Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Business Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Theses/Dissertations

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
File Type

Articles 6991 - 7020 of 23993

Full-Text Articles in Business

การปรับปรุงการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า, อัญญพร เจริญกิจศิริวงศ์ Jan 2021

การปรับปรุงการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า, อัญญพร เจริญกิจศิริวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่ส่งผลต่อความล่าช้าของการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า รวมถึงหาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการกระจายสินค้า เพื่อให้ปริมาณสินค้าที่ล่าช้าลดลง โดยประยุกต์ใช้วิธีการ DMAIC ของซิกซ์ ซิกม่า ซึ่งทำการศึกษาการกระจายสินค้าในรอบ 12.00น. และการปฏิบัติงานของฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ฝ่าย ขั้นตอนการศึกษาทั้งหมดแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การกำหนดปัญหาโดยศึกษาปริมาณงานที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2564 2) การวัดเพื่อหาปัญหา ศึกษากระบวนการย่อยและวัดเวลาการปฏิบัติงาน 3) การวิเคราะห์สาเหตุ ระดมความคิดโดยคณะทำงานโดยจัดทำผังแสดงเหตุและผล นำปัจจัยที่ได้ มาบันทึกความล่าช้าของสินค้าในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2564 เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 4) การปรับปรุงแก้ไขโดยหาปริมาณเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมต่อวันในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2565 5) การควบคุม ติดตามผลหลังปรับปรุง ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นพร้อมเสนอวิธีเตรียมการ และสอบถามเพิ่มเติมถึงปัจจัยสาเหตุอื่น ๆ จากฝ่ายที่เหลือเก็บเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อในอนาคต ผลจากการวิจัยพบว่า ปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฝ่ายปฏิบัติงานจัดส่งสินค้าที่ได้ปฏิบัติงานล่าช้า หลังจากปรับปรุงโดยการหาปริมาณเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมในแต่ละวัน ส่งผลให้ปริมาณสินค้าที่ถูกกระจายได้ทัน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 เป็นร้อยละ 77 จากการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ต่อวันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และศึกษาเพิ่มเติมถึงปัจจัยอื่น ๆ จาก 4 ฝ่ายที่เหลือเพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งพบว่ามีปัจจัยด้านความผันผวนของปริมาณสินค้า และการตรวจปล่อยสินค้าของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่ชัดได้


กระบวนการพัฒนาแบบจำลองรูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟ : กรณีศึกษา : ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี (กรุงเทพ-เชียงใหม่), อมรเทพ จันทร์สว่าง Jan 2021

กระบวนการพัฒนาแบบจำลองรูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟ : กรณีศึกษา : ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี (กรุงเทพ-เชียงใหม่), อมรเทพ จันทร์สว่าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกระบวนการพัฒนาแบบจำลองรูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟ ซึ่งเป็นการศึกษารูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสารรถไฟที่สร้างรายได้สูงสุด และระบุจุดเด่น-จุดด้อยของแต่ละแบบจำลอง โดยใช้ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี (กรุงเทพ-เชียงใหม่) เป็นกรณีศึกษา ในการพัฒนาแบบจำลองนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.ส่วนของข้อมูลสำหรับการสร้างแบบจำลอง ได้แก่ 1) กำหนดเส้นทาง 2) กำหนดขบวนรถ 3) กำหนดชั้นโดยสาร 4) กำหนดสถานี 5) การหาค่าความต้องการ 6) การหาอัตราค่าโดยสาร และ 2.ส่วนของรูปแบบการจัดสรรที่นั่ง ซึ่งการจัดสรรที่นั่งรถไฟนั้นได้ใช้ 2 หลักการ คือ การนำที่นั่งที่เหลือกลับมาจำหน่าย และการแบ่งรูปแบบของส่วนที่นั่งโดยสารสำหรับการจำหน่าย หลักการทั้งสองสามารถนำมาสร้างแบบจำลองได้ 4 แบบจำลอง คือ 1) FCFST 2) FCFSC 3) PBLC และ 4) SBC หลังจากนั้นได้นำแบบจำลองทั้ง 4 ได้นำไปทดสอบกับข้อมูลความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร 2 ลักษณะ คือ การทดสอบรายกรณี ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ความต้องการเดินทางตั้งแต่ 20-240 คน/ขบวน โดยแยกออกเป็น 7 กรณี และการทดสอบรายปี ซึ่งเป็นการอ้างอิงความต้องการเดินทางตามสถานการณ์จริงของเส้นทางในรอบ 1 ปี จากผลการทดสอบแบบจำลองจัดสรรที่นั่งโดยสารทั้ง 4 แบบจำลอง พบว่าในการทดสอบรายกรณีเมื่อปริมาณความต้องการเดินทางน้อย FCFST และ FCFSC สามารถสร้างรายได้สูงที่สุด ในขณะที่เมื่อมีความต้องการเดินทางปานกลาง FCFSC สามารถสร้างรายได้สูงสุด และเมื่อมีความต้องการมาก SBC สามารถสร้างรายได้สูงสุด ส่วนการทดสอบรายปีที่ปริมาณความต้องการหลากหลายนั้น FCFSC สามารถสร้างรายได้โดยรวมสูงสุด ดังนั้น กระบวนการพัฒนาแบบจำลองที่นำเสนอสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการหารูปแบบการจัดสรรที่นั่งโดยสาร เพื่อให้เกิดรายได้สูงสุดได้


การคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษา : บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง, ภูมิพัฒน์ ขวัญพิพัฒน์ Jan 2021

การคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษา : บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง, ภูมิพัฒน์ ขวัญพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้นของบริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง ในงานวิจัยนี้บริษัทกรณีศึกษาต้องการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เหมาะสม 1 รายทั้งหมด 3 ราย ภายใต้การพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงปริมาณและปัจจัยเชิงคุณภาพ งานวิจัยนี้เริ่มจากการรวบรวมหลักเกณฑ์และปัจจัยจากการคัดเลือกในปัจจุบันและจากการทบทวนวรรณกรรม แล้วนำมาสร้างแบบจำลองกระบวนการวิเคราะห์ลำดับชั้น คำนวณหาค่าลำดับความสำคัญของหลักเกณฑ์ ปัจจัย ทางเลือก และตรวจสอบค่าความสอดคล้องของข้อมูลจากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจำนวน 5 ท่าน และวิเคราะห์ความไว เพื่อให้ทราบความไวต่อหลักเกณฑ์และทางเลือกที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของหลักเกณฑ์และทางเลือกของงานวิจัยฉบับนี้ จากผลการวิจัยพบว่า หลักเกณฑ์ที่มีผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 3 อันดับแรก คือ ด้านมาตรการป้องกัน COVID-19 ด้านบริการและด้านความสามารถในการส่งมอบ ส่วนทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับจากการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ คือ บริษัท B จากการวิเคราะห์ความไว พบว่าน้ำหนักของหลักเกณฑ์ด้านต้นทุน/ราคา ส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท A เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 29% และส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท C เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 95% โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นคือมีต้นทุนราคาที่ถูกกว่าและให้ระยะเวลาสินเชื่อที่นานกว่า ส่วนน้ำหนักของหลักเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท A เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 38% โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นคือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ต้องมีความเชี่ยวชาญเส้นทางญี่ปุ่นเป็นหลักและมีมาตรการการดำเนินงานแบบญี่ปุ่น


การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า : กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์ Jan 2021

การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า : กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริษัทในกรณีศึกษาใช้วิธีการวางแผนการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้จัดการและพนักงานฝ่ายดูแลสินค้าคงคลังซึ่งส่งผลให้สินค้าในบางช่วงเวลาขาดแคลน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตแบบฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อสายการผลิต ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อตั้งค่าใหม่ เสียโอกาสในการผลิตสินค้า และอัตราส่วนสินค้าที่ได้มาตรฐานจะลดลงจากค่าเฉลี่ย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาสินค้าคงคลังมีมากเกินความต้องการ เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นจากปกติ งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพยากรณ์ยอดขายสินค้าเข้ามาช่วยในการปรับปรุงแผนการผลิต เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลยอดขายย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือน โดยที่ใช้ข้อมูล 24 เดือนแรกในการหาตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลอีก 12 เดือนที่เหลือในการวัดผล ซึ่งพบว่ารูปแบบของข้อมูลยอดขายของ 7 กลุ่มสินค้าหลัก มีลักษณะคงที่ ไม่มีแนวโน้มและไม่มีฤดูกาลเหมือนกันหมด จึงเลือกใช้วิธีวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ในการกำหนดตัวแบบที่เหมาะสมตามแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ยอดขายและวางแผนการผลิตใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งที่ต้องสั่งผลิตสินค้าต่ำกว่ากำหนด และลดจำนวนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายในส่วนสินค้าคงคลังลง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าแผนการผลิตใหม่ที่ใช้การพยากรณ์ยอดขายเข้ามาช่วยในการวางแผน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเก็บรักษาสินค้าคงคลังโดยรวมลงเหลือ 4,188,094 บาท จากเดิม 4,646,831 บาท คิดเป็น 458,737 บาท หรือลดลง 9.87 %


ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี, ศุภชีพ งามลาภ Jan 2021

ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี, ศุภชีพ งามลาภ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าของรถบรรทุกที่ทำงานใน อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 320 ตัวอย่าง ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเพื่อการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40-50 ปี มีรายได้ในการขนส่งต่อเดือนเฉลี่ย 50,000 – 100,000 บาท สถานที่พักอาศัยปัจจุบันเป็นบ้านพักของบริษัท มีประสบการณ์ในการขับขี่รถบรรทุก 10 ปีขึ้นไป อายุรถขนส่งอยู่ที่ 10-15 ปี และส่วนใหญ่มีประเภทรถ 4 ล้อ โดยผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ในด้านอายุ รายได้ค่าขนส่งต่อเดือน และประสบการณ์ในการขับขี่รถขนส่ง ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม แตกต่างกัน และปัจจัยที่มีผลเชิงบวกต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ ปัจจัยด้านค่าตอบแทน ปัจจัยด้านสวัสดิการ และปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือ ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อระดับการตัดสินใจเชิงลบ คือ ปัจจัยด้านการบริหารจัดการขององค์กร ขณะที่ปัจจัยด้านความมั่นคงไม่ส่งผลต่อระดับการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งสามารถอธิบายอิทธิพล ได้ร้อยละ 47.7 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05


เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ Jan 2021

เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ากับรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายใน ของบริษัทกรณีศึกษาขนส่งอะไหล่รถยนต์ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลโดยทำการเปรียบเทียบราคาค่าเช่ารถแบบรวมสัญญาบริการในเวลา 5 ปีของรถทั้ง 2 ประเภทโดยใช้แนวคิดบัญชีต้นทุนการวิเคราะห์ต้นทุนแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบหากมีความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล บี7 จะส่งผลต่อต้นทุนอย่างไร รวมถึงค่าความผันผวนของค่า FT ของการไฟฟ้า และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต แล้วสรุปต้นทุนการใช้รถทั้ง 2 ประเภท นำข้อมูลที่สรุปได้นำเสนอผู้บริหาร 5 ท่านเพื่อการตัดสินใจ โดยใช้ทฤษฎีกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) เพื่อประเมินผลการพิจารณาเลือกของผู้บริหาร จากผลผู้บริการมีการเลือกใช้รถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปในโดยมีค่าน้ำหนักความสำคัญ 69 % และรถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ามีค่าน้ำหนักความสำคัญ 31%


การลดระยะเวลาการขนส่งและความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งภายในวันเดียวในเขตกรุงเทพมหานคร, วริทธิ์ ลิ้มสัมพันธ์ Jan 2021

