Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Engineering (17319)
- Computer Engineering (13037)
- Artificial Intelligence and Robotics (11193)
- Databases and Information Systems (7258)
- Numerical Analysis and Scientific Computing (6665)
-
- Electrical and Computer Engineering (5279)
- Social and Behavioral Sciences (4838)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (4779)
- Information Security (4677)
- Software Engineering (4324)
- Systems Science (3919)
- Business (2515)
- Mathematics (2387)
- Graphics and Human Computer Interfaces (2378)
- Theory and Algorithms (2154)
- Education (2105)
- Life Sciences (2077)
- Programming Languages and Compilers (1845)
- Medicine and Health Sciences (1808)
- Other Computer Sciences (1798)
- OS and Networks (1761)
- Arts and Humanities (1458)
- Communication (1447)
- Law (1178)
- Data Science (1161)
- Applied Mathematics (1135)
- Statistics and Probability (1063)
- Bioinformatics (986)
- Institution
-
- Singapore Management University (9025)
- China Simulation Federation (3880)
- TÜBİTAK (3106)
- Wright State University (2694)
- Purdue University (2077)
-
- Old Dominion University (2003)
- Missouri University of Science and Technology (1927)
- University of Nebraska - Lincoln (1739)
- Edith Cowan University (1285)
- Air Force Institute of Technology (1277)
- University of Texas at El Paso (1174)
- Kennesaw State University (1162)
- Dartmouth College (1105)
- San Jose State University (1053)
- City University of New York (CUNY) (956)
- Embry-Riddle Aeronautical University (950)
- Washington University in St. Louis (830)
- Brigham Young University (823)
- Technological University Dublin (816)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (788)
- Zayed University (677)
- University of Texas at Arlington (666)
- University for Business and Technology in Kosovo (637)
- Portland State University (625)
- Chulalongkorn University (618)
- Nova Southeastern University (577)
- New Jersey Institute of Technology (571)
- Syracuse University (532)
- University of Nebraska at Omaha (497)
- University of Central Florida (490)
- Keyword
-
- Machine learning (1665)
- Artificial intelligence (1024)
- Deep learning (1004)
- Machine Learning (762)
- Computer Science (713)
-
- Security (648)
- Cybersecurity (558)
- Artificial Intelligence (487)
- Deep Learning (437)
- Computer science (412)
- Privacy (410)
- Simulation (391)
- Technical Reports (390)
- UTEP Computer Science Department (389)
- Classification (375)
- Algorithms (357)
- Optimization (353)
- Computer vision (350)
- Neural networks (346)
- Data mining (337)
- AI (305)
- Natural language processing (293)
- Department of Computer Science and Engineering (291)
- Engineering (269)
- Education (268)
- Reinforcement learning (260)
- Cloud computing (255)
- Blockchain (254)
- College for Professional Studies (253)
- Software engineering (252)
- Publication Year
- Publication
-
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (8479)
- Journal of System Simulation (3880)
- Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences (3106)
- Theses and Dissertations (2733)
- Department of Computer Science Technical Reports (1721)
-
- Computer Science & Engineering Syllabi (1312)
- Computer Science Faculty Publications (930)
- Departmental Technical Reports (CS) (914)
- Computer Science Faculty Research & Creative Works (907)
- Master's Projects (859)
- Computer Science Technical Reports (772)
- The R Journal (708)
- All Computer Science and Engineering Research (683)
- All Works (675)
- Faculty Publications (663)
- C-Day Computing Showcase (653)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (618)
- Dissertations (570)
- Electronic Theses and Dissertations (567)
- Kno.e.sis Publications (542)
- Journal of Digital Forensics, Security and Law (536)
- CCAC Theses and Dissertations (512)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (469)
- Computer Science Faculty Publications and Presentations (404)
- Theses (403)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (378)
- Neutrosophic Systems with Applications (375)
- Computer Science and Engineering Theses - Archive (365)
- Browse all Theses and Dissertations (359)
- Computer Science: Faculty Publications (351)
- Publication Type
Articles 19861 - 19890 of 63093
Full-Text Articles in Computer Sciences
Thai Variable-Length Question Classification For E-Commerce Platform Using Machine Learning With Topic Modeling Feature, Wasu Chunhasomboon
Thai Variable-Length Question Classification For E-Commerce Platform Using Machine Learning With Topic Modeling Feature, Wasu Chunhasomboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, e-commerce platform continuously grows every year and becomes a part of our daily life. However, the application changes from time to time. Either new users or experienced users could face a problem. Several channels, which are FAQ, email, live chat, and call, are provided by e-commerce platform to cope with the problem. FAQ is usually ignored because it is hard to search for the desired answer. The rest channels are applicable. However, the huge number of users causes a bottleneck especially in the special events which delays the users to receive help because customer service agent can reply to …
ผลของรูปแบบการนำเสนอบนอินสตาแกรมสตอรี่ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพของอินสตาแกรมสตอรี่ที่มีต่ออัตราการคลิกผ่าน, นิรมล ระหว่างงาม
