การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างพาเลทแบบใช้ครั้งเดียวและพาเลทแบบหมุนเวียนของบริษัท : กรณีศึกษา ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างพาเลทแบบใช้ครั้งเดียวและพาเลทแบบหมุนเวียนของบริษัท : กรณีศึกษา ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก, สิริพร เหล่าวงษ์สิริวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า ในด้านต้นทุนรวม ในการใช้พาเลทพลาติกหมุนเวียนหรือพาเลทไม้หมุนเวียน เพื่อทดแทนการใช้พาเลทไม้แบบใช้ครั้งเดียว เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัทกรณีศึกษา ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก งานวิจัยฉบับนี้ประกอบไปด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง และการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องในการจัดเตรียมสินค้า การนับจำนวนสินค้า การจัดส่ง และการทำรับสินค้า ต่อมานำข้อมูลที่รวบรวมได้มาคำนวณประมาณการจำนวนพาเลทหมุนเวียนที่เหมาะสมในอนาคตและต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งเปรียบเทียบระหว่างการใช้พาเลทไม้ใช้ครั้งเดียวและพาเลทหมุนเวียน ผลการวิจัย พบว่าการลงทุนสำหรับพาเลทไม้หมุนเวียน มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 3,422,441.70 บาท และพาเลทพลาสติกหมุนเวียนอยู่ที่ 3,198,231.26 บาท ดังนั้น ผู้วิจัยจึงแนะนำให้บริษัทกรณีศึกษาเปลี่ยนจากการใช้งานพาเลทไม้ใช้ครั้งเดียวมาเป็นพาเลทไม้หมุนเวียน เนื่องจาก ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้รับมีค่าสูงกว่า และโครงการนี้คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งวิจัยฉบับนี้สามารถนำมาเป็นแนวทางให้บริษัทสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าต่อไป
การเปรียบเทียบการลงทุนของธุรกิจขนส่งที่ใช้รถเทรลเลอร์ดั๊มและพื้นเรียบ,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การเปรียบเทียบการลงทุนของธุรกิจขนส่งที่ใช้รถเทรลเลอร์ดั๊มและพื้นเรียบ, วลัยลักษณ์ สุขวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบ รายได้ ต้นทุนและผลตอบแทน สำหรับใช้เป็นแนวทางการลงทุนในอนาคตของธุรกิจขนส่งที่ใช้รถเทรลเลอร์ดั๊มในการขนส่งวัสดุก่อสร้าง(หิน,ทราย) กับ ธุรกิจขนส่งที่ใช้รถเทรลเลอร์พื้นเรียบในการขนส่งเหล็กม้วน โดยการศึกษาข้อมูลรายได้ ต้นทุน ของธุรกิจรถบรรทุกทั้ง 2 ประเภท ของบริษัทตัวอย่าง A ระหว่างปี พ.ศ. 2558-2563 นำข้อมูลมาวิเคราะห์หาผลตอบแทนในการลงทุน โดยพิจารณาจากระยะเวลาคืนทุน (Payback Period :PB), มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value :NPV) และอัตราผลตอบแทนจากโครงการ (Internal Rate of Return :IRR) โดยใช้วิธีการกำหนดสถานการณ์ (Scenario Analysis) เปรียบเทียบปีที่ดีที่สุด (Best Year), ปีปกติ(Base Year) และปีที่แย่ที่สุด(Worst Year) ของทั้ง 2 อุตสาหกรรม ผลของการศึกษาจากการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ทางการเงินทั้ง 3 ชนิด สรุปผลการวิจัยได้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกันในทุกสถานการณ์ คือ การลงทุนธุรกิจขนส่งวัสดุก่อสร้างที่ใช้รถเทรลเลอร์ดั๊มคุ้มค่ากว่ารถเทรลเลอร์พื้นเรียบที่ขนส่งเหล็กม้วน บริษัทควรลงทุนซื้อรถเทรลเลอร์ดั๊มเพื่อขนส่งวัสดุก่อสร้างในการขยายกิจการในอนาคต แต่หากสถานการณ์ ณ ตอนที่จะตัดสินใจลงทุนนั้น อุตสาหกรรมการก่อสร้างถดถอย และบริษัทฯมีโอกาสที่จะสามารถขยายการลงทุนในรถพื้นเรียบที่ขนส่งเหล็กม้วนเพื่อการกระจายความเสี่ยง ก็ยังสามารถลงทุนได้ เนื่องจากผลการวิเคราะห์ทางการเงินนั้นผ่านเกณฑ์ในการลงทุน ได้แก่ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เป็นบวก และ อัตราผลตอบแทนภายในจากการลงทุน (IRR) มากกว่าต้นทุนของเงินทุน(WACC)
การปรับปรุงกระบวนการงานจัดซื้อ : กรณีศึกษาธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าของบริษัท A,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การปรับปรุงกระบวนการงานจัดซื้อ : กรณีศึกษาธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าของบริษัท A, นิชาภัทร พันธ์เมือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อและมีเป้าหมายในการเริ่มต้นในการในการปรับปรุงกระบวนการของบริษัทกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตไฟฟ้า บริษัทปรับใช้การจัดการการจัดซื้อแบบรวมศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับทีมจัดซื้อ 6 ทีมที่จัดกลุ่มตามสินค้าโภคภัณฑ์ การสำรวจเกี่ยวกับใบขอซื้อที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 พบว่ามีคำขอสั่งซื้อจำนวนมากทำให้เกิดปัญหากับแผนกต่างๆ ที่ต้องการซื้อสินค้า ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา การศึกษานี้จึงไม่สามารถจัดการกับผลิตภัณฑ์ทุกประเภทได้ แต่จะเน้นที่การจัดซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น การศึกษารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทางธุรกิจที่ครอบคลุมกระบวนการย่อยที่สำคัญ รวมทั้งการรับ PR การตรวจสอบ PR การจัดหาและคัดเลือกการจัดหา การจัดการซัพพลายเออร์ การส่งมอบ และการจัดการสัญญา จากนั้นการศึกษาจะใช้แนวคิดแบบลีนเพื่อประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการและค้นหากิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่า การศึกษาได้เสนอเทคนิค ECRS (Eliminate, Combine, Rearrange, and Simplify) เพื่อปรับปรุงกระบวนการและแสดงให้เห็นศักยภาพในการลดระยะเวลาปฏิบัติงานโดยระยะเวลาการสั่งซื้อลดลง 86% ของระยะเวลาก่อนปรับปรุง เดิมใช้เวลา 27,223 นาทีโดยประมาณในการจัดซื้อให้กับ 26 โรงไฟฟ้า ซึ่งหลังจากปรับปรุงกระบวนการใช้เวลา 3,693 นาที
Gis Mapping Evaluation Of Stroke Service Areas In Bangkok Using Emergency Medical Services,
2021
Graduate School
Gis Mapping Evaluation Of Stroke Service Areas In Bangkok Using Emergency Medical Services, Kiatirat Sreemongkol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, stroke is the leading cause of death in Thailand. Patients must be treated within 4.5 hours from symptom onset to increase recovery rate. Time is therefore a critical factor of the success or failure of the treatments. The objective of this research is to investigate the service coverage of various healthcare centers through current Emergency Medical Services (EMS) in Bangkok. To get service coverages for Stroke in Bangkok, the updated speed of the traffic and the amount of time it takes for each mode of transport for the pre-hospital stroke process are collected and examined using GIS mapping. The …
Contributing Factors In Aircraft Accidents Triggering Fatalities,
2021
Graduate School
Contributing Factors In Aircraft Accidents Triggering Fatalities, Prakayphet Chalayonnawin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Air transport has always been considered the safest way to travel. It has contributed numerous economic and social benefits, for instance, connecting multimodal modes of transportation, increasing employment, driving global and local economic activities, reducing travel time and generating trade, tourism, and services, connecting people and countries, and supporting humanitarian activities in a remote rural area. Historical records on the fatality ratio suggested that air transportation has the highest likelihood of accidents (occurrences with fatalities) when compared to all other transportation modes, including highway, railroad, and water. Then, when an accident occurs, it largely affects various stakeholders. This study aims …
The Healthcare Information For Patient Referral,
2021
Graduate School
The Healthcare Information For Patient Referral, Veerawan Aumpanseang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Despite the cooperative sharing of Health Information Exchange (HIE), various distinct limitations and barriers are found, i.e., substantial time and resources are being used to achieve health information. This paper aims to investigate the limits of healthcare information sharing policy implementation and assorts the critical and shareable set of relevant healthcare information to patient referral systems in Thailand. Mixed-methods research methodology, both quantitative and qualitative mechanisms are conducted. The study results present the correlation between the current healthcare information exchange among the hospitals in patient referral systems and the limitations of implementing the HIE policy composed of technical, economic, political, …
แบบจำลองทางเลือกเชิงพื้นที่สำหรับการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรณีศึกษา พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากประจำ จังหวัดสุโขทัย,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
