Perceptions Of Principal Instructional Leadership In High-Performing, High-Poverty Elementary Schools In South Carolina,
2024
Gardner-Webb University
Perceptions Of Principal Instructional Leadership In High-Performing, High-Poverty Elementary Schools In South Carolina, Labrenthia Denise Khaalid
Doctor of Education Dissertations
The achievement gap between high-poverty and low-poverty schools is well documented. Principals play a key role in creating the conditions and instituting practices that help ensure students achieve regardless of socioeconomic status. In addition to teachers’ direct effect, strong principals have a positive, though primarily indirect, effect on student achievement. Highly effective principal instructional leadership is crucial. The purpose of this study was to determine if there is a significant difference in principal, teacher, and supervisor perceptions of principal instructional leadership in high-performing, high-poverty (HP-HP) elementary schools in South Carolina. The Principal Instructional Management Rating Scale (PIMRS), comprised of 10 …
Environmental Scan Of Instructional Technology Used To Develop And Deliver Virtual Training,
2024
The Institute of Child Nutrition Applied Research Division
Environmental Scan Of Instructional Technology Used To Develop And Deliver Virtual Training, Jane Peterson Phd, Rdn, Beverly Girard Phd, Mba, Rdn, Heontae Kim Phd
Institute of Child Nutrition, Applied Research Division
Virtual training has become an important method for delivering professional development to child nutrition program (CNP) professionals. This study examined the instructional technologies used by industry organizations, universities, State agencies, and consultants to develop and deliver virtual training for CNP professionals. The study also explored the benefits, challenges, emerging trends, and best practices associated with virtual training.
Using qualitative research methods, researchers conducted an environmental scan and semi-structured interviews with 26 key informants representing State agencies, allied organizations, higher education institutions, and CNP consultant trainers. Participants provided information regarding the instructional technologies they use, training delivery methods, challenges, and effective …
Child Nutrition Programs, Fall 2023: Challenges And Support Systems,
2024
The Institute of Child Nutrition Applied Research Division
Child Nutrition Programs, Fall 2023: Challenges And Support Systems, Kymberle Gordon Phd
Institute of Child Nutrition, Applied Research Division
Child nutrition programs (CNPs) continue to face challenges related to rising food costs, labor shortages, product shortages, supply chain disruptions, and mental health stressors following the COVID-19 pandemic. This study examined the persistence of these challenges during the Fall 2023 school year, assessed the usefulness of support systems, and explored child nutrition professionals’ perceptions of their work and program support.
A national rapid-response survey was conducted among school nutrition and Child and Adult Care Food Program (CACFP) professionals. Findings revealed that increased food costs, labor shortages, and product shortages remained the most significant challenges. Communication and collaboration with coworkers, industry …
กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้สะตีมศึกษา,
2024
คณะครุศาสตร์
กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้สะตีมศึกษา, วัลย์ลดา ภวภูตานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิดของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาและกรอบแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา 2) เพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา 3) เพื่อพัฒนากลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 340 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการ หัวหน้างานวิชาการหรือหัวหน้าหลักสูตร และครูผู้สอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม ผลวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 3 งาน คือ (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนการสอน และ (3) การวัดและประเมินผล กรอบแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา ได้แก่ (1) การบูรณาการความรู้นำไปใช้ในการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาได้กับชีวิตจริง (2) การบูรณาการความรู้นำไปใช้ในการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และ (3) การบูรณาการความรู้นำไปใช้ในการทำงานร่วมกันและการทำงานเป็นทีม 2) สภาพปัจจุบันของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา อยู่ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อจำแนกการบริหารวิชาการ พบว่าความจำเป็นสูงสุงคือ การจัดการเรียนการสอน รองลงมาคือการพัฒนาหลักสูตร และการวัดและประเมินผล ตามลำดับ เมื่อจำแนกผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา พบว่า ความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ การบูรณาการความรู้นำไปใช้ในการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาได้กับชีวิตจริง รองลงมาคือการบูรณาการความรู้นำไปใช้ในการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และการบูรณาการความรู้นำไปใช้ในการทำงานร่วมกันและการทำงานเป็นทีม ตามลำดับ ส่วนด้านสภาพแวดล้อมภายนอก พบว่า ความต้องการจำเป็นสูงสุด ด้านนโยบายของรัฐ คือ การวัดและประเมินผล ด้านสภาพเศรษฐกิจ คือ การพัฒนาหลักสูตร ด้านสภาพสังคม คือ การวัดและประเมินผล และด้านเทคโนโลยี คือ การวัดและประเมินผล 3) กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ (1) ขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง (2) ยกระดับการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ของสะตีมศึกษา ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง …
นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนคาทอลิกตามแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ,
2024
คณะครุศาสตร์
นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนคาทอลิกตามแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ, ทิพากร สุขชูศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนคาทอลิกและกรอบแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนคาทอลิกตามแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ และ 3) พัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนคาทอลิกตามแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ ประชากร คือ โรงเรียนคาทอลิก รวม 369 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ โรงเรียนขั้นพื้นฐานระดับประถมและมัธยม จาก 11 สังฆมณฑลในประเทศไทย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 44 โรงเรียน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นและการสุ่มอย่างง่าย ผู้ให้ข้อมูล จำนวน 575 คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หัวหน้างานหลักสูตร หัวหน้างานวิชาการระดับชั้น และครู เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจําเป็น (PNImodified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการ ประกอบด้วย (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนการสอน (3) การวัดและประเมินผล และกรอบแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วย (1) ทักษะการคิด (2) ทักษะการทำงาน (3) ทักษะส่วนบุคคล (4) ทักษะเทคโนโลยี 2) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนคาทอลิกตามแนวคิดทักษะสู่ความสำเร็จ พบว่า การพัฒนาหลักสูตร มีลำดับความจำเป็นสูงสุด รองลงมา คือ การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล 3) นวัตกรรมการบริหารวิชาการ คือ นวัตกรรมการบริหารวิชาการเสริมทักษะการคิด ประกอบด้วย 3 นวัตกรรมย่อย คือ (1) การบริหารหลักสูตรเสริมทักษะการคิด (2) การบริหารการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะการคิด (3) การบริหารการวัดและประเมินผลเสริมทักษะการคิด
นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ,
2024
คณะครุศาสตร์
นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ, อัจจิมาวรรณ บูรณะสัมฤทธิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดของการบริหารงานวิชาการและเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ 2) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ และ 3) พัฒนานวัตกรรมการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดเสรีภาพอย่างมีความรีบผิดชอบ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมพหุระยะ โดยการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากผู้บริหารและครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนละ 3 คน จำนวน 342 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.975 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคลกับผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ (Best Practice School) 2 แห่ง และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดของการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนการสอน (3) การพัฒนาสื่อการสอน (4) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/กิจกรรมเสริมหลักสูตร และ (5) การวัดและประเมินผล ส่วนกรอบแนวคิดเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ ประกอบด้วย 4 ทักษะ ได้แก่ (1) เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการพูดควบคู่กับความรับผิดชอบในการรับฟัง (2) เสรีภาพในการนับถือศาสนาและการกราบไหว้บูชาควบคู่กับความรับผิดชอบในการยอมรับความแตกต่าง (3) เสรีภาพจากความขาดแคลนควบคู่กับความรับผิดชอบในการเกื้อกูลผู้อื่น และ (4) เสรีภาพจากความกลัวควบคู่กับความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทของตน 2) ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโดยรวมอยู่ในระดับสูง โดยมีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด ได้แก่ การวัดและประเมินผล (PNIModified = 0.122) รองลงมาคือ การพัฒนาสื่อการสอน (PNIModified = 0.114) การดำเนินกิจกรรมเสริมหลักสูตร (PNIModified = 0.106) การพัฒนาหลักสูตร (PNIModified = 0.096) …
นวัตกรรมการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์,
2024
คณะครุศาสตร์
นวัตกรรมการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์, อรวีร์ รัตนเพียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดของการบริหารงานวิชาการและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และ 3) พัฒนานวัตกรรมการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมพหุระยะ โดยการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากผู้บริหารและครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนละ 3 คน จำนวน 345 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.975 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคลกับผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ (Best Practice School) 3 แห่ง และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดของการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนการสอน (3) การพัฒนาสื่อการสอนและแหล่งเรียนรู้ และ (4) การวัดและประเมินผล ส่วนกรอบแนวคิดของทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ประกอบด้วย 6 ทักษะ ได้แก่ (1) การนิยามและตีความ (2) การวิเคราะห์และสำรวจตรวจสอบ (3) การคิดเชิงประเมิน (4) การอนุมานและสังเคราะห์ (5) การอธิบาย และ (6) การสะท้อนตนเอง 2) ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโดยรวมอยู่ในระดับสูง โดยมีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด ได้แก่ การพัฒนาสื่อการสอนและแหล่งเรียนรู้ (PNI Modified = 0.072) รองลงมา ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร (PNI Modified = 0.067) การจัดการเรียนการสอน (PNI Modified = …
