Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Arts and Humanities Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 64111 - 64140 of 572289

Full-Text Articles in Arts and Humanities

Arhs 4573 Artists Of New Spain, Ana Pulido Rull Jan 2023

Arhs 4573 Artists Of New Spain, Ana Pulido Rull

All Syllabi

No abstract provided.


White Womanhood: Finding Oppositional Epistemologies And Community At The Intersection Of Whiteness And Womanhood, Hannah Joy Fischer Jan 2023

White Womanhood: Finding Oppositional Epistemologies And Community At The Intersection Of Whiteness And Womanhood, Hannah Joy Fischer

Doctoral Dissertations

White women continue to contribute to the reproduction and maintenance of White supremacy even when they attempt to pursue antiracism. To better understand their antiracist agency, this study analyzed White women’s experiences and comprehension of White womanhood. Using phenomenology and critical autoethnography, this qualitative study invited six self-proclaimed antiracist White women to participate in individual interviews, attend two focus groups, and reflect on five guided prompts on White womanhood and antiracist action. The study revealed antiracist White women’s feelings of responsibility and lack of perceived agency for antiracist action. Participants demonstrated attempts to disengage from whiteness while also expressing desires …


งานนิพนธ์ทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์และความสัมพันธ์กับงานนิพนธ์ของพระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร), พระมหาอนุกูล เงางาม Jan 2023

งานนิพนธ์ทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์และความสัมพันธ์กับงานนิพนธ์ของพระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร), พระมหาอนุกูล เงางาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะเฉพาะของงานนิพนธ์ทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์อันเกิดจากการสืบทอดและสร้างสรรค์จากงานอรรถาธิบายภาษาบาลี และความสัมพันธ์ระหว่างงานนิพนธ์ทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์กับงานนิพนธ์ภาษาไทยจานวน 10 เรื่องของพระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร) ผลการวิจัยพบว่า ทีปนีของบาลีของพระสิริมังคลาจารย์ทั้ง 3 เรื่องมีองค์ประกอบของวรรณคดีบาลีแบบเดียวกันกับปกรณ์วิเสส ประกอบด้วยคันถารัมภกถา นิทาน วรรณนา และนิคมนกถา มีรูปแบบอรรถาธิบายรวมทั้งสิ้น 16 วิธี มีการอธิบายศัพท์ 4 วิธี ได้แก่ (1) การอธิบายไวยากรณ์ (2) การแสดงรูปวิเคราะห์ (3) ปทวิจยะ และ (4) ไวพจน์ การอธิบายเนื้อหา 9 วิธี ได้แก่ (5) การตั้งประเด็นเพื่ออธิบาย (6) การขยายความ (7) การอ้างอิง (8) การแนะนาคัมภีร์เพิ่มเติม (9) การแสดงลักษณะ (10) การตั้งปุจฉา-วิสัชชนา (11) การอุปมา (12) การแสดงนิทานแสดงเหตุและตัวอย่าง (13) การสรุปประเด็น การอภิปรายข้อมูล 3 วิธี ได้แก่ (14) ตั้งประเด็นและชี้แจง (15) วิเคราะห์น้าหนักของหลักฐาน และ (16) นาเสนอความเห็น วิธีการเหล่านี้คือรูปแบบของปทวรรณนา, อัตถวรรณนา, และปกิณกวรรณนา ซึ่งเป็นหลักการอธิบายในวรรณคดีบาลี พระสิริมังคลาจารย์จัดโครงสร้างของนิทเทสให้เป็นระบบ เน้นวิธีการอธิบายและเพิ่มการอภิปรายด้วยวิธีอื่น จนเกิดเป็นแนวทางเฉพาะตัวในงานทีปนีของท่าน ส่วนงานนิพนธ์พุทธศาสนาภาษาไทยของพระพรหมโมลี เป็นงานเขียนเชิงวิชาการที่มีชื่อเรียก องค์ประกอบ และโครงสร้างวรรณนาแบบเดียวกับปกรณ์วิเสส พบรูปแบบของอรรถาธิบายในวรรณคดีบาลี และวิธีการทางวรรณกรรมไทย ดังนั้น จึงถือว่างานนิพนธ์ของพระพรหมโมลีได้รับอิทธิพลจากงานทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์ส่วนหนึ่ง แม้รูปแบบอรรถาธิบายจะแสดงถึงอิทธิพลของวรรณคดีบาลีและทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์ แต่ก็แสดงถึงความเป็นสากลของงานวิชาการที่จาแนกเป็นประเด็นย่อย และอธิบายด้วยการขยายความคาศัพท์ ความหมาย และประเด็น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ


นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรีสำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอิลิท จากการพัฒนาโลหะรีไซเคิลจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ, จารุตา โฆษิตศักดิ์ Jan 2023

นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรีสำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอิลิท จากการพัฒนาโลหะรีไซเคิลจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ, จารุตา โฆษิตศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นวัตกรรมตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอีลิท (Social elite) จากการพัฒนาโลหะรีไซเคิลจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการออกแบบสร้างสรรค์เครื่องแต่งกาย และเพื่อหาแนวทางในการสร้างตราสินค้า ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพควบคู่กับกระบวนการพัฒนานวัตกรรมวัสดุและออกแบบสร้างสรรค์ทางแฟชั่น จากการศึกษาทฤษฎีการรีไซเคิลและแปรรูปโลหะ การออกแบบเครื่องแต่งกาย ร่วมกับการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าของกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอีลิท ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth-interview) และแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคจำนวน 15 คน และเก็บรวบรวมข้อมูลการแต่งกายของผู้บริโภคด้วยกระบวนการเปเปอร์ดอลดาต้าเซ็ท (Paper doll data set) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการแต่งกายที่จะนำไปใช้ในกระบวนการออกแบบสร้างสรรค์ ทดลองเทคนิค รายละเอียดตกแต่ง ผลจากการวิจัยพบว่า 1.) ด้านการพัฒนานวัตกรรมวัสดุโลหะรีไซเคิล (Recycled metal) สำหรับงานออกแบบแฟชั่นเหมาะสมกับเทคนิคการถักนิต (Knitting) โดยใช้เส้นโลหะถักผสมร่วมกับไหมพรหม 2.) แนวทางการออกแบบสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายสำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอีลิท เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายในโอกาสการใช้สอยแบบสังสรรค์ (Party-wear) ในรูปแบบคอนเทมโพรารี่ (Contemporary Style) ภายใต้แนวคิดศิลปะยุคหลังมินิมอลลิสม์ (Post-Minimalism) โดยมีโครงร่างเงาทรงตรง I-Line และทรงเอ A-Line กลุ่มสีเมทัลลิก (Metallic) 3.) แนวทางในการสร้างตราสินค้าอยู่ในตลาดระดับ B+ 4.) รูปแบบการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ให้โครงสร้างเฉพาะส่วน โดยมีรายละเอียดการตกแต่งการถักนิต (Knitting) จากการทดลองสร้างสรรค์เทคนิครายละเอียดการตกแต่งพบว่าการถักด้วยลวดลาย Stocking stitch,Stocking stitch & holes,Leaf & button holes ประกอบกับการใช้เส้นโลหะผสมกับไหมพรมเมทัลลิก เหมาะกับการนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีโอกาสการใช้สอยแบบสังสรรค์ (Party-wear)


การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ของขวัญสำหรับ เจเนอเรชั่น วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน, ญาณิศา แท่นนิล Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ของขวัญสำหรับ เจเนอเรชั่น วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน, ญาณิศา แท่นนิล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ของขวัญสำหรับเจเนอเรชัน วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบแบรนด์ของขวัญสำหรับเจเนอเรชัน วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลคำภาษาจีนที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และรวบรวมแบบสอบถามเกี่ยวกับรูปแบบของเรขศิลป์ที่เหมาะสม ซึ่งผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของเจเนอเรชัน วาย ออกเป็น 6 กลุ่ม โดยอ้างอิงจากวิจัยเรื่อง “รูปแบบการดำเนินชีวิต การบริโภคสินค้าออนไลน์ การบริโภคสื่อดิจิทัล และการรับรู้ความเสี่ยงออนไลน์ของผู้บริโภคเจเนอเรชันวายบนโลกออนไลน์” ของอาจารย์ ดร.ปภาภรณ์ ไชยหาญชาญชัย อาจารย์ประจำภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตัวกำหนดรูปแบบของงานเรขศิลป์ว่าในแต่ละกลุ่มมีลักษณะและจุดเด่นที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม สรุปผลวิจัยพบว่าจากการทำแบบสอบถาม สรุปได้ว่าสารที่ต้องการสื่อคือ ความสุขของเธอคือความสุขของฉัน ในส่วนของบุคลิกภาพและอารมณ์ คือ Cheerful, Smart, Pure and Simple และแนวทางการออกแบบจะใช้คำมงคลภาษาจีนและรูปแบบของงานแตกต่างกันไปตามกลุ่มที่ได้จากการวิเคราะห์และทำแบบสอบถามจากกลุ่มเป้าหมาย โดยจะมีทั้งหมด 3 รูปแแบคือแพทเทิร์น ภาพประกอบ และตัวอักษร


โครงการออกแบบเรขศิลป์เพื่อศูนย์ไลฟส์ไตล์ผู้มีภาวะเบาหวาน, เวธิน ระบิลวงศ์ Jan 2023

โครงการออกแบบเรขศิลป์เพื่อศูนย์ไลฟส์ไตล์ผู้มีภาวะเบาหวาน, เวธิน ระบิลวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์เพื่อศูนย์ไลฟ์สไตล์ผู้มีภาวะเบาหวานมีวัตถุประสงค์เพื่อกลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์เพื่อศูนย์ไลฟ์สไตล์ผู้มีภาวะเบาหวาน โดยมีขั้นตอนวิธีการดำเนินการวิจัย 1) รวบรวมและศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายผู้มีภาวะโรคเบาหวาน และ ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ 2) สร้างเครื่องมือวิจัยสำหรับสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายและพฤติกรรมการเข้าใช้งานไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ 3) วิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายและหลักการออกแบบเรขศิลป์ที่ให้กลุ่มเป้าหมายและผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบเรขศิลป์เป็นผู้คัดเลือกเพื่อให้ได้ข้อมูลที่นำมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบที่เหมาะสม สรุปผลการวิจัยพบว่า 1) กลยุทธ์ในการออกแบบเรขศิลป์เพื่อศูนย์ไลฟ์สไตล์ผู้มีภาวะเบาหวาน สารที่ต้องการจะสื่อคือ ความสะดวกสะบายที่ช่วยเสริมสร้างสมดุล (Convenience which keep balance) และ บุคลิกภาพและอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อ คือ Lively, Healthy และ Amusing 2) แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม คือ การออกแบบอัตลักษณ์สำหรับแบรนด์ศูนย์ไลฟ์สไตล์ผู้มีภาวะเบาหวาน และ คู่มือสำหรับการใช้งานระบบอัตลักษณ์ของแบรนด์ ด้านการออกแบบกราฟิก คือ Colorful Minimalism ด้านการออกแบบโลโก้ คือ Bright, Bold and Colorful ด้านการออกแบบฟอนต์ คือ Sans Serif และ ด้านการออกแบบระบบป้าย คือ Interactive and digital signage


การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล, ณัฎฐ์กฤตา ศรีกาหลง Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล, ณัฎฐ์กฤตา ศรีกาหลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิลโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิลที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคนเจนซี (Gen Z) โดยมีขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์แบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิลกลุ่มตัวอย่าง 2) แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเพื่อพิจารณาการใช้สื่อและความต้องการของกลุ่มตัวอย่างกลุ่มคนเจนซี (Gen Z) ที่มีต่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล 3) แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาแนวทางการออกแบบและสารที่ต้องการสื่อ บุคลิกภาพ ที่เหมาะสม 4) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์เจ้าของกิจการแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล 5) วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด 4Ps และ SWOT Analysis แบรนด์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ธุรกิจรีฟิล 6) วิเคราะห์ข้อมูลสรุปแนวทางที่ได้รับความนิยมของแนวทางการออกแบบตราสัญลักษณ์กับแบรนด์ตัวอย่าง 7) วิเคราะห์ข้อมูลสรุปแนวทางที่ได้รับความนิยมของแนวทางการออกแบบภาพประกอบกับแบรนด์ตัวอย่าง เป็นต้น ผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อ ได้แก่ Everyday Sustainability ร้านรักษ์โลกแบบ ที่มีนโยบายการลดปริมาณการใช้ บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว เพื่อลดการสร้างขยะบรรจุภัณฑ์ที่มาพร้อมกับการบริโภคในชีวิตประจำวันเหมือนเป็นร้านแห่งชีวิตประจำวันของทุกคนที่เข้ามาเติมผลิตภัณฑ์รีฟิลและเป็นความยั่งยืนในทุก ๆ วัน โดยมีบุคลิกภาพ ได้แก่ Natural ดูเป็นธรรมชาติ Free อิสระ ตามใจอยาก และ Simple เรียบง่าย สรุปผลเป็นแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล


เรขศิลป์จากแนวคิดโรควิตกกังวล, รวิวรรณ ฟักอ่อน Jan 2023

เรขศิลป์จากแนวคิดโรควิตกกังวล, รวิวรรณ ฟักอ่อน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรขศิลป์เพื่อการออกแบบแบรนด์จากแนวคิดโรควิตกกังวล มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากแนวคิดโรควิตกกังวล โดยการศึกษาโรควิตกกังวลทั้งหมด 11 โรคผ่านคู่มือวินิจฉัยอาการผิดปกติทางจิตฉบับที่ 5 หรือ DSM-5 เพื่อค้นหานิยามของโรค และทำการคัดเลือกโรควิตกกังวลที่เหมาะสมกับการออกแบบผ่านการวิเคราะห์ลักษณะเด่นและลักษณะร่วมต่าง ๆ ของโรควิตกกังวล ด้วย 9 ปัจจัยของโรค คือ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ (ชาย, หญิง, และทุกเพศ), อายุของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่, อาการทางพฤติกรรม, อาการทางสติปัญญาและจิตใจ, อาการทางกายภาพ, ระยะเวลา, สิ่งเร้าที่จับต้องได้, สถานการณ์กระตุ้น, และผลกระทบ จนได้ผลลัพธ์เป็นโรควิตกกังวลที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับโรคอื่นทั้งหมด 6 โรค คือ โรคกลัวการแยกจาก (Separation Anxiety Disorder), โรคไม่พูดบางสถานะการณ์ (Selective Mutism Specific Disorder), โรคกลัวแบบเฉพาะเจาะจง (Specific Phobia), โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder), โรคแพนิก (Panic Disorder), และ โรควิตกกังวลที่เกิดจากสารเสพติด (Substance Medication-Induced) ผลการวิจัยแนวทางการออกแบบจากจากแนวคิดโรควิตกกังวล ได้พบ องค์ประกอบการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสมกับออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากแนวคิดโรควิตกกังวลคือ รูปทรงที่เป็นระนาบ (Forms), เส้นอารมณ์ (Mood lines), ระบบสีเชิงจิตวิทยาสีกับความรู้สึก (Hues and Tones), การจับคู่สี (Color Schemes), รูปแบบตัวอักษร (Fonts) และอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Architypes) ทั้งหมด 6 รูปแบบ จากการวิเคราะห์โรควิตกกังวล 6 ชนิด คือ คือ ผู้ต้องการ (The Needy) จากโรคกลัวการแยกจาก, นักละครใบ้ (The Mime), ผู้เฝ้าระวัง (The Lookout), ผู้ปลีกวิเวท (The Isolator), ผู้กระวนกระวาย (The Anxious), ผู้ครอบงำ …


การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิดตารางธาตุ, ไอริณญา ป๋าเมืองมูล Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิดตารางธาตุ, ไอริณญา ป๋าเมืองมูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิดตารางธาตุมีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิดตารางธาตุ ขั้นตอนและวิธีดำเนินงานวิจัยโดยการรวบรวมธาตุที่พบในอาหารและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อคัดเลือกในการนำมาเป็นแนวทางการออกแบบเรขศิลป์โดยอ้างอิงจากตารางธาตุของ Dmitri Mendeleyev นำมารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในการสร้างแบรนด์ การตลาดโดยใช้เครื่องมือ Business Model Canvas, SWOT Analysis, Brand Positioning, 4Ps เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับแบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพในตลาดประเทศไทยเพื่อหาในแนวทางการออกแบบที่เหมาะสม จากการสืบค้นบทความ นิตยสาร งานวิจัย ทั้งแบบสื่อสิ่งพิมพ์และแบบดิจิทัล นอกจากนี้ยังได้สอบถามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมาวิเคราะห์โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบในการประเมินเพื่อหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิดตารางธาตุ สรุปผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อ คือ Choose matter for better หมายถึง การเลือกรับประทานสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพและ การเลือกวัตถุดิบในการนำมาสร้างสรรค์เพื่อเป็น อาหารการกินที่ดีเป็นเรื่องสนุก และอีกทั้งยังช่วยใน เรื่องสุขภาพ เมื่อสุขภาพดีขึ้น ชีวิตก็ดีขึ้น และบุคลิกภาพและอารมณ์ของงานออกแบบ คือ Healthy Cheerful Intellect แนวทางการออกแบบแบรนด์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมคือ Logo ประเภท Name Fill ,ตัวอักษรประเภท Liquid Chrome และการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ Illustrated ingredients in punchy palettes


Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral Jan 2023

Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study aims to explore and examine how community arts and cultural events are shaped by boundaries and binds. Boundaries, drawn by partition and geopolitics, and binds set by religion, economic, elitist (traditionalist/conservative), or social hierarchy, create new subcultures (minorities) in their areas of settlement. Centuries of colonialism and turmoil at borderlines have given birth to dispersed and displaced communities. Diasporic communities, such as the Thai-Indian community, echo the sounds of their past but also constantly strive for inclusivity to enable a sense of cultural belonging in their new home. After cocooning, learning language, food, customs, and traditions, what …


การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาล, วิรชา พยาน้อย Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาล, วิรชา พยาน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาลมีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางในการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาล ขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของกลิ่นจาก Fragrance Wheel ของ Michael Edwards และความต้องการของมนุษย์ที่เหมาะสมกับแนวคิดกฎจักรวาล 12 ข้อ รวมถึงรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด Business Model Canvas, SWOT Analysis, 4Ps Marketing และ Brand Position เทียบกับแบรนด์เครื่องหอมตัวอย่างเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม จากบทความ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม งานวิจัย และสื่ออินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ทำให้ได้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการออกแบบต่อไป สรุปผลวิจัยพบว่า สารที่ต้องการจะสื่อ คือ Scent Scenario เพราะกลิ่นนั้นเชื่อมโยงกับความคิดและความทรงจำ และบุคลิกภาพของงานที่เหมาะสม คือ AROMATIC (ดูมีกลิ่นหอม), CHIC (เก๋, เท่, ทันสมัยแบบผู้ดี) และ CHARMING (มีเสน่ห์, ดูน่าหลงใหล) และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม คือ การออกแบบตราสัญลักษณ์แบบ Abstract Logo Mark, ตัวอักษรแบบ Serif และการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ Maximalist Design


Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The "BOOTLEG SHOW" by MRKREME is a curatorial project for an art exhibition that delves into the interplay between mass production, aesthetic values, and originality within the realm of contemporary art toys. Curated with a focus on examining the impact of distortion in art, the exhibition explores the nuances of value formation and how societal influences shape our perception of worth. The first part of this study is an exploration into the concept of art toys through the meanings of the words "art" and "toys" to better understand their roots. It examines the differentiation between a toy and an art …


Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Where Emotions Take Form: Outsider Art by Everyday Individuals, is an exhibition that celebrates the captivating world of outsider art created by individuals who are not traditionally trained artists but, rather, ordinary people from our everyday lives. This exhibition brings to light the raw, unfiltered expressions of ordinary people, transcending conventional artistic boundaries and offering a glimpse into the richness of human creativity. Outsider art is art made by self-taught or supposedly naïve artists with typically little or no contact with the conventions of the art world. Under this concept, in most cases, when people speak of outsider art, they …


Navigating Opportunities To Improve Youth Outcomes In A Least Developed Country: An Action Research Study, Naomi Docilait Jan 2023

Navigating Opportunities To Improve Youth Outcomes In A Least Developed Country: An Action Research Study, Naomi Docilait

Antioch University Dissertations & Theses

The ambitious United Nations-adopted Sustainable Development Goals (SDGs) require the concentrated effort of governments, the business sector, and other key stakeholders, including women and youth, for its success. Effective leadership will be essential for different sectors to integrate these development goals into strategic plans and operational activities in the service of realizing this agenda by 2030. Unfortunately for Least Developed Countries (LDCs), the COVID-19 pandemic caused the worst economic outcomes in 30 years. For this group of countries, the pandemic has negatively influenced efforts to eradicate poverty and improve social outcomes. This setback makes achieving the Sustainable Development Goals by …


Exploring The Lives Of Animal Activists: A Qualitative Study, Erin K. Mckenney Jan 2023

Exploring The Lives Of Animal Activists: A Qualitative Study, Erin K. Mckenney

Antioch University Dissertations & Theses

The animal rights movement, despite its historical roots, has only recently garnered attention in the realm of social sciences, increasingly being recognized as a facet of social justice. This dissertation delves into the intersection of animal rights activism and gender, primarily focusing on the parallels drawn between the oppression of women and animals/nature. The noticeable dominance of women in the animal rights movement, as suggested by previous studies, formed the basis for adopting an eco-feminist approach to explore this issue, highlighting the shared oppression and exploitation faced by women and animals. In-depth, in-person interviews were used to collect data on …


ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2480-2490:ประวัติศาสตร์ทวนกระแส, บุญพิสิฐ ศรีหงส์ Jan 2023

ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2480-2490:ประวัติศาสตร์ทวนกระแส, บุญพิสิฐ ศรีหงส์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาประวัติศาสตร์ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหัวข้อที่สนใจศึกษาวิเคราะห์กันมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2490 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนิยมวางกรอบเวลาการศึกษาที่ พ.ศ. 2482-2488 (จุดเริ่มที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรป) หรือ พ.ศ. 2484-2488 (จุดเริ่มที่สงครามมหาเอเชียบรูพา) กรอบเวลาเช่นนี้ทำให้เกิดคำอธิบายว่าจุดกำเนิดความขัดแย้งของสงครามเกิดขึ้นในทวีปยุโรปก่อนแล้วจึงส่งผลเกี่ยวเนื่องไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรืออธิบายว่าญี่ปุ่นซึ่งถูกครอบงำโดยรัฐบาลทหารและลัทธิชาตินิยมรุนแรงเป็นผู้ก่อสงครามในเอเชีย ส่วนไทยนั้นก็เข้าร่วมสงครามตามแนวทางของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นผู้นำเผด็จการทั้งก่อนและขณะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นในยุโรปและเอเชียวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ทวนกระแสประวัติศาสตร์ โดยขยายกรอบเวลาการศึกษาบริบทการเมืองโลก พลวัตรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภายในและภายนอกภูมิภาค รวมทั้งสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่มีอิทธิพลต่อนโยบายและการตัดสินใจของผู้นำในการพาประเทศเข้าร่วมสงครามไปเป็น พ.ศ. 2480-2490 เป็นการศึกษามูลเหตุและผลของสงครามในมิติที่กว้างกว่าการรบด้วยกำลังทหาร โดยศึกษาผ่านหลักฐานประวัติศาสตร์ชั้นต้นและสิ่งพิมพ์ร่วมสมัย นำมาร่วมกันวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ในมุมที่ต่างไปจากเดิมจากการทวนกระแสประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างมีกระบวนการ รับรู้ คาดการณ์ เตรียมการป้องกันประเทศ ศึกษาสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งผลที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศไทย การเตรียมการต่างๆ นี้เป็นกระบวนการที่มีมาก่อนการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรป และก่อนรัฐบาลหลวงพิบูลสงคราม และพบว่าความต้องการอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ซึ่งต่างมุ่งป้องกันผลประโยชน์ของตนในภูมิภาคนี้ เป็นสาเหตุร่วมให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงและขยายตัวเกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นในภูมิภาคนี้


โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี Jan 2023

โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนผ่านการนำเสนอตัวละครนักสืบชายในอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี (Holmes & Moriarity) ของจอช แลนยอน (Josh Lanyon, 2009-2018) ประกอบด้วยอาชญนิยายทั้งหมด 4 เล่ม ได้แก่ ซัมบอดี คิลด์ ฮิส เอดิเตอร์ (Somebody Killed His Editor, 2009), ออล ชี โรต (All She Wrote, 2010), เดอะ บอย วิธ เดอะ เพนฟูล แทตทู (The Boy with the Painful Tattoo, 2014), และ อิน ออเธอร์ เวิร์ดส์...เมอร์เดอร์ (In Other Words...Murder, 2018)จากการศึกษาพบว่าแนวคิดด้านเพศสถานะและบรรทัดฐานรักต่างเพศมีอิทธิพลต่อขนบการนำเสนอของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างมาก ตัวบทคัดสรรตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะและอคติทางเพศในบันเทิงคดีแนวสืบสวนยุคแรกด้วยการนำเสนอนักสืบชายที่ไม่จำเป็นต้องเป็นวีรบุรษและมีภาพลักษณ์ความเป็นชายตามอุดมคติของสังคมแต่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ ตัวบทคัดสรรนำเสนอตัวละครนักสืบชายผ่านบทบาทการตกเป็นเหยื่อและเป็นผู้ต้องสงสัย ตัวละครนักสืบยังสามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศและคบหาดูใจกับคู่รักเพศเดียวกันไปพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ด้วย บทบาทและภาพลักษณ์ของตัวละครนักสืบชายที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนร่วมสมัยที่ตัวละครนักสืบชายถูกนำเสนอให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น นักสืบไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง แต่สามารถเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวและอ่อนแอได้อย่างไรก็ดี แม้ตัวบทคัดสรรจะพยายามนำเสนอตัวละครนักสืบชายที่ปฏิเสธการอยู่ภายใต้ค่านิยมของสังคมกระแสหลัก แต่นักสืบชายที่เลือกสร้างครอบครัวคู่รักเพศเดียวกันด้วยการแต่งงานและการอุปการะบุตรไม่อาจก้าวพ้นจากบรรทัดฐานรักต่างเพศและค่านิยมของสังคมกระแสหลักได้อย่างเด็ดขาด ท้ายที่สุดแล้วอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี จึงสูญเสียโอกาสที่จะตอบโต้ค่านิยมแบบรักต่างเพศไป การนำเสนอดังกล่าวจึงเป็นการหวนคืนสู่บรรทัดฐานรักต่างเพศ เพราะสังคมยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวในอุดมคติดังเดิม


จากมิตรภาพสู่ความรัก: การศึกษาความปรารถนาระหว่างชายกับชายใน ปรมาจารย์ลัทธิมาร ของ โม่เซียงถงซิ่ว, เมธาวี สิมมา Jan 2023

จากมิตรภาพสู่ความรัก: การศึกษาความปรารถนาระหว่างชายกับชายใน ปรมาจารย์ลัทธิมาร ของ โม่เซียงถงซิ่ว, เมธาวี สิมมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความปรารถนาระหว่างชายกับชายในนวนิยายเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมาร ของ โม่เซียงถงซิ่ว ร่วมกับการศึกษาบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวบทคัดสรร จากการศึกษาพบว่า ปรมาจารย์ลัทธิมาร กล่าวถึงการดำรงอยู่ร่วมกันของกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่ได้รับอิทธิพลจากปรัชญาเต๋า ขงจื่อ และพุทธนำมาสู่การประกอบสร้างความเป็นชายในอุดมคติผ่านความแข็งแกร่งทางกายและความเข้มแข็งทางจิตใจ โดยวิถีปฏิบัติของกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรสอดคล้องกับค่านิยมของสังคมปิตาธิปไตยที่ยึดถือบรรทัดฐานรักต่างเพศ อย่างไรก็ดี การรวมกลุ่มของสังคมชายล้วนเปิดโอกาสให้ชายกับชายช่วยเหลือเกื้อกูลและสานสัมพันธ์อันลึกซึ้งด้วยมิตรภาพลูกผู้ชายได้ สังคมชายเป็นใหญ่ที่ตั้งใจผลิตสร้างความเป็นชายในอุดมคติจึงผลิตสร้างชายรักชายซึ่งตรงข้ามกับความเป็นชายที่พึงปรารถนาขึ้นพร้อมกัน การไม่ได้รับการยอมรับจึงทำให้ชายรักชายต้องแสวงหาช่องทางการแสดงความปรารถนาทางเพศในสังคมปิตาธิปไตยที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด โม่เซียงถงซิ่วใช้องค์ประกอบแฟนตาซี ได้แก่ การกลับชาติมาเกิด การใช้เวทมนตร์คาถา และของวิเศษ เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์แบบชายรักชายและเป็นกลวิธีต่อรองกับกฎ ตัวบทยังแฝงการวิพากษ์ความรุนแรงของบรรทัดฐานรักต่างเพศที่สร้างขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมด้วย อย่างไรก็ตาม ปรมาจารย์ลัทธิมาร เขียนขึ้นในสังคมและวัฒนธรรมที่ความสัมพันธ์แบบชายรักชายยังไม่เป็นที่ยอมรับจึงยังทิ้งร่องรอยของอคติที่มีต่อชายรักชาย การต่อรองจึงไม่อาจกระทำได้อย่างเสรีและยังต้องอยู่ภายใต้กรอบบรรทัดฐานที่สังคมมองว่าดีงาม


In The Name Of The People: From Thai-Style Democracy To Thailism Democracy, Qiang Zhang Jan 2023

In The Name Of The People: From Thai-Style Democracy To Thailism Democracy, Qiang Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Existing studies have often situated Thailand within the context of the global middle class's retreat from democracy to understand democratization in Thailand. However, this approach fails to account adequately for the oscillating behavior of the Thai middle class between support for and opposition to democracy. This study argues that analyses of democratization benchmarked against Western democracy have long ignored changes in power structures and ideological discourses within Thailand's conservative forces. Therefore, this study undertakes a longitudinal analysis of Thai-style democracy, which has featured an anti-democratic face since 1932. By analyzing the discourses of conservative forces in three different historical periods—1932-1957, …


ภาพตัวแทนของเจ้านายไทยในประกาศเฉลิมพระยศเจ้านายสมัยรัตนโกสินทร์, จิรเมธ คูไพริน Jan 2023