การลดระยะเวลาการขนส่งและความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งภายในวันเดียวในเขตกรุงเทพมหานคร, วริทธิ์ ลิ้มสัมพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการลดระยะเวลาการขนส่งพัสดุให้สามารถส่งแบบภายในวัน (Same Day Delivery) ในเขตกรุงเทพมหานครของบริษัทผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์เอกชนแห่งหนึ่งและศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางการปรับปรุงขั้นตอนการขนส่งและความสูญเปล่าที่เกิดขี้นในด้านของระยะเวลา โดยการสัมภาษณ์พนักงานที่เกี่ยวข้อง และการหาความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Wastes) ที่เกิดขึ้น และนำเครื่องมือการลดความสูญเปล่าด้วยหลักการ ECRS ได้แก่ การกำจัด (Eliminate) การรวมกัน (Combine) การจัดใหม่ (Re-arrange) และการทำให้ง่าย (Simplify) มาปรับปรุงกระบวนการขนส่งและกระจายพัสดุของบริษัทจากขนส่งแบบวันถัดไป (Next Day Delivery) เป็นขนส่งแบบภายในวัน (Same Day Delivery) ภายในเขตกรุงเทพมหานคร จากการศึกษาและวิเคราะห์พบว่า กระบวนการหลังจากการปรับปรุงในเรื่องขั้นตอนกระบวนการกระจายพัสดุ ลดลงร้อยละ 28.57 ในเรื่องของระยะเวลาเฉลี่ยในการขนส่งพัสดุ ลดลงร้อยละ 58.03 และในเรื่องต้นทุนการกระจายพัสดุ พบว่าต้นทุนการกระจายพัสดุหลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้นจากกระบวนการปัจจุบันร้อยละ 85.97 พร้อมทั้งทำการศึกษาแนวโน้มความสนใจที่จะใช้บริการและราคาที่ผู้ใช้บริการเต็มใจที่จะจ่าย (Willingness to Pay) ผ่านการทำแบบสอบถาม ซึ่งผลการศึกษาพบว่าประชากรกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีผู้ให้ราคาที่เต็มใจจ่ายมากที่สุดอยู่ที่ราคา 200 บาท และเต็มใจจ่ายที่ราคาน้อยที่สุดอยู่ที่ 39 บาท โดยมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งพัสดุภายในวันในเขตกรุงเทพมหานครมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 47.8 บาท โดยจากการศึกษางานวิจัยดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทำบริการขนส่งพัสดุภายในวันเดียว รวมถึงให้กระบวนการขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การลดระยะเวลาที่สูญเปล่าในกระบวนการทำงานต่อไป


การลดความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง, วาทินี ปทุมผาย Jan 2021

การลดความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง, วาทินี ปทุมผาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลังบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง ที่ส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ ต้องขอเลื่อนแผนการส่งออก ทำให้ระดับความพึงพอใจของลูกค้าลดลง การศึกษาปัญหาใช้วิธีวิเคราะห์กิจกรรมในกระบวนการไหลของวัตถุดิบแต่ละแผนกที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึกและการสำรวจข้อมูลภาคสนามในการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม ตั้งแต่การวางแผนวัตถุดิบ จนวัตถุดิบถูกผลิตเป็นสินค้า ผลจากการศึกษาพบว่าปัญหาความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยด้านคน เช่น การบันทึกข้อมูลการรับวัตถุดิบผิดพลาด 2) ปัจจัยด้านขั้นตอนการทำงาน จากการทำงานร่วมกันหลายระบบส่งผลให้การถ่ายโอนข้อมูลไม่สอดคล้องกัน จากการศึกษาในครั้งนี้จึงได้เสนอแนะแนวทางการลดความคลาดเคลื่อนโดย 1) การนำระบบบาร์โค้ดมาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลการรับวัตถุดิบและการจัดเก็บวัตถุดิบ 2) การใช้ ABC Classification ในการกำหนดวงรอบการนับวัตถุดิบและการปรับยอด 3) การกำหนดความถี่การถ่ายโอนข้อมูลอัตโนมัติของระบบให้เหมาะสม 4) การก่อสร้างพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น


การพยากรณ์ความต้องการสินค้าและการวางแผนการผลิต : กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตขวดแก้ว, เมธนุช จำปาศรี Jan 2021

การพยากรณ์ความต้องการสินค้าและการวางแผนการผลิต : กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตขวดแก้ว, เมธนุช จำปาศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคการพยากรณ์และเลือกใช้เทคนิคการพยากรณ์ที่เหมาะสม ในการนำเสนอแนวทางการวางแผนการผลิตและลดปริมาณสินค้าคงคลัง โดยจะศึกษาเฉพาะสินค้าบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ได้แก่กลุ่ม Beverage (เครื่องดื่ม) ประกอบไปด้วยข้อมูลอนุกรมเวลาที่ใช้ในการศึกษาหาตัวแบบยอดขายสินค้าแต่ละชนิดที่เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2560 – กันยายน พ.ศ.2563 และ ข้อมูลอนุกรมเวลาที่ใช้เพื่อเปรียบเทียบยอดขายสินค้าแต่ละชนิดที่เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2563 – กันยายน พ.ศ.2564. ผลการวิจัยพบว่า วิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมในลำดับที่1 คือ วิธีการแยกองค์ประกอบ (Decomposition Method) เนื่องจากเป็นวิธีมีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการพยากรณ์อื่น และวิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมในลำดับที่2 คือ วิธีการปรับเรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเซียลของวินเทอร์ (Winter’s Method) โดยจากการพยากรณ์วิธี Decomposition Method สามารถลดทั้งสินค้าคงคลัง และ ต้นทุน ลงไปได้ ถึง 57.23% ที่ Product1 และ 57.18% ที่ Product2 ตามลำดับ และ จากการพยากรณ์วิธี Winter’s Method สามารถลดทั้งสินค้าคงคลัง และ ต้นทุน ลงไปได้ ถึง 56.27% ที่ Product1 และ 67.76% ที่ Product 2 ตามลำดับ


การวิเคราะห์ต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมันของกองทัพเรือ, รัฐพงศ์ บุญลือ Jan 2021

