Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Mass Communication Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 2491 - 2520 of 35097

Full-Text Articles in Mass Communication

Media Exposure To Crime, Fear Of Crime, And Social Interaction Anxiety, Genea Shoulders Jan 2020

Media Exposure To Crime, Fear Of Crime, And Social Interaction Anxiety, Genea Shoulders

Walden Dissertations and Doctoral Studies

In 2000, approximately 30% of all news stories in mass media focused on crime. According to research, increased exposure to the media directly correlates to an increased fear of crime; however, little research has been conducted into this influential relationship and the extent of which it could affect a person’s social interaction anxiety. Therefore, the study’s purpose was to examine the relationship and consequential impact of media exposure and the extent of which the fear of crime had on individuals’ social interaction anxiety levels. Through a quantitative approach, this study used the theory of cultivation. Question one examined the effect …


Minority Representations In Crime Drama: An Examination Of Roles, Identity, And Power, Megan E. Chatelain Jan 2020

Minority Representations In Crime Drama: An Examination Of Roles, Identity, And Power, Megan E. Chatelain

University of the Pacific Theses and Dissertations

The storytelling ability of television can be observed in any genre. Crime drama offers a unique perspective because victims and offenders change every episode increasing stereotypes with each new character. In other words, the more victims and criminals observed by the audience, the more likely the show creates the perception of a mean world. Based on previous literature, three questions emerged which this study focused on by asking the extent of Criminal Minds’ ability to portray crime accurately compared to the Federal Bureau of Investigations Uniform Crime Report (UCR) and the Behavioral Analysis Unit’s (BAU-4) report on serial murderers and …


Educating Public Information Officers In Kentucky, Lori Kent Jan 2020

Educating Public Information Officers In Kentucky, Lori Kent

Murray State Theses and Dissertations

Abstract

This study researched the education and training of public information officers (PIO) within Kentucky. Even though training exists, the effectiveness of prior training and education of currently employed public information officers is unknown. As the formalization and importance of the role has evolved in recent years, it is more important to determine and possibly create proper training and post-secondary courses to prepare public information officers for their role. Interviews were conducted, utilizing standard questions with practicing public information officers throughout the state. Research found inconsistent experience and a lack of training by public information officers prior to obtaining their …


กลวิธีทางภาษาในการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจของ สินธุเสน เขจรบุตร, วริฏฐา ศรีช่วย Jan 2020

กลวิธีทางภาษาในการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจของ สินธุเสน เขจรบุตร, วริฏฐา ศรีช่วย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ประเภทและลักษณะของทำเนียบภาษา ตลอดจนสังเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบภาษากับเนื้อหาต่างประเภทในการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจของ สินธุเสน เขจรบุตร ผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์ตัวบท และการวิเคราะห์เนื้อหา โดยเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเนื้อหาจากคลิปวีดิทัศน์ที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของสินธุเสน เขจรบุตร ภายใต้ชื่อว่า K.S. Khunkhao จำนวน 30 คลิป ก่อนนำมาตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าเพื่อความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า ประเภทและลักษณะของทำเนียบภาษาที่ สินธุเสน เขจรบุตร ใช้ในการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลและจำแนกประเภทการใช้คำในมิติทำเนียบออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ทำเนียบภาษาตามประเภทไวยากรณ์ พบการใช้คำที่ปรากฎเป็นลักษณะเด่นจำนวนทั้งสิ้น 11 ประเภท โดย 3 อันดับแรกที่พบการใช้สูงสุด ได้แก่ การใช้คำซ้ำ การใช้คำลักษณวิเศษณ์ การใช้คำสัมผัสคล้องจอง และ 2) ทำเนียบภาษาตามกลุ่มความหมาย แบ่งเป็นจำนวนทั้งสิ้น 6 กลุ่มความหมาย ได้แก่ หมวดคำที่เกี่ยวข้องจิตใจ สติปัญญา ความคิด ความรู้สึกของมนุษย์ในเชิงจิตวิทยา หมวดคำที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของมนุษย์ในเชิงพฤติกรรม หมวดคำที่เกี่ยวข้องกับการมีหรือการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์ หมวดคำที่เกี่ยวข้องกับสรรพสิ่ง สัจธรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ หมวดคำที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมือง สภาพสังคมและเศรษฐกิจ และหมวดคำที่เกี่ยวข้องกับเวลา การสังเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบภาษากับเนื้อหาต่างประเภทในการสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจของ สินธุเสน เขจรบุตร ประกอบด้วยเนื้อหาต่างประเภทจำนวน 2 กลุ่มหลัก คือ 1) ประเภทเนื้อหาด้านการดำเนินชีวิต และ 2) ประเภทเนื้อหาด้านความสัมพันธ์ ที่ส่งผลต่อลักษณะการใช้ทำเนียบภาษาตามประเภทไวยากรณ์และทำเนียบภาษาตามกลุ่มความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งลักษณะการใช้ภาษาดังกล่าวข้างต้นมีความสำคัญต่อการสร้างเอกลักษณ์ของผู้พูดในฐานะนักสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟังหลากหลายกลุ่มอย่างครอบคลุม และได้รับความนิยมในสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ พบว่า โครงสร้างการออกแบบสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจของสินธุเสน เขจรบุตร มีลักษณะเด่น กล่าวคือ ส่วนนำ เริ่มต้นการพูดด้วยการถามนำหรือการตั้งคำถามก่อนนำเข้าสู่เรื่องที่จะพูด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมตลอดจนเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง ส่วนเนื้อหา เป็นการเล่าตามลำดับเวลาแบบเรื่องเล่าหรือเป็นการอธิบาย แต่จะมีการลงรายละเอียดที่มากกว่าหรือเป็นการขยายสิ่งที่เกิดขึ้นจากส่วนนำ ส่วนสรุป ผู้พูดใช้อนุพากย์บอกเล่าที่มีรูปแบบของการฝากหรือทิ้งด้วยถ้อยคำอย่างวลี “เพราะฉะนั้น จงจำไว้ว่า” สอดคล้องกับความคุ้นเคยของคนไทยคล้ายการฟังนิทานอีสปที่ทิ้งท้ายด้วยข้อคิด หลังจากนั้นจะเป็นการกล่าวลาด้วยการอวยพรเพื่อแสดงความปรารถนาดี


การสื่อสารตราสินค้าประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ ทัศนคติและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันมี, พิชชาภา พุทธจรูญ Jan 2020

การสื่อสารตราสินค้าประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ ทัศนคติและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันมี, พิชชาภา พุทธจรูญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและอธิบายการเปิดรับ ทัศนคติต่อการสื่อสารตราสินค้าประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ และการตัดสินใจซื้อผู้บริโภคเจเนอเรชันมี เป็นการวิจัยนำร่องใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันมี ที่อาศัย ทำงาน ศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 200 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับการสื่อสารตราสินค้าประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศโดยรวมในระดับบางครั้ง มีทัศนคติเชิงบวกต่อตราสินค้าที่สื่อสารประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ และมีการตัดสินใจซื้อตราสินค้าที่มีการสื่อสารประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศโดยรวมอยู่ในระดับสูง การตัดสินใจซื้ออยู่ในระดับสูงและเมื่อตัดสินใจเลือกซื้อแล้วจะไม่เปลี่ยนใจอยู่ในระดับสูงเช่นกัน ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า ผู้บริโภคกลุ่มเจเนอเรชันมีที่ไม่ระบุเพศมีทัศนคติต่อการสื่อสารตราสินค้าประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศเชิงบวกมากกว่าเพศชายและหญิง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และทัศนคติต่อการสื่อสารตราสินค้าในประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ มีความสัมพันธ์ กับการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นความสัมพันธ์ในระดับค่อนข้างสูงและมีทิศทางแปรตามกัน