แบบจำลองทางเลือกเชิงพื้นที่สำหรับการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรณีศึกษา พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากประจำ จังหวัดสุโขทัย, ณรัช วรากุลภิญโญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อุทกภัยเป็นภัยธรรมชาติประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดซึ่งเกิดจากฝนตกหนัก หิมะละลายอย่างรวดเร็ว คลื่นพายุจากพายุไซโคลนเขตร้อนหรือสึนามิในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน และคาดว่าความถี่และความรุนแรงของน้ำท่วมจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยมักเกิดภัยพิบัตินี้อยู่เสมอ ซึ่งจังหวัดสุโขทัยเป็นอีกหนึ่งที่ต้องเผชิญกับปรากฏการณ์นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าจะมีแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2563 แต่พื้นที่อพยพบางส่วนยังคงอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก วัตถุประสงค์ในศึกษาจึงทำการหาที่ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่ออพยพประชาชนในพื้นที่และผู้ประสบภัยที่ต้องการสถานพยาบาล และหาเส้นทางที่เหมาะสมและสะดวกแก่ประชาชนในการอพยพจากหมู่บ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวและไปยังโรงพยาบาล การศึกษานี้ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และฟังก์ชันโซเวอร์ในไมโครซอฟต์ เอกซ์เซล เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว จากผลการวิจัยพบว่าในพื้นที่ที่ทำการศึกษามีหมู่บ้านจำนวน 41 หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากประจำ แล้วสถานที่ตั้งโรงเรียนเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยแบ่งการคำนวณออกเป็นร้อยละ 50 60 70 80 90 และ 100 ของประชากร ผลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์ คือ จำนวนศูนย์พักพิงชั่วคราวสามารถรองรับผู้อพยพได้เพียงพอและมีระยะทางเฉลี่ยจากศูนย์พักพิงชั่วคราวไปยังโรงพยาบาลสั้นกว่าแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่ระยะทางเฉลี่ยรวมมากขึ้น
กระบวนการพัฒนาแบบจำลองรูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟ : กรณีศึกษา : ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี (กรุงเทพ-เชียงใหม่),
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
กระบวนการพัฒนาแบบจำลองรูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟ : กรณีศึกษา : ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี (กรุงเทพ-เชียงใหม่), อมรเทพ จันทร์สว่าง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกระบวนการพัฒนาแบบจำลองรูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟ ซึ่งเป็นการศึกษารูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟที่สร้างรายได้สูงสุด และระบุจุดเด่น-จุดด้อยของแต่ละแบบจำลอง โดยใช้ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี (กรุงเทพ-เชียงใหม่) เป็นกรณีศึกษา ในการพัฒนาแบบจำลองนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.ส่วนของข้อมูลสำหรับการสร้างแบบจำลอง ได้แก่ 1) กำหนดเส้นทาง 2) กำหนดขบวนรถ 3) กำหนดชั้นโดยสาร 4) กำหนดสถานี 5) การหาค่าความต้องการ 6) การหาอัตราค่าโดยสาร และ 2.ส่วนของรูปแบบการจัดสรรที่นั่ง ซึ่งการจัดสรรที่นั่งรถไฟนั้นได้ใช้ 2 หลักการ คือ การนำที่นั่งที่เหลือกลับมาจำหน่าย และการแบ่งรูปแบบของส่วนที่นั่งโดยสารสำหรับการจำหน่าย หลักการทั้งสองสามารถนำมาสร้างแบบจำลองได้ 4 แบบจำลอง คือ 1) FCFST 2) FCFSC 3) PBLC และ 4) SBC หลังจากนั้นได้นำแบบจำลองทั้ง 4 ได้นำไปทดสอบกับข้อมูลความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร 2 ลักษณะ คือ การทดสอบรายกรณี ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ความต้องการเดินทางตั้งแต่ 20-240 คน/ขบวน โดยแยกออกเป็น 7 กรณี และการทดสอบรายปี ซึ่งเป็นการอ้างอิงความต้องการเดินทางตามสถานการณ์จริงของเส้นทางในรอบ 1 ปี จากผลการทดสอบแบบจำลองจัดสรรที่นั่งโดยสารทั้ง 4 แบบจำลอง พบว่าในการทดสอบรายกรณีเมื่อปริมาณความต้องการเดินทางน้อย FCFST และ FCFSC สามารถสร้างรายได้สูงที่สุด ในขณะที่เมื่อมีความต้องการเดินทางปานกลาง FCFSC สามารถสร้างรายได้สูงสุด และเมื่อมีความต้องการมาก SBC สามารถสร้างรายได้สูงสุด ส่วนการทดสอบรายปีที่ปริมาณความต้องการหลากหลายนั้น FCFSC สามารถสร้างรายได้โดยรวมสูงสุด ดังนั้น กระบวนการพัฒนาแบบจำลองที่นำเสนอสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการหารูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสาร เพื่อให้เกิดรายได้สูงสุดได้
การปรับปรุงการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การปรับปรุงการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า, อัญญพร เจริญกิจศิริวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่ส่งผลต่อความล่าช้าของการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า รวมถึงหาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการกระจายสินค้า เพื่อให้ปริมาณสินค้าที่ล่าช้าลดลง โดยประยุกต์ใช้วิธีการ DMAIC ของซิกซ์ ซิกม่า ซึ่งทำการศึกษาการกระจายสินค้าในรอบ 12.00น. และการปฏิบัติงานของฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ฝ่าย ขั้นตอนการศึกษาทั้งหมดแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การกำหนดปัญหาโดยศึกษาปริมาณงานที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2564 2) การวัดเพื่อหาปัญหา ศึกษากระบวนการย่อยและวัดเวลาการปฏิบัติงาน 3) การวิเคราะห์สาเหตุ ระดมความคิดโดยคณะทำงานโดยจัดทำผังแสดงเหตุและผล นำปัจจัยที่ได้ มาบันทึกความล่าช้าของสินค้าในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2564 เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 4) การปรับปรุงแก้ไขโดยหาปริมาณเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมต่อวันในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2565 5) การควบคุม ติดตามผลหลังปรับปรุง ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นพร้อมเสนอวิธีเตรียมการ และสอบถามเพิ่มเติมถึงปัจจัยสาเหตุอื่น ๆ จากฝ่ายที่เหลือเก็บเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อในอนาคต ผลจากการวิจัยพบว่า ปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฝ่ายปฏิบัติงานจัดส่งสินค้าที่ได้ปฏิบัติงานล่าช้า หลังจากปรับปรุงโดยการหาปริมาณเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมในแต่ละวัน ส่งผลให้ปริมาณสินค้าที่ถูกกระจายได้ทัน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 เป็นร้อยละ 77 จากการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ต่อวันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และศึกษาเพิ่มเติมถึงปัจจัยอื่น ๆ จาก 4 ฝ่ายที่เหลือเพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งพบว่ามีปัจจัยด้านความผันผวนของปริมาณสินค้า และการตรวจปล่อยสินค้าของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่ชัดได้
การคัดเลือกกลุ่มสินค้าเพื่อจัดเก็บในคลังสินค้าของโรงงานผลิต : กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทน้ำยาย้อมผม และน้ำยาบำรุงผม,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การคัดเลือกกลุ่มสินค้าเพื่อจัดเก็บในคลังสินค้าของโรงงานผลิต : กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทน้ำยาย้อมผม และน้ำยาบำรุงผม, อรรถพันธ์ สงกรานต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินทางเลือกของการย้ายกลุ่มสินค้าซึ่งถูกจัดเก็บอยู่ที่ศูนย์กระจายสินค้า ให้นำมาจัดเก็บที่โรงงานผลิตแทน เพื่อทำให้เกิดการขนส่งตรงจากโรงงานผลิตไปยังลูกค้าได้เลย ภายใต้เงื่อนไข หรือข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดโดยบริษัทกรณีศึกษา โดยการประยุกต์กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ในการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงปริมาณ และปัจจัยเชิงคุณภาพที่ใช้ในการตัดสินใจแบบหลายหลักเกณฑ์ เพื่อหาผลลัพธ์ของทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากทางเลือกซึ่งประกอบด้วยสินค้า 3 กลุ่ม ในการวิจัยนี้ได้กำหนดค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์ ปัจจัย และทางเลือก จากการตอบแบบสอบถามจากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของบริษัท เมื่อได้ผลลัพธ์ของทางเลือกแล้ว ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ความไวของหลักเกณฑ์ เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และความเสถียรของทางเลือก ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักที่ส่งผลให้ทางเลือกเปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าน้ำหนัก ผลการดำเนินงานวิจัยพบว่า หลักเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกกลุ่มสินค้า ได้แก่ หลักเกณฑ์ด้านขั้นตอนการทำงาน ด้านต้นทุน ด้านการขนส่ง และด้านความเสี่ยง ตามลำดับ ส่วนปัจจัยรองที่มีผลต่อการเลือกกลุ่มสินค้า 3 อันดับ ได้แก่ ปัจจัยด้านความสามารถในการจองเรือ ต้นทุนการขนส่ง และการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน ตามลำดับ จากการคำนวณตามกระบวนลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) สามารถสรุปได้ว่าสินค้ากลุ่มที่ 2 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการย้ายมาจัดเก็บที่โรงงานผลิต และส่งตรงไปยังลูกค้า จากผลการวิเคราะห์ความไวพบว่า หากมีการปรับค่าน้ำหนักของหลักเกณฑ์ด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 33% จะส่งผลให้สินค้ากลุ่มที่ 1 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแทน แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เนื่องจากการลดต้นทุนรวมของการเลือกสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันมาก
