The Effects Of Writing Instructors’ Motivational Strategies On Student Motivation,
2018
Nanyang Technological University, Singapore
The Effects Of Writing Instructors’ Motivational Strategies On Student Motivation, Yin Ling Cheung
Australian Journal of Teacher Education
While the last decade has witnessed a growing body of research on student motivation in second language acquisition, research about the impact of writing instructors’ motivational strategies on student motivation has remained underexplored. In order to fill this important gap, this study, guided by motivational strategy framework, investigates the effect of writing instructors’ motivational strategies on student motivation. Participants were 344 first-year undergraduate students taking a writing course at a university in Singapore. Classroom observation schemes, student surveys, and surveys with writing instructors were collected. Findings show that the more the writing instructors reported using strategies in generating students’ initial …
การพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับพลเมืองของเยาวชนไทย,
2018
คณะครุศาสตร์
การพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับพลเมืองของเยาวชนไทย, กรรณิการณ์ เฉิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)สร้างภาพอนาคตของการจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนไทย 2) เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ของเยาวชนไทย ในช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า คือระหว่างปี พศ. 2565-2574 โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี ทั้งที่อยู่ในการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ โดยมีขั้นตอนวิจัย 4 ขั้นตอนคือ 1) การศึกษาแนวคิดและรูปแบบการจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ของประเทศต่างๆ 2) การศึกษาสภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านวิทยาศาสตร์ และการรู้วิทยาศาสตร์ (Science Literacy) ของเยาวชนในสังคมไทย 3) การจัดทำภาพอนาคตการพัฒนาการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ (scenario) ด้วยเทคนิควงล้ออนาคต (future wheel) 4)การจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์เพื่อใช้เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ผลการวิจัยพบว่า ได้ภาพอนาคตที่เป็นไปได้สองภาพประกอบด้วย ภาพที่ 1 “สังคมแสนรู้" วิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ได้แก่ : สังคมที่การจัดการศึกษาและการสร้างองค์ความรู้ใหม่อยู่ในมือของภาคประชาชน หรือชุมชน ซึ่งแรงจูงใจในการเรียนรู้เป็นไปเพื่อการสร้างงาน สร้างอาชีพและเพื่อสรรค์สร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเติบโต และมีความสามารถในการเท่าทันสังคมโลก มียุทธศาสตร์ 4 ด้านคือ 1.ส่งเสริมกิจกรรมแบ่งปันความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวตกรรมผ่านพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างทักษะและทัศนคติในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ 2.ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่ฝึกกระบวนการแก้ปัญหาและหาคำตอบด้วยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้รายบุคคลให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ในทุกสาระความรู้ 4.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านนโยบายและจริยธรรมวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนเพื่อให้เกิดการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชีวิตและสังคม ภาพอนาคตที่ 2 คือ “สังคมสูงวัย อุ่นใจไปด้วยกัน" วิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์คือ : สังคมที่ผู้สูงวัยและเยาวชนอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ มีความสุข สามารถดูแลซึ่งกันและกันตามศักยภาพของตน รวมทั้งช่วยกันดูแลตนเองและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเท่าทันและยั่งยืน มียุทธศาสตร์ 4 ด้านได้แก่ 1.การจัดการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสังคมยั่งยืน 2.ส่งเสริมบุคลากรสูงวัยให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาพ สู่ชุมชนและเยาวชน 3.ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและอาชีพใหม่โดยเยาวชนและผู้สูงวัย เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสังคมยั่งยืน 4.ขยายพื้นที่กิจกรรมวิทยาศาสตร์ 3 วัย เพื่อสร้างโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมอง สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชน วัยทำงานและผู้สูงวัย
การพัฒนาโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารระหว่างบุคคลสำหรับนิสิตนักศึกษา,
2018
คณะครุศาสตร์
การพัฒนาโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารระหว่างบุคคลสำหรับนิสิตนักศึกษา, เรข์ณพัศ ภาสกรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สมรรถนะการสื่อสารระหว่างบุคคลสำหรับนิสิตนักศึกษา 2) พัฒนาโปรแกรมการศึกษานอก ระบบโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารระหว่างบุคคลสำหรับนิสิตนักศึกษา และ 3) นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้โปรแกรมการศึกษานอก ระบบโรงเรียนฯ กลุ่มตัวอย่างมี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตจำนวน 1,101 คน ใช้วิธีการคัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นหลาย ขั้นตอน 2) นักศึกษาที่เข้าร่วมโปรแกรมฯจำนวน 30 คน 3) ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนนิสิตนักศึกษาจำนวน 20 คน ในการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ ข้อมูลใช้การวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (x̄) ร้อยละ (%) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การวิเคราะห์ค่า t-test และ p-value ร่วมกับการ วิเคราะห์เนื้อหา ผลวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์สมรรถนะการสื่อสารระหว่างบุคคลสำหรับนิสิตนักศึกษาด้านแรงจูงใจ ความรู้ และทักษะ โดยรวมอยู่ ในระดับมาก 2. โปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนฯ ประกอบด้วย 8 กระบวนการ ได้แก่ 1) การกำหนดพื้นฐานสำหรับการพัฒนาโปรแกรม 2) การวิเคราะห์สถานการณ์ของชุมชนและกลุ่มผู้รับบริการ 3) การพิจารณาผลลัพธ์ที่พึงประสงค์จากการพัฒนาโปรแกรม 4) การกำหนดแหล่งทรัพยากร และการสนับสนุน 5) การออกแบบแผนการเรียนรู้ 6) โปรแกรมของการปฏิบัติงาน 7) ความน่าเชื่อถือของการใช้ทรัพยากร 8) การสื่อสารคุณค่าของ โปรแกรม และ 12 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการและเหตุผล 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาสาระ 4) คุณสมบัติของผู้เรียน 5) คุณสมบัติของผู้สอน 6) วิธีการเรียนรู้ 7) กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8) เทคนิคการเรียนรู้ 9) สื่อการเรียนรู้ 10) การประเมินผลการเรียนรู้ 11) …
แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน,
2018
คณะครุศาสตร์
แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน, โชติรส สุวรรณรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาบริบทของชุมชนย่าน เมืองเก่า จังหวัดสงขลา ทีเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา (2) เพื่อศึกษาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน (3)เสนอแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอด ชีวิตผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยทำการวิจัยทั้งหมด 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่1ศึกษาบริบทของ ชุมชนย่านเมืองเก่า จังหวัดสงขลา ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา โดยศึกษาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในชุมชนทั้งหมด 17 คน เครื่องมือที่ใช้คือการสัมภาษณ์จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนย่านเมืองเก่า จังหวัดสงขลา ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยมี กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 400 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ขั้นตอน ที่3 เสนอแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการท่องเที่ยวโดย ชุมชน ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนมีบริบทการจัดการศึกษาในชุมชน มีสถานที่และบุคคลที่สามารถ พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ เมื่อศึกษาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของนักท่องเที่ยวพบว่ามีทักษะการ ค้นหาคาตอบมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (x̄ = 4.29) และทักษะความคิดสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ( x̄ = 2.54) จากนั้นผู้วิจัยนาผลที่ได้จากการวิจัยมาพัฒนาเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริม ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ 1.แนว ทางการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน ได้แก่การส่งเสริมให้โรงเรียนมาเรียนรู้ร่วมกับชุมชน 2.แนว ทางการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน ได้แก่ การส่งเสริมให้การศึกษานอกโรงเรียนเข้าไปมีส่วน ร่วมในชุมชน และ 3.แนวทางการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ได้แก่ ชุมชนจัดการศึกษาโดยให้ใช้สิ่งที่ มีในชุมชนมาจัดการศึกษาในชุมชน
แนวทางการจัดแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต,
2018
คณะครุศาสตร์
แนวทางการจัดแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต, ประกายดาว แก้วชัยเถร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการการบริการของแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของเยาวชน และเพื่อนำเสนอแนวทางการจัดแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถาม กับเยาวชน จำนวน 400 คน ที่เข้าใช้แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หอศิลป์ ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ และสวนสาธารณะ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลและจัดทำเป็นร่างแนวทางการจัดแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตนำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดแหล่งการเรียนรู้จำนวน 10 ท่าน พร้อมทั้งร่างแผนที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำเสนอต่อเยาวชนในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 187 คน เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางการจัดแหล่งเรียนรู้และแผนที่การเรียนรู้ที่สมบูรณ์ โดยใช้แบบประเมินแนวทางและแบบประเมินแผนที่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า (1) เยาวชนเลือกใช้วิธีการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้โดยวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุด และเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ที่ตรงตามความต้องการและความสนใจของตนเองในการส่งเสริมการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากที่สุดในทุกแหล่งเรียนรู้ เยาวชนมีปัญหาในเรื่องอุปกรณ์ใช้สอยไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการในการใช้แหล่งเรียนรู้ และเยาวชนมีความต้องการในเรื่องการจัดเตรียมสถานที่ให้บริการของแหล่งการเรียนรู้อยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก (2) แนวทางการจัดแหล่งการเรียนรู้ ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ เนื้อหากิจกรรม ทรัพยากรการเรียนรู้ สถานที่ และการบริหารจัดการ ในส่วนของแผนที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเว็บไซต์แนะนำแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่รอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เยาวชนนิยมเลือกใช้ จำนวน 20 แหล่งเรียนรู้ ซึ่งในเว็บไซต์บอกข้อมูลเบื้องต้นของแหล่งเรียนรู้ที่เยาวชนต้องการทราบ ได้แก่ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ วันเวลาที่เปิดให้บริการ ค่าบริการ สถานีรถไฟฟ้า รูปภาพแหล่งเรียนรู้ การเดินทางทั้งนี้ได้เชื่อมโยงกับ google map เพื่อให้ทำทางไปยังแหล่งเรียนรู้ และเชื่อมโยงกับเว็บไซต์หลักของแหล่งเรียนรู้เพื่อให้สามารถข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ
แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน,
2018
คณะครุศาสตร์
แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน, ภัสราภรณ์ ศรีอาจนันทโชติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านและเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน 2. เพื่อนำเสนอแนวทางส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงสำรวจ (Survey) กลุ่มตัวอย่างเป็นการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งหมด 753 คน และผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ (ร่าง) แนวทางส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ความเหมาะสมในการนำไปใช้และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ของ (ร่าง) แนวทางส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ สภาพ พบว่าเหตุผลส่วนใหญ่ในการเป็นอาสาสมัครคือ ต้องการช่วยเหลือผู้สูงอายุ และเหตุผลส่วนใหญ่ในการพัฒนาตนเองคือ นำความรู้และวิธีการใหม่ๆมาดูแลและแนะนำผู้สูงอายุและครอบครัวโดยส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างในการพัฒนาตนเอง และวิธีการพัฒนาตนเองส่วนใหญ่ใช้วิธีการเข้ารับฝึกอบรม และเนื้อหาที่เรียนรู้ได้แก่ เรื่องการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น และส่วนใหญ่เรียนรู้จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ปัญหาและความต้องการแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านแรงจูงใจ ด้านสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ บ้านวิธีการพัฒนาตนเอง และด้านเนื้อหากิจกรรมการเรียนรู้ พบว่าปัญหาทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับน้อย ซึ่งปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาด้านแรงจูงใจโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.8 และความต้องการทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก ซึ่งความต้องการที่พบมากที่สุดคือ ความต้องการด้านเนื้อหากิจกรรมการเรียนรู้โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.67 และผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน มีความต้องการในการพัฒนาตนเองทั้ง 4 ด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แนวทางส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ประกอบด้วยแนวทาง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านแรงจูงใจส่งเสริมในเรื่องสวัสดิการสำหรับอาสาสมัคร และการคัดเลือกอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานดีเด่น ด้านสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน และออกแบบคู่มือการปฏิบัติงานและการดูแลผู้สูงอายุให้เข้าใจง่ายสนับสนุนสัญญาณเครือข่ายให้มีความเสถียรและจัดโครงการเพื่อสร้างความสนิทสนมระหว่างอาสาสมัครและผู้สูงอายุ ด้านวิธีการพัฒนาตนเองเน้นการลงมือปฏิบัติจริงและเห็นของจริง จัดประชุมสรุปงานทุกเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจัดพื้นที่เป็นศูนย์รวมให้อาสาสมัครได้ศึกษาเรียนรู้ จัดหลักสูตรฝึกอบรมที่หลากหลาย และด้านเนื้อหากิจกรรมการเรียนรู้จัดการเรียนรู้ให้ครอบคลุมเกี่ยวกับสุขภาวะของผู้สูงอายุ และมีเนื้อหาที่ทันสมัยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้
การพัฒนาตัวบ่งชี้การเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมืองไทยด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน,
2018
คณะครุศาสตร์
