Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (660017)
- Arts and Humanities (574739)
- Law (544878)
- Education (383286)
- Medicine and Health Sciences (326650)
-
- Physical Sciences and Mathematics (293685)
- Life Sciences (256817)
- Engineering (197101)
- History (181969)
- Business (149825)
- Higher Education (143085)
- Anthropology (116019)
- Religion (110088)
- Archaeological Anthropology (96471)
- Communication (89260)
- Sociology (87117)
- Library and Information Science (79663)
- United States History (77827)
- Medical Specialties (77293)
- Psychology (73927)
- Computer Sciences (63502)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (63137)
- Earth Sciences (59468)
- Creative Writing (57939)
- Public Health (55750)
- Environmental Sciences (52591)
- English Language and Literature (47602)
- Economics (47377)
- Educational Administration and Supervision (46574)
- Music (46032)
- Institution
-
- University of South Florida (163324)
- University of New Mexico (139625)
- University of Nebraska - Lincoln (114037)
- Kenyon College (112892)
- University of Montana (98536)
-
- University of Mississippi (94824)
- University of New Hampshire (79743)
- Brigham Young University (72257)
- Georgia Southern University (61650)
- Eastern Illinois University (57898)
- Utah State University (57429)
- Mississippi State University (54714)
- Western Michigan University (53032)
- University of Kentucky (52443)
- Murray State University (50658)
- Purdue University (50111)
- University of Colorado Law School (47489)
- Louisiana State University (45178)
- Brigham Young University Law School (43875)
- Western Kentucky University (43089)
- Villanova University Charles Widger School of Law (42803)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (42548)
- University of Central Florida (41692)
- University of Dayton (41436)
- Chulalongkorn University (37695)
- San Jose State University (37135)
- University of Alabama at Birmingham (36199)
- University of Northern Iowa (35988)
- Yale University (33875)
- Missouri University of Science and Technology (33650)
- Keyword
-
- Newspaper (47934)
- Latin America (31536)
- Press release; media release; press statement; news media information (30839)
- Spanish (30834)
- History (29982)
-
- University of New Mexico (29736)
- Humans (29711)
- UNM (29639)
- LADB (29608)
- LAII (29608)
- Latin American and Iberian Institute (29608)
- Education (29036)
- United States (21486)
- Student newspaper (20016)
- Newsletter (19711)
- EIU (19630)
- Georgia Southern University (18972)
- Newspapers (18265)
- Deaf culture (17102)
- Hearing impaired (17091)
- Pastoral care of people with disabilities (17060)
- Church work with the deaf -- Catholic Church (17052)
- Deaf -- Periodicals (17043)
- Athletics (16853)
- Marriage (16188)
- Poetry (15527)
- Students (15149)
- Higher education (14636)
- COVID-19 (14431)
- Female (14397)
- Publication Year
-
- 2026 (110246)
- 2025 (157509)
- 2024 (193478)
- 2023 (163288)
- 2022 (168137)
-
- 2021 (196121)
- 2020 (169550)
- 2019 (165616)
- 2018 (170270)
- 2017 (161059)
- 2016 (159737)
- 2015 (146504)
- 2014 (135985)
- 2013 (130289)
- 2012 (124915)
- 2011 (108392)
- 2010 (103813)
- 2009 (95740)
- 2008 (92757)
- 2007 (79196)
- 2006 (74573)
- 2005 (70175)
- 2004 (71379)
- 2003 (58766)
- 2002 (64540)
- 2001 (55093)
- 2000 (58514)
- 1996 (62321)
- 1992 (53049)
- 1990 (53689)
- Publication
-
- Four Valleys Archive (90475)
- Theses and Dissertations (74269)
- Faculty Publications (45867)
- Electronic Theses and Dissertations (35658)
- University of Montana News Releases, 1928, 1956-present (30911)
-
- Faculty Scholarship (25444)
- Dissertations (23778)
- The Auk (22791)
- Documents (21849)
- Theses (21723)
- Articles (20101)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (19630)
- Browse All News (19555)
- Masters Theses (18655)
- Master's Theses (18441)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Session Laws 1951-2000 (15051)
- NotiSur (13785)
- Faculty, Staff and Student Publications (13699)
- Hillsborough County Marriage Records (13681)
- University of Mississippi News (13497)
- Obituaries (13320)
- The Murray Ledger & Times (13003)
- Sheet Music Collection (12976)
- Michigan Law Review (12807)
- University of Montana Course Syllabi (12469)
- Honors Theses (12183)
- Defensive Publications Series (12132)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (11969)
- Condor (11821)
- Publication Type
Articles 785851 - 785880 of 5170858
Full-Text Articles in Entire DC Network
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการบริหารการให้บริการและการสื่อสารขององค์กรวิชาการด้านดาราศาสตร์, ภาวัณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการบริหารการให้บริการและการสื่อสารขององค์กรวิชาการด้านดาราศาสตร์, ภาวัณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาดาราศาสตร์ เป็นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจักรวาลและวัตถุในอวกาศที่ต้องอาศัยการศึกษาวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ในฐานะเครื่องมือสำหรับการพัฒนาระดับประเทศ ทั้งด้านการวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก อย่างไรก็ตาม บุคลากรด้านดาราศาสตร์ในประเทศไทยยังคงมีจำนวนน้อยซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการในการพัฒนาประเทศ ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ (นามสมมติ) จึงได้นำบริการวิชาการ สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ทางดาราศาสตร์ มาใช้ในการสร้างการตระหนักรู้ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้กับบุคคลกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ตามพันธกิจขององค์กร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการช่วยสนับสนุนการตัดสินใจจึงเข้ามามีบทบาทเพื่อให้ผู้ใช้ระบบทราบความนิยม สิ่งที่ควรส่งเสริมและปรับปรุงในการจัดค่ายดาราศาสตร์ การดำเนินงานในการให้บริการท้องฟ้าจำลอง แนวโน้มความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมและผู้เข้าร่วมกิจกรรมดูดาว การวิเคราะห์การติดตามสื่อสังคมขององค์กร และการสื่อสารข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการบริหารการให้บริการและการสื่อสารขององค์กรวิชาการด้านดาราศาสตร์” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ค่ายดาราศาสตร์ (2) ระบบวิเคราะห์การให้บริการท้องฟ้าจำลอง (3) ระบบวิเคราะห์กิจกรรมดูดาว (4) ระบบวิเคราะห์สื่อสังคม (5) ระบบวิเคราะห์ข่าวประชาสัมพันธ์ ระบบถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 Developer และใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2022.1.3 ในการพัฒนาธุรกิจอัจฉริยะเพื่อการวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล โครงการพิเศษนี้ช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถตัดสินใจเพื่อการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสร้างคุณค่า และทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรบริหารการจัดเก็บผลประโยชน์สำหรับทรัพย์สินทางปัญญาด้านดนตรี, ภิรฎาวดี ตาวงศ์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรบริหารการจัดเก็บผลประโยชน์สำหรับทรัพย์สินทางปัญญาด้านดนตรี, ภิรฎาวดี ตาวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ข้อมูลและสารสนเทศดนตรีมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะมีการสร้างผลงานดนตรีอย่างต่อเนื่อง งานทั้งหมดได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถควบคุมงานสร้างสรรค์ของตนได้อย่างเหมาะสม การจัดการข้อมูลลิขสิทธิ์ดนตรีมีความสำคัญมากต่อวงจรชีวิตของข้อมูล กระบวนการสร้าง จัดเก็บ ใช้ แจกจ่าย และทำลายอย่างเป็นระบบขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูล คลังข้อมูลและระบบสารสนเทศมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้บริหารขององค์กรบริหารการจัดเก็บผลประโยชน์ทางด้านดนตรี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของข้อมูลเพื่อให้สามารถวางแผนการดำเนินงานและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างคุณค่าสำหรับองค์กร การกระจายผลประโยชน์สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนทัศน์นี้เป็นที่มาของโครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรบริหารการจัดเก็บผลประโยชน์สำหรับทรัพย์สินทางปัญญาด้านดนตรี” โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรบริหารการจัดเก็บผลประโยชน์สำหรับทรัพย์สินทางปัญญาด้านดนตรี” ประกอบด้วย 5 ระบบย่อย ได้แก่ (1) ระบบสอบทานคุณภาพข้อมูลงานดนตรีกรรม, (2) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกสมาคมนักประพันธ์ระหว่างประเทศ, (3) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลงานดนตรีกรรม, (4) ระบบวิเคราะห์รายได้และรายจ่าย, และ (5) ระบบวิเคราะห์บริการดิจิทัลและค่าลิขสิทธิ์จัดเก็บ ทั้งหมดนี้ได้รับการพัฒนาโดยใช้ Microsoft SQL Server 2019 เป็น DBMS และ Tableau Desktop เวอร์ชัน 2022.2.0 เป็นเครื่องมือวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของโรงพยาบาลสัตว์, ภูมิภวิษย์ พงษ์รัตนนิธิศ
