Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn Medical Journal

Discipline
Keyword
Publication Year

Articles 631 - 660 of 4154

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

Long-Term Risk Of Chronic Kidney Disease In Living Kidney Donors At A Single Center In Thailand, Non Wongvittavas, Julin Opanuraks, Kamol Panumatrassamee, Chanatee Bunyaratavej, Kavirach Tantiwongse, Supoj Ratchanon, Apirak Santi-Ngamkun, Kriangsak Prasopsanti Mar 2015

Long-Term Risk Of Chronic Kidney Disease In Living Kidney Donors At A Single Center In Thailand, Non Wongvittavas, Julin Opanuraks, Kamol Panumatrassamee, Chanatee Bunyaratavej, Kavirach Tantiwongse, Supoj Ratchanon, Apirak Santi-Ngamkun, Kriangsak Prasopsanti

Chulalongkorn Medical Journal

Background : Although the results of several studies support the safety of live kidney donation, there is no functional deterioration, some donors have proteinuria and hypertension (HT). Most of the studies were done in Europe and America, in Asia, however, the information about donors living with one kidney is lacking. Objective : To study the long-term risks of chronic kidney disease (CKD) in living kidney donors at one medical center in Thailand. Design : A retrospective study. Setting : Division of Urology, Department of Surgery, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University, Bangkok, Thailand. Materials and Methods : Donors who were followed …


ไมโครอาร์เอ็นเอกับโรคตับคั่งไขมัน, พุทธ เมืองไพศาล, สมบัติ ตรีประเสริฐสุข Mar 2015

ไมโครอาร์เอ็นเอกับโรคตับคั่งไขมัน, พุทธ เมืองไพศาล, สมบัติ ตรีประเสริฐสุข

Chulalongkorn Medical Journal

โรคตับคั่งไขมันเป็นโรคที่พบบ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน โดยโรคนี้มีความสัมพันธ์กับโรคอ้วนลงพุงและโรคหัวใจ โรคตับคั่งไขมันสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มย่อยคือ กลุ่มที่มีตับคั่งไขมันอย่างเดียว และกลุ่มที่มีการอักเสบร่วมด้วย ซึ่งในกลุ่มนี้จะอัตราตายที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งสามารถพัฒนากลายเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ สำหรับไมโครอาร์เอ็นเอนั้นมีส่วนสำคัญในการกระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์ทั้งในแง่สรีรวิทยาและพยาธิวิทยาเช่น การแบ่งตัว การอักเสบ หรือการตายของเซลล์ ไมโครอาร์เอ็นเอหลายชนิดถูกแสดงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพยาธิกำเนิดของโรคตับหลายชนิดโดยเฉพาะโรคตับคั่งไขมันข้อมูลหลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่า miR-122 มีบทบาทสำคัญในการควบคุมเมตาบอลิสมของไขมันในตับ การให้สารยับยั้งต่อ miR-122 ถูกคาดหวังว่าจะใช้ในการรักษาเพื่อลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด แต่ข้อมูลยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่ นอกจากนี้ miR-33 ยังเป็นไมโครอาร์เอ็นเอที่ควบคุมสมดุลของคลอเลสเตอรอลและกรดไขมันอีกด้วย ส่วน miR-34a เป็นไมโครอาร์เอ็นเอที่ได้รับความสนใจว่าอาจมีบทบาทสำคัญต่อการอักเสบของตับผ่านทาง miR-34a/SIRT1/p53/ apoptosis pathwayและควบคุมการทำงานของ HMGCoA reductase ซึ่งกลไกเหล่านี้ได้มีการศึกษายืนยันในสัตว์และมนุษย์ ไมโครอาร์เอ็นเอยังมีผลต่อการเกิดพังผืดในตับผ่านทางกลไกต่าง ๆ เช่นการกระตุ้น hepaticstellate cell ในแง่การประยุกต์ใช้ทางคลินิกนั้น ไมโครอาร์เอ็นเอในซีรั่มกำลังถูกศึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินการอักเสบและพังผืดในตับ รวมทั้งในอนาคตอาจมีการนำไมโครอาร์เอ็นเอมาใช้เป็นการรักษาใหม่สำหรับโรคตับคั่งไขมัน.


คุณภาพชีวิตของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในจังหวัดกรุงเทพมหานครของชมรมเครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว, ภาภิรมย์ ศรีโสภา, บุรณี กาญจนถวัลย์ Mar 2015

คุณภาพชีวิตของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในจังหวัดกรุงเทพมหานครของชมรมเครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว, ภาภิรมย์ ศรีโสภา, บุรณี กาญจนถวัลย์

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : ในปัจจุบันจำนวนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตาม งานวิจัยเกี่ยวกับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวยังมีน้อย และยังไม่พบการศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยววัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิต และทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นสมาชิกชมรมเครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในกรุงเทพมหานครรูปแบบการวิจัย : การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งสถานที่ทำการศึกษา : ชมรมเครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวตัวอย่างและวิธีการศึกษา : รวบรวมข้อมูลจากพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในกรุงเทพมหานคร 106 คนโดยใช้ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย 3)แบบวัดเหตุการณ์ความเครียดในชีวิต 4) แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า5) แบบประเมินคุณภาพชีวิตสมรสในครอบครัวสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ Descriptive Statistics, Independent t-test, One WayANOVA, Pearsoncorrelation และ Stepwise Multivariate LinearRegressionผลการศึกษา : พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมีคุณภาพชีวิตโดยรวม คุณภาพชีวิตด้านร่างกายคุณภาพชีวิตด้านจิตใจ คุณภาพชีวิตด้านสัมพันธภาพทางสังคมและคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าร้อยละอยู่ที่ 61.3, 83.0, 37.7, 55.7 และ 54.7 ตามลำดับ โดยปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมได้แก่ ปัญหาพฤติกรรมบุตร (p <0.05)เหตุการณ์ความเครียดในชีวิต (p <0.001) คุณภาพชีวิตสมรสกับคู่สมรสปัจจุบัน (p <0.01) และภาวะซึมเศร้า (p <0.001) โดยมีปัจจัยที่สามารถทำนายคุณภาพชีวิตโดยรวมของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในจังหวัดกรุงเทพมหานครคือ เหตุการณ์ความเครียดในชีวิต (R2 = 217)สรุป : พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลางซึ่งสัมพันธ์กับปัญหาพฤติกรรมบุตรเหตุการณ์ความเครียดในชีวิตคุณภาพชีวิตสมรสกับคู่สมรสปัจจุบันและภาวะซึมเศร้าโดยมีปัจจัยที่สามารถทำนาย คือ เหตุการณ์ความเครียดในชีวิต.


ย่อวารสาร, นริศร คงรัตนโชค Mar 2015

ย่อวารสาร, นริศร คงรัตนโชค

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


การศึกษาความสัมพันธ์ของการเห็นคุณค่าในตนเองและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำที่มีโปรแกรมชุมชนบำบัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สุภาพรรณ สอาดเอี่ยม, อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง Jan 2015

