Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Dentistry Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

13,191 Full-Text Articles 16,035 Authors 4,501,231 Downloads 184 Institutions

All Articles in Dentistry

Faceted Search

13,191 full-text articles. Page 403 of 415.

Continuing Dental Education Catalog Jan-June 2011, Nova Southeastern University 2011 Nova Southeastern University

Continuing Dental Education Catalog Jan-June 2011, Nova Southeastern University

Health Professions Divisions Course Catalogs and Course Descriptions

No abstract provided.


Prerequisites In Behavioral Science And Business: Opportunities For Dental Education., David G. Dunning, Brian M. Lange, Robert D. Madden, Koko K. Tacha 2011 University of Nebraska Medical Center

Prerequisites In Behavioral Science And Business: Opportunities For Dental Education., David G. Dunning, Brian M. Lange, Robert D. Madden, Koko K. Tacha

Journal Articles: College of Dentistry

There is increasing pressure on recent dental school graduates to understand and successfully utilize patient management and business management strategies to run a productive dental office. Dental schools are faced with the dilemma to either add more credit hours in their already crowded curriculum or adjust predental school requirements. All fifty-nine U.S. dental schools were assessed online to determine admission requirements in the areas of behavioral science and business education. Results show that only 11.9 percent of the schools require prerequisite course work in behavioral science and no school requires prerequisite course work in business. However, 64.4 percent and 30.5 …


The Role Of Streptococcus Mutans In The Formation Of Dental Caries: An Ecological Perspective, Jason Yeshaya Friedman 2011 Touro College

The Role Of Streptococcus Mutans In The Formation Of Dental Caries: An Ecological Perspective, Jason Yeshaya Friedman

The Science Journal of the Lander College of Arts and Sciences

The teeth are among the most distinctive and productive features of the human species. It is the longest lasting surface of the body and can be used in research studies many years after death. Yet, in the living individual, the integrity of the teeth is constantly assaulted by a microbial challenge so great that dental caries, or decay, ranks as one of the most widespread medical afflictions. According to studies, dental caries rank third in medical costs, behind only heart disease and cancer (Loesche 1996). This review will attempt to describe what is responsible for dental caries, namely a bacterium …


Ada News Convention Daily - 2011 Day 2, American Dental Association, Publishing Division 2011 American Dental Association

Ada News Convention Daily - 2011 Day 2, American Dental Association, Publishing Division

ADA News

The ADA News Daily (also called the ADA News Convention Daily) is a special edition of the ADA News published each day during American Dental Association Annual Sessions.


Ada News Convention Daily - 2011 Day 1, American Dental Association, Publishing Division 2011 American Dental Association

Ada News Convention Daily - 2011 Day 1, American Dental Association, Publishing Division

ADA News

The ADA News Daily (also called the ADA News Convention Daily) is a special edition of the ADA News published each day during American Dental Association Annual Sessions.


Ada News Convention Daily - 2011 Day 3, American Dental Association, Publishing Division 2011 American Dental Association

Ada News Convention Daily - 2011 Day 3, American Dental Association, Publishing Division

ADA News

The ADA News Daily (also called the ADA News Convention Daily) is a special edition of the ADA News published each day during American Dental Association Annual Sessions.


ความแข็งแรงดัดขวางของเรซินคอมโพสิตเสริมเส้นใยแก้วในประเทศและต่างประเทศและเส้นใยโพลีเอทิลีน, พิสัยศิษฏ์ ชัยจรินนท์, อิศราวัลย์ บุญศิริ 2011 Chulalongkorn University

ความแข็งแรงดัดขวางของเรซินคอมโพสิตเสริมเส้นใยแก้วในประเทศและต่างประเทศและเส้นใยโพลีเอทิลีน, พิสัยศิษฏ์ ชัยจรินนท์, อิศราวัลย์ บุญศิริ