การเลือกใช้เทคนิคพยากรณ์สำหรับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การเลือกใช้เทคนิคพยากรณ์สำหรับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์, อธิเมศร์ เชาว์สุทธิศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเรื่องการเลือกใช้เทคนิคพยากรณ์สำหรับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์ จากการวิเคราะห์ตัวอย่าง บริษัทตัวอย่าง A ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาสินค้ามีอายุสั้น อันเนื่องมาจากปริมาณการสั่งซื้อสินค้ามีมากกว่าปริมาณที่สามารถขายออกไปได้ ปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการขาดความแม่นยำในการการวางแผนการขายสินค้า และการสำรองเวชภัณฑ์ที่มากกว่าความต้องการใช้จริง จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ด้วยการจัดการวัตถุดิบคงคลังพบว่า ในส่วนที่ 1จำแนกประเภทโดยใช้ด้วยวิธี ABC Classification ตามหลักเกณฑ์เรื่องอายุการเก็บรักษา สินค้ากลุ่ม A มีสินค้าทั้งหมด 12 รายการ โดยมีอายุการเก็บรักษาที่ 1 ปี โดยมีปริมาณการขายเฉลี่ย 3 ปีทั้งสิ้นจำนวน 45,339 ขวด และมีมูลค่าการขายเฉลี่ย 3 ปีทั้งสิ้นจำนวน 47,673,060 บาท โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.27 ของมูลค่าสินค้าทั้งหมด ในส่วนที่ 2 การพยากรณ์ความต้องการ จากการคำณวนโดยใช้วิธีการพยากรณ์ทั้ง 7 วิธีกับ 12 รายการ ผู้วิจัยพบว่า แต่ละรายการสามารถใช้วิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมที่สุดแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น วิธีการพยากรณ์ DECOMPOSITION METHOD เป็นวิธีที่ให้ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดโดยใช้ค่า MAD, MSE และ MAPE สำหรับรายการ ARIXTRA PFS 2.5MG./0.5 ML. 1X10เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ส่วนที่ 3 ต้นทุนรวมสินค้าคงคลังที่ต่ำที่สุดโดยรวมของกลุ่ม A ใน 2 แบบ พบว่ารูปแบบการจัดซื้อแบบปัจจุบันคือ 45,375,531 บาทต่อปี และรูปแบบการจัดซื้อแบบ EOQ คือ 33,545,039 บาทต่อปี มีค่ามากกว่าต้นทุนรวมสินค้าคงคลังที่ต่ำที่สุดโดยรวมในแบบ EOQ อยู่ที่ 11,830,492 บาท
การคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษา : บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษา : บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง, ภูมิพัฒน์ ขวัญพิพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้นของบริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง ในงานวิจัยนี้บริษัทกรณีศึกษาต้องการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เหมาะสม 1 รายทั้งหมด 3 ราย ภายใต้การพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงปริมาณและปัจจัยเชิงคุณภาพ งานวิจัยนี้เริ่มจากการรวบรวมหลักเกณฑ์และปัจจัยจากการคัดเลือกในปัจจุบันและจากการทบทวนวรรณกรรม แล้วนำมาสร้างแบบจำลองกระบวนการวิเคราะห์ลำดับชั้น คำนวณหาค่าลำดับความสำคัญของหลักเกณฑ์ ปัจจัย ทางเลือก และตรวจสอบค่าความสอดคล้องของข้อมูลจากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจำนวน 5 ท่าน และวิเคราะห์ความไว เพื่อให้ทราบความไวต่อหลักเกณฑ์และทางเลือกที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของหลักเกณฑ์และทางเลือกของงานวิจัยฉบับนี้ จากผลการวิจัยพบว่า หลักเกณฑ์ที่มีผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 3 อันดับแรก คือ ด้านมาตรการป้องกัน COVID-19 ด้านบริการและด้านความสามารถในการส่งมอบ ส่วนทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับจากการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ คือ บริษัท B จากการวิเคราะห์ความไว พบว่าน้ำหนักของหลักเกณฑ์ด้านต้นทุน/ราคา ส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท A เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 29% และส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท C เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 95% โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นคือมีต้นทุนราคาที่ถูกกว่าและให้ระยะเวลาสินเชื่อที่นานกว่า ส่วนน้ำหนักของหลักเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท A เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 38% โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นคือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ต้องมีความเชี่ยวชาญเส้นทางญี่ปุ่นเป็นหลักและมีมาตรการการดำเนินงานแบบญี่ปุ่น
