การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแสดงของไมเคิล เชคอฟ เพื่อพัฒนาความสามารถในการเข้าสู่การเป็นตัวละครของนักแสดง : กรณีศึกษาตัวละคร โลมอฟ ในบทละครเรื่อง เดอะ พรอพโพเซิล ของ แอนตัน เชคอฟ,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแสดงของไมเคิล เชคอฟ เพื่อพัฒนาความสามารถในการเข้าสู่การเป็นตัวละครของนักแสดง : กรณีศึกษาตัวละคร โลมอฟ ในบทละครเรื่อง เดอะ พรอพโพเซิล ของ แอนตัน เชคอฟ, สหัสวรรษ โชติขันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแสดงของไมเคิล เชคอฟ (Michael Chekhov) ในการพัฒนาทักษะด้านความเชื่อในตัวละครและสมาธิ ผ่านกระบวนการฝึกซ้อมบทบาท “โลมอฟ” จากละครเรื่อง “The Proposal” ซึ่งเป็นละครแนวฟาร์ซที่มีความซับซ้อนทั้งทางอารมณ์และจังหวะการแสดง การใช้เทคนิคเชคอฟช่วยให้นักแสดงสามารถเข้าถึงสภาวะภายในของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น และเสริมสร้างสมาธิที่มั่นคงระหว่างการแสดง ส่งผลให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์และพลังของบทบาทได้อย่างเต็มที่ ในกระบวนการฝึกซ้อมผู้วิจัยได้เผชิญกับความท้าทายเรื่องการใช้พลังงานทางร่างกายที่ส่งผลต่อการถ่ายทอดอารมณ์และความเข้มข้นของตัวละคร จึงมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการฝึกซ้อมโดยเน้นการปรับสมดุลของพลังงานและการตอบสนองในกลุ่มนักแสดง ผลจากการปรับวิธีฝึกนี้ทำให้เกิดพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งในด้านความมั่นใจและการแสดงออกของนักแสดงแม้ว่าในวันแสดงจริงจะมีข้อจำกัดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้การแสดงสามารถจัดขึ้นได้เพียงรอบเดียว และไม่สามารถเก็บข้อมูลจากผู้ชมได้อย่างครบถ้วน แต่ผลการประเมินจากการสะท้อนตนเองของผู้วิจัย รวมถึงความคิดเห็นจากผู้กำกับและผู้ทรงคุณวุฒิ ยังคงยืนยันว่าเทคนิคของไมเคิล เชคอฟเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการแสดงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในด้านการสร้างและรักษาภาวะตัวละครที่มีความซับซ้อนและหลากหลายทางอารมณ์
การกํากับการแสดงละครเวทีประเภทละครโศกนาฏกรรมจำอวด เพื่อนำเสนอปัญหาการหลีกหนีความเป็นจริง : กรณีศึกษา เรื่อง เดอะ เมดส์ ของ ฌอง เฌอเนต์,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การกํากับการแสดงละครเวทีประเภทละครโศกนาฏกรรมจำอวด เพื่อนำเสนอปัญหาการหลีกหนีความเป็นจริง : กรณีศึกษา เรื่อง เดอะ เมดส์ ของ ฌอง เฌอเนต์, เมธาวุฒิ นวลฉวี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีตามแนวทางของละครประเภทโศกนาฏกรรมจำอวด (Tragic Farce) ผ่านกรณีศึกษาการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เดอะ เมดส์ (The Maids) ของ ฌอง เฌอเนต์ โดยมุ่งหมายในการถ่ายทอดประเด็น “การหลีกหนีความเป็นจริง” (Escapism) อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวคิดเชิงจิตวิทยาที่อ้างอิงจากทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) ผู้วิจัยในฐานะผู้กำกับการแสดงได้ออกแบบและดำเนินกระบวนการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วยการตีความบทละคร การพัฒนาแนวทางการกำกับการแสดงที่บูรณาการองค์ประกอบของโศกนาฏกรรมกับลักษณะตลกร้ายของละครจำอวด การฝึกซ้อมกับนักแสดง การออกแบบองค์ประกอบศิลป์ และการจัดการแสดงต่อผู้ชมจริง รวมถึงการเก็บข้อมูลปฏิกิริยาของผู้ชมจำนวน 325 คน โดยอาศัยทั้งวิธีการเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ชมส่วนใหญ่สามารถรับรู้และเข้าใจสาระสำคัญของประเด็น “การหลีกหนีความเป็นจริง” ได้อย่างชัดเจน และมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่สะท้อนถึงการเข้าถึงแก่นสารของบทละคร การกำกับการแสดงตามแนวทางโศกนาฏกรรมจำอวดช่วยลดทอนภาวะตึงเครียดของผู้ชมลง ขณะเดียวกันยังสามารถคงไว้ซึ่งความเข้มข้นทางความหมายและพลังของสารที่ต้องการสื่อ ผลการวิจัยยืนยันว่าการกำกับการแสดงละครเวทีโดยผสานแนวคิดทางจิตวิทยาเข้ากับรูปแบบโศกนาฏกรรมจำอวดสามารถเป็นแนวทางที่ทรงประสิทธิภาพในการสื่อสารประเด็นทางจิตใจที่ซับซ้อนในบริบทร่วมสมัย และส่งเสริมให้เกิดการใคร่ครวญตนเองในหมู่ผู้ชมได้อย่างลุ่มลึก
Portraying Women In Eugene O’Neill Plays: How Life Affects Art And How Art Is Made Manifest,