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ ศึกษาค่าความแข็งแรงดัดขวางของเรซินคอมโพสิตที่เสริมเส้นใย วัสดุและวิธีการ ชิ้นงานเรซินคอมโพสิต 140 ชิ้นขนาด 2 x 2 x 25 มิลลิเมตร แบ่งเป็น 7 กลุ่ม ๆ ละ 20 ชิ้น ได้แก่กลุ่มควบคุมที่ไม่เสริมเส้นใย กลุ่มที่เสริมเส้นใยแก้วในประเทศไทยมี 4 กลุ่ม ปริมาณร้อยละ 10 20 30 40 โดยปริมาตรตามลําดับ กลุ่มเสริมเส้นใยแก้วสําเร็จรูปจากต่างประเทศและกลุ่มเสริมเส้นใยโพลีเอทิลีน โดยแต่ละ กลุ่มแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย กลุ่มละ 10 ชิ้น แช่น้ํากลั่น 37 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 7 และ 30 วัน ทดสอบค่าความ แข็งแรงดัดขวางด้วยเครื่องทดสอบสากลรุ่น 8874 ความเร็วหัวกด 1 มิลลิเมตรต่อนาทีใช้สถิติทดสอบแบบที่วิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียวและการเปรียบเทียบพหุคูณ ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 ผลการศึกษา กลุ่มเสริมเส้นใยมีความแข็งแรงดัดขวางสูงขึ้น กลุ่มแช่ในน้ํากลั่น 30 วัน มีค่าความแข็งแรงตัดขวาง ลดลง กลุ่มเสริมเส้นใยแก้วในประเทศไทยปริมาณร้อยละ 30 โดยปริมาตร มีค่าความแข็งแรงดัดขวางสูงสุด กลุ่มเสริมด้วยเส้นใยแก้วในประเทศไทยปริมาณร้อยละ 10 โดยปริมาตร มีค่าความแข็งแรงตัดขวางใกล้เคียงกับ กลุ่มเสริมด้วยเส้นใยแก้วสําเร็จรูปและกลุ่มเสริมด้วยเส้นใยโพลีเอทิลีน สรุป การเสริมเส้นใยปริมาณเหมาะสมช่วยให้ชิ้นงานแข็งแรงขึ้นเมื่อนําชิ้นงานแช่น้ํานานขึ้นทําให้ความแข็งแรงลดลง (ว ทันต จุฬาฯ 2554;34:45-54)


ผลของซีพีพี-เอซีพีเพสต์และซีพีพี-เอซีเอฟพีเพสต์ต่อการลดลงของรอยด่างขาวจากฟันตกกระ, พุธรําไพ จันทรวราทิตย์, รุจิรา เพื่อนอัยกา 2011 Chulalongkorn University

ผลของซีพีพี-เอซีพีเพสต์และซีพีพี-เอซีเอฟพีเพสต์ต่อการลดลงของรอยด่างขาวจากฟันตกกระ, พุธรําไพ จันทรวราทิตย์, รุจิรา เพื่อนอัยกา

