Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Communication Technology and New Media Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

6,402 Full-Text Articles 7,659 Authors 8,999,524 Downloads 277 Institutions

All Articles in Communication Technology and New Media

Faceted Search

6,402 full-text articles. Page 50 of 255.

การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี, พิรัลพัชร ลีลาเทพินทร์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี, พิรัลพัชร ลีลาเทพินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับและทัศนคติต่อแบรนด์ ทัศนคติต่อส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี โดยการเลือกกระเป๋าสองแบรนด์นี้เพราะมีจุดร่วมในด้านราคา ภาพลักษณ์และความนิยมในกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันแต่ใช้กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน แบรนด์ Goyard เป็นแบรนด์ที่ใช้ กลยุทธ์การตลาดแบบ Silence Marketing ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ต่างจากแบรนด์ Dior ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุก ผู้วิจัยจึงได้นำทั้งสองแบรนด์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกันเพื่อทำความเข้าใจถึง ผลลัพธ์และแนวโน้มที่แตกต่างกัน รวมไปถึงหาแนวทางในการสร้างคุณค่าตราสินค้า และพัฒนากลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์หรูในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไปการวิจัยใช้วิธีเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มและสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยแบ่งผู้ให้สัมภาษณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Goyard, ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Dior, และ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋าทั้งสองแบรนด์ ผลการวิจัยพบว่า การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อแบรนด์ทั้งสอง แม้ว่าจะอยู่ในระดับแบรนด์หรูเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะและแตกต่างกัน โดยแบรนด์ Goyard มีภาพลักษณ์ที่ลึกลับและเข้าถึงยาก และสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ในเชิงเรียบหรู จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Authentic Self ส่วนของแบรนด์ Dior มีภาพลักษณ์ที่เรียบหรูเหมือนกัน แต่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากการโฆษณาหรือการเลือกพรีเซ็นเตอร์ อีกทั้งยังมีการสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ให้มีความอ่อนหวาน คลาสสิก จึงตอบโจทย์แฟชั่นของผู้หญิงยุคใหม่ จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Performance เพราะฉะนั้น ทั้ง Goyard และ Dior แสดงให้เห็นถึง “ความแตกต่างที่สมดุล”


อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเนื้อหาและด้านแหล่งสารในการรับชมวล็อกวีคต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, พัณวา เตชณาวิทย์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเนื้อหาและด้านแหล่งสารในการรับชมวล็อกวีคต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, พัณวา เตชณาวิทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) แรงจูงใจด้านเนื้อหา (ประกอบด้วย มิติของการแสวงหาข้อมูล การเข้าสังคม การให้ความเพลิดเพลิน และการแสวงหาสถานะทางสังคม) แรงจูงใจด้านแหล่งสาร (ประกอบด้วย คุณลักษณะของความคล้ายคลึงกัน ความนิยม ความมีอิทธิพล ความนำสมัย และความใกล้ชิดกับผู้อื่น) ในการรับชม Vlog Week และพฤติกรรมผู้บริโภค (ประกอบด้วย ตัวแปรย่อยในเรื่องของการตระหนักรู้ ทัศนคติต่อสินค้าและบริการ ความผูกพันของผู้บริโภค ความตั้งใจซื้อ และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง) 2) อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเนื้อหาต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และ 3) อิทธิพลของแรงจูงใจด้านแหล่งสารต่อพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 – 28 ปี จำนวน 450 คน ซึ่งเคยรับชม Vlog Week ภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา จากช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดและเผยแพร่ Vlog Week ในปี พ.ศ. 2566 – 2567 จำนวน 10 วิดีโอขึ้นไป 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง @Bowkanyaratp, @Flukkaron และ @PONGKOOL24 ผลการวิจัยพบว่า แรงจูงใจด้านเนื้อหา ในมิติการแสวงหาข้อมูล มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคทุกตัวแปรย่อย มิติการเข้าสังคม มีอิทธิพลต่อความผูกพันของผู้บริโภค มิติการให้ความเพลิดเพลิน มีอิทธิพลต่อการตระหนักรู้ ทัศนคติต่อสินค้าและบริการ ความผูกพันของผู้บริโภค และความตั้งใจซื้อ และมิติการแสวงหาสถานะทางสังคม มีอิทธิพลต่อความผูกพันของผู้บริโภค และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของแรงจูงใจด้านแหล่งสาร ในคุณลักษณะความคล้ายคลึงกัน และความใกล้ชิดกับผู้อื่น มีอิทธิพลต่อทัศนคติต่อสินค้าและบริการ ความผูกพันของผู้บริโภค ความตั้งใจซื้อ และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง คุณลักษณะความนิยม มีอิทธิพลต่อการตระหนักรู้ และทัศนคติต่อสินค้าและบริการ และคุณลักษณะความนำสมัย มีอิทธิพลต่อการตระหนักรู้ ความผูกพันของผู้บริโภค และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง


อิทธิพลของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรมและความเป็นสากลนิยมที่มีต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์”, พีรวิชญ์ เสนประดิษฐ์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรมและความเป็นสากลนิยมที่มีต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์”, พีรวิชญ์ เสนประดิษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรม ความเป็นสากลนิยม ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” 2) ศึกษาอิทธิพลของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรม ความเป็นสากลนิยม และภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” รวมถึง 3) พัฒนาแบบจำลองปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” และตรวจสอบความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยใช้การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชันวาย 400 คน และวิเคราะห์ด้วย SEM พบว่าแบบจำลองสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Relative Chi-Square = 1.24, CFI = 0.98, NFI = 0.91, NNFI = 0.98, IFI = 0.98, RMSEA = 0.02) ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึก 3 คนถูกใช้เพื่อขยายความผลการวิจัยเชิงปริมาณ ผลพบว่า ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า มีอิทธิพลโดยรวมต่อความตั้งใจซื้อสูงที่สุด (β = 0.45, p < 0.001) ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า และการผสานมุมมองท้องถิ่นกับแนวคิดสากลของผู้บริโภค ผลวิจัยเสนอแนวทางการสื่อสารตราสินค้า “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” ผ่านการออกแบบประสบการณ์รอบด้าน โดยเฉพาะด้านอารมณ์ การผสานความเป็นสากลกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น และภาพลักษณ์ที่สะท้อนความน่าเชื่อถือ เพื่อเสริมแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ


อิทธิพลของการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติ และบรรทัดฐานส่วนบุคคลต่อความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยของผู้บริโภค, ชญานิศ สาลีผล 2024 คณะนิเทศศาสตร์

อิทธิพลของการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติ และบรรทัดฐานส่วนบุคคลต่อความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยของผู้บริโภค, ชญานิศ สาลีผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย บรรทัดฐานส่วนบุคคล และความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยของผู้บริโภค และ 2) วิเคราะห์อิทธิพลของการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย บรรทัดฐานส่วนบุคคลต่อความตั้งใจซื้อ อาร์ตทอยของผู้บริโภค โดยใช้วิธีวิจัยเป็นเชิงปริมาณ ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจและ ใช้แบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 400 ชุด ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือก ได้แก่ 1) ผู้บริโภคอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2) ผู้บริโภคมีอายุระหว่าง 18-40 ปี 3) รู้จักและเคยซื้ออาร์ตทอยอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเปิดรับสื่ออยู่ในระดับปานกลางการรับรู้คุณค่า ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย บรรทัดฐานส่วนบุคคล และความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยอยู่ในระดับเห็นด้วยมาก สำหรับการทดสอบสมมติฐานพบว่า การเปิดรับสื่อ (β = 0.166) การรับรู้คุณค่า (β = 0.441) ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย (β = 0.509) และบรรทัดฐานส่วนบุคคล (β = 0.281) มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาการรับรู้คุณค่าอาร์ตทอยพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณค่าการใช้งานในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.34) ศิลปินและนักออกแบบอาร์ตทอยควรให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สร้างสรรค์ ประณีต และมีฟังก์ชันหลากหลาย เพื่อเพิ่มคุณค่าการใช้งานที่หมาะสมที่จะนำไปสู่ความตั้งใจซื้อในที่สุด


กลยุทธ์การสื่อสารตราสินค้าบุคคลของนักดนตรีกลางคืนและปัจจัยในการต่อยอดทางอาชีพ, ณัฐชภัค เทศน้อย 2024 คณะนิเทศศาสตร์