2024
Liberty University
Portraying Women In Eugene O’Neill Plays: How Life Affects Art And How Art Is Made Manifest, Charity M. Turley
Senior Honors Theses
Throughout his career, Eugene O’Neill wrote plays with strong and compelling female characters which have earned him much recognition. O’Neill’s ability to perceivably tap into a humans’ psyche and portray the deep desires of humanity was done to an extent rarely portrayed on the stage before; especially giving such complex characteristics to women, which was unconventional and unexpected for his time. Many have asked, therefore, what led O’Neill to write women as boldly as he did? It is known that his formative familial and romantic relationships were plagued by hardship, even so, he admitted to writing many of his characters …
การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นการสร้างบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยผู้วิจัยเลือกการนำเสนอผ่านรูปแบบละครเพลงและการเล่าเรื่องผ่านหลายตัวละคร ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าผ่านหนังสือ เอกสารวิชาการ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ร่วมจากนั้นจึงนำมาสกัดเพื่อออกแบบตัวละครและโครงเรื่อง โดยผู้วิจัยเน้นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักที่เป็นคนใกล้ชิดผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสี่คน ที่มีสถานะความสัมพันธ์ต่อผู้ป่วยต่างกัน อาทิ คนรัก พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนำเสนอมิติที่หลากหลายของคนใกล้ชิดผู้ป่วย บทละครในงานวิจัยชิ้นนี้ถูกจัดแสดงในชื่อ Spotlight on sunset โดยมีการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ชมทั่วไป และการเสวนาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะการละครและด้านจิตเวชศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่าบทละครสามารถทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นได้ผ่านการถ่ายทอดโดยตัวละครและการดำเนินเรื่องรวมถึงเนื้อหาในบทเพลง แต่ผู้วิจัยยังไม่สามารถใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักหลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้มุมมองของผู้ชมยังคงอยู่กับตัวผู้ป่วยมากกว่าที่จะติดตามตัวละครคนใกล้ชิดดังที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้การใช้บทเพลงที่มากเกินไปและเล่าใจความเดิมซ้ำ ๆ ก็ทำให้ละครมีความยาวมากจนอาจทำให้ผู้ชมหลุดออกจากเรื่องได้
การศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรม แนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ ซิสเตอร์ ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียม,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรม แนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ ซิสเตอร์ ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียม, ปิยนาฏ เลิศบัญชร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ซิสเตอร์ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อที่จะสามารถสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมได้ เนื่องด้วยการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมเป็นแนวที่ผู้วิจัยคิดว่าตนเองยังไม่ถนัดและมีความสนใจที่จะเรียนรู้เพื่อหากระบวนการการกำกับการแสดงที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมและในขณะเดียวกันก็สามารถสื่อสารประเด็นสำคัญเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมที่เป็นเรื่องที่กระทบใจผู้วิจัยอย่างมากที่ซ่อนอยู่ในเรื่องไปด้วยได้ โดยบทละครเรื่องนี้มีความท้าทายตรงที่ถูกเขียนขึ้นโดยชาวมาเลย์สิงคโปร์แต่ผู้วิจัยต้องกำกับการแสดงให้ผู้ชมที่เป็นชาวไทยได้รับชม นอกจากการศึกษากระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีแล้ว ยังต้องศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงโดยข้ามวัฒนธรรมจากวัฒนธรรมมาเลย์สิงคโปร์มายังผู้ชมชาวไทยให้ได้อีกด้วยผู้วิจัยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งกระบวนการสร้างเสียงหัวเราะ สิ่งที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะ กลวิธีการเสียดสี การกำกับการแสดง และที่สำคัญคือเรื่องของศาสนาและวัฒนธรรมเพราะตัวละครในเรื่องเป็นชาวมาเลย์สิงคโปร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากสังคมไทย เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดที่มาที่ไปของการกระทำของตัวละคร นำมาวิเคราะห์ตีความและสร้างเป็นกรอบคิดเพื่อทำการทดลอง ผู้วิจัยมองว่า การจะทำให้ผู้ชมเข้าใจสารของเรื่องผ่านละครแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีนั้น จะต้องทำงานผ่าน 3 องค์ประกอบดังนี้ คือ 1. การทำงานกับนักแสดง 2.การทำงานกับจังหวะบนเวที และ 3. การทำงานกับภาพบนเวที เมื่อได้องค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้แล้ว จึงเตรียมการซ้อม โดยการวิเคราะห์ตีความตามหลักการกำกับการแสดง ทั้งการหาความคิดหลัก ความต้องการ การกระทำ และความขัดแย้ง โดยเน้นย้ำเรื่องแกนตัวละครเพื่อให้ได้มาซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบเพื่อสื่อสารให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่องเมื่อถึงวันแสดงผลการวิจัยพบว่าเมื่อทำงานผ่านองค์ประกอบทั้งสามอย่างตามหลักการกำกับการแสดงสามารถทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่อง เกิดทั้งเสียงหัวเราะและความสะเทือนใจ และสร้างความตระหนักเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมในใจของผู้ชมได้ สร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยในการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสี และยังสามารถสื่อสารประเด็นสำคัญของเรื่องให้กับผู้ชมชาวไทย ถึงแม้ว่าบทละครเรื่องนี้จะถูกเขียนขึ้นในบริบทของประเทศสิงคโปร์ได้อีกด้วย
Ask The Duke, Why: How Fabrications Can Undermine Impact In Shakespeare’S Measure For Measure,
2024
West Virginia University
Ask The Duke, Why: How Fabrications Can Undermine Impact In Shakespeare’S Measure For Measure, Spencer D. Hansen
Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)
The following document recounts the observations and consequences that result from my attempts at justifying the actions of Duke Vincentio in Shakespeare’s Measure for Measure. By following my experience through the duration of West Virginia University’s 2023 production of Measure for Measure, I examine the ramifications of justifying the Duke’s actions and the potentially harmful consequences such justifications could create with regard to the play’s reception. Additionally, this text outlines performance techniques, audience responses, rehearsal strategies, and progressive interpretations for one of Shakespeare’s most challenging characters in one of his most divisive plays.
The Merit Of Adaptation: An Exploration Of Adaptation In Regard To Sophocles’ Theban Plays And The Role Of Antigone Within The Story,
2024
Virginia Commonwealth University
The Merit Of Adaptation: An Exploration Of Adaptation In Regard To Sophocles’ Theban Plays And The Role Of Antigone Within The Story, Hogan T. Holt
Theses and Dissertations
The creation of an adaptation is extremely challenging and time-consuming, but with the right tools and inspiration, that task of creation can be eased. By looking at three different adaptations of the Theban plays, the goal of creating a new adaptation of this series of plays can be achieved. At the same time, this adaptation can achieve a goal of highlighting an important character from the original set of plays, Antigone, and give her a role that elevates her to the main protagonist across all three plays, thus allowing the Theban plays to become a more feminine piece that works …
การศึกษากระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝนร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกี : กรณีศึกษา บทละครเรื่อง Death And Maiden (เดธ แอนด์ เดอะ เมเดน) ของ แอเรียล ดอร์ฟ,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การศึกษากระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝนร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกี : กรณีศึกษา บทละครเรื่อง Death And Maiden (เดธ แอนด์ เดอะ เมเดน) ของ แอเรียล ดอร์ฟ, กุลสตรี ตั้งมานะกิจกำจาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝน ร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกีเพื่อสามารถนำไปพัฒนาการแสดงผ่านตัวละคร พอลลินา ในละครเรื่องเดธ แอนด์ เดอะ เมเดน (Death and the Maiden) โดยผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎีการแสดง และมีการฝึกฝนผ่านแบบฝึกหัดด้านการแสดงควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตนเองในด้านการเรียกความทรงจำทางประสาทสัมผัสมาใช้ในขณะทำการแสดงและพัฒนาตนเองในด้านการใช้ร่างกายเพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารของตัวละครอย่างมีอิสระและผ่อนคลาย เนื่องจากบทละครเรื่องนี้ตัวละครพอลลินา มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกับตัวผู้วิจัยเองอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายที่ผู้วิจัยจะพัฒนาความสามารถในการแสดงของตนให้สามารถถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมจริงแบบฝึกหัดที่ผู้วิจัยใช้ฝึกฝนเพื่อพัฒนาตนเองในด้านความทรงจำทางประสาทสัมผัสจะประกอบไปด้วย 12 แบบฝึกหัด โดยที่จะแบ่งการฝึกออกเป็น 4 สัปดาห์ และฝึกฝนสัปดาห์ละ 3 แบบฝึกหัด และแบบฝึกหัดฝึกฝนร่างกายจะประกอบไปด้วย 6 แบบฝึกหัด โดยที่แบ่งการฝึกออกเป็นสัปดาห์ละ 1 แบบฝึกหัด ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลโดยการจดบันทึก การบันทึกวิดิโอการฝึกซ้อมและการแสดง และมีการประเมินหลังการแสดงจบจากผู้เชี่ยวชาญทางการแสดง ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ชมทั่วไปสิ่งที่ผู้วิจัยได้พัฒนาหลังจากการฝึกฝนแบบฝึกหัดจนครบ 10 สัปดาห์แล้วนำมาพัฒนาตนเองในการแสดงบนเวทีนั้น ผู้วิจัยสามารถเรียกความทรงจำทางประสาทสัมผัสมาใช้ขณะแสดงบนเวทีได้อย่างมีชัดเจนและเสถียร รวมไปถึงสามารถเทียบเคียงและใช้การจินตนาการเพื่อเข้าใจความเจ็บปวดของตัวละครที่ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิตเหมือนกับผู้วิจัยเอง และสามารถอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าในขณะแสดงได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของร่างกายนั้น ผู้วิจัยรู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ไม่เกิดอาการเกร็งจากความตื่นเต้นในขณะแสดง
Sibelius’S Scaramouche: A Comparative Production History Of A Tragic Pantomime, 1913–1977,
2024
San Jose State University
Sibelius’S Scaramouche: A Comparative Production History Of A Tragic Pantomime, 1913–1977, Karl E. Toepfer, Eija Kurki
Open Educational Resources
The book describes the historical context for the Scaramouche tragic pantomime created by Poul Knudsen and Jean Sibelius in 1913. The pantomime had numerous productions in various European countries between 1922 and 1977, and the book examines all of them according to all available evidence. The text explains the historical and cultural significance of the pantomime and how it uniquely explores a dark and complex intersection of female sexuality, marriage, and class control of erotic desire. The authors examine all productions of Scaramouche from the premiere production in Copenhagen in 1922 to the last major production in Karl-Marx-Stadt, East Germany …
