การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งออกน้ำตาลด้วยตู้คอนเทนเนอร์,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งออกน้ำตาลด้วยตู้คอนเทนเนอร์, วิริญา ภานุพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกของระบบโลจิสติกส์ของการส่งออกน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์บรรจุกระสอบด้วยตู้คอนเทนเนอร์ที่เหมาะสมที่สุดโดยเปรียบเทียบในสี่ทางเลือก ระบบแรกที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือการขนย้ายน้ำตาลไปจัดเก็บไว้เป็นสินค้าคงคลังเพื่อรอการส่งออกที่คลังสินค้าเช่าภายนอกที่อยู่ห่างไกลจากโรงงานและใช้รถหัวลากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุน้ำตาลที่คลังสินค้าเพื่อขนส่งนำไปท่าเรือแหลมฉบัง ระบบที่สองใช้รถหัวลากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุน้ำตาลที่โรงงานแล้วขนส่งนำไปท่าเรือแหลมฉบังระบบที่สามมีรูปแบบคล้ายกับระบบที่สองแต่ใช้การขนส่งทางรถไฟเพื่อนำตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุน้ำตาลที่โรงงานแล้วขนส่งนำไปท่าเรือแหลมฉบังด้วยรถไฟ และระบบที่สี่คือการขนย้ายน้ำตาลไปทำการบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่คลังสินค้าภายนอกใกล้กับท่าเรือแหลมฉบังแล้วใช้รถหัวลากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปท่าเรือแหลมฉบัง ผลการวิเคราะห์พบว่าทางเลือกที่มีต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำที่สุดคือระบบที่สามที่ทำการบรรจุน้ำตาลเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่โรงงานแล้วขนส่งด้วยรถไฟไปท่าเรือ และทางเลือกที่มีต้นทุนทางโลจิสติกส์ที่น้อยที่สุดถัดมาได้แก่ระบบที่สี่ซึ่งนำน้ำตาลไปทำการบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ที่คลังสินค้าใกล้ท่าเรือ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบในเชิงระยะเวลาการขนส่ง ระบบที่สี่นั้นใช้ระยะเวลามากกว่าหนึ่งวันเพียงเล็กน้อยเพื่อขนส่งน้ำตาลกระสอบบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ไปท่าเรือหลังจากที่มีการแจ้งรับน้ำตาลจากสายเรือ ในขณะที่ระบบที่สามต้องใช้ระยะเวลาสี่วันและอาจพบความเสี่ยงจากการบริการของรถไฟที่ยังไม่มีความเสถียรเพียงพอ โดยสรุปแล้วในด้านต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลาการขนส่งจึงเลือกใช้ระบบที่สี่ซึ่งเป็นระบบที่ดีที่สุด
การจัดการวัตถุดิบคงคลัง : กรณีศึกษาวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การจัดการวัตถุดิบคงคลัง : กรณีศึกษาวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก, ศศิยา ฉิมไทย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดวิธีการจัดการสินค้าคงคลังของวัตถุดิบที่มีระยะเวลารอคอยนาน โดยประเมินจากวิธีการสั่งซื้ออย่างประหยัด (EOQ) และวิธีการจำลองสถานการณ์มอนติคาร์โล ซึ่งจะใช้ 2 วิธีการนี้ในการกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ จุดสั่งซื้อใหม่ และต้นทุนรวมซึ่งเป็นผลลัพธ์จากต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนการจัดเก็บสินค้าคงคลัง โดยใช้ข้อมูลปริมาณการใช้งานย้อนหลัง 24 เดือนของวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกจำนวน 3 ชนิด ในการวิเคราะห์ จากผลการศึกษาพบว่าวิธีการจำลองสถานการณ์มอนติคาร์โลให้นโยบายการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีกว่าวิธีการ EOQ ในแง่ของต้นทุนรวม นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พบว่านโยบายที่กำหนดโดยวิธีการจำลองสถานการณ์ทำให้ต้นทุนลดลงโดยเฉลี่ย 66%
การประยุกต์ใช้ Scor Model ในการปรับปรุงกระบวนการของศูนย์เติมเต็มคำสั่งซื้อ,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การประยุกต์ใช้ Scor Model ในการปรับปรุงกระบวนการของศูนย์เติมเต็มคำสั่งซื้อ, ศิรารัฏฐ์ อมรรุ่งเรือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากแนวโน้มของตลาดซื้อขายออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความต้องการที่จะลดความเสี่ยง เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โยการลดการถือครองสินทรัพย์ผลักดันให้มีการพึ่งพาผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PL) มากขึ้น เป็นเหตุให้งานวิจัยนี้ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท 3PL กรณีศึกษา โดยนำหลักการของ Supply Chain Operation Reference (SCOR) Model เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยอาศัยการนิยามกระบวนการตาม SCOR Process และใช้มาตรวัดระดับที่ 1 ของ SCOR ในการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อนำไปเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและคู่แข่งผ่าน Strategy Canvas เพื่อทำการกำหนดเป้าหมายประสิทธิภาพที่บริษัทต้องการ และใช้มาตรวัดในระดับ 2 และ 3 ของ SCOR เพื่อหาสาเหตุของความพร่องประสิทธิภาพที่พบ แล้วจึงนำแนวปฏิบัติใน SCOR Practice ที่สอดคล้องมาคัดเลือกด้วยหลักการ Prioritization Matrix ที่ผ่านการพิจารณาของคณะทำงาน เพื่อนำแนวปฏิบัติกลุ่ม Quick Wins ซึ่งได้แก่ ABC Inventory Classification และ Theory of Constraints มาใช้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการ ผลการประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานทั้งในด้านความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้นประมาณร้อยละ 19 มีรอบเวลาการผลิตสั้นลงประมาณร้อยละ 20 และความยืดหยุ่นของระบบเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ จึงเสนอให้บริษัทนำแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของ SCOR ในกลุ่มอื่นมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม รวมถึงหมั่นปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