กลยุทธ์การสื่อสารตราสินค้าบุคคลของนักดนตรีกลางคืนและปัจจัยในการต่อยอดทางอาชีพ, ณัฐชภัค เทศน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างและสื่อสารตราสินค้าบุคคล ของนักดนตรีกลางคืนเพื่อการต่อยอดทางอาชีพ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสนทนากลุ่มกับนักดนตรี 10 คน ที่แบ่งเป็นกลุ่มนักดนตรีในผับที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ และ ผู้ทรงอิทธิพลระดับมาโครอินฟลูเอ็นเซอร์ บนช่องทางแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ สร้างแบรนด์ผ่าน ความเป็นมืออาชีพและทักษะการแสดงสดที่โดดเด่น ขณะที่กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับ มาโครอินฟลูเอ็นเซอร์ เน้นภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและจริงใจโดยใช้ชื่อเสียงเดิมเป็นฐาน ทั้งสองกลุ่มใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ โดยใช้ช่องทางแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก เป็นช่องทางหลักในการสร้างการรับรู้เพื่อนำไปสู่การจ้างงาน มากกว่าสร้างรายได้โดยตรง การสร้างตราสินค้าบุคคลที่แข็งแกร่งจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อยอดอาชีพของนักดนตรีกลางคืน ในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ควบคู่ไปกับความสามารถทางดนตรี


แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสถานการณ์และคุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ และแนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะดังกล่าวสำหรับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว โดยใช้วิธีการเชิงปฏิบัติการ ด้วยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเพื่อสร้างเครื่องมือสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว จำนวน 6 ท่าน จากนั้นนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารและงานวิจัยเพื่อสังเคราะห์เป็นแนวทางกระบวนการฝึกอบรม ผ่านการตรวจสอบความตรงและความเที่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ก่อนนำไปฝึกอบรมจริงกับกลุ่มผู้ประกาศข่าว จำนวน 7 คน ผลการวิจัยสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 ลักษณะสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาสะเทือนใจเกี่ยวกับเด็ก 2) ทราบข่าวร้ายกะทันหัน 3) หยุดหัวเราะไม่ได้ และ 4) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาความรุนแรง ประเด็นที่ 2 คุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) มีสติ 2) สลัดทิ้งสิ่งที่วิตกกังวลได้ทันที 3) มีทีมเวิร์ค 4) เปลี่ยนความสนใจที่รบกวนให้มาอยู่กับตัวเองแทน ประเด็นที่ 3 แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว ในส่วนนี้ผู้วิจัยนำผลของคำถามนำวิจัยข้อที่ 1 และคำถามนำวิจัยข้อที่ 2 มาสังเคราะห์ด้วย “รูปแบบกระบวนการฝึกอบรม” โดยนำ “แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา” มาเป็นรากฐานของหลักสูตร ออกแบบการจัดฝึกอบรมด้วย “แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน” และ “แนวคิดสื่อสารการแสดง” จนนำมาสู่ 9 หัวข้อกิจกรรม โดยผลประเมินการอบรมจากแนวทางดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ที่ดีขึ้น มีสมาธิ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไหลลื่น สามารถรับรู้บุคลิกภาพการสื่อสารของตนเอง รวมถึงสามารถจัดการอารมณ์ความเครียดที่เกิดจากการเล่าข่าวประจำวัน


กระบวนการสื่อสารในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ต่อสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย, ชญานนท์ ครองบุญชู 2024 คณะนิเทศศาสตร์

กระบวนการสื่อสารในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ต่อสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย, ชญานนท์ ครองบุญชู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และศึกษารูปแบบกลยุทธ์ กระบวนการ และการสื่อสารที่ก่อให้เกิดอิทธิพลในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ในบริบทของสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคและการตอบสนองต่อกลยุทธ์การสื่อสารของบริษัทนำเข้าสื่อการ์ตูนญี่ปุ่น การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 30 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งต่อการสร้างอิทธิพลในการรวมกลุ่มของสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย จำนวน 9 คน และผู้รับชมสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่เกิดในปี พ.ศ. 2540-2549 จำนวน 21 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพดำเนินการด้วยเทคนิคการวิเคราะห์แก่นสารผลการวิจัยพบว่า กระบวนการการรวมกลุ่มประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นตอนการค้นพบ ขั้นตอนการเรียนรู้ ขั้นตอนการมีส่วนร่วม และขั้นตอนการสร้างอัตลักษณ์ วงการการ์ตูนญี่ปุ่นในไทยมีการรวมกลุ่มแบบผสมผสานระหว่างสื่อออนไลน์และออฟไลน์ กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องเน้นหลักการ 3T ได้แก่ ความจริงใจในการสื่อสารที่ซื่อสัตย์และไม่มีการปิดบัง ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการที่จำเป็น และความรวดเร็วในการตอบสนองและอัปเดตข้อมูลอย่างทันท่วงที ผลการวิจัยยังพบว่าผู้บริโภค Gen Z ที่มีประสบการณ์แตกต่างกันมีพฤติกรรมและความต้องการในการรวมกลุ่มแตกต่างกัน การรวมกลุ่มมักเกิดขึ้นในพื้นที่ออนไลน์แล้วจึงนำไปสู่การรวมกลุ่มแบบออฟไลน์ ผ่านแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นในโลกออนไลน์ที่มีบทบาทในฐานะผู้ร่วมผลิตที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรม


กลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี (Rov) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย, ภัทรภร เสือม่วง 2024 คณะนิเทศศาสตร์

กลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี (Rov) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย, ภัทรภร เสือม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบ และเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีของสตรีมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้วิธีการ การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ผ่านวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมอาร์โอวีบนยูทูบ จากสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี จำนวน 3 ช่อง ได้แก่ 1. กาย หงิด 2. กิต งายย 3. Doyser ผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาและการจัดประเภทของเนื้อหา (Genre categorization) โดยใช้เครื่องมือลงรหัส (Coding Sheet) เพื่อเก็บข้อมูลจากวิดีโอที่มียอดเข้าชมมากที่สุดในปี พ.ศ. 2566 จำนวนช่องละ 20 คลิป รวมทั้งสิ้น 60 คลิป อีกทั้ง 2) เพื่อศึกษากลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวีที่ประสบความสำเร็จ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ตัวบท (Textual analysis) ผ่านวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมอาร์โอวีในช่องยูทูบของสตรีมเมอร์ กาย หงิด โดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) จากวิดีโอที่มีผู้ชม 5 แสนคนขึ้นไป และอยู่ในระหว่างปี พ.ศ. 2562 - 2567 จำนวน 10 คลิป ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบ และเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีเป็นประเภทรายการ (Genre) ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยมีรูปแบบและเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การเล่นเกมกับผู้อื่น (Reaction videos) คิดเป็นร้อยละ 75 และร้อยละ 90 ของคลิปวิดีโอในช่องกายหงิดและกิตงายตามลำดับ และมีลักษณะเนื้อหาแบบการแข่งขันเกม (Game tournaments and competitions) ร่วมกับสตรีมเมอร์ช่องอื่น (Collaboration) ในขณะเดียวกันก็มีรูปแบบเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีที่ได้รับความนิยมรองลงมาและเป็นกระแสรอง คือ การสอนเทคนิคการเล่น (Walk-throughs and tutorials) คิดเป็นร้อยละ 85 ของคลิปวิดีโอในช่อง Doyser และมีลักษณะเนื้อหาแบบการวิเคราะห์เกมอย่างละเอียดลึกซึ้ง (Game Analysis) นอกจากนี้ ยังพบว่า 2) …


กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารเมื่อเผชิญการวิจารณ์ ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม และเพื่อศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายในสื่อสังคมของตนเอง การศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ในกลุ่มความสวยความงามและแฟชั่น จำนวน 6 กรณีศึกษา ที่มีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,800 คน รวมถึงวิเคราะห์เนื้อหา ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อความ รูปภาพ และวิดีโอในสื่อสังคม ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกจากความอับอายเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ไม่มีการตระหนักถึงความอับอายแต่มีการสื่อสาร เพื่อสร้างความปกติใหม่ และ เพื่อการรักษาและการใช้เครือข่ายการสื่อสาร 2) การตระหนักถึงความอับอาย เพื่อสร้างความปกติใหม่ เพื่อรักษาและใช้เครือข่าย การสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 3) การรับรู้เชิงวิเคราะห์ เพื่อสร้างตรรกะทางเลือก และเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ 4) การเข้าถึง เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 5) การพูดถึงความอับอาย เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และเพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก นอกจากนี้ผลการศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเชิงบวกของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกาย (รวม 2,881 เนื้อหา) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ (1) การแสดงอารมณ์ (39.5%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ (2) การแสดงตัวอย่าง (36.3%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึง (3) การให้คำแนะนำและข้อเท็จจริงทั่วไป (23.9%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอาย และ (4) การรณรงค์ (0.3%) ที่ส่งเสริมการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์


ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง 2024 คณะนิเทศศาสตร์

ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและเนื้อหาการสื่อสารสุขภาพที่ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีดให้ความสนใจ โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก 20 ราย และการสนทนากลุ่ม 4 กลุ่ม ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วิเคราะห์ด้วยวิธีวิเคราะห์แก่นสาร (Thematic Analysis) เพื่อสกัดรหัสและประเด็นที่สะท้อนความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้สารเสพติดให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ และสอดคล้องกับชีวิตจริง โดยนิยมการพูดคุยตัวต่อตัว การสนทนากลุ่มย่อย และการสื่อสารผ่านเพื่อนร่วมประสบการณ์ ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และวิดีโอมักถูกมองว่าไม่ดึงดูดหรือไม่ตรงกับพฤติกรรมจริง ด้านเนื้อหา ผู้ใช้สารสนใจประเด็นในชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลแผล อาการถอนยา การป้องกันการใช้ยาเกินขนาด การเจรจากับตำรวจ และประสบการณ์เลิกยา มากกว่าเนื้อหาเรื่องเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี หรือวัณโรค ซึ่งมักถูกมองว่าไกลตัวและซ้ำซาก แม้ยังคงเข้ารับบริการด้านสุขภาพเหล่านี้ นอกจากนี้ยังพบความสนใจในเนื้อหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคเรื้อรัง สุขภาพช่องปาก และการนอนหลับ ซึ่งเกี่ยวข้องทางอ้อมกับพฤติกรรมการใช้สาร ข้อค้นพบสะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมที่ยึดบริบทชีวิตของผู้ใช้สารเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยง ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย


ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร 2024 คณะนิเทศศาสตร์

ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยมีจุดมุ่งหมายในการศึกษาความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติและศึกษากระบวนการสร้างสรรค์การแสดงในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติเพื่อนำเสนอความเป็นไทย ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) พิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร และพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก (in-dept interview) ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง ผลการวิจัยพบว่า 1. มีการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 จำนวน 9 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย 7) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย 8) กีฬาไทย และ 9) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยเพียงหมวดหมู่เดียวคือหมวดหมู่ประเพณีไทย และการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 จำนวน 7 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย และ 7) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยในหมวดหมู่ถึง 3 หมวดหมู่ คือ …


การวิเคราะห์ประเภทรายการสารคดีและการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, ซึง ดวงมณี 2024 คณะนิเทศศาสตร์

การวิเคราะห์ประเภทรายการสารคดีและการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, ซึง ดวงมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะและประเภทของสารคดีบนแพลตฟอร์มยูทูบและ 2) เพื่อศึกษาแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์สารคดีของผู้ผลิตบนแพลตฟอร์มยูทูบ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ช่องบนแพลตฟอร์มยูทูบ (Documentary analysis) ซึ่งผลิตโดยชาวไทยและมีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป ระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สารคดี ผลการศึกษาพบว่า สารคดีบนแพลตฟอร์มยูทูบสามารถจำแนกตามคุณลักษณะเชิงเนื้อหาได้ 9 เนื้อหา ได้แก่ 1) วิถีชีวิตประชาชน 2) การท่องเที่ยว กิจกรรม และแนะนำสถานที่ 3) เรื่องแปลกและการสืบสวน 4) ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญ 5) พืชและสัตว์ 6) วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม 7) เครื่องยนต์และยานยนต์ 8) กีฬา และ 9) ภาพยนตร์ และจำแนกตามคุณลักษณะเชิงรูปแบบได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ 1) สารคดีเชิงการมีส่วนร่วม 2) สารคดีเชิงเปิดเผยเรื่องราว 3) สารคดีเชิงรวมเหตุการณ์ 4) สารคดีเชิงพรรณนา และ 5) สารคดีเชิงการแสดง โดยแพลตฟอร์มยูทูบส่งผลให้เกิดผู้ผลิตที่มีความแตกต่างด้านแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์สารคดี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ผลิตมืออาชีพ ซึ่งอยู่ในบริบทของการสร้างสรรค์สารคดีอยู่แล้ว และ 2) ผู้ผลิตที่มาจากผู้ชม ซึ่งมีแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดตามขนบเดิมจนเกิดเป็นรูปแบบสารคดีที่สามารถดึงดูดใจผู้ชมในวงกว้าง มีบทบาทให้เกิดการปรับโครงสร้างของกระบวนการสร้างสรรค์ และส่งผลต่อการขยายขอบเขตนิยามสารคดีในประเทศไทย


กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาและการพัฒนานักโฆษณาเพื่อเข้าประกวดงานโฆษณา Cannes Lions, ศิรณัฐ สิริยากรนุรักษ์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาและการพัฒนานักโฆษณาเพื่อเข้าประกวดงานโฆษณา Cannes Lions, ศิรณัฐ สิริยากรนุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ถูกส่งเข้าประกวดโฆษณาใน Cannes Lions จุดที่ต้องได้รับการพัฒนาและจุดแข็งของโฆษณาจากประเทศไทย และข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทย ผู้วิจัยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสารเกี่ยวกับโฆษณาที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นชุดข้อมูลในเรื่องของรางวัลที่นักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยได้รับในช่วงระหว่างปี ค.ศ.2017 - 2022 จำนวน 34 ชิ้นงาน รวม 52 รางวัล ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์การสร้างสรรค์ที่ปรากฏในงานโฆษณาจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลในงานประกวดโฆษณา Cannes Lions ระหว่างปี 2017-2022 สามารถจำแนกออกได้เป็น 8 ด้าน ได้แก่ กลยุทธ์การดึงดูดใจผ่านการสร้างความเชื่อถือด้วยการอธิบายคุณสมบัติของสินค้าและบริการ กลยุทธ์เกี่ยวกับสัญวิทยาเพื่อสื่อความหมายเกี่ยวกับข้อความหลักของโฆษณา กลยุทธ์การดึงดูดใจผ่านอารมณ์ขัน กลยุทธ์ด้านความแปลกใหม่ในการนำเสนอ กลยุทธ์ด้านการเล่าเรื่องที่มีความโดดเด่น กลยุทธ์เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กลยุทธ์เกี่ยวกับการสร้างอารมณ์ร่วม และกลยุทธ์เกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคม โดยนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยมีจุดเด่นเกี่ยวกับการเล่าเรื่องที่มีความหลากหลาย สามารถประยุกต์ใช้วัฒนธรรมและสิ่งใกล้ตัวมานำเสนอ สามารถดึงอารมณ์ร่วมจากผู้ชมและแฝงอารมณ์ขันที่มีเสน่ห์ สามารถด้านการสื่อสารผ่านความหมายแฝงในภาพ แต่ในขณะเดียวกันจุดที่นักสร้างสรรค์จากประเทศไทยยังต้องได้รับการพัฒนา คือ การพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ไปสู่บริบทสากลรวมถึงเพิ่มความแปลกใหม่ พัฒนาทักษะด้านภาษา รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับชิ้นงานเพื่อความทันสมัยมากขึ้น โดยนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยควรได้รับการพัฒนาทักษะตามหลัก “ทักษะไม้ที” หรือการพัฒนาตามหลักพหุทักษะ เพื่อให้นักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีและทักษะเฉพาะบุคคลที่ช่วยสร้างความโดดเด่นทัดเทียมกับนักสร้างสรรค์งานโฆษณาระดับโลก


ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรอบแนวคิด ภาพยนตร์วิปัสสนา (Vipassanā Cinema) เพื่อใช้ในการศึกษาภาพยนตร์แนว Slow Cinema ในฐานะภาพยนตร์ที่มีศักยภาพในการกระตุ้นการตื่นรู้ของผู้ชม งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ 4 เรื่อง ได้แก่ Dream of Light (Víctor Erice, 1992), Shirin (Abbas Kiarostami, 2008), ลุงบุญมีระลึกชาติ (Apichatpong Weerasethakul, 2010) และ Inside the Yellow Cocoon Shell (Phạm Thiên Ân, 2023) โดยพิจารณาองค์ประกอบการเล่าเรื่องและสุนทรียภาพที่สอดคล้องกับพุทธปรัชญาและสำรวจศักยภาพในการกระตุ้นการตื่นรู้ในผู้ชม (2) การศึกษาประสบการณ์ของผู้วิจัยต่อการเจริญวิปัสสนาและการชมภาพยนตร์ Slow Cinema ทั้ง 4 เรื่อง โดยใช้วิธีอัตชาติพันธุ์วรรณนา (autoethnography) และ (3) การศึกษาประสบการณ์ของผู้ชมจริง (actual audiences) ผ่านการรับชม ลุงบุญมีระลึกชาติ โดยกลุ่มคนรักหนัง (cinephiles) จำนวน 6 คน ผ่านการจดโน้ตในความมืดและการสัมภาษณ์เชิงลึกผลการวิจัยพบว่า กรอบแนวคิด ภาพยนตร์วิปัสสนา สามารถนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ ศึกษาประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในเชิงอัตวิสัยของผู้วิจัย และประสบการณ์ของผู้ชมจริง โดยมองภาพยนตร์ในฐานะเครื่องมือแห่งการเจริญวิปัสสนาที่อาจนำไปสู่การตื่นรู้ของผู้ชม ทั้งนี้ภาพยนตร์สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือแห่งการตื่นรู้ผ่านบริบทการรับชมที่เอื้อต่อภาวะการสังเกตภายใน และการจัดวางองค์ประกอบทางภาพยนตร์ที่ส่งเสริมภาวะการตื่นรู้ เช่น โครงสร้างการเล่าเรื่องที่ไม่เป็นเส้นตรง การนำเสนอความสามัญธรรมดาอย่างลึกซึ้ง การใช้จังหวะเชื่องช้าและช่วงเวลาที่ยืดยาว การออกแบบเสียงที่ส่งเสริมการฟังภายใน การนำเสนอความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง และการวางปริศนาธรรมทางภาพยนตร์ ผลการวิเคราะห์อัตชาติพันธุ์วรรณาของผู้วิจัยแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้วิจัยได้ใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นภายในกายและใจอย่างลึกซึ้ง ผ่านระดับของการเห็นโดยตรงซึ่งสะท้อนแก่นของการเจริญวิปัสสนา ผลการศึกษาประสบการณ์ของกลุ่มคนรักหนังพบว่า ผู้ชมมีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ การรับรู้ทางกาย (กายานุปัสสนา) ความรู้สึก (เวทนานุปัสสนา) จิตใจ (จิตตานุปัสสนา) และธรรมะภายใน (ธัมมานุปัสสนา) อีกทั้งยังสะท้อนถึงการตระหนักรู้ตามแนวคิดพุทธปรัชญา เช่น อนิจจัง ทุกขัง …


ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย, ธนพล เชาวน์วานิชย์ 2024 คณะนิเทศศาสตร์

ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย, ธนพล เชาวน์วานิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง "ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย" เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพที่มุ่งวิเคราะห์การนำเสนอภาพโรงเรียน ภาพแทนและอุดมการณ์วัยรุ่นที่ปรากฏในซีรีส์วัยรุ่นไทยระหว่างปี พ.ศ. 2556 - 2566 จำนวน 15 เรื่อง โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทและการวิเคราะห์อิงบริบท ผ่านกรอบแนวคิดเรื่องพื้นที่ ภาพแทน และอุดมการณ์ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทยถูกนำเสนอในฐานะพื้นที่เชิงนามธรรม 4 มิติหลัก ได้แก่ (1) พื้นที่แห่งความสัมพันธ์และอารมณ์ปรารถนา (2) พื้นที่ของความรุนแรงและอำนาจ (3) พื้นที่การต่อต้านของนักเรียน และ (4) พื้นที่ของความเหลื่อมล้ำ โดยเล่าผ่านพื้นที่ทางกายภาพในโรงเรียนที่ปรากฏในซีรีส์วัยรุ่นไทย ทั้งมิติของพื้นที่เชิงรูปธรรมและการเข้าถึงการใช้งาน ความผูกพันกับสถานที่ และ พื้นที่ออนไลน์ในฐานะพื้นที่แห่งอำนาจของวัยรุ่น ภาพแทนของวัยรุ่นในซีรีส์วัยรุ่นไทย สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท ได้แก่ (1) วัยรุ่นผู้เปี่ยมด้วยอิสระและความสนุกสนาน (2) วัยรุ่นที่ไม่เป็นไปตามค่านิยมทางเพศของสังคม (3) วัยรุ่นผู้สับสนและปกปิดอัตลักษณ์ทางเพศ (4) วัยรุ่นเพศทางเลือก (5) วัยรุ่นในมิติความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ (6) วัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงและไม่เท่าเทียมในโรงเรียน และ (7) วัยรุ่นผู้ท้าทายและต่อต้าน ซีรีส์วัยรุ่นไทยแสดงให้เห็นการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์กระแสหลักและอุดมการณ์ต่อต้านใน 3 ประเด็นหลัก (1) อุดมการณ์เรื่องเพศ (2) อุดมการณ์เรื่องอำนาจ และ (3) อุดมการณ์เรื่องความเหลื่อมล้ำ ซีรีส์วัยรุ่นไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญในการสะท้อนและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะในการท้าทายอุดมการณ์กระแสหลัก ส่งเสริมการตระหนักรู้เรื่องสิทธิและความเท่าเทียม และเสริมพลังให้วัยรุ่นกล้าที่จะลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม แม้ในบางกรณีจะยังคงประนีประนอมกับค่านิยมดั้งเดิมอยู่บ้างก็ตาม


Ban Of The Ukrainian Orthodox Church-Moscow Patriarchate In Ukraine: Limitation Of Religious Freedom Or The Fight Against Russian Influence, Bohdan Synchak 2024 Ukrainian Institute of Arts and Sciences

