Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Higher Education (5521)
- Social and Behavioral Sciences (3261)
- Medicine and Health Sciences (2178)
- Curriculum and Instruction (1996)
- Arts and Humanities (1945)
-
- Business (1669)
- Teacher Education and Professional Development (1421)
- Educational Administration and Supervision (1400)
- Health and Physical Education (1224)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (1203)
- Educational Leadership (1121)
- Sports Sciences (965)
- Educational Methods (896)
- Higher Education Administration (776)
- Medical Education (752)
- Sports Studies (722)
- Science and Mathematics Education (631)
- Marketing (600)
- Other Education (597)
- Medical Specialties (568)
- Bilingual, Multilingual, and Multicultural Education (559)
- Secondary Education (521)
- Special Education and Teaching (520)
- Language and Literacy Education (517)
- Educational Psychology (502)
- Scholarship of Teaching and Learning (474)
- Sports Medicine (470)
- Sociology (467)
- Physical Sciences and Mathematics (447)
- Institution
-
- University of Alabama at Birmingham (1009)
- East Tennessee State University (752)
- Georgia Southern University (646)
- Gdansk University of Physical Education and Sport (566)
- Association of Arab Universities (559)
-
- University of Nebraska - Lincoln (493)
- Western Kentucky University (431)
- Walden University (382)
- Liberty University (346)
- Morehead State University (301)
- Wayne State University (251)
- Nova Southeastern University (195)
- Wright State University (191)
- Chulalongkorn University (189)
- Marshall University (188)
- University of Northern Iowa (182)
- Utah State University (178)
- Old Dominion University (175)
- City University of New York (CUNY) (172)
- University of Arkansas, Fayetteville (161)
- University of South Florida (159)
- Universitas Negeri Yogyakarta (158)
- Western Michigan University (156)
- Grand Valley State University (148)
- Portland State University (148)
- Edith Cowan University (146)
- Illinois Wesleyan University (145)
- St. John's University (136)
- Ministry of Higher and Secondary Specialized Education of the Republic of Uzbekistan (135)
- University of South Carolina (134)
- Keyword
-
- Release (537)
- Education (419)
- Georgia Southern University (365)
- Higher education (335)
- Southern Business Review (335)
-
- COVID-19 (289)
- School of medicine (280)
- Georgia Southern College (211)
- Students (194)
- Newsletter (189)
- Report (180)
- College of arts and sciences (179)
- Leadership (165)
- Annual Program Outcomes Assessments (162)
- Curriculum (153)
- Georgia Southern (148)
- Professional development (146)
- UAB (137)
- Equity (130)
- Diversity (126)
- Community college (122)
- Inclusion (119)
- Special education (117)
- Higher Education (113)
- Physical activity (113)
- Motivation (108)
- Online learning (108)
- Pedagogy (106)
- Literacy (103)
- STEM (101)
- Publication
-
- Browse All News (852)
- Baltic Journal of Health and Physical Activity (566)
- Theses and Dissertations (519)
- ETSU News (460)
- International Journal of Exercise Science: Conference Proceedings (343)
-
- Southern Business Review (Archived) (342)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (334)
- Doctoral Dissertations and Projects (294)
- Dissertations (252)
- Patient Education Projects (243)
- Association of Arab Universities Journal for Education and Psychology (206)
- Electronic Theses and Dissertations (200)
- Jordanian Educational Journal (177)
- Annual Program Outcomes Assessments - All (162)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (146)
- Palestine Technical University Research Journal (128)
- School of Education and Leadership Student Capstone Projects (116)
- Journal of Comparative & International Higher Education (110)
- News and Events (Discontinued Series) (103)
- The Coastal Business Journal (103)
- Honors Program: Senior Projects (Public) (100)
- Mental Enlightenment Scientific-Methodological Journal (100)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (100)
- eReporter (campus newsletter) (96)
- LC Journal of Special Education (95)
- George-Anne Media Group: Newsletters & Magazines (91)
- Faculty Senate Records (84)
- Master's Theses & Capstone Projects (84)
- The Qualitative Report (76)
- Masters Projects (73)
