบว่า ภายหลังจากได้รับโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มแล้วความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารโรงเรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิทยฐานะเพื่อเสริมสร้างคุณภาพนักเรียน, ปิยนุช เปี่ยมวิริยวงศ์, ปิยพงษ์ สุเมตติกุล
การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารโรงเรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิทยฐานะเพื่อเสริมสร้างคุณภาพนักเรียน, ปิยนุช เปี่ยมวิริยวงศ์, ปิยพงษ์ สุเมตติกุล
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารโรงเรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิทยฐานะเพื่อเสริมสร้างคุณภาพนักเรียน ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 380 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้ PNIModifiedในการจัดลำดับความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบันของระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.09) สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก (M = 4.38) สำหรับค่าดัชนี PNIModifiedความต้องการจำเป็นของการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารโรงเรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิทยฐานะเพื่อเสริมสร้างคุณภาพนักเรียน โดยภาพรวม (PNIModified = 0.420) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการประเมินความประพฤติในการรักษาวินัย มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านงานวิชาการ งานบริหารงานบุคคล งานบริหารแผนงานและงบประมาณการบริหารงานทั่วไป และผลการปฏิบัติงานตามภาระงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย ด้านการประเมินคุณธรรมจริยธรรม ด้านการประเมินความรู้ความสามารถ และด้านการประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพ ตามลำดับ
การพัฒนาต้นแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกระบบสำหรับครูในมูลนิธิที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส, ศิริพร จินะณรงค์, สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล, รังสิพันธุ์ แข็งขัน
การพัฒนาต้นแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกระบบสำหรับครูในมูลนิธิที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส, ศิริพร จินะณรงค์, สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล, รังสิพันธุ์ แข็งขัน
Journal of Education Studies
ปัญหาจำนวนเด็กด้อยโอกาสที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัญหาระดับประเทศ เด็กเหล่านี้ต้องการการดูแลที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป โดยได้มีการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือดูแลเด็ก ครูผู้ดูแลเด็กที่ทำงานอยู่ในมูลนิธิมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการ และคุณลักษณะของครูผู้สอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกระบบสำหรับครูในมูลนิธิที่ 2) พัฒนาต้นแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นอกระบบสำหรับครู และ 3) นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของการพัฒนาต้นแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกระบบสำหรับครู โดยดำเนินการวิจัยทำตามวัตถุประสงค์ ผลการวิจัย พบว่า ครูได้จัดการเรียนการสอนเด็กด้อยโอกาสเป็นอย่างดี แต่ยังขาดความรู้ในด้านการจัดกิจกรรมเฉพาะทางโดย 1) ครูมีความต้องการพัฒนาทักษะในการจัดกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาของเด็ก 2) ต้นแบบการจัดกิจกรรมควรเน้นด้านการปฏิบัติที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับประสบการณ์สุนทรียะที่มีนัยเชิงบวก และกิจกรรมที่ต่อเนื่องมีการทำซ้ำแบบแตกต่าง มีผลทำให้เกิดวงจรของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์และทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และ 3) กิจกรรมควรมุ่งเน้นแก้ปัญหาของเด็ก การพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ และมีการจัดแหล่งเรียนรู้สำหรับครู
“บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้” : แนวคิดและการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทย, พรสวรรค์ วงษ์กาญจนกุล, กรรณิการ์ สัจกุล
“บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้” : แนวคิดและการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทย, พรสวรรค์ วงษ์กาญจนกุล, กรรณิการ์ สัจกุล
Journal of Education Studies
บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่มีผลต่อการจัดการศึกษาของ สตรีไทย 2) เพื่อวิเคราะห์แนวคิดและการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทยของ “บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้” และ 3) เพื่อประยุกต์แนวคิดและรูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทยของ “บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้” วิธีการศึกษาใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศึกษาวิเคราะห์พระราชนิพนธ์ พระนิพนธ์ประเภทต่าง ๆ ในฐานะสื่อสะท้อนแนวคิดและการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทยของ “บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้” ผลการศึกษา พบว่า การศึกษาของสตรีไทยในช่วงปี พ.ศ. 2410-2474 แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก คือ การศึกษาแบบโบราณ และการศึกษาแบบใหม่ โดยปัจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลต่อการศึกษาของสตรีไทย ได้แก่ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของ ประเทศในขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลจากบริบททางประวัติศาสตร์ในช่วงการแพร่ขยายลัทธิการล่าอาณานิคมของ มหาอํานาจตะวันตก นอกจากนี้ แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทยของบางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้เป็นการบูรณาการพหุวิทยาการต่าง ๆ ทั้งจารีตประเพณีไทยแบบโบราณ และความรู้ใหม่แบบตะวันตก โดยประยุกต์ให้ เหมาะสมกับบริบทสังคมและวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการจัดการศึกษาของบางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้ยังสามารถ พัฒนาสตรีไทยให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมอารยประเทศ และธํารงเอกลักษณ์ที่ดีงามของสตรีไทยได้อย่างครบถ้วน สรุปได้ว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการพัฒนาสตรีไทยให้มีความเท่าเทียม และความเสมอภาค นอกจากนี้ ยังสามารถนําแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทยในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
การจัดการเรียนรู้ยุคใหม่, สุรภัฎ ธัญวงศ์
การจัดการเรียนรู้ยุคใหม่, สุรภัฎ ธัญวงศ์
Journal of Education Studies
การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีดำเนินไปอย่างก้าวกระโดด ส่งผลถึงทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมการผลิต การบริการสาธารณสุข รวมถึงการศึกษา โจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาไทยเพื่อไปให้ถึงนโยบายประเทศไทยยุค 4.0 คือ การสอนให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีทักษะชีวิต และแก้ปัญหาได้ บทความฉบับนี้นำเสนอโมเดลการเรียนรู้ยุคใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับเทคโนโลยีและสภาพสังคมปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับผู้เรียน โดยสร้างให้เกิดความสนใจในเนื้อหาสาระ ผ่านสื่อในรูปแบบเกมหรือโปรแกรมจำลองสถานการณ์ จากนั้นกระตุ้นจินตนาการ ผ่านการใช้คำถาม “ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะเป็นอย่างไร” และสร้างกลุ่มสังคมออนไลน์สำหรับกลุ่มเรียนรู้ในหัวเรื่องที่สนใจร่วมกัน นอกจากนี้ ใช้การสร้างข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการเรียนรู้ ผ่านการกำหนดปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาและเปิดความเป็นไปได้ในการมองมุมใหม่
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเภทข้อมูลย้อนกลับเชิงโต้ตอบด้วยคอมพิวเตอร์กับระดับความสามารถทางฟิสิกส์ ที่มีต่อพัฒนาการความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4, ธันยบูรณ์ ธัญลักษณ์มะระ, กมลวรรณ ตังธนกานนท์
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเภทข้อมูลย้อนกลับเชิงโต้ตอบด้วยคอมพิวเตอร์กับระดับความสามารถทางฟิสิกส์ ที่มีต่อพัฒนาการความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4, ธันยบูรณ์ ธัญลักษณ์มะระ, กมลวรรณ ตังธนกานนท์
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเภทข้อมูลย้อนกลับเชิงโต้ตอบด้วยคอมพิวเตอร์ (ลดความคล้าย เพิ่มความคล้าย ความคล้ายคงที่ และบอกคำตอบที่ถูกต้อง) กับระดับความสามารถทางฟิสิกส์ (สูง ปานกลาง และต่ำ) ที่มีต่อพัฒนาการความสามารถของนักเรียน และ 2) เปรียบเทียบพัฒนาการความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ของนักเรียนในแต่ละระดับความสามารถทางฟิสิกส์ที่ได้รับข้อมูลย้อนกลับเชิงโต้ตอบด้วยคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างวิจัย คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 73 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบฝึกหัดการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ด้วยคอมพิวเตอร์ และแบบสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงบรรยาย คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง ผลการวิจัย พบว่า 1) มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเภทข้อมูลย้อนกลับเชิงโต้ตอบกับระดับความสามารถทางฟิสิกส์ต่อพัฒนาการความสามารถอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) นักเรียนที่มีความสามารถระดับสูงที่ได้รับข้อมูลย้อนกลับต่างประเภทกันมีพัฒนาการความสามารถไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนนักเรียนที่มีความสามารถระดับปานกลางที่ได้รับข้อมูลย้อนกลับแบบลดความคล้ายและแบบความคล้ายคงที่ รวมถึงนักเรียนที่มีความสามารถระดับต่ำที่ได้รับข้อมูลย้อนกลับแบบความคล้ายคงที่มีพัฒนาการความสามารถสูงกว่าแบบบอกคำตอบที่ถูกต้องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนาความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านโดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3, ทัศนีย์ เศรษฐพงษ์, วิภาวรรณ เอกวรรณัง, ฐาปกรณ์ อยู่สันเทียะ
การพัฒนาความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านโดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3, ทัศนีย์ เศรษฐพงษ์, วิภาวรรณ เอกวรรณัง, ฐาปกรณ์ อยู่สันเทียะ
Journal of Education Studies
การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านระหว่างนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบกับนักเรียนที่ได้รับการเรียนการสอนแบบปกติ กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2563 จำนวน 80 คน ได้มาโดยวิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบการรู้เรื่องการอ่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ มีความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ มีความสามารถในการรู้เรื่องการอ่านสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการสอนด้วยวิธีปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
กรอบแนวคิดการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ, ครรชิต พิมใจ, ดาวรุวรรณ ถวิลการ
กรอบแนวคิดการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ, ครรชิต พิมใจ, ดาวรุวรรณ ถวิลการ
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและประเมินกรอบแนวคิดของการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ เป็นการวิจัยผสานวิธี ดำเนินการ 2 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม จำนวน 15 แหล่ง เพื่อสังเคราะห์กรอบแนวคิดของการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยองค์ประกอบและตัวบ่งชี้จากแนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และ 2) ประเมินกรอบแนวคิดการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมตามกรอบที่ได้สังเคราะห์จากเอกสารโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินเป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบปลายเปิดเพื่อเสนอแนะ โดยวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดของการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การฝึกอบรมทางวัฒนธรรม มี 3 ตัวบ่งชี้ (2) การจัดระบบพี่เลี้ยงและให้คำปรึกษา มี 3 ตัวบ่งชี้ (3) ภาวะผู้นำเชิงวัฒนธรรม มี 3 ตัวบ่งชี้ (4) การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม มี 4 ตัวบ่งชี้ และ (5) การจัดวางบุคลากรที่หลากหลาย มี 3 ตัวบ่งชี้ และ 2) ผลการประเมินกรอบแนวคิดของการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 ซึ่งผ่านเกณฑ์ทุกองค์ประกอบและตัวบ่งชี้
การพัฒนาชุดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการวิจารณ์วรรณกรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี, ขวัญชนก นัยจรัญ
การพัฒนาชุดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการวิจารณ์วรรณกรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี, ขวัญชนก นัยจรัญ
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึก 2) เปรียบเทียบความสามารถในการวิจารณ์วรรณกรรมของนักศึกษาก่อนและหลังการทดลอง และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อชุดการเรียนรู้ การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาในการเรียนการสอนรายวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ ระยะที่ 2 พัฒนาชุดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึก ระยะที่ 3 ทดลองใช้ และระยะที่ 4 ประเมินผลความสามารถในการวิจารณ์วรรณกรรมและความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อชุดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 55 คน ระยะเวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองเป็นชุดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึก และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการวิจารณ์วรรณกรรม และแบบวัดความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อชุดการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ความสามารถในการวิจารณ์วรรณกรรมของนักศึกษาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อชุดการเรียนรู้ระดับมากที่สุด
การพัฒนาทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์ในวิชาสังคมศึกษาเพื่อผู้เรียนแห่งศตวรรษที่ 21, อิทธิเดช น้อยไม้
การพัฒนาทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์ในวิชาสังคมศึกษาเพื่อผู้เรียนแห่งศตวรรษที่ 21, อิทธิเดช น้อยไม้
Journal of Education Studies
การพัฒนาผู้เรียนให้ประสบความสำเร็จและปรับตัวเข้ากับสังคมแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้การเรียนรู้วิชาสังคมศึกษานั้น ครูสังคมศึกษาจำเป็นต้องวางแผนและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้มีทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหา แสวงหาคำตอบ และวินิจฉัยเรื่องราวที่ต้องเผชิญในสังคมโลกยุคปัจจุบันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป บทความนี้นำเสนอความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของมโนทัศน์ มโนทัศน์กับการทำงานของสมอง ความสำคัญของการคิดเชิงมโนทัศน์ มโนทัศน์ของวิชาสังคมศึกษาการพัฒนาทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์ในวิชาสังคมศึกษา และคุณค่าของการคิดเชิงมโนทัศน์ ในวิชาสังคมศึกษาเพื่อผู้เรียนแห่งศตวรรษที่ 21
การศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการในการปรับตัว การอยู่ร่วมกัน และการเรียนรู้เพื่อการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแรงงานภาคอุตสาหกรรม, ณัฐวีณ์ ยิ้มเศรษฐี, อาชัญญา รัตนอุบล, ปาน กิมปี
การศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการในการปรับตัว การอยู่ร่วมกัน และการเรียนรู้เพื่อการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแรงงานภาคอุตสาหกรรม, ณัฐวีณ์ ยิ้มเศรษฐี, อาชัญญา รัตนอุบล, ปาน กิมปี
Journal of Education Studies
วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้ คือ เพื่อศึกษาสภาพพื้นฐาน ลักษณะการดำรงชีวิต ปัญหาและความต้องการใน การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแรงงานภาคอุตสาหกรรม เก็บข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานภาคอุตสาหกรรมไทย 30 คน และแรงงานต่างด้าวพม่า ลาว กัมพูชา 400 คน ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของไทย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผลการวิจัย พบว่า แรงงานส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีรายได้แบบรายวันตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ สาเหตุการย้ายงานคือ ไม่ชอบงาน กิจกรรมยามว่าง ชอบเล่นกีฬา ดูหนัง ท่องเที่ยว สิ่งที่ทำให้อึดอัดใจในครั้งแรกที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยคือ ภาษา อาหาร และเพื่อนต่างถิ่น สิ่งที่ทำให้ปรับตัวได้ คือ การเปิดใจยอมรับ การสร้างสัมพันธภาพ ความต้องการด้านการปรับตัว คือ 1) การปรับตัวเข้ากับเพื่อนต่างชาติ 2) การสื่อสารกับผู้ร่วมงาน 3) การแต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสม 4) ความมั่นใจในการแสดงความเป็นเพื่อนกับต่างชาติ 5) การเป็นมิตรกับเพื่อนต่างชาติโดยไม่รู้สึกแตกต่าง ปัญหาด้านการอยู่ร่วมกัน คือ 1) การพึ่งพาอาศัยกัน 2) การทำงานร่วมกับเพื่อนชาติ 3) การช่วยเหลือเพื่อนต่างชาติ 4) ระเบียบวินัยในการอยู่ร่วมกัน 5) การแต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสม ส่วนปัญหาด้านการเรียนรู้ คือ 1) ความเข้าใจนิสัยเพื่อนต่างชาติ 2) ความรู้ด้านอาหารของเพื่อนต่างชาติ
ปัญหาการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กตามความคิดครอบครัวนิเวศ, พัฒนาพร ไทยพิบูลย์, จรูญศรี มาดิลกโกวิท
ปัญหาการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กตามความคิดครอบครัวนิเวศ, พัฒนาพร ไทยพิบูลย์, จรูญศรี มาดิลกโกวิท
Journal of Education Studies
บทความวิจัย เรื่อง “ปัญหาการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กตามความคิดครอบครัวนิเวศ” ผู้วิจัยใช้ความคิด “ระบบครอบครัวนิเวศ” เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีวิจัยเชิงปริมาณและวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการศึกษาครอบครัวแหว่งกลางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางจำนวน 109 ครอบครัว ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงโครงสร้างและการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก วัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางตามความคิดครอบครัวนิเวศเพื่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กในครอบครัวแหว่งกลาง ผลการศึกษาพบว่าปัญหาการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กจำแนกได้เป็น 6 มิติ คือ 1) สุขภาพของปู่ ย่า ตา ยายในครอบครัวแหว่งกลาง 2) เศรษฐกิจของครอบครัวแหว่งกลาง 3) คุณลักษณะของครอบครัวแหว่งกลาง 4) ความสัมพันธ์ในระบบครอบครัวนิเวศของครอบครัวแหว่งกลาง 5) สังคมวัฒนธรรม และ 6) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวแหว่งกลาง
รูปแบบการบริหารโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน, ฐาปณัฐ อุดมศรี, ชญาพิมพ์ อุสาโห, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์
รูปแบบการบริหารโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน, ฐาปณัฐ อุดมศรี, ชญาพิมพ์ อุสาโห, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ด้วยระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสม ตัวอย่าง ได้แก่ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 480 โรงเรียน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบประเมินกรอบแนวคิดในการวิจัย แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน คือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น โดยใช้การวิเคราะห์ Modified Priority Needs Index (PNIModified) ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการบริหารโรงเรียนแบบยืดหยุ่นที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเป็นการบูรณาการรูปแบบการบริหารแบบกำกวมและแบบวัฒนธรรมซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญ 7 ส่วน ได้แก่ 1) ชื่อรูปแบบ 2) หลักการและความสำคัญ 3) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการบริหารโรงเรียนแบบยืดหยุ่นที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน 4) องค์ประกอบของรูปแบบ 8 องค์ประกอบ ได้แก่ การกำหนดเป้าประสงค์ การแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการปฏิบัติ การสนับสนุนปัจจัยแวดล้อม โครงสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ การเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อม แบบของผู้นำ และแบบของภาวะผู้นำที่เกี่ยวข้อง 5) แผนภาพของรูปแบบและการนำไปใช้ 6) ปัจจัยความสำเร็จ และ 7) ประโยชน์ที่ได้รับ
การศึกษาสภาพการบริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาตามแนวคิดการเสริมสร้างค่านิยมในการทำงาน, เกริกก้อง มังคละพฤกษ์, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, สืบสกุล นรินทรางกูร ณ อยุธยา
การศึกษาสภาพการบริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาตามแนวคิดการเสริมสร้างค่านิยมในการทำงาน, เกริกก้อง มังคละพฤกษ์, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, สืบสกุล นรินทรางกูร ณ อยุธยา
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาตามแนวคิดการเสริมสร้างค่านิยมในการทำงาน ตัวอย่าง คือ โรงเรียนอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เปิดสอนระดับ ปวช. และ/หรือ ปวส. จำนวน 269 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลในแต่ละโรง คือ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน ครู จำนวน 1 คน และนักเรียน จำนวน 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาตามแนวคิดการเสริมสร้างค่านิยมในการทำงาน ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยการบริหารกิจการนักเรียนนักศึกษามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (M = 3.77) รองลงมาคือ การบริหารวิชาการ (M = 3.73) ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.42) โดยการบริหารวิชาการมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (M = 4.42) รองลงมาคือ การบริหารกิจการนักเรียนนักศึกษา (M = 4.41)
สภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการทางการเรียนรู้กับการทำงานของผู้เรียนและบัณฑิตสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษาไทย, สยาม ค้าสุวรรณ, อรุณี หงษ์ศิริวัฒน์, พันธ์ศักดิ์ พลสารัมย์
สภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการทางการเรียนรู้กับการทำงานของผู้เรียนและบัณฑิตสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษาไทย, สยาม ค้าสุวรรณ, อรุณี หงษ์ศิริวัฒน์, พันธ์ศักดิ์ พลสารัมย์
Journal of Education Studies