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของโรงพยาบาลสัตว์, ภูมิภวิษย์ พงษ์รัตนนิธิศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบัน จากแนวโน้มที่คนยุคใหม่อยู่เป็นโสดไม่นิยมแต่งงานมีมากขึ้น หรือคู่แต่งงานที่ไม่มีบุตรจึงมีการเลี้ยงสัตว์ทดแทนการมีบุตร เพราะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า ไม่จำเป็นต้องดูแลตลอดเวลา ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ตลาดนี้เติบโตสูงในช่วงที่มีการปิดประเทศ จึงทำให้ทุกบริษัทมีการทำงานจากที่บ้านจึงหนุนให้ผู้บริโภคหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อคลายเหงาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเลี้ยงสุนัขและแมวที่ได้รับความนิยมสูง รวมถึงมีการเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นสมาชิกครอบครัว มีการใช้จ่ายกับสัตว์เลี้ยงทั้งในเรื่องของอาหาร ของใช้ รวมถึงบริการต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้ คือ โรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งมีแนวโน้มจะเติบโตและมีคู่แข่งทางการตลาดที่มากขึ้น สะท้อนจากราคาสุนัขและแมวที่เติบโตสูง รวมถึงความหลากหลายทางด้านบริการของโรงพยาบาลสัตว์ซึ่งมีหลายระดับตามความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยทั่วไปเจ้าของสัตว์เลี้ยงใช้เวลานานในการนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ ในแต่ละครั้ง เพราะมีจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ต้องการเข้ามารักษาจำนวนมาก เมื่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงรอนานอาจจะทำให้เสียประโยชน์ทางการค้า รวมถึงอาจจะทำให้สัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสัตว์สับสนว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยง คนใดนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาใช้บริการก่อนหรือหลัง ทำให้การบริหารจัดการคิวมีความยากลำบากและยังมีปัจจัยที่โรงพยาบาลสัตว์ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเลือกมาใช้บริการกับทางโรงพยาบาล ดังนั้นจึงนำการคิดเชิงออกแบบมาช่วยออกแบบแอปพลิเคชันที่สามารถช่วยในการใช้บริการ และการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ระบบต้นแบบของโครงการนี้ถูกสร้างจากเครื่องมือโปรแกรม “Figma” จะช่วยให้สามารถพัฒนาระบบโมไบล์แอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ที่นำไปใช้ได้จริง ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทุกประเภทได้
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการประกันคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา, รัชวลัญช์ ธนศิริรักษ์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการประกันคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา, รัชวลัญช์ ธนศิริรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหาการว่างงานเป็นปัญหาอันดับต้นๆที่ภาครัฐพยายามแก้ปัญหามาอย่างยาวนาน โดยมีสาเหตุหลักคือปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และเมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาด ยิ่งส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไป พบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่บัณฑิตจบใหม่ไม่มีงานทำ เนื่องจากขาดทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมในปัจจุบัน สถาบันอุดมศึกษาจึงต้องพบกับโจทย์ที่ท้าทายในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพให้ทันต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยคุณภาพของบัณฑิตขึ้นอยู่กับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในแง่การจัดการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐาน คณาจารย์และบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมไปถึงการ บูรณาการข้อมูลเพื่อให้เห็นปัญหาและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและนายจ้าง ดังนั้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์จะทำให้ผู้บริหารทราบถึงแนวโน้มและภาพรวมของสถานศึกษา เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจในด้านการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร และการบริหารจัดการ นำไปสู่การปรับปรุงและรักษามาตรฐานการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการประกันคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา” ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ ระบบวิเคราะห์แนวโน้มผู้เรียน ระบบวิเคราะห์ภาวะการหางานทำของบัณฑิต ระบบวิเคราะห์บุคลากรสายวิชาการและผลผลิต ระบบวิเคราะห์การบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร และระบบวิเคราะห์ผลประเมินการประกันคุณภาพ ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 18 โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2020.4 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองที่หลากหลาย กำหนดวิสัยทัศน์ ตลอดจนวางยุทธศาสตร์และตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร เพื่อให้สถานศึกษาสามารถรักษามาตรฐานและคงความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของคลินิกผิวหนังและความงาม, ลักษิกา ชูสุวรรณ
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของคลินิกผิวหนังและความงาม, ลักษิกา ชูสุวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันความสวยความงามเป็นอีกหนึ่งความต้องการที่ทุกคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งบุคคลที่มีอายุมากหรือน้อย ฐานะรวยหรือจน ต่างก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความสวยความงามไม่น้อยไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าตา รูปร่าง ผิวพรรณ การเปลี่ยนรูปหน้าให้ดูดีขึ้น เพราะในสมัยนี้รูปลักษณ์ภายนอกมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมาก จึงทำให้ธุรกิจคลินิกผิวหนังและความงามเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้คลินิกผิวหนังและความงามที่ให้บริการในรูปแบบ Offline เพียงอย่างเดียวนั้น ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ดังนั้นหลายคลินิกจึงเริ่มให้บริการโทรเวชกรรม (Telemedicine) เพื่อให้ลูกค้าได้พูดคุยกับแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพผิวที่เป็นกังวลได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่คลินิก แต่ในปัจจุบันแอปพลิเคชันสำหรับคลินิกผิวหนังและความงามที่ให้บริการโทรเวชกรรม ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการนำความคิดเชิงออกแบบมาใช้ในการพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันจะทำให้คลินิกผิวหนังและความงามสามารถอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการใช้บริการ และมีช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กบคลินิกที่มากยิ่งขึ้น ระบบต้นแบบของโครงการนี้ที่ถูกสร้างด้วยแอปพลิเคชัน "Figma" ซึ่งจะช่วยให้คลินิกผิวหนังและความงามสามารถดำเนินงานได้อย่างสะดวก มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม, วริยา หุนานนทศักดิ์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม, วริยา หุนานนทศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันความต้องการในการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานมีแนวโน้มน้อยลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและนโยบายขององค์กรต่างๆ ที่เปลี่ยนไป ดังนั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรมจึงต้องหาเครื่องมือที่สามารถช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจที่น่าเชื่อถือและรวดเร็ว เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด ดังนั้นโครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริหารในการสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์รายได้และกำไรขั้นต้น ระบบวิเคราะห์ต้นทุนจากการให้เช่าและบริการ ระบบวิเคราะห์ลูกหนี้การค้า ระบบวิเคราะห์งบประมาณการก่อสร้าง และระบบวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เช่า ซึ่งพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Version 2019 และใช้เครื่องมือของโปรแกรม Tableau 2022.3 ระบบนี้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมและผลประกอบการของแต่ละโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม อีกทั้งข้อมูลยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้บริหารในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรมประกอบไปด้วยการกำหนดอัตราเช่าที่เหมาะสม ควบคุมต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อีกด้วย
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการซื้อขายตราสารทุนในตลาดหุ้นไทย ด้วยเทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง, วิทวัส ยงสกุล
