Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Arts and Humanities Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 64171 - 64200 of 572291

Full-Text Articles in Arts and Humanities

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง, โอม วรรณะ Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง, โอม วรรณะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง “การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง” มีรูปแบบในลักษณะการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดหลังการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง โดยศึกษากลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง นาฏยศิลป์สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย เกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ที่มีต่องานวิจัย เพื่อเป็นพื้นฐานประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสาร สัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สื่อสารสนเทศอื่น ๆ ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล และนำเสนอผลงานวิจัย ผลการวิจัยพบว่า การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง สามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้งหมด 8 ประการ ได้แก่ 1) บทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ภายใต้ลักษณะของกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง แบ่งออกได้ทั้งหมด 9 องก์ โดยนำเสนอกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดงที่ปรากฏขึ้นจริงในสังคม 2) นักแสดง มีความรู้ ความสามารถทางด้านนาฏยศิลป์และศิลปะการแสดง 3) ลีลานาฏยศิลป์ นำเสนอผ่านรูปแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ โดยใช้การเคลื่อนไหวแบบด้นสด การใช้ท่าทางในชีวิตประจำวัน ประกอบกับการเล่าเรื่องและการสลับบทของตัวละคร 4) เครื่องแต่งกาย ใช้การออกแบบจากหลักศิลปะมินิมอลลิสม์ (Minimalism) หลักทฤษฎีน้อยดีกว่ามาก (Less is more) และเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน 5) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้เสียงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติทั้งหมด 6) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ใช้แนวคิดสัญลักษณ์ มุ่งเน้นความเรียบง่าย และสื่อสารการแสดงได้ง่าย 7) พื้นที่การแสดง นำเสนอการแสดงบนพื้นที่แบบเปิดและมีความหลากหลายทางด้านสภาพแวดล้อม 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาที่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งมีแนวคิดหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 6 ประการ ได้แก่ 1) แนวคิดเรื่องกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง 2) แนวคิดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง 3) แนวคิดความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ 4) แนวคิดความหลากหลายในงานนาฏยศิลป์ 5) แนวคิดทฤษฎีทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ 6) แนวคิดของนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องและตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยทุกประการ


การออกแบบภาพประกอบโดยใช้แนวคิดการออกแบบเชิงบวก เพื่อส่งเสริมคุณค่าชุมชน สำหรับย่านเมืองเก่าที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมือง กรณีศึกษาชุมชนย่านบางลำพู, คณิตา มีชูบท Jan 2023

การออกแบบภาพประกอบโดยใช้แนวคิดการออกแบบเชิงบวก เพื่อส่งเสริมคุณค่าชุมชน สำหรับย่านเมืองเก่าที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมือง กรณีศึกษาชุมชนย่านบางลำพู, คณิตา มีชูบท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาคุณค่าชุมชนในย่านเมืองเก่าที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมือง โดยแนวคิดการออกแบบเชิงบวก 2) เพื่อสร้างหลักการออกแบบภาพประกอบในการส่งเสริมคุณค่าชุมชน สำหรับย่านเมืองเก่าที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเมืองโดยใช้แนวคิดการออกแบบเชิงบวก กรณีศึกษาชุมชนย่านบางลำพู โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ และมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาชุมชน จำนวน 8 คน 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภาพประกอบ จำนวน 5 คน 3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ชุมชน จำนวน 6 คน 4) กลุ่มผู้ประเมินผลการออกแบบจากกลุ่มคนที่อาศัยในชุมชนและนักท่องเที่ยว จำนวน 30 คน โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก อภิปรายกลุ่ม และแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า มรดกทางวัฒนธรรมที่ได้คะแนนตามแนวคิดการออกแบบเชิงบวกมากที่สุด มีดังนี้ 1) ป้อมพระสุเมรุและสวนสันติชัยปราการ 2) มูลนิธิดุริยประณีต 3) พิพิธบางลำพู 4) วิธีการทำพานเงิน 5) วิธีการปักชุดโขน 6) มัสยิดจักรพงษ์ 7) ต้นลำพู 8) การทำข้าวต้มน้ำวุ้น 9) วัดบวรนิเวศวิหาร 10) การตีทองคำเปลว จากนั้นจึงนำมรดกวัฒนธรรมมาใช้ในการออกแบบภาพประกอบเพื่อส่งเสริมคุณค่าชุมชน โดยการหาองค์ประกอบการออกแบบภาพประกอบเฉพาะพื้นที่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภาพประกอบ ซึ่งผลการวิจัยได้เป็น 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) วิธีเล่าเรื่องด้วยภาพ 2) รูปแบบ 3) เทคนิค 4) สื่อ ซึ่งทั้งหมดนี้ที่มีส่วนช่วยในการสื่อสารเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และคุณค่าชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากนั้นจึงหาพื้นที่ชุมชนที่เหมาะสมในการออกแบบภาพประกอบเฉพาะพื้นที่ โดยการอภิปรายกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ชุมชน ต่อไปจึงนำผลการวิจัยประยุกต์ใช้ในการออกแบบ แล้วจึงนำไปวัดประสิทธิภาพผลงานภาพประกอบเชิงบวก โดยการจัดนิทรรศการในชุมชนเพื่อประเมินความพึงพอใจและวัดประสิทธิภาพโดยใช้แบบสอบถาม ซึ่งได้รับผลประเมินจากผู้ชมนิทรรศการว่า ภาพประกอบสามารถกระตุ้นทำให้เกิดอารมณ์เชิงบวกที่มีต่อชุมชนได้เป็นอย่างดี


การออกแบบแอปพลิเคชันเพื่อไฮเปอร์โลคัลอีมาร์เก็ตเพลสสำหรับกลุ่มเจเนอเรชันวาย, ปวรงค์ บุญช่วย Jan 2023

