Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations and Supply Chain Management Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

3,992 Full-Text Articles 5,451 Authors 2,802,142 Downloads 193 Institutions

All Articles in Operations and Supply Chain Management

Faceted Search

3,992 full-text articles. Page 75 of 156.

การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการจัดส่งครุภัณฑ์สายพลาธิการให้กับคลังสาขาระหว่างวิธีขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองกับการว่าจ้างจากภายนอก, ภานุวัฒน์ แสนอุ่น 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการจัดส่งครุภัณฑ์สายพลาธิการให้กับคลังสาขาระหว่างวิธีขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองกับการว่าจ้างจากภายนอก, ภานุวัฒน์ แสนอุ่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษารูปแบบการจัดส่งครุภัณฑ์ของกองทัพเรือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการแจกจ่ายครุภัณฑ์สายพลาธิการของกองทัพเรือ รวมไปถึงเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และต้นทุนที่เกิดขึ้นของการจัดส่งครุภัณฑ์สายพลาธิการให้กับคลังสาขา ด้วยวิธีขนส่งด้วยยานพาหนะของกองทัพเรือเอง กับการว่าจ้างบริษัทเอกชนในการขนส่ง โดยทำการเก็บรวมรวมข้อมูลการดำเนินกิจกรรมขนส่งพัสดุสายพลาธิการให้กับคลังสาขาของกองทัพเรือในช่วงปี 2562 ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกในรายละเอียดของข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับต้นทุนในวงจรชีวิตของยานพาหนะที่กองทัพเรือใช้ จากการศึกษาพบว่า ต้นทุนรวมของการขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเอง มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการขนส่งโดยว่าจ้างจากภายนอก 348,736.50 บาท ในปี 2562 (802,736.50 - 454,000 บาท) อย่างไรก็ตาม การขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองมีข้อดีในด้านความรวดเร็ว คล่องตัวและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน จากการศึกษาพบว่าต้นทุนในส่วนของยานพาหนะรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง ประกอบกับบทสัมภาษณ์ความต้องการใช้ยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นว่ารถยนต์บรรทุกขนาดเล็กยังมีความจำเป็นในการใช้ปฏิบัติราชการอยู่ ดังนั้น รูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม คือ การขนส่งโดยว่าจ้างจากภายนอก ควบคู่การการขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองด้วยยานหนะรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก สำหรับการขนส่งระยะใกล้ (พื้นที่สัตหีบ)


ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้บริโภคต่อสินค้าขาดสต๊อคเปรียบเทียบระหว่าง Gen Y และ Gen Z : กรณีศึกษาครีมบำรุงผิวและแชมพูสระผมในร้านค้าปลีกทั่วไป, ณัฐธิดา อังควานิช 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้บริโภคต่อสินค้าขาดสต๊อคเปรียบเทียบระหว่าง Gen Y และ Gen Z : กรณีศึกษาครีมบำรุงผิวและแชมพูสระผมในร้านค้าปลีกทั่วไป, ณัฐธิดา อังควานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยศึกษาถึงปฏิกิริยาของ Gen Y และ Gen Z รวมไปถึงศึกษาถึงผลกระทบและความสูญเสียที่เกิดกับผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายและผู้ค้าปลีก โดยใช้กรณีศึกษาแชมพูสระผมและครีมบำรุงผิวกายในช่องทางค้าปลีกทันสมัยในกรุงเทพมหานคร งานวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลผ่านการทำแบบสอบถามออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 400 คนในกรุงเทพมหานคร โดยการนำ T-test, F-test และ Chi Square มาวิเคราะห์ ซึ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามแบ่งออกเป็น Gen Y 60% Gen Z 40.% และปฏิกิริยาเมื่อสินค้าขาดแคลนแบ่งออกเป็น 4 ทางเลือกคือเปลี่ยนตราสินค้า เปลี่ยนขนาด เปลี่ยนร้าน กลับมาซื้อวันหลัง และไม่ซื้อสินค้า เมื่อแชมพูขาดแคลน Gen Y และ Gen Z เลือกที่จะเปลี่ยนไปซื้อตราสินค้าอื่นคิดเป็นร้อยละ 29 และร้อยละ 37 ตามลำดับ เมื่อครีมบำรุงผิวกายเมื่อขาดแคลน Gen Y และ Gen Z เลือกที่จะเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นคิดเป็นร้อยละ 30 และร้อยละ 30 ตามลำดับ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแชมพูมากที่สุดคือปัจจัยทางด้านผลิตภัณฑ์ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าครีมบำรุงผิวกายมากที่สุดคือปัจจัยทางด้านราคา ทั้งนี้หากสินค้าขาดแคลน ผู้ผลิตจะสูญเสียยอดขาย 1.07 บาทต่อครั้งในครีมบำรุงผิวกายและ 1.00 บาทต่อครั้งในแชมพูสระผม และผู้ค้าปลีกจะเกิดการสูญเสียยอดขาย 1.22 บาทต่อครั้งในครีมบำรุงผิวกายและ 0.96 บาทต่อครั้งในแชมพูสระผม