รูปแบบการส่งคืนภาชนะใช้ซ้ำได้สำหรับการสั่งอาหารออนไลน์,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
รูปแบบการส่งคืนภาชนะใช้ซ้ำได้สำหรับการสั่งอาหารออนไลน์, สิริพงศ์ เพ็ญสิริพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความนิยมของแอพพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับปริมาณขยะพลาสติก ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา งานวิจัยนี้ต้องการศึกษาแนวทางการ ลดขยะพลาสติกโดยใช้แนวคิดโลจิสติกส์ย้อนกลับ และเศรษฐกิจหมุนเวียนในการหารูปแบบการใช้ งานภาชนะใช้ซ้ำได้ที่ผู้บริโภคยอมรับ โดยการเก็บแบบสอบถามจากผู้ใช้บริการแอพพลิเคชันสั่ง อาหารออนไลน์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงอันดับใน การหาปัจจัยของผู้บริโภคที่ส่งผลต่อระดับการยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ ประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการบริโภค และปัจจัยด้านทัศนคติต่อสิ่งแวดล้อม ผลการวิจัยพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ และยอมรับ การคืนภาชนะด้วยการมารับคืนถึงที่ผ่านไรเดอร์ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้น และความสะอาดของภาชนะโดยกว่า 3 ใน 4 ยอมรับค่าใช้จ่ายได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 5 เท่านั้น ผลการวิเคราะห์การถดถอยพบว่าทัศนคติต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผล ต่อระดับการยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เดียวที่ส่งผลต่อระดับ การยอมรับ คือ อายุ ปัจจัยที่มีอิทธิพลอื่น ๆ ได้แก่ รูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวัน และ ความถี่ในการใช้บริการสั่งอาหาร โดยพบว่าผู้มีอายุน้อยมีโอกาสที่จะยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำ ได้สูงกว่าผู้มีอายุมาก ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ารายได้และระดับการศึกษาไม่ส่งผลต่อระดับการ ยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ และผู้ใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการเดินทางยอมรับการใช้งาน มากกว่าผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
ทัศนคติของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีต่อการรวมกลุ่มทางการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ทัศนคติของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีต่อการรวมกลุ่มทางการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี, สุประวีณ์ หมื่นนาค
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีต่อการ รวมกลุ่มทางการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี โดยสมมติฐานของการศึกษาในครั้งนี้ คือ จำนวนผลผลิต ของเกษตรชาวสวนทุเรียนมีอิทธิพลทางตรงต่อการตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมกลุ่มทาง การเกษตร โดยที่การตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมกลุ่มมีอิทธิพลทางตรงต่อความสนใจในเข้า ร่วมกลุ่มทางการเกษตร ใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างในการวิเคราะห์ข้อมูลและทดสอบ สมมติฐาน ใช้แบบสอบถามในการรวมรวมข้อมูลเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในจังหวัดจันทบุรี เป็น กลุ่มตัวอย่างจำนวน 220 คน จากผลการศึกษาและผลลัพธ์จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า อิทธิพลของจำนวน ผลผลิตของเกษตรกรที่มีต่อการตระหนักถึงประโยชน์ต่อการรวมกลุ่มไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และยัง พบว่าการตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมกลุ่มมีอิทธิพลทางตรงต่อความสนใจในเข้าร่วมกลุ่มทาง การเกษตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตระหนักถึงประโยชน์ในด้านการ ยกระดับการเข้าถึงตลาดของเกษตรกร และการเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการค้าของเกษตรกร