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการซื้อขายตราสารทุนในตลาดหุ้นไทย ด้วยเทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง, วิทวัส ยงสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ณ ปัจจุบัน ผลกระทบจากปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ทำให้การออมเงินโดยการฝากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดนั้น มีความน่าสนใจน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาในอดีต และเมื่อประกอบกับปัจจัยในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อแล้ว ทำให้ผู้คนในทุกระดับต่างต้องหาวิธีการออมเงินหรือการลงทุนที่จะทำให้เงินออมหรือเงินลงทุนของตนมีผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้เพื่อให้เงินออมหรือเงินลงทุนนั้นสามารถรักษามูลค่าไว้ได้ตามกาลเวลา แม้ว่าวิธีการลงทุนดังกล่าวจะหมายถึงการต้องยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับการฝากเงินในธนาคารพาณิชย์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความทั่วถึงของระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI ถูกนำมาประยุกต์ในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมไปถึงตลาดเงิน-ตลาดทุน และ การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย โครงการ "ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการซื้อขายตราสารทุนในตลาดหุ้นไทย" ถูกพัฒนาขึ้นโดยนำแนวคิดเรื่อง การเรียนรู้ของเครื่อง ประเภทการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) มาประยุกต์ในการสร้างระบบที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลซื้อขายหลักทรัพย์ในอดีตและนำตัวแบบที่ได้มาใช้แนะนำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่สนใจได้ ระบบดังกล่าวประกอบไปด้วย 3 ระบบย่อย ได้แก่ ระบบนำเข้าข้อมูลราคาหลักทรัพย์ ระบบสร้างตัวแบบด้วยเทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง และระบบแนะนำการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลแบบ NoSQL และใช้ Google Colab เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง สำหรับการตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, วิสารท์ อังคนาวราพันธุ์
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง สำหรับการตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, วิสารท์ อังคนาวราพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการ อีอีซี หรือแผนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ สาม จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผลของโครงการ อีอีซี มีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากความต้องการแรงงานในพื้นที่ อีอีซีมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และมีชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในพื้นที่ ต้องการที่อยู่อาศัย โครงการ “คลังข้อมูลธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ของระบบสนับสนุนการตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ (2) ระบบวิเคราะห์รายการประกาศอสังหาริมทรัพย์ (3) ระบบวิเคราะห์ระยะทางและสถานที่แวดล้อม (4) ระบบวิเคราะห์ราคาประเมินและ (5) ระบบพยากรณ์ราคาประกาศอสังหาริมทรัพย์ ระบบที่กล่าวมา ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2020.3 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล และสำหรับระบบพยากรณ์ราคาประกาศอสังหาริมทรัพย์ จะใช้ SPSS ในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของวิทยาลัยอาชีวศึกษา, ศกลวรรณ นาวาเจริญ
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของวิทยาลัยอาชีวศึกษา, ศกลวรรณ นาวาเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อาชีวศึกษา เป็นสายการเรียนประเภทหนึ่ง หรือเรียกอีกอย่างว่าสายอาชีพ มีทั้งวิทยาลัยสังกัดของรัฐาบาลและเอกชน แต่ในสังกัดเอกชนมีความสนใจที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันกันระหว่างวิทยาลัยมากขึ้น ประกอบกับภารกิจและนโยบายของสำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ต้องการเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพ ยกระดับคุณภาพการจัดอาชีวศึกษา ทั้งในระดับสถานศึกษา ระดับผู้เรียน รวมไปถึงด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของวิทยาลัยอาชีวศึกษา” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์การรับนักศึกษา ระบบวิเคราะห์วิทยาลัยในจังหวัดชลบุรี ระบบวิเคราะห์นักศึกษา ระบบวิเคราะห์รายรับและค่าใช้จ่าย และ ระบบทำนายจำนวนนักศึกษาที่คาดว่าจะสมัครเข้าศึกษา ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2018 ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของโปรแกรม Tableau Desktop Professional Edition Version 2020.4 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงข้อมูล และใช้เครื่องมือ Python Programming Language ในการพัฒนาตัวแบบ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการวางแผนดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นวางแผนการเรียนการสอน กลยุทธ์การรับสมัครเรียน การบริหารจัดการงบประมาณต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงต้องมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ โดยระบบจะช่วยให้ผู้บริหารวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจได้
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการวิเคราะห์เศรษฐกิจและแรงงานของครัวเรือนไทย, ศิริพร กาญจนไพจิตร์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการวิเคราะห์เศรษฐกิจและแรงงานของครัวเรือนไทย, ศิริพร กาญจนไพจิตร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หลังจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในปี พ.ศ. 2562 ทำให้ความต้องการที่จะวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปการวางแผน และกำหนดนโยบายด้านแรงงานมีมากขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดทำให้โครงสร้างของกำลังแรงงาน แบ่งตามสถานะทางเศรษฐสังคม ได้แก่ ลูกจ้าง ผู้ประกอบกิจการ ผู้ทำการเกษตร และ ผู้ไม่มีงานทำ มีจำนวน และลักษณะของกำลังแรงงานเปลี่ยนแปลงไป โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการวิเคราะห์เศรษฐกิจและแรงงานของครัวเรือนไทย” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ลักษณะเศรษฐกิจในครัวเรือน (2) ระบบการวิเคราะห์ลูกจ้าง (3) ระบบการวิเคราะห์ผู้ประกอบการ (4) ระบบการวิเคราะห์ผู้ถือครองการเกษตร และ (5) ระบบการวิเคราะห์ผู้ว่างงาน ระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล PostgreSQL 2019 และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของโปรแกรม Tableau Desktop Professional Version 2021.2.3 ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้นำข้อมูลมาจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ในมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ทิศทาง และแนวโน้ม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและภาวะการจ้างงาน อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในการวางแผน และประเมินนโยบายของรัฐบาลในด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของศูนย์กระจายสินค้าไอศกรีม, ศิริลักษณ์ รัตนว่องวงศ์
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของศูนย์กระจายสินค้าไอศกรีม, ศิริลักษณ์ รัตนว่องวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ตลาดของธุรกิจไอศกรีมในปัจจุบันในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้ผลิตสินค้าไอศกรีมต่างแข่งขันกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจูงใจผู้บริโภค ตลอดถึงขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ศูนย์กระจายสินค้าจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สินค้าไอศกรีมสามารถกระจายถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ที่ห่างจากโรงงานผลิต รวมถึงเป็นจุดพักสินค้าไม่ให้เสียหายจากการขนส่งระยะไกลด้วย การนำระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยวิเคราะห์ด้านข้อมูลเพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมตลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จัดการความเสี่ยงและวางแผนการดำเนินกลยุทธ์ขององค์กรได้ โครงการพิเศษ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของศูนย์กระจายสินค้าไอศกรีม” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ ระบบวิเคราะห์การขาย ระบบพยากรณ์ยอดขาย ระบบวิเคราะห์การสั่งซื้อสินค้าและคลังสินค้า ระบบวิเคราะห์ลูกค้า และระบบวิเคราะห์ประสิทธิภาพฝ่ายขาย ทั้ง 5 ระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบการจัดการฐานข้อมูลโปรแกรม Microsoft SQL Server 2019 โดยใช้เครื่องมือของโปรแกรม Microsoft Power BI Desktop ในการพัฒนาระบบวิเคราะห์และใช้ภาษา Python ในการพัฒนาระบบพยากรณ์ ระบบสารสนเทศนี้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจที่ผ่านมาและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์และดำเนินกิจกรรมของบริษัทเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันต่อไป
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับเลือกศูนย์บริการฟิตเนส, ศุภกฤต กิตติพิชญ์วงศ์
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับเลือกศูนย์บริการฟิตเนส, ศุภกฤต กิตติพิชญ์วงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ฟิตเนสก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้คนให้ความสนใจ แต่การค้นหาข้อมูลเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกแบรนด์/สาขาที่จะใช้บริการยังเป็นในรูปแบบค้นหาตามเว็บไซต์ของฟิตเนสแต่ละแบรนด์ หรือการสอบถามจากคนที่สนิทหรือรู้จักที่ใช้บริการ ซึ่งยังมีข้อจำกัดในเรื่องการรู้ถึงรายละเอียดที่ไม่ครอบคลุม อันส่งผลให้ผู้ใช้ได้บริการที่อาจจะไม่ตรงใจกับตนเองเท่าที่ควร หรือต้องเสียเวลาเข้าแอปพลิเคชันหลายแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์หลายเว็บ หรือสอบถามผู้คนหลายคนเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของระยะห่างจากจุดตั้งต้นที่ตนเองสะดวก ราคา บริการ อุปกรณ์เครื่องออกกำลังกาย เส้นทางการเดินทางไปฟิตเนส เพื่อมาเปรียบเทียบและเลือกใช้บริการในแบรนด์และสาขาที่คุ้มค่ากับตนเองมากสุด โครงการพิเศษมีการนำหลักการคิดเชิงออกแบบและระบบแนะนำมาใช้ในการพัฒนาระบบ โดยให้ผู้ใช้งานระบบจริงมาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้ต้นแบบของระบบที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานมากที่สุด ซึ่งเป็นที่มาของโครงการ "การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับเลือกศูนย์บริการฟิตเนส" ที่จะเป็นต้นแบบแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทางฝั่งลูกค้ามีความสะดวกมากขึ้น โดยใช้ Figma ในการสร้าง Prototype
