Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Business Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 5311 - 5340 of 5449

Full-Text Articles in Business

นวัตกรรมการวัดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า, ณัฐวรรธน์ ศรีสุข Jan 2023

นวัตกรรมการวัดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า, ณัฐวรรธน์ ศรีสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาการประเมินการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า การสร้างตราสินค้าที่แข็งแกร่งจึงมีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจในยุคปัจจุบัน การตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์จำเป็นต้องเปลี่ยนจากวิธีการที่มุ่งเน้นการขายไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคที่มีความหมายด้วยการใช้ประโยชน์จากกิจกรรมการตลาดทุกๆกิจกรรมสอดประสานร่วมกัน เพื่อสร้างผลกระทบในมิติคุณค่าตราสินค้าที่ผู้บริโภครับรู้ได้ โดยสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันสามารถดึงดูดผู้ชมและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบของการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียที่มีต่อคุณค่าตราสินค้ายังคงเป็นความท้าทายและเป็นช่องว่างสำคัญที่ยังไม่มีการศึกษา งานวิจัยนี้นำเสนอแบบจำลองการประเมินการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า โดยใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM) เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์การมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า เพื่อให้ธุรกิจสามารถพัฒนากลยุทธ์การสร้างตราสินค้าได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งผลลัพธ์ที่ได้จากการประเมินผลนี้สามารถนำไปปรับปรุงการสื่อสารตราสินค้า และการสื่อสารการตลาดบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์โดยพิจารณามิติคุณค่าแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวได้ดีมากยิ่งขึ้น


พฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร, สรรชุดา แย้มเกษร Jan 2023

พฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร, สรรชุดา แย้มเกษร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พลาสติกชีวภาพถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดปัญหาการสะสมของขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าจัดการไม่ถูกวิธีจะตกค้างในสิ่งแวดล้อมจนเกิดปัญหาไมโครพลาสติก การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดต้องเริ่มจากสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลาสติกทุกประเภทตั้งแต่การเลือกใช้จนถึงการจัดการขยะ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดปริมาณความต้องการใช้พลาสติก บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานครผ่านปัจจัยการรับรู้ตามทฤษฎีของ Gibson ประกอบด้วยปัจจัยด้านความรู้ ประสบการณ์ สติปัญญา และสภาพแวดล้อม โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณอย่างแบบสอบถามปลายปิด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลมี 2 ส่วน ประกอบด้วย (1) สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและลักษณะทางประชากรศาสตร์ (2) สถิติเชิงอนุมาน ด้วยวิธี Stepwise Multiple Regression Analysis วิเคราะห์ข้อมูลความสัมพันธ์ของปัจจัยการรับรู้ต่อพฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของกลุ่มตัวอย่างประชาชนในกรุงเทพมหานครจำนวน 85 คน ที่คำนวณจากโปรแกรม G*Power อาศัยการสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling) โดยแบ่งกลุ่มตามที่ตั้งของเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (strata) ทั้งหมด 3 เขต (เขตชั้นใน เขตชั้นกลาง และเขตชั้นนอก) ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการรับรู้ตามทฤษฎีของ Gibson (ตัวแปรต้น) ต่อพฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร (ตัวแปรตาม) พบว่าปัจจัยด้านสติปัญญามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพมากที่สุด แบ่งเป็น 2 เรื่อง คือ (1) หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฉลากและคำอธิบายบนผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับพลาสติกชีวภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (β) เท่ากับ 2.077 ที่ระดับนัยสำคัญ .01 และ (2) ลดปริมาณการใช้พลาสติกชีวภาพ เพราะบางชนิดก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมและสะสมในร่างกายส่งผลต่อสุขภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (β) เท่ากับ 3.574 ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ดังนั้นข้อเสนอแนะสำหรับการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพเพื่อให้พฤติกรรมของประชาชนในกรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงควรเน้นการรับรู้ด้านสถิติปัญญาเรื่องฉลากและคำอธิบายบนผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ รวมถึงลดปริมาณการใช้พลาสติกชีวภาพบางชนิดที่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติก


ทุนอุดมศึกษาต่อการพัฒนาเยาวชน และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, อัคตัรมีซี อาหามะ Jan 2023

ทุนอุดมศึกษาต่อการพัฒนาเยาวชน และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, อัคตัรมีซี อาหามะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการดำเนินงาน “โครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่มีส่วนในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติผลกระทบจากนักศึกษาทุน และการจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาโครงการฯ ในอนาคต โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกลุ่มประชากรเป้าหมายจำนวน 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ 1 นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุนอุดมศึกษาฯ ในระยะที่ 1 – 3 จำนวน 24 ราย กลุ่มที่ 2 บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการการทุนอุดมศึกษาฯ จำนวน 4 ราย ผลการศึกษาพบว่า 1) การดำเนินงานโครงการทุนอุดมศึกษาฯ ได้ส่งผลให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่สามารถเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่มีคุณสมบัติตามที่โครงการฯ กำหนด ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานโครงการทุนฯ 2) นักศึกษาที่ได้รับทุนหลังจากสำเร็จการศึกษาได้มีโอกาสในการประกอบอาชีพตามศักยภาพของตนเองที่มีส่วนกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทางตรง และทางอ้อมในมิติด้านการศึกษา ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และการส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมในระดับภูมิภาคต่างๆ 3) บทบาทการประกอบอาชีพของนักศึกษาทุนสอดคล้องและมีส่วนในการหนุนเสริมการดำเนินงานของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ระยะ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และ4) ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนาโครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรมีการทบทวนการแนวทางการดำเนินงานและการจัดสรรทุนให้สอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ความต้องการบัณฑิตในพื้นที่ และการดำเนินงานของโครงการให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 การสร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต


การศึกษาต้นทุนการทดแทนเรือตรวจการณ์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ, คุณาธิป หวังจิตต์ Jan 2023

การศึกษาต้นทุนการทดแทนเรือตรวจการณ์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ, คุณาธิป หวังจิตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนปฏิบัติการของเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วยต้นทุนเงินลงทุน ต้นทุนการบริหาร และต้นทุนการปฏิบัติการ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลรายงานสถานะของเรือ รายงานความสิ้นเปลืองของเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับ รายงานสถิติ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และนำข้อมูลมา ทำการวิเคราะห์เพื่อให้ทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับ เป็นเงิน บาทต่อวัน ผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนปฏิบัติการของเรือ ต.113 มีต้นทุนเฉลี่ย 109,646.74 บาทต่อวัน ต้นทุนปฏิบัติการของ เรือ ต.997 มีต้นทุนเฉลี่ย 150,192.48 บาทต่อวัน และในส่วนของอากาศยานไร้คนขับรุ่น RQ-21 A Blackjack มีต้นทุนเฉลี่ย 228,890.85 บาทต่อวัน อากาศยานไร้คนขับรุ่น Schiebel Camcopter S – 100 มีต้นทุนเฉลี่ย 255,982.03 บาทต่อวัน การทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับของกองทัพเรือจะทำให้กองทัพเรือตัดสินใจเลือกใช้เรือตรวจการณ์หรืออากาศยานไร้คนขับออกปฏิบัติราชการและใช้ในการวางแผนปฏิบัติการให้เหมาะสมกับพื้นที่ปฏิบัติงาน สอดคล้องกับความมุ่งหวังของภารกิจของกองทัพเรือในแต่ละปีงบประมาณได้อย่างประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับ


การกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมกรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทเบียร์ Abc, ชานนท์ จันทรศรี Jan 2023

การกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมกรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทเบียร์ Abc, ชานนท์ จันทรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาปริมาณพัสดุบรรจุคงคลังสูงเกินความจำเป็นในขณะที่ยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้อยู่ในระดับมากกว่าที่ 95% โดยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายศึกษาจากการวิเคราะห์ ABC Analysis มาเป็นพัสดุบรรจุกล่องลูกฝูกที่มีมูลค่าสูงสุดทั้งหมด 2 รายการ โดยการกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมจะใช้การกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ จุดสั่งซื้อใหม่ และต้นทุนรวมซึ่งเป็นผลลัพธ์จากต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนการจัดเก็บพัสดุบรรจุคงคลัง โดยใช้ข้อมูลปริมาณการใช้งานย้อนหลัง 12 เดือนในการวิเคราะห์ จากผลการศึกษาของบริษัทกรณีศึกษาในการเปรียบเทียบของแผนการผลิตต่อนโยบายพัสดุบรรจุ พบว่านโยบาย ROP อาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อนโยบายการสั่งพัสดบรรจุที่มีแผนการผลิตมีการเปลี่ยนแปลง (Revise) ในทุกๆสัปดาห์ใ นการทบทวนแผนการผลิตอาจจะจำเป็นจะต้องมีการทบทวนเป็นรายสัปดาห์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อเดือน เนื่องจากจะได้มีการเปรียบเทียบ Actual ตอแผนการผลิตที่เกิดขึ้นเป็นรายสัปดาห์ โดยพบว่าพัสดุบรรจุจำนวน 2 ประเภท คือ กล่องลูกฝูก 620ml พบว่า เมื่อการการทบทวนนโยบายใหม่ในการสั่งพัสดุบรรจุทุกสัปดาห์ต้นทุนรวมลดลงถึง 23% ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้ 48% เมื่อเทียบกับนโยบายเดิม และกล่องลูกฝูก 320ml เมื่อการการทบทวนนโยบายใหม่ในการสั่งพัสดุบรรจุทุกสัปดาห์ต้นทุนรวมลดลงถึง 46% ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้ 62% โดย 2 ประเภทนี้ยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้อยู่ในระดับมากกว่าที่ 95%


ปัจจัยการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุดขาย (Pos): กรณีศึกษา บริษัท Abc, ชานน ดาราไก Jan 2023

ปัจจัยการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุดขาย (Pos): กรณีศึกษา บริษัท Abc, ชานน ดาราไก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุด ขายและหาแนวทางการป้องกันการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุด ขายเพื่อให้ผู้ให้บริการเช่าซื้ออุปกรณ์ ณ จุด ขาย นำไปใช้พัฒนามาตรการป้องกันและติดตามตรวจสอบการคืนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลร้านค้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 2566 ที่มีการเช่าซื้ออุปกรณ์ ณ จุด ขาย ผลการวิจัยพบว่า ธุรกิจประเภทร้านอาหารมีความเสี่ยงสูงต่อการไม่คืน อุปกรณ์ ณ จุด ขาย มากกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะร้านอาหารประเภทยำ รวมถึงระยะเวลาการเช่าที่ยาวนานขึ้น ส่งผลต่อการคืน อุปกรณ์ ณ จุด ขาย เนื่องจากยิ่งผ่อนชำระนานเท่าไร ร้านค้ายิ่งใกล้โอกาสการเป็นเจ้าของ อุปกรณ์ ณ จุด ขาย มากขึ้นเท่านั้น และจะเป็นเจ้าของเมื่อ เช่าซื้อครบ 36 เดือน เชื่อมโยงกับจำนวนครั้งที่ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า ดังนั้นลูกค้าที่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้บ่อยครั้ง มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ส่งคืนอุปกรณ์ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ตั้งอยู่แบบเดี่ยว(Stand-alone) มีโอกาสไม่คืนอุปกรณ์สูงที่สุดมากกว่าร้านที่ตั้งในห้างสรรพสินค้าหรือตามตลาดนัด ดังนั้นการทราบถึงปัจจัยเหล่านี้ที่มีผลเหล่านี้ ทางบริษัทสามารถนำปัจจัยเหล่านี้ ไปปรับปรุงนโยบายและวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันและติดตามตรวจสอบการคืนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย Jan 2023

การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการใช้โปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์ (Excel Solver) ในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์สำหรับหาตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมของศูนย์กระจายสินค้าและวิเคราะห์หาความคุ้มทุนการตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งหรือต้นทุนต่ำที่สุดและนำข้อมูลด้านปัจจัยมาวิเคราะห์ร่วม ผลจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในการตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ คือ จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีความหนาแน่นของปริมาณพัสดุขาเข้ามากที่สุดและมีความคุ้มทุนในการดำเนินงาน โดยต้นทุนเฉลี่ยและต้นทุนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากมีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษาโดยใช้กระบวนการลำดับขั้นเชิงวิเคราะห์ พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุด 3 อันดับแรก คือ ปัจจัยด้านการขนส่ง ปัจจัยด้านการเงิน และปัจจัยด้านแรงงาน คิดเป็น 63 เปอร์เซ็นของค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยทั้งหมด ผลการวิเคราะห์มีความสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ได้จากเอ็กเซล โซลเวอร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลการลงทุนในการเปิดศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้โดยโปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์


การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ Jan 2023

การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งทางทะเล ความไม่สมดุลของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าอันเป็นปัญหาที่เป็นหนึ่งในปัญหาหลักของธุรกิจสายเรือและเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการศึกษาความไม่สมดุลนี้มีการศึกษาท่าเรือทั้งหมด 7 แห่ง ศึกษาสถานะของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าในแต่ละสัปดาห์และข้อมูลการพยากรที่มีการจัดทำล่วงหน้า รวมถึงศึกษาเส้นทางตารางเรือ เพื่อนำไปสร้างแบบจำลองสำหรับการวางแผนขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่า วัตถุประสงค์ของแบบจำลองคือหาจำนวณและเส้นทางที่ให้ค่าดีที่สุดที่เป็นไปได้โดยนำข้อจำกัดด้านการขนส่งอย่างตารางเวลาของเรือและจำนวณระวางสำหรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่สามารถใช้ในการขนส่งได้สูงสุดเพื่อให้ได้กำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงสุด แบบจำลองนี้ใช้การทดลองด้วยการใช้ Solver เพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของแต่ละความเป็นไปได้ ทั้งนี้แบบจำลองที่สร้างขึ้นนี้จะสามารถนำไปช่วยผู้ปฏิบัติงานในการวางแผนการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่ขนส่งระหว่างท่าที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของตู้เปล่าของแต่ละท่าภายใต้ข้อจำกัดในด้านการขนส่ง ซึ่งผลที่ได้จากแบบจำลองเทียบกับการขนย้ายที่เกิดขึ้นจริงจากการวางแผนด้วยประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลองให้ค่ากำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมากกว่าการขนย้ายจริง ทั้งนี้มีการทดสอบแบบจำลองซ้ำเพื่อยืนยันผลจากแบบจำลอง พบว่าทุกแบบจำลองให้ค่าที่ดีกว่าผลของการวางแผนโดยผู้ปฏิบัติงาน