การคัดเลือกผู้ให้บริการบุคคลที่ 3 โดยการใช้กระบวนการตัดสินใจ แบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายสินค้าประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การคัดเลือกผู้ให้บริการบุคคลที่ 3 โดยการใช้กระบวนการตัดสินใจ แบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายสินค้าประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า, อรจิรา บุญเล็ก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 (3PL) ในบริษัทกรณีศึกษา บริษัทจำหน่ายมอเตอร์ไฟฟ้า วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยในการคัดเลือกผู้ให้บริการและเพื่อคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 ให้เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าและบริการ ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษา รวบรวมปัจจัยและคัดเลือกเกณฑ์หลักที่ใช้ในการคัดเลือก ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของปัจจัย โดยวิเคราะห์ Rough Step-wise Weight Assessment Ratio Analysis (R-SWARA) จากปัจจัย หลัก 6 ปัจจัย ประกอบด้วย การส่งมอบ ต้นทุน เทคโนโลยีสารสนเทศ ประสิทธิภาพทางการเงิน สิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่น ชื่อเสียงและประสบการณ์ และการปฏิบัติงาน โดยมีการนำเกณฑ์หลัก หลังจากการจัดลำดับมาใช้ในการคัดเลือกผู้ให้บริการ 3PL ในการศึกษานี้ วิเคราะห์เลือกบริษัทผู้ ให้บริการ 3PL 4 ราย ด้วยวิธีวิเคราะห์ Analytic Hierarchy Process (AHP) ผู้ศึกษาจะใช้ แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 7 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ผู้เชี่ยวชาญให้น้ำหนักความสำคัญมากที่สุดคือ การส่งมอบ รองลงมาต้นทุน เทคโนโลยี สารสนเทศ ประสิทธิภาพทางการเงิน การปฎิบัติงานและสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ตามลำดับ ซึ่งผลคะแนน รวมทางเลือกบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 บริษัท B มีคะแนนความสำคัญสูงสุด รองลงมา เป็นบริษัท A บริษัท C และ บริษัท D ซึ่งบริษัท B และ A เป็นบริษัทที่บริษัทกรณีศึกษาใช้บริการ อยู่ในปัจจุบัน
การคัดเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ Api ในต่างประเทศโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น (Ahp) กรณีศึกษาธนาคาร Abc,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การคัดเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ Api ในต่างประเทศโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น (Ahp) กรณีศึกษาธนาคาร Abc, อารยา อรุณสกุลวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศของธนาคารกรณีศึกษา ด้วยเทคนิคกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น เนื่องจากปัจจุบันธนาคารกรณีศึกษาอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ A ผู้ให้บริการ B และผู้ให้บริการ C งานวิจัยนี้จึงนำทั้ง 3 ตัวแทนผู้ให้บริการมาเป็นทางเลือกในการพิจารณา ขั้นตอนงานวิจัยเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนผู้ให้บริการต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดเกณฑ์ที่ใช้ในแบบสอบถามด้วยวิธีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ส่วนที่สองเป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในธนาคารกรณีศึกษาผ่านการตอบแบบสอบถาม จากนั้นจึงใช้วิธีวิเคราะห์ตามลำดับชั้น โดยทำการวินิจฉบับเปรียบเทียบความสำคัญของเกณฑ์ทีละคู่ เพื่อศึกษาหาเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API และหาระดับความสำคัญของทางเลือกที่มีผลในการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศ ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า เกณฑ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อกับปลายทาง ค่าใช้จ่าย ความยืดหยุ่นการให้บริการความสามารถของระบบงาน และประวัติบริษัท ตามลำดับ สำหรับทางเลือกที่ธนาคารกรณีศึกษาให้ความสำคัญในการพิจารณาเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศคือ ผู้ให้บริการ A เนื่องจากเกณฑ์และประโยชน์จากผู้ให้บริการ A สามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ธุรกิจของธนาคารกรณีศึกษาได้อย่างเหมาะสม
การรับรู้ และทัศนคติของผู้ที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงต่อภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล : กรณีศึกษา การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การรับรู้ และทัศนคติของผู้ที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงต่อภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล : กรณีศึกษา การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย, ณโรจ ศรีวชิรวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษา “การรับรู้ และทัศนคติของผู้ที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงต่อภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล : กรณีศึกษา การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ของลักษณะส่วนบุคคลกับการรับรู้และทัศนคติ ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และความคิดเห็นในการปฏิบัติภารกิจ ด้านการรักษากฎหมายในทะเล ในเรื่องการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามคือนายทหารสัญญาบัตรที่สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนนายเรือ ที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานในเรือหลวงตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป จำนวน 135 คน โดยใช้แบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างข้าราชการที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงมีความคิดเห็นต่อการรับรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเลโดยรวมอยู่ในระดับสูง และลักษณะส่วนบุคคล ไม่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำหรับระดับทัศนคติเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของข้าราชการที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวง รวมอยู่ในระดับสูง ในส่วนของชั้นยศและระยะเวลาปฏิบัติงาน มีความสัมพันธ์กับทัศนคติเกี่ยวกับภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Capacity Management In Agricultural Commodity Processing,
