Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Demography, Population, and Ecology Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

5,906 Full-Text Articles 5,965 Authors 4,228,564 Downloads 184 Institutions

All Articles in Demography, Population, and Ecology

Faceted Search

5,906 full-text articles. Page 25 of 170.

อิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อภาวะซึมเศร้าในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ, ปิยาภรณ์ นฤภัย 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

อิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อภาวะซึมเศร้าในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ, ปิยาภรณ์ นฤภัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ และอิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการมีภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือประชากรที่มีอายุ 35 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ตอบแบบสัมภาษณ์ด้วยตนเองจากโครงการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2564 และ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถดถอยโลจิสติกทวิภาค (Binary logistic regression analysis)ผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนของประชากรไทยวัยกลางคนที่มีภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าวัยสูงอายุ และการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับการมีภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยทั้ง 2 ช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยประชากรวัยกลางคนที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีโอกาสที่จะมีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าผู้ป่วยวัยสูงอายุ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั้งในวัยกลางคนและวัยสูงอายุ ได้แก่ สถานภาพการทำงาน จำนวนของโรคเรื้อรังที่เป็น การหยุดกิจวัตรประจำวันเนื่องจากการเจ็บป่วย วิธีการรักษาพยาบาล และค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีภาวะซึมเศร้าที่พบเฉพาะในผู้ป่วยวัยกลางคน ประกอบด้วย ศาสนา ระดับการศึกษา เขตที่อยู่อาศัย และค่าพาหนะไป-กลับเพื่อเดินทางไปรักษาพยาบาล และประเภทโรค นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการมีภาวะซึมเศร้าที่พบเฉพาะผู้ป่วยวัยสูงอายุ ประกอบด้วย เพศ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน ดังนั้น การให้ความสำคัญกับจำนวนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประเภทโรคและการดูแลผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มวัยให้เข้าถึงการรักษาและได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน จึงเป็นมาตรการที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันและลดปัญหาภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ


The Impact Of Economic Growth And Demographic Factors On Ecological Footprint In South And Southeast Asia Countries: A Panel Data Analysis, Firhandika Ade Santury 2023 College of Population Studies

The Impact Of Economic Growth And Demographic Factors On Ecological Footprint In South And Southeast Asia Countries: A Panel Data Analysis, Firhandika Ade Santury

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The ecological footprint is a pivotal analytical tool for comprehensively examining environmental degradation. The ecological footprint provides a comprehensive measure of the impact of population consumption and production, serving as a critical benchmark for inter-regional comparisons to inform the development of effective policies. This study endeavors to analyze and compare the effects of demographic factors and economic factors on the ecological footprint in South and Southeast Asia. Additionally, the study aims to formulate policy recommendations to minimize the ecological footprint in these regions. The panel data of fourteen countries in South and Southeast Asia from 1997 to 2020 were analyzed. …


From Crescent City To Sin City: African American Neighborhood Transportation Redlining Via Government Highway Projects, Drue Sahuc, Christie D. Batson 2023 University of Nevada, Las Vegas

From Crescent City To Sin City: African American Neighborhood Transportation Redlining Via Government Highway Projects, Drue Sahuc, Christie D. Batson

Graduate & Professional Student Association Research Forum

My concept of “transportation redlining” will be discussed to describe a form of predatory exclusion applied to African American communities to contain and alienate individuals along racial lines using eminent domain creating generational physical barriers to upward mobility for residents while decimating existing community cohesion.


Living A Nightmare: A Study On The Reluctance Of Native American Women To Report Violent Crimes To Police, Misty Marie Neal 2023 Nova Southeastern University

Living A Nightmare: A Study On The Reluctance Of Native American Women To Report Violent Crimes To Police, Misty Marie Neal

Theses and Dissertations

To address this problem, this study will explore, if at all, the differences and relationships between Native American women’s reluctance to report a violent crime to the police with their perception of police, previous interactions with police, prior victimization, tribal affiliation, and specific demographic factors. The population for this research will be Native American women from federally recognized tribes between 18 and 55 years of age. In addition, the participant's marital status, sexual affiliation, religion, level of education, and geographic location will be examined. From this population, a sample size of 500 - 600 participants will be constructed for this …


To Change Everything, We Need Everyone: Belonging, Equity, And Diversity In The U.S. Climate Movement, Clara Changxin Fang 2023 Antioch University of New England