การประเมินข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าสาธารณะ, ธรรมยศ จำปาทิพย์พงศ์ Jan 2023

การประเมินข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าสาธารณะ, ธรรมยศ จำปาทิพย์พงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงส์เพื่อเพื่อศึกษาข้อร้องเรียนและประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อใช้หาแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะ โดยใช้ข้อมูลจากข้อร้องเรียนของผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะสายสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) นำมาพัฒนาแบบบสอบถาม ซึ่งออกแบบตามหลัก SERVQUAL Model เพื่อสอบถามและเก็บข้อมูลผู้โดยสารแล้วจึงนำข้อมูลจากแบบสอบถามมาหาค่าช่องว่างของการให้บริการ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดลำดับความต้องการของผู้โดยสารพร้อมทั้งความต้องการ และแนวทางการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อลดช่องว่างการให้บริการ โดยจากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เคยใช้บริการจำนวน 400 คนพบว่า ความคาดหวังโดยรวมของมิติการให้บริการทั้ง 5 มิติมีคะแนนอยู่ที่ 4.1 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง และคุณภาพที่ผู้ใช้บริการได้รับโดยรวมของมิติการให้บริการทั้ง 5 มิติมีคะแนนอยู่ที่ 3.6 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงเช่นกัน จากการวิเคราะห์แบบสอบถามพบว่าความต้องการของผู้โดยสารที่สำคัญที่สุด ที่ต้องการให้ผู้ให้บริการปรับปรุงคือเรื่องการจัดการและความสะดวกในการเข้าถึง ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ และการจัดการการจราจร ดังนั้นการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าควรคำนึงถึงการปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ เพื่อลดช่องว่างในการให้บริการนอกจากนี้ แต่หากผู้ให้บริการรถไฟฟ้าได้ทำตามมาตรฐานการให้บริการที่กำหนดแล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความสมเหตุสมผลและได้รับการยอมรับระดับสากลแล้ว ผู้ใช้บริการควรมองปัญหาและสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมมองของผู้ให้บริการเพื่อให้สามารถใช้บริการได้อย่างพึงพอใจและมีคุณภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย


ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน, นันทิชา แสนจินดา Jan 2023

ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน, นันทิชา แสนจินดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อประเมินมูลค่าความเต้มใจที่จะจ่ายเพิ่มเติม สำหรับการยกระดับการให้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน โดยการใช้วิธีแบบจำลองทางเลือกหรือการวิเคระห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ใช้บริการขนส่งพัสดุ แบบด่วน ทั้งหมด 120 ราย การศึกษาครั้งนี้ใช้การออกแบบ Orthogonal เพื่อสร้างการทดลองทางเลือกสำหรับรูปแบบการให้บริการ โดยในแต่ละทางเลือกของรูปแบบการให้บริการได้นำเสนอชุดคุณลักษณะที่จะประกอบไปด้วย ระยะเวลาการจัดส่ง, ระบบประกันการจัดส่ง, อัตราค่าบริการ การบริการส่วนบุคคล และการบริการกล่องพัสดุฟรี สำหรับระดับการให้บริการพื้นฐานจะมีระยะเวลาการจัดส่งแบบปกติภายใน 1 – 2 วัน, ระบบประกัน 2,000 บาท, อัตราค่าบริการ 45 บาท และ การให้บริการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ในขณะที่ระดับการให้บริการจะมีระยะเวลาการจัดส่งแบบใหม่ภายใน 40 นาที, ระบบประกัน 3,000 บาท, อัตราค่าบริการ 50 บาท และ 55 บาท, การให้บริการส่วนบุคคล 24 ชั่วโมง และการบริการกล่องพัสดุฟรี ซึ่งมีการสมมุติสถานการณ์ทางเลือกเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกระหว่างแนวทางการให้บริการพื้นฐานและระดับการให้บริการ โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละรายจะได้รับชุดสถานการณ์ทางเลือกทั้งหมด 6 ชุดสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกชุดสถานการณ์ที่พึงพอใจมากที่สุด จากผลวิเคราะห์พบว่า ผู้ใช้บริการยินยอมที่จะจ่ายเพิ่ม 7 บาทต่อกิโลกรัมให้กับบริการกล่องพัสดุฟรีและยินยอมที่จะจ่ายเพิ่ม 6 บาทต่อกิโลกรัม หากสามารถส่งในระยะทาง 15 กิโลเมตรได้ภายใน 40 นาที จากผลการศึกษาในครั้งนี้ทำให้สามารถวิเคราะห์ความเต็มใจที่จะจ่าย ประเมินมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่าย สามารถนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะในการวางกลยุทธ์ของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งพัสดุ แบบด่วน ในการออกแบบและกำหนดราคาค่าบริการที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง


แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก Jan 2023

แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกรณีที่บริษัทกรณีศึกษา ไม่สามารถจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ให้เพียงพอต่อความต้องการส่งออก ของกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ใน 3 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางไทย-เอเชีย เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย และเส้นทางไทย-แอฟริกา โดยใช้แบบสอบถาม(Questionnaire Survey) ถึงแนวทางการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต 2 ตู้ เน้นที่ระดับการยอมรับได้เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของผู้ส่งออกใน 3 รายการหลัก คือ ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์(Freight) ค่าภาระค่าภาระยกขน/เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ภายในท่า(THC) และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 24 บริษัท ที่มีปริมาณการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต มากกว่า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นไปในระยะเวลา 1 ปี จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดมากกว่า 300 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61 ของจำนวนการจองตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต เพื่อใช้ในการส่งออก เฉพาะกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง พบว่า เมื่อมีการเสนอใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกลุ่มสินค้าดังกล่าว เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย (ร้อยละ 29 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะกลาง มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่ผู้ส่งออกจะยอมรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในค่าระวาง ค่าTHC และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด เส้นทางไทย-แอฟริกา (ร้อยละ 33 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะไกล มีการยอมรับในค่าระวาง และค่าTHC ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด แต่ยอมรับในค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นได้เพียงร้อยละ 50 ของผู้ส่งออกในเส้นทางนี้ และ เส้นทางไทย-เอเชีย (ร้อยละ 38 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะสั้นที่สุด และมีส่วนต่างของค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตและขนาด 40 ฟุตน้อยที่สุด …


แนวทางการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ กรณีศึกษาโรงพยาบาลกองบินแห่งหนึ่ง, ประภัสสร ประชุมพันธ์ Jan 2023

แนวทางการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ กรณีศึกษาโรงพยาบาลกองบินแห่งหนึ่ง, ประภัสสร ประชุมพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อ กรณีศึกษาโรงพยาบาลกองบินแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐขนาดเล็ก โดยในปัจจุบันโรงพยาบาลไม่มีทั้งการกำหนดระบบการสั่งซื้อที่ชัดเจนขาดตัวชี้วัด ทางด้านการบริหารพัสดุคงคลังเพื่อวัดการขาดคลังของยาและเวชภัณฑ์ มีข้อจำกัดในการใช้ระบบการตรวจสอบระดับ พัสดุคงคลังเป็นรอบ (Periodic review System ) คือตรวจสอบระดับคงคลังทุกสิ้นเดือนเท่านั้น การดำเนินการจัดซื้อปัจจุบัน ใช้การตรวจสอบรายการยาและเวชภัณฑ์ทีละรายการ และผู้ปฏิบัติงานใช้ประสบการณ์ในการกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการปฏิบัติงานจัดซื้อ และมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการสั่งซื้อ เกิดปัญหาทั้งมียาและเวชภัณฑ์ มากเกินความจำเป็น (Overstock) เสี่ยงต่อการเกิดยาและเวชภัณฑ์หมดอายุและยาขาดคลังจากการสั่งซื้อพัสดุที่ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ การศึกษาเริ่มจากศึกษาข้อมูลคลังยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ได้ยาและเวชภัณฑ์ที่มีข้อมูลเพียงพอ ทั้งหมด 61 รายการ นำมาจัดกลุ่มโดยใช้ VEN Analysis เป็นการจัดกลุ่มตามความสำคัญทางการรักษา หลังจากนั้น ใช้การแบ่งกลุ่มตาม K – Means Cluster Analysis วิเคราะห์ข้อมูลด้านปริมาณการใช้ยาและเวชภัณฑ์ (Z-score) และค่าความแปรปรวนระหว่างเดือน (C.V.) พบว่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในงานวิจัยมีความแปรปรวนระหว่างเดือนสูง (C.V) > 0.25 กำหนดระดับการให้บริการ จากนั้นกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังและคำนวณพารามิเตอร์ที่ใช้กำหนดนโยบายพัสดุคงคลัง โดยยาและเวชภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย (Order up to level; OUL) โดยมีรอบการสั่งคงที่ (Fixed time model) ในการศึกษาเป็นหลัก ยกเว้นยาในกลุ่มที่มีในกลุ่มที่มีความสำคัญทางการรักษามาก ลักษณะความต้องการ การใช้ยาและเวชภัณฑ์ไม่แน่นอนมีความแปรปรวนระหว่างเดือนสูง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยซึ่งมีผลถึงแก่ชีวิต จึงไม่ควรมีการขาดแคลนยา ต้องมีการติดตามระดับพัสดุอย่างต่อเนื่อง (continuous review) การกำหนดจุดสั่งเติมจะใช้ระบบ Two-Bin System ผลการศึกษาพบว่านโยบายใหม่ที่กำหนดขึ้น สามารถรักษาระดับการให้บริการตามรอบการสั่งซื้อ (Cycle service level) และอัตราการเติมเต็มสินค้า (Fill rate) เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละกลุ่ม ตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน ยาในกลุ่มโรคเรื้อรังบางรายการ มีระดับการให้บริการตามรอบการสั่งซื้อ (Cycle service level) เพียง 41.67% หลังการปรับปรุง สามารถรักษาระดับการให้บริการตามรอบการสั่งซื้ออยู่ที่ 85% ในขณะเดียวกัน สามารถลดปริมาณพัสดุคงคลังลงได้ นอกจากนี้ นโยบายปัจจุบันทำให้ยาและเวชภัณฑ์ส่วนใหญ่เกิดการหมดอายุโดยบางรายการมีปริมาณพัสดุคงคลังในมือ (Days of supply) สูงที่สุดถึง 2550 วัน …


การศึกษาทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ จากความสัมพันธ์ของค่าระวางระหว่างเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง, ปริฉัตร โชยดิรส Jan 2023

การศึกษาทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ จากความสัมพันธ์ของค่าระวางระหว่างเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง, ปริฉัตร โชยดิรส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้งในช่วงก่อน, ระหว่าง และหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 เพื่อนำผลวิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์ของค่าระวางมาประมาณการค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการวิจัยจะทำการนำข้อมูลค่าระวางทั้งสองชนิดมาวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย ซึ่งจะวิเคราะห์ความสัมพันธ์จากผลลัพธ์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง และพิจารณาผลลัพธ์ค่า R-Square ที่ได้ ว่าข้อมูลค่าระวางทั้งสองชนิดมีความเหมาะสมในการนำมาสร้างสมการเส้นตรงจำลองเพื่อมาการพยากรณ์ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์หรือไม่ โดยทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง กับข้อมูลที่ได้จากการแทนค่าลงในสมการในช่วงเวลาต่างๆ ผลการวิจัยพบว่าจากการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง ไม่มีความสัมพันธ์กันเลยในช่วงก่อนโควิด-19 แต่มีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในช่วงระหว่างโควิด-19 และช่วงหลังโควิด-19 จึงนำผลลัพธ์จากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่ายมาสร้างสมการจำลองของทั้งสองช่วงที่มีความสัมพันธ์กัน โดยในช่วงระหว่างโควิด-19 โดยสมการเส้นตรงที่ได้สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามได้แม่นยำ 49.9% และช่วงหลังโควิด-19 สมการเส้นตรงที่ได้สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามได้แม่นยำ 70% โดยเมื่อเปรียบเทียบผลต่างของค่าระวางที่ได้จากการแทนค่า และข้อมูลจริงนั้นผลต่างออกมามีค่าใกล้เคียงกัน จึงทำให้สรุปได้ว่าสมการเส้นตรงจำลองที่ได้มาสามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์ค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อทราบค่าระวางเรือสินค้าเทกองแห้งได้ จากสมการในช่วงระหว่างโควิด-19 และหลังระบาดโควิด-19


การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม กรณีศึกษา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ปรียานุช อดิเรกสันต์ Jan 2023

การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม กรณีศึกษา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ปรียานุช อดิเรกสันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษามุ่งเน้นการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังและจัดการวัตถุดิบที่มีมากเกินความจำเป็น โดยยังคงสามารถรักษาระดับการบริการไว้ที่ 97% ได้ตามเป้าหมาย สำหรับวัตถุดิบ ทั้ง 6 รายการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของวัตถุดิบที่มีมากเกิน (Excess stock) กับ กลุ่มวัตถุดิบที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Obsolete stock) และเลือกนำมาศึกษาในงานวิจัยในครั้งนี้ งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังเช่น ข้อจำกัดต่างๆในการสั่งซื้อ ข้อมูลของรายการวัตถุดิบที่ต้องการศึกษา จากนั้น หารูปแบบความต้องการของรายการวัตถุดิบทั้ง 6 รายการ โดยใช้ Average No-Demand Interval (ADI) และ Coefficient of Variation Squared (CV2) พบว่าแบ่งได้เป็นทั้งหมด 2 รูปแบบ คือ 1. Erratic Demand 2. Lumpy Demand จากนั้นหารอบการสั่งที่มีการแจกแจงแบบปกติ แล้วจึงนำมากำหนดนโยบายโดยใช้วิธี Periodic Review ดังนี้ 1. Erratic Demand รอบการสั่งซื้อทุก 2 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,s,S) และรอบการสั่งทุก 3-4 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,S) 2. Lumpy Demand รอบการสั่งทุก 6 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,S) จากนั้นทดสอบด้วยการจำลองสถานการณ์ พบว่าค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังลดลง 4% (58,971.85 บาท) และยังคงรักษาระดับการให้บริการไว้ได้ที่ 97%


การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่ารถควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างดำเนินการเองหรือว่าจ้างผู้ให้บริการจากภายนอก กรณีศึกษา บริษัท A, ศิริภัทร ศีตสาธิต Jan 2023

การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่ารถควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างดำเนินการเองหรือว่าจ้างผู้ให้บริการจากภายนอก กรณีศึกษา บริษัท A, ศิริภัทร ศีตสาธิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนของการดำเนินการรถควบคุมอุณหภูมิบริษัท A และการจัดจ้างจากภายนอก เพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะใช้รถจากการจัดจ้างจากภายนอก ในกลุ่มลูกค้าที่มีการส่งออกสินค้าประเภทผัก-ผลไม้และกล้วยไม้ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ และศึกษาวิเคราะห์น้ำหนักและคะแนนของปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกรถควบคุมอุณหภูมิไปให้บริการลูกค้าของผู้บริหารและผู้จัดการ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการจัดหารถควบคุมอุณหภูมิคันใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนในอนาคต งานวิจัยใด้วิเคราะห์ข้อมูลที่บริษัท A ได้เข้าไปรับส่งสินค้ากลุ่มผัก-ผลไม้และกล้วยไม้ที่รถของบริษัท A ได้เข้าไปรับ-ส่งสินค้าในระหว่างมกราคม-ธันวาคม 2565 พบว่ามีการให้บริการทั้งหมด 17 พื้นที่ คือ สามพราน, ศรีราชา, รามคำแหง, นิคมโรจนะ, ตลาดไท, กำแพงแสน, บางเขน, บางพลี, หมู่บ้านนักกีฬา, กระทุ่มแบน, พุทธมณฑลสาย 3, พุทธมณฑลสาย 4, ศาลายา, พระประแดง, ลำลูกกา, จัตุจักร และคลอง 14 เพื่อใช้ในการเริ่มต้นงานวิจัยจึงได้ทำการจัดกลุ่มพื้นที่ โดยใช้เงื่อนไข 3 ด้าน คือ ด้านประเภทสินค้า ได้แก่ กลุ่มผัก-ผลไม้ และกลุ่มกล้วยไม้ ด้านระยะทาง ได้แก่ ระยะทางใกล้, ระยะทางกลาง และระยะทางไกล ด้านความถี่ในการเข้ารับสินค้า ได้แก่ ความถี่ต่ำ, คสามถี่กลาง และความถี่สูง ได้กรณีศึกษาทั้งหมด 10 กรณีศึกษา นำมาใช้คำนวนหาต้นทุนคงที่ ต้นทุนแปรผัน และต้นทุนรวมต่อปี โดยแบ่งวิธีการคำนวณเป็นอายุการใช้งานรถ 15 ปี, อายุการใช้งานรถ 10 ปี และอายุการใช้งานรถ 5 ปี ในการดำเนินการรถควบคุมอุณหภูมิของแต่ละกรณีศึกษาและต้นทุนรวมทั้งหมดในปี 2565 เปรียบเทียบกับต้นทุนในกรณีที่จะต้องจัดจ้างจากภายนอกทั้งหมด โดยได้ข้อมูลด้านราคามาจากผู้ให้บริการ 5 ราย รวมไปถึงยังได้สอบถามถึงปัจจัยสำคัญ 5 ปัจจัย คือ ต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน, ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ, ความสามารถของผู้ให้บริการ, ความพร้อมของผู้ให้บริการ และค่าสะดวกในการทำงาน โดยใช้วิธีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ผลจากการศึกษาเห็นด้วยว่าบริษัท A ควรดำเนินการให้บริการรถควบคุมอุณหภูมิโดยรถของบริษัทต่อไป เพราะว่าต้นทุนรวมต่อปีในการดำเนินการที่ต่ำกว่าการจัดจ้างจากภายนอก พบว่ากรณีศึกษาที่ต้นทุนรวมต่อปีมีความแตกต่างน้อยที่สุด คือ กรณีศึกษาที่ 5 กลุ่มผัก-ผลไม้ ระยะไกล ความถี่ต่ำ (นิคมโรจนะ) และกรณีศึกษาที่ …


การพัฒนากระบวนการการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กรณีศึกษา การจัดหาคอนเน็กเตอร์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน, สุรดา บริบูรณ์พานิช Jan 2023

การพัฒนากระบวนการการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กรณีศึกษา การจัดหาคอนเน็กเตอร์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน, สุรดา บริบูรณ์พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาและพัฒนากระบวนการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกกรณีตัวอย่างการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน งานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าและวิเคราะห์หาจุดอ่อนของกระบวนการทำงานปัจจุบันซึ่งพบว่ามีปัญหาด้านวิธีการทำงาน ด้านราคา ด้านเวลาและด้านจำนวนการสั่งซื้อ เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวจึงได้ทำการนำเสนอกระบวนการทำงานใหม่ 9 ขั้นตอนมาใช้ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการจัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลการศึกษาจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย ด้วยวิธีการ 5W1H แล้วทำการวิเคราะห์ปัญหาด้วยแผนภูมิก้างปลา จากนั้นออกแบบการทำงานใหม่ทั้ง 9 ขั้นตอน ดังนี้ 1) กำหนดความต้องการเฉพาะที่ร้องขอต่อวัตถุดิบจากข้อมูลความต้องการของลูกค้า 2) กำหนดซัพพลายเออร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมโดยรวบรวมข้อมูลจากระบบSAP 3) ประเมินความสามารถเพื่อลดจำนวนซัพพลายเออร์โดยใช้ข้อจำกัดที่ลูกค้าร้องขอมาทำการเลือกซัพพลายเออร์ 4) เตรียมรายการประมูลโดยการออกแบบฟอร์มการร้องขอให้เสนอราคา 5) ขอให้เสนอราคาด้วยวิธีการส่งอีเมลไปที่ซัพพลายเออร์ที่กำหนด 6) ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับและวิเคราะห์ใบเสนอราคา หากข้อมูลไม่ครบถ้วนต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ 7) ติดต่อซัพพลายเออร์เพื่อแก้ไขข้อมูลใบเสนอราคา 8) ประเมินและคัดเลือกผู้ส่งมอบหลายรายด้วยกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น และขั้นตอนที่ 9 นำเสนอผู้ชนะการประมูลโดยเลือกซัพพลายเออร์ที่ได้ค่าความสำคัญรวมสูงสุด สุดท้ายวัดผลประสิทธิภาพหลังการดำเนินงานด้วยทำการประเมินความพึงพอใจของการทำงานในรูปแบบใหม่ และทำการเปรียบเทียบเวลาทำงานจริงก่อนและหลังปรับปรุงกระบวนการทำงานซึ่งพบว่าขั้นตอนใหม่สามารถลดเวลาการทำงานลงได้