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ Abc, ภัทรา อำไพพรรณ 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ Abc, ภัทรา อำไพพรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการส่งออกของไทยมีแนวโนมปรับตัวลดลง รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว และปัญหาปัจจุบันที่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างหนักคือ COVID-19 ซึ่งไม่ใช่เพียงการส่งออกของไทยเท่านั้นที่ชะลอตัว แต่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และทำให้มีผลกระทบต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงการควบรวมธุรกิจของแต่ละสายเรือ ซึ่งมีการแข่งขันทางด้านบริการเพิ่มมากขึ้น ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้การทำงานอย่างเป็นระบบ มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และตรวจสอบได้ โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นบริษัทสายเรือเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ ใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าและตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออก จำนวน 149 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ ABC จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform ผลการศึกษาพบว่า ด้านความคาดหวังในประสิทธิภาพของการใช้งาน Online Platform ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Online Platform ด้านความง่ายในการใช้งาน และความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านอิทธิพลทางสังคมที่มีส่วนให้ใช้ Online Platform (Social Influence) อยู่ในระดับมาก ข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลพบว่า ขนาดขององค์กร อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงานส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) ในขณะที่อายุขององค์กร เงินลงทุนขององค์กร จำนวนสมาชิกในองค์กร เพศ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform ของลูกค้าที่ใช้บริการสายเรือ พบว่า ปัจจัยที่อิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform ของลูกค้าที่ใช้บริการสายเรือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ สิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน …


ปัจจัยในการเลือกเข้าเป็นผู้ใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศของสายการบินพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา, พิชญ์ ต.ตระกูล 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

ปัจจัยในการเลือกเข้าเป็นผู้ใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศของสายการบินพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา, พิชญ์ ต.ตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาปัจจัยในการเลือกเข้าใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของสายการบินพาณิชย์ ณ ท่าอาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและลำดับปัจจัยในการเลือกเข้าเป็นผู้ใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของสายการบินพาณิชย์ และเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เหมาะสมของคลังสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของสายการบินพาณิชย์ ผู้วิจัยได้กำหนดสมมติฐาน (Hypothesis) ว่าปัจจัยจากที่ได้ทำการศึกษาและจากการทบทวนวรรณกรรม คือปัจจัยในการเลือกเข้าใช้บริการจะประกอบด้วย 4 ปัจจัยได้แก่ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางดำเนินการโลจิสติกส์ ปัจจัยด้านเทคโนโลยี และปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในการศึกษาเรื่องนี้จะใช้ทฤษฎีกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytical Hierarchy Process: AHP) ในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเลือกของสายการบินพาณิชย์ และผู้ศึกษาจะใช้แบบสอบถามเป็นเครืองมือในการเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหรือพนักงานจากสายการบินพาณิชย์ และได้ทำการกำหนดทางเลือกท่าอากาศยานเพื่อทำการเปรียบเทียบในรายปัจจัยย่อยของทั้งท่าอากาศนานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา


การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในการรับตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้า : กรณีศึกษาท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ A, นันทิชา ทรัพย์ศิลป์ 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในการรับตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้า : กรณีศึกษาท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ A, นันทิชา ทรัพย์ศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การจัดการตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้าของท่าเรือกรณีศึกษาในปัจจุบันรวมถึงปัญหา พร้อมหาสาเหตุของปัญหา หลังจากนั้นจึงทำการหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อลดระยะเวลาในการรับตู้คอนเทนเนอร์ของรถหัวลากจากท่าเรือคอนเทนเนอร์กรณีศึกษาให้สั้นลง และเพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการหยิบตู้คอนเทนเนอร์ ณ ท่าเรือกรณีศึกษา การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณที่นำตัวเลขสถิติการรับตู้คอนเทนเนอร์นำเข้าของลูกค้าในท่าเรือกรณีศึกษาในปี พ.ศ.2562 ซึ่งนำข้อมูลที่ได้มาจัดเรียงและทำการจำแนกข้อมูลออกเป็นกลุ่ม เพื่อจัดเรียงข้อมูลด้วยวิธีการ Zoned Storage หลังจากนั้นจะทำการวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลก่อนการปรับปรุงประสิทธิภาพ และหลังการปรับปรุงประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่าหลังการปรับปรุงประสิทธิภาพนั้น ลูกค้าใช้เวลาในการรับตู้คอนเทนเนอร์ลดลง ซึ่งปัจจัยหลักของเวลาที่ลดลงนั้นคือการรอคอยการยกตู้คอนเทนเนอร์ที่กองเก็บในลานตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเมื่อเพิ่มการจัดกลุ่มลูกค้าปรับเข้าไปใช้แล้วนั้นทำให้เกิดความรวดเร็วในการยกตู้สินค้ามากขึ้น นอกจากระดับการให้บริการลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการที่ลูกค้าได้รับตู้คอนเทนเนอร์เร็วขึ้นแล้วนั้น ยังทำให้ท่าเรือกรณีศึกษาลดค่าใช้จ่ายลงในการรื้อตู้เพื่อยกตู้ให้กับลูกค้า และการยกตู้คอนเทนเนอร์ใบที่ไม่ต้องการเข้ากองเก็บได้ แต่ในขณะเดียวกันการปรับปรุงประสิทธิภาพนั้นก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนที่ลดลงไปนั้น ยังถือว่าท่าเรือกรณีศึกษายังสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อีกด้วย ซึ่งการตัดสินใจปรับปรุงประสิทธิภาพในครั้งนี้ถือว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับท่าเรือกรณีศึกษาในแง่ค่าใช้จ่ายและการให้บริการลูกค้าที่รวดเร็ว ในส่วนของลูกค้าก็ได้รับความรวดเร็วด้วยเช่นกัน


Strategic Plan Presentation: Boeing, Mary E. Fewer 2020 University of Montana

Strategic Plan Presentation: Boeing, Mary E. Fewer

Undergraduate Theses, Professional Papers, and Capstone Artifacts

After a thorough industry analysis and internal analysis of Boeing, it has been determined that Boeing should: pursue a nostalgic marketing plan where the company admits their recent mistakes and explains their solutions, focus on their market segment of defense contracts in light of both recent issues with Boeing's commercial airlines and impact of the airline industry due to COVID-19, and improve internal communications and human resource management by providing more transparent communication to Boeing staff and professional development programs with clear career paths.


How Quality Management Has Been Impacted In The Face Of Covid-19, Eldina Siljkovic 2020 University of Northern Iowa

How Quality Management Has Been Impacted In The Face Of Covid-19, Eldina Siljkovic

Dissertations and Theses @ UNI

The Coronavirus pandemic has impacted many facets of the United States. This study focuses on its magnitude in comparison to prior pandemics such as Anthrax, SARS, and Ebola. In addition to this comparison its impact on Quality Management within the agricultural sector and food supply chain was also assessed. The results of these studies showcase that COVID-19 has grown exponentially in comparison to prior pandemics and will continue to do so as we enter the winter season. Agricultural equipment manufacturing companies saw a drastic decline in quarterly revenues within 2020 in comparison to 2019. Millions in net sales were lost …


Efficiency Analysis Of A Congested Brazilian Airport Applying Slots Optimization Control: Congonhas Airport Case, Mariana Franco B. Mendes, Rafael Roco de Araujo, Ana Paula Beck da Silva Etges, Massoud Bazargan 2020 Pontifical Catholic University of Rio Grande do Sul

Efficiency Analysis Of A Congested Brazilian Airport Applying Slots Optimization Control: Congonhas Airport Case, Mariana Franco B. Mendes, Rafael Roco De Araujo, Ana Paula Beck Da Silva Etges, Massoud Bazargan

International Journal of Aviation, Aeronautics, and Aerospace

The current slot allocation mechanism in Brazil, based on the International Air Transport Association (IATA) rules, and its supplementary local regulation The National Civil Aviation Agency (ANAC), displays a few issues and limitations (e.g. slot misuse, allocation inefficiencies). Such issues are particularly present in the case of busy airports that works near their maximum capacity for major parts of the day. This inefficiency problem is generated because of the complexity of slot allocation added to the limited decision support available for the Brazilian system. This study focuses on the implementation of an optimal slot model, based on IATA regulations with …


Strategic Plan: Amazon, Olivia J. Flamand, Aaron Wisher, Shannon Riley 2020 University of Montana

Strategic Plan: Amazon, Olivia J. Flamand, Aaron Wisher, Shannon Riley

Undergraduate Theses, Professional Papers, and Capstone Artifacts

No abstract provided.


