Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Technology and Innovation Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

4,787 Full-Text Articles 7,407 Authors 5,752,104 Downloads 284 Institutions

All Articles in Technology and Innovation

Faceted Search

4,787 full-text articles. Page 97 of 200.

Feasibility Study Of Portable Spirometer Development, Chawanrat Trekarnjanavong 2021 Faculty of Graduate School

Feasibility Study Of Portable Spirometer Development, Chawanrat Trekarnjanavong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The peak flow meter is suggested by WHO and GINA for daily use by asthma patients in order to monitor symptoms and manage exacerbations. Even though the peak flow meter is compact, affordable, and portable, it only provides PEFR information. In comparison, the spirometer delivers more thorough lung information. However, it is expensive and difficult to carry, especially the conventional spirometer used in hospitals. The patient must visit the hospital to use it. This research aims to study the functionalities requires for developing the portable spirometer, targeted user and acceptable price in Thai market. Users place a high value on …


นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีระบบรองรับน้ำหนักแขน สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาการเดินและการทรงตัว, ชนวัฒน์ อนันต์ 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีระบบรองรับน้ำหนักแขน สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาการเดินและการทรงตัว, ชนวัฒน์ อนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาแนวคิด ทัศนคติ ความต้องการใช้นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินพร้อมทั้งมีการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินต้นแบบ ทำการทดสอบใช้งานกับผู้ป่วยที่มีปัญหา การเดิน การทรงตัวและหลังโค้งงอ รวมถึงศึกษาการยอมรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและโอกาสทางการตลาดมีการศึกษาวิจัยทั้งหมด 4 ระยะ ตามทฤษฎีของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development) ผลการวิจัย ระยะที่ 1 โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ผู้ดูแล แพทย์และนักกายภาพบำบัด จำนวน 20 คน พบว่า ผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการหกล้ม ปัญหาการเดิน การทรงตัวและหลังโค้งงอ นวัตกรรมต้องมีการใช้งานง่าย มีความแข็งแรง ปลอดภัย ขนาดของผลิตภัณฑ์และสามารถใช้อุปกรณ์ได้ภายในบ้าน ระยะที่ 2 มีการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดิน จำนวน 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 แบบค้ำรักแร้ หรือ วงแขน และรูปแบบที่ 2 แบบรองรับน้ำหนักแขน เมื่อได้นวัตกรรมที่สมบูรณ์แล้วจึงมีการสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อคัดเลือกนวัตกรรม จำนวน 8 คน พบว่า ผู้เชี่ยวชาญเลือกนวัตกรรมรูปแบบที่ 2 จำนวน 6 คน ทางผู้วิจัยจึงนำนวัตกรรมรูปแบบที่ 2 นำไปพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Prototype Development) ระยะที่ 3 ทดสอบเปรียบเทียบผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีอาการหลังโค้งงอ จำนวน 7 คน อายุเฉลี่ย 68.14 ปี พบว่า ก่อนใช้อุปกรณ์ มีอาการหลังโค้งงอเฉลี่ย 42.43 องศา ขณะใช้อุปกรณ์มีอาการหลังโค้งงอเฉลี่ย 13.63 องศา แสดงให้เห็นว่าใช้อุปกรณ์แล้วอาการหลังโค้งงอดีขึ้น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ระยะที่ 4 ผลของการศึกษายอมรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม จำนวน 171 คน พบว่า มีระดับการยอมรับนวัตกรรมที่สูงทุกข้อ สนใจนวัตกรรมถึง 133 คน คิดเป็นร้อยละ 77.8 และสนใจซื้อนวัตกรรม จำนวน 87 คน …


Innovation In Evaluating And Recommending Fashion Clothing Sellers On Live Streaming, Earth Chandrruangphen 2021 Graduate School

Innovation In Evaluating And Recommending Fashion Clothing Sellers On Live Streaming, Earth Chandrruangphen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Today, many sellers use live streaming to directly present and sell fashion clothes to customers. The approach is very popular in Thailand because it is convenient, cost effective, and could reach a large number of customers. This research has made various academic and practical contributions. In terms of academic contribution, it explores live streaming shopping criteria that influence customer intention to watch and purchase fashion clothes. The results show that, among 20 different criteria, there are three criteria with significant positive influence: product quality, price transparency, and broadcast timing pre-announcement; and three criteria with weak positive influence: seller image, seller …


การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารสำหรับอาหารแห้งเพื่อการรักษาโรคในสุนัข, กมล ภาคย์ประเสริฐ 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารสำหรับอาหารแห้งเพื่อการรักษาโรคในสุนัข, กมล ภาคย์ประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อแต่งกลิ่นรสอาหารแห้งสำหรับรักษาสุนัข มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย ดังนี้ (1) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจในการซื้อผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารในกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัข (2) พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบกระบวนการแต่งกลิ่นรสอาหารชนิดแห้งสำหรับสุนัขที่ต้องควบคุมอาหาร (3) ทดสอบการยอมรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และ (4) ศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ การวิจัยอาศัยกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นแนวทางหลักในการทำวิจัย เริ่มจากศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารผ่านแบบสอบถาม พบว่าความตั้งใจใช้งานผลิตภัณฑ์สูงในสถานการณ์ที่สุนัขกินอาหารได้น้อย และพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงบวก ได้แก่ ความไม่แน่ใจในความรู้ การยึดสุนัขเป็นศูนย์กลาง การปฏิบัติตามคำแนะนำสัตวแพทย์ และ ปัจจัยมี่มีความสัมพันธ์เชิงลบ ได้แก่ พฤติกรรมผสมอาหารคนให้สุนัข ความสามารถในการควบคุมผลของการปรุงแต่งกลิ่น ขณะที่สมบัติผลิตภัณฑ์สัมพันธ์กับความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ สำหรับปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ การไม่เปลี่ยนโภชนาการในอาหาร การมีงานวิจัยรับรองความปลอดภัย การช่วยให้สุนัขกินอาหารดีขึ้น การผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และขั้นตอนการใช้งานผลิตภัณฑ์ง่ายไม่ซับซ้อน จากความต้องการดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้หลักการระเหยกลิ่นรอบอาหาร ทดลองแต่งกลิ่นอาหารสุนัขโรคเบาหวานด้วยกลิ่นสังเคราะห์กลิ่นเนื้อหมูพบสัดส่วนการกินอาหารที่แต่งกลิ่นด้วยวิธีการระเหยสูงกว่าอาหารที่ไม่แต่งกลิ่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลต่างค่าเฉลี่ยของสัดส่วนการกินอาหารอยู่ที่ 0.34 ปรับปรุงผลิตภัณฑ์จนได้รูปแบบเป็นจานเซรามิกชนิดรูพรุนเป็นวัสดุดูดซับกลิ่นใต้ชามอาหาร และนำไปทดสอบการยอมรับทางเทคโนโลยีกับสัตวแพทย์ผ่านการสัมภาษณ์และทดสอบกับกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขป่วยที่ให้สุนัขกินอาหารเพื่อการรักษาผ่านแบบสอบถาม พบว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับการยอมรับทั้งจากสัตวแพทย์และผู้เลี้ยงสุนัขป่วย สำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์จากการวิเคราะห์การตลาด การดำเนินงาน และการเงิน พบว่าระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 5 เดือน อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 351.84 และมูลค่าปัจจุบันของโครงการ (NPV) อยู่ที่ 20,783,852 บาท


ระบบประเมินอุปนิสัยและคุณลักษณะของผู้ประกอบการ, ปฐมพล เหล่าวิระยะศักดิ์ 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

ระบบประเมินอุปนิสัยและคุณลักษณะของผู้ประกอบการ, ปฐมพล เหล่าวิระยะศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความแตกต่างในด้านคุณลักษณะและอุปนิสัยระหว่างผู้ประกอบการระยะเริ่มต้นและผู้ประกอบการที่มั่นคงแล้วซึ่งมีผลต่อการประกอบธุรกิจจัดตั้งใหม่ เพื่อพัฒนาระบบประเมินอุปนิสัยและคุณลักษณะผู้ประกอบการ โดยรวบรวมตัวแบบคุณลักษณะความโน้มเอียงในการเป็นผู้ประกอบการ การมุ่งเน้นการตลาด การดูดซับความรู้ และอุปนิสัยความมีใจรักและความเพียร และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับผู้ประกอบการ 123 ราย แบ่งเป็น 47 ราย ที่ทำธุรกิจมาน้อยกว่า 3.5 ปี และ 76 ราย ที่ทำธุรกิจมามากกว่า 3.5 ปี แล้วทำการวิเคราะห์ทางสถิติโดยเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่ม ผลการวิเคราะห์พบว่าค่ารวมปัจจัยคุณลักษณะของกลุ่มผู้ประกอบการที่มั่นคงแล้วที่ดำเนินธุรกิจมากกว่า 3.5 ปี ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น แต่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญด้านคุณลักษณะย่อยแต่ละปัจจัยในด้าน 1) การแก้ปัญหาผ่านการทดลองด้วยตนเอง 2) การทำสิ่งต่างๆโดยคาดการณ์ถึงปัญหาหรือความต้องการในอนาคต 3) การพยายามช่วยเหลือหากลูกค้าประสบปัญหากับสินค้าและบริการ 4) การตอบสนองต่อลูกค้าเมื่อพบว่าลูกค้าไม่พึงพอใจกับคุณภาพการบริการ 5) ความคุ้นเคยกับการดูดซับความรู้ใหม่ และอุปนิสัย 6) ด้านความมุ่งมั่นและความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งที่ทำ ผลการวิจัยเสนอแนวทางการประเมินเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประการธุรกิจระยะเริ่มต้นให้เป็นผู้ประกอบการที่มั่นคงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยย่อยทั้งด้านอุปนิสัยความมีใจรักและความเพียรควบคู่ไปกับ ความโน้มเอียงในการเป็นผู้ประกอบการ การมุ่งเน้นการตลาด และการดูดซับความรู้ โดยผลการวิเคราะห์สามารถนำมาพัฒนาระบบประเมินอุปนิสัยและคุณลักษณะผู้ประกอบการเพื่อสนับสนุนการพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพ รวมถึงดำเนินโครงการส่งเสริม บ่มเพาะ พัฒนา หรือให้ทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


การประยุกต์ใช้แนวทางลีน ซิกซ์ ซิกมา เพื่อลดการสึกหรอของแม่พิมพ์แบบตัดและพันช์ขนาดเล็ก, ปิยะธิดา การสร้าง 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