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบการลดลงของรอยด่างขาวจากฟันตกกระระดับน้อย (ระดับ 1-3 ของดัชนีพื้นผิว ของฟันตกกระ) บนฟันตัดถาวรซีกลางบน ภายหลังการใช้ซีพีพีเอชพีเพสต์ และซีพีพี เอซีเอฟพีเพสต์ ทารอย โรควันละ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน 3 เดือน วัสดุและวิธีการ การวิจัยนี้ได้คัดเลือกฟันตัดถาวรซี่กลางบนขวาและซ้าย (#11, #21) ที่มีรอยด่างขาวที่เกิดจาก ฟันตกกระ 140 ซี่ จากเด็ก 70 คน อายุ 10-15 ปี อาศัยอยู่ในอําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีระดับ ฟลูออไรด์ในน้ําประปา 0.541 ส่วนในล้านส่วน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 (กลุ่มควบคุม) ใช้เฉพาะยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000 ส่วนในล้านส่วนเพียงอย่างเดียว กลุ่มที่ 2 และ 3 ทารอยโรคด้านใกล้ริม ฝีปากด้วยซีพีพีเอชพีเพสต์ และซีพีพี เอซีเอฟพีเพสต์ตามลําดับ ร่วมกับการใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ถ่ายภาพ กลุ่มตัวอย่างในระบบดิจิทัลก่อนและหลัง 3 เดือนโดยควบคุมวิธีการถ่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และวัดระดับ ความเข้มแสงของรอยโรคด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์อิมเมจ-โปร พลัส ใช้การทดสอบที่สําหรับกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่สัมพันธ์กันเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยความเข้มแสงก่อนและหลังการใช้เพสต์ภายในกลุ่ม และ ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความเข้มแสงระหว่างกลุ่ม นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงระดับความรุนแรงของฟันตกกระตามดัชนีพื้นผิวของฟันตกกระ ซึ่งประเมินโดยทันตแพทย์ จํานวน 5 คนที่ผ่านการทดสอบความแม่นยําแล้วโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ การทดสอบทางสถิติกระทําที่ระดับ นัยสําคัญ 0.05 ผลการศึกษา ที่ระยะเวลา 3 เดือน ค่าเฉลี่ยความเข้มแสงของรอยโรคทุกกลุ่มลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p = 0.003, p < 0.001) อย่างไรก็ตามค่าความเข้มแสงระหว่างกลุ่มไม่แตกต่างกัน (p = 0.194) และเมื่อเปรียบ เทียบการเปลี่ยนแปลงระดับความรุนแรงของฟันตกกระจากการประเมินภาพถ่ายด้วยทันตแพทย์ พบว่าส่วนใหญ่ และไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม (p = 0.067)ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สรุป การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าที่ระยะเวลา 3 เดือน การลดลงของรอยด่างขาวจากฟันตกกระไม่แตกต่างกัน เมื่อใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000 ส่วนในล้านส่วนร่วมกับซีพีพี เอซีทีเพสต์ หรือซีพีพี เอซีเอฟพีเพสต์ และ ไม่แตกต่างจากการใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000 ส่วนในล้านส่วนเพียงอย่างเดียว (ว ทันต จุฬาฯ 2554:34:31-44)


การเตรียมโพรงฟันด้านประชิดตามแนวทางทันตกรรมอนุรักษ์, กฤษฎา โตศักดิ์ภราเลิศ, รังสิมา สกุลณะมรรคา, ชัยวัฒน์ มณีนุษย์ 2011 Chulalongkorn University

การเตรียมโพรงฟันด้านประชิดตามแนวทางทันตกรรมอนุรักษ์, กฤษฎา โตศักดิ์ภราเลิศ, รังสิมา สกุลณะมรรคา, ชัยวัฒน์ มณีนุษย์

Chulalongkorn University Dental Journal

แนวคิดทางทันตกรรมอนุรักษ์ได้พัฒนาจากความเข้าใจในกระบวนการเกิดโรคฟันผุและการพัฒนาของ วัสดุบูรณะฟันที่สามารถยึดติดกับฟัน นําไปสู่การเปลี่ยนแปลงการออกแบบโพรงฟันเพื่อการบูรณะฟัน ที่ผ่านมา GV Black ได้เสนอการออกแบบโพรงฟันสําหรับอะมัลกัมซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ยึดติดกับฟันทําให้ฟันมีความแข็งแรงลด ลง ดังนั้นจึงได้มีการเสนอแนวทางการออกแบบโพรงฟันใหม่ให้มีขนาดเล็กลง รักษาโครงสร้างของฟันได้มากขึ้น หรือชะลอความต้องการในการบูรณะโพรงฟันที่มีขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นช้าลง จุดประสงค์ของบทความปริทัศน์นี้ เพื่อทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการเตรียมโพรงฟันด้านประชิดในแต่ละแบบ วิธีการเตรียมโพรงฟัน ปัจจัยที่มีผลต่อการบูรณะฟันและอายุการใช้งาน (ว ทันต จุฬาฯ 2554;34:65-74)