การออกแบบแอปพลิเคชันเพื่อไฮเปอร์โลคัลอีมาร์เก็ตเพลสสำหรับกลุ่มเจเนอเรชันวาย, ปวรงค์ บุญช่วย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาแนวทางการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้สำหรับแอปพลิเคชันอีมาร์เก็ตเพลสเพื่อธุรกิจไฮเปอร์โลคัลบนอุปกรณ์ประเภทสมาร์ตโฟนสำหรับกลุ่มเจเนอเรชันวาย โดยมุ่งเน้นไปที่การหาแนวทางการออกแบบโครงร่าง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ เพื่อที่จะนำคำตอบไปใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบทางภาพในกระบวนการออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ โดยดำเนินการวิจัยอิงไปตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบ โดยตั้งต้นจากการวิจัยผู้ใช้ไปสู่กระบวนการวิจัยสร้างสรรค์ และนำผลงานการออกแบบโครงร่างไปทดสอบการใช้งานกับกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายเป็นระยะ จากนั้นนำต้นแบบโครงร่างมาใช้ในการสร้างต้นแบบของแอปพลิเคชันโดยเลือกย่านถนนจันทน์เป็นกรณีศึกษา และใช้แนวคิดอัตลักษณ์ถิ่นที่ในการวิเคราะห์ย่านเป้าหมาย เพื่อหาแนวทางการกำหนดบุคลิกภาพและการใช้องค์ประกอบทางเรขศิลป์เพื่อแสดงถึงการประยุกต์ใช้คำตอบของงานวิจัยมาใช้ในการออกแบบจริง โดยได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัยดังนี้ วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ได้คำตอบออกมาเป็นแนวทางการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ คือ 1) เน้นความง่าย มีองค์ประกอบเท่าที่จำเป็น ให้ข้อมูลครบถ้วน และเอื้อต่อการกวาดสายตาดูเร็ว ๆ 2) ลำดับข้อมูล และองค์ประกอบเชิงโต้ตอบเป็นสัดส่วนสมเหตุสมผล การทำงานของสายตาและนิ้วหัวแม่มือสอดคล้องกัน 3) เอื้อต่อการใช้งานด้วยมือข้างเดียว และ 4) ให้ประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ได้คำตอบเป็นแนวทางการออกแบบโครงร่างแอปพลิเคชัน โดยได้ผลลัพธ์เป็นต้นแบบโครงร่างที่แสดงถึงการประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎี 3 กลุ่มในการออกแบบ ได้แก่ 1) แนวคิดทางการยศาสตร์ด้านกายภาพ 2) แนวคิดทางการยศาสตร์ด้านการมองเห็น และ 3) แนวคิดทางจิตวิทยา วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ได้ต้นแบบของแอปพลิเคชันที่แสดงตัวอย่างการประยุกต์ใช้โครงร่างในการออกแบบจริง


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี : การตีความใหม่ในบทเพลงประกอบเปียโนยุคศตวรรษที่ 21, ศศิภา รัศมิทัต Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี : การตีความใหม่ในบทเพลงประกอบเปียโนยุคศตวรรษที่ 21, ศศิภา รัศมิทัต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการตีความบทเพลงคลาสสิกที่มีเปียโนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรเลง เพื่อเพิ่มพูนทักษะและศักยภาพในการบรรเลง การตีความ บทเพลง รวมถึงการนำออกแสดงอันเป็นการเผยแพร่ดนตรีเชมเบอร์ในประเทศไทย โดยศึกษา บทเพลงเชมเบอร์ที่สำคัญที่ได้รับการยกย่องเป็นมาตรฐาน รวมทั้งเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการบรรเลงเปียโนร่วมกับเครื่องดนตรีอื่นจากตำราและบทความวิชาการ และแบ่งอรรถาธิบายตามบทเพลงจากการแสดง 3 ครั้ง คือ 1) เปียโนและคลาริเน็ต 2) เปียโนและดับเบิลเบส และ 3) เปียโนและกลุ่มเชมเบอร์ ซึ่งประกอบด้วยบทเพลงประเภทโซนาตา คอนแชร์ตานเต เปียโนควินเท็ต เปียโนทรีโอ และบทเพลงลักษณะพิเศษ อาทิ แรปโซดี เอเลอร์จี เซเรเนด แฟนตาเซีย โดยให้ความสำคัญกับอารมณ์ บทบาท และสีสันของบทเพลงตามจินตภาพ การจัดสมดุลเสียงระหว่าง แนวเปียโนและเครื่องดนตรีอื่น ทิศทางของทำนองสอดแทรก การใช้เพเดิล การปรับโน้ต วงออร์เคสตราฉบับย่อให้เหมาะสมกับเทคนิคการบรรเลงเปียโน ซึ่งสามารถทำให้การบรรเลงเปียโนร่วมกับเครื่องดนตรีต่างชนิดมีความไพเราะ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน มีอรรถรสที่แปลกใหม่และมีสีสัน


การพัฒนารูปแบบมาตรฐานการออกแบบสื่อดิจิทัลสำหรับวิสาหกิจรายย่อยโดยใช้แนวคิดแบบทดสอบประเภทบุคลิกภาพของไมเออร์ส-บริกส์, ภัทระ สุขสิริกูร Jan 2023

การพัฒนารูปแบบมาตรฐานการออกแบบสื่อดิจิทัลสำหรับวิสาหกิจรายย่อยโดยใช้แนวคิดแบบทดสอบประเภทบุคลิกภาพของไมเออร์ส-บริกส์, ภัทระ สุขสิริกูร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งประเภทบุคลิกภาพต่างๆ ของวิสาหกิจรายย่อย (Micro Enterprise) ของไทยโดยใช้แนวคิดแบบทดสอบประเภทบุคลิกภาพ Myers-Briggs Type Indicator (MBTI) ซึ่งนิยามตาม (สสว. ฉบับที่ 3, 2563) วิสาหกิจรายย่อย (Micro Enterprise) หมายถึงธุรกิจขนาดเล็กที่มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 5 คน และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ส่วน MBTI หมายถึงแบบทดสอบประเภทบุคลิกภาพของไมเออร์ส-บริกส์ (Myers-Briggs Type Indicator) เป็นเครื่องมือประเมินบุคลิกภาพที่แบ่งคนออกเป็น 16 ประเภท ถูกพัฒนาโดย Katharine Cook Briggs และ Isabel Briggs Myers โดยอ้างอิงทฤษฎีของ Carl Jung งานวิจัยนี้มุ่งแบ่งประเภทบุคลิกภาพของวิสาหกิจรายย่อยไทยโดยประยุกต์ใช้แนวคิด MBTI ผ่านวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการวิจัยเอกสาร การสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยแบ่งบุคลิกภาพออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แม่ค้ามือทอง พ่อค้าหน้าหยก พ่อค้าอินดี้ และแม่ค้าปากแจ๋ว โดยมีการพรรณนาคุณสมบัติของแต่ละประเภทเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้กับตนเองได้ ผลการวิจัยนี้นำไปสู่การพัฒนารูปแบบมาตรฐาน (เทมเพลต) สื่อดิจิทัลสำหรับวิสาหกิจรายย่อยไทย และมีประโยชน์ในการช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจตนเองมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานภาครัฐในการออกแบบนโยบายสนับสนุนที่เหมาะสม ตลอดจนสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความหลากหลายของบุคลิกภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยในประเทศไทย ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจรายย่อยไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับศักยภาพและบุคลิกภาพของผู้ประกอบการแต่ละราย


ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมบทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการอำนวยเพลงที่ผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้นผ่านการศึกษาทฤษฎีการเปล่งเสียงตามหลักสรีรศาสตร์ กลยุทธ์การเปล่งเสียงคำ การตีความบทกวียุคโรแมนติก และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อแนวความคิดของผู้ประพันธ์ โดยในงานวิจัยสร้างสรรค์ชิ้นนี้ ผู้วิจัยคัดเลือกบทเพลงร้องประสานเสียงที่ประพันธ์โดยผู้ประพันธ์เพลงชาวเยอรมันในรูปแบบของบทเพลงศาสนาทั้งที่ประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาเยอรมันเช่น Wie lieblich sind deine Wohnungen โดยโยฮันเนส บรามส์ และภาษาอื่น ๆ เช่น Locus iste โดยอันโทน บรุคเนอร์ และ He, Watching Over Israel โดยเฟลิกซ์ เมนเดลโซน นอกจากนั้นยังมีบทเพลงนอกศาสนา เช่น Der Greis โดยฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน และ An die Sonne โดยฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต ทั้งนี้ผู้วิจัยยังนำเสนอบทประพันธ์เพลงที่ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่จากเพลงร้องศิลป์เยอรมัน เช่น บทประพันธ์ Morgen! โดยริคาร์ด ชเตราส์และผู้วิจัยยังได้เรียบเรียงบทเพลงศิลป์เยอรมัน Widmung โดยโรเบิร์ต ชูมันน์สำหรับวงขับร้องประสานเสียงแบบผสมตามแนวทางการประพันธ์เพลงต้นแบบอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้วิจัยนำความรู้ที่สังเคราะห์ มาปรับใช้ในการฝึกซ้อมบทประพันธ์ที่คัดเลือกไว้ และได้เผยแพร่ผลงานผ่านการบันทึกเสียงและการบรรยายประกอบการแสดง พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าในอนาคต


การออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือยจากแนวคิดจักรราศีตะวันตก, สเตเฟนนี่ ไพลิน ทีล Jan 2023

การออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือยจากแนวคิดจักรราศีตะวันตก, สเตเฟนนี่ ไพลิน ทีล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือยที่เหมาะสมกับแนวคิดจักรราศีตะวันตกแต่ละราศี โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสานโดยการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในเรื่องบุคลิกภาพของแบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือยและบุคลิกภาพของแต่ละราศีเพื่อนำไปสร้างเครื่องมือวิเคราะห์ผลหาความเชื่อมโยงโดยการสนทนากลุ่มเป็นวิจัยเชิงคุณภาพ และใช้การวิจัยเชิงปริมาณในการวิเคราะห์และคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างการออกแบบแบรนด์โดยการสุ่มอย่างเป็นระบบแล้วจึงนำกลุ่มตัวอย่างที่ได้มาสร้างเครื่องมือวิจัยด้วยการสนทนาแบบกลุ่ม เพื่อคัดเลือกตัวอย่างแบรนด์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคลิกภาพของแต่ละราศี จากนั้น ผู้วิจัยนำผลของกลุ่มตัวอย่างแบรนด์มาวิเคราะห์แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์ เพื่อสร้างเป็นคู่มือแนวทางการออกแบบแบรนด์สำหรับนักออกแบบ ผลสรุปของงานวิจัยพบว่าบุคลิกภาพของแต่ละราศี สามารถเชื่อมโยงกับบุคลิกภาพแบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือย ทั้งโดยตรงและสอดคล้องกัน จนทำให้เกิดความแตกต่างกันทางบุคลิกภาพอย่างมีนัยยะสำคัญในแต่ละราศี นำมาซึ่งผลลัพธ์ทางการออกแบบแบรนด์ โดยในบางกลุ่มราศีมีความแตกต่างกันในทุกด้านอย่างมีนัยยะสำคัญ และบางกลุ่มราศีมีความคล้ายกันของคำตอบในบางด้านทางการออกแบบ ผลการวิจัยนี้เป็นแนวทางใหม่ทางการออกแบบแบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือยให้กับนักออกแบบ และผู้ประกอบการด้านสินค้าฟุ่มเฟือยที่มองหาแนวทางที่สร้างสรรค์แปลกใหม่สำหรับการสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า โดยแนวทางการออกแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ละราศียังสามารถสร้างการสื่อสารเรื่องราวทางการตลาด คุณค่าของสินค้า ความเป็นมาแบรนด์ ได้อย่างมีทิศทางที่แปลกใหม่ สามารถนำเสนอแนวทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์จากแนวทางการออกแบบได้มากขึ้นอีกด้วย


บทประพันธ์เพลงระดับมหาบัณฑิต : “วาโย” สำหรับวงออร์เคสตรา, สยาม แช่มช้อย Jan 2023

บทประพันธ์เพลงระดับมหาบัณฑิต : “วาโย” สำหรับวงออร์เคสตรา, สยาม แช่มช้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทประพันธ์เพลงระดับมหาบัณฑิต : “วาโย” สำหรับวงออร์เคสตรา คือบทประพันธ์เพลงที่มีลักษณะวงออร์เคสตราขนาดใหญ่ โดยองค์ประกอบทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านการที่ตีความจาก แนวคิดการทำสมาธิเพ่งกสิณ ปรัชญาจากพุทธศาสนา หลักคำสอนของศาสนาพุทธ ตรรกะของผู้วิจัย จิตนาการของผู้วิจัย และหลักความเป็นจริงโดยอิงจากการพิจารณาของผู้วิจัย กระบวนการตีความในแต่ละองค์ประกอบจะมาจากการค้นคว้าข้อมูลของผู้วิจัยและนำมาเชื่อมโยงเข้ากับหลักการประพันธ์บทเพลง ผู้วิจัยมีความประสงค์ที่จะถ่ายทอดหลักแนวคิดระหว่างศาสนากับหลักความเป็นจริง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการนำเสนอสีสันของเสียง แนวคิดเนื้อหาดนตรี และมิติการเรียบเรียงเสียงประสาน โดยผู้วิจัยจะรวบรวมศึกษาขอมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์ให้มีความเข้มข้นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้วิจัยต้องการเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้ฟังถึงแนวคิดมุมมองต่อดนตรีประเภทนามธรรม รวมทั้งบทประพันธ์เพลงยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจ และเสริมสร้างทักษะในการประพันธ์กับผู้อื่นได้อีกด้วย


แนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพสำหรับเป้าหมายการเล่าเรื่องของเเบรนด์, อรรคพล ล่าม่วง Jan 2023

แนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพสำหรับเป้าหมายการเล่าเรื่องของเเบรนด์, อรรคพล ล่าม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แบรนด์ที่มีเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ที่ชัดเจน รวมถึงเลือกการใช้วิธีดำเนินการเล่าเรื่องของแบรนด์ที่เหมาะสมสามารถช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามแบรนด์ส่วนใหญ่ยังขาดวิธีดำเนินการเล่าเรื่องเพื่อการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม วิจัยเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อระบุเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ที่เหมาะสมในการสร้างข้อมูลเชิงภาพ (2) เพื่อหาวิธีดำเนินการเล่าเรื่องที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทของเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ และ (3) เพื่อสร้างแนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพจากเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ โดยผู้วิจัยชิ้นนี้ดำเนินการในรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มในรูปแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลสรุปงานวิจัยพบว่า 6 เป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ ได้แก่ (1) เป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์เพื่อให้องค์ความรู้ (2) เพื่อการอธิบาย (3) เพื่อให้ความบันเทิง (4) เพื่อแสดงความเอาใจใส่ หรือ การเห็นอกเห็นใจ (5) เพื่อให้สำรวจและสืบค้นเอง และ (6) เพื่อรับรองและสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงกับวิธีดำเนินการเล่าเรื่องเพื่อหาแนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพที่หลายหลายและเหมาะสมกับข้อมูลนั้นๆ ของแบรนด์ได้ โดยในขั้นตอนการออกแบบจำเป็นตั้งต้นจากเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์และอัตลักษณ์ของแบรนด์ โดยผลของงานวิจัยครั้งนี้สามารถอำนวยความสะดวกแก่นักออกแบบและผู้รับผิดชอบแบรนด์ในการออกแบบข้อมูลเชิงภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ของแบรนด์ต่อไป


นวัตกรรมการออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์สปอร์ตแวร์จากการพัฒนาเส้นใยบัวหลวงผ่านกระบวนการพลาสมา, เอกศิษฏ์ มีประเสริฐสกุล Jan 2023

นวัตกรรมการออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์สปอร์ตแวร์จากการพัฒนาเส้นใยบัวหลวงผ่านกระบวนการพลาสมา, เอกศิษฏ์ มีประเสริฐสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยดุษฎีนิพนธ์นี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอและการออกแบบสร้างสรรค์เชิงศิลปกรรมศาสตร์ โดยใช้แนวคิดกระบวนการข้ามศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการและพัฒนานวัตกรรมการปรับปรุงคุณภาพเส้นใยบัวหลวง (Nelumbo nucifera Gaertn.) จากส่วนที่มิได้ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรตามแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่ศาสนสถานในประเทศไทย โดยใช้กระบวนการพลาสมา (Plasma Treatment) เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างยั่งยืน โดยนำเส้นใยบัวหลวงที่ได้มาออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สปอร์ตแวร์ (Lifestyle Sportswear) ที่มีอัตลักษณ์ และมีคุณสมบัติซึมซับน้ำได้ดี (Hydrophilic) และต่อต้านแบคทีเรีย (Antibacterial) นอกจากนี้ยังมุ่งหวังต่อยอดงานวิจัยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) โดยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการออกแบบ วัสดุศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สิ่งทอ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและผลิตผลทางการเกษตรโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ พ.ศ. 2561-2580 ผลการศึกษาพบว่าเส้นใยบัวหลวงสามารถนำมาผสมกับเส้นใยฝ้าย หรือเส้นใยฝ้ายรีไซเคิล เพื่อเพิ่มความยาวและความแข็งแรง และแปรรูปเป็นสิ่งทอด้วยกระบวนการทอแบบทรงแบน (Flat Knitting) ซึ่งให้ความยืดหยุ่นได้ดีกว่าการทอแบบสานขัด (Weaving) เมื่อผ่านกระบวนการพลาสมาแบบ DBD Jet Roll to Roll Zinc Solution สิ่งทอที่ได้มีคุณสมบัติการซึมซับน้ำและไม่ซึมซับน้ำ (Hydrophobic) ในสัดส่วนที่ต่างกัน รวมถึงการเคลือบป้องกันสิ่งสกปรก (Dirt-repellent Coating) และสามารถเพิ่มคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ATCC 6538 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าการต้านแบคทีเรียอยู่ที่ร้อยละ (R) 89.08 หลังจากนั้นนำผ่านกระบวนการซัก 30 ครั้ง การประเมินค่าการต้านแบคที่เรีย พบว่า ค่าการต้านแบคทีเรียเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ (R) มากกว่า 99.99 งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมการพัฒนาเส้นใยบัวหลวงผ่านกระบวนการพลาสมาซิงค์โซลูชัน สามารถเป็นทางเลือกในอุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมแฟชั่นไลฟ์สไตล์สปอร์ตแวร์ รวมถึงการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์สูงสุดตามหลักทฤษฎี Zero-Waste และ Circular Economy ที่เป็นกระบวนทัศน์ความยั่งยืนใหม่ “ของเสียที่ไม่เสียของ” ภายใต้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Sustainable)


นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรีปาร์ตี้แวร์ สำหรับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ จากการพัฒนาเส้นใยหญ้าลิเภา, นูรฮายาตี เซ็ง Jan 2023

นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรีปาร์ตี้แวร์ สำหรับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ จากการพัฒนาเส้นใยหญ้าลิเภา, นูรฮายาตี เซ็ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการนำเส้นใยหญ้าลิเภาซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของจังหวัดนราธิวาสมาพัฒนาและสร้างสรรค์ให้เป็นรูปแบบของสิ่งทอใหม่ เพื่อให้มีคุณสมบัติและคุณภาพที่ดีขึ้นและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในวงกว้าง งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ มีขั้นตอนการดำเนินงาน 2 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การศึกษาคุณลักษณะ คุณสมบัติของหญ้าลิเภา และการทดลองพัฒนาเส้นใยหญ้าลิเภาให้มีขนาดและความเหนียวแน่นในระดับที่สามารถทอได้เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตสิ่งทอต่อไป ศึกษาด้วยกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและลงพื้นที่เก็บข้อมูล (2) การทดลองผลิตรูปแบบสิ่งทอใหม่จากเส้นใยลิเภาของจังหวัดนราธิวาสด้วยการทอผสมกับเส้นใยประเภทอื่น ผลการวิจัย ได้แก่ (1) หญ้าลิเภาเป็นพืชล้มลุกในตระกูลเฟิร์น ซึ่งที่พบในจังหวัดนราธิวาสนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ หญ้าลิเภาเขา หญ้าลิเภาหยอง และหญ้าลิเภาที่ขึ้นอยู่ตามป่าละเมาะหรือชายป่า จากผลการทดลองสรุปได้ว่าหญ้าลิเภาที่ขึ้นอยู่ตามป่าละเมาะหรือชายป่านั้นสามารถนำมาเป็นเส้นใยเพื่อใช้ทอได้ โดยต้องผ่านกระบวนการทดลองพัฒนาเส้นใยในเรื่องของขนาดก่อนจากการทดลองพบว่าขนาดที่ดีที่สามารถนำไปทอร่วมกับเส้นใยอื่นได้จะต้องผ่านการขูดหลายรอบเพื่อให้ได้เส้นเล็กที่สุดถึง 10 รอบแล้วจึงนำไปหมักกับโคลนและน้ำด่างเป็นเวลาอย่างละ 1 ชั่วโมงถึง 1 คืนเพื่อให้เส้นใยมีสีที่สม่ำเสมอและทำให้เส้นมีความเหนียวขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตสิ่งทอต่อไป (2) ผลจากการทดลองทอร่วมกันกับเส้นใยอื่น (2.1) โดยการทอผสมหญ้าลิเภาต่อไหม พบว่าความแน่นในการยึดตัวของหญ้าลิเภากับเส้นไหมสามารถยึดได้ปานกลาง ผ้าที่ได้มีความเรียบเงางาม บางพลิ้วไหวได้ดี สามารถโค้งงอได้อิสระ (2.2) หญ้าลิเภาต่อฝ้าย พบว่าความแน่นในการยึดตัวของหญ้าลิเภากับเส้นฝ้ายสามารถยึดได้ดี ผ้าที่ได้ไม่มีความเงา บางพลิ้วไหวได้เล็กน้อย สามารถโค้งได้ปานกลาง (2.3) หญ้าลิเภาต่อลินิน พบว่าความหนาแน่นในการยึดตัวของหญ้าลิเภากันเส้นใยลินินสามารถยึดได้ปานกลาง ผ้าที่ได้มีความเรียบเงาระดับปานกลาง พลิ้วไหวได้ปานกลาง สามารถโค้งได้ดี โดยคุณสมบัติของผ้าแต่ละชนิดสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุทางเลือกใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยชนิดที่ได้รับความพึงพอใจจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบมากที่สุดในการที่จะไปต่อยอดเป็นเสื้อผ้าคือการนำเส้นใยลิเภาทอร่วมกันกับไหมเนื่องจากไหมมีความเงางามตรงกับความต้องการของแฟชั่นไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่นเอ็กซ์มากที่สุด


ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา, วัชรพงค์ สุภัทรชัยวงศ์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา, วัชรพงค์ สุภัทรชัยวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยและสร้างสรรค์ผลงานดุษฎีนิพนธ์ คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา ขึ้นเนื่องจากยังไม่มีบทเพลงเฉพาะสำหรับวงโลว์สตริงออร์เคสตราที่จะช่วยพัฒนากลุ่มเครื่องโลว์สตริงและแสดงเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีดังกล่าวที่เด่นชัดได้ ผู้วิจัยจึงประมวลเทคนิคการปฏิบัติเครื่องโลว์สตริงจากบทเพลงเอ็กเซิร์พเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาทักษะเครื่องโลว์สตริง โดยมุ่งเน้นสำหรับบรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยและสร้างสรรค์ประกอบด้วยบทเพลงที่มีเทคนิคการบรรเลงขั้นสูง มีการใช้เทคนิคสำคัญของเครื่องโลว์สตริงในบทเพลงสำหรับออร์เคสตราจำนวน 2 บท ได้แก่ 1) บทเพลง โลว์สตริงทรีโอสำหรับเชลโล ดับเบิลเบสและมาริมบา หรือ โหมโรงสามสหาย (ความยาวประมาณ 7 นาที) และ 2) บทเพลง โลว์สตริงออร์เคสตราอินเมโทรโปลิส (ความยาวประมาณ 40 นาที)


นวัตกรรมการออกแบบอัตลักษณ์ผ้าไหมแขมร์สะเร็น จากแนวคิดแจ็คการ์ค สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ ด้วยกลยุทธ์แฟชั่นแพ็ค สำหรับตลาดสากล, แพรวา รุจิณรงค์ Jan 2023

นวัตกรรมการออกแบบอัตลักษณ์ผ้าไหมแขมร์สะเร็น จากแนวคิดแจ็คการ์ค สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ ด้วยกลยุทธ์แฟชั่นแพ็ค สำหรับตลาดสากล, แพรวา รุจิณรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันผู้วิจัยเห็นถึงช่องว่างทางการตลาดของสินค้า ไฮเอนด์ของ แฟชั่น ตะวันตก ซึ่งในยุโรปเริ่มมีการนำนโยบาย แฟชั่นแพ็ค (Fashion pact) มาใช้ในการควบคุมคุณภาพสินค้า และความต้องการของ แบรนด์ แฟชั่นตะวันตก โดยผ้าที่แบรนด์ตะวันตกนิยมนำมาตัดเย็บสวนใหญ่จะมีโครงสร้างการทอแจ็คการ์ค ผู้วิจัยจึงหาแนวทางในการสร้างนวัตกรรม ทอผ้าแจ็คการ์ด แบบตะวันตก โดยใช้เทคนิคทุนทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหมไทย แขมร์สะเร็น อีสานใต้ เพื่อออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ตามฤดูกาลสากล ด้วยกลยุทธ์แฟชั่นแพ็ค (Fashion pact) สู่ตลาดแฟชั่นตะวันตก เป็นการเปิดตลาดและฐานผลิตเชิงพาณิชย์ ผ้าทอแจ็คการ์คตะวันตก ในอีสานตอนใต้ โดยขอบเขตการศึกษาคือ กลุ่มผู้ทอผ้า แขมร์สะเร็น ในจังหวัดสุรินทร์ ทำการศึกษาทุนวัฒนธรรมผ้าไหม แขมร์สะเร็น จังหวัดสุรินทร์ สิ่งทอสำหรับสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ โครงสร้างผ้าทอแจ็คการ์ค และทฤษฎีรื้อสร้าง และแนวโน้มกระแสนิยมสิ่งทอและสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์โดยการเก็บข้อมูลด้วยการสังเกตแบบรู้ตัว (Know observation) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งทอไหมพื้นบ้าน ช่างทอผ้า และ เจ้าของทุนทางวัฒนธรรมผ้าทอแขมร์สะเร็น หลังจากนั้น ทำการสัมภาษณ์ (Interview) ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ และ การสัมภาษณ์ แบบ In-depth Interview ผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ เพื่อค้นหานวัตกรรมการออกแบบอัตลักษณ์ผ้าไหมแขมร์สะเร็น จากแนวคิดแจ็คการ์ค สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ ด้วยกลยุทธ์แฟชั่นแพ็ค สำหรับตลาดสากล