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจให้คำปรึกษาด้านนาฬิกา, ศุภวัศ สามัญ
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจให้คำปรึกษาด้านนาฬิกา, ศุภวัศ สามัญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนาฬิกาไม่ใช่เป็นเพียงแค่เครื่องมือบอกเวลา แต่เนื่องจากมันต้องอยู่บนร่างกายของมนุษย์หรือเครื่องตกแต่งบ้านจึงต้องมีความสวยงามต่อผู้ใช้ ทำให้หลายๆคนมองนาฬิกาเป็นเครื่องประดับ ของสะสม หรืองานศิลปะชั้นสูงอย่างหนึ่ง การให้คุณค่าต่อนาฬิกาดังกล่าวจึงก่อให้เกิดความต้องการครอบครองในนาฬิกาทั้งในแง่ของการชื่นชม การสวมใส่เป็นเครื่องประดับ รวมถึง เป็นการลงทุนในมูลค่านาฬิกา ส่งผลให้เกิดการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมค่าว่าควรมีค่าเท่าไร แต่การประเมินค่าดังกล่าวนั้นเป็นเพียงตกลงของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งอาจจะเกิดการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นธุรกิจให้คำปรึกษาด้านนาฬิกา จึงมีความสำคัญต่อผู้ที่สนใจหรือมีความเกี่ยวข้องต่ออุตสาหกรรมนาฬิกา และต้องหาเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ ตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ และให้บริการลูกค้าอย่างน่าเชื่อ เพื่อหาแนวทางการให้บริการต่อลูกค้าอย่างเหมาะสม และเป็นผู้ให้คำปรึกษาอย่างน่าเชื่อถือต่ออุตสาหกรรมนาฬิกา และตลาดมือสอง โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจให้คำปรึกษาด้านนาฬิกา” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ภาพรวมการประมูลนาฬิกา ระบบวิเคราะห์สถาบันประมูลนาฬิกา ระบบวิเคราะห์ความนิยมของนาฬิกา ระบบวิเคราะห์ราคานาฬิกา และ ระบบทำนายราคานาฬิกา ระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Version 2019 Microsoft Excel 2019 และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของชุดโปรแกรม Microsoft Power BI 2.93 ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับการดำเนินธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจ
การคาดการณ์ทิศทางราคาทองคำจากความรู้สึกของข้อความบนทวิตเตอร์ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่อง, สกันต์ ลิ้มศรีสกุลวงศ์
การคาดการณ์ทิศทางราคาทองคำจากความรู้สึกของข้อความบนทวิตเตอร์ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่อง, สกันต์ ลิ้มศรีสกุลวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้นำเสนอการนำข้อมูลที่เป็นรูปแบบข้อความจากทวิตเตอร์ โดยเก็บรายวันตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2017 ถึง เดือนธันวาคม ปี 2022 ซึ่งข้อความทั้งหมดมาจากการทวีตของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทองคำจำนวน 10 ท่าน ข้อความทั้งหมดหลังกระบวนการประมวลผลภาษาธรรมชาติจะถูกนำเข้าฝึกฝนด้วยโมเดลการเรียนรู้ด้วยเครื่องได้แก่ ต้นไม้ตัดสินใจ นาอีฟ เบย์ การถดถอยโลจิสติก เครื่องเวกเตอร์คำ้ยัน เพื่อวิเคราะห์หาโมเดลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการคาดการณ์ทิศทางราคาทองคำรายวันและรายสัปดาห์ นอกจากนั้นข้อความทั้งหมดสามารถนำมาคำนวณค่าความรู้สึกและนำไปใช้ร่วมกับตัวแปรคาดการณ์ต่าง ๆ เช่น ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีความผันผวนทองคำ อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารของสหรัฐฯ ดัชนี SPDR® Gold Shares (GLD) ดัชนี SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา 10 ปี เพื่อใช้คาดการณ์ทิศทางราคาทองคำด้วยเทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนทองคำ
ผลของคำถามรูปแบบเสียงในแบบสอบถามออนไลน์ที่มีต่อคุณภาพข้อมูลและความพึงพอใจของผู้ใช้, สวรรยา สิทธิประเสริฐผล
ผลของคำถามรูปแบบเสียงในแบบสอบถามออนไลน์ที่มีต่อคุณภาพข้อมูลและความพึงพอใจของผู้ใช้, สวรรยา สิทธิประเสริฐผล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมและถูกใช้งานในหลายวงการ เช่น งานวิจัยการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า การสำรวจความต้องการของตลาด การสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน หรือ ใช้ในงานวิจัยเชิงวิชาการ เป็นต้น เนื่องจากยังไม่เคยมีการทำวิจัยเกี่ยวกับแบบสอบถามออนไลน์ที่มีคำถามเป็นรูปแบบเสียงในบริบทของประเทศไทยมาก่อน ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษา วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ คุณภาพข้อมูล (Data quality) ซึ่งประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือ (1) ความตั้งใจของผู้ตอบแบบสอบถาม (Attention) (2) ความเชื่อถือได้ (Reliability) และความพึงพอใจในรูปแบบของแบบสอบถาม (Satisfaction) ที่ได้จาก (1) แบบสอบถามออนไลน์รูปแบบปกติ (Conventional online questionnaire) และ (2) แบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้คำถามรูปแบบเสียง (Online questionnaire using audio question) เมื่อเจเนอเรชัน (Generation) ของผู้ตอบแบบสอบถามต่างกัน จากการทดลองสรุปได้ว่า แบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้คำถามรูปแบบเสียง ไม่มีผลต่อ คุณภาพข้อมูล และความพึงพอใจในรูปแบบของแบบสอบถาม เมื่อเจเนอเรชันของผู้ตอบแบบสอบถามแตกต่างกัน และไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่าแบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้คำถามรูปแบบเสียงมีร้อยละของจำนวนผู้กรอกข้อเสนอแนะมากกว่าแบบสอบถามออนไลน์รูปแบบปกติ สำหรับกลุ่มตัวอย่างทุกเจอเนอเรชัน
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจค่ายเพลง, สวริน ชุนหกรณ์
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจค่ายเพลง, สวริน ชุนหกรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ธุรกิจดนตรีเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ปัจจุบัน การสตรีมมิ่งดนตรีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น สปอติฟาย (Spotify) หรือ แอปเปิ้ลมิวสิค (Apple Music) จัดเป็นรูปแบบที่สำคัญของการเผยแพร่ผลงานดนตรี อีกทั้งหลายแพลตฟอร์ม เช่น สปอติฟายให้บริการข้อมูลผ่าน Application Program Interface (API) ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินและเพลง เช่น จำนวนผู้ติดตามศิลปิน แนวเพลง คุณลักษณะทางเสียงของเพลง และคะแนนความนิยมของเพลง การพัฒนาระบบวิเคราะห์จากข้อมูลดังกล่าวย้อนหลังไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะทำให้ค่ายเพลงทราบแนวโน้มความนิยมในการบริโภคเพลง ทั้งในด้านแนวเพลง ความยาวของเพลง หรือ คุณสมบัติทางเสียงของเพลง ซึ่งสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจในการผลิตเพลงเพื่อเพิ่มโอกาสที่เพลงจะได้รับความนิยม โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจค่ายเพลง” ประกอบด้วย 6 ระบบย่อย คือ ระบบวิเคราะห์คุณลักษณะทางเสียงของแทร็ค ระบบวิเคราะห์แนวเพลงของแทร็ค ระบบวิเคราะห์ความยาวของแทร็ค ระบบวิเคราะห์ผู้ติดตามศิลปิน การพัฒนาตัวแบบทำนายคะแนนความนิยมของแทร็ค การค้นหากฏความสัมพันธ์ในข้อมูลแทร็ค พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล SQL Server Management Studio และใช้เครื่องมือต่างๆ ของโปรแกรม PyCharm Community Edition 2021.3.1 และ Tableau Desktop 2022.1 ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของธุรกิจค่ายเพลง ลักษณะของเพลงที่ได้รับความนิยมและไม่ได้รับความนิยม รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ในการผลิตเพลงให้ประสบความสำเร็จ
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, สุทัศน์ จริตพันธ์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, สุทัศน์ จริตพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การบริหารองค์กรในปัจจุบัน สถิติและข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ หากองค์กรใดไม่มีการเก็บข้อมูล อาจทำให้สูญเสียโอกาสและผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและสารสนเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และมีอัตราการแข่งขันในธุรกิจสูง คุณภาพของการบริการที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ใช้บริการ การใช้สถิติและข้อมูลมาเป็นตัวช่วยในการบริหารองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อจะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการบริการให้ดียิ่งขึ้น โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ใบงาน ระบบวิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้า ระบบวิเคราะห์คุณภาพบริการ ระบบวิเคราะห์ภาระงาน และระบบวิเคราะห์รายได้และกำไรขั้นต้น ระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Version 2019 และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของชุดโปรแกรม Microsoft Power BI 2.93 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรโดยรวม
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการคุณภาพเงินให้สินเชื่อธุรกิจรายย่อยของธนาคารพาณิชย์, หนึ่งฤทัย กรีทอง