ผลของรูปแบบการนำเสนอบนอินสตาแกรมสตอรี่ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพของอินสตาแกรมสตอรี่ที่มีต่ออัตราการคลิกผ่าน, นิรมล ระหว่างงาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 2 ประการคือ (1) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราการคลิกผ่าน ของอินสตาแกรมสตอรี่ที่ใช้รูปแบบสื่อและการใช้ฟีเจอร์ที่แตกต่างกัน และ (2) เพื่อศึกษาตัวชี้วัดประสิทธิภาพในอินสตาแกรมสตอรี่ (Instagram Story Metric) ที่ส่งผลต่ออัตราการคลิกผ่าน ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการทดลอง โดยสร้างโฆษณาบนอินสตาแกรมสตอรี่แบบปกติขึ้นมา 4 รูปแบบ ได้แก่ (1) รูปแบบภาพประกอบข้อความสั้น ที่ไม่มีการใส่สติกเกอร์ปฏิสัมพันธ์ (2) รูปแบบภาพประกอบข้อความสั้นที่มีการใส่สติกเกอร์ปฏิสัมพันธ์ (3) รูปแบบวิดีโอประกอบข้อความสั้นที่ไม่มีการใส่สติกเกอร์ปฏิสัมพันธ์ (4) รูปแบบวิดีโอประกอบข้อความสั้นที่มีการใส่สติกเกอร์ปฏิสัมพันธ์ จากนั้นเก็บข้อมูลการคลิกผ่าน (Clickthrough) และข้อมูลเบื้องลึก (Insight) ที่เกิดขึ้นหลังจากเผยแพร่อินสตาแกรมสตอรี่ไปแล้ว เพื่อทำการวิเคราะห์อัตราการคลิกผ่าน (Clickthrough Rate : CTR) อัตราการคงอยู่ (Retention Rate) อัตราการเข้าถึง (Reach Rate) อัตราการแตะไปข้างหน้า (Tap-forward Rate) อัตราการแตะย้อนกลับ (Tap-backward Rate) และอัตราการกดออก (Exit Rate) จากการศึกษาพบว่ารูปแบบการนำเสนอแบบภาพและวิดีโอ มีผลต่ออัตราการคลิกผ่านแตกต่างกัน การไม่ใช้และการใช้สติกเกอร์ปฏิสัมพันธ์ส่งผลต่ออัตราการคลิกผ่านแตกต่างกัน และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบสื่อการนำเสนอกับการเลือกไม่ใช้หรือเลือกใช้สติกเกอร์ที่มีผลต่ออัตราการคลิกผ่านแตกต่างกัน การเลือกใช้สติกเกอร์ปฏิสัมพันธ์ รูปแบบสื่อประเภทวิดีโอ อัตราการแตะย้อนกลับ (Tap-backward Rate) อัตราการคงอยู่ (Retention Rate) มีความสัมพันธ์กับอัตราการคลิกผ่าน มากไปหาน้อยตามลำดับ อัตราการกดออก (Exit Rate) อัตราการเข้าถึง (Reach Rate) และอัตราการแตะไปข้างหน้า (Tap-forward Rate) ไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความสัมพันธ์กับอัตราการคลิกผ่านในการวิจัยครั้งนี้
ผลของการคัดเลือกสนิปตัวแทนต่อการวิเคราะห์การได้มากขึ้นจากเซตของยีนในบาทวิถีการให้สัญญาณจากฐานข้อมูล Kegg ในการศึกษาความสัมพันธ์ทั้งจีโนม, เจษฎา วีรเดชกำพล
ผลของการคัดเลือกสนิปตัวแทนต่อการวิเคราะห์การได้มากขึ้นจากเซตของยีนในบาทวิถีการให้สัญญาณจากฐานข้อมูล Kegg ในการศึกษาความสัมพันธ์ทั้งจีโนม, เจษฎา วีรเดชกำพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอการเปรียบเทียบระหว่างการวิเคราะห์บาทวิถีโดยใช้ข้อมูลสนิปทั้งหมดและข้อมูลสนิปตัวแทนจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั้งจีโนม ชุดการวัดเปรียบเทียบสมรรถนะได้สร้างจากเจ็ดเซตข้อมูลกลุ่มกรณี-กลุ่มควบคุมจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั้งจีโนมของเจ็ดโรคซับซ้อนโดย Wellcome Trust Case Control Consortium เจ็ดโรคซับซ้อนที่สนใจ ได้แก่ โรคอารมณ์สองขั้ว โรคหลอดเลือดแดงโคโรนารี โรคโครห์น ความดันเลือดสูง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เบาหวานชนิดที่ 1 และเบาหวานชนิดที่ 2 สนิปตัวแทนได้รับการคัดเลือกจากสนิปในตัวอย่างกลุ่มควบคุมโดยใช้ Tagger จากนั้นหนึ่งสนิปจะได้รับการคัดเลือกสำหรับใช้เป็นตัวแทนยีนโดยการหาค่าสูงสุดของค่าสถิติทดสอบแนวโน้มเอียงคอคราน-อาร์มิเทจเป็นเงื่อนไขการคัดเลือก ถึงแม้ว่ามีการคำนวณค่าสถิติทดสอบสำหรับแต่ละสนิป ค่าสถิติทดสอบสำหรับสนิปตัวแทนจะใช้เป็นค่าสถิติทดสอบสำหรับสนิปที่มีตัวแทนด้วย ส่งผลให้ข้อมูลสนิปที่มีตัวแทนไม่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์บาทวิถี การวิเคราะห์บาทวิถีกระทำโดยใช้ GSEA-SNP ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับการพัฒนาต่อจากเทคนิคการวิเคราะห์การได้มากขึ้นจากเซตของยีนหรือ GSEA และสามารถระบุว่า เซตของยีนในบาทวิถีสัมพันธ์กับโรคซับซ้อนหรือไม่ การวิเคราะห์บาทวิถีสนใจเฉพาะบาทวิถีการให้สัญญาณจาก Kyoto Encyclopedia of Genes and Genomes (KEGG) ดังนั้นจุดประสงค์ของการวัดเปรียบเทียบสมรรถนะคือการเปรียบเทียบสมรรถนะการระบุบาทวิถีเป้าหมายที่สัมพันธ์กับแต่ละโรคซับซ้อนจากบาทวิถีการให้สัญญาณทั้งหมด โดยรวมการวิเคราะห์บาทวิถีโดยใช้ข้อมูลสนิปทั้งหมดให้ผลการวิเคราะห์ไม่แตกต่างจากการวิเคราะห์บาทวิถีโดยใช้ข้อมูลสนิปตัวแทน ภายใต้เงื่อนไขการมีอยู่ของข้อมูลความไม่สัมพันธ์การเชื่องโยง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ของการวิเคราะห์บาทวิถีโดยใช้เซตข้อมูลกลุ่มกรณี-กลุ่มควบคุมซึ่งการเก็บข้อมูลจีโนไทป์จะอาศัยสนิปตัวแทนจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั้งจีโนม
การตรวจจับสิ่งกีดขวางสำหรับเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์วิทัศน์, เพ็ญพิชชา พัฒนจิตรศิลป์
การตรวจจับสิ่งกีดขวางสำหรับเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์วิทัศน์, เพ็ญพิชชา พัฒนจิตรศิลป์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้นำเสนอระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางขณะถอยหลังสำหรับเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้าด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์วิทัศน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ และ ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ต้องมีการกำหนดระยะที่ต้องการให้ระบบทำการแจ้งเตือนเมื่อใกล้จะชนสิ่งกีดขวาง ซึ่งใช้กล้องจากสมาร์ทโฟนไปติดไว้ด้านหลังเก้าอี้รถเข็น จากนั้นใช้อัลกอริทึม YOLOv3 ในการตรวจจับสิ่งกีดขวางประเภทวัตถุ (object detection) แต่เนื่องจาก YOLOv3 ไม่สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ทุกประเภท ในงานวิจัยนี้จึงได้มีการพัฒนาอัลกอริทึมที่ใช้ในการตรวจจับสิ่งกีดขวางที่เป็นเสา กำแพง หรือ ประตู เพิ่มเติมขึ้นมาด้วยวิธีการตรวจจับขอบภาพ (edge detection) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับสิ่งกีดขวางให้กับระบบ เมื่อมีการใช้งานร่วมกันระหว่าง 2 อัลกอริทึม ระบบจึงมีการเลือกใช้อัลกอริทึมในการตรวจจับสิ่งกีดขวางระหว่างวัตถุกับเส้นขอบ ซึ่งผลการทดลองพบว่า ระบบสามารถเลือกใช้อัลกอริทึมในการตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ถูกต้องถึง 80% และ ทำการแจ้งเตือนก่อนชนได้แม่นยำสูงถึง 90% อีกทั้งระบบนี้ยังสามารถคำนวณเวลาก่อนชนได้ด้วย
การคัดกรองวัณโรคด้วยวิธีการถ่ายทอดการเรียนรู้เชิงลึก, ชัยสิทธิ์ พัฒนาสุวรรณ