นวัตกรรมสิ่งทอเส้นใยเฮมป์ สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์กลุ่มผู้สูงวัยญี่ปุ่น ด้วยแนวคิดบีซีจี (Bcg.), สุวิธธ์ สาดสังข์ Jan 2023

นวัตกรรมสิ่งทอเส้นใยเฮมป์ สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์กลุ่มผู้สูงวัยญี่ปุ่น ด้วยแนวคิดบีซีจี (Bcg.), สุวิธธ์ สาดสังข์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อหาแนวทางการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์(Lifestyle) จากนวัตกรรมสิ่งทอเส้นใยเฮมป์ (ประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ) 2. เพื่อหาแนวทางการสร้างนวัตกรรมสิ่งทอเส้นใยเฮมป์ ด้วยแนวคิด BCG (ประโยชน์ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี) จากแนวทางการศึกษาสิ่งทอจากเส้นใยเฮมป์ ซึ่งกำลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของไทยและกำลังพัฒนาในการเพาะปลูกและการเปิดการค้าเสรีที่เติบโตมากขึ้นในตลาดระดับโลก ผลการศึกษาพบว่าเฮมป์ เป็นเส้นใยชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาพัฒนาได้หลากหลาย ผู้วิจัยได้แนวทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งทอเส้นใยเฮมป์ ผสมผสานความรู้ทางภูมิปัญญา เพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ เช่น การนำเส้นใยสิ่งทอที่มีความหลากหลายมาพัฒนาร่วมกันเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ โครงสร้างสิ่งทอภูมิปัญญาที่มีความสวยงามและมีคุณสมบัติที่ดีต่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น สามารถตอบโจทย์แนวทางยุทธศาสตร์ของประเทศด้านการวิจัยและนวัตกรรมก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และมีความสอดคล้องต่อแนวคิด BCG อีกทั้งแนวทางดังกล่าว ยังเป็นการช่วยเพิ่มเสน่ห์ คุณคุณค่าสมบัติของเส้นใยเฮมป์ ของไทย ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก ทั้งด้านประสิทธิภาพที่ดี ความสวยงามน่าใช้งาน ความคงทนของเส้นใย การสวมใส่ที่นุ่มสบาย ตลอดจนสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเชิงพาณิชย์ในตลาดสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์เพื่อการแข่งขันและการส่งออกในตลาดระดับโลก ทำให้ชื่อเสียงของเฮมป์ ไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและสามารถพัฒนาทั้งในด้านสิ่งทออุตสาหกรรมและภูมิปัญญาควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน


นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายรีดักชั่นนิสในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวานจังหวัดปัตตานี ด้วยแนวคิดความยั่งยืน, ฮายานี มะลี Jan 2023

นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายรีดักชั่นนิสในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวานจังหวัดปัตตานี ด้วยแนวคิดความยั่งยืน, ฮายานี มะลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) หาแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอจากนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี 2) เพื่อหาแนวทางการออกแบบสร้างสรรค์รูปแบบเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายรีดักชั่นนิส (Reductionists) ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี ใช้ในรูปแบบวิจัยเชิงทดลอง ด้วยแนวคิดความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG การวิจัยนี้จัดทำขึ้นโดยมีขั้นตอนการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ, ศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลการทดลอง จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี ด้วยแนวคิดความยั่งยืน พบว่า เมื่อสกัดสีจากทรัพยากรในนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี จะให้สีที่มีความอ่อนละมุน และค่อนไปทางตุ่นมาก เนื่องจากแร่ธาตุในดินมีความเจือจางกว่านาเกลือในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งพืชที่พบมากในบริเวณนาเกลือหวานปัตตานี คือ พืชสเป๊ะ (ผักเบี้ย) เมื่อสกัดสีมาแล้ว มีค่า PH อยู่ที่ 4.5 จะให้สีเหลืองอ่อนอมครีม และโคลนในนาเกลือหวานปัตตานี เมื่อนำมาสกัดแล้ว มีค่า PH อยู่ที่ 6.5 จะได้สีเหลืองตุ่นอมส้ม และหมักน้ำเกลืออีกครั้งหลังจากนำไปแช่ในสารช่วยย้อม (Mordant) ส่งผลให้สีมีความอิ่มตัวที่ต่างกัน และระดับของสีทีต่างกัน ซึ่งการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือ จังหวัดปัตตานี นอกจากจะเป็นทรัพยากรที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรแล้ว ยังเป็นการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแบบแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจความยั่งยืน BCG ที่มุ่งเน้นยกระดับการสร้างสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


Conversations With Rain: Proposing Poetic And Non-Linear Interpretation Strategies In The Art Gallery, Lilly Blue, Jo Pollitt, Mindy Blaise Jan 2023

Conversations With Rain: Proposing Poetic And Non-Linear Interpretation Strategies In The Art Gallery, Lilly Blue, Jo Pollitt, Mindy Blaise

Research outputs 2022 to 2026

Conversations with Rain aims to disrupt conventional socio-constructivist and cognitive notions of the child familiar in museum settings by rethinking children’s relations with art objects and weather worlds. Our rationale suggests that poetic and non-linear interpretation strategies, combined with artist studio practices that heighten presence and attention, expand the potential of more porous entanglements for children with the world, and potentially transform our climate futures. Disrupting didactic Gallery programming and environmental ‘learning about’ practices, we propose responsive, participatory, multisensory, open-ended, and poetic opportunities that recognise the unfixed, iterative, and tacit knowledges of the child. Building a body of research through …


Review Of John Lydgate, "The Dance Of Death", And Its Model, The French "Danse Macabre", Elizaveta Strakhov Jan 2023

Review Of John Lydgate, "The Dance Of Death", And Its Model, The French "Danse Macabre", Elizaveta Strakhov

English Faculty Research and Publications

No abstract provided.