- Publication Type
- File Type
Articles 16651 - 16680 of 16760
Full-Text Articles in Education
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกเพื่อพัฒนาความมั่นใจและทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมศึกษา, นำชัย แสนศิลป์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกเพื่อพัฒนาความมั่นใจและทักษะการพูดภาษาอังกฤษ 2) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกเพื่อพัฒนาความมั่นใจและทักษะการพูดภาษาอังกฤษ 3) นำเสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกเพื่อพัฒนาความมั่นใจและทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายได้แก่ 1) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 150 คน 2) ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจประเมินรูปแบบการเรียนรู้และเครื่องมือวิจัย จำนวน 15 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกฯ ประกอบไปด้วย 7 องค์ประกอบ คือ 1) การแนะนำ 2) การศึกษาเนื้อหาร่วมกันและสะท้อนความคิด 3) การเขียนแบบร่างวีล็อก 4) การแก้ไขแบบร่างวีล็อก 5) การถ่ายวีล็อก 6) การอัปโหลดวีล็อกและรับฟังคำแนะนำ 7) การสะท้อนความคิดเห็น 2) ทักษะการพูดภาษาอังกฤษและความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลการของการนำเสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้โมไบล์เลิร์นนิงร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดด้วยวีล็อกฯ พบว่า ผลการประเมินรูปแบบอยู่ในระดับดีมาก
การพัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเสริมต่อการเรียนรู้ด้วยแชทบอทอัจฉริยะเพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้สารสนเทศของนิสิตนักศึกษาปริญญาบัณฑิต, พรรณิสรา จั่นแย้ม
การพัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเสริมต่อการเรียนรู้ด้วยแชทบอทอัจฉริยะเพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้สารสนเทศของนิสิตนักศึกษาปริญญาบัณฑิต, พรรณิสรา จั่นแย้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและออกแบบการเสริมต่อการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับแบบแผนทักษะการรู้สารสนเทศ 2) พัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเสริมต่อการเรียนรู้ด้วยแชทบอทอัจฉริยะเพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้สารสนเทศ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเสริมต่อการเรียนรู้ด้วยแชทบอทอัจฉริยะเพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้สารสนเทศสำหรับกลุ่มนิสิตนักศึกษาปริญญาบัณฑิต และ 4) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับทักษะการรู้สารสนเทศของนิสิตนักศึกษาปริญญาบัณฑิตที่เรียนด้วยระบบฯ ที่พัฒนาขึ้น ตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 396 คน ผู้เชี่ยวชาญ 17 คน และนักศึกษามหาวิทยาลัย จำนวน 50 คน สถิติที่ใช้คือ สถิติบรรยาย, K-mean Decision-tree, The Wilcoxon Signed - Rank Test for Location และ Spearman rank correlation coefficient ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการจัดแบ่งกลุ่มแบบแผนทักษะการรู้สารสนเทศ (n=396) แบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง กลาง และอ่อนโดยมีค่าความแม่นยำในระดับสูงคือร้อยละ 94.19 จากเงื่อนไขการจำแนกรูปแบบทักษะการู้สารสนเทศ จำนวนทั้งสิ้น 74 เงื่อนไข ระบบออกแบบโดยมีแชทบอทอัจฉริยะและใช้การเสริมต่อการเรียนรู้ (scaffolding) ทั้ง 5 แบบผสมกันและต่างกันไปตามขั้นตอนการเรียน 2. ระบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นนี้มีทั้งหมด 4 องค์ประกอบ คือ 1) ระบบการเรียนรู้ตามความสามารถของผู้เรียน 2) การเสริมต่อการเรียนรู้ด้วยแชทบอทอัจฉริยะ 3) สถานการณ์ปัญหา และ 4) การประเมินผล และมี 4 ขั้นตอน คือ 1) นำเสนอสถานการณ์ปัญหา 2) ขั้นระบุปัญหา 3) ขั้นค้นหาสารสนเทศ และ 4) ขั้นแก้ปัญหา โดยระบบสามารถจัดผู้เรียนตามระดับความสามารถ 3 ระดับและมีบทเรียนสถานการณ์ปัญหาเป็นฐานทั้งหมด 9 บทเรียน ผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับดีมาก (Mean = 4.61, …
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, พีระพงษ์ แก้วกันหา
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, พีระพงษ์ แก้วกันหา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาเอกสาร ทฤษฎี แนวคิด หลักการ รูปแบบ เกี่ยวกับการเล่าเรื่องแบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 4) เพื่อศึกษาการตระหนักรู้ในตนเองของผู้เรียน 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 6) เพื่อนำเสนอการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพัฒนา (Research of Development) กลุ่มตัวอย่างการวิจัย คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน จำนวน 2 ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา จำนวน 2 ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดและประเมินผล จำนวน 1 ท่าน และ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ จำนวน 50 คน จากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินการตระหนักรู้ในตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ ผลการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ว่า 1. ผลการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบดิจิทัลโดยใช้การเล่าเรื่องส่วนตัวเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยวิเคราะห์ข้อมูลตามองค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้ 4 องค์ประกอบ สรุปได้ดังนี้ 1) วัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้ 2) เนื้อหาสาระและสื่อที่ใช้ การนำเนื้อหาสาระดังกล่าวมาจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเล่าเรื่องส่วนตัว โดยการนำเสนอเรื่องราวผ่านสื่อดิจิทัล โดยการใช้ภาพนิ่งหรือภาพวาด และเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ในหัวข้อที่หลากหลาย น่าสนใจ ซึ่งประมวลคำตอบอย่างเป็นระบบ 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสังเคราะห์มาได้จากหลักการและองค์ประกอบของการเล่าเรื่องแบบดิจิทัลแบบการเล่าเรื่องส่วนตัว 5 ขั้นตอนดังนี้ 1. ขั้นเตรียมการ 2. ขั้นวางแผน 3. ขั้นดำเนินการ 4. การนำเสนอผลงานและการประเมินผล และ 5. ขั้นเผยแพร่ 4) การวัดและการประเมินผลของบทเรียน ซึ่งมีรายละเอียด 2 ขั้นตอน ดังนี้ การวัดและประเมินผลก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 2. ผลการศึกษาประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยการเล่าเรื่องแบบดิจิทัลแบบการเล่าเรื่องส่วนตัว พบว่า การตระหนักรู้ในตนเองในภาพรวมของนักเรียนหลังการจัดเรียนรู้ด้วยการเล่าเรื่องแบบดิจิทัลแบบการเล่าเรื่องส่วนตัว สูงกว่าก่อนเรียน …
การพัฒนาระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบบุคลิกภาพเอ็นเนียแกรมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู, วราลี ฉิมทองดี
การพัฒนาระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบบุคลิกภาพเอ็นเนียแกรมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู, วราลี ฉิมทองดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 2) เพื่อสร้างระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบบุคลิกภาพเอ็นเนียแกรมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู 3) เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบบุคลิกภาพเอ็นเนียแกรมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู 4) เพื่อนำเสนอระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบบุคลิกภาพเอ็นเนียแกรมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู ตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาระบบ คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 424 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นสภาพและความต้องการจำเป็นของระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ฯ 2) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และ 3) แบบประเมินรับรองระบบฯ กลุ่มทดลองใช้ระบบฯ ได้แก่ ครูจำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ 2) แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ 3) เกณฑ์ประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบรูบริค 4) แบบสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อระบบฯ ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1. ระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบบุคลิกภาพเอ็นเนียแกรมเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทบาทครูและผู้ชี้แนะ 2) การชี้แนะด้วยเอ็นเนียแกรม 3) เป้าหมายด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 4) ระบบชี้แนะอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) กำหนดเป้าหมายการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 2) สำรวจตนเอง 3) เลือกทางเลือกและวิธีบรรลุเป้าหมาย 4) กำหนดแผนที่จะทำ 5) ทำตามแผนอย่างมุ่งมั่น และ 6) ทบทวน สะท้อนคิดและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 2. ผลการทดลองใช้ระบบพบว่า ครูมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการจัดการเรียนรู้สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนใช้ระบบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลสำรวจความคิดเห็นที่มีต่อความเหมาะสมของขั้นตอนระบบฯ ของกลุ่มทดลอง อยู่ในระดับมาก 4. ผู้เชี่ยวชาญให้การประเมินรับรองระบบฯ …
ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานบนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สิทธิชัย สิงหะเสนา
ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานบนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สิทธิชัย สิงหะเสนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานบนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานบนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ 1) แบบวัดสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ 2) แบบสังเกตพฤติกรรมการสืบสอบด้วยรูปแบบสถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานบนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์ 3) แบบประเมินกระบวนการการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ต่อการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ และ 4) แบบประเมินร่องรอยการเรียนรู้จากชิ้นงาน โดยเปรียบเทียบระดับสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ระหว่างกลุ่มทดลอง คือ กลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์ (n=25) และกลุ่มควบคุม คือ กลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐาน (n=25) โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ โดยผลการศึกษาพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานบนแพลตฟอร์มแบบร่วมมือออนไลน์เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม (Concrete experience) 2) ขั้นศึกษาสถานการณ์ (Simulation briefing) 3) ขั้นสะท้อนคิดจากสถานการณ์ (Reflective observation & thinking) 4) ขั้นออกแบบแนวคิด (Conceptualization) 5) ขั้นสำรวจตรวจสอบ (Experimenting) และ 6) ขั้นสรุปและขยายความรู้ (Elaboration) โดยจัดการเรียนรู้จำนวน 18 คาบ โดยใช้ระยะเวลา 9 สัปดาห์ และ 2) ผลการใช้รูปแบบพบว่ากลุ่มทดลองมีระดับสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์มากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติด้วยสถิติ T-test for independent samples และกลุ่มทดลองมีระดับสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนที่สูงขึ้นมากกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเปรียบเทียบระดับสมรรถนะการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มทดลองก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยสถิติ T-test for dependent samples
การพัฒนาไมโครเลิร์นนิงตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานสำหรับโมบายเลิร์นนิงแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานระดับปฏิบัติการ, อภิญญา แซ่ซึง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้วัตถุประสงค์ คือ1) ศึกษาสภาพและเปรียบเทียบทักษะในการพัฒนาตนเองของ พนักงาน จำแนกตามช่วงอายุ อายุการทำงาน จำนวนชั่วโมงในการเรียนรู้ และความพึงพอใจในการทำงาน ปัจจัยด้านภูมิหลัง ประสบการณ์ผู้ใช้ และประเมินความต้องการจำเป็น 2) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการพัฒนาตนเอง 3) เปรียบเทียบทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานระดับปฏิบัติการก่อนและหลังเรียน 4) เปรียบเทียบทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานหลังเรียน ระยะที่1 กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานระดับปฏิบัติการ จำนวน 72 คน ในจังหวัดกรุงเทพ โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบโควต้า จากนั้นใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า พนักงานที่มีช่วงอายุต่างกันส่งผลต่อการใช้เทคโนโลยีในการหาความรู้และการใช้ประโยชน์ของการเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้อายุการทำงานที่ต่างกัน ส่งผลต่อวัตถุประสงค์ในการใช้เทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์ของการเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือ จำนวนชั่วโมงในการเรียนรู้มีผลต่อการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตแตกต่างกัน เมื่อพิจารณาความพึงพอใจในการทำงาน พบว่าผู้เรียนมีการแบ่งปันแนวทางการแลกเปลี่ยนความรู้บนเว็บบอร์ดแตกต่างกัน ความต้องการจำเป็นที่มีต่อสื่อที่ใช้ในการหาความรู้ในการพัฒนาตนเองโดยรวม เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการหาความรู้มีดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด รองลงมาคือ รูปแบบการเรียนรู้ และความพร้อมในการเรียนผ่านมือถือ ตามลำดับ ระยะที่2 กลุ่มตัวอย่างคือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการฝึกอบรม ด้านการบริหารและการจัดการ จำนวน 5ท่าน เครื่องมือต้นแบบไมโครเลิร์นนิงตามแนวทางการเรียนรู้ฯ ผลการวิจัยพบว่าเครื่องมือดังกล่าวได้รับการประเมินคุณภาพระดับดีมาก ระยะที่3 พนักงานระดับปฏิบัติการ จำนวน 60 คน เครื่องมือวิจัยคือไมโครเลิร์นนิงตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานสำหรับโมบายเลิร์นนิงแพลตฟอร์ม ผลการวิจัยพบว่าทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานระดับปฏิบัติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้เรียนที่มีอายุน้อยมีทักษะการพัฒนาตนเองมากที่สุด
ผลการให้ข้อมูลย้อนกลับจากการประยุกต์ใช้โปรแกรมโค้ดที่มีต่อพัฒนาการการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา, ภัทราวดี ชุ่มนวล