Order Fulfillment Errors And Military Aircraft Readiness, Michael Weber, Daniel Steeneck, William Cunningham 2020 Defense Logistics Agency

Order Fulfillment Errors And Military Aircraft Readiness, Michael Weber, Daniel Steeneck, William Cunningham

Faculty Publications

This paper aims to measure the effect of supply discrepancy reports (SDRs) on military aircraft readiness metrics, including aircraft availability, not mission capable supply (NMCS) hours, cannibalizations and mission-impaired capability awaiting parts (MICAP) hours.

Monthly SDR, NMCS, aircraft cannibalizations and MICAP data from 2009 to 2018 are analyzed using linear regression and independent samples t-tests to examine whether discrepant shipments negatively impact aircraft readiness.


An Exploration In Accountable Care Organization Structure, Contingency And Performance, 2015-2017, Siriporn P. Satjapot 2020 Virginia Commonwealth University

An Exploration In Accountable Care Organization Structure, Contingency And Performance, 2015-2017, Siriporn P. Satjapot

Theses and Dissertations

The Patient Protection and Affordable Care Act of 2010 enacted one of the most significant reforms seen in the United States healthcare landscape. The Center for Medicare and Medicaid (CMS) led transformation efforts in regulatory reform and coverage expansion across the U.S. population. Since 2010, care delivery systems have been shifting from episodic, decentralized and fee-for-service models to value-based population health models, like accountable care organizations (ACO). ACOs have been specifically primed for local response to improve the health of their communities. ACO research has traditionally focused on performance measures like mortality, readmissions, quality outcomes and savings. ACO organizational characteristics …


Logistics And Supply Chain For Mice Cities, Chanmatha Sriraksa 2020 Graduate School

Logistics And Supply Chain For Mice Cities, Chanmatha Sriraksa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The aim of this study was threefold; 1) to examine success factors of logistics and supply chain for MICE cities, 2) to investigate influences of socio-demographic factors on stakeholders perception of logistics and supply chain for MICE cities, and 3) to identify significant competitive advantage determinants of logistics and supply chain for a city to be selected as MICE city. Based on some common characteristics and differences by nature of location, Phitsanulok, Khon Kaen and Krabi were purposively selected. Research tool is a set of questionnaire consisting of four main parts that were demographic information, logistics and supply chain success …


การวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการลงทุนบริหารรถขนส่งเองและใช้บริการรถขนส่งภายนอก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน กรณีศึกษาบริษัท Abc, ภาวิณี ด่านธนะชัย 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการลงทุนบริหารรถขนส่งเองและใช้บริการรถขนส่งภายนอก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน กรณีศึกษาบริษัท Abc, ภาวิณี ด่านธนะชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุนซื้อรถขนส่งสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา เพื่อทดแทนการใช้บริการรถขนส่งภายนอกและวิเคราะห์หาจำนวนรถขนส่งที่เหมาะสม นำมาประกอบการตัดสินใจการลงทุนโดยได้แบ่งกรอบการวิจัยครั้งนี้ออกเป็น 3 ส่วน การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งเพื่อหาจำนวนรถที่เหมาะสม, การวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการการจัดการการขนส่งโดยประเมินการใช้ประโยชน์ของรถบรรทุก และการวิเคราะห์ทางการเงินเพื่อศึกษาความคุ้มค่า ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความต้องการการใช้รถบรรทุกขนส่ง6ล้อ ของปี พ.ศ. 2562 พบว่าเฉลี่ยใช้จำนวน6คันต่อวัน จากนั้นวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างการขนส่งโดยบริหารรถขนส่งเองและว่าจ้างผู้ให้บริการขนส่งภายนอก จัดเส้นทางการเดินรถขนส่ง โดยจำลองออกเป็น3ทางเลือก ระหว่างการใช้บริการผู้ให้บริการขนส่งภายนอกทั้งหมด, การบริหารรถขนส่งด้วยตนเองทั้งหมด และ ใช้ทั้ง2แบบร่วมกัน เพื่อหาจำนวนรถที่เหมาะสมที่สุด ผลการศึกษาพบว่าจำนวนรถที่เหมาะที่สุดคือ2คัน โดยก่อให้เกิดต้นทุนต่ำที่สุด มีการใช้ประโยชน์สูงถึง 97% ต่อมาวิเคราะห์ทางการเงินเพื่อศึกษาความคุ้มค่า เป็น3กรณี ต้นทุนเพิ่มขึ้นทั้งหมด 5%ต่อปี ต่างกันที่รายได้คงที่และลดลง 1-2% ตามลำดับ ซึ่งผลคือโครงการนี้ยังคุ้มค่าแก่การลงทุนแม้รายได้จะคงที่ เนื่องจากมีระยะเวลาคืนทุนคิดลดน้อยกว่าระยะเวลาโครงการ ผลตอบแทนสุทธิของโครงการมากกว่า 0 เท่ากับ 2,028,671.88 บาท , 1,033,734.31 และ 113,481.68 บาทตามลำดับ อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนเท่ากับ 1.44 เท่า,1.22 เท่า และ 1.02 เท่า แม้ว่าอัตราผลตอบแทนภายในโครงการจะน้อยกว่าอัตราที่บริษัทกำหนดไว้(15%) ได้เพียง 6.87%, 4.04% และ 0.53%


นโยบายสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือโครงสร้างพื้นฐาน, เสาวลักษณ์ ปศุพันธาภิบาล 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

นโยบายสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือโครงสร้างพื้นฐาน, เสาวลักษณ์ ปศุพันธาภิบาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดนโยบายสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจเครื่องมือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปรับปรุงระดับการให้บริการลูกค้าและลดต้นทุนสินค้าคงคลังรวม โดยจำแนกประเภทสินค้าแบบ ABC จากข้อมูลความต้องการสินค้าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อคัดเลือกสินค้าตัวอย่างจากกลุ่ม A ที่ตรงตามเงื่อนไขของงานวิจัยซึ่งมีทั้งหมด 5 รายการ จากนั้นศึกษาข้อมูลในอดีตของสินค้าตัวอย่างทั้ง 5 รายการเพื่อนำมาพยากรณ์ความต้องการสินค้าล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือนและสามารถแบ่งกลุ่มสินค้าได้เป็นสองกลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ 1 มีข้อมูลความต้องการสินค้าในอดีต 12 เดือนซึ่งไม่สามารถตรวจสอบแนวโน้มหรือฤดูกาลได้ ดังนั้นจึงเปรียบเทียบวิธีหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สามเดือนและการปรับเรียบอย่างง่าย และกลุ่มที่ 2 มีข้อมูลความต้องการสินค้าในอดีต 24 เดือนซึ่งลักษณะข้อมูลเป็นฤดูกาล ดังนั้นจึงเปรียบเทียบวิธีการปรับเรียบแบบมีฤดูกาลอย่างง่ายและการปรับเรียบซ้ำสามครั้งของวินเตอร์ และเลือกวิธีพยากรณ์ที่ดีที่สุดจากค่าร้อยละผิดพลาดสัมบูรณ์เฉลี่ยที่ต่ำที่สุด และนำค่าพยากรณ์ที่ได้มากำหนดนโยบายสินค้าคงคลัง ทั้งนี้บริษัทกรณีศึกษามีระบบการวางแผนทรัพยากรในการควบคุมสินค้าคงคลังอยู่แล้ว ในงานวิจัยนี้จึงนำเสนอระบบการควบคุมสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งคำนวณปริมาณการสั่งซื้อแบบประหยัด สินค้าคงคลังสำรอง และจุดสั่งซื้อสินค้าคงคลัง ผลการวัดประสิทธิภาพของนโยบายที่นำเสนอสำหรับสินค้าทั้ง 5 รายการพบว่า ต้นทุนสินค้าคงคลังรวมของนโยบายที่นำเสนอลดลงจากนโยบายปัจจุบันเท่ากับUSD 9,507.35 หรือคิดเป็นร้อยละ 29 จาก USD 32,947.77 ลดลงเหลือ USD 23,440.43 ส่วนระดับการให้บริการลูกค้าของนโยบายที่นำเสนอเพิ่มขึ้นจากนโยบายปัจจุบันเฉลี่ยร้อยละ 52 จากร้อยละ 59 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90 ตามเป้าหมายของบริษัทกรณีศึกษา