Planets, Gerry Canavan Jan 2023

Planets, Gerry Canavan

English Faculty Research and Publications

This chapter considers the contested place of “the planet” in literary history, focusing on post-Copernican visions of the planets as spaces of possible human habitation. Fantasies about human colonization of outer space have an important place in the politics of the twentieth and twenty-first centuries, a time when it becomes simultaneously understood both as a major spending priority of the US military-industrial complex and as the quasi-theological “destiny” of the human race. The conclusion of the chapter takes up a different sort of planetarity: the global cosmopolitan vision of the contemporary ecological movement, which seeks to understand the Earth as …


Njit Makerspace For K-8, Joya Clark Jan 2023

Njit Makerspace For K-8, Joya Clark

STEM for Success Resources

Ideas for Cultivating a Makerspace Mindset in K-8 students, By Joya Clark; Curriculum Specialist, Robotics Coach, STEM teacher


A Portrait Of The Leadership Of Women In Early Christianity: An Archaeological Study In Light Of The Historical And Socio-Cultural Contexts, Carina Prestes Jan 2023

A Portrait Of The Leadership Of Women In Early Christianity: An Archaeological Study In Light Of The Historical And Socio-Cultural Contexts, Carina Prestes

Dissertations

Problem

The participation of women in the Early Christian communities is widely accepted. Nevertheless, there is no consensus on what was their role in these communities. Until now the study of women in the Early Christian communities has focused mostly in the writings of some ancient authors and a few biblical texts. These studies have been done mostly by theologians and historians. Such studies rarely take a deep look at the Greco-Roman background and at the historical, socio-cultural contexts. This contextualization can be quite fruitful and should be informed by recent archaeological discoveries of the first centuries of Christianity. Thus, …


More Than An Icon: Taking Shirley Chisholm At Her Word, Marissa Jackson Sow Jan 2023

More Than An Icon: Taking Shirley Chisholm At Her Word, Marissa Jackson Sow

Law Faculty Publications

Shirley Anita St. Hill Chisholm is an American hero, one whose legacy and likeness have achieved iconic status within popular political culture, particularly as women have increasingly sought elected office. In 2019 in her home state of New York, Governor Andrew Cuomo created a state park in her honor. Several months earlier, New York City mayor Bill de Blasio’s administration had announced the creation of a monument in Chisholm’s honor in Brooklyn’s Prospect Park. Both sites incorporate and rely on both the visual depictions of Chisholm that have become political iconography—the Congresswoman’s dark brown face and glasses centered by a …


Frontmatter (Volume 43, Issue 4), Paul B. Mojzes Jan 2023

Frontmatter (Volume 43, Issue 4), Paul B. Mojzes

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

No abstract provided.


A Study On The Order Of Multiple Attributives In Chinese Noun Phrases, Weiwei Wu Jan 2023

A Study On The Order Of Multiple Attributives In Chinese Noun Phrases, Weiwei Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to analyze the order and factors influencing the sequence of multiple attributives in Chinese noun phrases, to aid Thai learners of Chinese in understanding and accurately using multiple attributives. Five types of words can modify the head noun: nouns, pronouns, number + quantifier combinations, adjectives and classifiers, and verbs. The frequency of multiple attributives is inversely proportional to the number of attributive items, meaning that two-item attributives are used most frequently, while five-item attributives are the least common. The most frequently used words are adjectives and number + quantifier combinations and the most frequently used semantic attributive …


An Investigation Into The Substitutions Of English Articles By L1 Chinese Learners, Yuhan Huang Jan 2023

An Investigation Into The Substitutions Of English Articles By L1 Chinese Learners, Yuhan Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The English article system is a challenge for English second language learners, especially for learners whose language background is an articleless language. The objectives of the present study were to investigate L1 Chinese learners' problems of English article substitutions and find out possible causes of L1 Chinese learners' English article substitutions. It was hypothesized that L1 Chinese learners had problems of English article substitutions and that, based on Error Analysis, both non-existence of articles and complexity of the English article system caused English article substitutions by L1 Chinese learners. The participants in the study consisted of 60 speakers of Mandarin …


The Investigation Of Using Dynamic Assessment To Enhance English Academic Vocabulary Knowledge Of Thai Low Proficiency Undergraduate Students, Duangkamon Klungthong Jan 2023

The Investigation Of Using Dynamic Assessment To Enhance English Academic Vocabulary Knowledge Of Thai Low Proficiency Undergraduate Students, Duangkamon Klungthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Students in university settings require English academic vocabulary to succeed in academic English (Phoocharoensil, 2015). Vocabulary learning strategies (VLS) are tools to help learners acquire and improve vocabulary knowledge (Nation, 2001), and an examination of the dynamic nature of employing VLS should be conducted (Gu, 2020). Dynamic assessment (DA) is an alternative assessment that consistently and systematically combines assessment and instruction to help learners reach their zone of proximal development (ZPD) by using mediation from more competent others (Lantolf & Poehner, 2004). Thus, this study used DA to equip learners with VLS to learn academic vocabulary. The study aimed to …


The Effects Of Speaking Portfolios On Speaking Ability And Interactional Competence Of Thai Efl Undergraduate Students, Pirada Anuwech Jan 2023

The Effects Of Speaking Portfolios On Speaking Ability And Interactional Competence Of Thai Efl Undergraduate Students, Pirada Anuwech

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Interactional competence has been in the lime light of L2 instruction and assessment over the recent decades as well as the use of portfolio assessment in language classrooms to provide students with opportunities to monitor their own progress as well as enhancing their language skills. This present study was thus conducted to examine the effects of using speaking portfolios on speaking ability and interactional competence of Thai EFL undergraduate students in order to serve three major objectives as follows: 1) to examine the effects of using speaking portfolios on students’ speaking ability ; 2) to examine the effects of using …


การแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws For Gryffindor ของ Brian Boone, เพ็ญสิริ บุญแสนแผน Jan 2023

การแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws For Gryffindor ของ Brian Boone, เพ็ญสิริ บุญแสนแผน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws for Gryffindor ของ Brian Boone จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ตัวบทเป็นการนำเสนอมุกตลกหลากหลายรูปแบบในบริบทของหนังสือและภาพยนตร์ชุดเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งการนำเสนอมุกตลกนั้นมีการใช้การเล่นคำที่โดดเด่น การแปลการเล่นคำในคู่ภาษาที่มีลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันนั้นมีความท้าทายและไม่อาจทำได้ง่าย ผู้วิจัยนำแนวทางการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา มาใช้เป็นแนวทางในการแปลการเล่นคำในตัวบท ประกอบกับการศึกษาโครงสร้างและบทบาทการเล่นคำในภาษาอังกฤษและภาษาไทย และแนวทางการนำเสนอความตลกในบริบทภาษาไทย เพื่อให้เข้าใจลักษณะการเล่นคำและสามารถถ่ายทอดบทแปลที่รักษาไว้ซึ่งการเล่นคำและความตลกได้อย่างเหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า การแปลเพื่อรักษาการเล่นคำในตัวบทมุกตลกซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสารนิพนธ์เล่มนี้ สามารถทำได้โดยใช้แนวทางการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา และคำนึงถึงลักษณะการเล่นคำที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในภาษาไทย รวมถึงสร้างสรรค์ความตลกในบทแปลตามแนวทางการนำเสนอความตลกที่รวบรวมโดยนารีรัตน์ บุญช่วย จึงทำให้สามารถถ่ายทอดบทแปลที่คงไว้ซึ่งการเล่นคำที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับและสร้างความตลกสนุกสนานให้กับผู้อ่านบทแปลได้


การแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยในวรรณกรรมเรื่อง ไม้ดัด ของ สุภา สิริสิงห หรือนามปากกา โบตั๋น, กัญญภัทร วันดี Jan 2023

การแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยในวรรณกรรมเรื่อง ไม้ดัด ของ สุภา สิริสิงห หรือนามปากกา โบตั๋น, กัญญภัทร วันดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทฤษฎีและแนวทางการแปลตัวบทวรรณกรรม ประเภทนวนิยาย เพื่อแปลนวนิยายเรื่อง ไม้ดัด มุ่งศึกษาในประเด็นการแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องนี้ และนำเสนอตัวอย่างการแปลที่มีคุณภาพและมีสมมูลภาพกับต้นฉบับให้มากที่สุด กรอบการวิเคราะห์ที่นำมาใช้ในการศึกษา คือ แนวคิดเกี่ยวกับการแปลวรรณกรรมของวัลยา วิวัฒน์ศรและแนวทางการแปลคำทางวัฒนธรรมของแอนโธนี พิม (Anthony Pym) มาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการแปลวรรณกรรมประเภทนวนิยาย ตลอดจนการใช้แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทนวนิยายของวัลยา วิวัฒน์ศรในการวิเคราะห์และเพื่อถ่ายทอดสารในต้นฉบับ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการนำแนวทางการแบ่งประเภทคําทางวัฒนธรรมที่เสนอโดยยูจีน ไนด้า (Eugene Nida) หลังจากที่ได้นำทฤษฎีและแนวทางการแปลข้างต้นมาประยุกต์ใช้การแปล ผู้วิจัยพบว่าทฤษฎีและข้อมูลดังกล่าวมีส่วนช่วยการแปลได้จริง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการแปลและการแก้ปัญหาที่พบในตัวบทประเภทนี้ได้อย่างเหมาะสม เพราะมีการใช้ปรับใช้แนวทางการแปลคำทางวัฒนธรรมของแอนโธนี พิมอย่างหลากหลายแนวทางนำไปสู่การถ่ายทอดตัวบทในแต่ละบริบทที่แตกต่างกันได้เหมาะสมยิ่งขึ้น


การแปลศัพท์เฉพาะด้านระบาดวิทยาในหนังสือวิชาการเรื่อง Basic Epidemiology ของ Ruth Bonita, อนุตรศักดิ์ รัชตะทัต Jan 2023

การแปลศัพท์เฉพาะด้านระบาดวิทยาในหนังสือวิชาการเรื่อง Basic Epidemiology ของ Ruth Bonita, อนุตรศักดิ์ รัชตะทัต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลคำศัพท์เฉพาะทางด้านระบาดวิทยาในตำรา Basic epidemiology ของ Ruth Bonita จากคำศัพท์เฉพาะทางที่คัดสรรจำนวนทั้งสิ้น 30 คำและบทความต้นฉบับที่คัดสรร โดยมีสมมติฐานการวิจัยว่า แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทของคริสติอาเน นอร์ด (Cristiane Nord) แนวทางการแปลแบบตีความและยึดความหมายของ ฌอง เดอลิลส์ (Jean Delisle) แนวทางการแปลคำสร้างใหม่ของปีเตอร์ นิวมาร์ก (Peter Newmark) และองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบาดวิทยา จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการแปลคำศัพท์เฉพาะทางด้านระบาดวิทยาที่คัดสรร เพื่อถ่ายทอดความหมายของคำศัพท์เฉพาะทางได้อย่างถูกต้อง มีสมมูลภาพและคงความเป็นศัพท์เฉพาะทาง ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าทฤษฎีและแนวทางการแปลดังกล่าว สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการแปลคำศัพท์ทางระบาดวิทยาปละบทความที่คัดสรรได้ตามสมมติฐาน


ประมวลศัพท์เรื่องการตลาดบริการ, ณัชชารีย์ พาณิชธนสิน Jan 2023

ประมวลศัพท์เรื่องการตลาดบริการ, ณัชชารีย์ พาณิชธนสิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์การตลาดบริการซึ่งประกอบด้วยศัพท์เกี่ยวกับกลยุทธ์การวางแผนการตลาดบริการ การวัดคุณภาพและการวิเคราะห์ปัญหาของการให้บริการ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทฤษฏีที่เกี่ยวข้องและกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ เพื่อนำประมวลศัพท์ที่ได้มาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับผู้เชี่ยวชาญในสาขา นักศึกษา นักการตลาด นักแปล ล่าม รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาทางด้านการตลาดบริการ การจัดทำประมวลศัพท์การตลาดบริการนั้นได้มีการอ้างอิงทฤษฏีและแนวทางในการจัดทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาได้นำเสนอไว้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การกำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์การศึกษา ขอบเขตการศึกษา และกลุ่มเป้าหมาย (2) การทบทวนวรรณกรรมทางศัพทวิทยาและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตลาดบริการ (3) การสร้างคลังข้อมูลภาษาและการดึงศัพท์จากคลังข้อมูล (4) การสร้างมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ในสาขาการตลาดบริการ และ (5) การจัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น การจัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์ รวมถึงการเขียนคำนิยามเพื่อนำมาใช้ในการกำหนดศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์การตลาดบริการประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 31 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ และลำดับของมโนทัศน์ในมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอศัพท์แต่ละคำประกอบด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ภาษาไทย ประเภทของคำทางไวยากรณ์ ขอบเขตข้อมูลที่พบศัพท์ มโนทัศน์สัมพันธ์พร้อมคำอธิบายบริบทที่พบศัพท์ นิยามศัพท์ รูปศัพท์อื่น และข้อมูลอ้างอิง