การเปิดรับ และการใช้ประโยชน์จากข่าวสารภายในของพนักงานกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต, อิสรีย์ ลาวัง Jan 2020

การเปิดรับ และการใช้ประโยชน์จากข่าวสารภายในของพนักงานกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต, อิสรีย์ ลาวัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและอธิบายความสัมพันธ์ของการเปิดรับ และการใช้ประโยชน์จากข่าวสารภายในของพนักงานกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำนวน 300 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารภายในองค์กรโดยรวมในระดับมากที่สุด โดยเป็นการเปิดรับข่าวสารจากสื่อบุคคลในการประชุมกับผู้บริหาร ทีมงาน การสนทนากับหัวหน้างาน และสื่ออินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล ไลน์ ในระดับมากที่สุด และสื่อกิจกรรม เช่น กิจกรรมในสถานที่ทำงาน การอบรมสัมมนา ในระดับมาก ในด้านการใช้ประโยชน์จากข่าวสารภายในองค์กรโดยรวมอยู่ระดับมาก ทั้งนี้มีการใช้ประโยชน์ด้านการรับรู้เหตุการณ์ความเคลื่อนไหวในองค์กร (Surveillance) อยู่ในระดับมากที่สุด และมีการใช้ประโยชน์ด้านการใช้ประกอบการตัดสินใจ (Decision Making) ด้านสังคมและการมีส่วนร่วม (Social and Participation) การบ่งบอกถึงความเป็นตัวตน (Identity) และ ด้านการผ่อนคลาย (Relaxation) อยู่ในระดับมากกลุ่มตัวอย่างต้องการรูปแบบข้อมูลข่าวสารประเภทข้อความประกาศในระดับมากที่สุด และประเภทกิจกรรม ภาพ การประชุม วิดีทัศน์ และอบรมสัมมนา ในระดับมาก นอกจากนี้มีความต้องการเนื้อหาเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงาน ข้อมูลผลิตภัณฑ์ การแจ้งเกี่ยวกับการทำงาน สาระความรู้และประสบการณ์จากผู้บริหาร และแจ้งเรื่องทั่วไป อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า พนักงานที่เพศ และ ตำแหน่งงานแตกต่างกันเปิดรับข่าวสารภายในองค์กรด้วยความถี่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับพนักงานมีอายุงานแตกต่างกันมีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารภายในองค์กรไม่แตกต่างกัน ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารภายในองค์กรกับการใช้ประโยชน์จากข่าวสารภายในองค์กรพบว่า การเปิดรับข่าวสารภายในองค์กร มีความสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์จากเนื้อหาข่าวสารภายในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นความสัมพันธ์ในระดับค่อนข้างสูง (r=0.67) และมีทิศทางแปรตามกัน


การเล่าเรื่องในสื่อประสมของนิทรรศการ "ถอดรหัสไทย"ในมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้, ผุสชา งามจรัสกชกร Jan 2020

การเล่าเรื่องในสื่อประสมของนิทรรศการ "ถอดรหัสไทย"ในมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้, ผุสชา งามจรัสกชกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์การเล่าเรื่องในสื่อประสมของนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” ในมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ 2. เพื่อศึกษาวิธีการเล่าเรื่องในสื่อประสมของนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” ในมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ โดยใช้วิธีการวิจัยเอกสารการสัมภาษณ์เชิงลึกภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ และการวิเคราะห์ตัวบทของนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” ทั้ง 14 ห้องจัดแสดง ผลการวิจัยพบว่า ด้านการเล่าเรื่องในสื่อประสมของนิทรรศการถอดรหัสไทย แบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. ด้านการนำเสนอเนื้อหา พบว่าเป็นการนำเสนอเรื่องราวความเป็นไทยจากมุมมองที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน นำเสนอความจริงตามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ โดยมีการออกแบบเรื่องราว และโครงสร้างของเรื่องราวในนำเสนอที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้โลกของเรื่องราวเดียวกัน 2. ด้านการนำเสนอโดยใช้สื่อประสม พบว่า ในการนำเสนอการเล่าเรื่อง มีการกำหนดสื่อหลักและสื่อเสริม โดยแต่ละสื่อมีความสัมพันธ์ระหว่างสื่อ และตัวบท แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบว่า การเล่าเรื่องในสื่อประสมของนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย”มีการออกแบบเลือกประเด็นเนื้อหาจากประเด็นที่เป็นกระแสในสังคม และนำเสนอในรูปแบบการตั้งคำถามเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมชวนให้ผู้ชมได้สำรวจความคิดมุมมอง “ความเป็นไทย”และตีความเรื่องราวจากการนำประสบการณ์ของผู้ชมมาประกอบกับเนื้อหาของนิทรรศการ


ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ลูกค้าจากช่องทางที่หลากหลาย ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของลูกค้าโพเมโล่, สิริมา ชำนาญศิลป์ Jan 2020

ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ลูกค้าจากช่องทางที่หลากหลาย ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของลูกค้าโพเมโล่, สิริมา ชำนาญศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสบการณ์ลูกค้าจากช่องทางที่หลากหลาย ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของลูกค้าโพเมโล่ 2) เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ลูกค้าจากช่องทางที่หลากหลาย ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของลูกค้าโพเมโล่ และ 3) เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของลูกค้าโพเมโล่ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 200 คน ซึ่งเป็นเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 18 – 40 ปี อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และต้องมีบัญชีสมาชิกโพเมโล่ (Pomelo Account) ที่สมัครผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของตราสินค้าโพเมโล่ อีกทั้งยังต้องเคยเข้าไปดูสินค้า สอบถามข้อมูล หรือรับบริการต่าง ๆ ที่หน้าร้านโพเมโล่ รวมถึงต้องเคยซื้อสินค้าโพเมโล่อย่างน้อย 1 ชิ้น ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา โดยผลการวิจัยพบว่า ประสบการณ์ลูกค้าจากช่องทางที่หลากหลายมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อสินค้าโพเมโล่ของกลุ่มตัวอย่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และภาพลักษณ์ตราสินค้าโพเมโล่ก็มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับความตั้งใจซื้อสินค้าโพเมโล่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน นอกจากนี้ ยังพบว่า มิติด้านเฉพาะบุคคลของประสบการณ์ลูกค้าที่หลากหลายมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับภาพลักษณ์ตราสินค้าโพเมโล่ และความตั้งใจซื้อมากที่สุด ในขณะที่มิติด้านความใกล้ชิดของภาพลักษณ์ตราสินค้าโพเมโล่มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับความตั้งใจซื้อสินค้าโพเมโล่ของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด


พฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดแบบไร้รอยต่อของตราสินค้าอิเกีย, พีรดา ไพศาลนรเสรี Jan 2020

พฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดแบบไร้รอยต่อของตราสินค้าอิเกีย, พีรดา ไพศาลนรเสรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดแบบไร้รอยต่อของตราสินค้า IKEA ในเรื่องของการเปิดรับสื่อ การรับรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการซื้อ และความพึงพอใจของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง อายุระหว่าง 22 – 45 ปี ที่อาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เคยรับข่าวสารผ่านเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันของตราสินค้า IKEA อีกทั้งต้องเคยเข้าไปดูสินค้า สอบถามข้อมูลหรือรับบริการต่าง ๆ ที่หน้าร้าน IKEA และเคยซื้อสินค้าตราสินค้า IKEA ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จำนวน 214 คน ผลการวิจัย พบว่า ผู้บริโภคมีพฤติกรรมต่อการสื่อสารการตลาดแบบไร้รอยต่อของตราสินค้า IKEA ทั้ง 5 ตัวแปรย่อย ในเชิงบวกทั้งหมด นอกจากนั้น พฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดแบบไร้รอยต่อของตราสินค้า IKEA ทั้ง 5 ตัวแปรย่อย มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


พฤติกรรมผู้บริโภคและคุณค่าตราสินค้าคาเฟ่ อเมซอน, ปณชนก ฤทธิโสม Jan 2020

พฤติกรรมผู้บริโภคและคุณค่าตราสินค้าคาเฟ่ อเมซอน, ปณชนก ฤทธิโสม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมผู้บริโภคต่อตราสินค้า Café Amazon ในเรื่องของการรับรู้ของผู้บริโภค ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อ และ 2) คุณค่าตราสินค้า Café Amazon ของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง อายุระหว่าง 25 – 40 ปี ที่อาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เคยซื้อเครื่องดื่มกาแฟจากร้าน Café Amazon โดยใช้บริการอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 208 คน ผลการวิจัย พบว่า ผู้บริโภคมีพฤติกรรมต่อตราสินค้า Café Amazon และคุณค่าตราสินค้า Café Amazon เชิงบวกทั้งหมด และพฤติกรรมผู้บริโภคต่อตราสินค้า Café Amazon ทั้ง 3 ตัวแปรย่อย มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคุณค่าตราสินค้า Café Amazon อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


ภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืนเรื่องการต่อต้านการเหยียดรูปร่างและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเจเนอเรชันมี, ศุภิสรา ชัยสว่างเลิศ Jan 2020

ภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืนเรื่องการต่อต้านการเหยียดรูปร่างและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเจเนอเรชันมี, ศุภิสรา ชัยสว่างเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็น ภาพลักษณ์ของตราสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืนเรื่องการต่อต้านการเหยียดรูปร่าง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็น ภาพลักษณ์ตราสินค้าและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเจเนอเรชันมีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการวิจัยนำร่องโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันมี จำนวน 200 ชุด ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคเจเนอเรชันมี มีความคิดเห็นและภาพลักษณ์ตราสินค้าเชิงบวกต่อตราสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืนเรื่องการต่อต้านการเหยียดรูปร่าง และมีการตัดสินใจเลือกซื้อในระดับสูง เช่นเดียวกับเมื่อตัดสินใจซื้อแล้วจะไม่เปลี่ยนใจอยู่ในระดับสูง ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า 1) ความคิดเห็นต่อตราสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืนเรื่องการต่อต้านการเหยียดรูปร่างมีความสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ตราสินค้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นความสัมพันธ์ในระดับสูงและมีทิศทางแปรตามกัน 2) ภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีการกำหนดจุดยืนเรื่องการต่อต้านการเหยียดรูปร่าง มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเจเนอเรชันมี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นความสัมพันธ์ในระดับปานกลางและมีทิศทางแปรตามกัน


สัมพันธบทและการดัดแปลงบทเพลงจากนวนิยายเรื่อง “จุฬาตรีคูณ”, ณัฐญ์นิษฐา ไชยรัตน์ Jan 2020

สัมพันธบทและการดัดแปลงบทเพลงจากนวนิยายเรื่อง “จุฬาตรีคูณ”, ณัฐญ์นิษฐา ไชยรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะสัมพันธบทในนวนิยายเรื่องจุฬาตรีคูณ 2) เพื่อศึกษาลักษณะเนื้อหาและวิธีการดัดแปลงบทเพลงที่มาจากนวนิยายเรื่องจุฬาตรีคูณ ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ตัวบท และศึกษาจากแหล่งข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจุฬาตรีคูณ กามนิต-วาสิฏฐี และนาร์ซิสซัส รวมถึงเพลงชุดจุฬาตรีคูณ จำนวน 5 บทเพลง ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะสัมพันธบทในนวนิยายเรื่องจุฬาตรีคูณที่พบมากที่สุดคือ การคงเดิม และการดัดแปลง โดยเรื่องกามนิต-วาสิฏฐี ได้มีอิทธิพลต่อเรื่องจุฬาตรีคูณมากกว่าเรื่องนาร์ซิสซัส ซึ่งเรื่องจุฬาตรีคูณรับเอาลักษณะเด่นหลายส่วนจากเรื่องกามนิต-วาสิฏฐี มาใช้ทั้งโครงเรื่องหลัก แก่นเรื่องความรัก ความลุ่มหลง จนไปสู่ความทุกข์และความหายนะ ความขัดแย้งในจิตใจและความขัดแย้งระหว่างคนกับคน ด้านตัวละครก็มีลักษณะเด่นของนิสัย อารมณ์ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมของตัวละครเอก ส่วนฉากและบรรยากาศ ก็มีการกล่าวถึงดินแดนชมพูทวีป รวมไปถึงมุมมองการเล่าเรื่อง สำหรับเรื่องนาร์ซิสซัส ในจุฬาตรีคูณได้คงเดิมแก่นเรื่องความงาม ความลุ่มหลง จนไปสู่ความทุกข์และความหายนะ รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งน้ำโดยเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาและเป็นจุดจบของตัวละครเอก เมื่อจุฬาตรีคูณเก็บส่วนสำคัญต่างๆจากทั้งสองเรื่องไว้แล้ว ก็ได้นำองค์ประกอบเหล่านั้นมาดัดแปลงจนเกิดเป็นชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดัดแปลงตัวละครเอก “นาร์ซิสซัส” ให้กลายเป็น “ดารารายพิลาส” และการทำให้ “แม่น้ำจุฬาตรีคูณ” กลายเป็นฉากสำคัญของเรื่อง ในส่วนของลักษณะเนื้อหาและวิธีการดัดแปลงบทเพลงพบว่า ทุกบทเพลงมีเนื้อหาเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆของเรื่องทั้งหมด โดยสามารถเรียงร้อยต่อเนื่องกันตามลำดับเหตุการณ์ในนวนิยายตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับการใช้ภาษาพบว่ามีการใช้ภาพพจน์บุคคลวัต มากที่สุด และรสในวรรณคดีที่ปรากฏมากที่สุดคือ กรุณารส ด้านวิธีการดัดแปลงบทเพลงพบว่า มีลักษณะของการคงเดิมอยู่ในทุกบทเพลง โดยองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือ บทสนทนา ซึ่งมีครบทั้งการคงเดิม การตัดทิ้งหรือการลดทอน การเพิ่มเติมหรือการขยาย และการสลับหรือการปรับเปลี่ยน บทสนทนาถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการนำมาใช้สร้างสรรค์เป็นเนื้อเพลง โดยเฉพาะการเป็นบทเพลงเพื่อประกอบการแสดงละครวิทยุที่ผู้ประพันธ์บทเพลงได้เน้นให้เห็นความสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ฟังเกิดจินตภาพ รับรู้ได้ถึงนาฏการต่างๆ รวมทั้งอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร ลักษณะสัมพันธบทและการดัดแปลงในงานวิจัยที่เกิดขึ้นนี้ ได้ย้ำเตือนให้เข้าใจเสมอว่าในการผลิตหรือสร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งที่เคยมีมาแล้วนั้นไม่ใช่เป็นการเลียนแบบหรือคัดลอก แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นปกติในแวดวงของศิลปะแขนงต่างๆซึ่งสามารถหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ ด้วยวิธีการสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจ รวมถึงประสบการณ์ต่างๆที่ผู้ผลิตผลงานนำมาปะติดปะต่อ รวบรวมเข้าไว้ด้วยกัน และประยุกต์จนเกิดเป็นผลงานในรูปแบบอื่นๆต่อไป