ผลการให้ข้อมูลย้อนกลับจากการประยุกต์ใช้โปรแกรมโค้ดที่มีต่อพัฒนาการการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา, ภัทราวดี ชุ่มนวล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและตรวจสอบคุณภาพข้อมูลย้อนกลับที่นำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมโค้ดในการประเมินพัฒนาการการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา และ2) เพื่อวิเคราะห์พัฒนาการการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจากการประยุกต์ใช้โปรแกรมโค้ดร่วมกับการให้ข้อมูลย้อนกลับ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยขั้นต้น แบบ pretest posttest time series design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดทักษะการคิดแก้ปัญหา การวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละของพัฒนาการ และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติสรุปอ้างอิง ได้แก่ สถิติทดสอบความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้อมูลย้อนกลับและเกณฑ์การประเมินการประยุกต์ใช้โปรแกรมโค้ด ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) การเขียนโปรแกรมได้ตามที่โจทย์กำหนด (2) การแสดงลำดับขั้นตอนได้ตามเงื่อนไข (3) ความสมบูรณ์ของผลงาน และ (4) นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา โดยมีค่าดัชนี IOC อยู่ระหว่าง .6-1.0 และ 2) นักเรียนมีพัฒนาการการคิดแก้ปัญหาสูงสุดในระยะที่ 4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
A Framework For Phronetic Ldt Theory, Jason K. Mcdonald
A Framework For Phronetic Ldt Theory, Jason K. Mcdonald
Faculty Publications
My purpose in this chapter is to offer a reimagined view of theory in the field of learning design and technology (LDT). Instead of viewing theory as an external storehouse of knowledge, or a rule-like system for professionals to apply, in this framework theory is viewed as an orienting aid that supports practitioners as they refine their personal capacities for perception, discrimination, and judgment. Theory plays this orienting role as it offers insights into LDT-relevant practical knowledge, productive heuristics, points professionals towards opportunities to act, or identifies significant patterns and forms of excellence to which they can pay attention as …
Considering What Faculty Value When Working With Instructional Designers And Instructional Design Teams, Jason K. Mcdonald, Salma Elsayed-Ali, Kayla Bowman, Amy Allen Rogers
Considering What Faculty Value When Working With Instructional Designers And Instructional Design Teams, Jason K. Mcdonald, Salma Elsayed-Ali, Kayla Bowman, Amy Allen Rogers
Faculty Publications
The purpose of this research was to study what university faculty valued when working with instructional designers and instructional design teams to develop educational simulations. We did this through a case study of three faculty, where we analyzed what they discussed among themselves or communicated to other team members about what mattered to them about their team relationships or the design processes they employed. We structured our case report around three thematic issues that expressed how our participants depicted good relationships and processes. Our report concludes with a discussion of how instructional designers could use our findings in their practice.
Introducing Undergraduates To Instructional Design In A Graduate Studio: An Experiential, Model-Centered Approach, Rebecca Stull Zundell, William Sowards, Scott L. Howell, Jason K. Mcdonald
Introducing Undergraduates To Instructional Design In A Graduate Studio: An Experiential, Model-Centered Approach, Rebecca Stull Zundell, William Sowards, Scott L. Howell, Jason K. Mcdonald
Faculty Publications
This case study describes a combined graduate and undergraduate instructional design studio that introduced undergraduate students to instructional design in a multifaceted, holistic, and applied way. Reviewing the experience of the undergraduates in the course, this design case describes four learning interventions used to create this applied experience: (1) instructional design team projects—one non-profit and the other in higher education, (2) weekly seminars and biweekly training sessions from field experts, (3) an experiential out-of-state trip, and (4) weekly reflection journals. These studio-based learning interventions are presented within the context of the Experiential Learning Theory and Model-Centered Instruction. Overall, the course …
Increase Student Engagement In Online Writing Environments, Jonathan Balzotti, Jason K. Mcdonald, Kevin Haws, Amy Allen Rogers, Matthew J. Baker