2022
Singapore Management University
Capacity Management In Agricultural Commodity Processing, Onur Boyabatli, Jason (Quang) Dang Nguyen
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
This chapter examines the capacity investment decisions of an agricultural processing firm that produces a commodity output and a byproduct using a commodity input. We model the firm’s problem as a finite-horizon stochastic dynamic program where the firm makes one-time input processing capacity and output storage capacity investment decisions—in addition to periodic processing and inventory decisions—when facing uncertainty in both input and output spot prices as well as output yield. We characterize the optimal capacity investment portfolio in closed form. Using a model calibration based on the palm industry, we compare the performance of the optimal investment policy against capacity …
ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการนำเข้าสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการนำเข้าสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ, กชนันท์ เวชบรรพต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อประเมินมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มเติม สำหรับการยกระดับการให้บริการนำเข้าสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ โดยใช้วิธีแบบจำลองทางเลือกหรือการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์โดยตรงจากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 100 ราย การศึกษาครั้งนี้ใช้การออกแบบ Orthogonal เพื่อสร้างการทดลองทางเลือกสำหรับรูปแบบการให้บริการ แต่ละทางเลือกของรูปแบบการให้บริการได้นำเสนอชุดคุณลักษณะการบริการรวมถึงอัตราค่าบริการ ซึ่งแต่ละสถานการณ์ทางเลือกสมมติถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวเลือกระหว่างแนวทางการให้บริการพื้นฐานและอีกสองแนวทางเลือกที่มีการเพิ่มระดับการให้บริการ โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละรายจะได้รับชุดสถานการณ์ทางเลือกทั้งหมด 7 ชุดสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกแนวทางที่พึงพอใจที่สุดภายใต้สถานการณ์เหล่านั้น ผลการวิเคราะห์เผยให้พบว่า ผู้บริโภคมีความเต็มใจที่จะจ่ายค่าใช้บริการเพิ่มเติมจากบริการพื้นฐานเป็นมูลค่า 213 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อบริการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้นจาก 5-7 วัน เป็น 1-3 วัน เพิ่ม 166 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อการส่งมอบที่มีกำหนดเวลาแน่นอน เพิ่ม 162 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่บริการส่วนตัว และเพิ่ม 79 บาทต่อกิโลกรัม หากมีการเปิดบริการทุกวัน ตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะในการวางกลยุทธ์ของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ในการออกแบบและกำหนดราคาค่าบริการที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย, ชวัลวิทย์ โตจิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย และวิเคราะห์โอกาสการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกโดยผู้ให้ข้อมูลแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ, สถาบันการศึกษา, สายการบิน, ตัวแทนการขนส่งสินค้าทางอากาศ และผู้ประกอบการส่งออก จำนวน 31 คน แล้วนำมาวิเคราะห์ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) การจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคต่อประเทศ ประกอบไปด้วย ด้านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้านการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกภาคส่วน ด้านการแข่งขันในตลาด ด้านรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล ด้านการบูรณาการทางการค้าและเศรษฐกิจ จวบจนถึงผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ และ 2) จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ให้ความคิดเห็นว่า โอกาสในการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทยนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องหาแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมเพื่อเพิ่มปริมาณของสินค้าสำหรับการส่งออก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น จนถึงระดับที่การให้บริการของเครื่องบินประเภทผู้โดยสารในปัจจุบันไม่สามารถรองรับไหว จนจำเป็นต้องจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทยมาให้บริการ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์
ปัจจัยโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ปัจจัยโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, ณัฏฐชัย วัฒนาธิบดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ระบุตัวแปรทางด้านคุณภาพการบริการโลจิสติกส์ที่กระทบต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 2. เพื่อวิเคราะห์ระดับของอิทธิพลแต่ละปัจจัยต่อการใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยงานวิจัยนี้ได้แบ่งตัวแปรต้นออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้แก่ กลุ่มคุณภาพการบริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซประกอบไปด้วย การออกแบบเวปไซต์และแอพพลิเคชั่น ความง่ายในการเข้าใช้งาน คุณภาพของข้อมูล ตัวเลือกในการชำระเงิน และ ความปลอดภัยในการใช้งาน และกลุ่มที่ 2 ได้แก่กลุ่มที่กำหนดคุณภาพการบริการโลจิสติกส์ซึ่งประกอบไปด้วย ความเร็วในการจัดส่ง ตัวเลือกในการจัดส่ง คุณภาพในการจัดส่ง นโยบายการคืนสินค้า ต้นทุนการจัดส่ง และ ข้อมูลในการจัดส่ง โดยมีตัวแปรตามคือ ความพึงพอใจโดยรวมของผู้ใช้บริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และ ความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ งานวิจัยนี้ยืนยันได้ว่าคุณภาพการบริการที่สามารถรับรู้ได้ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการและส่งอิทธิพลต่อไปยังความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ข้อมูลในการวิจัยนี้ได้รวบรวมมาจากแบบสอบถามซึ่งมีจำนวนตัวอย่างทั้งหมด 373 ชุด ประกอบไปด้วยผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 – 44 ปี หรือเจนวายและมีประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ทั้ง 2 แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในประเทศไทย และใช้โมเดลสมการโครงสร้างในการยืนยันความสัมพันธ์ ผลการวิเคราะห์ระบุได้ว่ากลุ่มคุณภาพการบริการโลจิสติกส์มีอิทธิพลมากกว่าการบริการอื่นๆ ต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ ความเร็วในการจัดส่ง มีความสำคัญที่สุดในกลุ่มคุณภาพการบริการโลจิสติกส์
การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าส้มโชกุนเบตง,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าส้มโชกุนเบตง, ปิลันธนา ฟูดุลยวัจนานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของส้มโชกุนอำเภอเบตงเพื่อหาโอกาสในการยกระดับโซ่คุณค่า โดยอำเภอเบตงเป็นพื้นที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีส้มโชกุนเป็นหนึ่งในพืชเอกลักษณ์ถิ่นในพื้นที่และอยู่ระหว่างการดำเนินการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical indication : GI) ซึ่งการวิจัยนี้ใช้การรวบรวมข้อมูลจากการสุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ผ่านการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญอันได้แก่ เกษตรกร ผู้รวบรวม ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง ผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ข้อมูลที่รวบรวมมาได้จะใช้ในการวิเคราะห์รายได้และต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าประกอบกับการวิเคราะห์ SWOT เพื่อระบุปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่า จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ TOWS เพื่อระบุทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับการปรับปรุงห่วงโซ่คุณค่า กลยุทธ์เพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่าได้แก่ 1) เกษตรกรจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน 2) เกษตรกรนำหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) มาใช้ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ 3) จัดตั้งช่องทางการขายตรงเพื่อการเข้าถึงผู้บริโภค 4 ) รัฐบาลส่งเสริมความร่วมมือของเกษตรกรรายย่อยเพื่อทำการเกษตรแบบเกษตรกรรายใหญ่ และ 5) สร้างโปรแกรมการศึกษาออนไลน์เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกของเกษตรกรต่อไป
ปัจจัยที่มีผลต่ออำนาจการต่อรองของโรงคัดบรรจุทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ปัจจัยที่มีผลต่ออำนาจการต่อรองของโรงคัดบรรจุทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี, พรพากย์ คุณวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ในงานวิจัยคือ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่ออำนาจต่อรองของเกษตรกรต่อล้งต่างชาติที่จังหวัดจันทบุรี ด้วยการประเมินความสำคัญของปัจจัยต่างๆในหลายมิติที่มีต่ออำนาจต่อรองของล้งและต่อกำไรของเกษตรกร ผ่านการสำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ที่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 100 คน แบ่งเป็นวิธีสัมภาษณ์ตัวต่อตัว 67 คนและใช้แบบสอบถามออนไลน์ ผ่านช่องทาง google sheet 33 คน โดยกลุ่มปัจจัยที่ทำการศึกษาประกอบด้วย ลักษณะความสัมพันธ์หว่างเกษตรกรกับล้งต่างชาติ ลักษณะของอุตสาหกรรม การเข้าถึงทรัพยากร ลักษณะของเกษตรกร