Ban Of The Ukrainian Orthodox Church-Moscow Patriarchate In Ukraine: Limitation Of Religious Freedom Or The Fight Against Russian Influence, Bohdan Synchak

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

The article reviews the activity of the Moscow Patriarchate in Ukraine and abroad, particularly in the EU and the USA. The main problem this study deals with is the probable ban of the Ukrainian Orthodox Church-Moscow Patriarchate (UOC MP) in Ukraine, which is potential against the background of the consideration in the 2nd reading of draft law No. 8371, which refers to “impossibility of the activity of religious organizations in Ukraine, the management center (management) of which is located in the state that carries out armed aggression against Ukraine.” In the course of our review, the key question is whether …


The Online Education Landscape, Digital Tools, And Covid-19, Rosetta S. Burk 2024 Humboldt State University

The Online Education Landscape, Digital Tools, And Covid-19, Rosetta S. Burk

Undergraduate Scholarship

The 2020 COVID-19 pandemic has been the ultimate stress test for communication technologies, online learning methods, digital pedagogies, students and educators as the world faced school closures and emergency online learning situations during the pandemic lockdowns. There has been an influx in communication tools, digital paradigms, and teaching methodologies in addition to relying on existing digital tools and methods to continue students' education while unable to meet in person. The level of remote learning and digital movement is unprecedented and the results have been varied and illuminating. Research has been conducted on student attitudes in the immediate aftermath of the …


Young Children And The Creation Of A Digital Identity On Social Networking Sites: Scoping Review, Valeska Berg, Diana Arabiat, Evalotte Morelius, Lisa Kervin, Maggie Zgambo, Suzanne Robinson, Mark Jenkins, Lisa Whitehead 2024 Edith Cowan University

Young Children And The Creation Of A Digital Identity On Social Networking Sites: Scoping Review, Valeska Berg, Diana Arabiat, Evalotte Morelius, Lisa Kervin, Maggie Zgambo, Suzanne Robinson, Mark Jenkins, Lisa Whitehead

Research outputs 2022 to 2026

Background:

There is limited understanding of the concept of the digital identity of young children created through engagement on social networking sites.

Objective:

The objective of this scoping review was to identify key characteristics of the concept of digital identity for children from conception to the age of 8 years on social networking sites.

Methods:

This scoping review was conducted using the PRISMA-ScR (Preferred Reporting Items for Systematic Reviews and Meta-Analyses extension for Scoping Reviews) guidelines. The key databases searched were EBSCO, Web of Science, ProQuest ERIC, and Scopus. Gray literature sources (National Grey Literature Collection, ProQuest Dissertations and Theses, …


Scholarly Discourse On Genai’S Impact On Academic Publishing, Yogesh K. Dwivedi, Tegwen Malik, Laurie Hughes, Mousa Ahmed Albashrawi 2024 Edith Cowan University

Scholarly Discourse On Genai’S Impact On Academic Publishing, Yogesh K. Dwivedi, Tegwen Malik, Laurie Hughes, Mousa Ahmed Albashrawi

Research outputs 2022 to 2026

This multidisciplinary and multi-perspective review, based on more than 50 editorials and studies published in the last two years, explores the transformative impact of Generative Artificial Intelligence (GenAI) on academic publishing. While GenAI has streamlined tasks such as summarizing literature and drafting manuscripts, it has also introduced significant ethical and practical challenges. Key concerns include authorship, where GenAI falls short of meeting intellectual or accountability criteria, as well as the increasing threat of plagiarism, originality issues, and the spread of misinformation. The review also highlights biases embedded in GenAI generated content and the implications for academic fairness and inclusivity. Additionally, …


Development Of Labor Market Information System In Indonesia Towards World Class, Yeni Nuraeni, Beni Teguh Gunawan 2023 National Research and Innovation Agency, Indonesia

Development Of Labor Market Information System In Indonesia Towards World Class, Yeni Nuraeni, Beni Teguh Gunawan

Informasi

The demographic dividen can provide benefits for Indonesia. The proportion of the working age population in Indonesia until 2021 is reaching 205.36 million, which is 68.08% of the workforce. The labor force participation is 93.74%, with the informal sector as much as 59.6%, and the number of unemployed reaches 6.26%. The labourforce structure profile is a challenge for the Indonesian government to encourage the population to participate to industry. The developing of Labour Market Information System (LMIS) is one of the goverment to gather job seekers and employers with the final objective is to reduce unemployment. This study aims to …


Digital Commons powered by bepress