Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations and Supply Chain Management Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

3,937 Full-Text Articles 5,357 Authors 2,688,463 Downloads 193 Institutions

All Articles in Operations and Supply Chain Management

Faceted Search

3,937 full-text articles. Page 27 of 153.

From Bushels To Barrels: A Descriptive Analysis Of The U.S. Whiskey Industry, Ryan Murphy 2024 University of Kentucky

From Bushels To Barrels: A Descriptive Analysis Of The U.S. Whiskey Industry, Ryan Murphy

Theses and Dissertations--Agricultural Economics

This thesis provides a comprehensive analysis of the U.S. whiskey industry, emphasizing distilleries' geographic distribution, operational characteristics, and the agricultural landscapes surrounding them. Particular attention is given to the feasibility of U.S. distilleries locally sourcing grains used in production. Grain demand ranges were estimated for the 1,485 distilleries analyzed within this study. Using cropland and yield data from the USDA, local grain availability was approximated for comparison. Results indicate that a distillery's local sourcing feasibility is significantly impacted by its production capacity and geographic location.

Additionally, this research documents the development of an interactive web application designed to evaluate the …


การปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษาผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป, กฤษณะพงษ์ เกตุขุนทด 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษาผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป, กฤษณะพงษ์ เกตุขุนทด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบแนวทางการขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปในประเทศไทย โดยพิจารณาแนวทางการขนส่งหลัก 3 แนวทาง ได้แก่ คลังสินค้าเช่า และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั้งหมด คลังสินค้าสร้างเองในโรงงาน และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั้งหมด คลังสินค้าสร้างเองในโรงงาน และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกควบคู่กับการขนส่งผ่าน สถานีบรรจุและแยกสินค้า กล่องลาดกระบัง (Inland Container Depot: ICD) เพื่อขนส่งด้วยรถไฟไปที่ท่าเรือ การประเมินต้นทุนรวมในช่วงเวลา 10 ปี ดำเนินการภายใต้สมมติฐาน 3 กรณี ได้แก่ กรณีฐาน (Base Case) ที่ปริมาณส่งออกเติบโตปีละ 2%, กรณี High Demand ที่เติบโตปีละ 6% และกรณีที่ต้นทุนปรับตัวตาม Real GDP ที่ 1.8% ต่อปี ผลการศึกษา พบว่า แนวทางที่ 1 มีต้นทุนรวมต่ำที่สุดในกรณี Base Case แต่ไวต่อความผันผวนของต้นทุน ผันแปร แนวทางที่ 2 มีต้นทุนสูงที่สุดที่เกิดจากการลงทุนสร้างคลังสินค้า แต่สามารถรองรับปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการในอนาคตได้ ส่วนแนวทางที่ 3 แม้มีต้นทุนระดับกลางที่เกิดจากก่อสร้างคลังสินค้า แต่สามารถควบคุมต้นทุนด้านการขนส่งได้ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม พบว่ายังมีข้อจำกัดของระบบราง เช่น ความไม่แน่นอนของรอบรถ ตารางรถไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงและกระทบต่อความเชื่อมั่น ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการเลือกแนวทางขนส่งที่เหมาะสม และวางแผนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของการส่งออกในอนาคต


การเปรียบเทียบต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าและรถบรรทุกดีเซลขนาดใหญ่: กรณีศึกษาผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม, ศิริมา แสงชู 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การเปรียบเทียบต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าและรถบรรทุกดีเซลขนาดใหญ่: กรณีศึกษาผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม, ศิริมา แสงชู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership: TCO) และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในรูปของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ซึ่งวัดเป็นคาร์บอนฟุตพริ้นต์ (Carbon Footprint) ระหว่างรถบรรทุกไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) และรถบรรทุกดีเซล ภายใต้สภาพการใช้งานจริงในภาคโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลจากรถหัวลากขนาด 10 ล้อ 2 รุ่นที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกัน ได้แก่ รถดีเซลทั่วไป และรถไฟฟ้ายี่ห้อ NEX ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 282.62 กิโลวัตต์ชั่วโมง กรอบการวิเคราะห์ TCO ครอบคลุม 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ต้นทุนเริ่มต้น ต้นทุนการดำเนินงาน ค่าบำรุงรักษา และมูลค่าคงเหลือเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน โดยกำหนดช่วงเวลา 10 ปี อัตราคิดลดร้อยละ 8 ต่อปี และระยะทางเฉลี่ย 124,800 กิโลเมตรต่อปี สำหรับการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมใช้แนวทาง Life Cycle Assessment (LCA) ครอบคลุมช่วงการผลิต การใช้งาน และการกำจัด โดยอ้างอิงค่าปัจจัยการปล่อย (Emission Factor) สำหรับดีเซลที่ 2.68 กิโลกรัม CO₂/ลิตร และสำหรับไฟฟ้าที่ 0.404 กิโลกรัม CO₂/กิโลวัตต์ชั่วโมง ตามโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า BEV มีต้นทุนรวม (TCO) ตลอด 10 ปีที่ 19.07 ล้านบาท ต่ำกว่ารถดีเซลที่ 19.83 ล้านบาท และปล่อยคาร์บอนตลอดอายุการใช้งานที่ 931.04 ตัน CO₂e ซึ่งต่ำกว่ารถดีเซลเล็กน้อยที่ 935.65 ตัน CO₂e คิดเป็นส่วนต่างเพียง 0.5% สาเหตุสำคัญมาจากค่าการปล่อยของระบบไฟฟ้าในประเทศไทยที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า อย่างในงานของ MacLean & Lave (2003) และ O’Connell et …