To Change Everything, We Need Everyone: Belonging, Equity, And Diversity In The U.S. Climate Movement, Clara Changxin Fang

Antioch University Dissertations & Theses

Climate change affects everyone but lack of racial diversity in the climate movement makes it challenging for it to be truly inclusive, champion solutions that are equitable, and affect transformative change. This dissertation describes a two-part study of diversity in the climate movement using a survey of 1,003 climate activists and interviews with 17 people of color who work or volunteer in the U.S. climate movement. The study analyzes differences between Whites and people of color in terms of their (a) demographics, (b) engagement in climate action, (c) experience of climate impacts, (d) worries, (e) challenges and barriers to participation, …


ปัจจัยครอบครัวและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทย, ภัทรพิมพ์ ทองวั่น 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

ปัจจัยครอบครัวและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทย, ภัทรพิมพ์ ทองวั่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นและอิทธิพลของปัจจัยครอบครัวในประเทศไทยต่อการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยศึกษาจากกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 – 35 ปี ทั้งผู้ที่มีงานทำและผู้ว่างงาน ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการศึกษาวิเคราะห์การเข้าสู่ตลาดแรงงานและการทำงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทยแบบมุ่งอนาคตของกระทรวงแรงงาน ในปี พ.ศ. 2562 โดยใช้การวิเคราะห์ด้วย Probit Model และ Cox Proportional Hazard Modelผลการวิจัยที่สำคัญด้วย Probit Model พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของวัยแรงงานตอนต้น โดยพิจารณาทั้งสถานะของการเปลี่ยนผ่าน ลักษณะงานที่เปลี่ยนผ่าน และระยะเวลาของการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคง ได้แก่ อายุ สถานภาพสมรส ภูมิภาคที่อยู่อาศัย อาชีพของมารดา การถ่ายทอดระหว่างรุ่นด้านการศึกษา รายได้ครัวเรือน และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน นอกจากนี้ สำหรับผลการศึกษาระยะการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคงโดยใช้ Cox analysis พบว่า การถ่ายทอดระหว่างรุ่นด้านการศึกษามีความสัมพันธ์แบบแปรผันตาม ในขณะที่อายุ สถานภาพสมรส การย้ายถิ่น และภูมิภาคที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับเวลาเฉลี่ยในการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคงผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัจจัยทางประชากรและครอบครัว โดยเฉพาะการถ่ายทอดระหว่างรุ่นที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของวัยแรงงานตอนต้น ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อผลักดันการเข้าสู่ตลาดแรงงาน รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างทั่วถึงในทุกระดับและทุกภูมิภาค รวมถึงเพิ่มการกระจายแหล่งงานและพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ อาจพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือเงินอุดหนุนแก่บริษัทที่จ้างงานวัยแรงงานตอนต้น


ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย, พิกุล กันทะวัง 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย, พิกุล กันทะวัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบครัวเรือน ความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบครัวเรือน กับ ความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย และ 3) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้มีสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นทรัพยากรที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2559 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 10,787 คน ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี มารดา/ผู้ดูแลเด็กจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์สมการถดถอย โดยการศึกษาความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มี 4 ตัวแปร ได้แก่ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง และความอ้วน ผลการศึกษาพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่มีน้ำหนักตามเกณฑ์อายุอยู่ในกลุ่มน้ำหนักตามเกณฑ์ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุอยู่ในกลุ่มสูงตามเกณฑ์ ในส่วนของน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ส่วนใหญ่สมส่วน เมื่อพิจารณาความอ้วนของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยใช้การคำนวณดัชนีมวลกาย (bmi) พบว่า เด็กส่วนใหญ่ปกติ ในส่วนของปัจจัยด้านองค์ประกอบครัวเรือน พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในประเภทครัวเรือนที่เป็นครัวเรือนขยาย (ครัวเรือน 3 รุ่น ขึ้นไป) มีพ่อและแม่อยู่ในครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนขนาด 4 คน จากผลการวิเคราะห์สมการถดถอยด้วย logistic regression (ตัวแปรส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และ multinomial logistic regression …


การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์ 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์การทำงานของสตรีไทยที่สมรสแล้ว (2) วิเคราะห์ว่าปัจจัยด้านการมีบุตรส่งผลต่อการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วหรือไม่อย่างไร และ (3) วิเคราะห์ปัจจัยด้านคุณลักษณะของสตรีและปัจจัยด้านครัวเรือนที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วในประเทศไทย การศึกษานี้ใช้กลุ่มตัวอย่างสตรีที่สมรสแล้ว อายุ 25-49 ปี จำนวน 5,124 ตัวอย่าง (แบบถ่วงน้ำหนัก) ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบจำลองโพรบิตและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยแบบจำลองมีการใช้ตัวแปรเครื่องมือ คือตัวแปรภาวะการมีบุตรยากเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยสตรีที่สมรสแล้วทำงานทั้งหมด 4,230 ตัวอย่าง (ร้อยละ 82.56) และสตรีที่สมรสแล้วไม่ทำงานทั้งหมด 894 ตัวอย่าง (ร้อยละ 17.44) สำหรับสตรีที่ทำงานมีการทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 8.18 ชั่วโมง ทำงานเฉลี่ย 6 วันต่อสัปดาห์ และทำงานเฉลี่ยคิดเป็น 48.64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยสตรีมีการทำงานเต็มเวลาที่ร้อยละ 77.64 ของผู้ที่ทำงาน และการทำงานไม่เต็มเวลาที่ร้อยละ 22.36 ของผู้ที่ทำงาน ด้านสถานภาพการทำงานของสตรี สัดส่วนที่มากที่สุดคือธุรกิจของตนเอง รองลงมาคือลูกจ้างเอกชน และช่วยธุรกิจของครัวเรือน ทั้งนี้ สตรีที่มองว่าตนเองมีการทำงานเท่ากับจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการมีสัดส่วนสูงที่สุด และรองลงมาคือมีการทำงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการสาเหตุหลักมาจากรูปแบบลักษณะงานที่ทำ ต้องการรายได้เพิ่มขึ้น และข้อกำหนดของบริษัทนอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์พบว่า จากการศึกษาในกลุ่มสตรีที่ทำงานพบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านจำนวนบุตรกับชั่วโมงการทำงานของสตรี โดยสตรีที่มีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน ส่งผลให้มีชั่วโมงการทำงานลดลง 3.2873 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และกรณีในพื้นที่ชนบท สตรีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทเมื่อมีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน จะส่งผลให้ชั่วโมงการทำงานลดลง 3.9037 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 รวมถึงในแต่ละแบบจำลองปัจจัยด้านอายุของสตรี สถานภาพสมรส อายุแรกสมรสของสตรี รายได้ของคู่สมรส ผู้ดูแลหลักที่เลี้ยงดูคนในครัวเรือน ภาคที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรให้สามารถทำงานและเลี้ยงดูบุตรได้ เช่น สวัสดิการการลาคลอด ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน และมีในทุกพื้นที่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีการสนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือในการทำงานของมารดาพร้อมกับการเลี้ยงดูบุตร ตลอดจนความเท่าเทียมในการทำงานที่ส่งเสริมให้สตรีหลังลาคลอดบุตร เมื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้ นอกจากนี้ ยังควรมีการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่สตรี และพัฒนาทักษะต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรที่ออกจากระบบแรงงานและกลับเข้ามาทำงานหลังจากบุตรมีอายุมากขึ้น สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและพร้อมทำงานในตลาดแรงงานได้เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป


ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านมาเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตามกลับพบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยยังคงต้องทำงานเพื่อหารายได้มาใช้ดำรงชีวิตประจำวันเนื่องจากความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นมาจากรายได้จากการทำงาน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอนามัยต่อกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นอย่างมาก การวิจัยเรื่องความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทยในช่วงเวลาก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุที่มีต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 และปี พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านต่าง ๆ ด้วยแบบจําลองการถดถอยโลจิสติคทวิ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผลต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย จากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยจึงมีการเสนอแนะให้ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรมีการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้สูงอายุ เช่นการสนับสนุนด้านบริการสาธารณสุขแก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนควรมีการดำเนินนโยบาย เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ในการเก็บสะสมความมั่งคั่งทางทรัพย์สินสำหรับไว้ใช้จ่ายหลังจากเกษียณ


อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบต่อสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน การศึกษานี้ใช้ข้อมูลข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการนวัตกรรมเพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุสำรองและผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ผ่านแฟลตฟอร์มดิจิทัล กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้คัดเลือกเฉพาะแรงงานนอกระบบที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต จำนวน 705 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้สูงอายุสำรอง (อายุ 45-59 ปี) จำนวน 526 คน และกลุ่มผู้สูงอายุวัยต้น (อายุ 60-69 ปี) จำนวน 179 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยแบบ โลจิสติกทวิภาค ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาวะของแรงงานนอกระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ได้แก่ อายุ ปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคม ได้แก่ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความถี่ ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และปัจจัยด้านความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง ความสามารถในการสืบค้นข้อมูล ความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาหรือข้อมูลต่าง ๆ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบให้มีความเหมาะสม ทั้งความถี่ ระยะเวลา และรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบมีความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อให้แรงงานนอกระบบเกิดสุขภาวะที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานนอกระบบของประเทศไทยต่อไป


รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์ 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการอยู่อาศัยที่มีผลต่อการออมของผู้สูงอายุไทย โดยมีตัวแปรควบคุม ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และปัจจัยทางสังคม โดยใช้ข้อมูล การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบสองทางเลือกด้วยวิธี Probit model ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางจะมีโอกาสออมน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง และมีโอกาสออมน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับรูปแบบการอยู่อาศัยแบบอื่น ซึ่งมีผลมาจากภาวะหนี้สินของตนเอง หรือ หนี้สินของครัวเรือน โดยจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบไขว้ ชี้ให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางมีหนี้สินของครัวเรือนอยู่ ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังและมีหนี้สิน มีจำนวนไม่ถึง ร้อยละ 20 นอกจากนี้การมีเงินออมของผูู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับเพศของผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุหญิงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่ไม่มีหนี้สิน และมีสัดส่วนของการได้รับการเกื้อหนุนจากบุตรสูง จึงมีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุชาย ทั้งนี้ผู้สูงอายุช่วงตอนปลายส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนปลอดหนี้ ทำให้มีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุช่วงอื่น สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในทุกระดับการศึกษา จะทำให้มีโอกาสออมมากกว่า ผู้สูงอายุที่ไม่มีการศึกษา โดยสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการอยู่อาศัย มีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ รวมถึงการเกื้อหนุนจากบุตรในครัวเรือนและนอกครัวเรือน ที่เป็นอีกหนึ่งทางในการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมี ออมมากขึ้น เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากบุตร หรือ ไม่มีบุตร อีกทั้งภาวะหนี้สินของผู้สูงอายุ เช่น หนี้สินของตนเอง และหนี้สินของครัวเรือน เป็นประเด็นท้าทายที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญ อันส่งผลต่อการออมโดยตรง


Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do 2023 College of Population Studies

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vietnam, a lower-middle-income nation in Southeast Asia, has recorded an increase in sexual assault in intimate relationships in recent years. Research about the ethnic differences associated with this issue is rarely explored. This quantitative study aims to investigate the relationship between women’s level of education and intimate partner sexual coercion in Vietnam through the lens of ethnic differences. The nationally representative dataset from the Vietnam Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) 2020-2021 and multivariate logistic regression model for the sample of 6,187 women of reproductive age are employed. Findings illustrate that women acquiring education from the upper secondary level and above …


Systematic Review: Working Conditions And Health Outcomes Among Female Migrant Domestic Workers In Asia, Konchawan Chantima 2023 College of Population Studies

Systematic Review: Working Conditions And Health Outcomes Among Female Migrant Domestic Workers In Asia, Konchawan Chantima

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

About 2.78 million people die as a result of occupational accidents and work-related diseases each year. Female migrant domestic workers (MDWs) in Asia represent substantial proportions of domestic work worldwide. The challenging working conditions faced by female MDWs have raised great concerns, which may subsequentially lead to poor physical and mental health. This study aimed to examine working conditions and health outcomes of female MDWs in Southeast and East Asia via a systematic review of peer-reviewed and English-written journal articles published during 2014 – 2023 in four academic databases (i.e., ScienceDirect, Scopus, Sagepub, and GoogleScholar). This systematic review study relied …


Labor Productivity In South Asia: The Impact Of Human Capital, Gender Dynamics And Innovation, Zun Yoon Nwe 2023 College of Population Studies