การศึกษาความสัมพันธ์ของการเห็นคุณค่าในตนเองและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำที่มีโปรแกรมชุมชนบำบัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สุภาพรรณ สอาดเอี่ยม, อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : การเห็นคุณค่าในตนเองเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่สนับสนุนให้บุคคลดูแลเอาใจใส่ตนเองมากขึ้น ด้วยความเชื่อว่าหากมนุษย์เห็นคุณค่าในตนเอง จะสนใจดูแลปกป้องตนเองให้ดี ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี กับการเห็นคุณค่าในตนเอง โดยทำการศึกษาในผู้ต้องราชทัณฑ์วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการเห็นคุณค่าในตนเอง และพฤติกรรมความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ของผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำที่มีโปรแกรมชุมชนบำบัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรูปแบบการวิจัย : การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ศึกษา ณ เวลาใดเวลาหนึ่งสถานที่ทำการศึกษา : เรือนจำที่มีโปรแกรมชุมชนบำบัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตัวอย่างและวิธีการศึกษา : ประชากรที่ศึกษาคือผู้ต้องราชทัณฑ์ของเรือนจำแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีอายุระหว่าง 18 - 60 ปี ที่ต้องโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จำนวน 345 คน ทำการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยง แบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้เรื่องเอดส์แบบวัดการเห็นคุณค่าในตนเองของคูเปอร์สมิธ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Chi-square, Fisher’s Exact Test และ Independent t-testตามความเหมาะสมผลการศึกษา : ผู้ต้องราชทัณฑ์มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี คือ การใช้เข็มฉีดยาและของมีคมอื่นๆ ร่วมกัน เพื่อการสักตามร่างกาย และพบว่าไม่นิยมใช้ถุงยางอนามัย เมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ ไม่บอกคู่นอนของตนให้ใช้ถุงยางอนามัย และไม่ขอถุงยางอนามัยจากเจ้าหน้าที่นอกจากนี้ ผู้ต้องราชทัณฑ์ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและการติดต่อของโรคโดยร้อยละ 96.8เข้าใจว่าหากรับประทานอาหารร่วมกับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี จะทำให้สามารถติดเชื้อเอชไอวีได้ และร้อยละ 14.5 เข้าใจว่ายุงเป็นพาหะเชื้อเอชไอวี ผู้ต้องราชทัณฑ์ส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 71.9 มีระดับการเห็นคุณค่าในตนเองในระดับปานกลาง (2.61 - 3.33)สรุป : พฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีที่มีความสัมพันธ์กับการเห็นคุณค่าในตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value =0.023) คือ พฤติกรรมการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นเพื่อการสักร่างกาย.


การรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับระยะลุกลามด้วยวิธีที่ไม่ใช้การผ่าตัด, เกศรินทร์ ถานะภิรมย์, ธนรัตน์ ศุภศิริ, ภัทรมน ก่อเกียรติพิทักษ์, ณัฐพงศ์ วิบูลย์ศิริชัย, สมบัติ ตรีประเสริฐสุข Jan 2015

การรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับระยะลุกลามด้วยวิธีที่ไม่ใช้การผ่าตัด, เกศรินทร์ ถานะภิรมย์, ธนรัตน์ ศุภศิริ, ภัทรมน ก่อเกียรติพิทักษ์, ณัฐพงศ์ วิบูลย์ศิริชัย, สมบัติ ตรีประเสริฐสุข

Chulalongkorn Medical Journal

โรคมะเร็งตับ เป็นปัญหาสำคัญทั่วโลก แม้ว่าจะในปัจจุบันจะมีการพัฒนาระบบการคัดกรองมะเร็งที่ใช้อย่างแพร่หลายขึ้นมาเพื่อตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังได้รับการวินิจฉัยในระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดได้แล้ว ถ้าจัดแบ่งมะเร็งตามระยะโดยใช้เกณฑ์ของBarcelona Clinic Liver Cancer (BCLC) แล้ว มะเร็งตับระยะลุกลามหมายถึงผู้ป่วยที่มีอาการจากมะเร็ง มีมะเร็งลุกลามไปที่เส้นเลือด มีมะเร็งแพร่กระจายออกจากตับ เช่น ไปที่ต่อมน้ำเหลืองซึ่งพบว่าผู้ป่วยมะเร็งในระยะนี้มีพยากรณ์โรคที่ไม่ค่อยดีนัก โดยมีค่ามัธยฐานของอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 3 - 6 เดือนถ้าไม่ได้รับการรักษา ปัจจุบันมีวิธีการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับระยะลุกลามด้วยวิธีที่ไม่ใช้การผ่าตัดอยู่หลายวิธี เช่น การใช้ยาต้านมะเร็งในกลุ่ม molecular targeted therapy เช่น Sorafenibซึ่งออกฤทธิ์ผ่านทางกลไก multikinase inhibitors ที่มีหลักฐานสนับสนุนถึงประโยชน์จากการใช้ยามากที่สุดโดยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะลุกลาม กลไกในการเกิดและการพัฒนาของมะเร็งตับนั้นซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลหลายตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง จึงนำไปสู่การศึกษาของยาในกลุ่มนี้อีกมากมาย นอกจากยากลุ่มนี้แล้วการรักษาอื่นที่มีข้อมูลในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะลุกลามได้แก่การฉายแสงทั้งจากภายนอก (External beam radiation) หรือการใช้ 90Yittriumซึ่งได้มีการพัฒนามาใช้ไม่นานนี้และมีข้อมูลการศึกษามากในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดพอร์ทัลอุดตัน (portalvein thrombosis) การทำ transarterial embolization, การใช้ drug-eluting-bead หรือการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งในแต่ละวิธีการรักษานั้นมีข้อมูลสนับสนุนต่าง ๆ กันไป โดยบทความนี้จะทบทวนหลักฐานทางการศึกษาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับระยะลุกลามด้วยวิธีที่ไม่ใช้การผ่าตัด.