The Impact Of Csa 2010 Metrics On Profitability Of Motor Carriers, Ahren Johnston 2024 North Carolina A & T State University

The Impact Of Csa 2010 Metrics On Profitability Of Motor Carriers, Ahren Johnston

Atlantic Marketing Journal

Comprehensive Safety Analysis (CSA) 2010 was launched in the third quarter of 2010 by the FMCSA despite the extreme trepidation of the motor carrier industry. The main focus of the new rules was to track seven metrics and make some of them publicly available to encourage carriers to hire safer drivers. This article examines the impact of CSA 2010 metrics on the profitability of motor carriers. In other words, is it more beneficial to adhere to all rules or break some of the rules and pay the fines when you are caught? The costs of poor CSA 2010 metrics could …


การเปรียบเทียบระหว่างการใช้ลังไม้บรรจุแบบใช้ครั้งเดียวกับลังเหล็กบรรจุแบบหมุนเวียนเพื่อการส่งออก, พจนฤทธิ์ สันติวงษ์เกษม 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การเปรียบเทียบระหว่างการใช้ลังไม้บรรจุแบบใช้ครั้งเดียวกับลังเหล็กบรรจุแบบหมุนเวียนเพื่อการส่งออก, พจนฤทธิ์ สันติวงษ์เกษม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และต้นทุนรวมขององค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีปริมาณการจัดส่งระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการใช้ลังไม้แบบใช้ครั้งเดียวกับลังเหล็กแบบหมุนเวียน โดยพิจารณาทั้งต้นทุนรวมและต้นทุนสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 36 เดือน (ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2021 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023) จากระบบ ERP ของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลปริมาณการใช้งานลังไม้และลังเหล็กในการส่งออกจริงรายเดือน เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการใช้ลังในระยะเวลา 10 ปี (ค.ศ. 2024–2033) ด้วยวิธี Holt-Winters Seasonal Method เพื่อประกอบการวางแผนสต็อกและคำนวณต้นทุนรวมตลอดช่วงอายุการใช้งานของระบบบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนที่วิเคราะห์แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ต้นทุนการผลิต เช่น ค่าวัสดุและค่าแรงในการประกอบลังไม้ ต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าขนส่งกลับ ค่าจัดเก็บ และค่าบำรุงรักษาสำหรับลังเหล็ก ต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนในระบบหมุนเวียน และต้นทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำนวณจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ แล้วแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า ลังไม้มีต้นทุนการผลิตซ้ำสูงในแต่ละปี ขณะที่ลังเหล็ก แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นและต้นทุนในการจัดการระบบหมุนเวียนที่สูงกว่า แต่สามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้หลายรอบ ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนรวมตลอดระยะเวลา 10 ปีของการใช้ลังไม้มีมูลค่า 169,153,244 บาท ในขณะที่ลังเหล็กมีต้นทุนรวม 108,630,858 บาท ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 60ล้านบาท แม้ว่าลังเหล็กจะมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมสูงกว่าลังไม้ประมาณ 500,000บาท อันเนื่องมาจากกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานมากกว่า แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวม ลังเหล็กยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะในระบบที่มีการบริหารจัดการการหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษานี้มีประโยชน์ในการสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านระบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายด้านต้นทุนและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว


การปรับปรุงความแม่นยำในการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์, ณฐมน รัตนวรากูล 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงความแม่นยำในการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์, ณฐมน รัตนวรากูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวแบบการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและกำหนดนโยบายการจัดการสินค้าคงคลังให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของบริษัทกรณีศึกษา โดยบริษัทมีการจัดทำข้อมูลพยากรณ์โดยทีมขายแต่ไม่ได้มีการนำมาใช้ในการวางแผนสั่งซื้อจริง ส่งผลให้เกิดปัญหาการมีสินค้าคงคลังเกินความจำเป็น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการขาดแคลนสินค้าในบางช่วงเวลาในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้จำแนกประเภทสินค้าโดยใช้เทคนิค ABC Analysis โดยพิจารณาจากมูลค่าการใช้งานประจำปี และคัดเลือกเฉพาะสินค้ากลุ่ม A และ B จำนวน 4 รายการ ได้แก่ A-001, A-013, B-003 และ B-014 มาทำการศึกษา จากนั้นจึงวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายเดือนย้อนหลังปี ค.ศ. 2023 เพื่อตรวจสอบรูปแบบของข้อมูล พบว่าสินค้าทั้งหมดไม่แสดงแนวโน้มหรือฤดูกาลที่ชัดเจน ภายหลังจากการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการคัดเลือกและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูล โดยใช้ดัชนีความคลาดเคลื่อน MAPE และ sMAPE เป็นเกณฑ์ประเมินผล จากผลการทดสอบพบว่าวิธี ARIMA ให้ค่าความคาดเคลื่อนต่ำที่สุดสำหรับสินค้า A-001, A-013 และ B-003 ในขณะที่วิธีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 3 เดือนให้ค่าความคาดเคลื่อนต่ำที่สุดสำหรับสินค้า B-014 โดยทั้ง 4 รายการสินค้าได้ค่า MAPE เฉลี่ยที่ 37.25% และ sMAPE เฉลี่ยที่ 29.21% เมื่อทดสอบกับข้อมูลยอดขายปี ค.ศ. 2024ในด้านการจัดการสินค้าคงคลัง ผู้วิจัยได้นำแนวคิดการสั่งซื้อแบบทบทวนตามช่วงเวลา (Periodic Review Policy) หรือ P-Model เพื่อคำนวณระดับการสั่งซื้อสูงสุด (Order-Up-To Level, OUL) และปริมาณการสั่งซื้อ (Order Quantity) สำหรับสินค้าแต่ละรายการ โดยอิงจากค่าพยากรณ์ความต้องการ ระยะเวลานำเข้า ช่วงเวลาทบทวน และระดับบริการที่ต้องการ ผลการประเมินแผนใหม่ที่นำเสนอพบว่าสามารถลดปริมาณสินค้าคงคลังเฉลี่ยลงได้ในทุกสินค้าทั้ง 4 รายการ โดยปริมาณสินค้าคงคลังเฉลี่ยลดลงทุกสินค้าเฉลี่ยร้อยละ 27.61 ในขณะที่สามารถลดต้นทุนรวมลงได้ 3 ใน 4 รายการ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงในกลุ่ม A ซึ่งสามารถลดต้นทุนรวมของระบบสินค้าคงคลังได้มากกว่า 25% สำหรับ A-001 ต้นทุนรวมลดลงจาก 1.80 ล้านบาท เหลือ 1.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 25.49% …


การปรับปรุงนโยบายการจัดซื้อสินค้าเครื่องมือแพทย์ในบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์แห่งหนึ่ง, ปฐมพร ยุทธนาปกรณ์ 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงนโยบายการจัดซื้อสินค้าเครื่องมือแพทย์ในบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์แห่งหนึ่ง, ปฐมพร ยุทธนาปกรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและปรับปรุงแนวทางการบริหารการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์การแพทย์ โดยมีเป้าหมายให้ระดับบริการ (Service level) ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 95% เนื่องจากนโยบายปัจจุบันมีการสั่งซื้อโดยไม่มีการดูสถานะของสต็อก ไม่มีการคำนึงถึงความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่มีการตระหนักว่าสินค้าจะเกิดการขาดมือ และสั่งสินค้าในปริมาณคงที่ทุก 3 เดือน โดยไม่ได้พิจารณาความผันผวนของความต้องการที่เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้สินค้าเกิดการขาดแคลน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลสินค้ากลุ่ม KORA จำนวน 20 รายการ และจัดกลุ่มสินค้าเป็นขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ รวมถึงเก็บข้อมูลจำนวนเคสการผ่าตัดและปริมาณการใช้สินค้าของแพทย์แต่ละท่าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ความแปรปรวนของข้อมูล พบว่าความต้องการสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงสูงทุกกลุ่ม จึงได้นำเสนอแนวทางปรับปรุงนโยบายการสั่งซื้อใหม่ 3 วิธี คือ 1.ใช้หลักการทางสถิติกำหนดระดับสต็อกเป้าหมาย (OUL) รายขนาดสินค้า 2.พยากรณ์ปริมาณความต้องการรายขนาดสินค้า แล้วใช้ผลพยากรณ์มากำหนด OUL 3.พยากรณ์จำนวนเคสรายแพทย์แล้วนำไปคำนวณหาปริมาณความต้องการสินค้า ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่านโยบายทั้งสามแบบสามารถช่วยเพิ่มระดับบริการและอัตราการเติมเต็มสินค้าให้บรรลุเป้าหมาย โดยพบว่านโยบายแบบแรกเหมาะกับสินค้าขนาดกลาง ขณะที่นโยบายแบบที่สองเหมาะกับสินค้าขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งบริษัทควรนำแนวทางที่เหมาะสมแต่ละขนาดสินค้าไปใช้อย่างผสมผสาน เพื่อประสิทธิภาพการจัดซื้อที่สูงที่สุด