ภาพตัวแทนของเจ้านายไทยในประกาศเฉลิมพระยศเจ้านายสมัยรัตนโกสินทร์, จิรเมธ คูไพริน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาภาพตัวแทนของเจ้านายไทยในประกาศเฉลิมพระยศเจ้านายตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงรัชกาลปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ภาพตัวแทนของเจ้านายไทย และกลวิธีทางวรรณศิลป์ในการนำเสนอภาพตัวแทนดังกล่าว รวมทั้งปัจจัยทางการเมืองและสังคมที่สัมพันธ์กับการนำเสนอภาพตัวแทนข้างต้น ข้อมูลที่ใช้ศึกษามาจากหนังสือ จดหมายเหตุเรื่องทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 1-2 และประกาศเฉลิมพระยศเจ้านายในราชกิจจานุเบกษา รวมทั้งสิ้น 301 องค์การศึกษาพบว่า ภาพตัวแทนสำคัญของเจ้านายไทยมี 2 ภาพ ได้แก่ (1) ภาพตัวแทนผู้ทรงกอปรด้วยพระคุณสมบัติและพระคุณลักษณะแห่งขัตติยวงศ์ ประกอบไปด้วยคุณสมบัติด้านพระชาติวุฒิ พระวัยวุฒิ และพระคุณวุฒิ และคุณลักษณะด้านความจงรักภักดีความเป็นที่รักและเคารพในหมู่พระราชวงศ์ และความมีพระอัธยาศัยดีและพระจริยวัตรงาม และ (2) ภาพตัวแทนผู้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ ประกอบไปด้วยภาพตัวแทนผู้ทรงวางรากฐานความเจริญและความทันสมัยให้แก่ชาติบ้านเมือง ผู้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจต่อองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน รวมทั้งผู้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจต่าง ๆ ด้วยพระปรีชาสามารถ พระวิริยอุตสาหะและความเสียสละเพื่อชาติและประชาชน ภาพตัวแทนดังกล่าวพบแตกต่างกันตามพระอิสริยยศของเจ้านายและวาระของการเฉลิมพระยศโดยมีทั้งลักษณะที่สืบเนื่องและมีพลวัตสัมพันธ์กับบริบททางประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยด้านกลวิธีทางวรรณศิลป์ในการนำเสนอภาพตัวแทน การศึกษาพบว่ามี 2 ประการสำคัญ ได้แก่ (1) กลวิธีการเล่าเรื่อง ประกอบด้วยการเรียบเรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา การคัดสรรเฉพาะเหตุการณ์บางตอนมานำเสนอ และการใช้ผู้เล่าเรื่องแบบรู้แจ้ง กลวิธีข้างต้นทำให้มีการนำเสนอภาพตัวแทนอันหลากหลาย และสอดคล้องกับวรรณกรรมชีวประวัติและวรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติที่ประพันธ์ร่วมสมัยกัน และ (2) กลวิธีการใช้ภาษา ประกอบด้วยการใช้คำประดับ การใช้คำอย่างมีสัมผัส การใช้ศัพท์บาลีสันสกฤต และการซ้ำคำและความ กลวิธีดังกล่าวพบมากน้อยตามยุคสมัยและความคลี่คลายของการประพันธ์วรรณกรรมไทย กลวิธีนี้สอดคล้องกับทำนองเขียนแบบใช้ภาษาสูงและคำประพันธ์แบบกึ่งร้อยแก้วร้อยกรอง ซึ่งเอื้อต่อการนำเสนอภาพตัวแทนของเจ้านาย และยกสถานะของตัวบทให้ศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง ทั้งยังสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการเผยแพร่ประกาศเฉลิมพระยศเจ้านายด้วยในด้านปัจจัยทางการเมืองและสังคมที่สัมพันธ์กับการนำเสนอภาพตัวแทน การศึกษาพบว่าการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และราชวงศ์ เวลา และสตรี รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองในแต่ละยุค ส่งผลให้ภาพตัวแทนของเจ้านายบางภาพมีลักษณะที่สืบเนื่อง ได้แก่ ภาพตัวแทนผู้ทรงมีพระชาติวุฒิสูงและพระวัยวุฒิอันเหมาะสม และภาพตัวแทนอันแสดงพระคุณลักษณะต่าง ๆ ภาพตัวแทนที่มีรายละเอียดเปลี่ยนไปคือ ผู้ทรงมีพระคุณวุฒิอันเพียบพร้อมเหมาะสม ส่วนภาพตัวแทนที่มีพลวัตโดดเด่นคือผู้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ จากเดิมที่เน้นว่าเจ้านายทรงวางรากฐานความเจริญและความทันสมัยให้แก่บ้านเมือง เปลี่ยนมาเป็นผู้ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าภาพตัวแทนของเจ้านายฝ่ายในผู้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจดังกล่าวด้วยพระวิริยอุตสาหะและความเสียสละเป็นภาพที่ปรากฏมากเป็นพิเศษในปัจจุบัน สอดคล้องกับข้อจำกัดทางการเมือง สถานการณ์ในพระราชวงศ์ และพระราชปณิธานแห่งรัชสมัย


แนวคิดอภัยวิถีของฌาคส์ แดร์ริดา, พิรุณ จิระวิบูลย์รัตน์ Jan 2023

แนวคิดอภัยวิถีของฌาคส์ แดร์ริดา, พิรุณ จิระวิบูลย์รัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การทะเลาะเบาะแว้งไม่ลงรอยกันเป็นเรื่องธรรมชาติ จนในบางครั้งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างกัน และได้สร้างบาดแผลพร้อมกับเรื่องราวที่ยากต่อการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ให้กลับมาดังเดิม อภัยวิถีจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการเพื่อสร้างความสมานฉันท์ รื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่เคยแตกร้าวไปแล้วนั้นให้เสมือนกับความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นนั้นมลายหายสิ้นไป ฌาคส์ แดร์ริดา นำเสนอแนวคิดของอภัยวิถีภายใต้คำถามทางจริยศาสตร์และการเมือง โดยตั้งคำถามสำคัญถึงความเป็นไปได้ของอภัยวิถี อภัยวิถีสามารถเป็นไปได้อย่างไร ? ในบริบททางการเมือง โดยการเข้าไปสำรวจกระบวนทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับอภัยวิถีโดยเฉพาะมโนทัศน์ที่เกิดจากแนวคิดของคริสต์ศาสนา อันเป็นรากฐานความเข้าใจของโลกตะวันตกที่ครอบงำในบริบทการเมืองโลกในศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน แดร์ริดา ได้นำเสนอแนวคิดซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในเรื่องอภัยวิถี คือ อภัยวิถีให้อภัยในสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัยได้ โดยรากฐานความเข้าใจดังกล่าวนำมาสู่การให้อภัยในความหมายของการให้โดยปราศจากเงื่อนไข การให้อภัยจึงเป็นการกระทำที่ไม่สามารถคิดคำนวณมูลค่าได้ อภัยวิถีจึงไม่ใช่การแลกเปลี่ยนเพื่อลบล้างความผิด ในทางกลับกันอภัยวิถีเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ให้ไปในทิศทางที่เหนือกว่าเดิม เมื่ออภัยวิถีปราศจากเงื่อนไข การให้อภัยโดยตัวเองจึงเป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นเหนือกฎหมาย การชดใช้ และการลงโทษ แต่มิใช่ว่าอภัยวิถีจะเป็นกระบวนการที่ขัดต่อกฎหมายและทำลายความยุติธรรม แดร์ริดานำเสนอการกระทำของ คณะกรรมการแสวงหาความจริงและสมานฉันท์ (Truth and Reconciliation Commission) ในประเทศแอฟริกาใต้ ที่สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้เกิดการให้อภัยให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง


ความเป็นอีสานในเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในวารสารชายคาเรื่องสั้น, นีนนิมมาน ยอดเมือง Jan 2023

