Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Comparative Literature Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

7,749 Full-Text Articles 5,879 Authors 11,169,504 Downloads 202 Institutions

All Articles in Comparative Literature

Faceted Search

7,749 full-text articles. Page 48 of 242.

การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร 2024 คณะอักษรศาสตร์

การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ที่แสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาตใน พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีสมมติฐานว่า กริยาไร้ประธาน “ให้” เป็นคำแสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาต และในการแปลกริยาดังกล่าวจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นอยู่กับประเภทของมาลา โดยจะต้องเลือกคำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ จากการศึกษาพบกริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบททั้งสิ้น 74 จุด แบ่งเป็นโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา 60 จุด และ (กรรม) + ให้ + กริยา 14 จุด ไม่ละกรรม 55 จุด และละกรรม 19 จุด โดยสามารถจำแนกมาลาออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) มาลาสั่ง 52 จุด 2) มาลาบอกเล่า 15 จุด 3) มาลาอนุญาต 6 จุด และ 4) มาลาสั่ง + อนุญาต 1 จุด กริยาไร้ประธาน "ให้" ที่พบสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ 60 จุด อีก 11 จุดต้องปรับเป็นคำชนิดอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ และอีก 3 จุดไม่ได้ทำการแปลเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน กล่าวโดยสรุปได้ว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบทส่วนใหญ่อยู่ในโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา (81.08%) ไม่ละกรรม (74.32%) แสดงมาลาสั่ง (70.27%) และสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ (81.08%) ผลการวิจัยสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้และยังสอดคล้องกับงานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งระบุว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในภาษากฎหมายไทยสื่อความหมายสั่งและอนุญาต งานวิจัยนี้ยังพบประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม 2 ประการ ได้แก่ …


การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล 2024 คณะอักษรศาสตร์

การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาศึกษากลวิธีการแปลประโยคอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan (2513) และฉบับแปลภาษาไทย เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์ (2559) รวมถึงปัจจัยทางวัฒนธรรมบางประการที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกประโยคที่ปรากฏการใช้อติพจน์จำนวน 60 ประโยค ตามแนวทางการจำแนกประเภทอติพจน์ของ Claudia Claridge (2011) และใช้กรอบการวิเคราะห์แนวทางการแปลความเปรียบและสำนวนภาษา (Trope Change) ของ Andrew Chesterman (2001) จากการจำแนกประเภทอติพจน์ที่ปรากฏในประโยคต้นฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ประโยค พบอติพจน์ในตัวบทต้นฉบับ 6 ประเภท ได้แก่ อติพจน์แบบคำเดียว อติพจน์ระดับวลี อติพจน์ระดับอนุประโยค อติพจน์ที่แสดงจำนวน การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด และการใช้การเปรียบเทียบ โดยแบ่งเป็นอติพจน์ประเภทเดียวประโยคจำนวน 53 ประโยค และใช้อติพจน์มากกว่าหนึ่งประเภทร่วมกัน จำนวน 7 ประโยค จากการวิเคราะห์พบว่ากลวิธีที่ผู้แปลเลือกใช้ในการแปลประโยคอติพจน์ที่คัดสรรจำนวน 67 แห่ง มีทั้งหมด 3 กลวิธี ได้แก่ การรักษาอติพจน์หรือใช้สำนวนภาษาประเภทเดิม (55 แห่ง) เปลี่ยนไปใช้อติพจน์หรือสำนวนภาษาประเภทอื่น (3 ครั้ง) และแปลโดยไม่เก็บอติพจน์หรือสำนวนภาษา (9 แห่ง) โดยกลวิธีที่พบมากที่สุดคือ คงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม นอกจากนี้ยังพบว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้แปลเลือกใช้กลวิธีการกรองทางวัฒนธรรม (cultural filtering) ควบคู่กับการคงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม โดยใช้คำที่มีความหมายต่างกัน หากแต่ยังมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการสื่อความ จึงทำให้เห็นภาพการเปรียบเทียบไปในทำนองเดียวกันกับต้นฉบับโดยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่สื่อความทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมไทย


การแปลภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบในหนังสือด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์เชิงปรัชญาการออกแบบ เรื่อง The Eyes Of The Skin: Architecture And The Senses ของ Juhani Pallasmaa, มานิตา บวรกีรติขจร 2024 คณะอักษรศาสตร์

การแปลภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบในหนังสือด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์เชิงปรัชญาการออกแบบ เรื่อง The Eyes Of The Skin: Architecture And The Senses ของ Juhani Pallasmaa, มานิตา บวรกีรติขจร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการแปลภาษาภาพพจน์เชิงเปรียบเทียบที่มี มโนอุปลักษณ์แฝงอยู่ในงานเขียนด้านปรัชญาการออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งมักปรากฏการใช้คำศัพท์เชิงนามธรรมและภาษาภาพพจน์ (Figurative language) ที่โดดเด่นเพื่อสื่อถึงมโนทัศน์ทางปรัชญา (Philosophical concept) ผู้วิจัยเลือกศึกษาหนังสือ เรื่อง The Eyes of the Skin: Architecture and the Senses ของ จูฮานิ พาลาสมา (Juhani Pallasmaa) งานเขียนสำคัญในแวดวงสถาปัตยกรรมเชิงทฤษฎีที่มีรากฐานแนวคิดจากปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) และการตั้งคำถามต่อแนวคิดดวงตาเป็นศูนย์กลางของการรับรู้ (Ocularcentrism) โดยเนื้อหานี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ยังไม่เคยมีการศึกษากลวิธีการแปลหนังสือประเภทนี้อย่างเป็นระบบในบริบทภาษาไทย ในการวิเคราะห์ตัวบท เลือกพิจารณาส่วนที่ 2 (Part 2) จำนวน 34 หน้า พบว่ามีลักษณะของการใช้ภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบที่มีมิติของมโนทัศน์ทางปรัชญาแฝงอยู่ โดยเฉพาะมโนทัศน์ที่เป็นมโนอุปลักษณ์ (Conceptual metaphor) เชิงภววิทยา (Ontological metaphor) ซึ่งสะท้อนกรอบความคิดของผู้เขียนที่ได้รับอิทธิพลมาจากปรากฏการณ์วิทยา การแปลเนื้อหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจความหมายแฝงและความหมายเชิงมโนทัศน์ (Connotative and conceptual meaning) เพื่อถ่ายทอดเจตนารมณ์และความลึกซึ้งของต้นฉบับได้อย่างแม่นยำในขั้นตอนการแปล ได้ประยุกต์ใช้แนวทางการแปลแบบตีความ (Interpretive approach) ของ ฌอง เดอลิลส์ (Jean Delisle) ร่วมกับทฤษฎีการตรงประเด็น (Relevance theory) ของ แอ็นสท์ ออกุสท์ กัทท์ (Ernst August Gutt) โดยมุ่งเน้นการแปลด้วยการตีความและการสร้างความหมายที่เทียบเคียงต้นฉบับ (Interpretive resemblance) เพื่อรักษาความหมายเชิงมโนทัศน์ คุณลักษณะของภาษาภาพพจน์ และถ่ายทอดแนวคิดของผู้เขียนให้สอดคล้องกับบริบทภาษาไทย


ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ 2024 คณะอักษรศาสตร์

ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับลำดับการรักษาโรคมะเร็ง วิธีการรักษาโรคมะเร็ง ยารักษาโรคมะเร็ง ตัวชี้วัดผลการรักษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ และนำประมวลศัพท์ที่ได้มาใช้อ้างอิงสำหรับผู้ที่ต้องทำความเข้าใจข้อมูลยารักษาโรคมะเร็งในระดับที่เกี่ยวข้อง เช่น อาสาสมัครโครงการวิจัยยามะเร็ง นักศึกษา นักแปล และผู้สนใจ การจัดทำประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งนี้ได้อ้างอิงจากทฤษฎีและแนวทางการทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาเสนอไว้ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์และขอบเขตการศึกษาในการจัดทำประมวลศัพท์ 2) การทบทวนวรรณกรรมทางศัพทวิทยาและการศึกษาข้อมูลยารักษาโรคมะเร็ง 3) การสร้างคลังข้อมูลภาษา และการดึงศัพท์จากคลังข้อมูลภาษา 4) การกำหนดมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งและ 5) การบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น การบันทึกข้อมูลศัพท์ และการเขียนคำนิยามเพื่อกำหนดศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 30 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ และลำดับของมโนทัศน์ในมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอศัพท์แต่ละคำประกอบด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ภาษาไทย ขอบเขตข้อมูลที่พบศัพท์ มโนทัศน์สัมพันธ์พร้อมคำอธิบาย บริบทที่พบศัพท์ นิยามศัพท์ รูปศัพท์อื่น ประเภทของคำทางไวยากรณ์ และข้อมูลอ้างอิง


แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ 2024 คณะอักษรศาสตร์

แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากนิตยสาร National Geographic และกลวิธีการถ่ายทอดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากต้นฉบับอังกฤษไปยังฉบับแปลภาษาไทย ผู้วิจัยศึกษาแนวคิดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ของ Lakoff และ Johnson (2003) แนวทางการระบุรูปภาษาที่แสดงอุปลักษณ์ของกลุ่ม Pragglejaz Group แนวทางการแปลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากงานวิจัยตัวบทประเภทต่าง ๆ ตลอดจนประเภทอุปลักษณ์ที่พบในตัวบทวิทยาศาสตร์และสารคดี และประยุกต์ใช้กรอบการวิเคราะห์กลวิธีการแปลของ Papadoudi (2010) Schäffner (2004) Deignan et al. (1997) และ Toury (1995) ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า จากข้อมูลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ที่เก็บจำนวน 126 ตัวอย่าง มีจำนวนรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์ทั้งหมด 114 รูป สามารถจำแนกอุปลักษณ์ที่พบได้ 19 ประเภท เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ได้แก่ อุปลักษณ์สงคราม อุปลักษณ์มนุษย์ อุปลักษณ์การเดินทาง อุปลักษณ์เชิงกายภาพ อุปลักษณ์สิ่งมีชีวิต อุปลักษณ์คอมพิวเตอร์ อุปลักษณ์ศิลปะ อุปลักษณ์ธุรกิจ อุปลักษณ์เครื่องนุ่งห่ม อุปลักษณ์สุขภาพ อุปลักษณ์เกม กีฬา และการแข่งขัน อุปลักษณ์ก่อสร้าง อุปลักษณ์เครื่องจักร อุปลักษณ์พืชและการเพาะปลูก อุปลักษณ์เชิงทิศทาง อุปลักษณ์อาหาร อุปลักษณ์สัตว์ อุปลักษณ์ศาสนา และอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ จากการวิเคราะห์ พบว่าอุปลักษณ์ที่พบในภาษาอังกฤษปรากฏในภาษาไทยทุกประเภท ยกเว้นอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ ผลการวิเคราะห์บทแปลแตกต่างไปจากสมมติฐานเดิมที่ตั้งไว้ว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุดคือการแปลอุปลักษณ์โดยรักษามโนทัศน์เดิม การแปลอุปลักษณ์โดยใช้มโนทัศน์ที่แตกต่างกัน และการแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ ตามลำดับ แต่ผลการวิจัยพบว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุด ได้แก่ 1) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมและใช้รูปภาษาเหมือนเดิม พบร้อยละ 52.34 2) การแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ พบร้อยละ 21.09 3) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมแต่ใช้รูปภาษาที่ต่างไปจากเดิม พบร้อยละ 10.94 4) การแปลโดยใช้มโนทัศน์ที่ต่างกัน พบร้อยละ 10.16 5) การตัดอุปลักษณ์ในภาษาต้นทางทิ้ง พบร้อยละ 3.91 และ 6) การแปลสิ่งที่ไม่ใช่อุปลักษณ์เป็นอุปลักษณ์ พบร้อยละ 1.56 ทั้งนี้ ไม่พบการเพิ่มอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ลงไปในบทแปล โดยสรุป อุปลักษณ์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากภาษาอังกฤษสามารถถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้เป็นส่วนใหญ่โดยไม่มีอุปสรรค โดยอุปลักษณ์แต่ละประเภทสามารถถ่ายทอดได้ผ่านกลวิธีที่แตกต่างกัน …


แนวคิดทรานส์ฮิวแมนนิสม์กับการขยายนิคมสู่อวกาศในบันเทิงคดีและเกมแนววิทยาศาสตร์ร่วมสมัย, ขชล แก้วประดิษฐ์ 2024 คณะอักษรศาสตร์