ผลของการสนับสนุนด้านข้อมูลและอารมณ์ต่อความวิตกกังวลของผู้ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมอง, วิจิตรา บูรณศรีกุล, ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ Jan 2015

ผลของการสนับสนุนด้านข้อมูลและอารมณ์ต่อความวิตกกังวลของผู้ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมอง, วิจิตรา บูรณศรีกุล, ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : จากการศึกษาผลของการสนับสนุนด้านข้อมูล และอารมณ์ต่อความวิตกกังวลที่ผ่านมาเป็นการศึกษาในผู้ดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในระยะของโรคสมองเฉียบพลันยังไม่มีการศึกษาผู้ดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในระยะของโรคสมองเรื้อรังเช่น ผู้ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมองซึ่งจะทำให้ทราบผลของค้นหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไปวัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของการสนับสนุนด้านข้อมูลและอารมณ์ต่อความวิตกกังวลของ ผู้ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมองรูปแบบการวิจัย : การศึกษาวิจัยแบบกึ่งทดลองสถานที่ทำการศึกษา : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตัวอย่างและวิธีการศึกษา : กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมอง ที่มาเยี่ยมและดูแลผู้ป่วยที่หอผู้ป่วยธนาคารกรุงเทพ ชั้น 2 หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมประสาท 1ตึก สก. 8 และหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมประสาท 2 ธนาคารกรุงเทพชั้น 2 จำนวน 24 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 12 ราย และกลุ่มควบคุม12 ราย ซึ่งได้มาจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย และใช้แบบสอบถามความวิตกกังวลของสปิลเบอร์เกอร์และคณะ ประเมินความวิตกกังวลแฝงและความวิตกกังวลขณะเผชิญสถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติ chisquare การแจกแจงแบบไฮเปอร์ยีออเมตริก, สถิติ non-parametricแบบ Mann - Whitney U test, non - parametric แบบ Wilcoxon,ANCOVAผลการศึกษา : การศึกษาในครั้งนี้พบว่าความวิตกกังวลขณะเผชิญ และความวิตกกังวลแฝงของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมใช้การประเมิน STAI from Y-1ในวันที่ 1 และ วันที่ 3 ก่อนได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูล และอารมณ์ทั้งสองกลุ่ม พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ หลังทำการทดลองความวิตกกังวลขณะเผชิญหลังได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูล และอารมณ์ของผู้ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมองในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนค่าคะแนนรวมของความวิตกกังวลแฝงหลังได้รับการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่มีความแตกต่างกันสรุป : การให้การสนับสนุนด้านข้อมูลร่วมกับการสนับสนุนด้านอารมณ์ด้วยการสร้างสัมพันธภาพเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ และเกิดความมั่นใจการพูดคุยใช้คำถามปลายเปิด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความวิตกกังวลในกลุ่มตัวอย่างมีแนวโน้มลดลง ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นกับบุคคลในสถานการณ์ทั่ว ๆ ไป เกิดอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลานานจนเป็นลักษณะนิสัยประจำตัว หรือเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพ และจะเป็นตัวเพิ่มหรือเสริมความรุนแรงความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน.