การวิเคราะห์ต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมันของกองทัพเรือ, รัฐพงศ์ บุญลือ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนปฏิบัติการของเรือน้ำมันของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วยต้นทุน ต้นทุนการบริหารและต้นทุนการปฏิบัติการ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากการรายงานสถานะของเรือ รายงานความสิ้นเปลืองของเรือและรายงานสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๖๒ – ๒๕๖๔ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้ทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือน้ำมันเป็นเงินเฉลี่ย บาท/วัน ผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนปฏิบัติการของเรือหลวงปรงมีต้นทุนเฉลี่ย ๓๕,๓๒๔.๓๓ บาท/วัน ต้นทุนปฏิบัติการของเรือหลวงเปริดมีต้นทุนเฉลี่ย ๔๔,๘๖๕.๐๙ บาท/วัน การทราบต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมัน ของกองทัพเรือส่งผลให้กองทัพเรือสามารถนำหลักการคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางเรือมาใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจใช้เรือออกปฏิบัติราชการและใช้ในการวางแผนปฏิบัติการของเรือน้ำมันของกองทัพเรือในแต่ละปีงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับ


การเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล, ภุมมรัตน์ ล่องพริก Jan 2021

การเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล, ภุมมรัตน์ ล่องพริก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ และ การรอตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษา บริษัทตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งออกสินค้าทางทะเล การวิจัยเป็นการผสมผสานการวิจัยเชิงปริมาณได้แก่การวิเคราะห์ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางบกและทางทะเลแล้วนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณค่าใช้จ่ายในการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับความคิดเห็นในการยอมรับการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์และการรอตู้คอนเทนเนอร์ โดยทำการเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งทั้งสองกรณี เพื่อแนวทางเลือกในการตัดสินใจให้กับผู้ส่งออก ผลการศึกษาพบว่า ผู้ออกส่งร้อยละ 90 จากกลุ่มผู้ตัวอย่าง ภายใต้เงื่อนไขเทอมการค้า FOB ยอมรับการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากมีต้นทุนขนส่งที่เกิดจากการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ที่ต่ำกว่าต้นทุนขนส่งที่เกิดจากการรอในการรอตู้คอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ยังสามารถส่งออกสินค้าได้ทันเวลาตามที่กำหนดไว้ และสินค้าที่ผู้ส่งออกยอมรับการทดแทนตู้นั้น เป็นสินค้าที่ปลายทางต้องการสินค้าเร่งด่วน และสินค้าบริโภคที่เน่าเสียง่าย ส่วนผู้ส่งออกที่ยอมรับการรอตู้คอนเทนเนอร์ ร้อยละ 10 นั้นพบว่าผู้ส่งออกไม่พบต้นทุนขนส่งที่เกิดขึ้นจากการรอคอนเทนเนอร์ เนื่องจาก ผู้ส่งออกมีที่พักเก็บสินค้าแบบไม่ต้องเสียค่าใช้ในการจัดเก็บ โดยสินค้าที่ทำการส่งออกเป็นสินค้าที่น้ำหนักมากเกินไปกว่าที่ตู้ขนาดอื่นจะสามารถรับน้ำหนักทดแทนได้ และผู้ส่งออกไม่ยินยอมการตัดจำนวนสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ อีกทั้งปลายทางไม่ได้ต้องการที่สินค้าเร่งด่วน โดยยอมรับการรอส่งออกในเรือลำถัดไปโดยใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 7วันในการรอตู้คอนเทนเนอร์


การจัดสรรรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง : กรณีศึกษา บริษัทน้ำมันขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่, พศิน ศิริเขตต์ Jan 2021

การจัดสรรรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง : กรณีศึกษา บริษัทน้ำมันขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่, พศิน ศิริเขตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เสนอต้นแบบทางคณิตศาสตร์ สำหรับเป็นแนวทางในการจัดสรรรถขนส่งน้ำมัน เชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด 3 สถานี โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อลดต้นทุนโดยรวมโลจิสติกส์ ซึ่งก็คือ ค่าขนส่ง โดยทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งน้อยที่สุด แต่ก็จะต้องตอบสนองต่อความต้องการที่เพียงพอของผู้บริโภคในแต่ละสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ในงานวิจัยนี้ เลือกวิธีการการขนส่ง 2 วิธี คือ รถบรรทุกของทางสถานี (รถบรรทุกขนาด 18,000 ลิตร และรถบรรทุกขนาด 16,000 ลิตร) และรถบรรทุกของคลังน้ำมัน (รถบรรทุกขนาด 20,000 ลิตร) งานวิจัยนี้จะนำมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองเชิงเส้น (Linear Program) โดยแบ่งข้อมูลปริมาณความต้องการน้ำมันของผู้บริโภคและปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะนำไปหาปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันต่อวัน และส่วนที่สองจะนำไปจัดสรรรถเติมน้ำมัน รวมถึงทดสอบนโยบายใหม่ ผลจากตัวแบบพบว่านโยบายใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดลงถึงร้อยละ 22.60 จากการสั่งซื้อแบบเดิม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งอยู่ที่ 879,225 บาท คงเหลือค่าใช้จ่ายในการ ขนส่งรวมเป็น 680,520 บาท


การปรับปรุงนโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า, ฐิติวัลคุ์ เอื้อวรธรรม Jan 2021

การปรับปรุงนโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า, ฐิติวัลคุ์ เอื้อวรธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอนโยบายพัสดุคงคลังที่สามารถลดจำนวนอะไหล่ขาดมือจากการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทกรณีศึกษา ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ให้กับลูกค้าในสองช่องทาง คือ งานซ่อมของช่างซ่อมที่มีความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ทดแทนอะไหล่ของเครื่องใช้ไฟฟ้า และลูกค้าที่มีความต้องการมาซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการบำรุงรักษาโดยตรงที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท รายการชิ้นส่วนอะไหล่ที่ศึกษามี 5 รายการซึ่งเป็นรายการที่มีความต้องการไม่แน่นอนจากลูกค้าและบริษัทต้องการให้มีอัตราการเติมเต็มพัสดุคงคลังอะไหล่ที่สามารถรองรับความต้องการไม่แน่นอนของลูกค้าได้ แต่ในปัจจุบันพบว่า บริษัทมีอัตราการเติมเต็มพัสดุคงคลังอะไหล่เพียง 48% งานวิจัยเริ่มต้นจากการศึกษานโยบายการสั่งซื้อของบริษัทเพื่อวิเคราะห์ปัญหาของนโยบายในปัจจุบัน และเก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการของชิ้นส่วนอะไหล่ในอดีต เพื่อศึกษาการกระจายตัวของข้อมูลความต้องการ จากนั้นนำเสนอนโยบายที่พิจารณาการกระจายตัวของข้อมูลความต้องการอะไหล่ ร่วมกับระยะเวลานำที่ไม่คงที่จากซัพพลายเออร์ จากนั้นจึงนำเสนอนโยบายระดับคงคลังเป้าหมาย (Order-up-to-level Model หรือ OUL) ที่มีการกำหนดรอบการสั่งคงที่และสั่งซื้อให้ถึงระดับ OUL ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการในแต่ละรอบการสั่งตามระดับการให้บริการที่กำหนด นโยบายระดับคงคลังเป้าหมายที่นำเสนอ ได้ถูกนำไปจำลองการสั่งซื้อในโปรแกรม Microsoft Excel เพื่อทดสอบการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ทั้ง 5 รายการ พบว่านโยบายที่นำเสนอสามารถเพิ่มอัตราการเติมเต็มพัสดุคงคลังอะไหล่ได้ 100% ทั้ง 5 รายการ และมีมูลค่าพัสดุคงคลังลดลง 34%


การวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว : กรณีศึกษาการเกิดอุทกภัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช, กนกวรรณ เกิดมีทรัพย์ Jan 2021

การวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว : กรณีศึกษาการเกิดอุทกภัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช, กนกวรรณ เกิดมีทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวกรณีศึกษาการเกิดอุทกภัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว กรณีเกิดเหตุอุทกภัย ภายในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากภายในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ส่งผลให้บางหมู่บ้านต้องอพยพออกจากแหล่งอาศัยเดิม ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์หาพื้นที่ในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้งขึ้นไปเพื่อใช้เป็นต้นทางในการอพยพ และวิเคราะห์หาสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่สามารถรองรับผู้อพยพได้ เพื่อพิจารณาความสามารถในการรองรับผู้อพยพได้อย่างเพียงพอ จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์เส้นทางและระยะทางในการการอพยพของผู้ประสบภัย ผ่านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ผลการวิเคราะห์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้งขึ้นไปในพื้นที่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า มีพื้นที่ 11 ตำบล ได้แก่ ตำบลท่างิ้ว ตำบลท่าซัก ตำบลท่าเรือ ตำบลท่าไร่ ตำบลนาเคียน ตำบลนาทราย ตำบลบางจาก ตำบลปากนคร ตำบลปากพูน ตำบลโพธิ์เสด็จและตำบลมะม่วงสองต้น และหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบรวม 65 หมู่บ้าน คิดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 36.88 ตร.กม. หรือประมาณ 23,050 ไร่ มีประชากรได้รับผลกระทบและต้องอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 7,924 คน และเมื่อพิจารณาสถานศึกษาที่มีศักยภาพในการรองรับผู้อพยพ ประกอบกับการวิเคราะห์หาเส้นทางและระยะทางในการอพยพแล้วพบว่า สถานศึกษาภายในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 63 แห่ง สามารถรองรับผู้อพยพได้อย่างเพียงพอ และใช้ระยะทางที่น้อยที่สุดในการอพยพ


การเปรียบเทียบการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง ระหว่างการจ้างบริษัทภายนอกและการทำการขนส่งเองสำหรับการขายแบบออนไลน์, ชัญญรัชต์ วรัชต์ญารมย์ Jan 2021

การเปรียบเทียบการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง ระหว่างการจ้างบริษัทภายนอกและการทำการขนส่งเองสำหรับการขายแบบออนไลน์, ชัญญรัชต์ วรัชต์ญารมย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิเคราะห์ต้นทุนในการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง ระหว่างการจ้างบริษัทขนส่งและการทำการขนส่งด้วยตนเอง โดยจะมีการนำปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจด้วย ได้แก่ ปัจจัยคุณภาพ ปัจจัยด้านเวลา และปัจจัยด้านต้นทุน ผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารของบริษัทกรณีศึกษา จำนวน 5 ท่าน ในการประเมินลำดับความสำคัญของปัจจัยหลักและปัจจัยรอง เพื่อนำข้อมูลมาผ่านการวิเคราะห์ด้วยหลักการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process : AHP) ผลการวิเคราะห์ต้นทุนในการขนส่งพบว่า การขนส่งด้วยตนเอง มีต้นทุนในการขนส่งที่มากที่สุด ส่วนการขนส่งด้วยตนเองผสมผสานกับการว่าจ้างบริษัทภายนอกจะมีต้นทุนในการขนส่งที่น้อยที่สุด ในส่วนของผลการวิเคราะห์จากหลักการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น พบว่า กลุ่มปัจจัยหลัก ปัจจัยคุณภาพมีลำดับความสำคัญมาเป็นลำดับที่ 1 มีค่าเฉลี่ยความสำคัญเท่ากับร้อยละ 68.19 ตามมาด้วยปัจจัยด้านเวลา และปัจจัยด้านต้นทุน มีค่าเฉลี่ยความสำคัญเท่ากับร้อยละ 17.30 และ 14.51 ตามลำดับ เมื่อนำผลการวิเคราะห์มาพิจารณาร่วมกันพบว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดในการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง คือ ทางเลือกที่ว่าจ้างบริษัทขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยใช้บริษัทขนส่ง B Express มีผลคะแนนรวมอยู่ที่ 409.49 ตามมาด้วยทางเลือกที่ทางบริษัททำการขนส่งเองตลอดเส้นทาง จากนั้นเป็นทางเลือกที่เป็นการผสมผสานการขนส่งระหว่างทางบริษัทขนส่งเองและใช้บริการบริษัทขนส่ง และสุดท้ายเป็นทางเลือกที่ใช้บริการบริษัทขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางการขนส่ง ในกรณีที่ใช้บริษัทขนส่งเป็นบริษัท A Express โดยมีคะแนนรวมเท่ากับ 405.74 336.72 และ 281.36 ตามลำดับ


การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์, โชติรส แซ่อึ้ง Jan 2021

การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์, โชติรส แซ่อึ้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์ เป็นกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. ลดต้นทุนการจัดการสินค้าคงคลังโดยการมีต้นทุนต่ำที่สุดและมีปริมาณสินค้าที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า 2. จัดกลุ่มสินค้าตามลำคับความสำคัญและวางแผนการจัดสินค้าคงคลังในหมวดต่างๆให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 3. ลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงคลังสำรองในรายการสินค้าที่มีมากเกินความต้องการและเพื่อหาจุดสั่งซื้อใหม่ ที่มีความเหมาะสมกับปริมาณการขาย จากผลการศึกษาเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์ การจัดการสินค้าคงคลังแบบเดิมของบริษัทมีต้นทันที่สูงเนื่องจากมีการเก็บสินค้าไว้จำนวนมากเกินไปส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสูงตามไปด้วย ดังนั้นผู้วิจัยได้นำเครื่องมือต่างๆมาพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง ซึ่งมีวิธีการจัดลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลังโดยใช้เทคนิค ABC Classification การพยากรณ์ความต้องการ การคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อประหยัด (Economic Order Quantity) การกำหนดจุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point : ROP) และการกำหนดสินค้าเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) ทำให้ต้นทุนรวมของบริษัทกรณีศึกษาทั้ง 5 รายการลดลงเท่ากับ 1,708,849.34 บาทหรือ 15%


การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาบริษัท Abc, ณัฐติกาญจน์ ศิริวัฒน์ Jan 2021

การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาบริษัท Abc, ณัฐติกาญจน์ ศิริวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาในกระบวนการทำงานของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ พร้อมประเมินและเสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนการขนส่ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุน ระยะเวลา และประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การเตรียมใบเสนอราคาให้ลูกค้าไปจนถึงการส่งมอบสินค้าของลูกค้าไปยังคลังสินค้าของสายการบิน ผลจากการศึกษาพบว่า ปัญหาที่เกิดในกระบวนการทำงานของบริษัทมี 2 เรื่อง 1) การจองรถรับส่งสินค้า ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ KPI เนื่องจากข้อผิดพลาดในการส่งข้อมูลและเวลาที่ไม่จำเป็น 2) ค่าใช้จ่ายในการรับสินค้าจากลูกค้าสูง ดังนั้นการศึกษานี้จึงใช้เทคนิค ECRS เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานในการจองรถรับส่งสินค้า ส่งผลให้เวลาดำเนินการทั้งหมดลดลงจาก 130 นาที เป็น 40 นาที หรือลดลง 69% และนำเสนอการขนส่งด้วยระบบ milk run เพื่อไปรับสินค้าจากลูกค้าแทนการรับโดยตรงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยการ วิเคราะห์โดยเทคนิค Saving Algorithms for Vehicle Routing เผยให้เห็นศักยภาพในการประหยัดต้นทุน 24% สำหรับรถบรรทุก 4 ล้อ และ 46% สำหรับรถบรรทุก 6 ล้อ


การพยากรณ์ความต้องการการใช้ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่งทางทะเลของเส้นทางสิงคโปร์ - จีน : กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์แห่งหนึ่ง, ณิชา วิจารณ์ Jan 2021

การพยากรณ์ความต้องการการใช้ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่งทางทะเลของเส้นทางสิงคโปร์ - จีน : กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์แห่งหนึ่ง, ณิชา วิจารณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการและสร้างตัวแบบการพยากรณ์ความต้องการการใช้ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่งทางทะเลของเส้นทางสิงคโปร์ – จีนของบริษัทในกรณีศึกษาให้มีความแม่นยำมากกว่าค่าพยากรณ์ปัจจุบันของบริษัท เพื่อนำค่าพยากรณ์ที่แม่นยำขึ้นไปใช้จัดทำสัญญาจองตู้คอนเทนเนอร์กับบริษัทสายการเดินเรือต่าง ๆ และทำให้สามารถลดปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ลงได้ การศึกษาเริ่มจากการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจปัญหาในปัจจุบัน และวิเคราะห์หาวิธีแก้ไข โดยพบว่าในปัจจุบันทางบริษัทใช้การแปลงค่าแผนการขายเป็นจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องการใช้ ซึ่งค่าที่ได้มีความแม่นยำต่ำ เนื่องจากไม่สามารถระบุเส้นทางที่ใช้ได้โดยตรง ผู้วิจัยจึงนำเสนอให้นำคำสั่งซื้อรายเดือนของแต่ละเส้นทาง มาพยากรณ์ด้วยวิธีพยากรณ์เชิงปริมาณตามอนุกรมเวลาโดยตรงแทน ในส่วนของการสร้างตัวแบบพยากรณ์ ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลคำสั่งซื้อจาก 10 เส้นทางของทุกกลุ่มสินค้า หลังจากนั้นจึงทำความสะอาดข้อมูลและสร้างตัวแบบพยากรณ์ด้วยวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่, วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย, วิธีพยากรณ์อย่างง่ายสำหรับข้อมูลแนวโน้ม, วิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองครั้ง, วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลซ้ำสองครั้ง, วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลของฮอล์ท และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ ตามความเหมาะสม และเปรียบเทียบความแม่นยำด้วยค่า MPE, MAPE และ RMSE เพื่อหาตัวแบบที่ให้ความแม่นยำสูงสุด จากผลการศึกษาพบว่า ตัวแบบที่ให้ความแม่นยำสูงสุดของแต่ละเส้นทางมีความแตกต่างกัน ทำให้นำไปใช้งานจริงได้ยาก และพบว่าการสร้างตัวแบบตามลักษณะข้อมูลของแต่ละกลุ่มสินค้า กล่าวคือใช้วิธี บ็อกซ์-เจนกินส์กับข้อมูลกลุ่มสินค้า A และ C ใช้วิธีหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองครั้งกับข้อมูลกลุ่มสินค้า B และนำค่าที่ได้มารวมกันเป็นค่าของแต่ละเส้นทาง ให้ค่าความแม่นยำอยู่ใน 3 อันดับแรกของทุก ๆ เส้นทาง จึงสามารถนำมาใช้กับทุกเส้นทางได้ โดยค่าพยากรณ์มีความแม่นยำมากขึ้น 11% โดยเฉลี่ย รวมถึงตัวแบบดังกล่าวยังสามารถลดปัญหาค่าพยากรณ์น้อยกว่ายอดคำสั่งซื้อจริงโดยรวมได้อีกด้วย