ความพอใจต่อความสวยงามของสัดส่วนทางมานุษยวิทยาที่แตกต่างกันของฟันหน้าบนโดยการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์, ปิยะรัตน์ เฉลิมสุขสันต์, อรพินท์ แก้วปลั่ง 2011 Chulalongkorn University

ความพอใจต่อความสวยงามของสัดส่วนทางมานุษยวิทยาที่แตกต่างกันของฟันหน้าบนโดยการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์, ปิยะรัตน์ เฉลิมสุขสันต์, อรพินท์ แก้วปลั่ง

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความพอใจของทันตแพทย์ไทยต่อความสวยงามของสัดส่วนทางมานุษยวิทยาที่แตกต่างกันของฟันหน้าบน วัสดุและวิธีการ โดยใช้ภาพจําลอง 6 ภาพ ที่ได้รับการคํานวณและตกแต่งจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งกําหนด ให้ขนาดความกว้างของฟันตัดกลางบนมีค่าเป็นร้อยละ 24 ของระยะระหว่างปุ่มฟันเขี้ยวบนทั้งสอง หรือมีค่า เป็น 1 ใน 6.6 ส่วนของระยะทางระหว่างจุดกึ่งกลางรูม่านตาดําทั้งสอง เมื่อได้ค่าขนาดความกว้างของฟันตัดกลาง เบนจากทั้งสองวิธีเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว นําไปคํานวณขนาดความกว้างของฟันตัดข้างบนและฟันเขี้ยวบนจากการ ใช้สัดส่วนระหว่างความกว้างของฟันต่อฟันถัดไปที่ร้อยละ 62 70 และ 80 ภาพจําลองในแบบสอบถามถูกเรียง ลําดับโดยการสุ่มพร้อมกับการตอบแบบสอบถามความพอใจของทันตแพทย์ และลําดับของภาพจําลองคงที่ตลอดในการทําวิจัยในครั้งนี้ โดยที่ทันตแพทย์ผู้ดูให้คะแนนความพอใจโดยใช้สเกลคะแนนแบบเส้นตรง การวิเคราะห์ ข้อมูลคะแนนความพอใจ โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และใช้การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันโดยวิธีแรกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนความพอใจเฉลี่ยของภาพและประสบการณ์ในการทํางานด้านทันตกรรมที่แตกต่างกัน ส่วนวิธีที่สองใช้ในการเปรียบเทียบคะแนนความพอใจ เฉลี่ยของเพศ ระดับการศึกษาและสาขาวิชาที่แตกต่าง โดยมีระดับนัยสําคัญที่ 0.05 ผลการศึกษา พบว่าภาพจําลองที่มีขนาดความกว้างของฟันตัดกลางบนที่มีค่าเป็นร้อยละ 24 ของระยะระหว่างปุ่มฟันเขี้ยวบนทั้งสอง และขนาดความกว้างของฟันต่อฟันถัดไปที่ร้อยละ 80 ได้รับคะแนนความพอใจจาก ทันตแพทย์ไทยสูงสุด โดยได้คะแนนความพอใจเฉลี่ย 69.4 + 16.0 ขนาดและสัดส่วนของฟันหน้าบนและเพศของทันตแพทย์ที่แตกต่างกัน มีผลต่อคะแนนความพอใจอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.05) แต่ระดับการศึกษา สาขาวิชา และประสบการณ์ในการทํางานด้านทันตกรรมไม่มีผลต่อคะแนนความพอใจ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p > 0.05) สรุป ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนี้สามารถนําไปเป็นแนวทางเบื้องต้นในการวางแผนการรักษาทางทันตกรรมเพื่อความสวยงาม เพื่อช่วยตัดสินใจเลือกขนาดความกว้าง และสัดส่วนของฟันหน้าบน ในการบูรณะบริเวณดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น (ว ทันต จุฬาฯ 2554;3419-20)