การฝึกฝนการใช้เสียงสำหรับนักแสดงตามเทคนิคการฝึกการใช้เสียงของ คริสติน ลิงค์เลเทอร์ : กรณีศึกษาการแสดงเดี่ยว เรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ ของ ฌอง กอกโต,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การฝึกฝนการใช้เสียงสำหรับนักแสดงตามเทคนิคการฝึกการใช้เสียงของ คริสติน ลิงค์เลเทอร์ : กรณีศึกษาการแสดงเดี่ยว เรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ ของ ฌอง กอกโต, จารุศรี ศุกระจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและฝึกฝนเทคนิคการพัฒนาการใช้เสียงอันเป็นธรรมชาติ ของคริสติน ลิงค์เลเทอร์ และสังเคราะห์กระบวนการการนำเทคนิคดังกล่าวมาปรับใช้ในการพัฒนาการแสดงเดี่ยวบทละครเรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ เนื่องจากผู้วิจัยประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้เสียงในการแสดง กล่าวคือผู้วิจัยไม่สามารถถ่ายทอดความจริงภายในของตัวละครผ่านเสียงได้อย่างตรงไปตรงมาในบางสถานการณ์ ส่งผลให้ผู้ชมไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกและเรื่องราวของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจน ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาเทคนิคดังกล่าวอันเป็นเทคนิคที่ช่วยให้นักแสดงสามารถค้นพบการใช้เสียงอย่างเป็นอิสระ นำไปสู่การสื่อสารความจริงภายในของตัวละครที่ละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง และจริงใจยิ่งขึ้น ผู้วิจัยนำเทคนิคดังกล่าวมาใช้ฝึกฝนในขั้นตอนของการฝึกฝนเสียงเพื่อพัฒนาเสียง และเตรียมความพร้อมของเสียงก่อนการแสดง การฝึกซ้อมบทละคร และการเตรียมตัวก่อนทำการแสดงจริง ผู้วิจัยค้นพบว่าภายหลังการฝึกฝนการใช้เสียงด้วยเทคนิคพัฒนาการใช้เสียงอันเป็นธรรมชาติของคริสติน ลิงค์เลเทอร์ ผู้วิจัยสามารถกำจัดอุปสรรค์ที่ขัดขวางการเชื่อมโยงระหว่างเสียง และอารมณ์ความรู้สึกภายในของตัวละครได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยสามารถถ่ายทอดความจริงภายในของตัวละครได้อย่างลุ่มลึก และจริงใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผู้วิจัยค้นพบว่าตนเองพัฒนาทักษะอื่น ๆ ทางด้านการแสดงควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย จินตนาการ และประสาทสัมผัส ส่งผลต่อการพัฒนาการแสดงองค์รวมของผู้วิจัย โดยผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัย และสรุปผลการวิจัยจากการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จดบันทึกและบันทึกวิดีโอการฝึกซ้อม การรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ชม และการสัมมนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้เสียง
กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด,
2024
คณะอักษรศาสตร์
กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เกิดจากผู้วิจัยตีความบทละครแนวสมจริงเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ มีความคิดหลักและประเด็นสำคัญว่าด้วยความไร้แก่นสารของชีวิต ซึ่งเป็นแนวคิดของละครแนวแอบเสิร์ด ทำให้ผู้วิจัยเกิดคำถามว่า จะใช้กระบวนการกำกับการแสดงเพื่อสื่อสารความคิดจากแนวละครแอบเสิร์ดนี้ให้ออกมาในละครสมจริงได้อย่างไร ดังนั้น จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลองกระบวนการกำกับการแสดงที่เหมาะสมให้สื่อสารเพื่อตอบข้อคำถามดังกล่าว ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์ วิเคราะห์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สร้างกรอบแนวคิดให้เข้าใจรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวที่ซ่อนในเนื้อหาบทละคร แล้วนำมาวิเคราะห์ตีความตามหลักการสำหรับกำกับการแสดง และกำหนดแนวคิดงานออกแบบของผู้กำกับการแสดง รวบรวมเตรียมเป็นข้อมูลเพื่อกำกับการแสดง ในช่วงการวิเคราะห์ตีความและการฝึกซ้อม ผู้วิจัยใช้หลักแนวคิดของละครแอบเสิร์ดในการวิเคราะห์ตีความพฤติกรรมตัวละคร ประกอบกับหลักวิเคราะห์ตีความของ สตานิสลาฟสกี ใช้แบบฝึกหัดจินตนาการของแอดเลอร์ ใช้วิธีแนะนำการแสดงให้กับนักแสดงด้วยการเทียบเคียงเหตุการณ์ในเรื่องกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป และใช้วิธีการซ้อมดำเนินผ่านฉากตามลำดับต่อเนื่อง เพื่อช่วยตรวจทานสร้างความเข้าใจแกนเงื่อนไขตัวละครให้กับนักแสดง อีกทั้งภาพรวมของจังหวะดำเนินเรื่องร่วมกับองค์ประกอบศิลป์ในการแสดง และทดลองเรียนรู้พัฒนาตลอดช่วงการฝึกซ้อมจนถึงขั้นแสดงผลงานละครต่อสาธารณะชน ผลวิจัยปรากฎว่า เมื่อผู้วิจัยมีกรอบแนวคิดประเด็นเรื่องความไร้แก่นสารของชีวิตมนุษย์ ช่วยเชื่อมโยงประกอบวิเคราะห์ตีความบทละคร ทำให้กระบวนการคิดของผู้วิจัยเข้าใจรายละเอียดในเนื้อหาของบทละครโดยเฉพาะความคิดหลักของเรื่องอย่างกระจ่าง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยเมื่อกำกับการแสดง สามารถสื่อสารเนื้อหาของบทละครแก่นักแสดง ตลอดจนผู้ชมละครเวทีให้รู้สึกร่วมไปตามรูปแบบนำเสนอละครสมจริงได้ นอกจากนี้ กระบวนวิธีวิจัยดังกล่าว อาจเป็นแนวทางและวิธีช่วยให้ผู้กำกับการแสดง ได้ฝึกหัดค้นหาความคิดหลักของเรื่องให้เข้าใจแม่นยำ ตระหนักกับสิ่งที่ต้องการสื่อสาร รวมทั้งลำดับความสำคัญโดยใช้ความคิดหลักนั้นนำทางค้นหารูปแบบกลวิธีนำเสนอได้อย่างมีทิศทางชัดเจนขึ้นด้วย