การเปรียบเทียบปัญหากระบวนการนำเข้าสินค้าของบริษัทในเครือ, ปรีญาภรณ์ บุราคร 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การเปรียบเทียบปัญหากระบวนการนำเข้าสินค้าของบริษัทในเครือ, ปรีญาภรณ์ บุราคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการปรับปรุงกระบวนการนำเข้าสินค้าในสี่ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาด้านการบริหารจัดการเอกสาร การดำเนินพิธีการศุลกากร การขอใบอนุญาตนำเข้า และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระยะเวลาในการนำเข้าสินค้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ผลการศึกษา พบว่าทั้งสี่ประเทศมีความเหมือนกันในลักษณะของปัญหา เช่น ความล่าช้าในการขนส่งและกระบวนการศุลกากร การเพิ่มขึ้นของต้นทุนแฝง เช่น ค่าเก็บสินค้า ค่าปรับ และค่าขนส่ง รวมถึงความจำเป็นในการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานราชการ อาทิ กรมศุลกากร กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานกำกับดูแลสินค้าเฉพาะประเภท นอกจากนี้ ยังพบว่า วิธีการแก้ไขปัญหาที่ใช้ได้ผล คือ การเตรียมเอกสารล่วงหน้า การตรวจสอบความถูกต้องก่อนการส่งออก และการบริหารจัดการการประสานงานกับตัวแทนและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเฉพาะของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เช่น ประเทศเวียดนามประสบปัญหาการสะสมของสินค้าคงคลัง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอัตราการจำหน่ายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ กัมพูชาและมาเลเซียมีปัญหาด้านการขอใบอนุญาตและความไม่ครบถ้วนของเอกสารจดทะเบียนบริษัท ส่วนฟิลิปปินส์มีปัญหาขาดหลักฐานการชำระเงินที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินการศุลกากร จากผลการวิจัยนี้ ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อวางแผนการนำเข้าสินค้าอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผลในระดับภูมิภาค


การปรับปรุงกระบวนการรับคืนของสินค้าแฟชั่นในธุรกิจระหว่างองค์กร, เตธรรศ ตรีศิลป์ปัญญากุล 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงกระบวนการรับคืนของสินค้าแฟชั่นในธุรกิจระหว่างองค์กร, เตธรรศ ตรีศิลป์ปัญญากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการรับคืนสินค้าแฟชั่นในธุรกิจระหว่างองค์กร (B2B) โดยมุ่งเน้นการลดระยะเวลาในการดำเนินงานและลดต้นทุนที่เกิดจากการทำงานล่วงเวลา (Overtime) ผ่านการประยุกต์ใช้แนวคิด Lean Six Sigma (DMAIC) ร่วมกับเทคโนโลยีสารสนเทศประเภท Radio Data Terminal (RDT) ภายในคลังสินค้าของบริษัท ABC จำกัด การศึกษานี้เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาและจุดที่ขาดประสิทธิภาพในกระบวนการเดิม แม้บางกิจกรรม เช่น การตรวจสอบคุณภาพ จะถือเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่า (Value-Added Activities) แต่กลับใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ (Lead Time) สูง เนื่องจากมีการจัดเก็บสินค้าที่ไม่เป็นระบบ การคัดแยกซ้ำซ้อน และการพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงกระบวนการโดยนำเทคโนโลยี RDT เข้ามาสนับสนุนในขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบคุณภาพ การคัดแยกสินค้า และการบรรจุสินค้าลงกล่องใหม่ภายใต้ระบบเดียวกัน ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดจากแรงงานมนุษย์ และเพิ่มความแม่นยำในการจัดเก็บข้อมูลผลการวิจัยพบว่า ค่าใช้จ่ายจากการทำงานล่วงเวลาลดลงจาก 550,800 บาท เหลือเพียง 80,648.48 บาทต่อเดือน จำนวนขั้นตอนในกระบวนการลดลงจาก 10 ขั้นตอน เหลือเพียง 4 ขั้นตอน ขณะที่ Lead Time และ Production Time ลดลงจาก 55 ชั่วโมง เหลือ 34.21 ชั่วโมง คิดเป็นการลดลงร้อยละ 37.8 โดยที่จำนวนแรงงานคงที่ที่ 35 คน แต่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มทรัพยากรหรือระยะเวลาการทำงาน การปรับปรุงกระบวนการในครั้งนี้จึงส่งผลให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ


การปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ขายเครื่องปรับอากาศ, ชัชชน เลิศจินตนากิจ 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ขายเครื่องปรับอากาศ, ชัชชน เลิศจินตนากิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังของบริษัทขายเครื่องปรับอากาศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มระดับการให้บริการไม่น้อยกว่า 95% และลดต้นทุนในการจัดเก็บสินค้าให้น้อยที่สุด การดำเนินงานเริ่มจากการศึกษาข้อมูลความต้องการสินค้าของลูกค้าย้อนหลัง 3 ปี ข้อมูลตั้งแต่ปี 2563 ถึงปี 2566 และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการจำแนกความสำคัญของสินค้าแบบ ABC เพื่อระบุสินค้าที่มีความสำคัญสูงสุด และ Demand Classification เพื่อแบ่งกลุ่มตามประเภทความต้องการสินค้า จากนั้นใช้เทคนิคการพยากรณ์ วิเคราะห์หาค่าพยากรณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต เพื่อกำหนดนโยบายสินค้าคงคลังที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนการสั่งซื้อ ต้นทุนการเก็บรักษา และความเสี่ยงของสินค้าขาดมือ โครงงานได้นำเสนอแนวทางการปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังผ่านการจำลองสถานการณ์แบบต่าง ๆ เช่น แบบจำลองจุดสั่งซื้อ และแบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย พร้อมทั้งประเมินประสิทธิภาพด้วยเกณฑ์การวัดความแม่นยำของการพยากรณ์ด้วยวิธีร้อยละของค่าสัมบูรณ์ของค่าคลาดเคลื่อนเมื่อเทียบกับค่าความต้องการจริงโดยเฉลี่ย ผลการวิเคราะห์พบว่าสามารถปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บสินค้าได้ และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ดีขึ้น ตรงตามเป้าหมายที่กำหนด


การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์สำหรับบริษัทผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด, ธนานันท์ เรืองฉายา 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์สำหรับบริษัทผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด, ธนานันท์ เรืองฉายา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันอุตสาหกรรมน้ำดื่มบรรจุขวดมีการแข่งขันที่รุนแรง ประกอบกับสินค้ามีลักษณะคล้ายกันและราคาต่างกันไม่มาก บริษัทในกรณีศึกษายังไม่มีการบริหารจัดการวัตถุดิบและนโยบายการสั่งซื้อที่ชัดเจน ส่งผลให้มีวัตถุดิบคงคลังเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการบริหารวัตถุดิบ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการคลังสินค้าเพื่อลดต้นทุนและรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยไม่ให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ ในการดำเนินงานวิจัยได้ศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 36 เดือน (ม.ค. 2564 – ธ.ค. 2566) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการใช้วัตถุดิบและพัฒนาแบบจำลองสินค้าคงคลัง โดยเปรียบเทียบระหว่างแบบจำลองจุดสั่งซื้อและปริมาณการสั่งคงที่ (OPOQ) กับแบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย (OUL) โดยใช้ข้อมูลในปี 2567 เมื่อได้ดำเนินการทดลองผู้วิจัยได้สังเกตเห็นรูปแบบของความต้องการใช้วัตถุดิบบางตัวที่มีช่วงเดือนที่มีความต้องการใช้ที่ลดลงเหมือนกันทั้ง 3 ปี จึงได้เสนอนโยบายที่มีการปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความต้องการในแต่ละช่วงเวลาทั้งนโยบายจุดสั่งซื้อและปริมาณการสั่งคงที่ และนโยบายระดับคงคลังเป้าหมายเพิ่มในการวิจัยอีกด้วย พบว่าเมื่อสั่งซื้อฉลากสำหรับขวดขนาด 600 มล. ด้วยนโยบายระดับคงคลังเป้าหมายที่มีการปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความต้องการ ที่รอบการสั่ง 4 สัปดาห์,ฉลากสำหรับขวดขนาด 1,500 มล. ด้วยนโยบายจุดสั่งซื้อและปริมาณการสั่งคงที่, ฝา ด้วยนโยบายจุดสั่งซื้อและปริมาณการสั่งคงที่ที่มีการปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความต้องการ และวัสดุห่อหุ้ม ด้วยนโยบายระดับคงคลังเป้าหมายที่มีการปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความต้องการ ที่รอบการสั่ง 6 สัปดาห์ จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารวัตถุดิบที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับปัจจุบัน และนโยบายทางเลือกอื่น โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมลงเมื่อเทียบกับปัจจุบันไปได้ถึง 45.03%, 37.87%, 47.57% และ 40.54% ตามลำดับ โดยที่ไม่เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ


การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการขนส่งทางเรือสำหรับกิจการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง, จุมพล สุภาพรูป 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการขนส่งทางเรือสำหรับกิจการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง, จุมพล สุภาพรูป

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การขนส่งทางเรือมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะในกิจกรรมการสำรวจและผลิตนอกชายฝั่ง ซึ่งการใช้พื้นที่บนเรือขนส่งสินค้า (deck cargo) มีการใช้ประโยชน์เพียง 63.57% ในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าไปยังแท่นผลิตหลายแห่งยังคงใช้เส้นทางตรง ซึ่งต้องพึ่งพาเรือรับส่งพนักงานในการขนย้ายพนักงานและขับเครนยกสินค้าที่แท่นผลิต สำหรับสินค้าในประเภท bulk cargo แม้ว่าจะมีการขนส่งตามความจุของเรือในแต่ละรอบ แต่บางครั้งแท่นขุดเจาะปลายทางไม่สามารถรับสินค้าได้เนื่องจากยังไม่มีการใช้สินค้าและพื้นที่ไม่เพียงพอในการรับสินค้าเพิ่ม งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนการขนส่ง โดยการลดจำนวนรอบการขนส่งจาก 4 รอบเหลือ 3 รอบต่อสัปดาห์ และปรับปรุงเส้นทางการเดินเรือโดยใช้ทฤษฎี spoke-hub distribution ในการรวมสินค้าให้เหมาะสมที่แท่นผลิตที่คัดเลือก พร้อมใช้เรือรับส่งพนักงานในการกระจายสินค้า อีกทั้งยังใช้ระบบการวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP) สำหรับการสั่งซื้อสินค้า bulk cargo เพื่อลดต้นทุนการใช้น้ำมันของเรือขนส่ง ผลลัพธ์จากการจำลองสถานการณ์พบว่าแนวทางนี้สามารถลดต้นทุนการใช้น้ำมันได้ระหว่าง 26.74% ถึง 28.43% การปรับปรุงที่เสนอไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการใช้พื้นที่บนเรือขนส่ง อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งเกินความจำเป็นและเพิ่มความสามารถในการรองรับสินค้าในแต่ละรอบได้มากขึ้น ทำให้กระบวนการขนส่งสินค้าทางเรือมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


การประเมินผู้ขายภายใต้นโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน: กรณีของโซ่อุปทานอาหาร, มนสิชา เกตุสุข 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การประเมินผู้ขายภายใต้นโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน: กรณีของโซ่อุปทานอาหาร, มนสิชา เกตุสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการประเมินผู้ขายภายใต้นโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน โดยใช้กรณีศึกษาในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการประเมินผู้ขายกลุ่มวัตถุดิบหลัก (Raw Materials: RM) และบรรจุภัณฑ์หลัก (Packaging: PK) ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณร้อยละ 80 ของการจัดซื้อทั้งปี กรอบการประเมินได้บูรณาการเกณฑ์ใน 3 มิติของความยั่งยืน ได้แก่ มิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสะท้อนศักยภาพของผู้ขายอย่างรอบด้าน ภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูลเชิงคุณภาพและความไม่แน่นอน งานวิจัยจึงประยุกต์ใช้เทคนิค Fuzzy TOPSIS ซึ่งสามารถวิเคราะห์และจัดลำดับผู้ขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์ความใกล้เคียง (Closeness Coefficient: CCi) เป็นตัวชี้วัดหลัก ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า Fuzzy TOPSIS สามารถจำแนกกลุ่มผู้ขายตามระดับความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน ช่วยลดอคติจากการตัดสินใจเชิงอัตวิสัย และสนับสนุนการวางกลยุทธ์บริหารจัดการผู้ขายอย่างเป็นระบบ ข้อเสนอแนะแนวทางการวิจัยในอนาคต ได้แก่ การเก็บข้อมูลในระยะยาว การขยายกรอบการศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น การประยุกต์ใช้เทคนิคการตัดสินใจแบบผสม และการเชื่อมโยงผลลัพธ์กับตัวชี้วัดทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเชื่อมโยงกับการดำเนินงานจริงขององค์กร


การปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการจัดจำหน่าย กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปาลินี วิงวอน 2024 บัณฑิตวิทยาลัย

การปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการจัดจำหน่าย กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปาลินี วิงวอน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ที่เหมาะสมสำหรับสินค้ากลุ่มที่มีปัญหาการขาดแคลนและต้องการปรับระดับความพร้อมของสินค้า (Availability) ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกรณีศึกษากำหนดที่ 90% โดยเลือกศึกษาชิ้นส่วนอะไหล่จำนวน 5 รายการที่มีปริมาณการสะสม Backlog สูง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้บริการหลังการขายของบริษัทกรณีศึกษาและส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมในระยะยาวผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะความต้องการของแต่ละสินค้า เพื่อหาวิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสม โดยคำนวณความแม่นยำของการพยากรณ์ด้วย MAD, MAPE และ RMSE โดยเลือกวิธีการพยากรณ์ที่ให้ค่า MAPE ที่ต่ำที่สุด จากนั้นจึงเริ่มออกแบบนโยบายคำสั่งซื้อโดยใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย Order-Up-To Level (OUL) ร่วมกับการกำหนดพัสดุสำรองคลัง (Safety Stock) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของการพยากรณ์ และมีการกำหนดระดับการให้บริการ (Cycle Service Level: CSL) ตามที่ทางบริษัทกรณีศึกษากำหนด จากนั้นนำผลการทดลองมาทดสอบโดยเปรียบเทียบระหว่างนโยบายเดิมกับนโยบายที่เสนอใหม่ พบว่านโยบายใหม่สามารถลดความถี่ของเหตุการณ์ร้างพัสดุและช่วยปรับปรุงระดับความพร้อมของสินค้าให้ดีขึ้นจากนโยบายการดำเนินงานในปัจจุบันจากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อของแผนนโยบายใหม่ช่วยลดต้นทุนรวมได้ในทุก SKU โดยเฉพาะต้นทุนจากการขาดสินค้า (Shortage Cost) และช่วยปรับปรุง Fill Rate ให้ดีขึ้น แม้ผลลัพธ์แสดงถึงแนวโน้มที่ดีแต่การนำนโยบายไปใช้จริงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ความไม่เพียงพอของข้อมูลที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด (SKU01) ระยะเวลาคอยที่ยาว (SKU04) และการขาดสต็อกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย (SKU05) ดังนั้น การปรับใช้นโยบายควรอยู่บนพื้นฐานของการประเมินความพร้อมด้านทรัพยากรภายในองค์กรด้วย และปฏิบัติควบคู่ไปกับการวางระบบสนับสนุน เช่น การจัดกลุ่มสินค้าตามความสำคัญ (ABC/XYZ) การเสริมความแม่นยำของการพยากรณ์ และการกำหนดระดับบริการที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการกำหนดระดับบริการที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจของทางบริษัท


Effects Of The Covid-19 Crisis On Seafarers And Shipping, Raphael Baumler, María Carrera-Arce, Johan Hollander, Magnus Broström, Karolina Stark 2024 World Maritime University

Effects Of The Covid-19 Crisis On Seafarers And Shipping, Raphael Baumler, María Carrera-Arce, Johan Hollander, Magnus Broström, Karolina Stark

Reports

The report is a testament to the remarkable resilience of the ships and port interface, and the adaptability of port workers and seafarers during the COVID-19 crisis. It also brings to light the vulnerabilities and trends within the sector. The ability of these workers to manage the shockwave ensured that trade flow continued, sustaining the world. However, this period had severe impacts on their livelihoods, starkly highlighting the industry’s inadequate consideration of its human element and the rapid pace of digitalization. The research employed a unique combination of quantitative and qualitative approaches to explore and cross-validate information. This included an …


Capturing Value In Emerging Markets: A Real Options Perspective On Resilience And Risk, Alexander Castillo 2024 Claremont Colleges

Capturing Value In Emerging Markets: A Real Options Perspective On Resilience And Risk, Alexander Castillo

