Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Communication Technology and New Media Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

6,402 Full-Text Articles 7,659 Authors 8,999,524 Downloads 277 Institutions

All Articles in Communication Technology and New Media

Faceted Search

6,402 full-text articles. Page 49 of 255.

ปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายกับการยุติการเป็นแฟน, ชรินรัตน์ องค์เพลาเพลิด 2024 คณะนิเทศศาสตร์

ปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายกับการยุติการเป็นแฟน, ชรินรัตน์ องค์เพลาเพลิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับผลกระทบของพฤติกรรมนักแสดงซีรีส์วายต่อการตัดสินใจยุติการเป็นแฟน และ (2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้แฟนของนักแสดงซีรีส์วายที่มีประเด็นข่าวเชิงลบตัดสินใจยังคงการเป็นแฟนหรือยุติการเป็นแฟน ผ่านการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ จากการสํารวจกลุ่มตัวอย่างแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทย ทั้งหมด 401 คน และ การสัมภาษณ์เชิงลึกจากแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทย ทั้งหมด 14 คน แบ่งเป็น แฟนที่ยังติดตามนักแสดงซีรีส์วายอยู่ จำนวน 6 คน และแฟนที่เลิกติดตามนักแสดงซีรีส์วายด้วยปัจจัยพฤติกรรมจำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยหลักด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายที่ทำให้แฟนคลับตัดสินใจยุติการเป็นแฟนสูงที่สุด คือ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เยาว์ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนาจาร ซึ่งหากนักแสดงซีรีส์วายมีพฤติกรรมในกลุ่มนี้ แฟนมีแนวโน้มที่จะยุติการเป็นแฟนในทันที ในขณะที่พฤติกรรมอื่น ๆ อาจจะมีการให้อภัย และยังเป็นแฟนต่อไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในคือ เพศ อายุ การศึกษา มุมมองที่มีต่อนักแสดง รูปแบบการเป็นแฟน และปัจจัยภายนอกคือ พฤติกรรมในอดีต การตอบสนองของค่าย/ศิลปิน พฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และคนรอบข้าง/กระแสสังคม ดังนั้นเพื่อป้องกันการยุติการเป็นแฟน นักแสดงซีรีส์วายควรจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับแฟน รักษาภาพลักษณ์ที่ดี สื่อสารกับแฟนคลับอย่างสม่ำเสมอ เข้าใจความต้องการของแฟน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่ายของนักแสดงควรที่จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกนักแสดงที่มีความสามารถและพฤติกรรมที่ดี วางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ และใส่ใจในเรื่องการจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ


เนื้อหาและอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก, พงศธรณ์ จันทร์แสงกุล 2024 คณะนิเทศศาสตร์