การลดระยะเวลาการขนส่งและความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งภายในวันเดียวในเขตกรุงเทพมหานคร,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การลดระยะเวลาการขนส่งและความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งภายในวันเดียวในเขตกรุงเทพมหานคร, วริทธิ์ ลิ้มสัมพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการลดระยะเวลาการขนส่งพัสดุให้สามารถส่งแบบภายในวัน (Same Day Delivery) ในเขตกรุงเทพมหานครของบริษัทผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์เอกชนแห่งหนึ่งและศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางการปรับปรุงขั้นตอนการขนส่งและความสูญเปล่าที่เกิดขี้นในด้านของระยะเวลา โดยการสัมภาษณ์พนักงานที่เกี่ยวข้อง และการหาความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Wastes) ที่เกิดขึ้น และนำเครื่องมือการลดความสูญเปล่าด้วยหลักการ ECRS ได้แก่ การกำจัด (Eliminate) การรวมกัน (Combine) การจัดใหม่ (Re-arrange) และการทำให้ง่าย (Simplify) มาปรับปรุงกระบวนการขนส่งและกระจายพัสดุของบริษัทจากขนส่งแบบวันถัดไป (Next Day Delivery) เป็นขนส่งแบบภายในวัน (Same Day Delivery) ภายในเขตกรุงเทพมหานคร จากการศึกษาและวิเคราะห์พบว่า กระบวนการหลังจากการปรับปรุงในเรื่องขั้นตอนกระบวนการกระจายพัสดุ ลดลงร้อยละ 28.57 ในเรื่องของระยะเวลาเฉลี่ยในการขนส่งพัสดุ ลดลงร้อยละ 58.03 และในเรื่องต้นทุนการกระจายพัสดุ พบว่าต้นทุนการกระจายพัสดุหลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้นจากกระบวนการปัจจุบันร้อยละ 85.97 พร้อมทั้งทำการศึกษาแนวโน้มความสนใจที่จะใช้บริการและราคาที่ผู้ใช้บริการเต็มใจที่จะจ่าย (Willingness to Pay) ผ่านการทำแบบสอบถาม ซึ่งผลการศึกษาพบว่าประชากรกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีผู้ให้ราคาที่เต็มใจจ่ายมากที่สุดอยู่ที่ราคา 200 บาท และเต็มใจจ่ายที่ราคาน้อยที่สุดอยู่ที่ 39 บาท โดยมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งพัสดุภายในวันในเขตกรุงเทพมหานครมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 47.8 บาท โดยจากการศึกษางานวิจัยดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทำบริการขนส่งพัสดุภายในวันเดียว รวมถึงให้กระบวนการขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การลดระยะเวลาที่สูญเปล่าในกระบวนการทำงานต่อไป
เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ากับรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายใน ของบริษัทกรณีศึกษาขนส่งอะไหล่รถยนต์ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลโดยทำการเปรียบเทียบราคาค่าเช่ารถแบบรวมสัญญาบริการในเวลา 5 ปีของรถทั้ง 2 ประเภทโดยใช้แนวคิดบัญชีต้นทุนการวิเคราะห์ต้นทุนแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบหากมีความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล บี7 จะส่งผลต่อต้นทุนอย่างไร รวมถึงค่าความผันผวนของค่า FT ของการไฟฟ้า และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต แล้วสรุปต้นทุนการใช้รถทั้ง 2 ประเภท นำข้อมูลที่สรุปได้นำเสนอผู้บริหาร 5 ท่านเพื่อการตัดสินใจ โดยใช้ทฤษฎีกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) เพื่อประเมินผลการพิจารณาเลือกของผู้บริหาร จากผลผู้บริการมีการเลือกใช้รถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปในโดยมีค่าน้ำหนักความสำคัญ 69 % และรถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ามีค่าน้ำหนักความสำคัญ 31%
การพยากรณ์ความต้องการสินค้าและการวางแผนการผลิต : กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตขวดแก้ว,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การพยากรณ์ความต้องการสินค้าและการวางแผนการผลิต : กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตขวดแก้ว, เมธนุช จำปาศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคการพยากรณ์และเลือกใช้เทคนิคการพยากรณ์ที่เหมาะสม ในการนำเสนอแนวทางการวางแผนการผลิตและลดปริมาณสินค้าคงคลัง โดยจะศึกษาเฉพาะสินค้าบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ได้แก่กลุ่ม Beverage (เครื่องดื่ม) ประกอบไปด้วยข้อมูลอนุกรมเวลาที่ใช้ในการศึกษาหาตัวแบบยอดขายสินค้าแต่ละชนิดที่เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2560 – กันยายน พ.ศ.2563 และ ข้อมูลอนุกรมเวลาที่ใช้เพื่อเปรียบเทียบยอดขายสินค้าแต่ละชนิดที่เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2563 – กันยายน พ.