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพปัญหาของการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการทางการเรียนรู้กับการทำงานของผู้เรียนและบัณฑิตที่ศึกษา สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ของสถาบันอุดมศึกษาไทย เก็บรวบรวมข้อมูลจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศ จำนวน 33 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า การจัดการเรียนการสอนเป็นการบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน โดยมีองค์ประกอบ ได้แก่ สถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการ และองค์กรวิชาชีพ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการทางการเรียนรู้กับการทำงาน แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ 2) ด้านผู้เรียน / นิสิต / นักศึกษาและบัณฑิตที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ 3) ด้านผู้สอน / คณาจารย์ /อาจารย์ที่ปรึกษา / อาจารย์นิเทศงานสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ 4) ด้านสถานประกอบการ / ผู้บริหารสถานประกอบการ / พนักงานที่ปรึกษา /พนักงานที่เป็นผู้ดูแลนักศึกษาช่วงระหว่างปฏิบัติงานสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ 5) ด้านการเงิน
Kenyan Alumna Breaks Barriers In Leadership Role At Footwear Company., Jennifer R. Lloyd
Kenyan Alumna Breaks Barriers In Leadership Role At Footwear Company., Jennifer R. Lloyd
Black History at St. Mary's University - 2025 Collection
At the helm of Bata Kenya PLC, one of the largest footwear companies in Kenya, Jeddidah Thotho is a trailblazer for women in business and global manufacturing. Not only is she the first person of color to lead Beta Kenya, but she is also the first woman to do so. St. Mary’s University is credited as aiding in her success as Thotho garnered a strong foundation from the university. From her days in high school, Thotho sought to gain skills in financial analysis and then utilized those skills in a role where she worked in fine jewelry and gemstone purchasing. …
Latino Family Engagement In A Network Of Catholic Bilingual Schools, Gabrielle Oliveira, Eunhye Cho, Olivia Barbieri
Latino Family Engagement In A Network Of Catholic Bilingual Schools, Gabrielle Oliveira, Eunhye Cho, Olivia Barbieri
Journal of Catholic Education
In this article, we examine how a Network of Catholic Bilingual Schools (NCBS) serves Latino populations by examining the leadership’s narratives of the school services and outreach. By employing a survey with 16 principals in the NCBS, we argue that the rate of engagement is similar between Latino and non-Latino parents, although the nature of the activities varied. Despite the long-held belief that Latino parents are less likely to participate in schooling than non-Latino parents, we found that Latino parents committed their participation in schools across cultural, linguistic, or religious activities. We highlight how principals acknowledge and describe Latino families’ …
Academic Advantages Of Increased Classroom Movement In Kindergarten, Elizabeth Hill
Academic Advantages Of Increased Classroom Movement In Kindergarten, Elizabeth Hill
Master's Theses & Capstone Projects
Modern kindergarten classrooms are academically rigorous learning environments with high expectations placed on young learners. Oftentimes, these students still receive an education based on traditional instructional strategies that no longer benefit and challenge young learners appropriately. This literature review examines the academic benefits of intentional classroom movement, kinesthetic learning, brain breaks and the impact they have on learning in the kindergarten setting. This literature review presents peer reviewed research studies conducted within the last ten years that investigate the most advantageous methods of movement incorporation in the classroom. The findings of this literature review conclude that, by increasing classroom movement, …
Math Talks Impact On Students In St Math, Rachel Coulter
Math Talks Impact On Students In St Math, Rachel Coulter
Master's Theses & Capstone Projects
The purpose of this action research study was to determine the impact math talks had on student performance in ST Math and how math talks impact students’ understanding of mathematical concepts outside of ST Math. This action research study was conducted in two sixth-grade classrooms at an Intermediate School in Central Iowa. Quantitative data was collected via the number of puzzles individual students completed per minute. Quantitative data was also collected in the comparative number of correct responses on a pre and posttest over the mathematical concept students covered in ST Math. The results of the study showed students had …