การพัฒนาทักษะการใช้จินตนาการ สมาธิ และการใช้ร่างกายเพื่อการแสดง ละครเดี่ยว : กรณีศึกษาการแสดงละครเรื่อง นอนไม่หลับ,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การพัฒนาทักษะการใช้จินตนาการ สมาธิ และการใช้ร่างกายเพื่อการแสดง ละครเดี่ยว : กรณีศึกษาการแสดงละครเรื่อง นอนไม่หลับ, บุญธิดา ชุนสิทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักแสดงใช้เครื่องมือของนักแสดง ด้านทักษะจินตนาการ การใช้สมาธิ และการใช้ร่างกาย ในการฝึกการแสดงเพื่อให้เกิดความสมจริงและน่าเชื่อถือในแต่ละตัวละคร โดยบทละครเวทีการแสดงเดี่ยวเรื่อง “นอนไม่หลับ” ของนิกร แซ่ตั้ง นักแสดงต้องสามารถแสดงเป็นตัวละครหลายบทบาท หลายสถานการณ์ และต้องสื่อสารกับผู้ชมอีกด้วย การวิจัยนี้ใช้กระบวนการฝึกทักษะการแสดงและสังเคราะห์จากแนวคิดของนักทฤษฎีการละครที่มีความสำคัญ จากทั้ง คอนสแตนติน สตานิสลาฟกี้ (Constantin Stanislavski)สเตลล่า แอดเลอร์ (Stella Adler) ไมเคิล เชคคอฟ (Michael Chekchov) ทั้งนี้การวิจัยได้ศึกษาและวิเคราะห์ผลจากการฝึกซ้อมเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจากกระบวนการฝีก บันทึกวิดีทัศน์ และการฝึกซ้อมการแสดงร่วมกับผู้กำกับการแสดง ประเมินการแสดงจากอาจารย์ที่ปรึกษา รวบรวมผลการประเมินจากการนำเสนอผลงานของผู้วิจัย เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากผู้ชม และเสวนาพูดคุยแลกเปลี่ยนจากผู้ทรงวุฒิหลังจบการแสดงของผู้วิจัย ผลการศึกษาพบว่า การฝึกการปฏิบัติด้วยแนวทางการฝึกจินตนาการ สมาธิ ร่างกาย ที่มีความสม่ำเสมอและต่อเนื่องจะช่วยทำให้นักแสดงเชื่อในสถานการณ์ของตัวละครได้ และมีความกังวลที่ลดลง และมีความอิสระเป็นตัวละครมากยิ่งขึ้นขณะแสดง
การใช้ศิลปะการละครเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การใช้ศิลปะการละครเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย, ชนัตถ์ พงษ์พานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจเป็นหนึ่งในทักษะความเป็นมืออาชีพของแพทย์ที่ควรเสริมสร้างตั้งแต่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ความเห็นอกเห็นใจส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีของแพทย์และคนไข้ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและเก็บข้อมูลจากคนไข้ได้ดีขึ้น ลดความวิตกกังวลและความเครียดของคนไข้ ศิลปะการละครเป็นศาสตร์ที่มีศักยภาพในการฝึกฝนความเห็นอกเห็นใจ ปัจจุบันมีการใช้ละครด้นสดมาบูรณาการกับการฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจในนักศึกษาแพทย์ แต่ยังขาดการศึกษาที่ใช้ทฤษฎีการแสดงมาประยุกต์ในเชิงปฏิบัติ และยังไม่มีการศึกษารูปแบบนี้ในประเทศไทย วิจัยนี้ศึกษาการออกแบบ ‘หลักสูตรการแสดงเพื่อความเห็นอกเห็นใจ’ สำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสม ความพึงพอใจ และทัศนคติของนักศึกษาแพทย์ที่มีต่อหลักสูตร ตลอดจนศึกษาพัฒนาการด้านการสื่อสารและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปหลังเรียน การออกแบบหลักสูตรใช้หลักการแสดงของนักการละครชาวรัสเซีย คอนสแตนติน สตานิสลาฟสกี ประกอบด้วยทักษะ 3 ด้าน ได้แก่ ภาวะสร้างสรรค์ การเชื่อมโยง และจินตนาการ นำมาบูรณาการกับการฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เป็นหลักสูตรการแสดงความยาว 3 วัน รวมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมงที่มุ่งหวังให้นักศึกษาแพทย์เชื่อมโยงกับตนเอง ผู้อื่น และคนไข้อย่างมืออาชีพ หลักสูตรได้นำมาใช้กับนักศึกษาแพทย์กลุ่มนำร่อง 6 ราย เพื่อปรับปรุงหลักสูตรและกลุ่มตัวอย่าง 21 ราย เพื่อวัดผล ตัวอย่าง 19 ราย ได้สื่อสารกับผู้ป่วยจำลองก่อนและหลังเรียนเพื่อประเมินทักษะการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป ผลวิจัยพบว่ามากกว่า 95% ของกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยว่าหลักสูตรช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เข้าใจความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาแพทย์ อยากชักชวนเพื่อนให้มาเรียน สนใจเข้าร่วมอีกในอนาคต และเห็นด้วยว่าการละครช่วยให้ฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจได้ดีขึ้น การสื่อสารกับผู้ป่วยจำลองหลังจบหลักสูตรพบว่า ตัวอย่างมีคะแนนการประเมินทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสูงขึ้นในทุกด้าน ทักษะที่พัฒนาเด่นชัดคือด้านความเห็นอกเห็นใจและภาษากาย ตัวอย่างได้สะท้อนถึงคุณลักษณะเด่นของละครในการพัฒนาศักยภาพทั้งในระดับบุคคลไปถึงระดับระหว่างบุคคล การเรียนรู้มนุษย์และอารมณ์ต่าง ๆ ผ่านตัวละครคือจุดเด่นของหลักสูตรนี้ ละครเป็นกิจกรรมแบบบูรณาการที่เหมาะสมและสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจของนักศึกษาแพทย์ได้ สามารถประยุกต์เป็นกิจกรรมเสริมในรายวิชาหรือประยุกต์ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้
การรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งทางสังคม : การสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงสดจากเรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัว,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งทางสังคม : การสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงสดจากเรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัว, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยทางศิลปะที่บูรณาการข้ามศาสตร์ระหว่างศิลปะแสดงสด กับศิลปะการละคร โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลงาน “ศิลปะแสดงสด”ด้วยสื่อศิลปะหลายรูปแบบ และประยุกต์ใช้กลวิธีของศิลปะการละคร ได้แก่ การเล่าเรื่อง และ การแสดง เพื่อนำเสนอผลงาน ศิลปะแสดงสด จากเรื่องเล่าส่วนตัวและความทรงจำ โดยกำหนดประเด็นหลักที่จะสื่อสาร ได้แก่ การกลับไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ทำความเข้าใจกับอดีต การเยียวยาและการรับรู้บริบทของ “ครอบครัว” ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อก้าวพ้นผ่านเวลาที่ยากลำบากผู้วิจัยคาดหวังว่าผลงาน “ศิลปะแสดงสด” ที่ใช้หลักของการเล่าเรื่องและการแสดงทางศิลปะการละคร จะสามารถสื่อสารและสร้างประสบการณ์การรับรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกกลั่นแกล้งทางสังคมให้กับผู้ชมแต่ละบุคคลในขณะชมการแสดง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และ จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชมในการรับรู้เรื่องราวที่เป็นประเด็นทางสังคมนำไปสู่การก้าวผ่านความรู้สึกอันเป็นทุกข์ของตนได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
การเขียนบทละครเพื่อส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่น,
2024
คณะอักษรศาสตร์
การเขียนบทละครเพื่อส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่น, สัจจาวุธ สุริยะดง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการเขียนบทละครเวทีสำหรับเยาวชนช่วงวัยรุ่น อายุ 12-15 ปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่นผ่านบทละครเวที ผ่านการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเขียนบทละครตามแบบฉบับ, แนวทางการเขียนบทละครสำหรับเยาวชน, เกมออนไลน์, พัฒนาการของวัยรุ่นตอนต้น, และการทำงานร่วมกับเยาวชนในโครงการแก่นอีสานวัฒน์ เพื่อค้นหาสาระสำคัญที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นผู้วิจัยได้พัฒนาบทละครร่าง "ไอ้หัวกล่อง" ร่วมกับผู้กำกับและนักแสดงจนได้บทละครที่ใช้สำหรับการทดลองอ่านในกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า บทละครสามารถสื่อสารประเด็นการยอมรับตนเองและการเห็นคุณค่าในตนเองได้ แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาบทให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องย่อที่เป็นส่วนสำคัญของการกำหนดทิศทางเรื่อง แม้ว่าบทละครในขั้นตอนนี้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่การทดลองอ่านและรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนช่วยให้ผู้วิจัยสามารถเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและปรับปรุงบทละครได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า บทละครสามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกับเยาวชนในฐานะฟาซิลิเตเตอร์ (Facilitator) โดยให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการเขียนบทและกระบวนการฝึกทำละคร ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้การยอมรับตนเองและสร้างความมั่นใจในตนเองจากการฝึกฝนทำละคร