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการคุณภาพเงินให้สินเชื่อธุรกิจรายย่อยของธนาคารพาณิชย์, หนึ่งฤทัย กรีทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ธุรกิจธนาคารเป็นธุรกิจที่มีรายได้หลักจากการให้สินเชื่อ โดยจากปัญหาเศรฐกิจในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ต่างประสบปัญหาลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ ธนาคารจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้นเพื่อลดโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกหนี้ด้อยคุณภาพอันเป็นเหตุให้ธนาคารต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปริมาณที่สูงขึ้น ซึ่งจะผลกระทบต่อสภาพคล่องและฐานะทางการเงินของธนาคาร ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารคุณภาพเงินให้สินเชื่อของธนาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ธนาคารจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน จัดการกับความเสี่ยง รวมถึงกำหนดกลยุทธ์ให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการคุณภาพเงินให้สินเชื่อธุรกิจรายย่อยของธนาคารพาณิชย์” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ ระบบวิเคราะห์คุณภาพเงินให้สินเชื่อ ระบบวิเคราะห์การจัดชั้นและการกันสำรองเงินให้สินเชื่อ ระบบวิเคราะห์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ระบบวิเคราะห์การตัดจำหน่ายหนี้สูญและหนี้สูญรับคืน และระบบวิเคราะห์ทรัพย์สินพร้อมขาย โดยระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล MS SQL Server Version 2019 และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของชุดโปรแกรม Tableau Desktop Professional Edition Version 2020.4 ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรโดยรวม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรได้
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของหน่วยงานบริหารจัดการการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, อนุวัฒน์ เลิศพงศ์วิภูษณะ
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของหน่วยงานบริหารจัดการการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, อนุวัฒน์ เลิศพงศ์วิภูษณะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปทั่วโลก ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก สถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจ หลายองค์กรจำเป็นต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถรับมือกับผลกระทบกระทันหันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดข้างต้น ดังนั้นภาคธุรกิจ องค์กร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีเครื่องมือที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ให้สามารถเชื่อมโยงกันได้และนำมาวิเคราะห์เพื่อให้มองเห็นภาพรวมและทำความเข้าใจผลกระทบที่จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในมุมมองต่าง ๆ เพื่อสามารถนำไปใช้วางแผนหรือวางมาตรการณ์ป้องกันในกรณีที่มีการแพร่ระบาดลักษณะเดียวกันในอนาคต โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของหน่วยงานบริหารจัดการการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” ประกอบไปด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์จำนวนการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบบวิเคราะห์จำนวนผู้เสียชีวิตจากผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบบวิเคราะห์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการเดินทาง ระบบวิเคราะห์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และความเสี่ยงของประชากรไทย และระบบพยากรณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากข้อมูลปริมาณการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ โดยระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล PostgreSQL 14.2-2 เครื่องมีจัดเตรียมข้อมูล Tableau Prep 2022.1.0 เครื่องมือสร้างและนำเสนอรายงาน Tableau Desktop 2022.1.0 และเครื่องมือวิเคราะห์เชิงทำนาย RapidMiner 10.0 ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจหรือวางมาตรการป้องกันต่าง ๆ ในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในสถานการณ์โรคระบาดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในอนาคตได้
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว, อริญชย์พิชญ์ บังเอิญ
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว, อริญชย์พิชญ์ บังเอิญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นถือเป็นรูปแบบของร้านอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เป็นอาหารที่รสชาติถูกปากทั้งคนไทยและสามารถรับประทานได้ทุกวัน การเติบโตของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นก็เติบโตขึ้นอย่างมาก มิติการแข่งขันนั้นหลากหลายมากขึ้น ทั้งในส่วนของรสชาติ การคัดสรรวัตถุดิบ ราคา ภาพลักษณ์ของแบรนด์ เป็นต้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านอาหารนั้นต้องมีการปรับตัวให้เข้ากบัสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และพฤติกรรมของลูกค้านั้นก็เริ่มมีการสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้น ทางร้านอาหารจึงอยากให้เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทในการช่วยพัฒนาธุรกิจร้านอาหารมากขึ้น ดังนั้นการนำการคิดเชิงออกแบบมาประยุกต์กับเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวที่จะทำให้เกิดเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบที่ช่วยให้ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบต้นแบบที่ได้จากโครงการนี้จะช่วยให้การดำเนินงานของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยะช่วยให้ได้เว็บแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น
ระบบสารสนเทศของธุรกิจจัดงานสวดอภิธรรม, อิทธิ สมมาตย์
ระบบสารสนเทศของธุรกิจจัดงานสวดอภิธรรม, อิทธิ สมมาตย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การจัดงานศพในแต่ละพื้นที่มีรูปแบบและวัฒนธรรมในการจัดงานที่แตกต่างกัน ในภาคใต้ของประเทศไทยเอง งานสวดอภิธรรมตามหลักพุทธศาสนาก็มีรายละเอียดของรูปแบบการจัดงานที่ต่างอยู่บ้าง กล่าวคือ จะมีการจัดเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะไทย ไว้สำหรับรับรองผู้มาร่วมงาน แสดงถึงความขอบคุณที่ได้เดินทางมาร่วมงาน มีการใช้วัสดุอุปกรณ์จำนวนมากในการจัดงาน ส.เต็นท์มงคล (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นธุรกิจรับจัดงานเลี้ยงในพื้นที่อยู่แล้ว จึงมองเห็นโอกาสว่า งานศพ สามารถต่อยอดให้มีบริการที่ครบวงจรได้ จึงควรพัฒนาระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการจัดงานสวดอภิธรรมขึ้น “ระบบสารสนเทศของธุรกิจจัดงานสวดอภิธรรม” ประกอบไปด้วย 7 ระบบย่อย มีการทำงานและใช้ข้อมูลร่วมกัน ดังนี้ (1) ระบบจัดการพนักงานประสานงาน (2) ระบบจัดการข้อมูลหลัก (3) ระบบจัดการบริการงานสวดอภิธรรม (4) ระบบจัดการการชำระเงิน (5) ระบบจัดการการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ (6) ระบบจัดการรายงาน (7) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริการงานสวดอภิธรรม ระบบที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้ มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการลูกค้าในการจัดงานสวดอภิธรรมได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน เป็นช่องทางรวบรวมข้อมูลบริการทั้งหมดที่ธุรกิจให้บริการและข้อมูลการดำเนินธุรกิจไว้ในที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังจัดทำการวิเคราะห์และจัดทำรายงานให้ธุรกิจใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผนธุรกิจ การจัดการวัสดุอุปกรณ์ และการจัดการการทำงานภายในองค์กร
แนวทางการจัดเก็บภาษีเงินได้สำหรับโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ (Non-Fungible Token: Nft) : ศึกษาเฉพาะกรณีบุคคลธรรมดา, เกวลิน อยู่เย็น
แนวทางการจัดเก็บภาษีเงินได้สำหรับโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ (Non-Fungible Token: Nft) : ศึกษาเฉพาะกรณีบุคคลธรรมดา, เกวลิน อยู่เย็น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
รายงานเอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงปัญหาในการจัดเก็บภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ (NFT) ใน 4 ด้านหลัก ๆ ได้แก่ (1) การจัดประเภทเงินได้ (2) ค่าใช้จ่ายที่ถือเป็นรายจ่ายทางภาษี (3) หลักการจัดเก็บภาษีเงินได้ (4) การพิจารณาสถานะทางกฎหมายของ NFT ภายใต้กฎหมายภาษีีมูลค่าเพิ่ม โดยได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศออสเตรเลีย เพื่อนำมาวิเคราะห์และหาข้อเสนอแนะในการกำหนดแนวทางการจัดเก็บภาษีข้างต้นให้เหมาะสมกับประเทศไทยต่อไป สำหรับประเทศไทยพบว่า กรณีที่ NFT ไม่เข้าลักษณะตามคำนิยาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯและมีเงินได้จากการซื้อขาย NFT ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเงินได้ฝั่งผู้สร้าง NFT หรือนักลงทุน ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามความจำเป็นและสมควร ในขณะที่ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีขณะทำธุรกรรมซื้อขาย NFT ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ฌ) ส่วนหลักการจัดเก็บภาษีเงินได้สำหรับ NFT ถือว่าเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศให้ใช้หลักพิจารณาจาก Wallet ที่ใช้ในการซื้อขาย NFT อีกทั้งการพิิจารณาสถานะทางกฎหมายของ NFT ภายใต้กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม สรุปได้ว่า NFT