Create An Effective Mentoring Program Based On Universal Retention Rates In The United States: A School Improvement Plan, Kati Ploeger
Create An Effective Mentoring Program Based On Universal Retention Rates In The United States: A School Improvement Plan, Kati Ploeger
Master's Theses & Capstone Projects
High-quality teachers are shown to be the number-one factor for student achievement (Gujarati, 2012). One way school districts around the world can retain high-quality teachers is to place them in an induction or mentoring program as new teachers. A review of the literature was conducted to support the school improvement plan and examines retention rates across the United States. The research covers these main topics: mentoring, induction, professional development, teacher retention and mobility, new teacher experiences, and teacher evaluation. In response, a school improvement plan was created to establish a high-quality mentoring program outline, which establishes support and direction for …
The “Magic” Of Density - A Unique Take On The 5e Lesson, Jacquelyn J. Mosely, Brooke A. Whitworth
The “Magic” Of Density - A Unique Take On The 5e Lesson, Jacquelyn J. Mosely, Brooke A. Whitworth
Publications
No abstract provided.
Cas Faculty, Staff Collect Three State Arts Council Grants, Staff
Cas Faculty, Staff Collect Three State Arts Council Grants, Staff
Browse All News
No abstract provided.
Premier, Summer 2021, University Of Northern Iowa. College Of Education.
Premier, Summer 2021, University Of Northern Iowa. College Of Education.
Premier
Contents:
--- From the Dean: Delighted, determined, and ready to go
--- Alumni reflections: Life during a pandemic
--- Landmark 2+2 distance education program notes 25 years
--- Research explores hidden links between diversity and leisure
--- Perspectives: Social justice teacher education in an era of division
--- Class Notes
--- Celebrating Excellence
--- College News and Notes
--- UNI Foundation News: Hampton senior receives Strottman scholarship
--- UNI Foundation News: FY 21 Donor Roll
Exploring Sources Of Engineering Teaching Self-Efficacy For Pre-Service Elementary Teachers, Ezgi Yesilyurt, Hasan Deniz, Erdogan Kaya
Exploring Sources Of Engineering Teaching Self-Efficacy For Pre-Service Elementary Teachers, Ezgi Yesilyurt, Hasan Deniz, Erdogan Kaya
Teaching and Learning Faculty Research
Background: The Next Generation Science Standards (2013) put a special emphasis on engineering for K-12 science education. However, a significant number of elementary teachers still feel unprepared to integrate engineering into their science programs. It is, therefore, incumbent upon science educators to update their elementary science methods courses to accommodate engineering especially in the states which adopted the NGSS. In this study, we taught an engineering unit in an elementary science teaching methods course to examine what instructional components and learning experiences provided in the engineering unit enhance teachers’ engineering teaching self-efficacy beliefs. Our research questions addressed to what extent …
Covid-19 Impact On Radiology Students’ Distance Learning (Summer 2021), Mary Lee, Jason Chan, Cheryann Jackson-Holmes, Renzo Marmolejo, Zoya Vinokur
Covid-19 Impact On Radiology Students’ Distance Learning (Summer 2021), Mary Lee, Jason Chan, Cheryann Jackson-Holmes, Renzo Marmolejo, Zoya Vinokur
Publications and Research
The Radiological Technology students have adjusted from the urgent distance learning that was enacted in the Spring of 2020, to the hybrid distance learning that is currently in place. This hybrid distance learning is the same way the incoming class of radiological technology students were taught. Both cohorts of students were tracked over the year by online anonymous surveys. We wanted to know how students were adapting to distance learning, if their focus and motivation varied over the course of the year due to changing pandemic conditions. For the students that were working, what impact did it have on their …