เนื้อหาและอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก, พงศธรณ์ จันทร์แสงกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก และ 2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก โดยศึกษาวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก นักสร้างสรรค์วิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก 6 ช่อง คือ ช่องฮาโรย ช่องสุนา Channel ช่องฐาว่า ช่องแหวดนภา ช่องแหลงเล่า และช่อง Thomas Tom จํานวนทั้งหมด 80 คลิป ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2566 จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2567 ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกนักสร้างรรค์วิดีโอสั้น จำนวน 6 ท่าน เพื่อศึกษาถึงแรงบันดาลใจและที่มาในการผลิตเนื้อหาวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ผลการศึกษาพบว่า เนื้อหาในวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกนั้น มีทั้งหมด 5 ประเภท โดยเนื้อหาวิดีโอสั้นในชีวิตประจำวัน พบมากที่สุด จำนวน 43 คลิป คิดเป็นร้อยละ 53.75 รองลงมาคือ เนื้อหาวิดีโอสั้นที่มีการรีวิวสินค้าและเนื้อหาวิดีโอสั้นที่เกี่ยวกับครอบครัว มีจำนวนรูปแบบละ 10 คลิป คิดเป็นร้อยละ 12.5 รวมเป็นร้อยละ 25 ของทั้งสองประเภท ถัดมาเป็นเนื้อหาวิดีโอสั้นที่มีการดัดแปลงภาษาอื่นให้เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ มีจำนวน 9 คลิป คิดเป็นร้อยละ 11.25 และสุดท้ายเป็นเนื้อหาวิดีโอสั้นประเพณีพิธีกรรมภาคใต้ มีจำนวน 8 คลิป คิดเป็นร้อยละ 10 ส่วนผลการศึกษาอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้น ที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกนั้น มีทั้งหมด 5 ประเภท พบว่า มีรูปแบบอัตลักษณ์ด้านภาษาถิ่นมากที่สุด โดยภาษาไทยถิ่นใต้ในแต่ละพื้นที่ มีรูปแบบสำเนียงและคำพูดที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพื้นที่ รองลงมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอาหาร โดยอาหารพื้นถิ่นในแต่ละพื้นที่ ได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมการกิน ถัดมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอุปนิสัยชาวใต้ ชาวใต้จะเป็นกลุ่มคนที่รักพวกพ้อง ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นเครือญาติกัน ก็ถือว่านับเป็นพวกพ้องเดียวกัน หรือในกรณีที่ถูกดูถูกเหยียดหยาม จะไม่ยอมจำนนต่อคำพูดหรือการกระทำดังกล่าว ถัดมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านประเพณี ชาวใต้ให้ความสำคัญกับประเพณีสารทเดือนสิบและประเพณีถือศีลกินผัก โดยทั้งสองประเพณีนั้นถือเป็นประเพณีที่สำคัญของทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีน และสุดท้ายรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอาชีพ พบว่า อาชีพหลักของชาวใต้ คือ เกษตรกร ปรากฏพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ คือ …


บทบาทของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย, ภาลฎา ฐิตะวชิระ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

บทบาทของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย, ภาลฎา ฐิตะวชิระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความท้าทายของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย และ 2) สร้างข้อเสนอแนะต่ออุตสาหกรรมสื่อที่ช่วยส่งเสริมนักแสดงผู้พิการ โดยมุ่งเน้นไปที่การสะท้อนปัญหาใน 8 ด้าน ได้แก่ ทัศนคติและการรับรู้ ความท้าทายด้านกายภาพ โอกาสที่จำกัด แนวโน้มการจ้างงาน ประเภทความพิการ ค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวก กฎหมายและประกันภัย และ ทักษะและการฝึกอบรม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิเคราะห์ตัวบทจากผลงาน 4 เรื่อง ได้แก่ ผู้ชายชื่อต้น ผู้หญิงชื่อนุช (2535) เอ๋อเหรอ (2548) สงครามนางงาม 2 (2558) และ Sweet Sensory (2566) พร้อมทั้งสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 14 คน ครอบคลุมนักแสดงผู้พิการ ผู้มีส่วนร่วมในการผลิต และ ตัวแทนจากสมาคมวิชาชีพ และ ผู้พิการ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาที่สำคัญได้แก่ ทัศนคติที่ยังมองผู้พิการว่าเป็นภาระ บทบาทที่จำกัดให้สะท้อนความสงสารหรือความสามารถพิเศษเกินจริง การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ถ่ายทำ และ การขาดโอกาสพัฒนาทักษะของนักแสดงผู้พิการทำให้ทักษะไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน เช่น ล่ามภาษามือและอุปกรณ์ช่วยเหลือ มักถูกมองว่าเป็นภาระเพิ่มต้นทุนของโปรดักชัน ขณะที่กฎหมายและระบบประกันภัยยังไม่รองรับความต้องการเฉพาะของผู้พิการ ข้อเสนอแนะสำคัญคือการปรับปรุงทัศนคติของทีมงานและสังคมผ่านการอบรมและสร้างบทบาทที่สะท้อนชีวิตจริงของผู้พิการ การปรับปรุงสถานที่ถ่ายทำให้รองรับผู้พิการทุกประเภท การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ครอบคลุมความต้องการเฉพาะทาง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกผ่านกองทุน และการพัฒนากฎหมายและนโยบายที่ส่งเสริมความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ข้อค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้พิการได้รับการยอมรับและสนับสนุนในฐานะบุคคลที่มีศักยภาพและสิทธิเสมอภาคในวงการบันเทิงไทย


Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu 2024 Faculty of Communication Arts

Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines how prior travel experience, demographic factors, and user-generated content (UGC) on Xiaohongshu collectively influence Chinese consumers’ perceptions of Thailand as a tourist destination, with a focus on shopping. Consumer perception is analyzed across four dimensions: cognition, emotion, language, and behavior. The findings reveal that prior travel experience has the most significant impact, with those who have visited Thailand showing more positive perceptions across all dimensions compared to those who have not. Demographic factors, such as age and occupation, also play a role, particularly in influencing language. Exposure to Xiaohongshu UGC primarily affects the behavioral dimension, enhancing purchase …


ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย, รวินท์นิภา ทองสาริ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย, รวินท์นิภา ทองสาริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย 3) เพื่อสร้างข้อเสนอแนะในการส่งเสริมภาพสะท้อนเชิงบวกของประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย โดยใช้วิธีศึกษาการวิเคราะห์ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย โดยการศึกษาจากซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์เกาหลีใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2566 ระยะเวลา 19 ปี เป็นเรื่องที่ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ของสถานีเกาหลีใต้ 5 สถานี ได้แก่ KBS, SBS, MBC, JTBC และ TVN โดยศึกษาจากซีรีส์ที่มีฉากในประเทศไทยและเดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 11 เรื่อง ร่วมกับการการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเข้ามาถ่ายทำซีรีส์เกาหลีในประเทศไทยและนักวิชาการเกาหลีศึกษา จากการศึกษาการวิเคราะห์ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงบวก แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว ด้านอาหาร ด้านวัฒนธรรม ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงลบ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคมนาคม ด้านสังคม ด้านความปลอดภัย ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงผสม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านภูมิอากาศ ด้านศาสนา ปัจจัยที่มีผลต่อภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในไทย ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีใต้ที่ดี การสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ความเหมาะสมของบทและเนื้อเรื่อง นโยบายและเป้าหมายของเกาหลีใต้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่มีทีมงานเชี่ยวชาญ และสถานที่ถ่ายทำที่หลากหลาย ข้อเสนอแนะเชิงบวกในการส่งเสริมภาพสะท้อนประเทศไทย ได้แก่ ส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรม นำเสนอภาพสะท้อนที่ตรงกับความเป็นจริง เน้นเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม สนับสนุนนโยบายและสิทธิประโยชน์ทางการเงิน โปรโมตจุดเด่นของไทยตลอดปี ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านสื่อ ประสานงานกับชุมชนในพื้นที่ถ่ายทำ โปรโมตในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และใช้กลยุทธ์ Product Placement


Fans Perceptions And Fans Engagement Of “Bed Friend Series”, Fiona Paramatmika 2024 Faculty of Communication Arts

Fans Perceptions And Fans Engagement Of “Bed Friend Series”, Fiona Paramatmika

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of the research is to explore the fan perception and fan engagement of “Bed Friend Series”. The research used In-depth interview method from 20 key informants from the fandom living in different countries. The research examines how fans perceive the series’ themes, characters, and storylines, as well as their interaction with its leading actors, Net Siraphop and James Su. Utilizing qualitative methods, twenty informants from diverse backgrounds were interviewed to understand their emotional connections and participatory behaviors across online and offline platforms. Findings reveal that fans hold the series in high regard for its portrayal of relationships and …


Indian Tourists’ Perceptions Of Inclusive Tourism In Thailand With A Focus On Media Influence And Cultural Differences, Shikha Patwal 2024 Faculty of Communication Arts

Indian Tourists’ Perceptions Of Inclusive Tourism In Thailand With A Focus On Media Influence And Cultural Differences, Shikha Patwal

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examined Indian tourists’ perceptions of LGBTQ+ inclusivity in Thailand, with a focus on the roles of media influence and cultural differences. As Thailand is a prominent destination for LGBTQ+ tourism in Southeast Asia, understanding how cultural nuances impact Indian tourists' experiences offers valuable insights. The research employs a qualitative approach, gathering data through in-depth interviews with 10 Indian tourists who have visited Thailand. The findings suggest that Indian tourists generally perceive Thailand as a welcoming and safe space for LGBTQ+ individuals, contrasting with India’s more conservative social landscape. Media representations, including social media, significantly shape expectations of inclusivity, …