ศ.2564. ผลการวิจัยพบว่า วิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมในลำดับที่1 คือ วิธีการแยกองค์ประกอบ (Decomposition Method) เนื่องจากเป็นวิธีมีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการพยากรณ์อื่น และวิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมในลำดับที่2 คือ วิธีการปรับเรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเซียลของวินเทอร์ (Winter’s Method) โดยจากการพยากรณ์วิธี Decomposition Method สามารถลดทั้งสินค้าคงคลัง และ ต้นทุน ลงไปได้ ถึง 57.23% ที่ Product1 และ 57.18% ที่ Product2 ตามลำดับ และ จากการพยากรณ์วิธี Winter’s Method สามารถลดทั้งสินค้าคงคลัง และ ต้นทุน ลงไปได้ ถึง 56.27% ที่ Product1 และ 67.76% ที่ Product 2 ตามลำดับ
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี, ศุภชีพ งามลาภ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าของรถบรรทุกที่ทำงานใน อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 320 ตัวอย่าง ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเพื่อการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40-50 ปี มีรายได้ในการขนส่งต่อเดือนเฉลี่ย 50,000 – 100,000 บาท สถานที่พักอาศัยปัจจุบันเป็นบ้านพักของบริษัท มีประสบการณ์ในการขับขี่รถบรรทุก 10 ปีขึ้นไป อายุรถขนส่งอยู่ที่ 10-15 ปี และส่วนใหญ่มีประเภทรถ 4 ล้อ โดยผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ในด้านอายุ รายได้ค่าขนส่งต่อเดือน และประสบการณ์ในการขับขี่รถขนส่ง ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม แตกต่างกัน และปัจจัยที่มีผลเชิงบวกต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ ปัจจัยด้านค่าตอบแทน ปัจจัยด้านสวัสดิการ และปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือ ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อระดับการตัดสินใจเชิงลบ คือ ปัจจัยด้านการบริหารจัดการขององค์กร ขณะที่ปัจจัยด้านความมั่นคงไม่ส่งผลต่อระดับการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งสามารถอธิบายอิทธิพล ได้ร้อยละ 47.7 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า : กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า : กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัทในกรณีศึกษาใช้วิธีการวางแผนการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้จัดการและพนักงานฝ่ายดูแลสินค้าคงคลังซึ่งส่งผลให้สินค้าในบางช่วงเวลาขาดแคลน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตแบบฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อสายการผลิต ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อตั้งค่าใหม่ เสียโอกาสในการผลิตสินค้า และอัตราส่วนสินค้าที่ได้มาตรฐานจะลดลงจากค่าเฉลี่ย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาสินค้าคงคลังมีมากเกินความต้องการ เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นจากปกติ งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพยากรณ์ยอดขายสินค้าเข้ามาช่วยในการปรับปรุงแผนการผลิต เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลยอดขายย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือน โดยที่ใช้ข้อมูล 24 เดือนแรกในการหาตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลอีก 12 เดือนที่เหลือในการวัดผล ซึ่งพบว่ารูปแบบของข้อมูลยอดขายของ 7 กลุ่มสินค้าหลัก มีลักษณะคงที่ ไม่มีแนวโน้มและไม่มีฤดูกาลเหมือนกันหมด จึงเลือกใช้วิธีวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ในการกำหนดตัวแบบที่เหมาะสมตามแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ยอดขายและวางแผนการผลิตใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งที่ต้องสั่งผลิตสินค้าต่ำกว่ากำหนด และลดจำนวนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายในส่วนสินค้าคงคลังลง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าแผนการผลิตใหม่ที่ใช้การพยากรณ์ยอดขายเข้ามาช่วยในการวางแผน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเก็บรักษาสินค้าคงคลังโดยรวมลงเหลือ 4,188,094 บาท จากเดิม 4,646,831 บาท คิดเป็น 458,737 บาท หรือลดลง 9.87 %
การลดความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การลดความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง, วาทินี ปทุมผาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลังบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง ที่ส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ ต้องขอเลื่อนแผนการส่งออก ทำให้ระดับความพึงพอใจของลูกค้าลดลง การศึกษาปัญหาใช้วิธีวิเคราะห์กิจกรรมในกระบวนการไหลของวัตถุดิบแต่ละแผนกที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึกและการสำรวจข้อมูลภาคสนามในการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม ตั้งแต่การวางแผนวัตถุดิบ จนวัตถุดิบถูกผลิตเป็นสินค้า ผลจากการศึกษาพบว่าปัญหาความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยด้านคน เช่น การบันทึกข้อมูลการรับวัตถุดิบผิดพลาด 2) ปัจจัยด้านขั้นตอนการทำงาน จากการทำงานร่วมกันหลายระบบส่งผลให้การถ่ายโอนข้อมูลไม่สอดคล้องกัน จากการศึกษาในครั้งนี้จึงได้เสนอแนะแนวทางการลดความคลาดเคลื่อนโดย 1) การนำระบบบาร์โค้ดมาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลการรับวัตถุดิบและการจัดเก็บวัตถุดิบ 2) การใช้ ABC Classification ในการกำหนดวงรอบการนับวัตถุดิบและการปรับยอด 3) การกำหนดความถี่การถ่ายโอนข้อมูลอัตโนมัติของระบบให้เหมาะสม 4) การก่อสร้างพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
การวิเคราะห์ต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมันของกองทัพเรือ,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การวิเคราะห์ต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมันของกองทัพเรือ, รัฐพงศ์ บุญลือ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนปฏิบัติการของเรือน้ำมันของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วยต้นทุน ต้นทุนการบริหารและต้นทุนการปฏิบัติการ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากการรายงานสถานะของเรือ รายงานความสิ้นเปลืองของเรือและรายงานสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๖๒ – ๒๕๖๔ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้ทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือน้ำมันเป็นเงินเฉลี่ย บาท/วัน ผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนปฏิบัติการของเรือหลวงปรงมีต้นทุนเฉลี่ย ๓๕,๓๒๔.๓๓ บาท/วัน ต้นทุนปฏิบัติการของเรือหลวงเปริดมีต้นทุนเฉลี่ย ๔๔,๘๖๕.๐๙ บาท/วัน การทราบต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมัน ของกองทัพเรือส่งผลให้กองทัพเรือสามารถนำหลักการคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางเรือมาใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจใช้เรือออกปฏิบัติราชการและใช้ในการวางแผนปฏิบัติการของเรือน้ำมันของกองทัพเรือในแต่ละปีงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับ
การเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล,
2021
บัณฑิตวิทยาลัย
การเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล, ภุมมรัตน์ ล่องพริก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ และ การรอตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษา บริษัทตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งออกสินค้าทางทะเล การวิจัยเป็นการผสมผสานการวิจัยเชิงปริมาณได้แก่การวิเคราะห์ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางบกและทางทะเลแล้วนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณค่าใช้จ่ายในการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับความคิดเห็นในการยอมรับการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์และการรอตู้คอนเทนเนอร์ โดยทำการเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งทั้งสองกรณี เพื่อแนวทางเลือกในการตัดสินใจให้กับผู้ส่งออก ผลการศึกษาพบว่า ผู้ออกส่งร้อยละ 90 จากกลุ่มผู้ตัวอย่าง ภายใต้เงื่อนไขเทอมการค้า FOB ยอมรับการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากมีต้นทุนขนส่งที่เกิดจากการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ที่ต่ำกว่าต้นทุนขนส่งที่เกิดจากการรอในการรอตู้คอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ยังสามารถส่งออกสินค้าได้ทันเวลาตามที่กำหนดไว้ และสินค้าที่ผู้ส่งออกยอมรับการทดแทนตู้นั้น เป็นสินค้าที่ปลายทางต้องการสินค้าเร่งด่วน และสินค้าบริโภคที่เน่าเสียง่าย ส่วนผู้ส่งออกที่ยอมรับการรอตู้คอนเทนเนอร์ ร้อยละ 10 นั้นพบว่าผู้ส่งออกไม่พบต้นทุนขนส่งที่เกิดขึ้นจากการรอคอนเทนเนอร์ เนื่องจาก ผู้ส่งออกมีที่พักเก็บสินค้าแบบไม่ต้องเสียค่าใช้ในการจัดเก็บ โดยสินค้าที่ทำการส่งออกเป็นสินค้าที่น้ำหนักมากเกินไปกว่าที่ตู้ขนาดอื่นจะสามารถรับน้ำหนักทดแทนได้ และผู้ส่งออกไม่ยินยอมการตัดจำนวนสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ อีกทั้งปลายทางไม่ได้ต้องการที่สินค้าเร่งด่วน โดยยอมรับการรอส่งออกในเรือลำถัดไปโดยใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 7วันในการรอตู้คอนเทนเนอร์