Academic Management Innovation To Foster Teacherpreneur Competency Of Normal University Students In Yunnan Province, China,
2024
Faculty of Education
Academic Management Innovation To Foster Teacherpreneur Competency Of Normal University Students In Yunnan Province, China, Dihui Liu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to (1) study the conceptual framework of teacherpreneur competency and academic management and, (2) assess the level of teacherpreneur competency among Normal University Students, (3) analyze priority needs for academic management development to foster teacherpreneur competency, and (4) develop academic management innovation to foster teacherpreneur competency in Normal University Students. A multiphase mixed-methods research design was employed. Phase One evaluated the conceptual framework by 5 experts. Phase Two surveyed 400 students (with an additional 400 respondents: 30 for the pilot study and 370 for exploratory factor analysis). Phase Three collected institutional data from 70 programs (1 director …
Academic Management Innovation Based On The Concept Of Meta Skills For Private Higher Education Institutions In Sichuan, China,
2024
Faculty of Education
Academic Management Innovation Based On The Concept Of Meta Skills For Private Higher Education Institutions In Sichuan, China, Chi Che
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to 1) study the conceptual framework of academic management and metaskills, 2) examine the level of meta-skills among students in Sichuan private higher education institutions (HEIs), 3) analyze the priority needs in developing academic management to enhance meta-skills, and 4) develop an academic management innovation to foster meta-skills in private HEIs. This study employed a multi-phase mixed-methods research design, integrating both quantitative and qualitative approaches. The study involved ten private HEIs across Sichuan Province. The instruments used included a meta-skills development questionnaire, academic management evaluation form, expert validation form, and structured interview protocols. Data were analyzed using …
Inclusive Leadership Development Innovation For University Faculty Members In Chongqing, China,
2024
Faculty of Education
Inclusive Leadership Development Innovation For University Faculty Members In Chongqing, China, Changjiang Tang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to 1) study the conceptual framework of inclusive leadership and professional development of university faculty members, 2) study the level of inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China, 3) analyses the priority needs in professional development to enhance the inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China, and 4) develop the professional development innovation to enhance the inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China. This study employed a multi-phase mixed-method design, combining quantitative and qualitative data collection. The sample consisted of 17 universities, 366 university faculty members in Chongqing, China. Informants included …
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก,
2024
คณะครุศาสตร์
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก, ณัฐณิชา หวังดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ตัวอย่างที่ศึกษา คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 240 แห่ง จากผู้ตอบแบบสอบถาม 460 คน สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่าความเที่ยงระดับสูงมาก (α ≥ .90) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการศึกษาความต้องการจำเป็น พบว่า การส่งเสริมภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ผ่านการบริหารวิชาการภาพรวม ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การดูแลตนเองทางร่างกาย (PNIModified = 0.194) รองลงมาเท่ากันสองอันดับ คือ ความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามด้านภาพลักษณ์ทางร่างกายและการมีมโนทัศน์ความงามที่หลากหลาย (PNIModified = 0.193) เมื่อพิจารณาการพัฒนางานบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษารายด้าน พบว่า ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (PNIModified = 0.212) รองลงมา คือ การจัดการเรียนรู้ (PNIModified = 0.190) เมื่อพิจารณารายข้อด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ พบว่า ประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากการประเมินไปใช้ในการตัดสินใจและพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ (PNIModified = 0.219) โดยภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุดในประเด็นนี้ คือ ความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามด้านภาพลักษณ์ทางร่างกาย (PNIModified = 0.230) ผลการศึกษา แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ได้แนวทางที่ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก 8 แนวทางย่อย 22 วิธีดำเนินการ ได้แก่ แนวทางหลักที่ 1 ส่งเสริมการนำผลการประเมินไปใช้ในการตัดสินใจและพัฒนาผู้เรียน ด้านความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามด้านภาพลักษณ์ทางร่างกาย และการมีมโนทัศน์ความงามที่หลากหลาย แนวทางหลักที่ 2 สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมการตระหนักถึงการมีมโนทัศน์ความงามที่หลากหลาย และการเห็นคุณค่าและยอมรับร่างกาย …