แนวคิดทรานส์ฮิวแมนนิสม์กับการขยายนิคมสู่อวกาศในบันเทิงคดีและเกมแนววิทยาศาสตร์ร่วมสมัย, ขชล แก้วประดิษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการเปลี่ยนผ่านมนุษย์ของแนวคิดทรานส์ฮิวแมนนิสม์และเพื่อศึกษาการเปลี่ยนผ่านด้านร่างกาย ประชาน และที่อยู่อาศัย เพื่อขยายนิคมสู่อวกาศในงานบันเทิงคดีและเกมแนววิทยาศาสตร์ร่วมสมัยคัดสรรจำนวนสี่เรื่อง ได้แก่ นวนิยาย Alphanauts (2006) โดย J. Brian Clarke ภาพยนตร์ Avatar (2009) กำกับโดย James Cameron ภาพยนตร์ Space Sweepers (2021) กำกับโดย Jo Sung-Hee และเกม Mass Effect: Legendary Edition (2023) กำกับโดย Casey Hudson ผลการวิจัยสรุปได้ว่าการขยายนิคมสู่อวกาศในบันเทิงคดีและเกมแนววิทยาศาสตร์ร่วมสมัยสัมพันธ์กับสภาพการเปลี่ยนผ่านมนุษย์ กล่าวคือ พื้นที่อวกาศเป็นช่องทางสำหรับการธำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผู้เสริมสมรรถภาพทางกายและจิตใจเพื่อปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมอันตรายและภัยคุกคามจากต่างดาว การใช้เทคโนโลยีสร้างสภาพการเปลี่ยนผ่านมนุษย์ให้พ้นข้อจำกัดพื้นฐานตามธรรมชาติและมนุษย์ภาวะเปรียบได้กับการวิวัฒนาการครั้งใหม่ของมนุษย์ การศึกษากลุ่มตัวบทเปิดเผยว่าความสำเร็จในการวิวัฒนาการนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านด้านร่างกาย ประชานและที่อยู่อาศัยร่วมกัน กล่าวคือ การอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อบูรณาการร่างกายและจิตใจ เพื่อยกระดับมนุษย์เป็นผู้กระทำที่มีความสามารถในการรับรู้อย่างลึกซึ้ง ผู้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน การพัฒนาสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนผ่านเผ่าพันธุ์มนุษย์สู่สิ่งมีชีวิตเชิงนิเวศที่เรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้ดำรงอาศัยในอวกาศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะปลีกแยกระหว่างร่างกายกับจิตใจ การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ และการครอบครองระบบนิเวศอย่างเบ็ดเสร็จ


การเมืองเรือนร่างในงานเขียนของ นาวัล เอ็ล ซัดดาวี : การศึกษาสตรีนิยมประเทศโลกที่สาม, ธามม์ รามพิพัฒน์ธำรงค์ 2024 คณะอักษรศาสตร์

การเมืองเรือนร่างในงานเขียนของ นาวัล เอ็ล ซัดดาวี : การศึกษาสตรีนิยมประเทศโลกที่สาม, ธามม์ รามพิพัฒน์ธำรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตั้งแต่คริสต์ศักราช 1953 เป็นต้นมา สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบเผด็จการทหาร แนวคิดอนุรักษ์นิยมของรัฐบาลเผด็จการทหารส่งผลให้ประชาชนชาวอียิปต์ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรีชาวอียิปต์ การกดขี่สตรีเพศส่งผลให้กลุ่มสตรีอียิปต์ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กลุ่มของตน โดยมีแกนนำคนสำคัญอย่าง นาวัล เอ็ล ซัดดาวี จิตแพทย์หญิงชาวอียิปต์ซึ่งผันตัวมาเป็นนักเขียน งานเขียนของซัดดาวีใช้กลวิธีการเล่าในรูปแบบเรื่องเล่าชีวิต (life writing) โดยให้ผู้หญิงเป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่าผ่านมุมมองของผู้เล่าที่เป็นสตรีและนำเสนอความรุนแรงทางเพศที่กระทำต่อเรือนร่างสตรี อาทิ การถูกขริบอวัยวะเพศ การทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัว การข่มขืน การค้าประเวณี ความรุนแรงดังกล่าวเผยให้เห็นอำนาจปิตาธิปไตยที่เชื่อมโยงกับศาสนาและจารีตประเพณี เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกดขี่สตรีเพศในสังคมอียิปต์ งานเขียนของซัดดาวีไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นอำนาจปิตาธิปไตยที่กระทำต่อสตรีผ่านเรือนร่างเท่านั้น หากยังบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของผู้หญิงโดยใช้เรือนร่างในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับสตรีชาวอียิปต์อีกด้วย กล่าวคือ ในงานของซัดดาวี เรือนร่างเป็นเสมือนหลักฐานที่เผยให้เห็นสถานภาพของสตรีในฐานะพลเมืองชั้นสองในสังคมอียิปต์ นอกจากนี้ เรือนร่างยังมีบทบาทในการร้อยรัดสายสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงจากชนชั้นต่าง ๆ ผ่านประสบการณ์และอารมณ์ความรู้สึกที่ผู้หญิงเหล่านี้มีร่วมกัน เรือนร่างจึงเป็นพื้นที่ของการต่อสู้ทางการเมืองในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับสตรีชาวอียิปต์ ดังนั้น งานเขียนของซัดดาวีจึงไม่เพียงวิพากษ์อำนาจปิตาธิปไตยในประเทศอียิปต์ หากยังขยายกรอบแนวคิดเรื่องสิทธิสตรีตะวันตก ที่เน้นการยึดกฎของเหตุผลซึ่งเป็นนามธรรมเพียงอย่างเดียว จนละเลยอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนของมนุษย์ในฐานะปัจเจกชน