การศึกษาต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาของบริษัท Abc, สุรศักดิ์ ลิ่มศรีพุทธิ์ Jan 2023

การศึกษาต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาของบริษัท Abc, สุรศักดิ์ ลิ่มศรีพุทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนของการขนส่งทางอากาศ จากคลังสินค้าของผู้ขายที่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกงมายังประเทศไทย โดยศึกษาต้นทุนขนส่งของการสินค้า และต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้า (ร้านค้า) เพื่อนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการนำส่งสินค้าไปยังลูกค้า (ร้านค้า) สำหรับการขนส่งการขนส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ กับ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เปรียบเทียบต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ ซึ่งรวบรวมจากค้าใช้จ่ายต่างๆ ที่ถูกเรียกเก็บจากตัวแทนขนส่ง ใบเสนอราคา โดยต้นทุนที่นำมาวิเคราะห์ ได้แก่ ต้นทุนการขนส่งที่เกิดขึ้นต้นทาง ค่าระวางสินค้า และค่าจ่ายที่เกิดขึ้นปลายทาง โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้โปรแกรม Excel วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปรียบต้นทุนที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งการขนส่งแบบ 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ กับ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ส่วนที่สองจะเป็นการสัมภาษณ์สัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทกรณีศึกษา ได้แก่ ผู้จัดการร้านค้า ผู้จัดการทั่วไป ผู้ช่วยผู้จัดการโลจิสติกส์ จำนวน 4 ท่าน เกี่ยวกับรูปแบบการขนส่ง ผลการวิจัยพบกว่าการขนส่งแบบ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ค่าขนส่งมีสัดส่วนมากที่สุด และค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บตามใบตราส่งสินค้าหรือใบขนสินค้ามีสัดส่วนรองลงมา โดยที่การขนส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บใบตราส่งสินค้าหรือใบขนสินค้าลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งปัจจุบัน ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์พบว่าการลดจำนวนเที่ยวลงทำให้ง่ายต่อการจัดการ รับสินค้า รวมถึงเวลาลดลง พนักงานของร้านสามารถสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น แต่ทั้งนี้ปริมาณสินค้ายังเป็นของกังวลหากมีปริมาณสินค้ามากกว่าปกติ อาจะต้องใช้พนักงานมากกว่า 2 คนในการรับสินค้า โดยการส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากมีต้นทุนโลจิสติกส์ที่ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งในปัจจุบัน


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชันเพื่อให้ความรู้ด้านการออมเงินสำหรับเด็กมัธยมปลาย, กมลวรรณ ดิลกฑรรศนนท์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชันเพื่อให้ความรู้ด้านการออมเงินสำหรับเด็กมัธยมปลาย, กมลวรรณ ดิลกฑรรศนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้พัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชัน เพื่อให้ความรู้ด้านการออมเงินสำหรับเด็กมัธยมปลาย เพื่อศึกษาปัจจัยที่สำคัญและความเป็นไปได้ในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงิน ตัวแอปพลิเคชันคาดหวังว่าจะช่วยให้เด็กไทย เกิดความตระหนักถึงการออมเงิน และมีพฤติกรรมการออมเงินและการจัดสรรเงินได้ก่อนเข้าสู่วัยทำงาน วิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการ ในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ทั้งสิ้น 603 คน โดยกลุ่มตัวอย่าง ได้ให้ความสนใจในการใช้สื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชัน คิดเป็นร้อยละ 46.9 และ 42.8 ตามลําดับ


การสร้างแบบจำลองเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าขาเข้า, เอกกมน เอมโอด Jan 2023

การสร้างแบบจำลองเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าขาเข้า, เอกกมน เอมโอด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มุ้งเน้นการปรับปรุงกระบวนการรับเข้าสินค้าของคลังสินค้า โดยใช้คลังสินค้าอีคอมเมิร์ซเป็นกรณีศึกษา วัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการรับเข้าสินค้า ทดสอบแนวทางการปรับปรุงเพื่อลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม ซึ่งวิธีการที่ใช้ในการวิจัย คือการเก็บรวบรวมข้อมูลเวลากระบวนการรับเข้าสินค้า เพื่อนำมาเป็นข้อมูลนำเข้าใส่โปรแกรมการจำลองสถานการณ์ (Arena Simulation) โดยทำการจำลองสถานการณ์แนวทางการปรับปรุงกระบวนการรับเข้าสินค้าทั้งหมด 3 แนวทาง เพื่อนำผลจากการจำลองสถานการณ์แนวทางการปรับปรุงทั้ง 3 แนวทางมาเปรียบเทียบกัน ผลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์ สามารถสรุปได้ว่า แนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานรับเข้าสินค้ามีความเหมาะสมที่สุดในการนำมาปรับใช้กับคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซกรณีศึกษา เนื่องจากสามารถช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำงานรวมโดยเฉลี่ย 40.52% ไม่เกิดการทำงานล่วงเวลา และอรรถประโยชน์ของพนักงานโดยรวมเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 31% รวมถึงจากการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในแต่ละแนวทางการปรับปรุงนั้นพบว่า แนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 16% เมื่อเทียบกับการจ่ายค่าล่วงเวลาแบบสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานรับเข้าสินค้ามีความเหมาะสมในการนำมาปรับใช้กับคลังสินค้าแห่งนี้ เพื่อทำให้กระบวนการรับเข้าสินค้ามีประสิทธิภาพดีขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด


การออกแบบและพัฒนาฉลากโภชนาการสำหรับผู้แพ้อาหาร, ชนัญรัช โชติกุลบวร Jan 2023

การออกแบบและพัฒนาฉลากโภชนาการสำหรับผู้แพ้อาหาร, ชนัญรัช โชติกุลบวร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกแบบและพัฒนาฉลากโภชนาการสำหรับผู้แพ้อาหาร โดยเน้นการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคที่มีภาวะแพ้อาหารสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมการอ่านฉลากโภชนาการของผู้แพ้อาหาร รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อหาข้อมูลปัญหาและความต้องการของผู้ใช้ จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาและออกแบบฉลากโภชนาการที่เหมาะสม และทำการทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย ผลการวิจัยพบว่า ฉลากโภชนาการที่พัฒนาขึ้นสามารถลดเวลาในการอ่าน และเพิ่มความเข้าใจและความมั่นใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้แพ้อาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าการออกแบบฉลากด้วยการใช้ไอคอนและสีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูล ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้และเข้าใจข้อมูลได้รวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น บทคัดย่อนี้สรุปผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบฉลากโภชนาการที่ชัดเจนและเป็นมิตรกับผู้ใช้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีภาวะแพ้อาหาร ซึ่งจะช่วยให้การเลือกซื้ออาหารเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ, จักริน บูรณะนิตย์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ, จักริน บูรณะนิตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบ พัฒนา และทดสอบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ โดยการประยุกต์หลักการด้านคุณลักษณะของคนจากหลักจิตวิทยา รวมทั้งศึกษาการยอมรับนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์ครูแนะแนวที่มีประสบการณ์แนะแนวอาชีพนักเรียนทั้งหมด 12 คน พบกระบวนการในการใช้คุณลักษณะของความชอบและความถนัดในการเริ่มต้นสำรวจตัวตนและทำความเข้าใจอาชีพ ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม หลังจากทดสอบและปรับปรุงนวัตกรรมจากผลตอบรับของผู้ใช้งาน นำไปสู่การศึกษาการยอมรับนวัตกรรมแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ ผ่านการปล่อยต้นแบบในโลกออนไลน์มีผู้เข้ามาทดลองใช้และตอบแบบสอบถามทั้งหมด 131 คน พบว่านวัตกรรมมีผลทำให้กลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มไม่ชัดเจนเลย ไม่มีเป้าหมายหรือทิศทางอาชีพที่สนใจ เปลี่ยนไปเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายชัดขึ้น แนวทางการใช้ข้อมูลความชอบและความถนัด โดยการใช้ Cosine similarity ให้ผลตลอดรับในด้านความสอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพของคุณตอนนี้อยู่ในระดับกลาง แต่ผลการแนะนำอาชีพช่วยในการตัดสินใจในการเลือกเรียนต่อหรือสมัครงานอยู่ในระดับสูง แอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ ช่วยให้เกิดการทบทวนในสายอาชีพมากยิ่งขึ้น


A Feasibility Study On Alternative Printed Labelinspection Methods As Part Of Quality Control Forsmes In Thailand, Chutiwat Thammasiri Jan 2023

A Feasibility Study On Alternative Printed Labelinspection Methods As Part Of Quality Control Forsmes In Thailand, Chutiwat Thammasiri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


หนังสือกลิ่นสามมิติเพื่อการเรียนรู้ทักษะและจินตนาการในชีวิตประจำวันสำหรับผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย, ณภัสร์ฉัตร วิทยานันท์ Jan 2023

หนังสือกลิ่นสามมิติเพื่อการเรียนรู้ทักษะและจินตนาการในชีวิตประจำวันสำหรับผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย, ณภัสร์ฉัตร วิทยานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาหนังสือกลิ่นสามมิติเพื่อการเรียนรู้ทักษะและจินตนาการในชีวิตประจำวันสำหรับผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาปัจจัยที่สำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาการในการเรียนรู้ของเด็กพิการทางสายตาที่มีอายุเทียบเท่า 6-12 ปี และศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางสายตา เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของผู้พิการทางสายตาอย่างเท่าเทียม ให้ผู้ใช้งานได้ใช้เพื่อพัฒนาประสาทสัมผัสทางด้านการสัมผัส และการดมกลิ่น เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยผู้วิจัยมุ่งหวังว่าหนังสือกลิ่นสามมิตินี้จะเป็นประตูสู่โลกแห่งการเรียนรู้และจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้สัมผัสถึงความงดงามของโลกใบนี้ผ่านประสาทสัมผัสที่พวกเขามี และได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยงานวิจัยนี้ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ และสำรวจความพึงพอใจร่วมกับผู้ใกล้ชิดกับผู้พิการทางสายตา เพื่อสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ที่ไม่เพียงแต่พัฒนาประสาทสัมผัส แต่ยังเติมเต็มชีวิตประจำวันของพวกเขาด้วยประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ได้


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาเคลือบปกป้องงานศิลปะจากน้ำยาเซลลูโลส, ธนริศย์ ตันติศรัญรัตน์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาเคลือบปกป้องงานศิลปะจากน้ำยาเซลลูโลส, ธนริศย์ ตันติศรัญรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้วิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาเคลือบปกป้องงานศิลปะจากน้ำยาเซลลูโลส เนื่องจากผู้บริโภคมีความสนใจในภาพวาดศิลปะเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ด้วยเทคโนโลยีนาโนคอมโพสิต และประเมินศักยภาพทางการตลาดผ่านการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ 7 คน และการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ผลการศึกษานำมาใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถพัฒนาเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บริโภคคาดหวังว่าน้ำยาเคลือบปกป้องงานศิลปะจากน้ำยาเซลลูโลสจะปกป้องและรักษาคุณภาพของภาพวาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของศิลปิน ผู้บริโภคยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสมเหตุสมผล การสำรวจพบว่าความสนใจในผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 72.68% ข้อสรุปสำคัญในการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดคือการสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายและสะดวก รวมถึงการระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน และการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ง่ายและไม่เปลี่ยนแปลงคุณค่าของงานศิลปะ จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินสำหรับการจ้างผลิต (OEM) ด้วยเงินลงทุน 2,100,000 บาท การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินเมื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคา 350 บาท และคาดการณ์ส่วนแบ่งตลาดที่ 5% พบว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวกที่ 15,068,820 บาท และมีอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) สูงถึง 87.5% นอกจากนี้ ธุรกิจยังมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ที่สั้นเพียง 2.21 ปี สรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลือบปกป้องงานศิลปะจากน้ำยาเซลลูโลสมีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบและโปรแกรมควบคุมแสงสว่างทางไกลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของผู้ออกแบบแสงสว่างและทีมงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย, ธรรมนูญ จีระโสตถิกุล Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบและโปรแกรมควบคุมแสงสว่างทางไกลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของผู้ออกแบบแสงสว่างและทีมงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย, ธรรมนูญ จีระโสตถิกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบและอุปกรณ์สำหรับการควบคุมแสงสว่างในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย ในขณะที่หน่วยงานรัฐบาลประเทศไทยมีนโยบายการส่งออกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของประเทศ ส่งผลต่อความต้องการบุคลากรเชี่ยวชาญมากขึ้น ผู้วิจัยพบว่ากรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศได้ประยุกต์ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งสัญญาณระยะไกลในการควบคุมระบบแสงในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ดังนั้นงานวิจัยฉบับนี้จะศึกษาการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรและประเมินความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับนักออกแบบและผู้ควบคุมระบบแสงในประเทศไทย การศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลทั้งการศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์การออกแบบแสงในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการศึกษาเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 ราย ผู้วิจัยได้นำเสนอการออกแบบระบบควบคุมแสงผ่านอินเทอร์เน็ตที่ประยุกต์ให้เหมาะสมกับผู้ออกแบบแสงชาวไทย ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development) ผลิตภัณฑ์ต้นแบบถูกออกแบบโดยเน้นความง่ายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์และความสะดวกในการใช้งาน เพื่อรองรับผู้ที่มีความรู้ที่จำกัด มุ่งลดแรงงาน ประหยัดเวลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาการยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่พบว่าผู้ที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีความเห็นว่ามีประโยชน์และตรงความต้องการ ได้คะแนนมากถึง 4.45 คะแนน และมีความสนใจใช้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบจริง ได้คะแนน 4.4 คะแนน ในส่วนของการคาดการณ์และสมมุติฐานการดำเนินการทางธุรกิจก็มีความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจด้วยระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ในระยะเวลาประมาน 3 ปี 4 เดือน