Effect Of Field Of Views On Cone Beam Computed Tomography Radiation Dose: Phantom Study, Warangkana Weerawanich, Anchali Krisanachinda Jan 2015

Effect Of Field Of Views On Cone Beam Computed Tomography Radiation Dose: Phantom Study, Warangkana Weerawanich, Anchali Krisanachinda

Chulalongkorn Medical Journal

Background : Cone beam computed tomography (CBCT) devices with various types of field of view (FOVs) are currently available in dentistry. Thus, the selection of proper FOVs and number of scans should be considered according to the clinical applications and ALARA principle. Objective : To study the effect of the number of scans and FOVs: one scan of large FOV, one scan of medium FOV and multi-scans of small FOVs, on the radiation dose from CBCT systems using a phantom. Research design : Experimental study (in vitro). Setting : Oral and Maxillofacial Radiology Clinic, Faculty of Dentistry, Mahidol University Methods …


ความชุกของภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น อายุระหว่าง 10 - 15 ปี ที่มารับบริการที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี, สุรางคณา คงเพชร, สมรักษ์ สันติเบ็ญจกุล Jan 2015

ความชุกของภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น อายุระหว่าง 10 - 15 ปี ที่มารับบริการที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี, สุรางคณา คงเพชร, สมรักษ์ สันติเบ็ญจกุล

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : เพื่อเป็นการคัดกรองและสร้างการตระหนักให้แก่สถานสงเคราะห์ในการดูแลเอาใจใส่วัยรุ่น ซึ่งหากวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวสามารถปรับตัวได้สำเร็จจะช่วยให้พัฒนาตนเองเกิดบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตต่อไปวัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความชุกของภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้ากับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นอายุระหว่าง 10 - 15 ปี ที่มารับบริการที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีรูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งสถานที่ทำการศึกษา : สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีตัวอย่างและวิธีการศึกษา : การวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง (Cross-sectionalDescriptive Study) เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้รับบริการที่มีอายุระหว่าง10 - 15 ปี ที่มารับบริการที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีจำนวน119 คน โดยเก็บกลุ่มตัวอย่างจากจำนวนผู้รับบริการทั้งหมด เครื่องมือในการคัดกรองมีทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่ 1) แบบสอบถาม ข้อมูลพื้นฐาน2) แบบประเมินภาวะซึมเศร้าด้วยตนเอง Children’s DepressionInventories 3) แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก The Strength andDifficulties Questionnaire ฉบับผู้ปกครองผลการศึกษา : พบอัตราความชุกของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นอายุระหว่าง 10 - 15 ปีร้อยละ 52.9 อัตราความชุกของพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ร้อยละ 12.6และพบความชุกของการเกิดทั้งภาวะซึมเศร้า และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ร้อยละ 10.1 โดยระดับการศึกษาของผู้รับบริการมีความสัมพันธ์กับคะแนนรวมด้านพฤติกรรมที่เป็นปัญหา พฤติกรรมด้านอารมณ์และพฤติกรรมด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ p < 0.01 นอกจากนี้ยังพบว่าภาวะซึมเศร้ามีความสัมพันธ์ กับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในระดับที่น้อย (p > 0.05)สรุป : ความชุกของภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ จากการศึกษาในครั้งนี้สูงกว่าการศึกษาอื่น ๆ ในวัยรุ่นทั่วไป การทราบปัจจัยเสี่ยงจะช่วยให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนช่วยเหลือแก้ไข และป้องกันได้อย่างเหมาะสมต่อไป.


Reliability And Validity Of A Modified Instrument For Functional Reach Test, Kanokporn Pooranawatthanakul, Anchalee Foongchomcheay Jan 2015

Reliability And Validity Of A Modified Instrument For Functional Reach Test, Kanokporn Pooranawatthanakul, Anchalee Foongchomcheay

Chulalongkorn Medical Journal

Background : Functional reach test (FRT), a clinical balance measurement, is used to detect the limit of stability. Performing FRT measure could be in expedient due to the needs to obtain accurate reach distance and cautiousness of high susceptibility to fall. To overcome these occurrences a modified instrument which was easy to read value, adjustable, foldable, and movable has been developed Objective : To investigate the validity, intra- and inter-rater reliability of the modified instrument for FRT. Setting : Phranungklao Hospital Elderly Club, National Stadium. Population sample : Fifteen elderly and 15 young adults; all were healthy volunteers. Research Methodology …