ความเป็นอีสานในเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในวารสารชายคาเรื่องสั้น, นีนนิมมาน ยอดเมือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นอีสานในเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในวารสาร ชายคาเรื่องสั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 – 2564 จำนวน 45 เรื่อง และกลวิธีการประพันธ์ในการนำเสนอความเป็นอีสานในเรื่องสั้นดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่าเรื่องสั้นในวารสาร ชายคาเรื่องสั้น นำเสนอความเป็นอีสาน 3 ประการ ได้แก่ ความเป็นอีสานในฐานะผู้มีสำนึกในรากเหง้าและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งนำเสนอผ่านเนื้อหาว่าด้วยความผูกพันกับวิถีชีวิตชนบท ความภูมิใจในเผ่าพันธุ์ และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของคนอีสาน ประการต่อมาคือความเป็นอีสานในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาและทุนนิยม ซึ่งนำเสนอว่าคนอีสานคือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา คนอีสานเป็นคนพลัดถิ่นที่แปลกแยกจากสังคมใหม่ และคนอีสานมักถูกรัฐเอาเปรียบข่มเหง ประการสุดท้ายคือความเป็นอีสานในฐานะผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ซึ่งนำเสนอผ่านเนื้อหาที่แสดงว่าคนอีสานคือ “คนอื่น” จากความเป็นไทย คนอีสานถูกตีตราทางการเมือง และคนอีสานเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางการเมืองเนื่องจากเป็นผู้มีส่วนร่วมทางการเมือง ในด้านการกลวิธีการประพันธ์เพื่อนำเสนอความเป็นอีสาน ผู้เขียนเรื่องสั้นในชายคาเรื่องสั้นใช้กลวิธีอันหลากหลาย ได้แก่ การใช้รูปแบบการประพันธ์ ทั้งรูปแบบนิทาน รูปแบบบทละคร รูปแบบบทความวิชาการ และรูปแบบสารคดีชีวประวัติ เพื่อเน้นย้ำความเป็นอีสานในมิติต่าง ๆ นอกจากนี้ กลวิธีการสร้างตัวละครชาวอีสาน การใช้ฉากท้องถิ่นอีสาน รวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นอีสาน และการอ้างถึงวรรณคดีลาว-อีสาน ก็เป็นกลวิธีสำคัญในการนำเสนอความเป็นอีสานในวารสาร ชายคาเรื่องสั้น ที่ช่วยเน้นย้ำความเป็นอีสานที่ยังคงยึดมั่นในรากฐานทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดให้เห็นพลวัตและลักษณะเชิงวิพากษ์ ความเป็นอีสานที่ซับซ้อนดังกล่าวเป็นผลมาจากจุดยืนของวารสาร ชายคาเรื่องสั้น ซึ่งเป็นชุมชนและพื้นที่ทางวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในบริบทความขัดแย้งทางการเมืองและแนวคิดภูมิภาคนิยมในอีสาน


การถ่ายทอดวัจนลีลาของตัวละคร Cole และ Solas ในเกม Dragon Age: Inquisition ของบริษัท Bioware, ปทุมจิต อธิคมกมลาศัย Jan 2023

การถ่ายทอดวัจนลีลาของตัวละคร Cole และ Solas ในเกม Dragon Age: Inquisition ของบริษัท Bioware, ปทุมจิต อธิคมกมลาศัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการแปลวัจนลีลาของตัวละคร Cole และ Solas ในเกม Dragon Age: Inquisition (2014) ผู้วิจัยคัดเลือกตัวอย่างบทสนทนาในเกมดังกล่าวของตัวละครทั้งสองพร้อมบริบทแวดล้อมทั้งหมด 30 หน้า และตั้งสมมติฐานในการวิจัยว่าปัญหาด้านวัจนลีลาอันประกอบด้วยการใช้โครงสร้างประโยคไม่สมบูรณ์ โวหารบุคลาธิษฐาน ถ้อยคำที่มีความกำกวมคลุมเครือ เลียนแบบจังหวะหนักเบาของกาพย์กลอน เล่นสัมผัสอักษร และเลือกสรรถ้อยคำที่มีระดับภาษาสูงกว่าบทสนทนาปกติ ออกมาเป็นบทบรรยายภาษาไทยได้อย่างเหมาะสม มีอรรถรสเทียบเคียงได้กับต้นฉบับนั้นสามารถแก้ไขด้วยการวิเคราะห์วัจนลีลาตามแนวทางการวิเคราะห์และการแปลตัวบทประเภทวิดีโอเกมที่มินาโกะ โอ’เฮเกน (Minako O’Hagan) และการ์เมนแมนจิรอน (Carmen Mangiron) (2013) รายงาน กรอบวิเคราะห์ Systemic functional linguistics (SFL) ของไมเคิล ฮัลลิเดย์ (Michael Halliday, 2014) แนวคิดการแปลวัจนลีลาของจีน โบส-ไบเออร์ (Jean Boase-Beier, 2019) ข้อจำกัดและกลวิธีการแปลบทบรรยายภาพยนตร์ที่เสนอโดยฆอร์เฆ ดิอัซ-ซินตัส (Jorge Díaz-Cintas) และอาลิเนอ รีมาเอล (Aline Remael) (2020) ร่วมกับการศึกษาโครงสร้างประโยคที่ไม่สมบูรณ์ในภาษาไทยผลการวิจัยพบว่าทฤษฎีและแนวทางต่าง ๆ ตามที่ได้ศึกษามีประโยชน์ต่อการแปลเป็นอย่างยิ่ง สามารถใช้แก้ไขปัญหาการถ่ายทอดวัจนลีลาให้มีสมมูลภาพใกล้เคียงกับต้นฉบับ ทั้งยังทำให้ผู้วิจัยตระหนักและใส่ใจเรื่องกลวิธีที่ใช้เพื่อถ่ายทอดวัจนลีลาในภาษาอังกฤษให้ออกมาอย่างเหมาะสมในภาษาไทยด้วยความต่างทางภาษา สรรหาวิธีทดแทนหรือชดเชยอย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับหน้าที่บทบรรยายได้อย่างเหมาะสม


รูปแบบภาษาแสดงอัตลักษณ์: กรณีภาษากะเทยที่ปรากฏในสื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น, ทศวรรษ ตันชัยสวัสดิ์ Jan 2023