การประยุกต์ใช้แนวทางลีน ซิกซ์ ซิกมา เพื่อลดการสึกหรอของแม่พิมพ์แบบตัดและพันช์ขนาดเล็ก, ปิยะธิดา การสร้าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการสึกหรอบริเวณขอบคมตัดของแม่พิมพ์แบบตัดและพันช์ขนาดเล็กในโรงงานกรณีศึกษา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีต้นทุนค่าใช้จ่ายทากระบวนการผลิตที่สูงขึ้น โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิตจะนำแนวคิดลีน ซิกซ์ ซิกมา (Lean Six Sigma) มาประยุกต์ใช้ ในการดำเนินงานวิจัยจะดำเนินตามหลักการซิกซ์ ซิกมา ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน โดยเริ่มจากการ ศึกษากระบวนการผลิตแม่พิมพ์แบบตัดและพันช์ขนาดเล็ก สำรวจสภาพปัญหาในปัจจุบันโดยอ้างอิงจากข้อมูลทางสถิติ และกำหนดขอบเขตในงานวิจัย ต่อมา รวบรวมข้อมูลทางสถิติเพื่อหาปัจจัยที่เป็นไปได้ และคัดกรองเพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดการสึกหรอในกระบวนการผลิตแม่พิมพ์แบบตัดและพันช์อย่างแท้จริง ซึ่งมีทั้งหมด 2 ปัจจัย คือ น้ำมันหล่อลื่น และ การเคลือบผิว ในระยะปรับปรุงกระบวนการ ได้ทำการทดสอบสมมติฐาน พบว่า กลุ่มแม่พิมพ์และพันช์ที่มีการใช้น้ำมันหล่อลื่นและการเคลือบผิวมีสัดส่วนของเสียน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่นและการเคลือบผิว จึงทำการออกแบบการทดลองแบบแฟคทอเรียล (Full Factorial Design) เพื่อหาระดับปัจจัยที่เหมาะสมในการลดการสึกหรอ ซึ่งค่าของระดับปัจจัยที่เหมาะสม คือ การใช้การเคลือบผิวชนิด PVD – AlCrN และ การใช้น้ำมันว่านหางจระเข้ ต่อมานำค่าระดับปัจจัยที่ได้ไปปรับใช้กับกระบวนการผลิตจริงเพื่อยืนยันผลการทดลอง พบว่า สามารถลดแม่พิมพ์และพันช์ที่มีการสึกหรอจากเดิมที่พบ 25 ตัวต่อเดือนโดยเฉลี่ย เหลือเพียง 3 ตัวต่อเดือนโดยเฉลี่ย และสามารถลดค่าใช้จ่ายทางกระบวนการผลิตที่เกิดจากของเสียลดลงจาก 72,566 บาทต่อเดือน เหลือ 8,766 ต่อเดือนโดยเฉลี่ย จากการศึกษาพบว่ามีความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีการเคลือบผิวบางแบบ PVD และน้ำมันว่านหางจระเข้ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นรูปแบบการอนุญาตให้ใช้สิทธิ โดยไม่จำกัดสิทธิผู้ได้รับอนุญาต จากการวางแผนธุรกิจในกรณีปกติ (Based Case) จะมีระยะเวลาการคืนทุน (Payback Period) อยู่ที่ 1 ปี มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 2,858,006.17 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เท่ากับ 342.35%


ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการในการวิเคราะห์ทำเลที่เหมาะสมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, พิชามญช์ เขียวทอง 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการในการวิเคราะห์ทำเลที่เหมาะสมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, พิชามญช์ เขียวทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลกลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้ภาคขนส่งและอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูงเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การเปลี่ยนจากรถแท็กซี่เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นแท็กซี่ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพมหานครได้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดนี้ จำเป็นต้องมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่เพียงพอเพื่อรองรับความต้องการในการอัดประจุไฟฟ้าของแท็กซี่ในแต่ละพื้นที่ งานวิจัยนี้นำเสนอนวัตกรรมกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดทำเลที่เหมาะสมในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้า ตามรูปแบบการเดินทางของแท็กซี่ที่มีลักษณะเฉพาะ กระบวนการในการวิเคราะห์หาทำเลที่เหมาะสมดังกล่าวจะใช้ข้อมูล GPS การเดินทางของแท็กซี่วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลตำแหน่งของสถานีบริการเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยจะพิจารณาจากระยะเวลาในการเดินทางไปถึงสถานีและความต้องการในการอัดประจุไฟฟ้าของแต่ละสถานี ซึ่งการใช้ข้อมูลระยะเวลาในการเดินทางจาก Google Maps Distance Matrix API นั้นมีการคำนึงถึงสภาพการจราจรในปัจจุบัน จึงสามารถลดเวลาการเดินทางโดยรวมไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ดีกว่าการใช้ข้อมูลระยะทาง งานวิจัยนี้ใช้โมเดลการจัดคิวเพื่อจำลองกิจกรรมการอัดประจุไฟฟ้าและคำนวณหาจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมในแต่ละสถานี ผลการวิเคราะห์ตำแหน่งสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมถูกตรวจสอบความแม่นยำโดยใช้ข้อมูลจริงจากการใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมกระบวนการที่นำเสนอสามารถแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ดีกว่าแนวทางปฏิบัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กระบวนการวิเคราะห์ดังกล่าวสามารถเป็นต้นแบบที่นำไปใช้กับการวิเคราะห์ทำเลอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้ศึกษาการยอมรับนวัตกรรมและการบริหารจัดการเพื่อนำต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการในการวิเคราะห์ทำเลที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ไปสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้การเลือกทำเลที่มีความเหมาะสมในติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีขั้นตอนที่ชัดเจน เหมาะสม มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน


แพลตฟอร์มการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์จากข้อมูลทางเลือกแบบทดสอบบุคลิกภาพและแบบประเมินเจตคติต่อเงิน, รังรองรัตน์ อินทร์พยุง 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