อคติในการยืนยันและการตอบสนองต่อข่าวปลอมเกี่ยวกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), วโรดม ชมท่าไม้ Jan 2020

อคติในการยืนยันและการตอบสนองต่อข่าวปลอมเกี่ยวกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), วโรดม ชมท่าไม้

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจอคติในการยืนยัน (Confirmation Bias) การตอบสนองต่อข่าวปลอม และการสนับสนุน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการวิจัยนำร่อง ซึ่งใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจผ่านการใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคือผู้อาศัยในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และเคยเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 206 คน ผลการวิจัยสามารถแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามอคติในการยืนยันเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเชิงลบ กลุ่มเป็นกลาง และกลุ่มเชิงบวก โดยที่กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นกลุ่มอคติในการยืนยันเชิงลบมีจำนวนมากที่สุด กลุ่มนี้มีการตอบสนองต่อข่าวปลอมในรูปแบบการแสดงความรู้สึกด้วยปุ่ม "โกรธ" ส่วนกลุ่มอคติในการยืนยันเชิงบวก ตอบสนองต่อข่าวปลอมด้วยปุ่ม "ไลก์" และทุกกลุ่มเลือกที่จะไม่ตอบสนองในด้านการแสดงความคิดเห็นและการส่งต่อ (Share) ด้านความเชื่อถือต่อข่าวเกี่ยวกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พบว่า กลุ่มอคติในการยืนยันเชิงลบเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีความเชื่อว่าข่าวปลอมเป็นข่าวจริง ส่วนกลุ่มอคติในการยืนยันเชิงบวกและกลุ่มอคติในการยืนยันเป็นกลางระบุว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม ด้านการสนับสนุนต่อบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พบว่า กลุ่มอคติในการยืนยันเชิงลบ ไม่แน่ใจในด้านการใช้บริการของการบินไทย ไม่สนับสนุนให้การบินไทยดำเนินกิจการต่อ และไม่ภาคภูมิใจการบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ ในขณะที่กลุ่มอคติในการยืนยันเชิงบวก ระบุว่าจะยังสนับสนุนการบินไทยทั้งในด้านการใช้บริการ การดำเนินธุรกิจต่อไป และความภาคภูมิใจในฐานะสายการบินแห่งชาติ


โครงการการวางแผนการสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานสำหรับผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าปักชาวเมี่ยน ตราสินค้า คอตต้อน บัวริ, อรวัญ ตั้งฑีฆาอายุ Jan 2020

โครงการการวางแผนการสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานสำหรับผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าปักชาวเมี่ยน ตราสินค้า คอตต้อน บัวริ, อรวัญ ตั้งฑีฆาอายุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการการวางแผนการสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานสำหรับผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าปักชาวเมี่ยน ตราสินค้า Cotton Bourri มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายต่อผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าปักเมี่ยน และ (2) นำผลที่ได้มาวางแผนการสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานของผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าปักเมี่ยน ภายใต้ตราสินค้า Cotton Bourri ให้สามารถตอบสนองความต้องการและเป็นที่พึงพอใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยการศึกษาในครั้งนี้ เริ่มต้นจากการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้กระเป๋าผ้าปักเมี่ยนอยู่แล้วจำนวน 7 คน และกลุ่มผู้ที่ไม่เคยใช้กระเป๋าผ้าปักเมี่ยนมาก่อนจำนวน 7 คน จากนั้น นำเอาผลวิจัยมาเป็นข้อมูลในการวางแผนการสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน โดยมีวัตถุประสงค์ทางการตลาด คือ ต้องการยอดขายในปีแรก 800,000 บาท ส่วนวัตถุประสงค์ทางการสื่อสาร เพื่อสร้างการตระหนักรู้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและจูงใจให้ทดลองซื้อผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าปักเมี่ยน Cotton Bourri โดยกำหนดตำแหน่งตราสินค้าที่เน้นคุณค่าด้านการออกแบบเป็นหลัก รวมไปถึงด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล และมีข้อความหลักในการสื่อสาร คือ “Made with pride from highland” ใช้เครื่องมือการสื่อสารการตลาด ที่ประกอบด้วย การโฆษณา และการส่งเสริมการขาย ผสมผสานอย่างสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน ภายใต้งบประมาณทั้งสิ้น 250,000 บาท


Cultural Hybridity In Netflix’S Thai-Language Original Series, The Stranded, Thanarath Chaichompu Jan 2020

Cultural Hybridity In Netflix’S Thai-Language Original Series, The Stranded, Thanarath Chaichompu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this qualitative research are to examine culturally hybrid features in The Stranded and the approaches to mixing different cultural elements as part of the series’ creative process. In order to collect the data needed, I conducted literature research, a textual analysis on The Stranded; and in-depth interviews on the series’ director and co-writer. The research findings suggest culturally hybrid features were primarily found in 1) the narrative and 2) characterization. In terms of the narrative, The Stranded is a culturally hybrid text thanks to the use of the Naga myth in Thailand’s modern setting, the unintentional references …


การวิเคราะห์เนื้อหาการสื่อสารการตลาดของสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในคลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์จากประเทศไทยและสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน), ปาณิสรา จันทร์นวล Jan 2020