The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu 2024 Faculty of Communication Arts

The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to: 1) examine how electric vehicle (EV) entrepreneurs’ personal branding on social media (PBS) affects Generation Z consumers in China; 2) analyze how this branding influences three components of the Theory of Planned Behavior—Attitude toward the behavior (A), Subjective Norms (SN), and Perceived Behavioral Control (PB); 3) study how these components affect behavioral responses (BR); and 4) test a structural equation model (SEM) based on these relationships. A quantitative method was used, with data collected via an online questionnaire from 200 Gen Z consumers (aged 18–27) in mainland China in May 2025. Data analysis utilized the SEM. …


พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน 2024 คณะนิเทศศาสตร์

พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร และบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept Interview) แฟนคลับของ Butterbear สัญชาติไทย ที่มีลักษณะเป็นมัมหมี จำนวน 12 คน ในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มแฟนคลับมัมหมีของมาสคอต Butterbear ใช้วิธีโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร โดยแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ TikTok, Openchat และการแสดงออกบนพื้นที่ทางกายภาพ เพื่อการแสดงอัตลักษณ์ เพื่อการสื่อสารระหว่างแฟนคลับมัมหมีและ Butterbear และเพื่อสร้างและธำรงวัฒนธรรมแฟนคลับ นอกจากนี้ยังพบว่าความลึกซึ้งในการตีความ Butterbear ของแฟนคลับในแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเปิดรับ Butterbear ในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการส่วนบุคคลที่ยังขาดหายในชีวิตของแต่ละคน แฟนคลับกลุ่มมัมหมีไม่ได้มองคาแรกเตอร์ของ Butterbear เป็นเพียงแค่คาแรกเตอร์ทั่วไป แต่ยังมองลึกไปถึงความเป็นมนุษย์ของบุคคลผู้สวมบทบาท Butterbear


The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin 2024 Faculty of Communication Arts

The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study adopts a strategic communication perspective to examine the strategic influence of opinion leaders in Chinese fandom culture of Thai Boys’ Love (BL) series. The research focuses on “Da-fen,” a fandom-specific term referring to influential fan figures who play key leadership roles within online fan communities. By using a qualitative research design, the study combines semi-structured interviews with textual analysis of high-engagement social media posts. Three research questions guide the inquiry: (1) How do fan opinion leaders build and maintain leadership roles within Chinese fandom of Thai BL series? (2) What strategic communication practices do opinion leaders use to …


อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทัศนคติต่อตราสินค้า อิทธิพลของกลุ่มอ้างอิง (ได้แก่ อิทธิพลด้านข้อมูล อิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ และอิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม) การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค ในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า และ 2) อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-44 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และต้องเคยซื้อและใช้ยาดมตราหงส์ไทยมาอย่างน้อย 1 เดือน จำนวนทั้งสิ้น 264 คน แบ่งเป็น 1) อายุ 18-28 ปี (Generation Z) จำนวน 132 คน และ 2) อายุ 29-44 ปี (Generation Y) จำนวน 132 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุดคือ ทัศนคติต่อตราสินค้า นอกจากนั้น ทัศนคติต่อตราสินค้าและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า ในขณะที่อิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำเท่านั้น และสุดท้าย อิทธิพลด้านข้อมูลและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบของกลุ่มอายุ Generation Z และ Generation Y แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ของการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการเชิงสำรวจ (Survey Research) ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 210 คน ผลการศึกษาพบว่า (1) นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 47.6 รองลงมาเป็นเพศชาย ร้อยละ 46.7 และกลุ่ม LGBTQ+ ร้อยละ 5.7 มีอายุ 26-35 ปี ร้อยละ 59.0 และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ร้อยละ 94.3 (2) นักลงทุนใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ร้อยละ 80.0 รองลงมาคือเว็บไซต์ข่าวการเงิน ร้อยละ 66.7 และ YouTube ร้อยละ 55.2 (3) นักลงทุนสนใจข้อมูลนวัตกรรมด้าน Artificial Intelligence มากที่สุด ร้อยละ 76.2 รองลงมาคือ Data Center ร้อยละ 59.0 และ Cloud Computing ร้อยละ 53.3 (4) ระดับการรับรู้เกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลนวัตกรรมองค์กรอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.03) (5) ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (6) ระดับความตั้งใจลงทุนในองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (7) ระดับการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมต่อการความตั้งใจลงทุนอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 3.98) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมขององค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (r = 0.729, p<0.01) (2) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจในการลงทุน (r = 0.785, p < 0.01) (3) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจลงทุน (r=0.672, p< 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานการวิจัยทั้งสามข้อ


อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความไว้วางใจในสินค้าไทย และศึกษาอิทธิพลของความไว้วางใจในสินค้าไทยที่ใช้พรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการสำรวจความคิดเห็น (Survey Research) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการซื้อและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 272 คน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .852, p < 0.01) (2) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมักมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .874, p < 0.01) (3) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .907, p < 0.01) (4) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .903, p < 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งรับสมมติฐานทุกข้อ ความไว้วางใจสามารถไกล่เกลี่ยอิทธิพลของพรีเซนเตอร์ได้ 87.7% ในผลิตภัณฑ์ชาหมัก และ 94.0% ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า


การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก กลยุทธ์ในสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก และภาพยนตร์หอแต๋วแตกช่วยผลักดันการต่อสู้ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือไม่อย่างไร โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) จากกลุ่มตัวอย่างภาพยนตร์หอแต๋วแตกจำนวน 4 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 หอแต๋วแตก (พ.ศ. 2550) ภาคที่ 3 หอแต๋วแตก แหวกชิมิ (พ.ศ. 2554) ภาคที่ 6 หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ (พ.ศ. 2561) และภาคที่ 9 หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด (พ.ศ. 2567) โดยคัดเลือกด้วยเกณฑ์ด้านพื้นที่ของหอที่ต่างกันในแต่ละภาค ผลการวิจัยพบว่าภาพยนตร์ชุดนี้ได้สร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ขึ้นตามแนวคิดของมิคาอิล บัคติน (Mikhail Bakhtin) ด้วยกลไกคาร์นิวัล 3 ประการ ได้แก่ การกลับหัวกลับหางสถานะ (Turning Upside Down), การแสดงความรื่นรมย์ผ่านร่างกาย (Bodily Pleasure) และการสร้างความขบขันเกินขอบเขต (Laughter by Excession) ในพื้นที่กึ่งสาธารณะอย่างหอพัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศมีอำนาจควบคุม พลิกสถานะจากผู้ถูกกดทับในชีวิตจริงสู่ผู้มีอำนาจในโลกของภาพยนตร์ ผ่านการแสดงออกอันเกินจริง การแต่งกายหลุดกรอบ และการใช้อารมณ์ขันท่ามกลางบรรยากาศสยองขวัญ ทั้งยังสลับบทบาทกับเพศชายหญิงที่มักเป็นชนชั้นนำในสังคมจริง เพื่อวิพากษ์และลดทอนอำนาจแบบดั้งเดิม ทั้งจากรัฐ สังคม ศาสนา และวาทกรรมชายเป็นใหญ่ โดยทุกภาคจบลงด้วยชัยชนะของตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำว่า “ธรรมะชนะอธรรม” ภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตกนี้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการต่อต้านในการต่อสู้ทางจินตนาการของผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว (temporary liberation) เพื่อปลอดปล่อยความเจ็บปวดและหล่อเลี้ยงความหวังของผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย


การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี ด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ชุด ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีโดยรวมอยู่ในระดับมากโดยเฉพาะประเด็นที่สามารถจดจำการใช้ดนตรีเพื่อเชื่อมโยงศิลปินกับกลุ่มเป้าหมายของตราสินค้าได้ (M= 3.93), มีทัศนคติเชิงบวกต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้ศิลปินเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (M = 4.29) และมีระดับการตอบสนองต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (M = 4.05) ทั้งนี้ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1. การรับรู้มีความสัมพันธ์กับทัศนคติในระดับปานกลาง โดยเฉพาะกลยุทธ์การร่วมมือระหว่างศิลปินและตราสินค้าในการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก (r = 0.47) และ 2. ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับการตอบสนองในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (r = 0.52) สะท้อนให้เห็นว่า การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีมีบทบาทในการกระตุ้นอารมณ์ สร้างประสบการณ์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในทุกมิติ


The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan 2024 Faculty of Communication Arts

The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the context of China's e-commerce live-streaming industry, this study explores the influence of consumer ethnocentrism (CET) and cosmopolitanism (COS) on perceptions of virtual anchors, using the Technology Acceptance Model (TAM) to examine the effects on perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PEOU), and perceived enjoyment (PE), which ultimately shape consumer behavioral responses (CBR). A quantitative survey was conducted with 204 participants who had prior experience watching live streams on Chinese e-commerce platforms. Using structural equation modeling (SEM), the study found that CET positively impacts PU (β=0.766), PEOU (β=0.899), and PE (β=0.511), while COS positively influences PU (β=0.593), PEOU …


การยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า, วิทวัส จรุงจิตต์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า, วิทวัส จรุงจิตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “การยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า” ใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ในรูปแบบเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษากลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า 2) ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในกลุ่มผู้บริโภค โดยมีการเก็บข้อมูลใน 2 รูปแบบได้แก่การสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง ทั้งหมด 6 คน ได้แก่ นักการตลาด นักการวางแผนกลยุทธ์ และครีเอเทีฟ ในส่วนของเชิงปริมาณใช้วิธีเชิงสำรวจด้วยการใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล จากผู้ที่รู้จักอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 400 คน จากการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า องค์กรมองว่าอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงสามารถสร้างความแตกต่างทางการตลาด ควบคุมได้ง่าย ยืดหยุ่นในการออกแบบคาแรคเตอร์และเนื้อหา คุ้มค่าในระยะยาว และควบคุมภาพลักษณ์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชั่นซีและอัลฟา อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเรื่องต้นทุน ความสมจริง และความน่าเชื่อถือ โดยมีแนวโน้มการใช้งานในอนาคตเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น ความงาม เทคโนโลยี และความบันเทิง จากการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า ผู้บริโภครับรู้ถึงประโยชน์ ความง่ายในการใช้งาน ความน่าเชื่อถือ ความบันเทิงในระดับมาก ขณะที่การรับรู้ความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง ทัศนคติโดยรวมอยู่ในเชิงบวก โดยมองว่าอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงเป็นนวัตกรรมทางการตลาดที่น่าสนใจและสร้างภาพลักษณ์ทันสมัยในตราสินค้า ส่วนการยอมรับอยู่ในระดับสูง ที่มาจากสมมติฐานที่ว่า ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับการยอมรับ (ค่าเพียร์สัน = 0.73) แต่พฤติกรรมการใช้งานยังอยู่ในระดับต่ำ โดยจากการสมมติฐานพบว่า การยอมรับและพฤติกรรมการใช้มีความสัมพันธ์กันแต่อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเพียร์สัน = 0.52) สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างการยอมรับในเชิงความคิดและการปฏิบัติจริงของผู้บริโภค


อิทธิพลของปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจและความน่าดึงดูดใจของ Micro-Influencers ในสายความงามต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค, เสกพร สุพรรณธนพงษ์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลของปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจและความน่าดึงดูดใจของ Micro-Influencers ในสายความงามต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค, เสกพร สุพรรณธนพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ในยุคดิจิทัลส่งผลให้รูปแบบการตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวใจผู้บริโภค งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจ และความน่าดึงดูดใจของ Micro-Influencers สายความงาม ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจว่าจ้าง Micro-Influencers จากแบรนด์และเอเจนซี่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาวิธีการที่ Micro-Influencers สื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ของตนและศึกษาการว่าจ้าง Micro-Influencers ของแบรนด์และเอเจนซี่ (จำนวน 6 ราย) และการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อสำรวจระดับคะแนนของผู้บริโภคที่ติดตาม Micro-Influencers ต่อปัจจัยดังกล่าว ตลอดจนวิเคราะห์ความแตกต่างตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น เพศ อายุ การศึกษา และรายได้ จำนวน 402 คนผลวิจัยเชิงคุณภาพชี้ว่า Micro-Influencers ที่แสดงถึงความรู้จริง ความจริงใจ และบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ มักได้รับความไว้วางใจจากผู้ติดตาม และสามารถจูงใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผลเชิงปริมาณพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าดึงดูดใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.33) รองลงมาคือความเชี่ยวชาญ (3.70) และความไว้วางใจ (3.68) โดยผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณยืนยันว่าความน่าดึงดูดใจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสูงที่สุด นอกจากนี้ ยังพบความแตกต่างในการรับรู้ของผู้บริโภคบางกลุ่มตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ ผลการวิจัยสอดคล้องกับแนวคิด Source Credibility Theory และ Source Attractiveness Model ซึ่งเน้นว่า บุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย และความรู้ที่น่าเชื่อถือ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างอิทธิพลทางการตลาด ข้อค้นพบนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล การคัดเลือก Influencers ที่มีคุณลักษณะเหมาะสม ตลอดจนการออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมความงามได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การศึกษากระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น, อิงครัต โพธิบัตร 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การศึกษากระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น, อิงครัต โพธิบัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น และเพื่ออธิบายกระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จการวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้วิธีการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เจาะลึก และการสัมภาษณ์กลุ่ม ประชากรคือวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมดตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างคือวงที่เดบิวต์ระหว่าง พ.ศ. 2560-2564 และยังดำเนินกิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 8 วง โดยสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรม 6 ท่าน และตัวแทนผู้ติดตามวงไอดอล 9 ท่าน เพื่อวิเคราะห์กระบวนการพัฒนาวงในมุมมองของผู้ผลิตและผู้บริโภคการศึกษาพบว่าคุณลักษณะของวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นประกอบด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ที่โดดเด่น 4 รูปแบบ ได้แก่ ระบบ 48 Group ภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากกระแสหลัก ภาพลักษณ์แบบยืดหยุ่น และภาพลักษณ์แบบมีธีมเฉพาะ รวมทั้งการนำเสนอแนวคิดและค่านิยมความเป็นญี่ปุ่นที่ผสมผสานกับบริบทไทย องค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ ผลงานเพลง สมาชิกวงหรือไอดอล เอกลักษณ์ของวง กิจกรรมของวง และการสนับสนุนจากแฟนคลับ กระบวนการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จประกอบด้วยการผลิตผลงานเพลงที่มีคุณภาพ ซึ่งครอบคลุมกระบวนการสร้างสรรค์ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ การวิจัย การแต่งเพลง การบริหารจัดการการเผยแพร่ผลงาน การจัดการลิขสิทธิ์ การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกม ซึ่งครอบคลุมการสร้างความสัมพันธ์แบบพี่น้องหรือครอบครัวระหว่างทีมงานและศิลปิน การบริหารจัดการสัญญาอย่างเป็นธรรมและปกป้องผลประโยชน์ของศิลปิน การสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ และการวางแผนพัฒนาระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งผลงาน ศิลปิน และองค์กร


อิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชมตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี, มทินา ลิ่มวานิชรัตน์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชมตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี, มทินา ลิ่มวานิชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของอิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม ตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี โดยตั้งสมมติฐานว่าความเกี่ยวพันบุคคลมีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม และความเกี่ยวพันบุคคลมีชื่อเสียงส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้าจุดหมายปลายทาง งานวิจัยนี้มุ่งเติมเต็มช่องว่างองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของค่ายเพลงในการสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง และสามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในไทย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากแฟนคลับชาวไทยจำนวน 400 คน ที่ชื่นชอบศิลปินจาก SM หรือ YG และรู้จักสถานที่ KWANGYA@SEOUL หรือ The SameE โดยใช้แบบสอบถามปลายปิดผ่านออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพหุคูณที่ระดับนัยสำคัญ .05 ผลการวิจัยพบว่า ความเกี่ยวพันกับศิลปินและคุณค่าตราสินค้าจุดหมายปลายทางมีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม โดยความผูกพันทางอารมณ์ของแฟนคลับเป็นแรงผลักดันสำคัญ งานวิจัยเสนอให้ส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงแฟนคลับ และออกแบบแบรนด์จุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับศิลปินในระดับจิตใจ


Digital Commons powered by bepress