ผลของการปรับสภาพพื้นผิวต่อลักษณะพื้นผิวของเดือยฟันชนิดเส้นใยควอตซ์ด้วยสารเคมี, ศิริพร อรุณประดิษฐ์กุล, อิศราวัลย์ บุญศิริ, กัลยา ยั่งยืน, กิจศิภรณ์ บุญอํานวย, ชุติมณฑน์ ฑีฆวาณิช 2011 Chulalongkorn University

ผลของการปรับสภาพพื้นผิวต่อลักษณะพื้นผิวของเดือยฟันชนิดเส้นใยควอตซ์ด้วยสารเคมี, ศิริพร อรุณประดิษฐ์กุล, อิศราวัลย์ บุญศิริ, กัลยา ยั่งยืน, กิจศิภรณ์ บุญอํานวย, ชุติมณฑน์ ฑีฆวาณิช

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะพื้นผิวของเดือยฟันชนิดเส้นใยควอตซ์ที่ผ่านการปรับสภาพพื้นผิวด้วยสารเคมีชนิดต่างๆ วัสดุและวิธีการ นําเดือยฟันชนิดเส้นใยควอตซ์มาปรับสภาพพื้นผิวด้วยการแช่ในสารละลายชนิดต่าง ๆ ดังนี้ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 24% โซเดียมไฮโปคลอไรต์ 5.25% อีดีทีเอ 17% นาน 1 2 5 และ 10 นาที และกรด ไฮโดรฟลูออริก 4% นาน 15 30 และ 60 วินาที เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่มีการปรับสภาพพื้นผิวใด ๆ โดย แช่เดือยในน้ํากลั่นนาน 10 นาที และศึกษาลักษณะพื้นผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ผลการศึกษา พื้นผิวของเดือยฟันชนิดเส้นใยควอตซ์หลังการแช่ในไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 24% นาน 1 2 และ 5 นาที โซเดียมไฮโปคลอไรด์ 5.25% นาน 1 และ 2 นาที และอีดีทีเอ 17% นาน 1 และ 2 นาที พบว่าพื้น ผิวเดือยฟันไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม การปรับสภาพพื้นผิวด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 24% นาน 10 นาที โซเดียมไฮโปคลอไรต์ 5.25% นาน 5 และ 10 นาที และอีดีทีเอ 17% นาน 5 และ 10 นาที พบการทําลายอีพอก ซีเรซินเมทริกซ์ทั้งบริเวณพื้นผิวและระหว่างเส้นใยควอตซ์ ส่วนการปรับสภาพพื้นผิวด้วยกรดไฮโดรฟลูออริก 4% นาน 15 30 และ 60 วินาทีพบการทําลายทั้งอีพอกซีเรซินเมทริกซ์และเส้นใยควอตซ์ โดยการทําลายจะรุนแรง ขึ้นสัมพันธ์กับเวลาในการแช่ในสารละลายที่นานขึ้น สรุป การปรับสภาพพื้นผิวเดือยฟันชนิดเส้นใยควอตซ์ด้วยการแช่ในไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 24% นาน 10 นาที โซเดียมไฮโปคลอไรต์ 5.25% นาน …


ผลของการปนเปื้อนน้ําลายที่มีต่อความแข็งแรงของพันธะเฉือนปอกของวัสดุติดยึดทางทันตกรรมจัดฟันระหว่างแบร็กเกตและผิวฟัน, เอกชัย ฤกษ์พิทักษ์พาณิช, ไพบูลย์ เตชะเลิศไพศาล, ศุภมาศ ปริสัญโญดม, วาริณี ศรีมหาโชตะ, อิทธิศักดิ์ ดวงพัตรา 2011 Chulalongkorn University