แพลตฟอร์มการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์จากข้อมูลทางเลือกแบบทดสอบบุคลิกภาพและแบบประเมินเจตคติต่อเงิน, รังรองรัตน์ อินทร์พยุง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาตัวแปรที่มีผลต่อการวิเคราะห์สินเชื่อเพื่อใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์จากข้อมูลทางเลือกแบบทดสอบบุคลิกภาพและแบบประเมินเจตคติต่อเงิน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือบุคคลทั่วไปที่มีข้อมูลเครดิตบูโร จำนวน 400 คน โดยการวิจัยนี้ได้ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบโควตา ผสมผสานกับการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก โดยแบ่งออกเป็นผู้ที่มีประวัติเครดิตบูโรในระดับความเสี่ยงสูงกว่าหรือเท่ากับระดับความเสี่ยง CC จำนวน 250 คน (ร้อยละ 62.5 ของตัวอย่างทั้งหมด) และ ผู้ที่มีประวัติเครดิตบูโรต่ำกว่าหรือเท่ากับระดับความเสี่ยง DD จำนวน 150 คน (ร้อนละ 37.5 ของตัวอย่างทั้งหมด) การวิจัยในครั้งนี้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธี Logistic regression ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาว่า ตัวแปรข้อมูลทั่วไปได้แก่ ประเภทที่อยู่อาศัย สถานภาพ อาชีพ รายได้ต่อเดือน บุคลิกภาพแบบไม่มั่นคงทางอารมณ์และบุคลิกภาพแบบเปิดรับประสบการณ์ใหม่ โดยประเภทที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาและคอนโดจะส่งผลให้คะแนนการพิจารณาให้สินเชื่อลดลง 1.427 และ 1.311 เมื่อเทียบกับตัวแปร reference ประเภทที่อยู่อาศัยแบบบ้านที่เป็น 0 อย่างมีนัยสำคัญ สถานภาพแต่งงานแล้วมีผลให้คะแนนการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.663 เมื่อเทียบกับตัวแปร reference สถานภาพโสดที่เป็น 0 อย่างมีนัยสำคัญ อาชีพธุรกิจส่วนตัวส่งผลให้คะแนนการพิจารณาสินเชื่อลดลง 1.822 เมื่อเทียบกับตัวแปร reference อาชีพข้าราชการที่เป็น 0 อย่างมีนัยสำคัญ และรายได้ต่อเดือนสูงมีผลดีต่อการพิจารณาให้สินเชื่อตามค่าเบต้าที่เป็นบวกในสมการ


นวัตกรรมระบบการประเมินจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ธาดาธิเบศร์ ภูทอง 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

นวัตกรรมระบบการประเมินจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ธาดาธิเบศร์ ภูทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 2) สร้างตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3) พัฒนาและทดสอบนวัตกรรมระบบการสนับสนุนการตัดสินใจการประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4) ศึกษาการยอมรับการใช้งานของนวัตกรรมระบบการประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ 5) ศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชยกรรมของนวัตกรรมระบบการประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและสัมภาษณ์เชิงลึก จากนั้นพัฒนาเครื่องมือวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อสร้างตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ AMOS นำข้อมูลองค์ประกอบที่ได้ไปสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาค่าน้ำหนักของเกณฑ์และตัวชี้วัดของกรอบในการประเมิน ด้วยกระบวนการการตัดสินใจแบบพิจารณาหลายเกณฑ์ วิเคราะห์เพื่อจัดกลุ่มตามระดับศักยภาพด้วยเทคนิคการวิเคราะห์กลุ่ม ตรวจสอบความความตรงภายในและภายนอกของตัวแบบนวัตกรรม ศึกษาความต้องการและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม นำต้นแบบนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปทดสอบการยอมรับการใช้งาน และจัดทำแผนธุรกิจเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชยกรรม ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยการประเมินศักยภาพของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ สภาพแวดล้อมของจุดหมายปลายทาง นโยบายของพื้นที่และกลยุทธ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถเพื่อการรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นและวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลยุทธ์และโครงสร้างการให้บริการส่งเสริมสุขภาพ ศักยภาพในการสร้างนวัตกรรม และการรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งร่วมกันและการทำการตลาดเชิงรุก โดยทั้งหมดนี้ประกอบด้วยตัวชี้วัด จำนวน 41 ตัวชี้วัด 2) ผลการสร้างตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างจากการทดสอบความสอดคล้องของตัวแบบองค์ประกอบหลักและตัวชี้วัดในการประเมินศักยภาพของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่พัฒนาขึ้น พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) ผลจากการวิเคราะห์กลุ่มที่มีศักยภาพต่างกันด้วยเทคนิค K-means Cluster Analysis พบว่า สามารถจำแนกกลุ่มที่มีความแตกต่างกันได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีระดับศักยภาพสูง ศักยภาพปานกลาง และศักยภาพต่ำ ซึ่งผลจากการทดสอบความตรงภายในและความตรงภายนอกของตัวแบบการประเมินศักยภาพจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้พัฒนาขึ้น แสดงให้เห็นว่าตัวแบบการประเมินมีความตรงทั้งภายในและภายนอก และมีความแม่นยำของประสิทธิภาพในการทำนาย สามารถเชื่อถือได้ และมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ผลจากการสนทนากลุ่มและการตอบแบบสอบถามถึงความเหมาะสมในการออกแบบต้นแบบแนวคิดนวัตกรรมระบบการสนับสนุนการตัดสินใจการประเมินศักยภาพของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พบว่า ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของต้นแบบนวัตกรรมระบบนี้ มีความเหมาะสมสำหรับการพัฒนาเป็นนวัตกรรมระบบการสนับสนุนการตัดสินใจการประเมินศักยภาพของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4) ผลการทดสอบการยอมรับการใช้งานของนวัตกรรมนี้ พบว่า มีความพร้อมและได้รับการยอมรับการใช้งานอยู่ในระดับมาก และ 5) ผลจากการจัดทำแผนธุรกิจนวัตกรรมระบบประเมินจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการ การผลิตและการดำเนินธุรกิจของนวัตกรรมนี้ มีความเหมาะสมในการลงทุนและมีความเป็นไปได้ในการนำออกสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ ด้วยแนวทางการอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว และได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยใช้เงินลงทุน 660,000 บาท มีอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงจากการลงทุน เท่ากับ 82.21% ใช้ระยะเวลาคืนทุน 1.43 ปี