การพัฒนาตัวบ่งชี้การเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมืองไทยด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน, ศรัญญา รณศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาที่ใช้การศึกษาแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาตัวบ่งชี้การเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมืองไทยด้วยกระบวนมีส่วนร่วมของชุมชน 2) ตรวจสอบคุณภาพตัวบ่งชี้การเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมืองไทยด้วยกระบวนมีส่วนร่วมของชุมชน และ 3) จัดทำคู่มือการนำตัวบ่งชี้การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่พัฒนาไปสู่การปฏิบัติจริง การศึกษาเชิงคุณภาพลงพื้นที่ชุมชนจำนวน 6 ชุมชน ได้แก่ 1) บ้านหนองโน ต.หนองโน จ.สระบุรี 2) บ้านด่านสิงขร ต.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 3) บ้านคีรีวง ต.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช 4) บ้านชีทวน ต.ชีทวน จ.อุบลราชธานี 5) บ้านเชิงดอย ต.เชิงดอย จ.เชียงใหม่ และ 6) ชุมชนเขายายดา ต.ตะพง จ.ระยอง การศึกษาเชิงปริมาณเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,828 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ตัวบ่งชี้การเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมืองไทย ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1.1) เจตคติต่อการเรียนรู้ ประกอบด้วย เห็นคุณค่า ความสำคัญและความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความสุขกับการเรียนรู้ และมีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 1.2) ทักษะและความสามารถในการเรียนรู้ ประกอบด้วย มีความสามารถทางด้านภาษาไทย อ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณเบื้องต้นได้ มีความสามารถพื้นฐานด้านภาษาต่างประเทศหรือภาษาประเทศเพื่อนบ้าน สามารถใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการสื่อสาร และใช้ความรู้ในการแก้ปัญหา 1.3) ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ประกอบด้วย กำหนดเป้าหมายและวางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เลือกวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง รับผิดชอบตนเองและพึ่งตนเองได้ สามารถตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล สามารถสืบค้นและแสวงหาข้อมูลที่สนใจได้ จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะเรียนรู้ได้ สรุปประเด็นการเรียนรู้ได้ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ได้ 1.4) มีลักษณะนิสัยที่สนับสนุนการเรียนรู้ ประกอบด้วย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินับ รอบคอบในการเรียนรู้ มีความสามารถในการปรับตัวให้เกิดการเรียนรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบในการเรียนรู้ มีเป้าหมายการเรียนรู้ในชีวิต สนับสนุนให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ และมีความเป็นจิตอาสาแนะนำเพื่อให้ความรู้ และ1.5) ความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย มีความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมรอบตัว มีความรู้เกี่ยวกับบริบทของชุมชนที่อยู่อาศัย มีความรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีในพื้นที่ …
การส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างครอบครัว องค์กร และชุมชนด้วยโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนในการเตรียมบุคคลออทิสติกเข้าสู่อาชีพ,
2018
คณะครุศาสตร์
การส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างครอบครัว องค์กร และชุมชนด้วยโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนในการเตรียมบุคคลออทิสติกเข้าสู่อาชีพ, อมรทิพย์ สันตวิริยะพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างครอบครัว องค์กร และชุมชนในการเตรียมบุคคลออทิสติกเข้าสู่อาชีพ และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างครอบครัว องค์กร และชุมชนด้วยโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนในการเตรียมบุคคลออทิสติกเข้าสู่อาชีพ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้แทนจากครอบครัว องค์กร และชุมชน จำนวน 30 คน และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมสนทนากลุ่ม จำนวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ และร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. โปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างครอบครัว องค์กร และชุมชนในการเตรียมบุคคลออทิสติกเข้าสู่อาชีพ ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ร่วมกันทบทวนและเรียนรู้บทบาท 2) ร่วมกันเรียนรู้และประเมินเบื้องต้น 3) ร่วมกันเรียนรู้และประเมินสถานประกอบการ 4) ร่วมกันกำหนดอาชีพที่เหมาะสม 5) ร่วมกันประสานความร่วมมือจากภายนอก 6) ร่วมกันประเมินผล 7) ร่วมกันสะท้อนคิดและบทเรียนที่ได้รับ และ 8) ร่วมกันถ่ายทอดการเรียนรู้ 2. แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างครอบครัว องค์กร และชุมชนด้วยโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนในการเตรียมบุคคลออทิสติกเข้าสู่อาชีพ มีจำนวนทั้งสิ้น 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านที่ 1 ด้านกายภาพ ได้แก่ เปิดพื้นที่ในการสร้างโอกาสอย่างอิสระในการเลือกสถานที่ และเวลาในการเข้ามาพบปะเรียนรู้ร่วมกันด้วยความสมัครใจทั้งจากครอบครัว องค์กร และชุมชน ด้านที่ 2 จิตใจ ได้แก่ ตระหนักในบทบาทหน้าที่ ยอมรับฟังความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นบนพื้นฐานของความเข้าใจและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ด้านที่ 3 ด้านเทคนิค ได้แก่ มีความรู้ ความเข้าใจในวัตถุประสงค์ ทักษะ กระบวนการ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และตรงกับความต้องการ และด้านที่ 4 ด้านเครือข่าย ได้แก่ การประสานความร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อสนับสนุนทรัพยากร และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน
การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิตของกลุ่มเกษตรกร,
2018
คณะครุศาสตร์
การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิตของกลุ่มเกษตรกร, อาทิตยา ปะทิเก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 17 คน กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) การวางแผนเพื่อร่วมกันศึกษาปัญหาและวางแผนการแก้ปัญหา 2) การดำเนินการเพื่อร่วมกันลงมือปฏิบัติตามแผนที่ได้ร่วมกันออกแบบไว้ 3) การสังเกตเพื่อร่วมกันบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลที่ได้ปฏิบัติ และ 4) การสะท้อนผลเพื่อร่วมกันสะท้อนผลการเรียนรู้ในการแก้ปัญหา โดยกลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ใหญ่จึงต้องจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ในวัยผู้ใหญ่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิต เครื่องมือวิจัยที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการประชุมกลุ่ม แบบบันทึกการสังเกต แบบวัดผลการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจ และมีผลการวิจัยดังต่อไปนี้ ปัญหาหลักของกลุ่มเกษตรกร คือปัญหาด้านการจัดการผลผลิต โดยกลุ่มเกษตรกรร่วมกันเลือก 3 ปัญหาที่ต้องการแก้ไขมากที่สุด คือ 1) ปัญหาการตลาด โดยมีสาเหตุมาจากการขาดความรู้ด้านการตลาด แก้ปัญหาโดยวิธีการหาเครือข่าย สร้างไลน์กลุ่มเพื่อเป็นพื้นที่ในการขยายการตลาด ผลสำเร็จได้พื้นที่การตลาดเพิ่มขึ้นคือไลน์กลุ่ม 2) ปัญหาคนในพื้นที่ไม่นิยมรับประทาน โดยมีสาเหตุมาจากการที่คนในพื้นที่นิยมรับประทานข้าวเหนียวเป็นหลัก แก้ปัญหาโดยวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นไอศครีมและสบู่จากข้าวไรซ์เบอรี่ ผลสำเร็จได้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไรซ์เบอรี่ และ 3) ปัญหาบรรจุภัณฑ์ไม่สวย โดยมีสาเหตุมาจาก การที่ขาดความรู้ในการทำบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม แก้ไขปัญหาโดยการเรียนรู้การทำบรรจุภัณฑ์และตราสัญลักษณ์ที่สวยงาม รวมถึงร่วมกันออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราสัญลักษณ์ใหม่ ผลสำเร็จได้บรรจุภัณฑ์และตราสัญลักษณ์ที่สวยงาม ผลสะท้อนจากการปฏิบัติการวิจัย คือ กลุ่มเกษตรกรเกิดการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาการจัดการผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรจากการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย 1) กลุ่มเกษตรกรสามารถระบุปัญหา และหาสาเหตุของปัญหาได้ 2) กลุ่มเกษตรกรสามารถวางแผนในการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี 3) กลุ่มเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามแผนงาน 4) กลุ่มเกษตรกรสามารถประเมินแนวทางการแก้ปัญหา สังเกต และปรับแก้แนวทางการแก้ปัญหาได้ และสะท้อนผลการเรียนรู้การแก้ปัญหาได้
International Student Participation In Postsecondary U.S. English Language Programs,
2018
Virginia Commonwealth University
International Student Participation In Postsecondary U.S. English Language Programs, Valeriana Colon
Theses and Dissertations
Postsecondary English language education is a growing industry in the United States. While there has been considerable research on international student mobility in higher education, there is limited research on the population’s participation in U.S. English language programs (ELPs). The purpose of the study was to apply existing theories and data analysis to understand postsecondary English language program participation and create a foundation for future studies. This exploratory study examined the characteristics of international students enrolled in U.S. postsecondary ELPs. The researcher investigated the relationship between ELP enrollment with U.S. higher education enrollment as well as the relationship between ELP …
Students' Perceived Value Of The Community College Experience: A Mixed Methods Study,
2018
Antioch University - PhD Program in Leadership and Change
Students' Perceived Value Of The Community College Experience: A Mixed Methods Study, Robin A. Duncan
Antioch University Dissertations & Theses
The purpose of this study was to explore students’ perceived value of their community college experience and its relationship to other factors often related to student persistence in college, namely satisfaction, academic quality, service quality, and engagement. The research was guided by three focused questions: How do students describe and define perceived value of community college; what components emerge from exploratory factor analysis of items designed to measure perceived value; and how, if at all, is a student’s perception of the value of a community college experience different from related measures such as satisfaction, engagement, or quality? Data were collected …