การคัดกรองวัณโรคด้วยวิธีการถ่ายทอดการเรียนรู้เชิงลึก, ชัยสิทธิ์ พัฒนาสุวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัณโรคเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ควรมีการคัดกรองเชิงรุกเพื่อหาผู้ที่ติดเชื้อแยกออกมารักษาเพื่อไม่ให้โรคแพร่กระจาย โดยการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพและผู้ป่วย การประยุกต์ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกภาพทางการแพทย์ได้รับการพัฒนาและเติบโตอย่างทวีคูณในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คณะวิจัยได้เลือกใช้แบบจำลอง Convolution Neural Network (CNN) เนื่องจากเป็นหนึ่งในโมเดลที่มีชื่อเสียงและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับงานในการแยกประเภทรูปภาพานวิจัยนี้นำเสนอโครงข่ายประสาทเทียมเพื่อจำแนกภาพทรวงอกออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาพอกซเรย์ปอดปกติและปอดที่ติดเชื้อวัณโรค โดยมีแหล่งชุดข้อมูลภาพเอกซ์เรย์ทรวงอก 3 ชุด ได้แก่ Montgomery, Shenzen และกรองวัณโรค กรมควบคุมโรค นักวิจัยได้เปรียบเทียบสถาปัตยกรรมแบบจำลองการประมวลผลของ CNN ทั้ง 4 แบบเพื่อหาแบบจำลองที่ดีที่สุดที่เหมาะสำหรับการเอกซ์เรย์ทรวงอก โดยประเมินประสิทธิภาพแบบจำลองด้วยการใช้ Accuracy, Precision, Recall และ AUC ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าแบบจำลอง DenseNet มีความแม่นยำมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเราปรับแต่งแบบจำลองสำหรับเกณฑ์ที่ดีที่สุด และนำมาฝึกเพิ่มกับภาพเอกซเรย์ทรวงอกของกองวัณโรคของไทย เพื่อให้เหมาะกัยงานคัดกรองวัณโรคสำหรับคนไทย ความแม่นยำในการทำนายภาพเอกซเรย์ของ ปอดปกติและปอดที่ติดเชื้อวัณโรคในแบบจำลองที่ดีที่สุดคือ 91% และ AUC คือ 95% แบบจำลองที่ได้พัฒนาขึ้นมานี้จะช่วยผู้ให้บริการด้านสุขภาพในการคัดกรองวัณโรค สำหรับประชากรจำนวนมากในประเทศไทย
แบบจำลองตรวจจับความฟุ้งซ่านจากไฟฟ้าคลื่นสมอง, ชุติมณฑน์ รุ่งศิลป์
แบบจำลองตรวจจับความฟุ้งซ่านจากไฟฟ้าคลื่นสมอง, ชุติมณฑน์ รุ่งศิลป์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่องความฟุ้งซ่านได้รับความนิยมแพร่หลายเนื่องจากความฟุ้งซ่านเกี่ยวเนื่องกับปัญหาทางอารมณ์และสภาพจิตใจที่ไม่มีสุข การศึกษานี้จึงมีความสนใจที่จะพัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับฝังในอุปกรณ์พกพาที่สามารถจัดหมวดหมู่ความฟุ้งซ่าน เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถติดตามความคิดของตนเองได้ ในการศึกษานี้ใช้เครื่องวัดสัญญาณไฟฟ้าคลื่นสมองชนิดจำนวนอิเล็กโทรดน้อย เพื่อบันทึกข้อมูลสภาวะสมองที่จะใช้ในการสร้างแบบจำลองทำนาย เพราะความสะดวกและเป็นความมิตรต่อผู้ใช้งาน โดยการศึกษาส่วนใหญ่ของการเรียนรู้ของเครื่องโดยใช้สัญญาณไฟฟ้าคลื่นสมองนั้นให้ผลลัพธ์ดีในระดับบุคคล แต่ในระดับกลุ่มมีเพียงบางการศึกษาที่ทำการพัฒนาแบบจำลอง ด้วยเหตุนี้จุดประสงค์ของการวิจัยนี้คือแบบจำลองระดับกลุ่มที่มีความแม่นยำสูง ดังนั้นจึงเลือกใช้การทวนสอบชนิด Leave One Participant Out Cross Validation (LOPOCV) เพื่อประเมินความถูกต้องของแบบจำลอง ผลการศึกษาพบว่าการใช้เทคนิค baseline normalization ในขั้นตอนคัดเลือกคุณลักษณะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และแบบจำลองที่ใช้คือ ซพพอร์ตเวกเตอร์ แมชชีน ที่มีความแม่นยำของโมเดลที่ดีสุดเป็น 75.6 เปอร์เซนต์
การสร้างคำถามภาษาไทยโดยใช้ Mt5, ณัฎฐนิช วิวัฒน์บุตรสิริ
การสร้างคำถามภาษาไทยโดยใช้ Mt5, ณัฎฐนิช วิวัฒน์บุตรสิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการสร้างคำถามอยู่จำนวนมากในขอบเขตภาษาอังกฤษแต่แทบไม่มีงานวิจัยเรื่องการสร้างคำถามในภาษาไทย มีชุดข้อมูลคำถาม-คำตอบในขอบเขตของภาษาอังกฤษมากกว่า 1 ล้านคู่คำถาม-คำตอบซึ่งมีจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับในขอบเขตของภาษาไทยที่มีอยู่เพียงประมาณ 12,000 คู่ งานวิจัยนี้ขอนำเสนอวิธีพัฒนาการสร้างคำถามอัตโนมัติจากบทความโดยไม่ต้องมีคำตอบในการสร้างคำถาม ภายใต้เงื่อนไขการฝึกสอนจากชุดข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยแบบจำลองการสร้างคำถามอัตโนมัติซึ่งฝึกสอนโดยแบบจำลองที่ผ่านการเรียนรู้มาก่อน MT5 จากชุดข้อมูลที่มนุษย์สร้างขึ้น สามารถสร้างคำถามจากชุดข้อมูลภาษาไทยที่เมื่อประเมินอัตโนมัติโดยวัดจากคะแนน BLEU-1 ได้คะแนน 56.19 เราจึงนำเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างคำถามจากการสังเคราะห์ข้อมูลและกลไกที่นำเสนอเพิ่มเติมโดยยังคงใช้เพียงแบบจำลองที่ผ่านการเรียนรู้มาก่อน MT5 ซึ่งแบบจำลองที่ผ่านการพัฒนาแล้วมีคะแนน BLEU-1 ถึง 59.03 มากกว่าแบบจำลองที่ผ่านมา นอกจากนี้ผลการประเมินประสิทธิภาพของคำถามโดยมนุษย์ยังแสดงคะแนนด้านความไพเราะ 4.40 คะแนน, ด้านความเกี่ยวข้องกับบทความ 4.65 คะแนนและด้านการตอบคำถามได้จากบทความ 4.7 คะแนนจากทั้งหมด 5 คะแนน
การพยากรณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก, ทศพล นวลช่วย
การพยากรณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สะสมโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก, ทศพล นวลช่วย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นับตั้งแต่ธันวาคม 2019 โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 หรือ โควิด-19 เป็นโรคที่เริ่มแพร่กระจายจากคนสู่คน การแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้อันเนื่องมาจากปัจจัยส่งเสริมในหลาย ๆ ด้าน ส่วนหนึ่งคือการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หลังจากการค้นพบการติดเชื้อระหว่างคนสู่คนครั้งแรกไม่นาน องค์การอนามัยโลกได้ประกาศในวันที่ 21 มกราคม 2020 ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วโลกต่อการแพร่กระจายที่รวดเร็วของโรคนี้ มีการสร้างโมเดลจำลองการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 เพื่อใช้ในการพยากรณ์และออกแบบนโยบายเพื่อการป้องกันต่อไป โดยเทคนิคที่ใช้ในการสร้างโมเดลมีหลายหลายแบบ ทั้งแบบคลาสสิคและการใช้เครือข่ายประสาทเทียม เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้สร้างโมเดลที่ใช้ข้อมูลทางสถิติในมิติอื่น ๆ นอกเหนือจากข้อมูลทางสถิติด้านจำนวนผู้ติดเชื้อ การทดลองถูกออกแบบมาเพื่อหาวิธีการสร้างโมเดลที่ดีที่สุดและเปรียบเทียบกับโมเดลที่ใช้ข้อมูลเพียงด้านเดียวทั้งในการพยากรณ์จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมและการพยากรณ์แนวโน้มการติดเชื้อ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลด้านเดียวสามารถพยากรณ์จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในอนาคตได้แม่นยำที่สุดและการใช้ข้อมูลทั้ง 14 ชนิดสามารถพยากรณ์แนวโน้มผู้ติดเชื้อรายวันได้แม่นยำที่สุด