และลักษณะของผลิตภัณฑ์ ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับค่าอิทธิพลของปัจจัยที่มีต่ออำนาจต่อรองและต่อกำไรของเกษตรกรด้วย 5-point Likert Scale พบว่า ในความคิดเห็นของเกษตรกร ปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะเสริมให้ล้งมีอำนาจต่อรองสูง คือ การรวมกลุ่มกันของล้ง และการพึ่งพาล้งของเกษตรกร นอกจากนี้ เกษตรกรยังให้ความเห็นว่า ล้งต่างชาติมีอำนาจต่อรองในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วในขณะนี้ ในขณะที่นโยบายของรัฐ ไม่ส่งเสริมอะไรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพผลผลิต การยกระดับคุณภาพของผลผลิต หรือมาตรการที่ป้องกันไม่ให้ล้งต่างชาติมีการรวมตัวกัน จากผลการศึกษา จึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการไม่ให้ล้งต่างชาติมีอำนาจต่อรองสูงเกินไป โดยเกษตรกรไทยไม่พึ่งพาล้งมากเกินจำเป็น และดำเนินมาตรการไม่ให้เกิดการรวมกลุ่มกันของล้ง โดยรัฐบาลจะต้องเพิ่ม ช่องทางการจัดหน่ายให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ หรือ ส่งพ่อค้าชาวไทยเข้าไปเปิดตลาดในประเทศจีน และมีมาตรการให้เกิดการแข่งขันระหว่างล้ง เพื่อไม่ให้ล้งต่างชาติเกิดการรวมตัวกัน
การปรับปรุงกระบวนการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบัง – สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ของธุรกิจสายเรือกรณีศึกษา,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การปรับปรุงกระบวนการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบัง – สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ของธุรกิจสายเรือกรณีศึกษา, มรกต ภู่มรกต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าในปัจุบัน และแนวทางการปรับปรุงในการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบัง ข้อมูลทางสถิติปริมาณนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ปริมาณรถบรรทุกเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบัง และระยะเวลาขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการขนเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบได้แก่รูปแบบทางถนน และทางรถไฟ ปัญหาและแนวทางการปรับปรุงสามารถสรุปประเด็นหลักที่ควรปรับปรุง 3 ประเด็นสำคัญเรียงตามลำดับได้ดังนี้ 1. กระบวนการขนส่ง 2. การปฏิบัติงานภายในท่าเรือ 3. ขั้นตอนพิธีการศุลกากร โดยแนวทางปรับปรุงได้แก่ กระบวนการขนส่ง และการปฎิบัติงานภายในท่าเรือสามารถดำเนินการปรับปรุงนำระบบนัดหมายเข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ลดปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือ และการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนเป็นรูปแบบการขนส่งทางรถไฟ ขั้นตอนพิธีการศุลกากรสามารถปรับปรุงได้ด้วยกันพัฒนาการติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการเดินทาง และผลการเปรียบเทียบต้นทุนของรูปแบบการขนส่งทางถนนและทางรถไฟพบว่า ทางรถไฟสามารถประหยัดต้นทุน 4% สำหรับตู้ขนาด 20 ฟุต และ 25% สำหรับตู้ขนาด 40 ฟุต ซึ่งการวางแผนการเลือกใช้รูปแบบการขนส่งทั้ง สองรูปแบบผสมผสามกัน 2 วิธี โดยขึ้นอยู่กับอัตราส่วนที่เหมาะสมในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากท่าเรือแหลมฉบังไปยังสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบังให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางตู้คอนเทนเนอร์สายเรือแห่งหนึ่ง,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางตู้คอนเทนเนอร์สายเรือแห่งหนึ่ง, วุฒิชัย บัวจำรัส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การจองระวางและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางคอนเทนเนอร์ของสายเรือแห่งหนึ่ง เก็บข้อมูลการจองระวางที่เกิดขึ้นภายในปี 2019 โดยเลือกสองเส้นทาง 6 ท่าเรือในการให้บริการมาศึกษา คือเส้นทางประเทศจีน ได้แก่ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือหนิงโบ และท่าเรือเซียะเหมิน และเส้นทางประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ท่าเรือนิวยอร์ค ท่าเรือนอร์ฟอล์ค และท่าเรือสะวันนา ด้วยการวิเคราะห์เทคนิคการถดถอยโลจิสติคแบบทวิ (Binary Logistic Regression) จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางได้แก่ 1)ท่าเรือทั้งสามของเส้นทางประเทศจีนเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ระยะเวลาเดินทางน้อยกว่า และยังเป็นเส้นทางที่มีการแข่งขันสูง 2)ตู้ควบคุมอุณหภูมิขนาด 40 ฟุต มีโอกาสในการยกเลิกน้อยเนื่องจากเป็นตู้ที่มีความต้องการมากในตลาด 3)ระยะการจอง โดยที่การจองล่วงหน้าเป็นระยะเวลายาวนานมีผลต่อการยกเลิกได้มากกว่าเหตุเพราะลูกค้ามีโอกาสเปลี่ยนแผนในการผลิตสินค้าหรือแผนการบรรทุกสินค้าได้มากกว่า 4)วันที่ทำการจอง มีโอกาสในการยกเลิกน้อยคือช่วงวันที่ 1 ถึงวันที่ 10 ของเดือน เพราะลูกค้ายังคงต้องการระวางคอนเทนเนอร์ให้ได้มากที่สุดเพื่อนำไปขายให้กับลูกค้าของตนอีกครั้ง 5)อัตราค่าระวาง ยิ่งค่าระวางมีราคาสูงโอกาสในการยกเลิกยิ่งสูงตามไปด้วยลูกค้ามักต้องการค่าระวางที่ต่ำที่สุดในตลาด เมื่อพบว่ามีสายเรือที่ให้ค่าระวางที่ต่ำกว่าก็พร้อมจะยกเลิกกับสายเรืออื่นทันที ผลจากศึกษาทำให้สายเรือต้องมีการบริหารความเสี่ยงในการยกเลิกซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สายเรือต้องยืนยันการจองด้วยข้อมูลของลูกค้าที่ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่แรก หลีกเลี่ยงการแก้ไขข้อมูลภายหลังลดการทำงานซ้ำซ้อนพร้อมกับตอบสนองโดยใช้เวลาให้เหมาะสมลดการรอคอยของลูกค้า ติดตามลูกค้าที่จองล่วงหน้านาน ๆ ก่อน 1 สัปดาห์ก่อนเรือออกเพื่อติดตามการลากตู้เปล่าและการคืนตู้สินค้า และควรมีการบันทึกพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อประกอบการพิจารณาการยืนยันการจองในครั้งถัดไป