ผลของการปนเปื้อนน้ําลายที่มีต่อความแข็งแรงของพันธะเฉือนปอกของวัสดุติดยึดทางทันตกรรมจัดฟันระหว่างแบร็กเกตและผิวฟัน, เอกชัย ฤกษ์พิทักษ์พาณิช, ไพบูลย์ เตชะเลิศไพศาล, ศุภมาศ ปริสัญโญดม, วาริณี ศรีมหาโชตะ, อิทธิศักดิ์ ดวงพัตรา

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการปนเปื้อนน้ําลายที่มีต่อความแข็งแรงของพันธะเฉือน ปอกของวัสดุติดยึดทางทันตกรรมจัดฟันระหว่างแบร็กเกตและผิวฟัน วัสดุและวิธีการ เตรียมฟันกรามน้อยบนจํานวน 45 ปี แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละ 15 ปี เตรียมผิวฟันด้วยผงพัมมิซ และกรดฟอสฟอริก ล้างน้ําและเป่าแห้ง นําแบร็กเกตติดลงบนผิวฟันด้วยวัสดุติดยึดชนิดบ่มด้วยแสง ภายใต้ 3 เงื่อนไข กลุ่ม 1 ไม่มีการปนเปื้อนน้ําลาย กลุ่ม 2 มีการปนเปื้อนน้ําลายหลังการทาสารไพรเมอร์ กลุ่ม 3 มีการปนเปื้อน น้ําลายแต่เป่าแห้งก่อนทาสารไพรเมอร์เพื่อทําการยึดติด นําตัวอย่างทั้งหมดแช่น้ํากลั่นที่ 37 องศาเซลเซียส 24 ชั่วโมง วัดค่าความแข็งแรงของพันธะเฉือน ปอกด้วยเครื่องทดสอบสากลอินสตรอน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความแข็งแรง ของพันธะเฉือน ปอกในแต่ละกลุ่มโดยใช้การวิเคราะห์ทางสถิติค่าความแปรปรวนแบบทางเดียว และวัดค่าการ เหลืออยู่ของวัสดุติดยึดบนตัวฟันด้วยค่าดัชนีการเหลืออยู่ของวัสดุติดยึด และทดสอบโดยค่าสถิติไคสแควร์ ที่ระดับ ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ผลการศึกษา ค่าเฉลี่ยความแข็งแรงของพันธะเฉือน ปอกของกลุ่ม 1 2 และ 3 เท่ากับ 15.4 7.1 และ 16.9 เมกะ ปาสคาลตามลําดับ ความแข็งแรงพันธะของกลุ่มที่ 2 น้อยกว่ากลุ่มที่ 1 และ 3 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ในกลุ่มที่ 2 พบว่ามีการยึดติดล้มเหลวก่อนการทดสอบจํานวน 6 ตัวจาก 15 ตัว ในขณะที่กลุ่มที่ 1 และ 3 ไม่พบการยึดติด ล้มเหลวเกิดขึ้นก่อนการทดสอบ สําหรับแบร็กเกตที่ไม่มีความล้มเหลวในกลุ่มที่ 2 พบว่าค่าเฉลี่ยความแข็งแรงของ พันธะเฉือน ปอกเท่ากับ 11.9 เมกะปาสคาล ซึ่งไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ 1 และ 3 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ส่วน ค่าดัชนีการเหลืออยู่ของวัสดุติดยึดที่มีคะแนน 4 และ 5 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีวัสดุติดยึดเหลือติดอยู่ที่ผิวฟันน้อยกว่าร้อยละ 10 …


ผลของซีพีพี-เอซีพีเพสต์และฟลูออไรด์เจลต่อ ความแข็งระดับไมโครของผิวเคลือบฟันมนุษย์จากการสัมผัสกับเครื่องดื่มโคลา, อุษณีย์ กัลยาธิ, มุรธา พานิช, สุชิต พูลทอง 2011 Chulalongkorn University