การสังเคราะห์ข้อความเพื่อเพิ่มตัวอย่างการตรวจจับข้อความประทุษวาจาในข้อความภาษาไทย, ธโนภาส วรรณวโรทร
การสังเคราะห์ข้อความเพื่อเพิ่มตัวอย่างการตรวจจับข้อความประทุษวาจาในข้อความภาษาไทย, ธโนภาส วรรณวโรทร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาในการจำแนกข้อความประทุษวาจา ด้วยวิธีการสังเคราะห์ข้อความขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาของการเกิดชุดข้อมูลไม่สมดุลที่ปรากฏในข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจากทวิตเตอร์ ซึ่งหลังจากเก็บรวบรวม ทำความสะอาดข้อมูลและติดฉลากข้อมูลแล้ว ผู้วิจัยได้สร้างตัวอย่างเพิ่มเติม 3 วิธีคือ คือ 1. การสุ่มตัวอย่างส่วนน้อยเพิ่มด้วยการสังเคราะห์ (Synthetic Minority Over-sampling Technique: SMOTE) 2. เทคนิคการสร้างข้อความเพิ่ม (Text generation) 3.เทคนิคคำฝังตัว (Word Embedding) เป็นวิธีการในการใช้สังเคราะห์ตัวอย่างเพิ่มเติม ให้เกิดความสมดุลก่อนที่จะนำข้อมูลชุดใหม่ที่สร้างขึ้นใหม่แบ่ง ตัวอย่างเป็น 3 รูปแบบในการจำแนกข้อความประทุษวาจา คือ 1. อัลกอริทึมนาอีฟเบย์ (Navie bays) 2. หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว (LSTM) 3. หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว ร่วมกับ โครงข่ายประสาทแบบคอนโวลูชัน (LSTM + CNN) เพื่อเป็นการจำแนกข้อความประทุษวาจา ในชุดข้อความที่เป็นข้อความธรรมดา โดยผลการทดลองการจำแนกข้อความมีความหมายเชิงประทุษวาจา ซึ่งในการทดลองแรกได้ลองใช้ข้อมูลที่ไม่สมดุล จากผลการทดลองทั้ง 3 รูปแบบที่ใช้ในการจำแนกซึ่งให้ความถูกต้องไม่สูงเท่าที่ควร จากนั้นจึงทำการแก้ไขปัญหาในชุดของข้อมูลทำให้ได้ความถูกต้องสูงขึ้นในทุกชุดของทุกโมเดล
ระบบแนะนำวารสารวิชาการให้กับผู้เขียนบทความ โดยใช้ข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษจากบทความ, นิธิรันดร์ นุ่มนนท์
ระบบแนะนำวารสารวิชาการให้กับผู้เขียนบทความ โดยใช้ข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษจากบทความ, นิธิรันดร์ นุ่มนนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันมีวารสารทางด้านวิชาการอยู่เป็นจำนวนมากหลากหลายประเภท ส่งผลให้ผู้เขียนบทความ ต้องใช้เวลามากไปกับการค้นหาคัดเลือกวารสารทางด้านวิชาการที่เหมาะสมกับเนื้อหาของแต่ละบทความของผู้เขียน ก่อนจะส่งบทความให้ทางบรรณาธิการวารสารทำการพิจารณารับบทความในลำดับถัดไป เนื่องจากทางบรรณาธิการได้รับบทความจำนวนมาก จึงทำให้ใช้เวลามากในการพิจารณาบทความ งานวิจัยฉบับนี้จึงเล็งเห็นว่าการนำระบบแนะนำเข้ามาช่วยวิเคราะห์เพื่อแนะนำวารสารที่เหมาะสมกับบทความนั้นจะทำให้กระบวนการตัดสินใจในการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะใช้ข้อมูลจาก Thai Journals Online (ThaiJO) ซึ่งจะใช้ข้อมูลจากบทความภาษาไทยและบทความภาษาอังกฤษในการวิเคราะห์ในงานวิจัยนี้ โดยในงานวิจัยนี้รวมการศึกษาข้อมูลที่ใช้ การทำความสะอาดข้อมูล และการทำแบบจำลองสำหรับระบบแนะนำ โดยจะทำแบบจำลองจากการคำนวณหาความสำคัญจากข้อความด้วยเทคนิคความถี่ของคำ-ส่วนกลับความถี่ของเอกสาร (Term Frequency - Inverse Document Frequency: TF-IDF) และการวิเคราะห์ความคล้ายคลึงระหว่างบทความและวารสารโดยใช้ Cosine Similarity แล้วจึงจัดอันดับค่าคะแนนเพื่อแนะนำบทความที่เหมาะสม จากผลการทดลองในงานวิจัยนี้การตรวจสอบความสมเหตุสมผลแบบไขว้จำนวน 10 พับ (10-fold cross-validation) พบว่าเมื่อเรานำข้อมูลคำสำคัญและบทคัดย่อจากทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมารวมกัน ระบบสามารถแนะนำออกมาได้ค่าความแม่นยำที่วัดด้วย Hit Rate ได้ค่าสูงสุดที่ 0.87965 ซึ่งมากกว่าแบบจำลองที่ใช้ข้อมูลภาษาอังกฤษอย่างเดียว (0.84948) หรือ แบบจำลองที่ใช้ข้อมูลภาษาไทยอย่างเดียว (0.80383) และได้ค่าความแม่นยำที่สูงกว่าการตรวจสอบความสมเหตุสมผลแบบไขว้จำนวน 5 พับและการทดลองแบบจำลองในลักษณะความคล้ายระหว่างบทความ
กรอบงานการตอบคำถามภาษาไทยโดยใช้แบบจำลองประเภททรานส์ฟอร์เมอร์พร้อมด้วยข้อมูลเสริม, ภูริ ฟักมงคล
กรอบงานการตอบคำถามภาษาไทยโดยใช้แบบจำลองประเภททรานส์ฟอร์เมอร์พร้อมด้วยข้อมูลเสริม, ภูริ ฟักมงคล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การตอบคำถาม (Question Answering) เป็นหนึ่งในงานด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ ที่สามารถให้อุปกรณ์เข้าใจบทความและสามารถตอบคำถามที่ให้ได้ มีงานศึกษาทางด้านตอบคำถามในภาษาอังกฤษซึ่งมีจำนวนของชุดข้อมูลที่มีจำนวนมาก แต่ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีจำนวนของชุดข้อมูลที่น้อยกว่า ทำให้ประสิทธิภาพของแบบจำลองการตอบคำถามภาษาไทยมีคะแนนเอฟวันเพียง 70% ในขณะที่แบบจำลองการตอบคำถามภาษาอังกฤษ สามารถมีคะแนนเอฟวันสูงถึง 90% ดังนั้น ในงานวิจัยชิ้นนี้ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลองการตอบคำถามภาษาไทย โดยการสร้างชุดข้อมูลเพิ่มด้วยแบบจำลอง Multilingual Text-to-Text Transfer Transformer (mT5) และการประมวลผลข้อมูลที่เหมาะสมกับภาษาไทย วิธีนี้ สามารถสร้างชุดข้อมูลการตอบคำถามได้มากกว่าหนึ่งแสนชุดจากบทความ Wikipedia ภาษาไทย นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังศึกษารูปแบบวิธีการฝึกสอนในรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้ชุดข้อมูลที่สร้างขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแบบจำลองการตอบคำถามให้ได้มากที่สุด อีกทั้ง ในงานวิจัยนี้ได้เสนอการวัดผลแบบจำลองการตอบคำถามภาษาไทยโดยใช้คะแนนเอฟวันระดับพยางค์ ซึ่งมีความเหมาะสมกับภาษาไทยมากกว่าการวัดผลด้วยวิธีการดั้งเดิม โดยใช้คะแนนความถูกต้องและคะแนนเอฟวันระดับคำ ผู้วิจัยได้ทำการทดลองบนชุดข้อมูลการตอบคำถามภาษาไทยทั้ง 2 ชุด ได้แก่ Thai Wiki QA และ iApp Wiki QA พบว่าผลการทดลองโดยใช้วิธีการสร้างชุดข้อมูลของงานวิจัยชิ้นนี้ สามารถให้ประสิทธิภาพของแบบจำลองสูงขึ้นบนชุดข้อมูลทั้ง 2 ชุด โดยใช้แบบจำลองประเภท ทรานส์ฟอร์เมอร์ ได้แก่ Roberta และ mT5
ระบบแนะนําร้านอาหารในประเทศไทยแบบผสมด้วยการเรียนรู้เชิงลึก, อภิสรา แซ่ลิ้ม