Labor Productivity In South Asia: The Impact Of Human Capital, Gender Dynamics And Innovation, Zun Yoon Nwe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper explores the impact of human capital, innovation, and gender dynamics on labor productivity in four South Asian countries: Bangladesh, India, Pakistan, and Nepal. This paper uses data from the World Bank Business Enterprise Survey and the OLS regression model to check the effectiveness of the determinant of labor productivity. The human capital variables considered include on-the-job training, skilled labor ratio, and R&D as explanatory factors. Additionally, the paper investigates the association between female ownership and female managers in firms with labor productivity. Theoretically, having a well-educated and well-trained workforce is key to boosting business productivity. Employees with higher …


The Role Of Talent Workers In Industrial Development: Empirical Evidence From China, Zhe Huang 2023 College of Population Studies

The Role Of Talent Workers In Industrial Development: Empirical Evidence From China, Zhe Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Amidst the rapid advancement of industrialization and urgent demands from both domestic and international economic environments, China has officially entered a historic period of economic transition and demographic dividend shift. This study aims to explore the impact of demographic factors on China’s industrialization process and identify how shifts in the demographic and human capital components have influenced regional industrialization patterns in China over the past 25 years. Data came from China Statistical Yearbooks and were analyzed by using a Multiple Linear Regression method.The study first calculated the comprehensive industrialization index for various regions in China from 2000 to 2020. Then, …


Understanding Internal Migration In Myanmar: A Study On Recent Movements And Future Intentions, Thiri Moe 2023 College of Population Studies

Understanding Internal Migration In Myanmar: A Study On Recent Movements And Future Intentions, Thiri Moe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the factors driving internal migration in Myanmar, focusing on movements within the past two years and the potential for future migration. Using data from round one of the Myanmar Household Welfare Survey (MHWS), the analysis applies descriptive statistics and logistic regression to explore key migration determinants. By analysing individuals and household characteristics and reasons for recent migration, this study aims to understand the internal migration in Myanmar. The research finds that younger individuals, those who are married or separated, and households with young children are more likely to have migrated. Education level and household size also play …


A Systematic Review On Non-Citizen Children Education In Malaysia With Policy Learning From Selected Economies, Lee Xiang Teh 2023 College of Population Studies

A Systematic Review On Non-Citizen Children Education In Malaysia With Policy Learning From Selected Economies, Lee Xiang Teh

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Official statistics indicated that in 2023, Malaysia was home to approximately 617,900 non-citizen children. Despite this demographic, Malaysia has not signed the 1951 Refugee Convention and its 1967 Protocol, nor the 1954 Statelessness Convention. Consequently, all non-citizens, including refugees, asylum seekers, and stateless individuals, face similar treatment to undocumented migrants, limiting their access to education, healthcare services, and formal employment.This systematic review seeks to comprehensively analyse the current educational landscape for non-citizen children in Malaysia. It aims to compare Malaysia's education policies with those of other selected economies, identifying strengths and areas for improvement. The review also proposes key insights …


Exploring The Association Between Religiosity And Health Outcomes In Indonesia's Aging And Pre-Aging Muslim Population: Insights From The Indonesia Family Life Survey 5, Afridah Ikrimah 2023 College of Population Studies

Exploring The Association Between Religiosity And Health Outcomes In Indonesia's Aging And Pre-Aging Muslim Population: Insights From The Indonesia Family Life Survey 5, Afridah Ikrimah

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the association between Muslim religiosity and health outcomes among the aging and pre-aging populations in Indonesia, utilizing cross-sectional data from the Indonesia Family Life Survey (IFLS-5) with 4,535 respondents aged 50 and above. Multivariate logistic regression analysis investigates the associations between various dimensions of Muslim religiosity (i.e., self-perceived religiosity, frequency of daily prayer, and frequency of religious attendance) and health outcomes, including self-rated health, functional dependence, depression, insomnia, diabetes, liver disease, kidney disease, tuberculosis, heart problems, high cholesterol, stroke, and hypertension. Results show significant associations as follows: higher self-perceived religiosity is associated with better self-rated health and …


Fertility In Chin State, Myanmar: An Insight From Demographic And Health Survey, Win Zaw Myo 2023 College of Population Studies

Fertility In Chin State, Myanmar: An Insight From Demographic And Health Survey, Win Zaw Myo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Chin State has one of the highest fertility rates in Myanmar, which imposes significant pressure on both families and the state's resources. This study investigates the socio-economic factors influencing the number of children ever born (CEB) among ever-married women in Chin State, Myanmar. Using a subsample of 392 women aged 30 years and above from the female samples in Chin State in the Myanmar Demographic and Health Survey (MDHS), data were analyzed through five Poisson regression models. The findings indicate that older women tend to have more children. Women residing in rural areas show higher CEB compared to their urban …


ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ 2023 วิทยาลัยประชากรศาสตร์

ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย โดยรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิมาจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย ส่วนที่หนึ่ง ข้อมูลของครัวเรือนที่อยู่ในการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2564 และส่วนที่สอง ข้อมูลครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2564 โดยเป็นครัวเรือนเกษตรที่ปลูกข้าวและครัวเรือนเกษตรที่ปลูกอ้อย โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการถดถอยพหุคูณแบบเส้นตรง (Multiple Linear Regression Analysis: MLR) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่หนึ่ง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน ปัจจัยลักษณะของครัวเรือน และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของครัวเรือน โดยมีตัวแปรตามคือ รายได้ต่อไร่ของครัวเรือนเกษตร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นชายมีรายได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง เนื่องจากการทำนายังเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยแรงงานและความแข็งแรง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถสร้างรายได้ต่อไร่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุ 20-45 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทักษะและประสบการณ์ในการปลูกข้าวที่สะสมเพิ่มตามอายุ เมื่อพิจารณาภูมิภาคที่ตั้งของครัวเรือนพบว่า ครัวเรือนที่ปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการทำนาปีเป็นหลักจะมีรายได้ต่อพื้นที่ที่ต่ำว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนในภูมิภาคอื่นที่มีการทำนาปรังด้วย นอกจากนี้การเพาะปลูกบนพื้นที่เช่าจะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการเพาะปลูกบนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งอาจเกิดจากการแสวงหาพื้นที่เช่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ รวมถึงมีการปลูกข้าวแบบนาปรังร่วมด้วย สำหรับการปลูกอ้อย พบว่า หัวหน้าครัวเรือนที่เป็นหญิงสามารถสร้างรายได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนที่เป็นชาย อธิบายได้จากการมีการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูกจนถึงการตัดอ้อยเพื่อส่งโรงงาน นอกจากนี้ ครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่เช่าก็จะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่ของตนเอง เช่นเดียวกันกับการปลูกข้าว ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่สอง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน และปัจจัยสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพ โดยมีตัวแปรตามคือ ผลิตภาพต่อไร่ของครัวเรือนเกษตรกร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเพศชายมีผลิตภาพสูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีความสามารถสร้างผลิตภาพต่อไร่ได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนช่วงอายุ 20-45 ปีและช่วงอายุ 46-59 ปี ซึ่งเห็นว่ากลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีประทักษะและประสบการณ์ในการทำนามาหลายฤดู ทำให้สามารถมีความชำนาญในการวางแผนจัดการเกี่ยวกับผลผลิตที่ได้มาไม่เสียหาย ส่งผลให้ได้ผลิตภาพต่อไร่ดีกว่า ถึงแม้ว่าหัวหน้าครัวเรือนมีระดับการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา แต่สามารถจัดการผลผลิตให้ได้ดีกว่าระดับการศึกษาสูงกว่า แสดงว่าการศึกษาไม่ได้มีผลเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิต แต่เป็นประสบการณ์จากการเพาะปลูกข้าว หัวหน้าครัวเรือนใช้พื้นที่ทำการเพาะปลูกข้าวในการสร้างรายได้โดยเช่าที่ดินและที่ดินสาธารณประโยชน์ ใช้แหล่งน้ำนอกเขตชลประทานในการเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งพื้นที่เกษตรในการเพาะปลูกข้าวใกล้แหล่งน้ำ การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพข้าวนั้น ทั้ง 8 กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพลทั้งหมด สำหรับการปลูกอ้อย พบกว่า หัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงสามารถสร้างผลิตภาพได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย อธิบายได้จากหัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงมีความใส่ใจ และการปรับตัวกับการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ดีกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย ในกลุ่มอายุ 60 ปีมีความสามารถในการสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นคือการใช้ประสบการณ์ในการเกษตรที่ยาวนาน และยังพบว่าเขตพื้นที่เพาะปลูกตะวันออกเฉียงเหนือสามารถสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นหมายถึงเขตที่เพาะปลูกมีสภาพพื้นที่เกี่ยวกับน้ำและดินที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต จึงช่วยส่งเสริมในการสร้างผลิตภาพที่ดีต่อการเพาะปลูกอ้อย การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพอ้อยนั้น มีเพียง 5กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพล ได้แก่ …


Digital Commons powered by bepress