Increase Student Engagement In Online Writing Environments, Jonathan Balzotti, Jason K. Mcdonald, Kevin Haws, Amy Allen Rogers, Matthew J. Baker
Faculty Publications
This case study explores a type of educational simulation, an alternative reality game we call a playable case study (PCS), and how its use influenced student engagement in an online writing classroom. The goal of the simulation was to help students create professional communication artifacts and experience real-world professional communication situations. This article reports the effectiveness of the playable case study as a tool specifically for online writing instruction (OWI). The context of our research was a PCS called Microcore. Acting as interns for a company, students are asked to investigate a serious problem that occurs and present a solution …
Incremental Improvements: Examining Instructional Changes And Rationales Of K-12 Online Teachers Using The Picrat And 4e Frameworks, Jered Borup, Rocio Quiroga Velasquez, Charles R. Graham, Leanna Archambault, Royce Kimmons
Incremental Improvements: Examining Instructional Changes And Rationales Of K-12 Online Teachers Using The Picrat And 4e Frameworks, Jered Borup, Rocio Quiroga Velasquez, Charles R. Graham, Leanna Archambault, Royce Kimmons
Faculty Publications
Teacher preparation programs have been slow to prepare teachers for the online environment, leaving many online teachers needing to learn on the job. However, little research has examined how online teachers grow as educators. One way to better understand this growth is to examine the changes online teachers make in their instruction and their rationales for making them. In this qualitative case study, we surveyed online teachers three times during an academic year regarding their instructional changes. Participants described these changes and categorized them on a modified PICRAT matrix to indicate if the changes made student learning more passive, interactive, …
Providing Institutional Support For Academic Engagement In Online And Blended Learning Programs, Sara Tuiloma, Charles R. Graham, Adriana María Martinez Arias, Diana Maria Parra Caicedo
Providing Institutional Support For Academic Engagement In Online And Blended Learning Programs, Sara Tuiloma, Charles R. Graham, Adriana María Martinez Arias, Diana Maria Parra Caicedo
Faculty Publications
In this paper, we examine how universities can evaluate the level of support they provide to help their students with affective, behavioral, and cognitive engagement in their online and blended learning experiences. Additionally, it identifies what types of supports help students engage academically and what barriers hinder their online engagement. Using a survey instrument sent to university students (n = 1295), we conducted a mixed-methods analysis to understand better how students feel the institution supports their online engagement and what barriers they experience. To accomplish this, we addressed the following research questions: (1) How do students feel the institution supports …
Clinical Skills Development In The Virtual Learning Environment: Adapting To A New World, Erini S. Serag-Bolos, Liza Barbarello Andrews, Jennifer Beall, Kelly A. Lempicki, Aimon C. Miranda, Carol Motycka, Chelsea Phillips Renfro, Brittany L. Riley, Chasity M. Shelton, Deepti Vyas, Kimberly Won
Clinical Skills Development In The Virtual Learning Environment: Adapting To A New World, Erini S. Serag-Bolos, Liza Barbarello Andrews, Jennifer Beall, Kelly A. Lempicki, Aimon C. Miranda, Carol Motycka, Chelsea Phillips Renfro, Brittany L. Riley, Chasity M. Shelton, Deepti Vyas, Kimberly Won
Pharmacy Faculty Books and Book Chapters
The rapid transition to distance learning in response to the unexpected SARS-CoV-2/COVID-19 pandemic led to disruption of clinical skills development, which are typically conducted face-to-face. Consequently, faculty adapted their courses, using a multitude of active learning modalities, to meet student learning objectives in the didactic and experiential settings. Strategies and considerations to implement innovative delivery methods and address potential challenges are elucidated. Furthermore, integration of a layered learning approach may allow for more broad perspectives and allow additional interactions and feedback, which is especially necessary in the virtual environment.