ระบบแนะนําร้านอาหารในประเทศไทยแบบผสมด้วยการเรียนรู้เชิงลึก, อภิสรา แซ่ลิ้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในยุคที่ข้อมูลมากมายมหาศาล ระบบผู้แนะนำมีบทบาทสำคัญอย่างมากตราบใดที่ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการใช้ข้อมูลและส่งข้อมูลมากขึ้น ธุรกิจจำนวนมากได้ใช้ระบบผู้แนะนำเพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่ผู้ใช้ได้ทำการค้นหาสินค้าหรือรายการโดยอ้างอิงจากข้อมูลการบริโภคของผู้ใช้ที่ผ่านมา โครงข่ายประสาทเชิงลึกได้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าสนใจในหลากหลายสาขาวิชา รวมถึงระบบผู้แนะนำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวได้ละเว้นการใช้ข้อมูลเสริมในแบบจำลอง ดังนั้น ในงานวิจัยนี้จึงนำเสนอระบบการแนะนำเชิงลึกด้วยโครงข่ายประสาท ซึ่งประกอบด้วยการกรองการทำงานร่วมกันเชิงลึกเพื่อเรียนรู้ปัจจัยแฝงของการโต้ตอบของผู้ใช้และสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลองด้วยข้อมูลคุณลักษณะของสินค้าโดยใช้เพอร์เซปตรอนแบบหลายชั้น และรวมทั้งสองแบบจำลองนี้เข้าด้วยกัน เรียกว่า แบบจำลอง DNNRecs นอกเหนือจากโครงสร้างของแบบจำลองแล้ว ยังได้มีการนำเสนอวิธีการทำวิศวกรรมคุณลักษณะเพื่อสร้างคุณลักษณะใหม่จากข้อความวิจารณ์โดยใช้เทคนิค tf-idf งานวิจัยนี้ได้ใช้ชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยและแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแบบจำลองที่นำเสนอ
การประยุกต์ใช้การเรียนรู้ด้วยเครื่องเพื่อตรวจจับงานเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการทดสอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, อรุณี ศรีดี
การประยุกต์ใช้การเรียนรู้ด้วยเครื่องเพื่อตรวจจับงานเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการทดสอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, อรุณี ศรีดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้นำเสนอเทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่องในการตรวจจับงานเสียที่เกิดจากการอ่านสัญญาณเซอร์โวในกระบวนการทดสอบ ลักษณะของชุดข้อมูลมีจำนวนหลายมิติและมีความไม่สมดุลสูง มีการเลือกคุณลักษณะด้วย Filter Method และ Embedded Method เพื่อลดมิติของข้อมูล มีการประยุกต์ใช้เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่อง 2 อัลกอริทึม คือ SVM และ XGBoost ร่วมกับ 3 วิธีการในการจัดการข้อมูลที่ไม่สมดุล คือ SMOTE , Different Cost Learner และ SMOTE กับ Different Cost รวมเป็น 6 วิธีการและทำการเปรียบเทียบผลการทดลอง SVM ให้ประสิทธิภาพที่ดีในการวัดด้วย ROC AUC แต่ให้ประสิทธิภาพที่ค่อนข้างต่ำในการวัดด้วย PRC AUC ขณะที่ XGB ให้ประสิทธิภาพที่ดีทั้ง ROC AUC และ PRC AUC โดยวิธีการของ XGB SMOTE ให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดที่ ROC AUC 91%, PRC AUC 73% และ Accuracy, Precision, Recall และ F1-Score ที่ 97%
ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัมสำหรับปัญหายาก, กมลลักษณ์ สุขเสน
ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัมสำหรับปัญหายาก, กมลลักษณ์ สุขเสน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยทางด้านคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัม (Quantum computer) ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับนักวิจัยในการพัฒนาเทคนิคต่างๆเพื่อให้การประมวลผลข้อมูลควอนตัมขนาดใหญ่สามารถทำได้จริง มีงานวิจัยหลากหลายสาขาเกี่ยวกับการจำลองระบบควอนตัม โดยเฉพาะด้านอัลกอริทึมควอนตัมสำหรับแก้ปัญหา NP-hard ซึ่งใช้เวลาแก้ปัญหานานเกินกว่าจะเป็นไปได้จริงในเครื่องคอมพิวเตอร์ดั้งเดิม งานวิจัยนี้นำเสนอขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัม ซึ่งเป็นการนำข้อได้เปรียบจากการประมวลผลเชิงควอนตัม ได้แก่ สภาวะซ้อนทับของสถานะควอนตัม และการประมวลผลควอนตัมแบบขนานในอัลกอริทึมการค้นหาของโกรเวอร์ (Grover's search algorithm) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการคัดเลือกโครโมโซมของขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดดั้งเดิมที่มีการคัดเลือกโครโมโซมที่ดี เพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัมที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นในแง่ของความถูกต้องของคำตอบ ขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถแก้ปัญหา traveling salesman ขนาดเล็กได้บนเครื่องจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัม เนื่องจากจำนวนคิวบิตที่มีอย่างจำกัดจึงไม่สามารถทำการทดลองกับปัญหา traveling salesman ขนาดใหญ่ได้ แม้ว่าจำนวนฟังก์ชันที่ใช้ในการประเมินค่าความเหมาะสมของขั้นตอนวิธีที่นำเสนอมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นเอ็กโปเน็นเชียลเมื่อจำนวนเมืองเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้ดีกว่าขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดดั้งเดิม นอกจากนี้ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าจำนวนรอบของโกรเวอร์ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ในขณะที่จำนวนช็อตหรือจำนวนรอบที่รันอัลกอริทึมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำตอบที่ได้จากการวัดค่าสถานะคิวบิต
การตัดไทม์เพทริเน็ตโดยใช้คุณสมบัติตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริก, ปฏิมากร จริยฐิติพงศ์
การตัดไทม์เพทริเน็ตโดยใช้คุณสมบัติตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริก, ปฏิมากร จริยฐิติพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ไทม์เพทริเน็ตเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างแบบจำลองและทวนสอบระบบเวลาจริง ปริภูมิสถานะของไทม์เพทริเน็ตนั้นมีอัตราการเติบโตแบบเอกโพเนนเชียลเนื่องจากความซับซ้อนของระบบเวลาจริง ซึ่งปริภูมิสถานะที่มีขนาดใหญ่มากอาจทำให้เกิดการระเบิดของปริภูมิสถานะในการทำโมเดลเช็กกิง งานวิจัยนี้จึงนำเสนออัลกอริทึมการตัดไทม์เพทริเน็ตโดยใช้สูตรตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริกเพื่อลดขนาดไทม์เพทริเน็ตโดยการกำจัดเพลสและทรานสิชันที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาร์คกิงเริ่มต้นและคุณสมบัติของสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริก นอกจากนี้อัลกอริทึมที่นำเสนอยังนำเสนอกราฟพึ่งพาซึ่งแสดงเป็นกราฟพึ่งพาที่แสดงช่วงเวลาโกลบอลของการยิงของทรานสิชันเพื่อแสดงพฤติกรรมการทำงานของไทม์เพทริเน็ต โดยไทม์เพทริเน็ตผลลัพธ์นั้นยังคงเส้นทางการทำงานที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำโมเดลเช็กกิง ดังนั้น โมเดลเช็กกิงสามารถสร้างปริภูมิสถานะที่เพียงพอต่อการทวนสอบเมื่อเทียบกับไทม์เพทริเน็ตที่ไม่ได้ตัด
ซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้ พร้อมด้วยส่วนประเมินตัวสร้างคำถาม, ปณิดา วิริยะชัยพร
ซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้ พร้อมด้วยส่วนประเมินตัวสร้างคำถาม, ปณิดา วิริยะชัยพร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบสำหรับการฝึกฝนแบบปรับเหมาะ (adaptive practicing) สามารถส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีระบบนี้อยู่บ้าง แต่การสร้างระบบนี้ยังคงมีความซับซ้อนแม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยเหลือก็ตาม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้ พร้อมด้วยส่วนประเมินตัวสร้างคำถาม โดยใช้ระบบการจัดอันดับของ Elo โดยเฟรมเวิร์กนี้สามารถนำตัวสร้างคำถามมาสร้างเป็นระบบสำหรับการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้อย่างง่ายดายในรูปแบบบริการเอพีไอ (Application Programming Interface; API) บนเว็บไซต์ ซึ่งในเฟรมเวิร์กนี้ประกอบไปด้วย 4 โมเดล ได้แก่ ตัวชี้วัดการเรียนรู้ ผู้เรียน โจทย์คำถาม และบทคำสั่ง นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย 7 มอดูล ได้แก่ ส่วนเลือกโจทย์คำถาม ส่วนสร้างโจทย์คำถาม ส่วนคำนวณความแตกต่างระหว่างคำถาม ส่วนแสดงผลโจทย์คำถาม ส่วนตรวจสอบคำตอบ ส่วนแสดงผลย้อนกลับ (feedback) และส่วนปรับโจทย์คำถามให้เป็นปัจจุบัน การแยกส่วนสร้างโจทย์คำถามออกมานั้น ส่งผลให้เฟรมเวิร์กรองรับคำถามสำหรับหลายหัวข้อ อาทิ คำถามวิชาภาษาไทย คำถามวิชาคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ส่วนสร้างโจทย์คำถามยังทำให้ระบบที่สร้างภายใต้เฟรมเวิร์กนี้ มีทรัพยากรโจทย์คำถามที่ไม่จำกัด และขยายฐานข้อมูลโจทย์คำถามได้อย่างอัตโนมัติ อีกทั้งเฟรมเวิร์กนี้ยังรองรับคำถามได้หลากหลายประเภทที่สามารถประเมินผลเป็นถูกและผิด อาทิ คำถามปรนัย คำถามเลือกจับคู่ เนื่องจากการออกแบบให้ส่วนแสดงผลโจทย์คำถามเป็นส่วนที่สามารถปรับแต่งได้ เฟรมเวิร์กนี้รองรับการออกรายงานทั้งหมด 5 ประเภทเพื่อใช้วิเคราะห์ทั้งในฝั่งผู้เรียนและฝั่งของระบบ ระบบที่สร้างภายใต้เฟรมเวิร์กนี้ถูกออกแบบให้เป็นเอพีไอจึงทำให้สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ระบบที่สร้างภายใต้เฟรมเวิร์กนี้สามารถรองรับการเรียนการสอนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์สำหรับกลุ่มผู้เรียนทุกขนาด และทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยความเร็วตามความสามารถของตนเอง และผู้สอนไม่จำเป็นต้องสร้างคำถามสำหรับป้อนเข้าในระบบ
แบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกประเภทภาพแบบละเอียด, สรนันท์ พยัตศุภร
แบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกประเภทภาพแบบละเอียด, สรนันท์ พยัตศุภร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การจำแนกประเภทภาพแบบละเอียดเป็นปัญหาการจำแนกประเภทภาพที่อยู่ในหมวดหมู่หลักเดียวกัน เช่น ชนิดของนก, รุ่นของรถยนต์และรุ่นของเครื่องบิน โดยปัญหาหลักของการจำแนกประเภทภาพแบบละเอียดคือมีความผันผวนภายในประเภทและความเหมือนระหว่างประเภทสูง ทำให้งานวิจัยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การระบุตำแหน่งของวัตถุหรือชิ้นส่วนสำคัญของภาพด้วยการออกแบบโครงสร้างแบบจำลองที่มีความซับซ้อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพของความแม่นยำในการจำแนกประเภทซึ่งประกอบด้วยแบบจำลองสองระดับที่ทำหน้าที่แยกกันในการระบุตำแหน่งและจำแนกประเภท โดยการระบุตำแหน่งวัตถุทำหน้าที่หาพื้นที่ในรูปภาพที่มีวัตถุอยู่ด้วยสมมติฐานพื้นที่ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนการรวมของผังฟีเจอร์ ซึ่งสกัดมาจากหลังจากคอนโวลูชันนิวรอลเน็ตเวิร์ค หลังจากนั้นในขั้นตอนการจำแนกประเภท ได้ปรับปรุงฟังก์ชันสูญเสียค่าสูงสุดอย่างอ่อนด้วยการเพิ่มมาจินเชิงมุมปรับค่าได้ในค่ามุมระหว่างฟีเจอร์เวกเตอร์และเวกเตอร์ศูนย์กลางประจำแต่ละประเภทในระหว่างการฝึกสอนแบบจำลอง วิธีการในงานวิจัยนี้สามารถฝึกสอนแบบจำลองได้แบบเอ็นทูเอ็นโดยไม่ต้องใช้กล่องขอบเขตในการฝึกสอนเพิ่มเติม ทั้งนี้ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า เทคนิคที่งานวิจัยนี้นำมาใช้มีประสิทธฺภาพที่ดีบนชุดข้อมูลสามชุดที่มีการใช้อย่างกว้างขวางในการทดลองเกี่ยวกับการจำประแนกประเภทภาพแบบละเอียด
โมเดลควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมสำหรับปัญหาการถดถอย, สุรพันธุ์ เหล่าคนดี
โมเดลควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมสำหรับปัญหาการถดถอย, สุรพันธุ์ เหล่าคนดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์แบบคลาสสิคในการแก้ไขปัญหาบางประเภทด้วยการใช้กฎของกลศาสตร์ควอนตัมและด้วยการรวมเอาความรู้ทางด้านการเรียนรู้ของเครื่องและควอนตัมคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่เรียกว่าการเรียนรู้ของเครื่องแบบควอนตัม ควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมเป็นหนึ่งในรูปแบบของการใช้ความรู้ของการเรียนรู้ของเครื่องและคอมพิวเตอร์ควอนตัมด้วยการดัดแปลงความคิดจากการทำโครงข่ายประสาทเทียมแบบคลาสสิคและการใช้ควอนตัมเกทแบบปรับค่าได้มาเป็นค่าน้ำหนักของโครงข่ายประสาทเทียม ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมด้วยข้อมูลจากโลกจริงเพื่อแก้ไขปัญหาการถดถอยเพื่อทำนายจำนวนโทเคนที่ใช้ในระบบประมูลรายวิชา โดยการทดลองจะถูกทำบนเครื่องจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของไอบีเอ็ม(Qiskit) ผลลัพธ์ของการทดลองได้แสดงให้เห็นว่าควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมสามารถบรรลุผลที่ดีในการทำนายเมื่อเปรียบเทียบกับโครงข่ายประสาทเทียมแบบคลาสสิคโดยโมเดลที่ดีที่สุดมีค่ารากที่สองของค่าเฉลี่ยความผิดพลาดกำลังสอง(RMSE) ที่ 6.38% วิธีการนี้ทำให้เกิดการเปิดกว้างสำหรับโอกาสที่จะสำรวจผลประโยชน์ของการเรียนรู้ของเครื่องแบบควอนตัมในการทำวิจัยในอนาคต
การประยุกต์การวิเคราะห์เครือข่ายสังคมเพื่อปรับปรุงกระบวนการทดสอบซอฟต์แวร์, พรรณธิภา บุญมาพบ
การประยุกต์การวิเคราะห์เครือข่ายสังคมเพื่อปรับปรุงกระบวนการทดสอบซอฟต์แวร์, พรรณธิภา บุญมาพบ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Jira Software เป็นโซลูชันการจัดการโครงการแบบอไจล์ ซึ่งเดิมออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือในการติดตามข้อบกพร่องและปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโครงการ การค้นหาปัญหาหรือข้อมูลข้อบกพร่องสามารถทำได้โดยใช้ Jira Query Language (JQL) อย่างไรก็ตาม การสืบค้นปัญหาหรือข้อบกพร่องจากแหล่งที่เก็บข้อมูลจะคืนค่าข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงมาอย่างง่ายและธรรมดาทั่วไป ในงานวิจัยนี้ ได้นำเสนอแนวทางการสร้างภาพข้อมูลเครือข่ายเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างตัวบทบาท เช่น คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ ข้อบกพร่อง และบุคลากร โดยเทคนิคการวิเคราะห์เครือข่ายโซเชียลใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อบกพร่องที่รวบรวมจากโครงการซอฟต์แวร์ภายในธนาคาร และ Gephi ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายของบทบาทที่ระบุเป็นโหนดและการเชื่อมโยงของโหนดเหล่านั้น ซึ่งแนวทางของการวิเคราะห์เครือข่ายภาพนั้นใช้ได้จริงและให้ข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์ข้อบกพร่องที่จำเป็นสำหรับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในเชิงรุก
Prioritization Of Mutation Test Case Generation With Centrality Measures, ศุภชัย ทรัพย์มาก
Prioritization Of Mutation Test Case Generation With Centrality Measures, ศุภชัย ทรัพย์มาก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทดสอบการกลายพันธุ์สามารถนำไปใช้กับการประเมินคุณภาพของกรณีทดสอบได้ การจัดลำดับความสำคัญของการสร้างการทดสอบการกลายพันธุ์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของแนวปฏิบัติทางอุตสาหกรรมที่จะมีส่วนช่วยในการประเมินกรณีทดสอบ โดยทั่วไปแล้ว อุตสาหกรรมจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ภายใต้เงื่อนไขของเวลาสู่ตลาด ดังนั้นจึงต้องเสียสละงานทดสอบซอฟต์แวร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะต้องใช้กรณีทดสอบจำนวนมากสำหรับการตรวจสอบซอฟต์แวร์ การใช้การวัดศูนย์กลางเครือข่ายสังคม เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการสร้างการทดสอบการกลายพันธุ์ ซอร์สโค้ดที่มีค่าเพจแรงก์สูงสุด จะถูกเน้นก่อนเมื่อพัฒนากรณีทดสอบ เนื่องจากโมดูลเหล่านี้เสี่ยงต่อข้อบกพร่องหรือความผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดข้อบกพร่องที่ตามมาในโมดูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยระบุกรณีทดสอบที่ลดได้ในชุดทดสอบ โดยยังคงรักษาเกณฑ์เดียวกันกับจำนวนกรณีทดสอบเดิม
Equations Of State For Warm Dense Carbon From Quantum Espresso, Derek J. Schauss
Equations Of State For Warm Dense Carbon From Quantum Espresso, Derek J. Schauss
Theses and Dissertations
Warm dense plasma is the matter that exists, roughly, in the range of 10,000 to 10,000,000 Kelvin and has solid-like densities, typically between 0.1 and 10 grams per centimeter. Warm dense fluids like hydrogen, helium, and carbon are believed to make up the interiors of many planets, white dwarfs, and other stars in our universe. The existence of warm dense matter (WDM) on Earth, however, is very rare, as it can only be created with high-energy sources like a nuclear explosion. In such an event, theoretical and computational models that accurately predict the response of certain materials are thus very …
K-Nearest Neighbors Density-Based Clustering, Avory C. Bryant
K-Nearest Neighbors Density-Based Clustering, Avory C. Bryant
Theses and Dissertations
Traditional density-based clustering approaches rely on a distance-based parameter to define data connectivity and density. However, an appropriate value of this parameter can be difficult to determine as it is highly dependent on the underlying distribution of the data. In particular, distribution parameters affect the scale of inter-group distances (e.g., variance); this dependence leads to a well-known inability to simultaneously detect clusters at varying levels of density. In this work, connectivity and density are defined according to the rank-order induced by the distance metric (i.e., invariant to the expected scale of the distances). Connectivity by k-nearest neighbors and density by …
A Deep Learning U-Net For Detecting And Segmenting Liver Tumors, Vidhya Cardozo
A Deep Learning U-Net For Detecting And Segmenting Liver Tumors, Vidhya Cardozo
Theses and Dissertations
Visualization of liver tumors on simulation CT scans is challenging even with contrast-enhancement, due to the sensitivity of the contrast enhancement to the timing of the CT acquisition. Image registration to magnetic resonance imaging (MRI) can be helpful for delineation, but differences in patient position, liver shape and volume, and the lack of anatomical landmarks between the two image sets makes the task difficult. This study develops a U-Net based neural network for automated liver and tumor segmentation for purposes of radiotherapy treatment planning. Non-contrast simulation based abdominal CT axial scans of 52 patients with primary liver tumors were utilized. …
Password-Less Two-Factor Authentication Using Scannable Barcodes On A Mobile Device, Grant M. Callant Ii
Password-Less Two-Factor Authentication Using Scannable Barcodes On A Mobile Device, Grant M. Callant Ii
EWU Masters Thesis Collection
Currently, passwords are the default method used to authenticate users. As hardware continues to advance in speed, breaking these passwords becomes easier. The traditional solution to this problem is ever increasing password complexity and two-factor authentication. However, users become strained under overly complex login systems and often circumvent them. Two-factor authentication also adds to this complexity and many forms of two-factor authentication are inherently insecure. In answer to these problems, this project proposes a password-less multi-factor authentication system, which leverages the tried-and-proven existing technologies, asymmetric cryptography, digital signatures, and biometric authentication. Simulated user testing shows promising results, suggesting that registration …
Swill-Tac: Skill-Oriented Dynamic Task Allocation With Willingness For Complex Job In Crowdsourcing, Riya Samanta, Soumya K. Ghosh, Sajal K. Das
Swill-Tac: Skill-Oriented Dynamic Task Allocation With Willingness For Complex Job In Crowdsourcing, Riya Samanta, Soumya K. Ghosh, Sajal K. Das
Computer Science Faculty Research & Creative Works