CMC Senior Theses

This paper examines the evaluation of investment opportunities in emerging markets (EMs) through real options analysis, against the backdrop of their unique risk profiles and the recent trend of EMs exhibiting resilience in economic performance. While EMs are associated with high growth rates and infrastructure gaps, they have shown adaptability, particularly in monetary policy responses to inflation. This paper explores the sensitivity of net present value (NPV) and real options (RO) to changes in the capital asset pricing model, adapting the yield spread to capture default risk and local risk-free rates. Utilizing oil benchmark price data, the paper constructs a …


Examining The Influence Of Adoptability, Alignment, And Agility Approaches On The Sustainable Performance Of Aviation Industry: An Empirical Investigation Of Supply Chain Perspective, Sonia Nazeer, Hassan Mujtaba Nawaz Saleem, Muhammad Shafiq 2024 Institute of Bsuiness, Management and Administrative Sciences, The Islamia University of Bahawalpur, Paksitan

Examining The Influence Of Adoptability, Alignment, And Agility Approaches On The Sustainable Performance Of Aviation Industry: An Empirical Investigation Of Supply Chain Perspective, Sonia Nazeer, Hassan Mujtaba Nawaz Saleem, Muhammad Shafiq

International Journal of Aviation, Aeronautics, and Aerospace

In a continuously changing environment, the aviation sector faces the challenge of balancing adaptability to technological changes, alignment with environmental and social considerations, and agility in responding to unforeseen challenges. Keeping in view these challenges this study has explored the impact of the adaptability, alignment, and agility approaches on the sustainable performance of the aviation industry operating in Pakistan. Applying the empirical and quantitative methods the data has been collected from the professionals of the aviation industry supply chain and operations field and assessed the influence of Adoptability, Alignment, and Agility on sustainable performance indicators, including environmental stewardship, social responsibility, …


Two Essays To Encourage Agritourism Cluster Development In The Appalachian Region: An Analysis Of Agritourism Operation Regarding Clustering And Toolkit Curriculum For Cluster Development, OLUWATOYIN ADEBISI 2024 West Virginia University

Two Essays To Encourage Agritourism Cluster Development In The Appalachian Region: An Analysis Of Agritourism Operation Regarding Clustering And Toolkit Curriculum For Cluster Development, Oluwatoyin Adebisi

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

This study focused on encouraging agritourism operators in the study area to engage in clustering. Collaboration within networks and clusters is strongly encouraged as a catalyst for accelerating industrial transformation, developing regional competitive advantages, and boosting company and job creation. All these factors ultimately contribute to economic progress and prosperity. A snowball sampling method was used to survey 192 agritourism operators, with 145 responses meeting the inclusion criteria for analysis. Exploratory factor analysis was employed to identify factors contributing to agritourism business development in the selected six states. Based on a linear regression model, the findings reveal that net income …


Uncovering The Green Procurement Knowledge Structure: A Systematic Citation Network Analysis, Abderahman Rejeb, Karim Rejeb, Andrea Appolloni, John G. Keogh, Mohammad Iranmanesh 2024 Edith Cowan University

Uncovering The Green Procurement Knowledge Structure: A Systematic Citation Network Analysis, Abderahman Rejeb, Karim Rejeb, Andrea Appolloni, John G. Keogh, Mohammad Iranmanesh

Research outputs 2022 to 2026

Recently, academics and practitioners have devoted considerable attention to studying green procurement. Due to the growing number of articles in this fast-evolving domain, it is critical to examine the current body of knowledge thoroughly. The knowledge structure and dissemination channels in this field have been systematically examined for the first time. Four hundred fifty-two Scopus journal articles were analysed using keyword co-occurrence network and main path analysis (MPA) to identify the important research topics and historical evolution of green procurement research. The findings indicate that the literature focuses on multiple topics, including green supply chain management, sustainable public procurement, sustainability, …


Applications Of Ai/Ml In Maritime Cyber Supply Chains, Rafael Diaz, Ricardo Ungo, Katie Smith, Lida Haghnegahdar, Bikash Singh, Tran Phuong 2024 Old Dominion University

Applications Of Ai/Ml In Maritime Cyber Supply Chains, Rafael Diaz, Ricardo Ungo, Katie Smith, Lida Haghnegahdar, Bikash Singh, Tran Phuong

School of Cybersecurity Faculty Publications

Digital transformation is a new trend that describes enterprise efforts in transitioning manual and likely outdated processes and activities to digital formats dominated by the extensive use of Industry 4.0 elements, including the pervasive use of cyber-physical systems to increase efficiency, reduce waste, and increase responsiveness. A new domain that intersects supply chain management and cybersecurity emerges as many processes as possible of the enterprise require the convergence and synchronizing of resources and information flows in data-driven environments to support planning and execution activities. Protecting the information becomes imperative as big data flows must be parsed and translated into actions …


Digital Commons powered by bepress