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของความเท่าเทียมกันต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทาน เป็นงานวิจัยเชิงผสม (Mixed Research) ทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยประชากร คือผู้ประกอบการร้านขายยาปลีก ที่ได้รับอนุญาตให้ขายยาแผนปัจจุบันประเภท (ขย.1) และผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่งในประเทศไทย จากการรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการแจกแบบสอบถามออนไลน์ และเก็บแบบสอบถามเชิงรุกโดยเข้าไปสุ่มสอบถามที่ร้านขายยา ในเขต อำเภอเมือง จังหวัด นนทบุรี จากนั้นนำผลจากแบบสอบถามสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้วยความเท่าเทียม (Business fairness) ของร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ที่จะส่งผลต่อความไว้วางใจ (Trust) และความภักดี (Loyalty) ของร้านขายยาปลีก 2. เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของความไว้วางใจ (Trust) ต่อความภักดี (Loyalty) และการแนะนำโดยการบอกต่อ (Recommendation by Word of Mouth) ของร้านขายยาปลีก (Retail drugstores) ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) 3. เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ (Business survival) ให้กับร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจยาในยุคปัจจุบัน จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการกระจายความเป็นธรรม (Distributive Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .399 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ ปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .419 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 เห็นได้ว่าปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) นั้นส่งผลกับตัวแปรความไว้วางใจ (Trust) มากกว่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยต้นแบบที่การกระจายความเป็นธรรม ส่งผลต่อความไว้วางใจมากกว่า อาจเป็นผลจากระบบสาธารณสุขในประเทศของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน และช่วงเวลาในการทำการวิจัยอาจส่งผลต่อความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่เปลี่ยนไป ในด้านปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) ที่ .501 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 และปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยการแนะนำแบบบอกต่อ (Recommendation by …
การพัฒนากรอบการวัดสมรรถนะสำหรับโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทย,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การพัฒนากรอบการวัดสมรรถนะสำหรับโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทย, อริสรา จันทรโยธา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนากรอบการวัดสมรรถนะและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องในการวัดผลการดำเนินงานของโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพร เพื่อจัดลำดับความสำคัญของตัวชี้วัดในโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทย โดยทำการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในบริษัทที่ผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการศึกษาประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) แบบสอบถามเรื่องตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรที่ใช้ตัวเลือกตอบเป็นมาตรส่วนประมาณค่าแบบลิเคิร์ต 4 ระดับ และ 2) แบบสอบถามการประเมินตัวชี้วัดที่สำคัญและเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรด้วยวิธีกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process, AHP) ที่ใช้มุมมองตามหลัก Balanced Scorecard (BSC) 4 มุมมองประกอบกับเพิ่มมุมมองในด้านคุณภาพของยารวมด้วย ผลการวิจัยพบว่าตัวชี้วัดที่มีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงสุดและควรนำมาเป็นตัวชี้วัดอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรตามกรอบการวัดสมรรถนะ แต่ละมุมมอง มีดังนี้ 1.มุมมองด้านการเงิน คือ ต้นทุนการจัดการโซ่อุปทานทั้งหมดและต้นทุนรวมสินค้าต่อหน่วย 2.มุมมองด้านลูกค้า คือ ความพึงพอใจของลูกค้าด้านคุณภาพของสินค้า 3.มุมมองด้านกระบวนการภายใน คือ ประสิทธิภาพการผลิต 4.มุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด คือ 1) มีนโยบายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมหรือมีการร่วมมือระหว่างโรงงานและหน่วยงานอื่น 2) ด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน และ 3) ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบยาให้เหมาะสม และ 5.มุมมองด้านคุณภาพของยา คือ ความปลอดภัยของยา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญให้มุมมองด้านคุณภาพของยาเป็นกรอบการวัดสมรรถนะที่มีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือมุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต สำหรับการจัดลำดับตัวชี้วัดที่มีความสำคัญมากที่สุดใน 5 อันดับแรกในการศึกษานี้ ได้แก่ ความปลอดภัยของยา ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรักษา การพัฒนาบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย และเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานตามลำดับ ซึ่งผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ากรอบการวัดสมรรถนะและตัวชี้วัดในมุมมองด้านคุณภาพของยาควรนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการวัดผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพร
คุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี: มุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
คุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี: มุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ, เมธาวี แสงขาว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวัง การรับรู้การให้บริการ และคุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี ในมุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลและลักษณะของธุรกิจที่มีผลต่อความคาดหวังและการรับรู้การให้บริการท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี ในมุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เข้าใช้บริการท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรีโดยเป็นสมาชิกในสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จำนวน 160 บริษัท ทำการวิเคราะห์สถิติโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในเขตความรับผิดชอบของท่าเรือแหลมฉบัง ในภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในเกณฑ์ที่ควรปรับปรุง เรียงตามลำดับ ได้แก่ ความน่าเชื่อถือ การตอบสนองต่อผู้รับบริการ การให้ความมั่นใจ ความเป็นรูปธรรมของบริการ และการดูแลเอาใจใส่ ตามลำดับ ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านตำแหน่ง การศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานส่งผลต่อความคาดหวังก่อนเข้ารับบริการ และระดับการรับรู้ของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเมื่อได้เข้ารับบริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในเขตความรับผิดชอบของท่าเรือแหลมฉบังทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
การศึกษาอุปสรรคและการปรับใช้การจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์,
2022
บัณฑิตวิทยาลัย
การศึกษาอุปสรรคและการปรับใช้การจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, ณิชกานต์ อินทะวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล 2. เพื่อศึกษาปัญหาที่พบจากการใช้บริการการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล 3.เพื่อเป็นแนวทางในการปรับใช้การให้บริการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ทำการส่งออกสินค้าทางเรือในรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยออกไปต่างประเทศจำนวน 340 ราย และการวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์ในเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 5 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี ได้แก่ การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Beta = .581) มีความสำคัญต่อการเลือกใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน (Beta = .441) นอกจากนั้น ยังพบปัญหาการใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล ได้แก่ ความไม่เสถียรของระบบ ความไม่คุ้นเคยกับระบบ ระบบขาดความยืดหยุ่นการเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ไม่สะดวก บริษัทสายเรือแต่ละแห่งใช้ระบบที่ไม่เหมือนกัน ระบบข้อมูลแตกต่างกัน ความล่าช้าในการตอบรับการจอง การจองไม่เป็นไปตามที่ต้องการ มีข้อจำกัดในการส่งข้อมูลและการเรียกดูข้อมูลย้อนหลัง กระบวนการด้านข้อมูลเอกสารการขนส่งระหว่างประเทศ และการให้บริการดำเนินการจัดการให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ การพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องหรือการโฆษณาผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ลูกค้าหันมาเลือกใช้บริการ ตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนเส้นทางบริการระดับปฏิบัติการในอุตสาหกรรมการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ช่วยส่งเสริมความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการให้บริการ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการให้บริการประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