But He Did Not Commit Incest…!” A Comparative Analysis Of Utenzi Wa Nyakiiru Kibi And Oedipus Rex,
2023
Institute of Kiswahili Studies
But He Did Not Commit Incest…!” A Comparative Analysis Of Utenzi Wa Nyakiiru Kibi And Oedipus Rex, Angelus Mnenuka
Journal of Humanities and Social Sciences
Human beings share commonalities, many of which are intricately woven into literature. Literary works allow individuals to explore and gain insights into diverse cultures and ideas across spatiotemporal contexts. Against this backdrop, this study compared two literary works, Oedipus Rex (Sophocles, 1992) and Utenzi wa Nyakiiru Kibi [‘Epic of Nyakiiru-Kibi’] (Mulokozi, 1997), to gain insight into the two societies from which the stories are derived. Using Aarne and Thompson’s (1961) classification of the Oedipus story, the study finds that Utenzi wa Nyakiiru Kibi qualifies as an Oedipal story as it meets several Oedipal narrative motifs in the Oedipus story. The …
Puppy Love And [Information] Play: An Intersection Of Theatre, Queer Kink, And Consent,
2023
Kennesaw State University
Puppy Love And [Information] Play: An Intersection Of Theatre, Queer Kink, And Consent, Emily Kitchens
Faculty Articles
This note from the field centers on a nexus of queer kink subcultures and consent-based intimacy work in theatre. I report, investigate and wrangle with the process of incorporating queer kink aesthetics into the production of Love and Information by Caryl Churchill I directed at KSU February 2023. What I have learned and hope to demonstrate throughout the paper, is that queer kink subcultures are often paradigmatic examples of communities built on consent, and we as performing arts practitioners can more visibly expand the margins of our cultural competency dialogues to not only include them but look to them as …
Introduction: Conversations On Abortion Rights And Bodily Autonomy In The Eighteenth Century And Today,
2023
Washington College
Introduction: Conversations On Abortion Rights And Bodily Autonomy In The Eighteenth Century And Today, Vicki Barnett Woods, Manushag N. Powell
ABO: Interactive Journal for Women in the Arts, 1640–1830
This piece serves as an introduction to the discussions of bodily autonomy and reproductive rights, revised from roundtable presentations held at ASECS 2023. This collection of essays contributes to the resounding responses of frustration and anger toward the overturning of Roe v. Wade. The collection was written and presented by eighteenth-century scholars who have a comprehensive knowledge of the eighteenth-century legal, social, and medical histories that center around reproductive rights and bodily autonomy.
Review Of Reckoning With Slavery, By Jennifer L. Morgan,
2023
University of Wisconsin-Madison
Review Of Reckoning With Slavery, By Jennifer L. Morgan, Brigitte Fielder
ABO: Interactive Journal for Women in the Arts, 1640–1830
Review of Reckoning with Slavery, by Jennifer L. Morgan,
Review Of An Archive Of Taste, By Lauren Klein,
2023
University of California - Davis
Review Of An Archive Of Taste, By Lauren Klein, Parama Roy
ABO: Interactive Journal for Women in the Arts, 1640–1830
Review of An Archive of Taste, by Lauren Klein