เข้าลักษณะเป็นสินค้าอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการกำหนดแนวทางในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ จากการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเกี่ยวกับ NFT ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศออสเตรเลียพบว่า แนวทางการจัดเก็บภาษี NFT นั้นเหมือนกับแนวทางการจัดเก็บภาษีในสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ จึงส่งผลให้เกิดแตกต่างกับประเทศไทย เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศออสเตรเลียมองว่า เงินได้ที่เกิดจากการซื้อขาย NFT ของนักลงทุนควรเสียภาษีจากส่วนเกินทุน (Capital Gain) แทนเงินได้ปกติ (Ordinary Income) และกรณีในส่วนของการพิจารณาหลักการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการซื้อขาย NFT จะมุ่งพิจารณาถิ่นที่อยู่หรือสัญชาติของผู้มีหน้าที่เสียภาษีเป็นสำคัญ นอกจากนี้ แนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของ NFT ทั้ง 2 ประเทศนั้นมีแนวทางให้ NFT อยู่ภายใต้บังคับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนเช่นกับประเทศไทย แต่จะมีการกำหนดหน้าที่และวิธีการในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไว้อย่างชัดเจน โดยให้ NFT Marketplace ทำการหน้าที่จัดเก็บภาษีขายหรือภาษีสินค้าและบริการและนำส่งให้แก่ภาครัฐ ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรนำหลักการทางภาษีที่มีแนวทางอย่างชัดเจนในต่างประเทศมาปรับใช้ให้เกิดความเหมาะสมต่อไป
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันของธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำ, อิสริยา ธัญญะสุขวณิชย์
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันของธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำ, อิสริยา ธัญญะสุขวณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ธุรกิจค้าปลีกทองคำเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ผู้ปเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจระกอบการค้าปลีกทองคำรายเล็กได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากการถูกชิงส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หันมาจับตลาดค้าปลีกโดยตรงกับลูกค้ารายย่อย สารนิพนธ์นี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาการดำเนินธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำในประเทศไทย เพื่อเสนอแนวทางในการนำเทคโนโลยีมายกระดับการให้บริการลูกค้า โดยออกแบบและพัฒนาต้นแบบโมบายแอปพลิเคชันที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจค้าปลีกทองคำของผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็กให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล โครงการพิเศษนี้นำหลักการคิดเชิงออกแบบมาใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ผ่านการทำความเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ได้ระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังนำแนวคิดเกมมิฟิเคชันมาช่วยเสริมด้านการออกแบบ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และแรงจูงใจในการใช้งาน อีกทั้งยังพัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้งานด้วยเครื่องมือสร้างต้นแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเสนอแนะและคำแนะนำในการพัฒนาระบบที่เป็นประโยชน์และตรงประเด็น ระบบต้นแบบที่ได้จากการพัฒนาโครงการนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำต่อไป เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน กระบวนการดำเนินงานมีความทันสมัย และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
แนวทางการกำหนดมาตรการเรื่องการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้บริการในร้านอาหาร, โญดา ลิขิตเจริญนุกูล
แนวทางการกำหนดมาตรการเรื่องการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้บริการในร้านอาหาร, โญดา ลิขิตเจริญนุกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การประกอบกิจการร้านอาหารที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าร้านอาหารด้วย พบว่าเป็นค่านิยมใหม่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นที่มาจากพฤติกรรม Pet Humanization คือ การเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนลูก และจะให้ความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงค่อนข้างสูง อยากให้สัตว์เลี้ยงของตนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขเพิ่มขึ้น รวมถึงการพาออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงสวนสาธารณะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงห้างสรรพสินค้า หรือการพาเข้าร้านอาหารต่าง ๆ ด้วย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการผู้ประกอบการร้านอาหารเกี่ยวกับ การพาสัตว์เลี้ยงเข้าร้านอาหารในไทย พบว่ามีกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องอยู่หลายฉบับ แต่ส่วนใหญ่ในกฎหมายไทยจะบัญญัติไว้ในทางอ้อม ไม่ได้กล่าวถึงการห้ามเข้าโดยตรง เช่น ใน พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 นั้นกำหนดเพียงว่าให้ผู้ประกอบธุรกิจอาหารต้องประกอบอาหารให้บริสุทธิ์ ซึ่งได้ให้ความหมายไว้ใน มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการอาจต้องตีความในกฎหมายเองต่อไปว่า ในการจะทำให้อาหารบริสุทธิ์เข้าข่ายตามคำนิยามที่กำหนดไว้ จะต้องปฏิบัติตนอย่างไร ให้ถูกต้องตามคำนิยาม คำนิยามหนึ่งที่ว่าอาหารไม่บริสุทธิ์ คืออาหารที่ได้ผลิต บรรจุหรือเก็บรักษาไว้โดยไม่ถูกสุขลักษณะ ผู้ประกอบการจะต้องเล็งเห็นแล้วว่า ในการที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาร่วมใช้บริการในร้านอาหารนั้น อาจจะทำให้ขนของสัตว์ที่สามารถหลุด และปลิวมาปนเปื้อนในจานอาหารที่กำลังจะนำไปเสิร์ฟ หรือปนเปื้อนไปในครัวที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ได้ และเมื่อผู้บริโภคอาหารเหล่านั้นไปแล้วส่งผลให้อาจจะเกิดอันตราย ถึงขั้นแก่ชีวิต หรือสัตว์เลี้ยงอาจจะก่อความรำคาญให้แก่ผู้ที่อยู่ภายใต้ร้านอาหารเดียวกันได้ หรือในอีกกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกฉบับหนึ่งคือ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จะมีเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์หรือสัตว์เลี้ยงซึ่งได้บัญญัติไว้ใน หมวดที่ 5 เรื่องเหตุรำคาญ (2) การเลี้ยงสัตว์ในที่หรือโดยวิธีใด หรือมีจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นั้นให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อผู้เขียนพิจารณาจากบทบัญญัติข้างต้นแล้ว ในเรื่องของเหตุรำคาญเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนี้อาจมีความเกี่ยวข้องการเรื่องการนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปใช้บริการในร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์ที่เกินจำนวนสมควร อาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญต่าง ๆต่อผู้คนอื่น ๆที่ใช้บริการในร้านอาหาร เนื่องจากผู้เลี้ยงไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของตนได้อย่างทั่วถึง และหมวดที่ 6 เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ มีการกล่าวถึงเรื่องการควบคุมสัตว์เลี้ยงหรือการปล่อยสัตว์เลี้ยงในพื้นที่สาธารณะ โดยมีหลักการสำคัญคือเพื่อรักษาสภาพความเป็นอยู่ในชุมชนให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของผู้คน รวมถึงเพื่อป้องกันโรคระบาดที่อาจติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์หรือสัตว์สู่คนได้ ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมสัตว์เลี้ยงของตนไม่ให้สร้างความเดือดร้อน รวมถึงควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้อยู่ในสภาวะที่สามารถนำเชื้อโรคมาติดต่อผู้คนในสังคมได้ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมสัตว์เลี้ยงของตนไม่ให้สร้างความเดือดร้อน รวมถึงควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้อยู่ในสภาวะที่สามารถนำเชื้อโรคมาติดต่อผู้คนในสังคมได้ ในการวิจัยครั้งนี้ จึงเห็นสมควรศึกษาถึงปัญหา และข้อบกพร่องของกฎหมายไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมาย บทลงโทษ รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันไม่สามารถที่จะเข้ามาจัดการผู้ประกอบการร้านอาหารที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าร้านอาหารได้อย่างเด็ดขาด โดยตรงและเต็มประสิทธิภาพแต่อย่างใด เนื่องจากยังขาดกฎหมายหรือมาตรการที่ให้อำนาจในการเข้ามาจัดการ และควบคุม ดังนั้นควรจะมีการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างชัดเจน รวมถึงอาจจะมีการจัดตั้งหน่วยที่รับผิดชอบขึ้นมาใหม่ เพื่อกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีบทลงโทษในสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามด้วย
มาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลการให้สินเชื่อและการรับสิทธิในเงินฝากเป็นหลักประกัน : ศึกษาเฉพาะกรณี Pico-Finance, ไพรัตน์ สุระศิรานนท์
มาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลการให้สินเชื่อและการรับสิทธิในเงินฝากเป็นหลักประกัน : ศึกษาเฉพาะกรณี Pico-Finance, ไพรัตน์ สุระศิรานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาปัญหามาตราการทางกฎหมายของโครงการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือ Pico Finance โดยศึกษาในการกำกับดูแลการให้สินเชื่อ และการรับสิทธิเงินฝากเป็นหลักประกัน ซึ่งรัฐบาลได้จัดตั้งโครงการนี้เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2559 โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งใช้วิธีการศึกษาควบคู่ไปตามมาตรการทางกฎหมาย กับกระบวนการในการดำเนินการจริงโดยเริ่มตั้งแต่ต้นคือ ผู้ให้สินเชื่อขอใบอนุญาตในการประกอบ Pico Finance ไปจนถึง การยกเลิกจัดตั้งสถานประกอบการ โดยศึกษากฎหมายโดยตรง คือ ประกาศกระทรวงการคลัง (เรื่อง สินเชื่อย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) และ ประกาศสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมประกอบด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะนิติกรรม สัญญา และ ลักษณะหนี้ , พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 , พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 , พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 , พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 และ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 โดยมีสมมติฐานว่า แม้กระทรวงการคลัง จะออกมาตรการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เพื่อต้องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่มาตรการทางกฎหมายในการกำกับและ ใช้หลักประกันทางธุรกิจ เช่น การกำกับวงเงินสินเชื่อ และสิทธิในเงินฝากเป็นหลักประกันเป็นต้นนั้น ยังเป็นปัญหา ดังนั้นจึงควรปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว เพื่อจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยมาตรการนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการศึกษาและพิสูจน์สมมติฐาน พบปัญหาในเรื่องยอดหนี้การปล่อยสินเชื่อ , ปัญหาการบัญญัติอัตราดอกเบี้ยแบบเหมารวม , ปัญหาการใช้เงินฝากเป็นหลักประกัน โดยมีการยึดสมุดบัญชี บัตรกดเงินสด และปัญหาของกฎหมายทวงหนี้ที่มุ่งคุ้มครองเพียงแต่บุคคลธรรมดา ซึ่งหากแก้ไขปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ได้ โดยการแก้ไขมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็จะทำให้โครงการนี้มีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้ตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของโครงการ
แนวทางการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ สำหรับการจัดการเพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ, กนกกาญจน์ บุญเปี่ยม
แนวทางการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ สำหรับการจัดการเพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ, กนกกาญจน์ บุญเปี่ยม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการจัดการเพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยศึกษาถึงปัญหาและผลกระทบเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทย และหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมทั้งศึกษาหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการจัดการเพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติของประเทศออสเตรเลียเพื่อเป็นแนวทางในการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาและผลกระทบเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยพบว่าประเทศไทยมักประสบกับปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะมาจากปัจจัยเสี่ยงทางธรรมชาติ หรือปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายต่อชุมชน สังคม และภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ และเป็นผลทำให้รัฐบาลมีเงินงบประมาณไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันตามมา ดังนั้นการมีงบประมาณที่เพียงพอและเหมาะสมในการดำเนินโครงการเพื่อรับมือหรือจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติจึงนับได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ เพราะจะสามารถช่วยส่งเสริมและพัฒนาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถรับมือหรือจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นผลทำให้ช่วยบรรเทาความสูญเสียและความเสียหายอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังไม่เคยมีการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการจัดการเพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมาก่อน จึงได้มีการศึกษาถึงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ และผลที่ได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวในประเทศออสเตรเลีย เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าประเทศออสเตรเลียประสบกับปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติในบริบทที่คล้ายคลึงกันกับประเทศไทย และรัฐบาลของประเทศออสเตรเลียได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จึงได้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อหน่วยงานบริการดับเพลิงและบริการฉุกเฉินของแต่ละรัฐ เพื่อให้สามารถจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีกรอบในการจัดการภัยพิบัติที่ดี และสามารถปฏิบัติได้จริง ดังนั้นจึงมีความเหมาะสมที่จะนำแนวทางการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการจัดการเพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินอันเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติของประเทศออสเตรเลียมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เพื่อเป็นการสรรหางบประมาณเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานของรัฐบาล อีกทั้งยังสามารถนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีไปใช้ในการจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การนำ Non-Classroom Training มาใช้เป็นวิธีการพัฒนาฝีมือแรงงานตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545, กิตติพศ ภัคมงคล
การนำ Non-Classroom Training มาใช้เป็นวิธีการพัฒนาฝีมือแรงงานตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545, กิตติพศ ภัคมงคล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่องการนำ Non-Classroom Training มาใช้เป็นวิธีการพัฒนาฝีมือแรงงานตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและหลักการของกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ปัญหาในทางปฏิบัติของกฎหมายส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีการจำกัดแต่การใช้เครื่องมือ Classroom Training ฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน แนวทางการแก้ปัญหาโดยนำหลักการเรียนรู้และประเมินผลโดยอิงกับสมรรถนะของผู้เรียน (Competency-Based Education) มาพิจารณาร่วมกับหลักการเรียนรู้และประเมินผลโดยอิงกับการเข้าร่วมในชั้นเรียน (Time Based Education) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แนวทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของต่างประเทศ ได้ศึกษาสิทธิของแรงงานที่จะได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization; ILO) ได้แก่ อนุสัญญาว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ค.ศ.1975 (ฉบับที่ 142) ข้อแนะว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ค.ศ. 2004 (ฉบับที่ 195) และ ปฏิญญาไตรภาคีว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับบรรษัทข้ามชาติและนโยบายทางสังคมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ รวมไปถึงกรณีศึกษาแนวทางการพัฒนาฝีมือแรงงานตามกฎหมายต่างประเทศ คือประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย เปรียบเทียบกับกฎหมายในลักษณะเดียวกันของประเทศไทยคือพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ผลการศึกษา พบว่าการฝึกอบรมในชั้นเรียน (Classroom Training) ถือเป็นการเรียนรู้ที่ง่ายต่อการวางแผนและการบริหารจัดการ แต่วิธีการดังกล่าวอาจไม่เหมาะกับบางทักษะหรือสมรรถนะใหม่ ซึ่งมีวิธีการฝึกอบรมที่เหมาะสมกว่า เช่น การเรียนผ่านระบบ E-Learning หรือการจัดการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติในหน้างานจริง (On the Job Training) ทั้งนี้ การเรียนรู้ควรจัดการแบบผสมผสานวิธีการในหลากหลายวิธีเข้าด้วยกัน โดยไม่ควรจำกัดอยู่แค่วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่ควรพิจารณาจากผลลัพธ์ ต้นทุนค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้มาพิจารณาประกอบด้วย ข้อเสนอแนะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรศึกษาทฤษฎีการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ รวมไปถึงกระบวนการตรวจสอบความรู้ ความสามารถของผู้เรียน ซึ่งในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและมีความก้าวหน้ากว่าในช่วงเวลาที่ตรากฎหมายส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานไว้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้กับสถานประกอบกิจการให้เลือกใช้วิธีการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ โดยยังคงการได้สิทธิตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ทั้งการยกเว้นการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานและการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยผู้เขียนมีความเชื่อมั่นว่า หากประเด็นดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว สถานประกอบกิจการย่อมเลือกวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดตามทฤษฎีการเรียนรู้ มีค่าใช้จ่ายในการอบรมคุ้มค่าที่สุดและใช้เวลาในการเรียนรู้น้อยที่สุด ไม่กระทบกับเวลาในการปฏิบัติงานของลูกจ้าง อันจะทำให้ความสามารถของแรงงานในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้
มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเกม, กุสุมา ปันสาม
มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเกม, กุสุมา ปันสาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมเกมเป็นการขยายตัวจากฝั่งผู้บริโภค ซึ่งรายได้ของผู้จัดจำหน่าย และนำเข้า มาจากการที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าในเกม และดาวน์โหลดเกมผ่านแพลตฟอร์มที่พัฒนามาจากผู้ประกอบการต่างประเทศเป็นหลัก แสดงให้เห็นว่าเกมที่พัฒนาโดยคนไทยมีจำนวนน้อยมาก แม้ว่าประเทศไทยจะสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเกม โดยออกมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลาไม่เกิน 8 ปี ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2560 อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเกมในประเทศยังไม่สามารถเติบโตได้เท่าที่ควร เนื่องจากผู้ผลิตเกมไทยยังขาดเงินทุนในการผลิตและพัฒนาเกม แสดงให้เห็นว่ามาตรการทางภาษีของภาครัฐที่ออกมาเพื่อส่งเสริมนั้นยังไม่เหมาะสมและเพียงพอที่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ด้วยเหตุนี้จึงต้องศึกษาถึงปัญหามาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเกมของประเทศไทย และเปรียบเทียบกับมาตรการทางภาษีของสหราชอาณาจักร เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมและนำมาปรับใช้กับมาตรการทางภาษีของประเทศไทย จากการศึกษาเปรียบเทียบมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเกมของประเทศไทย และสหราชอาณาจักร พบว่ามาตรการทางภาษีของสหราชอาณาจักรย่อมส่งผลให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเกมมากกว่า เพราะเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงรวมถึงลดต้นทุนในการลงทุนเริ่มแรกที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกมโดยตรง และภาระภาษีของผู้ลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับการลงทุนตามความเป็นจริง กล่าวคือ หากผู้ลงทุนต้องการที่จะเสียภาษีน้อย ก็ต้องลงทุนในปริมาณที่มาก ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่แท้จริง ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเกม เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้น ประเทศไทยควรมีการเปลี่ยนแปลงสิทธิและประโยชน์ทางภาษีให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยการนำมาตรการลดหย่อนภาษีวิดีโอเกมของสหราชอาณาจักรมาปรับใช้กับอุตสาหกรรมเกมของไทยต่อไป
แนวทางการป้องกันอาชญากรรมที่เกิดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออนไลน์โดยมาตรการกำกับดูแลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม, ขวัญชนก ศรีภมร
แนวทางการป้องกันอาชญากรรมที่เกิดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออนไลน์โดยมาตรการกำกับดูแลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม, ขวัญชนก ศรีภมร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องจากสภาพสังคมของประเทศไทยในปัจจุบันได้มีการอาศัยเทคโนโลยีในการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อสื่อสารที่มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วโดยมีรูปแบบการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลายจนทำให้เกิดช่องว่างในการหลอกลวงต่างๆมากมายทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้กลับมาระบาดในสังคมไทยเป็นวงกว้างและสร้างความสูญเสียมหาศาลอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ประเทศไทยที่เจอปัญหากับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต่างประเทศก็ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นเดียวกัน จากการค้นคว้ากฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผู้วิจัยพบว่าในประเทศไทยได้มีการบังคับใช้กฎหมายที่ใช้ในการปราบปรามโดยการกำหนดความผิดทางอาญาและการใช้นโยบายทางอาญาของรัฐซึ่งยังไม่รวมถึงมาตรการการป้องกันอาชญากรรมโดยความร่วมมือของเอกชนประกอบกับบริบทต่างๆที่ทำให้การบังคับกฎหมายดังกล่าวยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจึงทำให้ไม่สามารถจับกุมและกวาดล้างได้อย่างสมบูรณ์ เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้มักมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งและรูปแบบการหลอกลวงมีวิธีที่ซับซ้อนมากขึ้นทำให้ยากต่อการสืบสาวต้นตอและบทกฎหมายที่ใช้ในการปราบปรามทางผู้วิจัยมองว่าเป็นการแก้ปัญหาทางปลายเหตุ เนื่องจากบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องมักเป็นบทกฎหมายทางอาญา การที่จะสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้จะต้องเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วเท่านั้นประกอบกับการลงโทษผู้กระทำผิดจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆเนื่องจากเป็นการลงโทษทางอาญา การที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษแทบจะไม่ได้มีผลอะไรที่ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดน้อยลง ดังนั้นประเทศไทยจึงควรหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันและกำกับดูแลก่อนที่จะเกิดเหตุเสียมากกว่า เพราะการหาแนวทางในการป้องกันตั้งแต่ต้นจะสามารถช่วยลดความเสียหายได้ไม่มากก็น้อยและเป็นการสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชน (Public Awareness Raising) ในการระมัดระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบัน ปัญหาการจับกุมและการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามดังกล่าวก็เป็นปัญหาหลักของต่างประเทศเช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนั้นในเมื่อขั้นตอนในการจับกุมหรือปราบปรามเป็นขั้นตอนที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ ผู้วิจัยจึงเห็นควรว่าถ้าทำปลายทางไม่ได้ก็ควรหันมาหาวิธีการป้องกันต้นทางตั้งแต่แรกก่อนเกิดเหตุการณ์จะดีกว่าและจากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่า ในต่างประเทศมักจะเน้นการบังคับใช้แผนปฏิบัติการเชิงรุกและมาตรการทางกฎหมายที่ใช้การป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายให้กับประชาชนมากกว่าการเน้นการปราบปรามและวิธีที่จะช่วยการป้องกันได้ดีคือการให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นตัวดักจับความผิดปกติของหมายเลขโทรศัพท์นั่นเองเนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่มักใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่ผิดกฎหมายหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่มีคนใช้งานโดยใช้เทคโนโลยีในการแปลงหมายเลขและแอบอ้างเป็นหน่วยงานหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือหรือหมายเลขโทรศัพท์ผิดกฎหมายที่โทรมาจากต่างประเทศ ดังนั้นถ้าในส่วนของต้นทางคือกิจการโทรคมนาคมสามารถทำการตรวจสอบหรือตรวจพบตั้งแต่แรกจะทำให้ประชาชนเกิดความสูญเสียลดน้อยลง ซึ่งจากการที่ต่างประเทศหันมาสนใจการป้องกันมากกว่าปราบปรามพบว่าสถิติการสูญเสียของประชาชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
การให้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกรณีผู้เยาว์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, จาตุรันต์ เจียรกุล
การให้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกรณีผู้เยาว์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, จาตุรันต์ เจียรกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับปัญหาการกำหนดอายุของผู้เยาว์ที่ผู้ปกครองให้ความยินยอมในการเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแทน และปัญหาการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับอันว่าด้วยเรื่องการใด ๆ ที่ผู้เยาว์สามารถกระทำเองโดยลำพัง จากการศึกษาพบว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์หากผู้เยาว์ที่อายุไม่เกิน 10 ปีการกำหนดอายุดังกล่าวยังไม่เหมาะสม และแตกต่างกับมาตรา 8 ของกฎหมายสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ผู้เยาว์มีอายุต่ำกว่า 16 ปีต้องได้รับความยินยอมของบิดามารดา นอกจากนี้การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ที่มีอายุเกิน 10 ปีแต่ไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์นั้นผู้เยาว์สามารถให้ความยินยอมแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยลำพังเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ให้ผู้เยาว์ทำนิติกรรมได้เองโดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม การกำหนดให้นำเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้กับความยินยอมให้ข้อมูลแก่ผู้ควบคุมข้อมูลดังกว่าวไม่เหมาะสมและไม่อาจคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้เยาว์ได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากการยินยอมให้ผู้เยาว์ทำนิติกรรมโดยผู้แทนโดยชอบธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีวัตถุประสงค์ รูปแบบ วิธีการ และผลทางกฎหมายแตกต่างจากการที่ผู้แทนโดยชอบธรรมและตัวผู้เยาว์ให้ความยินยอมแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บรวมรวบ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในขณะที่จากการศึกษากฎหมายของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation) จะไม่ได้กำหนดเงื่อนไขของการให้ผู้เยาว์สามารถให้ความยินยอมได้เอง ข้อเสนอแนะด้านนโยบาย ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สิทธิแก่เยาวชนอย่างมีขอบเขต และให้สังคมได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยจัดทำคู่มือแนะนำให้มีการแจ้งไปยังผู้เยาว์ถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยวิธีการที่รัดกุม ใช้ภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เป็นต้น ข้อเสนอด้านกฎหมาย ควรแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 โดยควรมีมาตรการเข้ามาคุ้มครองสิทธิเด็กในการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กจึงต้องนำเกณฑ์อายุในช่วงไม่เกิน 18 ปีมาพิจารณาด้วย และไม่ควรจะนำเอาการใดๆทางแพ่งและพาณิชย์มาบังคับใช้เพื่อเป็นเงื่อนไขที่ผู้เยาว์สามารถให้ความยินยอมได้เองโดยลำพัง