รูปแบบภาษาแสดงอัตลักษณ์: กรณีภาษากะเทยที่ปรากฏในสื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น, ทศวรรษ ตันชัยสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาษากะเทย (おネエことば) ที่ปรากฏในสื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นหรือ “มังงะ” และรวบรวมทำเป็นฐานข้อมูล ผู้วิจัยศึกษาภาษากะเทยจากมังงะที่มีตัวละครกะเทยปรากฏและพูดด้วยภาษากะเทยจำนวน 48 ตัวละคร รวมจำนวนประโยคตัวอย่างทั้งหมด 886 ตัวอย่าง มาทำการวิเคราะห์การแสดงอัตลักษณ์โดยวิเคราะห์ใน 4 ประเด็นดังนี้ 1) การใช้สรรพนามของตัวละคร 2) ส่วนลงท้ายประโยค 3) คำไพเราะ (美化語) 4) คำศัพท์ที่แสดงความเป็นภาษากะเทย และเสริมประเด็นการวิเคราะห์อื่นที่ตัวผู้วิจัยสนใจอีก 2 ประเด็นได้แก่ 1) การใช้สัญลักษณ์ เครื่องหมายวรรคตอน และอีโมจิ 2) รูปเขียนฮิรางานะ คาตากานะ และคันจิ นอกจากนี้ก็ยังสอดแทรกการเปรียบเทียบความแตกต่างของการแสดงอัตลักษณ์โดยแยกประเภทมังงะตามกลุ่มผู้อ่านของเรื่องผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมภาษากะเทยในภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ใช้ภาษาผู้หญิงเป็นพื้นฐานแล้วเพิ่มเติมลักษณะพิเศษบางอย่างลงไปทำให้เกิดความแตกต่างจากภาษาผู้หญิงทั่วไป การแสดงอัตลักษณ์มีความโน้มเอียงไปทางภาษาผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ จึงนำเสนอความเป็นผู้หญิงผ่านสรรพนาม ส่วนลงท้ายประโยค คำไพเราะ คำศัพท์ การใช้สัญลักษณ์ เครื่องหมายวรรคตอนและอีโมจิ อย่างไรก็ตามก็มีการแฝงความแข็งกร้าวโน้มเอียงไปทางผู้ชายในรูปแบบภาษาเหล่านี้ด้วย ทั้งนี้ ในกรณีรูปเขียนค้นพบว่ามีความโน้มเอียงไปทางผู้ชายผ่านการใช้คาตากานะและคันจิ ทำให้ภาษากะเทยมีลักษณะการแสดงอัตลักษณ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองเพศ สำหรับการศึกษาความแตกต่างแยกตามกลุ่มผู้อ่านของเรื่องพบว่าภาษากะเทยในมังงะเด็กผู้ชายและมังงะเด็กผู้หญิงไม่ค่อยมีความแตกต่างกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแสดงอัตลักษณ์ของภาษากะเทยที่มีแบบแผนที่ชัดเจน ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเพศของผู้อ่าน


Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen Jan 2023

Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tourism plays a vital role in Thailand’s economy, especially in the aftermath of COVID-19, which led the Tourism Authority of Thailand (TAT) to implement strategies to increase foreign visits. This study examines homestay tourism, known for its community engagement and cultural immersion, focusing on its attractiveness to young Chinese tourists seeking serene experiences in the post-pandemic era. Employing both quantitative and qualitative methodologies, the research evaluates the demographic profiles, behaviors, motivations, and satisfaction levels of young Chinese tourists in Thai homestays, primarily through descriptive analysis. Findings show that security and hospitality are the top factors influencing these tourists’ decisions to …


Human Right Protection Of Stateless Children In Thailand: A Study Of Laws And Policies, Huiwen Fu Jan 2023

Human Right Protection Of Stateless Children In Thailand: A Study Of Laws And Policies, Huiwen Fu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The issue of stateless children is a long-standing social problem in Thailand. Before the 21st century, Thailand's treatment of stateless children had gone through several reforms, and these shifts were reflected in Thai law and policy. After the 2000s, stateless children gradually came into the limelight, and the plight of stateless children received attention both within Thailand and internationally. This research studies Thailand's laws and policies on the protection of stateless children. It compares Thailand's laws and policies on stateless children in the 1980s, 1990s, and 2000s and analyzes the domestic and international factors that contributed to the improvement of …


ทัศนะแบบอนุมานความรู้สึกตัวของสัตว์ของไมเคิล ไทย์, วีรวุฒิ เหรียญมณี Jan 2023

ทัศนะแบบอนุมานความรู้สึกตัวของสัตว์ของไมเคิล ไทย์, วีรวุฒิ เหรียญมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ข้อถกเถียงเรื่องสภาวะความรู้สึกตัวของสัตว์แบ่งได้เป็นสองแนว ได้แก่ แนวที่ใช้ การอ้างเหตุผลแบบไม่อนุมานความรู้สึกตัวของสัตว์ เชื่อว่าสภาวะจิตของสัตว์สามารถรับรู ้ได้โดยตรง เนื่องจากสภาวะจิตของสัตว์สามารถสังเกตได้จากการเคลื่อนไหวและการมีปฏิสัมพันธ์ของสัตว์ต่อสิ่งอื่น และแนวที่ใช้การอ้างเหตุผลแบบอนุมานความรู้สึกตัวของสัตว์ เชื่อว่า สภาวะจิตของสัตว์สามารถอนุมานได้จากพฤติกรรม ไมเคิล ไทย์ (2017) สนับสนุนแนวการอ้างเหตุผลแบบที่สองเชื่อว่า จิตของสัตว์สามารถอนุมานได้จากพฤติกรรมการเรียนรู ้ เนื่องจากพฤติกรรมการเรียนรู้แสดงให้เห็นถึงการตอบสนองแบบยืดหยุ่น ในวิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และปกป้องทัศนะของไทย์ด้วยการการอ้างเหตุผลสองประการหลัก ได้แก่ หนึ่ง ความรู้สึกตัว คือ การรับประสบการณ์ ไม่ใช่การคิด และสอง แม้มีกรณีการเรียนรู้แบบปราศจากความรู้สึกตัว (เช่น การเรียนไวยากรณ์) กรณีดังกล่าวยังคงไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ว่าความรู้สึกตัวของสัตว์ไม่สามารถอนุมานได้จากพฤติกรรมการเรียนรู ้


การศึกษาเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทยตามแนวปริจเฉทวิเคราะห์, สุภิญชญา ชูเชิด Jan 2023

การศึกษาเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทยตามแนวปริจเฉทวิเคราะห์, สุภิญชญา ชูเชิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของการสื่อสารเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทยตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร 2) เพื่อศึกษาโครงสร้างของเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทย และ 3) เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการเล่าเรื่องคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทย ข้อมูลที่ใช้ศึกษานำมาจากเรื่องเล่าคดีสืบสวนจากบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ 3 บัญชีผู้ใช้ รวม 100 เรื่อง โดยใช้แนวคิดชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร (Hymes, 1974) ในการวิเคราะห์องค์ประกอบการสื่อสาร แนวคิดโครงสร้างเรื่องเล่าตามแนวคิดของลองเอเคอร์ (Longacre, 1983) ในการวิเคราะห์โครงสร้างเรื่องเล่าคดีสืบสวน และแนวคิดวัจนปฏิบัติศาสตร์ในการวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาที่ใช้ถ่ายทอดเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ผลการศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์พบว่ามี 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ฉาก (Setting) 2) ผู้ร่วมเหตุการณ์การสื่อสาร (Participants) 3) จุดมุ่งหมาย (Ends) 4) การลำดับวัจนกรรม (Act sequence) 5) น้ำเสียง (Key) 6) เครื่องมือ (Instrumentalities)7) บรรทัดฐานของปฏิสัมพันธ์และการตีความ (Norms of Interaction and Interpretation) และ 8) ประเภทการสื่อสาร (Genre) โดยองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างและกลวิธีทางภาษา ได้แก่ ลำดับวัจนกรรม (Act sequence) เครื่องมือ (Instrumentalities) และบรรทัดฐานของการปฏิสัมพันธ์และการตีความ (Norms of Interaction and Interpretation) จากการนำเสนอเรื่องเล่าคดีสืบสวนได้อย่างเหมาะสมกับช่องทางการสื่อสาร ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจและอยากติดตามการเล่าเรื่องคดีสืบสวนตั้งแต่ต้นจนจบในด้านโครงสร้างเรื่องเล่าคดีสืบสวน พบโครงสร้าง ได้แก่ 1) การนำเรื่อง (Exposition) 2) เหตุการณ์ยั่วยุ (Inciting moment) 3) การเพิ่มความขัดแย้ง (Developing conflict) 4) จุดตึงเครียด (Climax) 5) การคลี่คลายปัญหา (Denouement) 6) เหตุการณ์ต่อเนื่อง (Final suspense) และ7) การสรุป (Conclusion) แต่ในบางเรื่องเล่าคดีสืบสวนอาจมีไม่ครบทุกองค์ประกอบ …


สงครามและยุทธวิธีในคัมภีร์อรรถศาสตร์ของเกาฏิลยะและกามันทกียนีติสาระ, หทัยรัตน์ บุญกอง Jan 2023