การบริหารความเสี่ยงในกระบวนการติดตั้งระบบ Erp เพื่อประยุกต์ใช้กับระบบการดำเนินงานของบริษัทอู่ต่อเรือ Abc, ศิรินทร์พัชร์ เอื้ออำพน 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การบริหารความเสี่ยงในกระบวนการติดตั้งระบบ Erp เพื่อประยุกต์ใช้กับระบบการดำเนินงานของบริษัทอู่ต่อเรือ Abc, ศิรินทร์พัชร์ เอื้ออำพน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะส่งผลกระทบให้เกิดความล้มเหลวต่อการดำเนินงานในกระบวนการติดตั้งระบบ ERP ซึ่งจัดเป็นกระบวนการหนึ่งของวัฏจักรชีวิตของโครงการระบบ ERP รวมถึงการเสนอแนวทางการจัดการสาเหตุของความเสี่ยงในกรณีศึกษาบริษัทอู่ต่อเรือ วิธีการวิจัยนี้ได้นำหลักการบริหารจัดการความเสี่ยง AS/NZS 4360:2004 มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบการดำเนินงานวิจัย ร่วมกับการทบทวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์เชิงลึกสำหรับบ่งชี้ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของแต่ละปัจจัยเสี่ยง และตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งกับทีมผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวมาประเมินความเสี่ยงและจัดเรียงอันดับระดับความสำคัญจากค่าความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสที่จะเกิดขึ้นและผลกระทบของแต่ละปัจจัยเสี่ยง โดยใช้วิธีระดมความคิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในโครงการของบริษัทกรณีศึกษา ผลการวิจัยในครั้งนี้สามารถรวบรวมปัจจัยเสี่ยงในกระบวนการติดตั้งระบบทั้งหมด 8 ปัจจัย จากการประเมินความเสี่ยง ทำให้ทราบว่าบริษัทต้องมีการจัดการลดระดับความเสี่ยงทั้ง 7 ปัจจัยที่อยู่ในระดับสูงมากและสูงเป็นอันดับแรก เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยการบริหารการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเป็นความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูงที่สุด ถึงเเม้ว่าปัจจัยการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานมีระดับความเสี่ยงต่ำที่สุดในปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด แต่เป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อโครงการได้ในระยะยาว ดังนั้นควรมีการเฝ้าติดตาม นอกจากนี้งานวิจัยได้เสนอแนะวิธีในการควบคุมและจัดการสาเหตุของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับบริษัทกรณีศึกษาสำหรับการวางแผนบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรับมือและป้องกันความล้มเหลวของการดำเนินโครงการระบบ ERP


การปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคา : กรณีศึกษาบริษัทผลิตเหล็ก, พฤกษณี สุขกุล 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคา : กรณีศึกษาบริษัทผลิตเหล็ก, พฤกษณี สุขกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคาในงานจัดซื้อ กรณีศึกษาบริษัทผลิตเหล็กก่อสร้าง เพื่อให้ %Contract coverage และ %Effectiveness มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับปัจจุบัน การวิจัยได้วิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการคัดเลือก โดยมีแนวทางจะคัดเลือกรายการวัสดุที่มีโอกาสเกิดการสั่งซื้อมาทำสัญญายืนราคา สามารถแบ่งข้อมูลเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ (1) รายการที่บริษัทมีข้อมูลอยู่แล้ว คือ รายการวัสดุกลุ่มสถานะ Fast Move เป็นรายการที่มีความถี่ในการใช้งานสูง มีโอกาสเกิดการสั่งซื้อมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งจากการพิสูจน์โดยใช้ประวัติการสั่งซื้อย้อนหลัง พบว่าจำนวนรายการวัสดุที่เกิดการสั่งการสั่งซื้อจริงมีมากกว่า 90% จากรายการทั้งหมด ข้อมูลชุดนี้มีความแม่นยำสามารถใช้เป็น Contract price list ใหม่ได้ (2) รายการที่เกิดจากคัดเลือกใหม่ 2 วิธี คือรายการวัสดุที่มีความแน่นอนในการสั่งซื้อที่ใช้ประวัติความถี่ในการสั่งซื้อคัดเลือก รวมกับ รายการวัสดุที่มีแผนการใช้งานที่ให้ตัวแทนผู้ใช้งานคัดเลือก ซึ่งจากการวัดผลประสิทธิภาพกลุ่มข้อมูลนี้สูงกว่าเมื่อเทียบกับปัจจุบัน สามารถใช้เป็น Contract price list ใหม่ได้ นอกจากนี้มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมในส่วนของรายการวัสดุที่เกิดการสั่งซื้อแต่ไม่ถูกคัดเลือกเพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกต่อไป เมื่อทำการปรับปรุงกระบวนการคัดเลือก นำข้อมูลส่วนที่ (1) และ (2) มารวมกันแล้ววัดประสิทธิภาพ ผลคือ % Contract coverage จะเพิ่มขึ้นประมาณ 6% จากทั้งหมด ขณะที่ % Effectiveness จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% แสดงว่า การปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคา ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นได้ ข้อมูลงานวิจัยนี้สามารถใช้นำเสนอเป็นเพื่อแนวทางในการตัดสินใจของบริษัทกรณีศึกษาในอนาคต