การสั่นคลอนขั้วตรงข้ามในการ์ตูนโทรทัศน์ชุดโคนันเดอะซีรีส์, สุธาสินี ไชยธนะพัชร์ 2024 คณะอักษรศาสตร์

การสั่นคลอนขั้วตรงข้ามในการ์ตูนโทรทัศน์ชุดโคนันเดอะซีรีส์, สุธาสินี ไชยธนะพัชร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสั่นคลอนขั้วตรงข้าม (Binary Oppositions) 3 ขั้ว ได้แก่ ชาย-หญิง ความเป็นกลุ่ม-ความเป็นปัจเจก และผู้ใหญ่-เด็กที่ปรากฏในการ์ตูนโทรทัศน์ชุด โคนันเดอะซีรีส์ ปีที่ 1-5 ของบริษัททีเอ็มเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (1996-1999) ฉบับพากย์ไทยรวมถึงศึกษาบริบทของสังคมญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับตัวบท จากการศึกษาพบว่าตัวบทพยายามนำเสนอให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของขั้วอำนาจรองในการท้าทายและสั่นคลอนขนบวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวนและบริบทวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมอันเป็นบรรทัดฐานที่มีอยู่ในสังคม กล่าวคือในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดรับอิทธิพลตะวันตกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ ทัศนคติที่มีต่อค่านิยมดั้งเดิมของคนในสังคมบางกลุ่มได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ แนวคิดเรื่องปัจเจกนิยม หรือ ทัศนคติที่มีต่อเด็ก ส่งผลให้เกิดการพลิกขั้วที่ปรากฏในตัวบท ได้แก่ การพลิกขั้วของเพศหญิง แนวคิดปัจเจกนิยมและเด็ก อย่างไรก็ตามการพลิกขั้วที่ปรากฏในตัวบทมีทั้งการพลิกขั้วที่ล้มเหลวของเพศหญิงและแนวคิดปัจเจกนิยมเนื่องจากกระบวนการพลิกขั้วของตัวละครทำให้ตัวละครกลายเป็นอาชญากรที่เป็นอันตรายจึงต้องถูกกำจัดออกจากสังคม ในขณะเดียวกันตัวบทก็นำเสนอการพลิกขั้วของเด็กที่ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการพลิกขั้วอย่างเบ็ดเสร็จแต่ก็เป็นการเพิ่มพื้นที่ให้เด็กในวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวนมากขึ้น การพลิกขั้วที่มีทั้งล้มเหลวและสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่า ขนบและบริบททางวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นบางอย่างยังคงมีอิทธิพลอยู่อย่างไม่อาจปฏิเสธได้


The New Old Logic Of Ai: A Review Of Mark Coeckelbergh’S The Political Philosophy Of Ai And Calvin Lawrence’S Hidden In White Sight, Steven Wandler 2023 St. Catherine University