สงครามและยุทธวิธีในคัมภีร์อรรถศาสตร์ของเกาฏิลยะและกามันทกียนีติสาระ, หทัยรัตน์ บุญกอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาเรื่องสงครามและยุทธวิธีในคัมภีร์อรรถศาสตร์และคัมภีร์กามันทกียนีติสาระเพื่อเปรียบเทียบสารัตถะพัฒนาการและความสัมพันธ์ของทั้งสองคัมภีร์ โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเด็น ได้แก่ (1) สงคราม (2) ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณายาตราทัพ (3) การสร้างค่ายหอรบ (4) การจัดกระบวนทัพ (5) การตอบโต้ และ (6) การต่อสู้ด้วยกลลวงผลการศึกษาพบว่า คัมภีร์อรรถศาสตร์เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ทางนีติศาสตร์จากคณาจารย์ยุคก่อน และนำเสนอในมุมมองของตนเอง ส่วนคัมภีร์กามันทกียนีติสาระได้นำเสนอองค์ความรู้อ้างอิงคัมภีร์อรรถศาสตร์ เป็นการสืบทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องหลายศตวรรษ นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่ผู้วิจัยค้นพบคือ คัมภีร์กามันทกียนีติสาระมิใช่เป็นการนำคัมภีร์อรรถศาสตร์มาแต่งเป็นร้อยกรองเท่านั้น แต่เป็นการประมวลองค์ความรู้ทางนีติศาสตร์จากคณาจารย์ในยุคก่อนเช่นเดียวกับคัมภีร์อรรถศาสตร์ โดยมีเกาฏิลยะเป็นหนึ่งในคณาจารย์นั้น และได้มีการพัฒนาสร้างสรรค์องค์ความรู้จนเป็นแบบฉบับที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองเรื่องสงครามและยุทธวิธีเป็นหนึ่งในวิธีการแสวงหาความรุ่งเรืองให้แก่อาณาจักร พระราชาที่เป็นผู้นำทัพจะต้องมีความสามารถในการวางแผน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถาณการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังต้องเชี่ยวชาญการเดินทัพเพื่อโจมตีศัตรู และการใช้กลอุบายต่าง ๆ เพื่อแสวงหาความได้เปรียบ แม้อุบายนั้นจะผิดศีลธรรม ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้จากทั้งสองคัมภีร์สอนในเชิงปฏิบัติมากกว่าอุดมคติ โดยมองว่าทุกวิธีการที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเป็นสิ่งชอบธรรม


การศึกษาการใช้ การรู้จำ และปัญหาการสื่อสารของพจนวัตรตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาระหว่างกลางของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน, รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล Jan 2023

การศึกษาการใช้ การรู้จำ และปัญหาการสื่อสารของพจนวัตรตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาระหว่างกลางของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน, รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พจนวัตรเป็นรูปภาษาตายตัวที่มักปรากฏซ้ำในสถานการณ์หนึ่ง ๆ จนกลายเป็นขนบในการปฏิสัมพันธ์ที่สมาชิกในชุมชนภาษานั้นรับรู้ร่วมกัน แต่มักเป็นความท้าทายสำหรับผู้เรียนภาษาที่สอง สอดคล้องกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์เชิงลึกที่พบว่า พจนวัตรเป็นรูปภาษาที่มักก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสารของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาระหว่างกลาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ การรู้จำ และปัญหาในการใช้พจนวัตรของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดเติมเต็มบทสนทนา แบบสอบถามชนิดหลายตัวเลือก และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้พูดภาษาไทยจำนวน 60 คน แบ่งเป็นผู้ตอบแบบสอบถามและผู้ให้สัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มละ 30 คน และผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนทั้งหมดที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 2-4 ในหลักสูตรภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับชาวต่างประเทศ (นานาชาติ) ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีจำนวนทั้งสิ้น 33 คน ผู้เรียนทั้งหมดมาจากมณฑลยูนนานและมีระดับความสามารถในการใช้ภาษาไทยอยู่ในระดับ B2-C2 ตามกรอบของ CEFRผลการศึกษาการใช้พจนวัตรพบว่า ในด้านรูปภาษา ผู้เรียนใช้พจนวัตรส่วนใหญ่เหมือนกับเจ้าของภาษา แต่พบรูปแปรที่แตกต่างกันและอาจก่อให้เกิดปัญหา คือ การไม่ใช้คำลงท้ายและการใช้คำสรรพนามที่ไม่เหมาะสม ส่วนในด้านความถี่ ผู้เรียนใช้พจนวัตรได้น้อยกว่าเจ้าของภาษา อีกทั้งยังแตกต่างกับเจ้าของภาษาอย่างมีนัยสำคัญมากถึง 11 ถ้อยคำ แสดงให้เห็นว่าพจนวัตรยังคงเป็นข้อจำกัดในการใช้ภาษาของผู้เรียน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เรียนนิยมใช้ถ้อยคำอื่น ๆ ร่วมกับพจนวัตรหรือใช้รูปภาษาอื่น ๆ แทนพจนวัตรด้วย ซึ่งมีทั้งรูปภาษาที่คล้ายกับเจ้าของภาษาและรูปภาษาที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิสัมพันธ์ ทั้งนี้สาเหตุที่ส่งผลให้ผู้เรียนใช้พจนวัตรแตกต่างกับเจ้าของภาษา ประกอบด้วย การไม่รู้จำพจนวัตร การถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ อิทธิพลจากแบบเรียนและการเรียนการสอน การเหมารวม และข้อจำกัดในการใช้ภาษาผลการศึกษาการรู้จำพจนวัตรพบว่า ผู้เรียนรู้จำพจนวัตรได้น้อยกว่าเจ้าของภาษา อีกทั้งยังแตกต่างกับเจ้าของภาษาอย่างมีนัยสำคัญมากถึง 8 ถ้อยคำ สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยกับพจนวัตรในภาษาไทย ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างการใช้กับการรู้จำพจนวัตร ผลการศึกษาพบว่าผู้เรียนใช้และรู้จำพจนวัตรส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน แต่พบพจนวัตรที่ใช้น้อยและรู้จำน้อยมากถึง 7 ถ้อยคำ นอกจากนี้ยังพบพจนวัตรที่ผู้เรียนรู้จำมากแต่ใช้น้อยด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นข้อจำกัดด้านความสามารถทางวัจนปฏิบัติเชิงสังคมของผู้เรียนผลการศึกษาปัญหาในการใช้พจนวัตรของผู้เรียนจากมุมมองของเจ้าของภาษาพบว่า การที่ผู้เรียนใช้พจนวัตรแตกต่างกับเจ้าของภาษาอาจไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาเสมอไป อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษาของผู้เรียนในบางลักษณะก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสารได้ ปัญหาที่พบสามารถแบ่งได้เป็น 4 ด้าน คือ ด้านการสื่อเจตนา ด้านความสุภาพและความสัมพันธ์ระหว่างคู่สนทนา ด้านความเหมาะสมต่อปริบทการสื่อสาร และด้านความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่าถ้อยคำที่สื่อเจตนาได้แต่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงมากกว่ารูปภาษาที่ไม่สื่อเจตนา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคู่สนทนาผลการศึกษาสามารถนำไปใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนภาษาไทยให้แก่ผู้เรียนชาวจีน โดยเฉพาะผู้เรียนในหลักสูตรดังกล่าว เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับพจนวัตรในภาษาไทยและใช้ได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา ทั้งในด้านรูปภาษาและสถานการณ์ที่ปรากฏ รวมทั้งตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถนำผลศึกษาการใช้พจนวัตรของผู้พูดภาษาไทยไปเป็นข้อมูลในการออกแบบแบบเรียนให้แก่ผู้เรียนชาวต่างชาติได้อีกด้วย