การปรับปรุงกระบวนการจัดการข้อมูลรหัสบริษัท โดยใช้แบบจำลองสถานการณ์ : กรณีศึกษาบริษัท Abc, นุสรา ชาติเวียง 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงกระบวนการจัดการข้อมูลรหัสบริษัท โดยใช้แบบจำลองสถานการณ์ : กรณีศึกษาบริษัท Abc, นุสรา ชาติเวียง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดการข้อมูลรหัสบริษัทของบริษัทกรณีศึกษา ABC ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากค่าดัชนีชี้วัดผลงงานด้านสัดส่วนคำขอที่ดำเนินการเสร็จทันเวลาต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ตั้งปต่ปี 2019 และลดลงอย่างต่อเนื่องในปี 2020 ผู้ศึกษาจึงได้จัดการประชุมระดมความคิดเห็นจากพนักงานภายในหน่วยงาน เพื่อวิเคราะห์กระบวนการทำงานโดยใช้เทคนิคการตั้งคำถาม 5W-1H เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆ และใช้เทคนิค ECRS กำหนดแนวทางในการปรุบปรุงทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) กำจัดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน 2) ลดการดำเนินการผ่านหลายระบบในเวลาเดียวกัน 3) ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่สร้างคุณค่า 4) ปรับปรุงร่วมกันตามรูปแบบที่ 1-3 โดยใช้แบบจำลองสถานการณ์ผ่านโปแกรมอารีนา ผลจากการศึกษาพบว่าการปรับปรุงโดยใช้เทคนิค ECRS ตามการปรับปรุงในรูปแบบที่ 4 ทำให้ระยะเวลาเฉลี่ยที่พนักงานใช้ในการดำเนินการคำขอลดลงเหลือเพียง 8.68 นาที และลดระยะเวลาคอยโดยรวมเฉลี่ยต่อคำขอเหลือ 6.03 นาที ซึ่งสอดคล้องกับระดับอรรถประโยชน์ของพนักงานในการทำงานบนระบบเฉลี่ยลดลงเหลือเพียงร้อยละ 14 และค่าดัชนีชี้วัดผลงานของสัดส่วนคำขอที่ดำเนินการเสร็จทันเวลาเพิ่มขึ้นร้อยละ 99.53


การวิเคราะห์หาคลังสินค้าแห่งใหม่โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ : กรณีศึกษาบริษัท Fmcg, ณิชาภัทร หมอกมืด 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การวิเคราะห์หาคลังสินค้าแห่งใหม่โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ : กรณีศึกษาบริษัท Fmcg, ณิชาภัทร หมอกมืด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริษัท FMCG เป็นบริษัทมีการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีสภาพคล่องการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาก และด้วยจำนวนของผู้ใช้สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องผลิตสินค้าในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นปี 2563 บริษัทมียอดความต้องการของสินค้าส่งออกที่มากขึ้น เนื่องจากฐานการผลิตที่ไทยได้เพิ่มจำนวนสินค้าและประเทศส่งออกที่มากขึ้น โดยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวจากเดิมและครอบคลุมความต้องการของทั้ง ASEAN จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความต้องการในการผลิตสินค้าที่มากขึ้น เมื่อความต้องการมากขึ้นวัตถุดิบในการผลิตและสินค้าสำเร็จรูปก็มากขึ้นพื้นที่หรือคลังสินค้าในการจัดเก็บจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้เพียงพอกับกับความต้องการที่มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังแต่ละคลังให้มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าที่เกินความจำเป็น เพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้า และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท การนำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากโรงงานการผลิตไปยังคลังสินค้าแห่งใหม่ และจากคลังสินค้าแห่งใหม่ไปยังท่าเรือกรุงเทพฯ เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ด้านภูมิศาสตร์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเลือกคลังสินค้าใหม่ที่จะทำการเช่าสามารถเพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการทำงานที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าอย่างสูงสุดและใช้งานคลังสินค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำการศึกษาจากตัวอย่างของกรณีคลังสินค้าที่อยู่ในอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง และอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการจำนวน 10 แห่ง


การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมของคลังสินค้า: กรณีศึกษา บริษัท Abc จำกัดโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น, เพ็ญพิมล อยู่รุ่งเรืองศักดิ์ 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมของคลังสินค้า: กรณีศึกษา บริษัท Abc จำกัดโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น, เพ็ญพิมล อยู่รุ่งเรืองศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process) ในการเลือกทำเลที่ตั้งคลังสินค้า โดยมีกรณีศึกษาเป็นบริษัทที่ให้บริการเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซื้อขายสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าตกแต่งบ้าน ตลอดจนให้บริการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทาง โดยมีการวิเคราะห์ปัจจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้ ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง ค่าแรงงาน ระยะทางระหว่างคลังกับผู้ขาย ระยะทางระหว่างคลังกับลูกค้า ความพร้อมทางด้านคมนาคม ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค สังคมและชุมชน และความเสี่ยงที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติ เพื่อนำมาพิจารณาทางเลือกที่ตั้งคลังสินค้าจำนวน 4 ทำเล การวิจัยได้นำปัจจัยและทางเลือกมาพัฒนาเป็นโครงสร้างแผนภูมิลำดับชั้นตามกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์จากแบบสอบถามเรื่องปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งคลังสินค้าพบว่า ผู้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับปัจจัยตามลำดับความสำคัญเรียงจากมากไปหาน้อย ดังนี้ อันดับหนึ่งคือระยะทางระหว่างคลังกับลูกค้า (26.91%) รองลงมาคือระยะทางระหว่างคลังสินค้ากับผู้ขาย (19.20%) ความพร้อมด้ามคมนาคม (14.36%) ค่าที่ดิน (10.04%) ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค (6.39%) ความเสี่ยงที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติ (6.37%) ค่าแรงงาน (6.22%) ค่าก่อสร้าง (5.3%) สังคมและชุมชน (5.23%) เป็นลำดับสุดท้าย โดยสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวไปนำเสนอเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งคลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษาในอนาคต


การเลือกที่ตั้งจุดจ่ายสินค้าที่เหมาะสม สำหรับอัตราค่าขนส่งคงที่กรณีศึกษา : ร้านค้าขนมหวานออนไลน์, ประภัสสร ตติปาณิเทพ 2020 บัณฑิตวิทยาลัย

การเลือกที่ตั้งจุดจ่ายสินค้าที่เหมาะสม สำหรับอัตราค่าขนส่งคงที่กรณีศึกษา : ร้านค้าขนมหวานออนไลน์, ประภัสสร ตติปาณิเทพ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาจุดจ่ายสินค้าที่เหมาะสม สำหรับสินค้าที่ Demand ไม่คงที่ โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อการตัดสิน (Optimization Modelling)เข้ามาวิเคราะห์ในฝั่งSupply ควบคู่ไปกับการจำลองสถานการณ์ฝั่ง Demand โดยใช้ Monte Carlo Simulation ผู้วิจัยใช้โปรแกรม Microsoft Excel เป็นซอฟแวร์หลักในการวิเคราะห์ทั้งสองฝั่ง ได้ผลสรุปว่า หากต้องการจะคิดอัตราค่าบริการขนส่งคงที่ 70 บาทจากลูกค้า ราคาเดียวทั่วกรุงเทพฯ จะต้องตั้งทั้งหมด 31 จุด โดยร้านค้าจะมีค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตไปยังจุดจ่ายสินค้าทั้งสิ้น 5272.41 บาทต่อวัน จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 211 หน่วย


Digital Commons powered by bepress