การวิเคราะห์เนื้อหาการสื่อสารการตลาดของสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในคลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์จากประเทศไทยและสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน), ปาณิสรา จันทร์นวล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณคลิปวิดีโอที่มีสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนำเสนอในคลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์จากประเทศไทยและไต้หวัน 2) ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตราสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประเภทของสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในคลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์จากประเทศไทยและไต้หวัน 3) ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบคลิปวิดีโอ รูปแบบการโฆษณา และ การระบุผู้โฆษณาของสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในคลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์จากประเทศไทยและไต้หวัน โดยใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหาคลิปวิดีโอในช่องยูทูบจำนวน 10 ช่อง ที่มีช่วงเวลาในการลงคลิปวิดีโอตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนธันวาคม ในปี พ.ศ. 2562 และสุ่มคลิปวิดีโอ 3 คลิปต่อเดือน รวมเป็นจำนวน 180 คลิปวิดีโอที่นำมาเป็นตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ผลการวิจัยพบว่ายูทูบเบอร์ไต้หวันมีปริมาณคลิปวิดีโอที่มีสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าคลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์ไทย ในด้านประเภทสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พบว่า คลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์ไต้หวันนั้นมีสินค้าประเภทอาหารปรากฏมากที่สุด ในขณะที่คลิปวิดีโอของยูทูบเบอร์ไทยมีสินค้าประเภทสุขภาพและความงามปรากฏมากที่สุด ในด้านรูปแบบคลิปวิดีโอ การโฆษณา และการระบุผู้โฆษณา พบว่า ยูทูบเบอร์ทั้งไทยและไต้หวันใช้รูปแบบคลิปวิดีโอรีวิวสินค้า รูปแบบการโฆษณาทดลองสินค้ามากที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าคลิปวิดีโอส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีการระบุผู้โฆษณา จากผลการวิจัยครั้งนี้มีข้อแนะนำที่สอดคล้องกับผลการวิจัยของงานที่ผ่านมาในส่วนของการสื่อสารการตลาดบนยูทูบว่าควรมีการสร้างความโปร่งใสในการให้ผู้รับสารทราบว่าคลิปวิดีโอนั้นมีการโฆษณาหรือไม่ อีกทั้งผลจากการวิจัยครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างเนื้อหาคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้


Consumer’S Media Exposure, Motivation, And Engagement On “Call Me Emperor” Mobile Game, Yun-Jung Chung Jan 2020

Consumer’S Media Exposure, Motivation, And Engagement On “Call Me Emperor” Mobile Game, Yun-Jung Chung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to explore Call me Emperor mobile game’s official Facebook page’s exposure, engagement, and motivation to play the game. Also focusing on the relationship between media exposure (Call me Emperor Thailand Facebook page) and consumer’s engagement. Along with the relationship between consumer’s engagement and their motivation to play the mobile game. This research utilizes quantitative methods by collecting the data through online questionnaires. With the sample size of 200 respondents; ages ranging from 18-50 that play the game Call me Emperor Thai localized version. The results of the study indicated that “experiential brand post” was the most frequently …


The Relationship Between Influencer’S Characteristics, Consumers’ Attitudes, And Purchase Intentions On Clé De Peau Beauté Brand, Julie Parkinson Jan 2020

The Relationship Between Influencer’S Characteristics, Consumers’ Attitudes, And Purchase Intentions On Clé De Peau Beauté Brand, Julie Parkinson

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research was quantitative in manner. Its objective was to examine the characteristics of brand influencer, consumers’ attitude, and purchase intention of Clé de Peau Beauté brand. In addition, the study also explored the relationship between the three variables. Questionnaire were distributed through online channel to 200 respondents who were 36-55 years old, have recently purchased Clé de Peau Beauté products for the past three months, and knew Manatsanun Panlertwongskul (Donut) as Clé de Peau Beauté’s brand influencer. The results demonstrated that overall, the respondents had a positive opinion on the source characteristics of the brand influencer (M = 3.54). …


Relationship Between Personal Factors And Consumer's Attitudes And Behavioral Intentions On The Uses Of K Plus Mobile Banking Service, Pitchaya Hautavanija Limsakul Jan 2020

Relationship Between Personal Factors And Consumer's Attitudes And Behavioral Intentions On The Uses Of K Plus Mobile Banking Service, Pitchaya Hautavanija Limsakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to study the relationship between personal factors and consumer’s attitude and behavioral intentions on the uses of K Plus mobile banking service. Two hundred and sixty-three Generation Y respondents, aged between 25 and 35 years old who are K Plus mobile banking users for the past six months, and used the service for more than 3 times per month, and living in Bangkok and vicinity were samples of the online survey. The findings revealed that personal factors, that is, performance expectancy, effort expectancy, social influence, facilitating conditions, trust, and perceived risk are important determinants …


The Relationship Between Consumers' Beliefs About Sephora Thailand’S Website, Attitudes, And Online Purchase Intentions, Kemjira Wangkapan Jan 2020

The Relationship Between Consumers' Beliefs About Sephora Thailand’S Website, Attitudes, And Online Purchase Intentions, Kemjira Wangkapan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to explores consumers’ beliefs about Sephora Thailand’s website, consumers’ attitudes toward Sephora, and online purchase intentions. In addition, this research also examined the relationship between these variables. The quantitative method was used through online survey in this study. The questionnaire was distributed to collect data through the online beauty community. There were 200 respondents who aged between 18 to 44 years old which is the primary target of Sephora. They have visited and purchased products from Sephora Thailand’s website at least one time in the past three months. The results depicted that the respondents …


Relationship Between Online Video Game Influencer’S Credibility And Purchase Intention, Aniwat Sankosik Jan 2020

Relationship Between Online Video Game Influencer’S Credibility And Purchase Intention, Aniwat Sankosik

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this study is to exterminate the relationship between video game online influencer’s credibility and purchase intention on video game products. By using video game online influencers to measure how their credibility can have a positive effect on likelihood to purchase video game products. The study used source credibility concept as framework to measure the effectiveness of influencer credibility. Source credibility concept is consisting of three dimension which are attractiveness, trustworthiness, and expertise. The study has selected a Youtuber named Pewdiepie also known as Felix Kjellberg and examine how his viewers perceived his credibility. This study has the …


Thai Tourists’ Attitude Towards Germany’S Covid-19 Crisis Management And Their Intention To Travel To Germany, Jasmin Phitcha Joas Jan 2020

Thai Tourists’ Attitude Towards Germany’S Covid-19 Crisis Management And Their Intention To Travel To Germany, Jasmin Phitcha Joas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to study whether there is a difference in Thai tourists’ intention to travel to Germany before and after the COVID-19 pandemic. This study also aimed to investigate the relationship between their intention to travel after the pandemic as well as their attitude towards Germany’s crisis management. Two hundred Thai tourists were asked to complete a self-administered questionnaire survey online. The findings of this research reveal a significant statistical difference in travel intention before and after the COVID-19 pandemic. These findings suggested a lower travel intention to Germany after the COVID-19 pandemic, but an overall …


Relationship Between Personality Traits And Consumer Behavior In Purchasing Fashion Apparel On Electronic Commerce Platforms, Pichanan Toonkamthornchai Jan 2020