Interpretative Analysis Of Adult Learners’ Lived Experiences In A Uniquely Designed Higher Education Program,
2018
Antioch University - PhD Program in Leadership and Change
Interpretative Analysis Of Adult Learners’ Lived Experiences In A Uniquely Designed Higher Education Program, Latonya M. Branham
Antioch University Dissertations & Theses
The lived and collegiate experiences of adult learners, who are among the fastest growing student population in 21st century higher education, is the essence of this study. The study was conducted using interpretative phenomenological analysis. Fifteen baccalaureate level degree-seeking study participants consented to share their respective journeys. Twenty-one interviews were conducted for the study. Code-listed categories, themes and sub-themes emerged from two interview sessions, and member-checking sessions. Several themes were aligned to two research questions: In what ways, if any, are the distinctive needs and expectations of adult learners fulfilled through a baccalaureate level adult learner program; and, what does …
Development And Validation Of The Adaptive Leadership With Authority Scale,
2018
Antioch University - PhD Program in Leadership and Change
Development And Validation Of The Adaptive Leadership With Authority Scale, Mohammed Raei
Antioch University Dissertations & Theses
A reliable scale to measure adaptive leadership with authority—leadership from a position of power—does not exist. This was an embedded mixed-methods study–QUAN(qual) with data collected through an online survey instrument that included the proposed scale items and an open-ended question. The quantitative part of the study, using data from 436 respondents (92.7% from Mechanical Turk, 7.3% from snowball sampling), involved the development and validation of a unidimensional scale that measures adaptive leadership with authority using exploratory and confirmatory factor analysis. The 11-item scale had a Cronbach’s alpha value of .891 and thus displayed high reliability. In the qualitative part of …
A Comparison Of The Rey Auditory-Verbal Learning Test And The Wechsler Scales,
2018
Murray State University
A Comparison Of The Rey Auditory-Verbal Learning Test And The Wechsler Scales, Samantha Denhart
Murray State Theses and Dissertations
The present study was designed to determine the correlation between a commonly used cognitive ability test (i.e., Wechsler) and a verbal memory test (i.e., Rey Auditory-Verbal Learning Test) by analyzing archival data from a clinical sample of adults. Many researchers have continued to establish the relationship between cognitive ability, or IQ, and learning and memory skills; however, there is little research regarding when differences between IQ and memory scores are statistically significant. Results of this study indicated 17 of 20 IQ index/memory correlations were statistically significant and a series of simple regressions generated standardized residuals. These residuals generated confidence bands …
Making A Difference: The Launch Of The Journal Of Communication Pedagogy,
2018
West Virginia University
Making A Difference: The Launch Of The Journal Of Communication Pedagogy, Scott A. Myers
Journal of Communication Pedagogy
Communication pedagogy is the systematic study, reflection, and identification of teaching practices across communication course curricula that results ultimately in effective classroom instruction, gains in student learning, and the establishment of a supportive learning environment. Systematic study focuses on the teaching, the assessment, or the scholarship of teaching and learning of a specific communication course, extra-curricular activity (e.g., forensics), or curriculum (e.g., internships, concentrations/areas of emphases, undergraduate programs). Reflection centers on a pedagogical problem or issue encountered by instructors when teaching a specific communication course. Best practices offer tips for teaching or assessing a specific communication course, extra-curricular activity, or …
Journal Of Communication Pedagogy, Complete Volume, 2018,
2018
Western Michigan University
Journal Of Communication Pedagogy, Complete Volume, 2018
Journal of Communication Pedagogy
No abstract provided.