Allocating tasks to the best-fit candidates is a classical problem in crowdsourcing (CS). Most of the existing approaches assume that the task and candidate knowledge is known in advance and ignore the effect of enrolled candidates' willingness on the CS system's selection decision. For instance, an unwilling candidate assigned to a task may quit without completing it, thus depreciating the utility of the CS platform. In practice, a task or candidate may arrive or leave the CS system dynamically. Moreover, a complex task may be broken into smaller sub-tasks, each requiring a variety of computations and expertise. To overcome these …
Novel Fast Terminal Sliding Mode Controller With Current Constraint Forpermanent-Magnet Synchronous Motor, Yao Fang, Huifang Kong, Daoyuan Ding
Novel Fast Terminal Sliding Mode Controller With Current Constraint Forpermanent-Magnet Synchronous Motor, Yao Fang, Huifang Kong, Daoyuan Ding
Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences
Under the noncascade structure, the balance between q-axis current constraint and dynamic performance in permanent-magnet synchronous motor system has become a critical problem. On the one hand, large transient current is required to provide high torque to achieve fast dynamic performance. On the other hand, current constraint becomes a state constraint problem, instead of governing q-axis reference current in the cascade structure directly. Aiming at this issue, a novel fast terminal sliding mode control (FTSMC)-based controller with current constraint is developed in this paper. The novelty of this scheme is related to the proposed penalty function based on interior point …
Joint Optimization Of Target Wake Time Mechanism And Scheduling For Ieee802.11ax, Mehmet Karaca
Joint Optimization Of Target Wake Time Mechanism And Scheduling For Ieee802.11ax, Mehmet Karaca
Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences
IEEE 802.11ax as the newest wireless local area networks (WLANs) standard brings enormous improvements in network throughput, coverage and energy efficiency in densely populated areas. Unlike previous IEEE 802.11 WLAN standards where power saving mechanisms have a limited capability and flexibility, 802.11ax comes with a different mechanism called target wake time (TWT) where stations (STAs) wake up only after each TWT interval and different STAs can wake up at different time instance depending on their application requirements. As an example, for a periodic data arrival occurring in IoT applications, STA can wake up by following the data period and go …
Impact Of Hybrid Power Generation On Voltage, Losses, And Electricity Cost Indistribution Networks, Yavuz Ateş, Tayfur Gökçek, Ahmet Yi̇ği̇t Arabul
Impact Of Hybrid Power Generation On Voltage, Losses, And Electricity Cost Indistribution Networks, Yavuz Ateş, Tayfur Gökçek, Ahmet Yi̇ği̇t Arabul
Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences
Energy and its capacity has emerged as one of the biggest distribution challenges all over the world. The existing grid becomes insufficient along with the expansion of the consumption. Therefore, the number of distributed generation (DG) in distribution networks increases and it allows us to sell back the extra energy. However, the efficiency of energy must be maintained into optimal values from the grid to the end-users. In spite of a lot of advantages of DG units, there are some disadvantages like fluctuations in voltage, increments of power losses, wrong protection coordination, harmonic and energy quality issues etc.. If the …
Analysis And Simulation Of Efficiency Optimized Ipm Drives In Constant Torqueregion With Reduced Computational Burden, Mi̇kai̇l Koç, Selçuk Emi̇roğlu, Bünyami̇n Tamyürek
Analysis And Simulation Of Efficiency Optimized Ipm Drives In Constant Torqueregion With Reduced Computational Burden, Mi̇kai̇l Koç, Selçuk Emi̇roğlu, Bünyami̇n Tamyürek
Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences
Moving from internal combustion engine based towards electric based transportation is crucial for wide societies as they facilitate the use of green energy technologies such as wind and solar. Interior mounted permanent magnet (IPM) machines, also known as salient brushless alternating current (AC) machines, are commonly employed in traction applications as they have superior features, such as high efficiency operation, high torque, and power densities. The efficiency optimization in IPM drives is achieved by obtaining and operating at accurate and unique current angle for a certain electromagnetic torque demand. In conventional drives, the optimum current angle is obtained by online …
Determination Of Pneumonia In X-Ray Chest Images By Using Convolutionalneural Network, Özlem Polat, Zümray Ölmez, Tamer Ölmez
Determination Of Pneumonia In X-Ray Chest Images By Using Convolutionalneural Network, Özlem Polat, Zümray Ölmez, Tamer Ölmez
Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences
Pneumonia is one of the major diseases that cause a lot of deaths all over the world. Determining pneumonia from chest X-ray (CXR) images is an extremely difficult and important image processing problem. The discrimination of whether pneumonia is of bacterium or virus origin has also become more important during the pandemic. Automatic determination of the presence and origin of pneumonia is crucial for speeding up the treatment process and increasing the patient's survival rate. In this study, a convolutional neural network (CNN) framework is proposed for detection of pneumonia from CXR images. Two different binary CNNs and a triple …