นวัตกรรมวงดนตรีอังกะลุงอัจฉริยะเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมดนตรีนันทนาการสำหรับผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้สูงอายุ, สรัญญา หิรัญปัณฑาพร 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

นวัตกรรมวงดนตรีอังกะลุงอัจฉริยะเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมดนตรีนันทนาการสำหรับผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้สูงอายุ, สรัญญา หิรัญปัณฑาพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบ พัฒนา และทดสอบนวัตกรรมวงดนตรีอังกะลุงอัจฉริยโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างการจัดกิจกรรมดนตรีวงอังกะลุงสำหรับผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งศึกษาการยอมรับนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดกิจกรรมดนตรีวงอังกะลุงผู้สูงอายุ 2 ท่าน พบว่า ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ทางด้านดนตรีอย่างมากในการจัดกิจกรรมด้วยรูปแบบการใช้สัญลักษณ์มือ ทำให้เกิดความขาดแคลนบุคคลากรในด้านดังกล่าว ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของการทำกิจกรรมดนตรีวงอังกะลุงกับผู้สูงอายุด้วยรูปแบบการใช้สัญลักษณ์มือ พบ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้ควบคุมวง ผู้สูงอายุ เครื่องดนตรีอังกะลุง โน้ตเพลง และเพลงบรรเลงประกอบ ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม หลังจากทำการทดสอบและปรับปรุงนวัตกรรมตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้น เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติจากการทดสอบนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญในสถานดูแลผู้สูงอายุ สรุปได้ว่า การทำกิจกรรมดนตรีด้วยนวัตกรรมวงดนตรีอังกะลุงอัจฉริยะสามารถทำให้ผู้สูงอายุเขย่าอังกะลุงได้ถูกต้องไม่แตกต่างจากการทำกิจกรรมด้วยรูปแบบการใช้สัญลักษณ์มือที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า นวัตกรรมนี้สามารถเสริมสร้างและช่วยลดภาระของผู้เชี่ยวชาญการจัดกิจกรรมดนตรีวงอังกะลุงสำหรับผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้สูงอายุได้ แม้ว่าผู้สูงอายุยังคงต้องการการพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ควบคุมวงอยู่ การศึกษาการยอมรับนวัตกรรมวงดนตรีอังกะลุงอัจฉริยะจากการเก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 18 คน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นต่อการยอมรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมอยู่ในระดับ “เห็นด้วย"


นวัตปะการังเพื่อการพัฒนาและการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการัง, วรุต ศรีสุวรรณ์ 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

นวัตปะการังเพื่อการพัฒนาและการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการัง, วรุต ศรีสุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันปัญหาปะการังเสื่อมโทรมไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรง และกระจายออกเป็นวงกว้างทั่วโลก ถ้าปล่อยให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นต่อไปโดยไม่ทำการแก้ไข ปะการังจะหมดไปจากท้องทะเลในระยะเวลาอันใกล้ ที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน ได้พยายามแก้ไขฟื้นฟูแนวปะการังด้วยวิธีต่างๆ หนึ่งในวิธีที่มีการทำอย่างต่อเนื่อง คือ การนำวัสดุที่เลิกใช้ ได้แก่ มอเตอร์ไซต์ รถถัง ยางรถยนต์ ท่อพีวีซี หรือ แท่งปูนสี่เหลี่ยม ไปวางไว้เป็นปะการังเทียม กลายเป็นมลภาวะทางสายตา และอาจมีสารพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ จะเห็นได้ว่าการออกแบบ และวัสดุแบบเดิม จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และทัศนภาพที่ดียิ่งขึ้น จากปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยได้เลือกใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ซีเมนต์แบบ 3 มิติ เพื่อทำให้การขึ้นรูปปะการังเทียมรูปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นนั้น ออกมาเสมือน กลมกลืนกับแนวปะการังจริงมากที่สุด และยังมีการปรับรูปร่างให้เข้ากันได้กับชนิด และแนวปะการังบริเวณใกล้เคียง ด้วยวัสดุที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้สัตว์ยอมรับ และสามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ผลจากการศึกษา และการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยเชิงคุณภาพผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development: NPD) ร่วมกับกระบวนการออกแบบของชีวจำลอง (Biomimicry Design Process) ของงานวิจัยนี้ ทำให้เกิดนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแนวคิดของการอนุรักษ์ท้องทะเลของโลกให้เป็นไปอย่างสมดุล กลมกลืน และยั่งยืน ภายใต้ชื่อ "นวัตปะการัง" ที่เกิดขึ้นด้วยการรวบรวมการออกแบบที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ (1) พื้นผิวได้รับการพ่นเคลือบผิวนอกด้วยสารประกอบไดแคลเซียมฟอสเฟส (Di-calcium Phosphate) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของอาหารตัวอ่อนปะการัง และถูกออกแบบมาให้มีพื้นผิวขรุขระ เพื่อให้เหมาะสมกับการลงเกาะของปะการังชนิดต่างๆ (2) มีช่องสำหรับปลูกปะการังจริง เพื่อเพิ่มอัตราการขยายพันธุ์ให้เร็วขึ้น (3) ผ่านการทดสอบภายใต้ระบบ Hydrodynamic Testing System ที่ SEAFDEC เพื่อดูการไหลเวียนที่เหมาะสมของกระแสน้ำในการแก้ปัญหาการจม และทรุดตัวลงในพื้นตะกอน (4) ลดแรงต้านกระแสน้ำ เพื่อป้องกันการถูกพัดพา (5) เกิดกระแสน้ำวนขนาดเล็ก เพื่อเป็นการเพิ่มเวลา และอัตราการลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง (6) ถูกตกแต่งให้มีโครงสร้าง 3 มิติ ทำให้เกิดพื้นที่แสงและเงา ช่วยให้สัตว์เข้าไปหลบภัยได้ เป็นการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ (7) ถูกออกแบบให้ถอดประกอบ และปรับแต่งโครงสร้างได้ตามความต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ในแต่ละพื้นที่ และด้วยขนาดชิ้นส่วนประกอบที่มีขนาดเล็กเล็ก มีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ง่าย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งค่าติดตั้งต่ำกว่าปะการังเทียมรูปแบบเดิม และ (8) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นสถานีทดแทนปะการังธรรมชาติ (Smart Station) …