Public Goods And Public Policy: What Is Public Good, And Who And What Decides?,
2018
Technological University Dublin
Public Goods And Public Policy: What Is Public Good, And Who And What Decides?, Ellen Hazelkorn, Andrew Gibson
Articles
Higher education is usually seen as serving the public good, especially when funded directly by the state, and because of the ‘social benefit efficiency gains and potential equity effects on opportunity and reduced inequality’ (McMahon, 2009, p. 255). Calhoun (2006, p. 19) argues that public support for higher education is only given and maintained according to its capacity, capability, and willingness, to ‘educate citizens in general, to share knowledge, to distribute it as widely as possible in accord with publically articulated purposes’.
The Impact And Influence Of Rankings On The Quality, Performance And Accountability Agenda,
2018
Technological University Dublin
The Impact And Influence Of Rankings On The Quality, Performance And Accountability Agenda, Ellen Hazelkorn, Andrew Gibson
Other resources
When global rankings first appeared in 2003, rankings in general were little known despite the fact that collecting statistical information on individual academic institutions had begun by the U.S. Bureau of Education in the late 19th century (Snyder, 1993). This was followed by various attempts to measure and compare the performance of faculty members and correspondingly their institutions by focusing on the schooling and characteristics of birth of such “Geniuses” or “Great Men”. This early focus on "distinguished persons" dominated rankings to the 1950s but effectively excluded most public universities, such as Land Grant universities, because they were newer institutions …
Higher Education, Adaptive Change, And The Adult Learner: Moving From Academic Access To Transformative Excellence,
2018
Winthrop University
Higher Education, Adaptive Change, And The Adult Learner: Moving From Academic Access To Transformative Excellence, Patrick Guilbaud, Heather Tillberg-Webb
Winthrop Faculty and Staff Publications
As the profile of postbaccalaureate students across the country continues to become older and more diverse, colleges and universities of all sizes and types — state, private, technical, and community — are repositioning themselves to effectively serve a broader mix of learners. However, due to the unique background, professional goals, and academic interests of adult learners, higher education institutions (HEIs) must be adaptive across all of their program development, education delivery, administrative service, and student support units to meet the challenge of serving all of their learner constituencies effectively.
We propose implementing the supporting transformative excellence (STE) framework, which focuses …
A Study Of State College Faculty Trust In Immediate Supervisors,
2018
University of North Florida
A Study Of State College Faculty Trust In Immediate Supervisors, Anna Byrd
UNF Graduate Theses and Dissertations
This quantitative study investigated faculty trust in their immediate supervisors (academic deans and faculty chairs) in a state college setting. A survey instrument created for this study was based on existing research on trust in schools by Bryk and Schneider (2002) and Tschannen-Moran and Hoy (1998), as well as research on trust in corporate setting. The study’s purpose was to determine the types and frequencies of interactions between community college faculty and deans/faculty chairs – i.e., faculty immediate supervisors – that are related to higher levels of faculty trust. Also investigated were the relationships between faculty trust and demographic characteristics …