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือ เพื่อแนะนำที่พักอาศัยสำหรับเช่าที่เหมาะสมแก่ผู้เข้าพักและผู้ให้เช่าที่อาศัยในกรุงเทพและปริมณฑล, พิชญาภา พิทักษ์บุรี Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือ เพื่อแนะนำที่พักอาศัยสำหรับเช่าที่เหมาะสมแก่ผู้เข้าพักและผู้ให้เช่าที่อาศัยในกรุงเทพและปริมณฑล, พิชญาภา พิทักษ์บุรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้พัฒนาเครื่องมือแนะนำที่่พักอาศัยสำหรับเช่าให้เหมาะสมแก่ผู้พักอาศัย ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล โดยใช้ระบบแนะนำ (Recommendation System) ในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น และเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการเปรียบเทียบเสนอราคาที่แตกต่างและการเลือกสไตล์การตกแต่ง โทนสีของที่พักได้อีกด้วย เครื่องมือที่ได้ทำการพัฒนาอยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ ใช้งานง่าย มีภาพประกอบ มีความปลอดภัย และ คาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้ค้นหาที่พักอาศัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้เว็บไซต์ของกลุ่มตัวอย่าง 2 ส่วน ได้แก่ ผู้เช่าพักอาศัยในเขตกรุงเทพและเขตปริมณฑล และ ผู้ให้เช่าที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพและเขตปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 433 ราย โดยทั้ง 2 กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสนใจในการใช้เว็บไซต์แนะนำที่พักอาศัยสำหรับเช่า มีค่าเฉลี่ยผลรวมอยู่ที่ 4.00 และ 4.08 ตามลำดับ


การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเอไอแชทบอทมาใช้เป็นที่ปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ของคนไทยในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยใช้เทคโนโลยี NLP และ ChatGPT4 เพื่อให้เอไอมีการใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับการให้คำปรึกษาโดยมนุษย์ และสามารถโต้ตอบเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนไทย ได้รับคำปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อทำให้ผู้ใช้มีที่ปรึกษาด้านความรักของตนเอง อีกทั้งยังรู้สึกเสมือนได้พูดคุยกับเพื่อนที่พร้อมรับฟัง ช่วยแก้ปัญหา ปลอมประโลมจิตใจตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความรัก ความสัมพันธ์ในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมด้านความรัก รวมถึงความต้องการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ด้านความรัก จำนวน 10 คน และใช้แบบสอบถามสำรวจการยอมรับในนวัตกรรมแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน จากการสำรวจการยอมรับในแอปพลิเคชันพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักร้อยละ 94.9 จากนั้นจึงนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสารสกัดจากใบข้าว ที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน, พีรญาณ์ วรคุณพิสิฐ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสารสกัดจากใบข้าว ที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน, พีรญาณ์ วรคุณพิสิฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่เสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้สารสกัดจากใบข้าวที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน การวิจัยได้ประเมินความต้องการของตลาด ศักยภาพของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย การยอมรับของผู้บริโภค โอกาสทางธุรกิจ และการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจถูกผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่าง 12 คน และการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 100 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาออกแบบและพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและเป้าหมายเชิงพาณิชย์ โดยผลการวิจัย พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี สามารถตอบความต้องการของตลาด โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุที่มีประวัติเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งต้องการดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เจลลี่เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ที่ผสมสารสกัดจากใบข้าวจะวางจำหน่ายในราคา 60 บาทต่อซองหรือ 1,800 บาทต่อกล่อง ผ่านช่องทางออนไลน์และร้านขายยา นอกจากนี้ เมื่อการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน พบว่า มีศักยภาพในการทำกำไร โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 17,697,198.8 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน 45.25% และระยะเวลาคืนทุนภายใน 2.54 ปี ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์เจลลี่สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ที่ผสมสารสกัดจากใบข้าวซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์, ภูวเนศวร์ แสนจิตต์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์, ภูวเนศวร์ แสนจิตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้วิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ เนื่องจากแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ผู้วิจัยได้นำสารเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ที่เกิดจากเทคโนโลยีการสังเคราะห์มาใช้ในการคืนกลับเนื้อฟัน (Remineralization) และประเมินศักยภาพทางการตลาดผ่านการสัมภาษณ์สัตวแพทย์ 5 คน และสำรวจความคิดเห็นเจ้าของสุนัข 100 คน ผลการศึกษาใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์จะช่วยให้สุขภาพฟันของสุนัขดีขึ้น และต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสมเหตุสมผล ข้อสรุปสำคัญในการออกแบบกลยุทธ์คือการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายและระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินสำหรับการจ้างผลิต (OEM) ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ ด้วยเงินลงทุน 1,500,000 บาท การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินเมื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคา 350 บาท และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 5% พบว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวกที่ 1,298,261.11 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 24.17% ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) อยู่ที่ 2.76 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน สรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ โดยใช้การวิเคราะห์จากข้อมูลผ่านระบบ Recommendation System เพื่อค้นหาของขวัญให้เหมาะกับงบประมาณและความชอบของผู้รับ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในช่วงวัยทำงานและมีพฤติกรรมซื้อของออนไลน์ พบว่ามีปัญหาในการที่ต้องเลือกซื้อของขวัญภายใต้งบประมาณที่จำกัด ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ให้และผู้รับนอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาของขวัญ ทำให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นและคาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องเข้าสังคมและมีการซื้อของขวัญในแต่ละปี จํานวนทั้งสิ้น 406 คน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนมากจะมอบของขวัญในวันแสดงความยินดีต่างๆ วันเกิด และ วันปีใหม่ โดยประเภทของขวัญที่มอบให้มีหลากหลายขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ให้และความชอบของผู้รับ และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 15 คน ได้มีการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อ โดยผู้ทำแบบสำรวจได้ให้ความสนใจในการใช้แอปพลิเคชันช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ เพราะช่วยประหยัดเวลาในการหาของขวัญได้และเป็นของขวัญที่อยู่ภายใต้งบประมาณ