นวัตกรรมการบริการภาครัฐเพื่อพัฒนาเมืองให้มีศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์, จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

นวัตกรรมการบริการภาครัฐเพื่อพัฒนาเมืองให้มีศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์, จารุวรรณ สุวรรณศาสน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยและบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียที่ส่งผลต่อการพัฒนาเมืองจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมในประเทศไทย 2) เพื่อพัฒนาต้นแบบของระบบประเมินความพร้อมของเมืองจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมในประเทศไทย และ 3) เพื่อศึกษาการยอมรับของนวัตกรรมการบริการที่ส่งเสริมให้เกิดโมเดลการพัฒนาเมืองจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมด้วยการพัฒนาระบบเว็บแอปพลิเคชันที่ประเมินความพร้อมของเมืองและนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองตามความต้องการของผู้จัดการประชุม และศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของระบบประเมินฯ งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มและแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีความสำคัญในการพิจารณาเลือกเมืองจุดหมายปลายทางสำหรับจัดประชุมจากความต้องการของผู้จัดประชุมประเภท ต่างๆ ประกอบด้วย 6 กลุ่มปัจจัย 38 ตัวแปร ที่มีผลต่อความพร้อมในการเป็นเมืองจุดหมายปลายทางของการจัดประชุม ซึ่งผลจากการศึกษามีความสอดคล้องกับงานวิจัยในอดีตแต่มีลำดับความสำคัญที่ต่างกัน และพบตัวแปรใหม่ที่ได้จากงานวิจัยจำนวน 17 ตัวแปร งานวิจัยยังได้พัฒนาระบบประเมินความพร้อมของเมืองที่ตอบสนองความต้องการของผู้จัดงานจากเกณฑ์ทั้ง 6 ด้าน และผู้วิจัยได้ทดสอบระบบประเมินกับจังหวัดต้นแบบที่เป็นเมืองศักยภาพด้านการจัดประชุมในแต่ละภูมิภาค รวม 6 จังหวัด โดยผลการประเมินการยอมรับใช้เครื่องมือประเมินอยู่ในระดับดีมาก การนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยวิธีการขายลิขสิทธิ์ของระบบเพื่อเป็นเครื่องมือการบริการภาครัฐแบบฟรีเมี่ยม (Freemium) คือการบริการของภาครัฐที่ให้เครื่องมือประเมินความพร้อมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ควบคู่กับการอบรมหลักสูตรผู้นำด้านการพัฒนาเมืองและการเรียนรู้ผ่าน e-learning ที่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จากการวิเคราะห์การเงิน พบว่า ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 4.08 ปี โดยรายได้จากการลงทุนประกอบด้วย รายได้ของ สสปน (ผู้ซื้อลิขสิทธิ์) มีรายได้ 538,400 บาท ใน 5 ปี และคาดว่ามีผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ถึง 5,969,100 บาท จากการสนับสนุนให้เกิดการจัดประชุมจากการพัฒนาความพร้อมของเมือง


การพัฒนานวัตกรรมพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ด้วยเกมการเรียนรู้เสมือนจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียน, กนกกาญจน์ แย้มยิ้ม 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

การพัฒนานวัตกรรมพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ด้วยเกมการเรียนรู้เสมือนจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียน, กนกกาญจน์ แย้มยิ้ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการเข้าใช้พื้นที่เชิงสร้างสรรค์ในปัจจุบัน รวมถึงศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของการยอมรับนวัตกรรมเกมการเรียนรู้สำหรับพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมเกมการเรียนรู้พื้นที่เชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา ศึกษาผลการใช้นวัตกรรมเกมการเรียนรู้ พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ โดยในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม แบบเก็บข้อมูล การสัมภาษณ์เชิงกลุ่ม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนสามารถฝึกฝนทักษะต่างๆ ตามรายวิชาที่กำหนดไว้ในการสร้างเกมการเรียนรู้ ซึ่งคือผลโดยตรงจากการเล่น และผลโดยอ้อมของเกมการเรียนรู้นี้คือ การเกิดสังคมในการแข่งขันและแบ่งปันข้อมูลระหว่างนักเรียน โดยนักเรียนที่สามารถบังคับหรือควบคุมสิ่งต่างๆในเกมการเรียนรู้ได้คล่องแล้ว สามารถเป็นผู้ช่วยเพื่อนในการเล่นและค้นหาคำตอบ เกิดการแบ่งปันข้อมูลระหว่างนักเรียนด้วยกัน และหลังจากการเล่นเกม ผลจากการประเมินพฤติกรรมของนักเรียนโดยครูผู้สอนพบว่า เกมการเรียนรู้สามารถโน้มน้าวนักเรียนให้สนใจในการเรียนมากขึ้น เกิดความภูมิใจที่สามารถเล่นและแก้ปัญหาได้ ช่วยสร้างความคิดริเริ่มต่างๆให้กับนักเรียน ผู้วิจัยได้ศึกษาเนื้อหาที่ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้ขอบเขตของรูปแบบการเรียนการสอนในวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี เพื่อเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงกับเนื้อหาตามจุดประสงค์การเรียนรู้ พร้อมกับการกำหนดวิธีการในการเล่นเกมรูปแบบต่าง ๆ โดยผู้วิจัยพัฒนาเกมการเรียนรู้โดยใช้ชุดเครื่องเล่นเสมือนจริง ซึ่งมอบสื่อสัมผัสให้กับนักเรียน 3 สื่อการรับรู้ ได้แก่ การมองเห็น การได้ยินเสียง และ การสัมผัส โดยหลังจากการทดสอบการใช้ พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสามารถเล่นเกมการเรียนรู้โดยที่มีการบริหารจัดการเวลาและตัวช่วย รวมถึงการจัดการอุปกรณ์ตกหล่น ได้ใกล้เคียงกับนักเรียนอาชีวะระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นักเรียนสามารถใช้ทักษะด้านความสามารถของบุคคลในการคิดแก้ปัญหา และฝึกการใช้ทักษะด้านการคิดหาคำตอบได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว โดยการที่นักเรียนสามารถประกอบชิ้นงานได้สำเร็จทันเวลา นอกจากนั้นแล้ว นักเรียนยังได้เรียนรู้การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ตามหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิชาการออกแบบและเทคโนโลยีอีกด้วย


การพัฒนานวัตกรรมเกมมิฟิเคชันเพื่อเรียนรู้การลงทุนกองทุนรวม, การะเกด สิงห์ทอง 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

การพัฒนานวัตกรรมเกมมิฟิเคชันเพื่อเรียนรู้การลงทุนกองทุนรวม, การะเกด สิงห์ทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ เป็นวงกว้าง ซึ่งอุตสาหกรรมการเงินก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจธนาคารต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการทำธุรกรรมการเงินมาใช้ช่องทางออนไลน์ผ่านทาง Mobile application มากขึ้น จึงทำให้เกิดการแข่งขันการให้บริการทางการเงินมากขึ้นทั้งจากภาคธนาคาร และที่ไม่ใช่ธนาคาร ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนลูกค้าโดยสร้างประสบการณ์ในการให้บริการใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเข้ามาลงทุนกับธนาคาร ดังนั้น งานวิจัยฉบับนี้จึงได้นำเสนอการใช้รูปแบบ Gamification เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการลงทุนกองทุนรวมผ่านเกมเรียนรู้การลงทุนกองทุนรวม บน Mobile banking application เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า Gamification มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อความตั้งใจที่จะใช้บริการ Mobile banking application รวมถึงความตั้งใจที่จะลงทุนในกองทุนรวม ผลิตภัณฑ์ต้นแบบเกมการเรียนรู้กองทุนรวมที่นำรูปแบบ Gamification มาประยุกต์ใช้สามารถทำให้บริการต่าง ๆ ของธนาคารมีความน่าสนใจและสนุกสนานมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มการยอมรับ ความพึงพอใจ และการมีส่วนร่วมของลูกค้า


การพัฒนาสารเคลือบป้องกันการติดเชื้อจากซิลเวอร์คอปเปอร์ซีโอไลต์สำหรับวัสดุหนังหุ้ม, จิตตมาศ ตรีรัตนภรณ์ 2021 บัณฑิตวิทยาลัย