Relationship Between Personality Traits And Consumer Behavior In Purchasing Fashion Apparel On Electronic Commerce Platforms, Pichanan Toonkamthornchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research examines the relationship between personality traits and consumer behavior in purchasing fashion apparel on electronic commerce platforms. An online questionnaire was developed to survey 214 male and female respondents, aged between 18 and 35 years, living in Bangkok with prior experience of purchasing fashion apparel through an electronic commerce platform within the last three months. The research findings revealed that the most dominant trait among the respondents is Agreeableness, followed by Openness to Experience, Conscientiousness, Extraversion, and Neuroticism, respectively. Four out of five dimensions of personality traits manifest a positive relationship with different aspects of consumer behavior. For …


กลยุทธ์การนำเสนอและกระบวนการสร้างสรรค์สารในสื่อนอกบ้าน เพื่อสนับสนุนนักแสดงซีรีส์วายไทย โดยแฟนคลับ, จิรภาส เยาว์ธานี Jan 2020

กลยุทธ์การนำเสนอและกระบวนการสร้างสรรค์สารในสื่อนอกบ้าน เพื่อสนับสนุนนักแสดงซีรีส์วายไทย โดยแฟนคลับ, จิรภาส เยาว์ธานี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การนำเสนอและกระบวนการสร้างสรรค์สารในสื่อนอกบ้าน เพื่อสนับสนุนนักแสดงซีรีส์วายไทยโดยแฟนคลับ โดยมีขอบเขตการศึกษาที่เลือกศึกษาแฟนคลับของนักแสดงซีรีส์วาย จำนวน 2 คน ประกอบไปด้วย ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ (มิว) และคณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ (กลัฟ) อาศัยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) เก็บข้อมูลผ่านวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept interviews) ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อศึกษากลุ่มแฟนคลับของศุภศิษฏ์ (มิว) และคณาวุฒิ (กลัฟ) จำนวนทั้งสิ้น 7 คน ผู้วิจัยใช้ 2 วิธีการ ในการคัดเลือกแฟนคลับ คือ แบบเจาะจง (Purposive) และแบบสโนว์บอลล์ (Snowball) โดยเป็นกลุ่มแฟนคลับแบบ Official บนสื่อสังคมออนไลน์ (ทวิตเตอร์) ที่เป็นผู้กำหนดกลยุทธ์การนำแสนอและสร้างสรรค์สาร หรือสรรหาเงินทุน และใช้วิธี In Vivo Coding เพื่อสรุปผลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า ขั้นตอนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการใช้สื่อนอกบ้านเพื่อสื่อสาร เริ่มต้นจากการตั้งวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร โดยก่อนออกแบบการนำเสนอจะคำนึงถึงสื่อ และวัตถุประสงค์ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกใช้สื่อ โดยเหตุผลที่แฟนคลับเลือกใช้สื่อนอกบ้านแบ่งเป็นเหตุผลในเชิงผู้รับสาร เหตุผลในเชิงคุณลักษณะของสื่อ และเหตุผลในเชิงพาณิชย์ ซึ่งกลุ่มแฟนคลับกำหนดกลยุทธ์ในการนำเสนอโดยใช้สื่อ และความดึงดูดใจเป็นหลัก จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการสรรหาเงินทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ การรับบริจาคเงิน และการขายสินค้า มีผู้รับผิดชอบเงินทุนเป็นบุคคลภายในกลุ่ม และมีการบริหารจัดการเงินทุนในรูปแบบของการสำรองทุน และไม่สำรองทุน หลังจากที่รวบรวมเงินทุนได้ครบจำนวนตามที่ตั้งเป้าไว้แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบหรือสร้างสรรค์สาร ผู้ที่มีหน้าที่ออกแบบสาร คือ บุคคลภายในกลุ่ม และบุคคลนอกกลุ่ม ในขั้นตอนการออกแบบสารมีทั้งแบบที่พึ่งพาและไม่พึ่งพา Media agency โดยการตัดสินใจในการออกแบบสารมีทั้งแบบตัดสินใจร่วมกัน และตัดสินใจเองเพียงผู้เดียว หลังจากนั้นจึงเริ่มเล่นโฆษณาในสื่อนอกบ้าน ในภาพรวมโดยสรุปแล้ว กลุ่มแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทยที่ติดตามนักแสดงแบบเดี่ยวและแบบคู่นั้นมีความแตกต่างกันเพียงบางประการ สิ่งที่แตกต่างที่ผู้วิจัยเล็งเห็นว่ามีนัยสำคัญ คือ การรวมตัวกลุ่มของแฟนคลับที่ไม่ใช่ “บ้าน” ส่งผลให้วิธีการออกแบบสารและการตัดสินใจแตกต่างไปจากแฟนคลับกลุ่มอื่น ๆ


ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การรับรู้ ทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืชของผู้บริโภค, ธีรวัจน์ วุฒิปัญญาคม Jan 2020

ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การรับรู้ ทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืชของผู้บริโภค, ธีรวัจน์ วุฒิปัญญาคม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การรับรู้ ทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืชของผู้บริโภค (2) ศึกษาความแตกต่างระหว่างลักษณะทางประชากร กับความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การรับรู้ ทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืช (3) ศึกษาถึงอิทธิพลของความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การรับรู้ และทัศนคติ ต่อการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืช เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านทางกูเกิลฟอร์ม (Google Form) โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน แล้วนำผลมาวิเคราะห์ประมวลข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS ผลการวิจัยพบว่า เพศหญิงมีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การรับรู้ ทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืชสูงกว่าเพศชาย ผู้ที่มีอายุมาก มีการรับรู้ต่อเนื้อทำจากพืชสูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อย ผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี มีทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืชสูงกว่าผู้ที่มีการศึกษาสูงกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ทัศนคติต่อเนื้อทำจากพืช มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการตัดสินใจซื้อเนื้อทำจากพืชอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


คุณลักษณะของผู้นำความคิดด้านการท่องเที่ยวในเฟซบุ๊ก ระดับความผูกพันของผู้บริโภคต่อเนื้อหา ระดับความไว้วางใจ และการตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยวของผู้บริโภค, กัลยา พลอยไทรงาม Jan 2020