Effects Of Contextual Teaching And Learning (Ctl) Approach On Analytical Exposition Writing Skills Of Senior High School Students In Indonesia, Adzkiya Noor Ifadha Rahman
Effects Of Contextual Teaching And Learning (Ctl) Approach On Analytical Exposition Writing Skills Of Senior High School Students In Indonesia, Adzkiya Noor Ifadha Rahman
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this study were 1) to explore the effects of analytical exposition writing skills of eleventh grade students after learning with contextual teaching and learning (CTL) approach, 2) to identify eleventh grade students’ opinions of learning with contextual teaching and learning (CTL) approach to improve their analytical exposition writing skills, and 3) to investigate the way in which CTL approach help improve eleventh grade students’ analytical exposition writing skill. The sample of the study were 35 eleventh grade students in the second semester from a public school in Ciawi, Bogor, West Java, Indonesia. The study was employed by …
การพัฒนารูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา, ฐิติ อติชาติชยากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการเรียนรู้บนคลาวด์ตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา 2) สร้างรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา 4) นำเสนอรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวโดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้พัฒนารูปแบบฯ คือ ผู้เชี่ยวชาญ 24 ท่าน นิสิตนักศึกษาสาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ จำนวน 388 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพและความต้องการเกี่ยวกับรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ฯ 2) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และ 3) แบบประเมินรับรองสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ฯ กลุ่มทดลองที่ใช้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ฯ ได้แก่ นิสิตชั้นปีที่ 3 จำนวน 39 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบประเมินต้นแบบนวัตกรรมห้องสมุด 2) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ฯ ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยสรุปว่า 1. สภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษาที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบได้แก่ 1) แนวคิดเกมมิฟิเคชัน 2) แหล่งข้อมูล 3) ผู้เรียน 4) ผู้สอน 5) สภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ 6) การประเมิน โดยมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเข้าใจปัญหา 2) การนิยามปัญหา 3) การสร้างแนวความคิด 4) การสร้างต้นแบบ 5) การทดสอบต้นแบบ 2. ผลการทดลองใช้พบว่า 1) คะแนนความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการประเมินนวัตกรรมการบริการหลังการประเมินอยู่ในระดับดีทุกกลุ่ม 3. ผลสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ฯ ของกลุ่มตัวอย่าง อยู่ในระดับมาก 4. ผู้ทรงคุณวุฒิให้การประเมินรับรองสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด
แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต, ลัดดาพร สิมะรักษ์อำไพ
แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต, ลัดดาพร สิมะรักษ์อำไพ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดผู้มีสุขภาวะทางจิตและ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดผู้มีสุขภาวะทางจิต โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 58 แห่ง ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ดูแลงานวิชาการหรือคณะกรรมการวิชาการ และครูหรือจิตอาสาสอน ผู้ให้ข้อมูลมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 174 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินและแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดผู้มีสุขภาวะทางจิต ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน สภาพที่พึงประสงค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน และความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนผู้สูงอายุตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต คือ ด้านการวัดประเมินผล (PNImodified = 0.1111) มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงที่สุด และด้านการจัดการเรียนการสอน มีลำดับความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด (PNImodified = 0.0851) เมื่อพิจารณารายด้านของสุขภาวะทางจิต พบว่า ด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน (PNImodified = 0.1267) มีค่าความต้องการจำเป็นสูงที่สุด และด้านที่มีค่าความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด คือ ด้านการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น (PNImodified = 0.0802) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนผู้สูงอายุตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก 6 แนวทางย่อย และ 24 วิธีดำเนินการ ได้แก่ แนวทางที่ 1)พัฒนาการวัดและประเมินผล เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุทางด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน การยอมรับในตนเองและการมีความงอกงามในตน ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย คือ 1) กำหนดแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน และการยอมรับในตนเองและการมีความงอกงามในตนและ2) จัดทำเครื่องมือในการวัดและประเมินผล เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน การยอมรับในตนเองและการมีความงอกงามในตน แนวทางที่ 2) พัฒนาหลักสูตรที่เน้นสุขภาวะทางจิตด้านการมีเป้าหมายในชีวิต การมีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมและการยอมรับในตัวเอง ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย คือ 1) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนาสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านการมีเป้าหมายในชีวิต การมีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมและการยอมรับในตัวเองและ2) กำหนดจุดมุ่งหมายหรือโครงสร้างของหลักสูตร สถานศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านการมีเป้าหมายในชีวิต การมีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมและการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น แนวทางที่ 3) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน การมีเป้าหมายในชีวิตและการยอมรับในตนเอง …
แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมยุวกาชาดโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต, กิตติภัค วงศ์ไพศาลสิน
แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมยุวกาชาดโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต, กิตติภัค วงศ์ไพศาลสิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการบริหารกิจกรรมยุวกาชาด โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรม ยุวกาชาดโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต ใช วิธีการวิจัยเชิงบรรยาย ประชากร ที่ใช้ ในการวิจัย คือ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 437 โรงเรียน เลือกตัวอย่างโดยการ กำหนดคุณสมบัติ จำนวน 50 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ บริหารและครูที่เป็นวิทยากรยุวกาชาด กรุงเทพมหานคร จำนวน 64 คน เครื่องมือที่ใช ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ของ (ร่าง) แนวทางฯ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ ข้อมูล ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ ดัชนีค่าความต้ องการจำเป็น ฐานนิยม และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารกิจกรรมยุวกาชาดที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การวางแผน และการปฏิบัติตามแผนมีความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด โดยการบริหารกิจกรรมยุวกาชาด ทั้งหมดมีองค์ประกอบทักษะชีวิตที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การแสดงพฤติกรรมเชิงบวก 2) แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมยุวกาชาด มีทั้งหมด 4 แนวทาง 12 แนวทางย่อย 25 วิธีดำเนินการ แนวทางเรียงตามลำดับความต้องการจำเป็น ดังนี้ (1) ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วม วางแผนการจัดกิจกรรมยุวกาชาดด้านสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ และการสร้างความเข้าใจอันดี (2) ประเมินผลการจัดกิจกรรมยุวกาชาดด้านมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไปที่ส่งเสริมการแสดง พฤติกรรมเชิงบวก (3) ปรับปรุงการจัดกิจกรรมยุวกาชาดด้านส่งเสริมความสงบสุข และการแสดง พฤติกรรมเชิงบวก และ (4) สนับสนุนการปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรรมยุวกาชาดด้านมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไป และการแสดงพฤติกรรมเชิงบวก
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาตามแนวคิดการจัดการศึกษาในแนวทางมงฟอร์ต, ประจักษ์ นันศรีทอง
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาตามแนวคิดการจัดการศึกษาในแนวทางมงฟอร์ต, ประจักษ์ นันศรีทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกผู้อื่น ของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี, กัญญารัตน์ โพธิวัฒน์
แนวทางการพัฒนาความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกผู้อื่น ของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี, กัญญารัตน์ โพธิวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของวิทยาลัยในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดทักษะการทำงาน, กานต์สินี แสนใจงามวรภัทร์
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของวิทยาลัยในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดทักษะการทำงาน, กานต์สินี แสนใจงามวรภัทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูตามแนวคิดทักษะการเรียนรู้ด้านอารมณ์และสังคมของครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการของครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ, จิณณวัตร ปานจีน
แนวทางการพัฒนาครูตามแนวคิดทักษะการเรียนรู้ด้านอารมณ์และสังคมของครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการของครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ, จิณณวัตร ปานจีน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) ตามแนวคิดสุขภาวะของครู, ชญานี จินดางาม
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) ตามแนวคิดสุขภาวะของครู, ชญานี จินดางาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนโยธินบูรณะตามแนวคิดครูที่มีแรงขับเคลื่อน, ณัฐวุฒิ เขตผดุง
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนโยธินบูรณะตามแนวคิดครูที่มีแรงขับเคลื่อน, ณัฐวุฒิ เขตผดุง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตตลิ่งชัน เครือข่ายที่ 62 ตามแนวคิดความฉลาดทางสังคม, ทิพย์สุดา คฤห์ดี
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตตลิ่งชัน เครือข่ายที่ 62 ตามแนวคิดความฉลาดทางสังคม, ทิพย์สุดา คฤห์ดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในภาคกลาง ตามแนวคิดสมรรถนะการคาดการณ์อนาคต, ธนเทพ ปลายแก่น
แนวทางพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในภาคกลาง ตามแนวคิดสมรรถนะการคาดการณ์อนาคต, ธนเทพ ปลายแก่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่ม 1 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตามแนวคิดทักษะการนำกระบวนการ, ปฐมาภรณ์ ตานิ่ว
แนวทางการพัฒนาครูศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่ม 1 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตามแนวคิดทักษะการนำกระบวนการ, ปฐมาภรณ์ ตานิ่ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ตามแนวคิดภาวะผู้นำผู้ประกอบการ, ปฏิภาณ เทพพิทักษ์
แนวทางการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ตามแนวคิดภาวะผู้นำผู้ประกอบการ, ปฏิภาณ เทพพิทักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชน ในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน, เมธาวดี ดวงแก้ว
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชน ในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน, เมธาวดี ดวงแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ตามแนวคิดทักษะการทำงานระยะไกล, พงษ์พัฒน์ พร้อมสุขสันต์
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ตามแนวคิดทักษะการทำงานระยะไกล, พงษ์พัฒน์ พร้อมสุขสันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.