Ethical Leadership Development Strategies Of University Faculty Members In Jiangsu, The People's Republic Of China,
2024
Faculty of Education
Ethical Leadership Development Strategies Of University Faculty Members In Jiangsu, The People's Republic Of China, Wenhao Wu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to 1) To study the conceptual frameworks of ethical leadership development and ethical leadership of university faculty members. 2) To study the ethical leadership levels of university faculty members in Jiangsu Province, China. 3) To analyze the strengths, weaknesses, opportunities, and threats of ethical leadership development of university faculty members in Jiangsu Province, China and 4) To develop ethical leadership development strategies of university faculty members in Jiangsu, the People's Republic of China. This study employed a multi-phase mixed methods research design,integrating both quantitative and qualitative approaches. The study involved 562 faculty members and 206 administrators from …
กลยุทธ์การบริหารวิชาการเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยสําหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา,
2024
คณะครุศาสตร์
กลยุทธ์การบริหารวิชาการเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยสําหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา, นิรชา โพธิ์พรมศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา และแนวคิดความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัย 2) ศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา 3) พัฒนากลยุทธ์การบริหารวิชาการเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multi-Phase Mixed Method) ใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) และข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 287 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียน และครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 861 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 3 งาน คือ (1) การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา (2) การจัดการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ (3) การวัดและประเมินผล กรอบแนวคิดความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัย ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ (1) ความพึงพอใจในชีวิต (2) ความรู้สึกเชิงบวกและลบ (3) ความรู้สึกในชีวิตที่มีความหมาย 2) จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา มี 3 ประการ ได้แก่ 2.1 จุดแข็งของการบริหารวิชาการ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาด้านความพึงพอใจในชีวิตและความรู้สึกในชีวิตที่มีความหมาย การจัดการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านความพึงพอใจในชีวิตและความรู้สึกในชีวิตที่มีความหมาย การวัดและประเมินผลด้านความพึงพอใจในชีวิต 2.2 จุดอ่อนของการบริหารวิชาการ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านความรู้สึกเชิงบวกและลบ การจัดการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านความรู้สึกเชิงบวกและลบ การวัดและประเมินผลด้านความรู้สึกเชิงบวกและลบ และ ความรู้สึกในชีวิตที่มีความหมาย 2.3 โอกาสและภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา มีสภาพเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีเป็นโอกาส มีการเมืองและนโยบายรัฐ เป็นภาวะคุกคาม การจัดการเรียนการสอน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มีการเมืองและนโยบายรัฐ เป็นโอกาส …
โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารตามการอบรมโดยใช้ละครเป็นฐาน
สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน,
2024
คณะครุศาสตร์
โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารตามการอบรมโดยใช้ละครเป็นฐาน สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน, ชัญญา วิภารังสี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาสมรรถนะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนเอกชน 2) ออกแบบโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารโดยใช้ละครเป็นฐานสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน และ 3) วิเคราะห์ผลการใช้โปรแกรมดังกล่าว การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสมรรถนะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสามัญศึกษา 3 ประเภท เก็บข้อมูลจากผู้อำนวยการ 3 คน และครู 9 คน รวม 12 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 20 ข้อ (IOC = 0.76) พบว่าผู้บริหารต้องการพัฒนาการพูดมากที่สุด รองลงมาคือ การสอนงาน การจัดการทีม และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน ระยะที่ 2 ออกแบบโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารโดยใช้ละครเป็นฐาน ระยะเวลา 180 นาที ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1) อารัมภบท 2) อุ่นเครื่องร่างกาย 3) ฝึกสติและจินตนาการ 4) บทบาทสมมติ 5) การสะท้อนกลับ และ 6) การสรุป โดยอาศัยความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ผ่านการระดมสมองอย่างเป็นระบบ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมด้านโครงสร้าง เนื้อหา กระบวนการ และการประเมินผล ได้โปรแกรมที่สมบูรณ์ชื่อ "ข้ามขีดจำกัดการสื่อสารด้วยโปรแกรมพัฒนาผ่านการใช้ศาสตร์ละครเป็นฐาน" ระยะที่ 3 ทดสอบประสิทธิภาพโปรแกรมกับผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชน 3 คน สัมภาษณ์เชิงลึกก่อนและหลังเข้าร่วม รวมถึงสังเกตพฤติกรรมระหว่างการฝึกอบรม พบว่าผู้บริหารมีการพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารด้านการพูดที่ชัดเจน กระชับ มีความมั่นใจ และการใช้น้ำเสียงอย่างเหมาะสม รวมถึงการควบคุมอารมณ์ได้ดี ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ละครเป็นฐานในการฝึกอบรมสามารถส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการสื่อสารด้านการพูดในการบริหาร และการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับครูของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนได้อย่างมีประสิทธิผล
นวัตกรรมการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก,
2024
คณะครุศาสตร์
นวัตกรรมการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก, ธนภูวดล เวชชวณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารโรงเรียนและกรอบแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก 2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก 3) พัฒนานวัตกรรมการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งเป็น 3 ระยะ ประชากร คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 2,085 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 255 โรงเรียน โดยใช้สูตรของ Krejcie & Morgan ที่ความเชื่อมั่น 95% ในการคำนวณกลุ่มตัวอย่างและใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือรองผู้อำนวยโรงเรียน หัวหน้าฝ่ายวิชาการและครูแนะแนว จำนวน 765 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณความถี่ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารโรงเรียนประกอบด้วย การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียน การสอน และการวัดและการประเมินผล กรอบแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ประกอบด้วย พลังในการค้นหาตัวตนพลังความมั่นใจในตนเองพลังความร่วมมือจิตสาธารณะความปรารถนาที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม 2) ผลการวิเคราะห์สภาพการบริหารโรงเรียนในภาพรวม พบว่า สภาพปัจจุบันมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก x̄ = 3.838 และสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด x̄ = 4.537 โดยสภาพปัจจุบันและสภาพ ที่พึงประสงค์ ด้านการจัดการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตร และด้านการวัดและ การประเมินผล ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในภาพรวม พบว่ามีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาอยู่ที่ PNImodified = 0.182 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสูงสุดคือด้านการวัดและการประเมินผล มีค่าความต้องการจำเป็นสูงที่สุด (PNImodified = 0.201) รองลงมา คือ การพัฒนาหลักสูตร (PNImodified = 0.194) และการจัดการเรียนการสอน (PNImodified = 0.161) ตามลำดับ 3) …
The Department Chair’S Role In Fostering Equity: Faculty Evaluation,
2024
Southern Illinois University Edwardsville
The Department Chair’S Role In Fostering Equity: Faculty Evaluation, Susan Morgan, Lynn Bartels
SIUE Faculty Research, Scholarship, and Creative Activity
No abstract provided.
The Department Chair’S Role In Fostering Equity: Recruitment And Hiring,
2024
Southern Illinois University Edwardsville
The Department Chair’S Role In Fostering Equity: Recruitment And Hiring, Susan Morgan, Lynn Bartels
SIUE Faculty Research, Scholarship, and Creative Activity
No abstract provided.
The Department Chair’S Role In Fostering Equity: Family-Friendly Policies,
2024
Southern Illinois University Edwardsville
The Department Chair’S Role In Fostering Equity: Family-Friendly Policies, Susan Morgan, Lynn Bartels, Leah O'Brien
SIUE Faculty Research, Scholarship, and Creative Activity
No abstract provided.
Annual Report Of The Registrar 2023/2024,
2024
University of Northern Iowa
Annual Report Of The Registrar 2023/2024, University Of Northern Iowa
Institutional Effectiveness & Planning Documents
Contents:
--- Definitions
--- Some Comparisons
--- Annual Report Data
--- Summary of Attendance
--- Attendance by Session
--- Full-Time Equivalency Enrollment
--- Degrees Granted 2023/24
--- Degree Summary 2023/24
--- Program Certificates 2023/24
--- Miscellaneous Enrollment Information
--- Degrees Granted by College, Degree and Racial/Ethnic Classification
Families And Educators Co-Designing: Critical Education Research As Participatory Public Scholarship,
2024
Learning Policy Institute, Palo Alto, CA
Families And Educators Co-Designing: Critical Education Research As Participatory Public Scholarship, Laura Hernández, University Neighborhood Partners, Salt Lake City, Ut, Gerardo R. López, Jennifer Mayer-Glenn, Leticia Alvarez Gutiérrez, Taeyeon Kim, Amadou Niang, Sonny Partola, Alma Yanagui
Department of Educational Administration: Faculty Publications
For the past six years, we—members of the Family-School Collaboration Design Research Project—have been working to understand and transform family-school relationships in Salt Lake City, Utah. Our group includes an evolving cast of scholars, family leaders, professional educators, graduate students, and organizers. We are trying to create spaces where culturally and linguistically diverse (CLD) families-families whose language and culture differ from the dominant school culture-have real voice in schools and can partner equitably with educators.
We are a part of a national network of scholars, practitioners, and family and community leaders called the Family Leadership Design Collaborative (FLDC). Since 2016, …