การพยากรณ์ความต้องการและการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังผู้ผลิตยากรณีศึกษาบริษัท Aaa, ธราเทพ คำมูล Jan 2021

การพยากรณ์ความต้องการและการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังผู้ผลิตยากรณีศึกษาบริษัท Aaa, ธราเทพ คำมูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบโมเดลการพยากรณ์ที่เหมาะสมให้กับสินค้าที่ทำรายได้หลักให้กับบริษัทกรณีศึกษา เนื่องจากในปัจจุบันบริษัทกรณีศึกษาไม่มีรูปแบบการพยากรณ์ยอดขายสินค้าไม่ชัดเจนโดยทำการพยากรณ์ความต้องการล่วงหน้าและทำการวัดค่าความคลาดเคลื่อน (Error) เพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละสินค้า อีกทั้งยังทำการศึกษานโยบายพัสดุคงคลังในปัจจุบันของบริษัทกรณีศึกษา โดยมุ่งเน้นเป้าหมายไปที่การลดต้นทุนพัสดุคงคลัง โดยในปัจจุบันพบว่าบริษัทกรณีศึกษามีระดับพัสดุคงคลังสูงซึ่งมีความไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกับความต้องการทำให้บริษัทกรณีศึกษามีค่าการเก็บรักษาสินค้าสูงตามไปด้วยเช่นกัน โดยนำค่าพยากรณ์ที่ได้มาช่วยในการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังรูปแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบกับนโยบายพัสดุคงคลังรูปแบบปัจจุบันรวมทั้งใช้วิธีการจำลองสถานการณ์เพื่อสร้างนโยบายพัสดุคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลการศึกษาพบว่าภายใต้ขอบเขตการวิจัยสินค้าแต่ละชนิดมีรูปแบบการพยากรณ์ที่แตกต่างกันโดยต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย การวิจัยนี้สามารถแก้ปัญหาระดับพัสดุคงคลังของบริษัทกรณีศึกษาได้โดยนโยบายพัสดุคงรูปแบบใหม่สามารถลดต้นทุนรวมต่อปีได้หากเทียบกับนโยบายพัสดุคงคลังในรูปแบบปัจจุบัน


ความพร้อมของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ต่อการปรับใช้มาตรฐาน Gsdp, ธนวรรณ เกษแก้ว Jan 2021

ความพร้อมของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ต่อการปรับใช้มาตรฐาน Gsdp, ธนวรรณ เกษแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรฐาน GSDP ต่อการจัดการการกระจายสินค้า 2) เพื่อวิเคราะห์ความพร้อมของผู้ประกอบการขนส่งในประเทศไทย 3) เพื่อสรุปประเด็นที่ผู้ประกอบการมีความพร้อมและที่ไม่พร้อมในการดำเนินงานตามมาตรฐาน GSDP การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั้งรถขนส่งและคลังสินค้า จำนวน 77 ราย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล และในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน GSDP ในระดับสูงมาก เนื่องจากร้อยละ 76 สามารถทำแบบสอบถามได้ถูกต้องครบทั้ง 6 ข้อ 2) กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีความพร้อมในการปรับใช้มาตรฐาน GSDP เข้ากับการทำงานได้เป็นอย่างดี คือผลลัผธ์ออกมาที่ระบบมาก 3) แต่มีอยู่หนึ่งหัวข้อที่ กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศไทยได้คะแนนความพร้อมอยู่ในระดับปานกลางต่างออกมาจากหัวข้ออื่น คือด้านความเหมาะสมของสถานที่ปฏิบัติงาน


Using Deep Learning-Based Framework For Child Speech Emotion Recognition, Gerald N. Onwujekwe Jan 2021

Using Deep Learning-Based Framework For Child Speech Emotion Recognition, Gerald N. Onwujekwe

Theses and Dissertations

Biological languages of the body through which human emotion can be detected abound including heart rate, facial expressions, movement of the eyelids and dilation of the eyes, body postures, skin conductance, and even the speech we make. Speech emotion recognition research started some three decades ago, and the popular Interspeech Emotion Challenge has helped to propagate this research area. However, most speech recognition research is focused on adults and there is very little research on child speech. This dissertation is a description of the development and evaluation of a child speech emotion recognition framework. The higher-level components of the framework …


Examining The Impact Of Entrepreneurship Training On Entrepreneurial Mindset And Economic Well-Being, Sombo Muzata Jan 2021

Examining The Impact Of Entrepreneurship Training On Entrepreneurial Mindset And Economic Well-Being, Sombo Muzata

Theses and Dissertations

This study used a mixed methods research design to examine the impact of entrepreneurship training on entrepreneurial mindset and economic well-being using the RVA Works Entrepreneurship Training Program as a case study. With human capital theory as a theoretical framework, a combination of 55 interviews and 36 surveys were used to answer the research questions. The study found that entrepreneurship training positively impacts an entrepreneurial mindset. The impact of the training on entrepreneurial mindset differed by participants age and educational level. Study participants applied their entrepreneurial mindset to their businesses, jobs, and other aspects of life. Participation in the program’s …


Inquiries In Intelligent Information Systems: New Trajectories And Paradigms, Samaa Elnagar Jan 2021

Inquiries In Intelligent Information Systems: New Trajectories And Paradigms, Samaa Elnagar

Theses and Dissertations

Rapid Digital transformation drives organizations to continually revitalize their business models so organizations can excel in such aggressive global competition. Intelligent Information Systems (IIS) have enabled organizations to achieve many strategic and market leverages. Despite the increasing intelligence competencies offered by IIS, they are still limited in many cognitive functions. Elevating the cognitive competencies offered by IIS would impact the organizational strategic positions.