The New Old Logic Of Ai: A Review Of Mark Coeckelbergh’S The Political Philosophy Of Ai And Calvin Lawrence’S Hidden In White Sight, Steven Wandler

Critical Humanities

The New Old Logic of AI: A Review of Mark Coeckelbergh’s The Political Philosophy of AI and Calvin Lawrence’s Hidden in White Sight by Steven Wandler, St. Catherine University


Humanities In The Time Of Chatgpt And Other Forms Of Ai, Puspa Damai, Barbara Postema 2023 Marshall University, Huntington, WV

Humanities In The Time Of Chatgpt And Other Forms Of Ai, Puspa Damai, Barbara Postema

Critical Humanities

Humanities in the time of ChatGPT and other forms of AI


Treating Traum(A): Examples In The Tanakh That Mirror Events During The Life Of Bonhoeffer And Crimes Of The Ian Rankin Novel Knots And Crosses, Geraldine Mitchell 2023 Technological University Dublin

Treating Traum(A): Examples In The Tanakh That Mirror Events During The Life Of Bonhoeffer And Crimes Of The Ian Rankin Novel Knots And Crosses, Geraldine Mitchell

Journal of Franco-Irish Studies

The Hebrew Bible (Tanakh) contains a wealth of stories reflecting life in the ancient world including struggles and wars that prove(d) traumatic. It is shown time and again that history repeats itself, and the stories of the Bible reappear in the modern world, both real and (crime) fictional. In this paper, traumatic experiences associated with the German pastor Dietrich Bonhoeffer as well as the fictional character DI John Rebus created by the crime writer Ian Rankin, are linked with similar incidents recorded in the Tanakh. The first novel in the Rebus series, Knots and Crosses, also forms the basis …


Through The Lens Of Trauma: Analyzing Narrative Voice In 'The Handmaid's Tale'", Bianca Ramos 2023 St. Mary's University

Through The Lens Of Trauma: Analyzing Narrative Voice In 'The Handmaid's Tale'", Bianca Ramos

Honors Program Theses and Research Projects

Despite not being solely about trauma, Margaret Atwood’s The Handmaid’s Tale's (1985) is written through the voice of a traumatized narrator. Offred's narration in this novel is unreliable, shifting between past and present and sharing multiple possibilities of events. This narrative voice accentuates the uncertainty and tension within this story. Offred's unreliable narration reveals her inner psychological state. Through readings of medical-humanity and cognitive literary theory, this thesis examines how trauma alters Offred’s narrative voice in The Handmaid’s Tale. I argue that Offred’s narration is a trauma response to her oppressive environment and is motivated by an attempt to reclaim …


From Periphery To Center: Re-Presenting Black And Afro-Arab Characters In Contemporary Arabic Literature, Samer Ahmad Mayyas 2023 University of Arkansas, Fayetteville

From Periphery To Center: Re-Presenting Black And Afro-Arab Characters In Contemporary Arabic Literature, Samer Ahmad Mayyas

Graduate Theses and Dissertations

Black Arabs and Afro-Arabs tend not to be centered in Arabic discourse, especially modern Arabic literature, and Black people of other ethnicities are marginalized, as if Black peoples and Afro-Arabs were not part of the history and present-day of the Arabic-speaking world. I explore in this dissertation project the representations and experiences of Black and Afro-Arabs in contemporary Arabic fictional narratives. I argue that the contemporary literary era sees a shift in re-presenting Black peoples and Afro-Arabs in the Arabic fictional discourse. By moving Black and Afro-Arab characters from periphery to center, contemporary Arab writers challenge and disrupt, in an …


Tess Of The D'Urbervilles -- A Pure Survivor An Analysis Of Thomas Hardy, Victorian Women, & Modern Media, Jesse C. Marin 2023 University of Texas at El Paso

Tess Of The D'Urbervilles -- A Pure Survivor An Analysis Of Thomas Hardy, Victorian Women, & Modern Media, Jesse C. Marin

Open Access Theses & Dissertations

Context is vital to understanding the circumstances and the society that produced Thomas Hardy’s novel. As such, I will be reviewing the era through canonically established authors, the literary trope that would condemn women and firmly entrench itself in England’s national identity, and political movements guided by the law of Victorian England. This will showcase the hurdles of basic women’s rights that would continue throughout the reign of Queen Victoria, as well as the dangers that would be faced in the public and domestic spheres, endangering a woman’s very life. When tied together W.T. Stead’s expose in the Pall Mall …