ผลของซีพีพี-เอซีพีเพสต์และฟลูออไรด์เจลต่อ ความแข็งระดับไมโครของผิวเคลือบฟันมนุษย์จากการสัมผัสกับเครื่องดื่มโคลา, อุษณีย์ กัลยาธิ, มุรธา พานิช, สุชิต พูลทอง

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลของซีพีพีเอชพีเพสต์และฟลูออไรด์เจลในการป้องกันความแข็งระดับไมโครของผิวเคลือบฟันจากการสึกกร่อนด้วยเครื่องดื่มโคลาและเพื่อเปรียบเทียบผลของน้ําลายเทียมร่วมกับซีพีพี เอซีพี เพสต์หรือฟลูออไรด์เจลในการป้องกันความแข็งระดับไมโครของผิวเคลือบฟันจากการสึกกร่อนด้วยเครื่องดื่มโคลา วัสดุและวิธีการ เตรียมชิ้นตัวอย่างจากฟันตัดล่างของมนุษย์ที่ถูกถอนจํานวน 60 ปี ทําการสุ่มตัวอย่างโดยแบ่ง ออกเป็น 6 กลุ่มทดลองดังนี้ 1) ซีพีพีเอชพีเพสต์ร่วมกับน้ําปราศจากประจุ 2) ซีพีพีเอชพีเพสต์ร่วมกับน้ําลาย เทียม 3) น้ําลายเทียม 4) ฟลูออไรด์เจลร่วมกับน้ําปราศจากประจุ 5) ฟลูออไรด์เจลร่วมกับน้ําลายเทียม และ 6) น้ําปราศจากประจุ วัดค่าความแข็งของผิวเคลือบฟันด้านริมฝีปาก โดยกําหนดระยะห่างของรอยกดเท่ากับ 120 ไมโครเมตร ทําการกดด้วยหัวกดวิคเกอร์ส จํานวน 5 รอยกัดต่อการทดสอบแต่ละครั้ง โดยใช้เครื่องทดสอบความ แข็งระดับไมโคร ทําการกด 2 ช่วงเวลาต่อชิ้นตัวอย่าง คือ ก่อนการทดลองและหลังการสึกกร่อนด้วยเครื่องดื่มโคลา นําค่าความแข็งที่ได้มาทดสอบด้วยสถิติแพร์แซมเปิล ที เทสต์ การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางและการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการศึกษา หลังการสึกกร่อนด้วยเครื่องดื่มโคลา ค่าความแข็งของเคลือบฟันมีค่าลดลงอย่างมีนัยสําคัญ (p < 0.05) โดยค่าความแข็งของเคลือบฟันของกลุ่มซีพีพี เอซีทีเพสต์ร่วมกับน้ําลายเทียมและกลุ่มฟลูออไรด์ร่วม กับน้ําลายเทียม มีค่ามากกว่าความแข็งของเคลือบฟันของกลุ่มอื่น ๆ อย่างมีนัยสําคัญ (p < 0.05) สรุป ซีพีที-เอซีทีเพสต์และฟลูออไรด์เจลไม่สามารถป้องกันค่าความแข็งของเคลือบฟันจากการสัมผัสกับเครื่อง ดื่มโคลาได้ แต่ซีพีพี เอซีพีร่วมกับน้ําลายเทียมและฟลูออไรด์ร่วมกับน้ําลายเทียมสามารถลดความรุนแรงของการ สูญเสียแร่ธาตุได้ (ว ทันต จุฬาฯ 2554;34:21-30)


Maximizing Treatment Fidelity In Public Health Clinical Trials, James Alan Neff 2011 Old Dominion University

Maximizing Treatment Fidelity In Public Health Clinical Trials, James Alan Neff

Community & Environmental Health Faculty Publications

(First paragraph) In relatively few pages (1), Professor Borelli provides a cogent overview of one of the vexing issues in assessing whether public health interventions “work.” The comprehensiveness of the presentation, covering issues ranging from treatment development through outcome evaluation, makes the article a valuable resource for practitioners and students in a variety of disciplines. Of particular value is the detailed template listing fidelity assessment strategies at the Treatment Design, Provider Training, Treatment Delivery, Treatment Receipt, and Treatment Enactment Stages.