การพัฒนาสารเคลือบป้องกันการติดเชื้อจากซิลเวอร์คอปเปอร์ซีโอไลต์สำหรับวัสดุหนังหุ้ม, จิตตมาศ ตรีรัตนภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดใหญ่ของ Covid-19 ความเป็นไปได้ในที่จะติดเชื้อจากพื้นผิวสัมผัสตามวัสดุที่ต้องเผชิญในชิวิตประจำวันได้รับความกังวลอย่างมาก หนึ่งในวัสดุที่ใช้หุ้มเพื่อสัมผัสที่สำคัญมักจะทำจากวัสดุหนังเช่นเฟอร์นิเจอร์บ้านและเบาะรถยนต์ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจึงมีการใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ป้องกันไวรัส อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของสเปรย์มีผลต้านเชื้อในเวลาอันสั้นและยังทำให้ผิวเคลือบวัสดุเสื่อมสภาพง่ายอีกด้วย เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัสดุหนังและยืดอายุประสิทธิภาพการต้านเชื้อ สารเคลือบผิวด้วยไอออนทองแดงเงินในโครงสร้างซีโอไลต์ (Ag+CuZeolite) จึงถูกพัฒนาขึ้นด้วยการดัดแปลงไอออนในโพรงซีโอไลต์ให้มีอนุภาคใหญ่ขึ้นเพื่อความเสียรภาพของการต้านเชื้อ ไอออนทองแดงเงินในโครงสร้างซีโอไลต์ที่เปลี่ยนเป็นอนุภาคนาโนถูกเตรียมโดยการลดไอออนของเงินที่ชุบด้วยโซเดียมโบโรไฮไดรด์และกรดแอสคอร์บิค อัตราส่วนของสารรีดิวซ์ต่อซีโอไลต์ในระหว่างกระบวนการลดได้รับการปรับให้เหมาะสมที่สุด จากการสังเกตุด้วยSEM-EDX พบว่าโครงสร้างหลักของซีโอไลต์ถูกทําลายในขั้นต้นเมื่อใช้อัตราส่วนโซเดียมโบโรไฮไดรด์สูง ในทางกลับกันการลดกรดแอสคอร์บิคบน Ag + ที่ชุบในซีโอไลต์จะรักษาโครงสร้างหลักไว้ Ag+CuZeolite มีประสิทธิภาพต้านเชื้อแบคทีเรียE. coli (แกรมลบ) ตามาตรฐานASTM E219-10 ที่ดีกว่า AgNPs ใน CuZeoliteที่ถูกรีดิวซ์จากNaBH4และกรดแอสคอร์บิคตามลำดับ การเคลือบ Ag+CuZeolite เพียงแค่3% ต่อสารละลายเคลือบโพลียูรีเทนบนหนังได้รับการประเมินโดยใช้ ISO21702 ของ Sars CoV2 ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพถึง99.99% ของการต้านเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตามความทนทานของต้านเชื้อไวรัสนั้นลดลงอย่างมากภายใต้การสัมผัสสารละลายอัลคาไลน์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเหงื่อคน


Assessment Model Of University Innovation Ecosystems In Asean, Jirawan Chaipongpati 2021 Graduate School

Assessment Model Of University Innovation Ecosystems In Asean, Jirawan Chaipongpati

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study is concerned with the development, testing, and commercialization of an assessment model for university innovation ecosystems, for use in Asian universities. The research was motivated by a combination of two key issues, including the relatively new introduction of innovation as the university objective in Asian universities, and the lack of inward-focused, development-oriented models for university innovation ecosystems. The assessment model is designed to both standardize innovation ecosystem assessment, and provide internal developmental information for universities on a path toward innovation and entrepreneurial universities. The preliminary assessment was developed through reference to several existing innovation ecosystem assessment models, which …


Crowdfunding Digital Platforms: Backer Networks And Their Impact On Project Outcomes, Yee Heng TAN, Srinivas K. REDDY 2021 Tokyo International University

Crowdfunding Digital Platforms: Backer Networks And Their Impact On Project Outcomes, Yee Heng Tan, Srinivas K. Reddy

Research Collection Lee Kong Chian School Of Business

Crowdfunding platforms serve to connect project creators and backers. Previous research has explored several project and platform determinants that impact crowdfunding outcomes. However, there has been limited research on these determinants at an individual level. Our paper addresses how backers may influence the outcomes of projects in crowdfunding platforms. We explore several methods commonly used in the industry to identify influence and show that centrality measures through a backer affiliation network best exemplifies influence. Using data from Kickstarter, we construct a weighted backer network based on 52,678 common projects backed by 11,134 backers. Controlling for digital media mentions and project …


Innovation Governance In Chinese Family Business: A Case Study, Thomas MENKHOFF, Geok Chwee ONG 2021 Singapore Management University

Innovation Governance In Chinese Family Business: A Case Study, Thomas Menkhoff, Geok Chwee Ong

Research Collection Lee Kong Chian School Of Business

Corporate innovation governance can be defined as a systematic approach to align goals, allocate resources and assign decision-making authority for innovation, across the company and with external parties. While the dos and don’ts of innovation governance approaches in non-Asian firms are fairly well researched, little is known about the Chinese way of governing innovation in Asian family firms. This paper provides insights into the innovation management capabilities of Qian Hu, an integrated ornamental fish service provider incorporated in Singapore in 1998. Based on half-structured interviews with its Executive Chairman and MD Mr. Kenny Yap, we exemplify the key components of …


Inquiries In Intelligent Information Systems: New Trajectories And Paradigms, Samaa Elnagar 2021 Virginia commonwealth university

Inquiries In Intelligent Information Systems: New Trajectories And Paradigms, Samaa Elnagar

Theses and Dissertations

Rapid Digital transformation drives organizations to continually revitalize their business models so organizations can excel in such aggressive global competition. Intelligent Information Systems (IIS) have enabled organizations to achieve many strategic and market leverages. Despite the increasing intelligence competencies offered by IIS, they are still limited in many cognitive functions. Elevating the cognitive competencies offered by IIS would impact the organizational strategic positions.

With the advent of Deep Learning (DL), IoT, and Edge Computing, IISs has witnessed a leap in their intelligence competencies. DL has been applied to many business areas and many industries such as real estate and manufacturing. …


Public Health Insurance And Pharmaceutical Innovation: Evidence From China, Xuan ZHANG, Huihua NIE 2021 Singapore Management University

Public Health Insurance And Pharmaceutical Innovation: Evidence From China, Xuan Zhang, Huihua Nie

Research Collection School Of Economics

Developing countries are characterized by low levels of pharmaceutical innovation. A likely reason is their small market size, which is not because of the population size but because of low levels of income and lack of health insurance coverage. This study exploits a natural experiment from the implementation of a public health insurance program for rural residents in China (New Cooperative Medical Scheme [NCMS]) to examine whether the pharmaceutical industry increases innovation regarding diseases covered by the NCMS that are prevalent in rural areas. We examine the 1993–2009 patent data to gauge pharmaceutical innovation in China. Diseases with a 10% …


Digital Commons powered by bepress