The Deer-Maid Motif In The Children Of Húrin, Kris Swank 2023 Pima Community College & Signum University

The Deer-Maid Motif In The Children Of Húrin, Kris Swank

Journal of Tolkien Research

The story of Túrin Turambar goes back to the end of the First World War, and Tolkien continued to work on it through the 1950s. Later versions repeatedly describe Túrin’s sister Niënor figuratively—as or like—a hunted deer, especially after her enchantment by the dragon Glaurung. Tolkien identified Sigurd the Volsung, Oedipus, and the Finnish Kullervo as sources for Túrin, however, the motif of a maiden enchanted as a deer does not derive from those sources. The Irish story of Oisín’s mother, Sadhbh or Saav, who was transformed into a fawn by an evil druid, shares several analogous …


Sam's Song In The Tower: The Significance Of 'Merry Finches' In J.R.R. Tolkien's _Lord Of The Rings_, Jane Beal PhD 2023 University of La Verne

Sam's Song In The Tower: The Significance Of 'Merry Finches' In J.R.R. Tolkien's _Lord Of The Rings_, Jane Beal Phd

Journal of Tolkien Research

In The Lord of the Rings, Samwise Gamgee climbs the Tower of Cirith Ungol to try to rescue his master and friend, Frodo Baggins, who has been taken captive by Orcs. When Sam is near despair because he cannot find Frodo, Sam sings a song that makes reference to “merry finches.” What is the significance of this phrase in his lyrics? To answer this question, my essay first explores J.R.R. Tolkien’s ornithological knowledge, especially of finches in England, which is readily demonstrated from a letter he wrote to his son, Christopher Tolkien (July 7, 1944), about his observations of bullfinches …


Introduction To The Special Issue On Tolkien's Animals, Kris Swank 2023 Pima Community College & Signum University

Introduction To The Special Issue On Tolkien's Animals, Kris Swank

Journal of Tolkien Research

Introduction to the Special Issue on Tolkien's Animals


Reading Rent: Interracial Relationships And Racial Hierarchies, Susanna A. Perez-Field 2023 University of South Florida

Reading Rent: Interracial Relationships And Racial Hierarchies, Susanna A. Perez-Field

USF Tampa Graduate Theses and Dissertations

In examining the musical Rent by Jonathan Larson (1995) and its film adaptation by Chris Columbus (2005), most scholarly work and analyses have focused on the work’s identity as a queer text. I assert that elements of this musical have been overlooked for its depth of racial and class hierarchies. Utilizing sociological theory and interracial relationships, I will examine characters and musical numbers to explore diversity and class positioning.

I will explore Rent for themes of racial, gender, and sexual identities and how they are presented through the friendships and romantic relationships of the eight principal characters (alphabetically): Angel, Benny, …


How To Rewrite A Tagalog Novel Into An English Classic: Danton Remoto’S English Translation Of Lope K. Santos’S Banaag At Sikat, Chris Cañete Rodriguez Kelly 2023 University of the Philippines Diliman, Ateneo de Manila University

How To Rewrite A Tagalog Novel Into An English Classic: Danton Remoto’S English Translation Of Lope K. Santos’S Banaag At Sikat, Chris Cañete Rodriguez Kelly

Perspectives in the Arts and Humanities Asia

To appeal to a contemporary global readership, Danton Remoto in his English translation of Lope K. Santos’s Banaag at Sikat omits much of the original’s political passages. Such an approach to translation, however, hollows out elements of the original. Following the work of Annette Damayanti Lienau and Akshya Saxena, this essay understands colonial and vernacular languages as dialectically interdependent. It argues that Remoto’s abridgement of Banaag at Sikat is produced not by a refusal to translate the Tagalog of the original, but a refusal to translate the coconstitutive difference between English and Tagalog, which inheres precisely in the excessive political …


Nostalgic Reaction In Narratives Of Lost Memories In Negar Djavadi’S Désorientale, Zahra Vodjgani 2023 Louisiana State University

Nostalgic Reaction In Narratives Of Lost Memories In Negar Djavadi’S Désorientale, Zahra Vodjgani

Tête à Tête: Journal of Francophone Studies

No abstract provided.


Digital Commons powered by bepress