Libro De Actividades Por El Mes Nacional De La Salud Dental Infantil [Spanish Language Version: National Children's Dental Health Month Activity Book] (2011), American Dental Association Foundation 2011 American Dental Association

Libro De Actividades Por El Mes Nacional De La Salud Dental Infantil [Spanish Language Version: National Children's Dental Health Month Activity Book] (2011), American Dental Association Foundation

National Children's Dental Health Month

No abstract provided.


Ua60/5 Wku Dental Hygiene Class Of 2011, WKU Dental Hygiene 2011 Western Kentucky University

Ua60/5 Wku Dental Hygiene Class Of 2011, Wku Dental Hygiene

WKU Administration Documents

Members of the 2011 dental hygiene class: Eiman Al Eissa, historian; Johanna Higdon, vice president; Mandy Lowry, president; Kristina Marshall, treasurer; Leslie West, historian; Audrey Bateman, SDHA representative; Samantha Sarisky, secretary; Elizabeth Brussell, SDHA representative; Stacy Allen, Tabitha Allen, Alyssa Bishop, Kenya Brown, Kristi Bunting, Svetlana Deffin, Sarah Dudak, Jessica Durrant, Megan Elsenboss, Elizabeth Henry, Nicole Hopper, Heather Hunt, Angela Jaworsky, Catherine Morgan, Laura Newton, Thao Nguyen, Julie Swearingen, Brittany Wade, Kate Wakeling, Brittany Warner and Amanda White.


Ada Constitution & Bylaws (2011), American Dental Association 2011 American Dental Association

Ada Constitution & Bylaws (2011), American Dental Association

Constitution & Bylaws

The ADA Commons Constitution & Bylaws archival collection comprises printed issues of the American Dental Association's Constitution and Bylaws. The collection also includes the ADA Charter and the ADA Code of Ethics issued 1924-1946.


Virginia Dental Journal (Vol. 88, No. 1, 2011), 2011 Virginia Commonwealth University

Virginia Dental Journal (Vol. 88, No. 1, 2011)

Virginia Dental Journal

No abstract provided.


2011 Supplement Vol. 2, American Dental Association 2011 American Dental Association

2011 Supplement Vol. 2, American Dental Association

ADA Transactions

This item is part of the Supplements subtitle of The ADA Transactions, a serial publication of the annual activities of the ADA House of Delegates (HOD)/Board of Trustees (BOT) made up of three separate subtitles: Annual Reports and Resolutions, Supplements, and the Transactions. Generally, The ADA Transactions are published in multiple volumes throughout the year. The Supplements function like an appendix and are, in more recent editions, numbered separately with page numbers determined by HOD reference committee assignation. Items are described variously as "Supplement #", "Volume #", etc. throughout the series but have been labeled here as Vol. # for …


Animal Models For Periodontal Disease, Helieh S. Oz, David A. Puleo 2011 University of Kentucky

Animal Models For Periodontal Disease, Helieh S. Oz, David A. Puleo

Center for Oral Health Research Faculty Publications

Animal models and cell cultures have contributed new knowledge in biological sciences, including periodontology. Although cultured cells can be used to study physiological processes that occur during the pathogenesis of periodontitis, the complex host response fundamentally responsible for this disease cannot be reproduced in vitro. Among the animal kingdom, rodents, rabbits, pigs, dogs, and nonhuman primates have been used to model human periodontitis, each with advantages and disadvantages. Periodontitis commonly has been induced by placing a bacterial plaque retentive ligature in the gingival sulcus around the molar teeth. In addition, alveolar bone loss has been induced by inoculation or …


Digital Commons powered by bepress