With the advent of Deep Learning (DL), IoT, and Edge Computing, IISs has witnessed a leap in their intelligence competencies. DL has been applied to many business areas and many industries such as real estate and manufacturing. …


Why Do People Donate? Motivation Of Major Donors In Higher Education, Karin Hsuan Chao-Bushoven Jan 2021

Why Do People Donate? Motivation Of Major Donors In Higher Education, Karin Hsuan Chao-Bushoven

Cal Poly Humboldt theses and projects

Higher education has relied on private philanthropy since the establishment of the first universities in the U.S. This reliance has increased over the decades as a result of rising costs and decreased government investment. As such, it has become more critical to better understand what factors motivate philanthropists to increase their support of higher education; including direct support for teaching and research and increasing financial support for those students otherwise not able to pursue secondary education. However, much of the existing data focuses only on point-of-philanthropic-act, and neglects to examine motivational factors of long-term donors that have progressively increased their …


The Impact Of Assertiveness And Religiosity On The Expression Of Dissent Among U.S. Immigrant Nigerian Workers, Peter Osiabia Azorji Jan 2021

The Impact Of Assertiveness And Religiosity On The Expression Of Dissent Among U.S. Immigrant Nigerian Workers, Peter Osiabia Azorji

Walden Dissertations and Doctoral Studies

AbstractScholars have studied dissent in general, but few have focused on the impact of cultural contexts and characteristics on dissent. Literature on the influence of cultural factors on expression of disagreement in organizations, by immigrant Nigerian workers in the US has not received adequate attention. There is therefore a compelling need to bridge this gap. This quantitative nonexperimental correlation study examined the impact of assertiveness and religiosity (variables that may be influenced by culture), on expression of minority dissent among Nigerian immigrant workers in the United States. The inquiry was based on two theoretical models: Bourhis et al.’s interactive acculturation …


Getting Connected: Exploring The Role Of Sustainability Labels In Tourism Marketing Communications, Elvira Kizilova Jan 2021

Getting Connected: Exploring The Role Of Sustainability Labels In Tourism Marketing Communications, Elvira Kizilova

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

While sustainability has become an important brand differentiator in many industries, current research suggests that tourism businesses rarely use sustainability labels in their communications, e.g., on their websites or other types of advertisements.

This dissertation examines the role of sustainability labels in increasing consumer preferences for sustainable travel destinations. Drawing on social exchange theory and anthropomorphism framework, we propose that sustainability labels increase consumer visit intentions, willingness to recommend a destination to someone else, and willingness to pay price premium for the sustainable offer. These effects are mediated by perception of goal congruence and connectedness with a destination. We further …


Applying Singapore Airline’S Human Resource Management Strategy For Service Excellence At Pakistan International Airline, Abdul Basit Sami Shaikh, Fahad Habib, Muhammad Zulfiqar Hadi, Osama Ahmed Jan 2021

Applying Singapore Airline’S Human Resource Management Strategy For Service Excellence At Pakistan International Airline, Abdul Basit Sami Shaikh, Fahad Habib, Muhammad Zulfiqar Hadi, Osama Ahmed

MBA Research Projects

The purpose of the study was to develop human resource management strategy for service excellence at Pakistan International Airline (PIA). We studied HRM strategy of various airlines and chose Singapore International Airline’s (SIA) HRM strategy due to in depth study by researchers for over ten years. Further, the similarities between PIA and SIA as both are state owned and both of their states got freed from British rule.

Through our secondary research and literature review, we learned that SIA’s HRM strategy stands on five cornerstones 1) Stringent Recruitment & Selection 2) Training & Retraining 3) High performance Service Delivery Teams …


The Effect Of Servant Leadership On Nonprofit Workplace Conflict, Lorena M. Freeborough Jan 2021

The Effect Of Servant Leadership On Nonprofit Workplace Conflict, Lorena M. Freeborough

Electronic Theses and Dissertations

Workplace conflict depletes nonprofit organizations of valuable time and energy. Organizations spend millions of dollars because of the financial and human cost of unresolved interpersonal conflict in the workplace that stem from ineffective leadership behaviors. A leader’s ineffective behaviors have been linked to the organizational pressures that can cause and spread counterproductive workplace behavior, which results in interpersonal conflict and great financial cost. The purpose of this quantitative correlational study was to determine the relationship between servant leadership behaviors and interpersonal workplace conflict in nonprofit organizational settings in the United States. Specifically, the intended goal of this research was to …


Fostering Music Performers In The 21st Century: A Contemporary Professional Perspective Toward A New Curricular Agenda For Graduate Study In Music, Andre Januario Jan 2021

Fostering Music Performers In The 21st Century: A Contemporary Professional Perspective Toward A New Curricular Agenda For Graduate Study In Music, Andre Januario

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

What if the core curriculum for graduate students in music performance were designed to prepare students to succeed in the world of the Fourth Industrial Revolution?

This dissertation offers a hypothetical answer: a structured and systematic academic curricular framework for music graduate students of performance of concert music (especially those in terminal degrees, such as doctoral students), along with music instructors, professional music performers, school administrators, and college professors, seeking to prepare such students for achieving and maintaining a music career more in keeping with the current work environment, especially those skills demanded by the Fourth Industrial Revolution and the …


Asymmetry Risk And Asset Pricing, Jiahao Gu Jan 2021

Asymmetry Risk And Asset Pricing, Jiahao Gu

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

The dissertation primarily focuses on asymmetry risk and its role in asset pricing. Asymmetry risk is a crucial component of systematic risk. However, it does not attract much attention, probably because of the misconception that it is similar to other asymmetry measures (e.g., skewness). Chapter 1 defines the asymmetry risk. The risk indifference curve (RIC) predicts two asymmetry premiums in the return distribution rather than one in the downside. I also derive the risk-neutral measure of asymmetry risk.

Chapter 2 empirically investigates the asymmetry beta's return predictability and tail risk hedging ability. Consistent with the risk indifference curve, the asymmetry …