คุณลักษณะของผู้นำความคิดด้านการท่องเที่ยวในเฟซบุ๊ก ระดับความผูกพันของผู้บริโภคต่อเนื้อหา ระดับความไว้วางใจ และการตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยวของผู้บริโภค, กัลยา พลอยไทรงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึง 1) เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างลักษณะทางประชากร กับคุณลักษณะเชิงระดับความนิยม คุณลักษณะเชิงบุคลิกลักษณะ ระดับความผูกพันของผู้บริโภคต่อเนื้อหา ระดับความไว้วางใจ และการตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยว 2) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะเชิงระดับความนิยม คุณลักษณะเชิงบุคลิกลักษณะ ระดับความผูกพันของผู้บริโภคต่อเนื้อหา กับระดับความไว้วางใจ 3) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระดับความไว้วางใจ กับการตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยว เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) ด้วยวิธีการวิจัยแบบสำรวจด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบ แบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง โดยต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีการติดตามผู้นำทางความคิดด้านการท่องเที่ยว ในเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กเพจ ภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จำนวน 400 คน นำผลมาวิเคราะห์ใน SPSS ผลการวิจัย พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างมีระดับความนิยมด้านคุณลักษณะของผู้นำทางความคิดด้านการท่องเที่ยวในระดับปานกลาง 2) กลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้คุณลักษณะของผู้นำทางความคิดด้านการท่องเที่ยวในระดับปานกลาง 3) กลุ่มตัวอย่างมีระดับความผูกพันต่อเนื้อหาในระดับปานกลาง 4) กลุ่มตัวอย่างมีความไว้วางใจผู้นำทางความคิดด้านการท่องเที่ยวในระดับมาก 5) กลุ่มตัวอย่างมีการตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยวในระดับปานกลางโดยการศึกษาในครั้งนี้มีระดับนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผลการทดสอบสมมุติฐานพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ และอาชีพแตกต่างกัน มีระดับการรับรู้คุณลักษณะของผู้นำทางความคิดด้านการท่องเที่ยวแตกต่างกัน 2) กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุแตกต่างกัน มีระดับความผูกพันต่อเนื้อหาแตกต่างกัน 3) กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อายุ อาชีพ รายได้ และสถานภาพต่างกัน มีการตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยวแตกต่างกัน 4) คุณลักษณะของผู้นำทางความคิดด้านการท่องเที่ยวเชิงระดับความนิยมและเชิงบุคลิกลักษณะ ระดับความผูกพันของผู้บริโภคต่อเนื้อหา มีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับความไว้วางใจ 5) การตัดสินใจซื้อสินค้าด้านการท่องเที่ยวของผู้บริโภคมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับความไว้วางใจ


คุณลักษณะเชิงเนื้อหาและการนำเสนอของรายการอาสาพาไปหลงและการรับรู้ของผู้ชม, สุชัญญา วัฒนะศักดิ์ประภา Jan 2020

คุณลักษณะเชิงเนื้อหาและการนำเสนอของรายการอาสาพาไปหลงและการรับรู้ของผู้ชม, สุชัญญา วัฒนะศักดิ์ประภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะเชิงเนื้อหาและการนำเสนอของรายการอาสาพาไปหลง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหารายการอาสาพาไปหลงในปี 2561-2562 ที่เผยแพร่ผ่านยูทูบช่องอาสาพาไปหลง - asapapailong จำนวน 40 ตอน ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และ 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและการรับรู้ของผู้ชมรายการอาสาพาไปหลง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ (Online Questionnaire) จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ชมรายการอาสาพาไปหลง จำนวน 400 คน และการสนทนากลุ่มจากผู้ชมรายการอาสาพาไปหลง จำนวน 7 คน ผลการวิจัยพบว่า รายการอาสาพาไปหลงเป็นรายการท่องเที่ยวบนสื่อออนไลน์เผยแพร่ผ่านช่องทางที่หลากหลายทั้งนี้ช่องทางที่นิยมมากที่สุด คือ ยูทูบ ซึ่งจากการวิเคราะห์เนื้อหารายการอาสาพาไปหลงด้านคุณลักษณะเชิงเนื้อหา พบว่า รายการอาสาพาไปหลงส่วนใหญ่มีเนื้อหาการเดินทางออกนอกประเทศมากกว่าการเดินทางภายในประเทศ ซึ่งเป็นการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่ทำให้เห็นถึงประสบการณ์ร่วมและความรู้สึกของผู้ดำเนินรายการ และด้านคุณลักษณะเชิงการนำเสนอของอาสาพาไปหลงผลการวิจัยพบว่า มีการนำปัจจัยด้านเสียงมาใช้เพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกร่วมให้แก่ผู้ชมรายการโดยพบการใช้เพลงประกอบและเสียงประกอบอื่น ๆ (Sound effect) เป็นอันดับหนึ่ง การใช้เสียงพากย์เป็นอันดับสอง การใช้ตัวอักษรและกราฟิกเป็นอันดับสาม การโฆษณาแฝงเป็นอันดับสี่ และการใส่คำบรรยายเนื้อหาในรายการเป็นอันดับห้า การรับรู้ของผู้ชมรายการอาสาพาไปหลงด้านคุณลักษณะเชิงเนื้อหาและคุณลักษณะเชิงการนำเสนอ พบว่า สอดคล้องกับการวิเคราะห์เนื้อหาโดยผู้ชมมีการรับรู้ด้านเนื้อหาว่าอาสาพาไปหลงเป็นรายการท่องเที่ยวที่เป็นประสบการณ์ร่วมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และผู้ชมมีการรับรู้ว่าอาสาพาไปหลงมีการแต่งเพลงเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการนำเสนอและมีการใช้เสียงพากย์ในรายการเพื่อทำให้รายการมีความสนุกสนานมากขึ้น โดยผู้ชมจากการสนทนากลุ่มมีการรับรู้ด้านเนื้อหาว่าส่วนใหญ่อาสาพาไปหลงเป็นการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศ ซึ่งบางสถานที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากนัก และผู้ชมจากการสนทนากลุ่มมีการรับรู้ด้านการนำเสนอว่าอาสาพาไปหลงมีความโดดเด่นด้านการแต่งเพลงให้สอดคล้องกับแหล่งท่องเที่ยว อึกทั้งยังมีการพากย์เสียงทั้งคนและสัตว์ที่ทำให้รายการมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยผู้ชมจากแบบสอบถามออนไลน์มีการรับรู้ต่อการโฆษณาแฝงเป็นอย่างมากในขณะที่ผู้ชมจากการสนทนากลุ่มมีการรับรู้ต่อการโฆษณาแฝงว่าอาสาพาไปหลงมีการนำเสนอสินค้าแบบแนบเนียนทำให้ไม่รู้สึกว่ามีการโฆษณาแฝงในรายการ ซึ่งผู้ชมทั้งสองกลุ่มมีการรับรู้ต่อผู้ดำเนินรายการที่สอดคล้องกัน คือ ผู้ดำเนินรายการมีทักษะในการพูดที่ดีทำให้รายการไม่น่าเบื่อ มีความสามารถในการแต่งเพลงและการพากย์เสียงที่ทำให้รายการอาสาพาไปหลงแตกต่างจากรายการอื่น


ทัศนคติและความตั้งใจซื้อของนิสิตนักศึกษาต่อการเคลื่อนไหวของแบรนด์เพื่อความเสมอภาคทางเพศ, อัฏฐพร จันทราสินธุ์ Jan 2020

ทัศนคติและความตั้งใจซื้อของนิสิตนักศึกษาต่อการเคลื่อนไหวของแบรนด์เพื่อความเสมอภาคทางเพศ, อัฏฐพร จันทราสินธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ของทัศนคติ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ทัศนคติต่อความเสมอภาคทางเพศ ทัศนคติต่อแบรนด์และทัศนคติต่อการเคลื่อนไหวของแบรนด์เพื่อความเสมอภาคทางเพศ ตามทฤษฎีความสมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างเพศและชนชั้นทางสังคมกับทัศนคติต่อความเสมอภาคทางเพศ และความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติต่อความเสมอภาคทางเพศกับความตั้งใจซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ที่เคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการสำรวจ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตนักศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในประเทศไทย เก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม- 2 มิถุนายน พ.ศ.2564 กระจายแบบสอบถามทางทวิตเตอร์ ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์จำนวน 408 ชุด ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างจะรู้สึกดี เมื่อแบรนด์ที่ตนชอบออกมาเคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของตน อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ( X2 = 316.96) ทัศนคติต่อความเสมอภาคทางเพศไม่มีความสัมพันธ์กับเพศ (X2- Prob=0.076) และ ชนชั้นทางสังคม (X2- Prob=0.358) และ ทัศนคติต่อความเสมอภาคทางเพศมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความตั้งใจซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ที่เคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศ อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r=0.193 , p-value<0.001) ผู้วิจัยยังพบอีกว่า กลุ่มตัวอย่างประมาณครึ่งหนึ่งเคยได้ยินหรือเห็นแบรนด์ออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ และเชื่ออย่างมากว่าการที่แบรนด์ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศย่อมทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้มากขึ้น และยังเชื่อว่าแบรนด์ต้องมีความรับผิดชอบหรือหน้าที่ในการเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคม โดยเฉพาะเรื่อง “การเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ” “การต่อต้านการคุกคามทางเพศ” และ “ความหลากหลายทางเพศ”


ปริมาณการใช้เฟซบุ๊ก พฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กและการรับรู้ประสิทธิภาพทางการเมืองของคนไทย, อรรถพร ปานกลัด Jan 2020

ปริมาณการใช้เฟซบุ๊ก พฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กและการรับรู้ประสิทธิภาพทางการเมืองของคนไทย, อรรถพร ปานกลัด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เฟซบุ๊กในการเปิดรับข่าวสารทางการเมือง กับการรับรู้ประสิทธิภาพทางการเมืองของผู้ใช้เฟซบุ๊ก โดยการใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 499 คน แล้วจึงนำมาวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความแตกต่างของประชากร ค่าเฉลี่ยของประชากร และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว นอกจากนี้ยังได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างอีก 8 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การใช้เฟซบุ๊กเปิดรับข่าวสารทางการเมืองมีความสัมพันธ์กับการรับรู้ประสิทธิภาพทางการเมือง กล่าวคือ บุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กเปิดรับข่าวสารทางการเมืองในปริมาณมาก จะมีการรับรู้ประสิทธิภาพทางการเมืองมากกว่าบุคคลที่เปิดรับข่าวสารทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กในปริมาณน้อย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กจะมีการรับรู้ประสิทธิภาพทางการเมืองมากกว่าผู้ที่เปิดรับข่าวการเมืองแต่ไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแรงจูงใจทางการเมือง ผลกระทบต่อการแสดงจุดยืนทางการเมือง การโต้แย้งทางการเมือง เสียงส่วนใหญ่ทางการเมือง และความเชื่อมโยงของการรับรู้ความสามารถภายในตนเองมีผลต่อการตัดสินใจแสดงความคิดเห็นหรือไม่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวการเมืองในเฟซบุ๊ก


ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้รับชมต่อองค์กรธุรกิจสื่อบันเทิงที่มีการสื่อสารเนื้อหาไม่เหมาะสม ด้านการคุกคามทางเพศในรายการเพื่อความบันเทิงไทย, ธาวิน แจ่มแจ้ง Jan 2020

ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้รับชมต่อองค์กรธุรกิจสื่อบันเทิงที่มีการสื่อสารเนื้อหาไม่เหมาะสม ด้านการคุกคามทางเพศในรายการเพื่อความบันเทิงไทย, ธาวิน แจ่มแจ้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การคุกคามทางเพศถือเป็นพฤติกรรมที่ส่อในเรื่องเพศอย่างไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดผลกระทบทางร่างกายและจิตใจต่อผู้ถูกกระทำ ถือเป็นปัญหาสังคมที่ขาดการป้องกันและแก้ไขเท่าที่ควร แต่พฤติกรรมไม่เหมาะสมนี้กลับได้รับการสื่อสารเป็นเนื้อหาในรายการเพื่อความบันเทิงไทยจนผู้รับชมคุ้นชิน การวิจัยนี้จึงเป็นการวิจัยเชิงผสม ประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและรายละเอียดรายการเพื่อความบันเทิงที่ปรากฏรูปแบบและคู่กรณีการคุกคามทางเพศ รวมถึงสำรวจการรับรู้เนื้อหาดังกล่าว, ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้รับชมในฐานะผู้บริโภคสื่อต่อองค์กรธุรกิจสื่อบันเทิงที่สื่อสารเนื้อหาดังกล่าวด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ผลการศึกษาพบว่า รายการเพื่อความบันเทิงไทยปรากฏเนื้อหาการคุกคามทางเพศด้วยวัจนภาษา (Verbal Harassment) มากที่สุด, อวัจนภาษา (Non-Verbal Harassment), รูปแบบอื่นๆ และทางร่างกาย (Physical Harassment) ตามลำดับ และปรากฏคู่กรณีการคุกคามทางเพศแบบชายคุกคามหญิง (Male Harasses Female), หญิงคุกคามชาย (Female Harasses Male), รักต่างเพศคุกคามรักร่วมเพศ (Heterosexual Harasses Homosexual), รักร่วมเพศคุกคามรักต่างเพศ (Homosexual Harasses Heterosexual) และคู่กรณีอื่นๆ พบว่าเพศชายเป็นผู้กระทำการคุกคามทางเพศมากที่สุด และเพศหญิงเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศมากที่สุด ด้วยสาเหตุ/จุดประสงค์ เพื่อสร้างความบันเทิงในการดำเนินรายการ, การแสดงทัศนคติต่อผู้ถูกคุกคาม, ความต้องการทางเพศของผู้คุกคาม และความเคยชินต่อการคุกคามทางเพศ ทั้งนี้องค์กรธุรกิจสื่อบันเทิงสื่อสารเนื้อหาดังกล่าวร่วมกับการทำให้เป็นเรื่องตลกขบขันผ่านเทคนิคการตัดต่อและลำดับภาพ เพื่อลดทอนความรุนแรงให้สามารถออกอากาศได้ กลุ่มตัวอย่างผู้รับชมในฐานะผู้บริโภคสื่อที่รับชมรายการเพื่อความบันเทิงเป็นประจำ 3 วันต่อสัปดาห์ อายุ 18 ขึ้นไป จำนวน 425 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 24-34 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีรายได้เฉลี่ย 10,001-20,000 บาท มีการรับรู้เนื้อหาดังกล่าวในระดับบ่อยๆ พบว่าผู้รับชมที่มีเพศแตกต่างกัน มีการรับรู้เนื้อหาดังกล่าวที่แตกต่างกัน ส่วนทัศนคติของผู้รับชมต่อองค์กรธุรกิจสื่อบันเทิงที่สื่อสารเนื้อหาดังกล่าวอยู่ในระดับไม่เห็นด้วย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้รับชมต่อองค์กรฯ ที่อยู่ในระดับไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน กล่าวคือ การสื่อสารเนื้อหาไม่เหมาะสมด้านการคุกคามทางเพศขององค์กรธุรกิจสื่อบันเทิง สามารถส่งผลกระทบต่อการสื่อสารองค์กรในด้านความนิยม และผลกำไรที่ลดลงขององค์กรฯ ในระยะยาว