คุณภาพชีวิตของผู้หนีภัยจากการสู้รบภายใต้การขึ้นทะเบียนของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติของพื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก, ชไมพร สุริยศ, บุรณี กาญจนถวัลย์ Jan 2015

คุณภาพชีวิตของผู้หนีภัยจากการสู้รบภายใต้การขึ้นทะเบียนของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติของพื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก, ชไมพร สุริยศ, บุรณี กาญจนถวัลย์

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : สงครามก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงการอพยพย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดและประเทศของตน เพื่อไปสู่สถานที่ที่มีความปลอดภัยและมั่นคงกว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งสิ้นวัตถุประสงค์ : ศึกษาคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้หนีภัยจากการสู้รบภายใต้การขึ้นทะเบียนของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติของพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตากรูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งสถานที่ทำการศึกษา : พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตากตัวอย่างและวิธีการศึกษา : เก็บข้อมูลจากผู้หนีภัยจากการสู้รบอายุ 18 – 60 ปีจำนวน 110 คนโดยใช้แบบสอบถาม 1) ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป และ 2) แบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อฉบับภาษาไทยและได้แปลเป็นภาษาพม่า ซึ่งทดสอบความเที่ยงตรงและความเชื่อถือได้ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยและภาษาพม่า และมีค่า Cronbach’s Alpha เท่ากับ0.88ผลการศึกษา : ผู้หนีภัยจากการสู้รบมีค่าเฉลี่ยคะแนนคุณภาพชีวิตโดยรวม 83.19คะแนนโดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องคือ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ เพศ การได้รับความช่วย เหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ความพึงพอใจในการอาศัยอยู่สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน ความเพียงพอของอาหารและเครื่องนุ่งห่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p <0.05สรุป : คุณภาพชีวิตของผู้หนีภัยจากการสู้รบโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางโดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตโดยรวม คือ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ เพศ การได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ความพึงพอใจในการอาศัยอยู่ สัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน.


Radiation Dose On Whole Brain Computed Tomography In Comprehensive Stroke Imaging Using Axial Volumetric 320-Detector Ct, Saifhon Admontree, Anchali Krisanachinda, Jiraporn Laothamatas, Panruethai Trinavarat Jan 2015

Radiation Dose On Whole Brain Computed Tomography In Comprehensive Stroke Imaging Using Axial Volumetric 320-Detector Ct, Saifhon Admontree, Anchali Krisanachinda, Jiraporn Laothamatas, Panruethai Trinavarat

Chulalongkorn Medical Journal

Background : The 320- detector row CT scanner with a larger z-coverage (16 cm) competently enables whole brain imaging that is need for patients who are been requested for comprehensive stroke imaging with axial volume mode which exposes the patient to a relatively high dose of radiation. Objective : The purpose of the study is to determine the radiation dose on whole brain computed tomography in comprehensive stroke imaging using Axial Volumetric 320-detector MDCT. Designs : Observational retrospective study. Setting : Advanced Diagnostic Imaging Center (AIMC), Ramathibodi Hospital, Bangkok. Material and Method : The collected data include scan parameters and …


การตรวจคัดกรองการได้ยินในเด็กทารกแรกเกิด, นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร, เสาวรส ภทรภักดิ์ Jan 2015

การตรวจคัดกรองการได้ยินในเด็กทารกแรกเกิด, นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร, เสาวรส ภทรภักดิ์

Chulalongkorn Medical Journal

รสูญเสียการได้ยินเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันพบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของเด็กทารกแรกเกิดที่สูญเสียการได้ยินไม่มีปัจจัยเสี่ยงใด ๆ จึงเป็นที่มาของโปรแกรมการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดซึ่งจะช่วยให้การตรวจหาการสูญเสียการได้ยินทำได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้ช่วยกระตุ้นการได้ยินและแก้ไขป้องกันสาเหตุของการสูญเสียการได้ยินในกรณีที่ทำได้ เช่น รักษาการติดเชื้อไวรัส CMV,ป้องกัน ภาวะ rupture of enlarged vestibular aqueductทารกปกติควรได้รับการตรวจ otoacoustic emission (OAE) ทุกราย ส่วนเด็กทารกใน NICUควรตรวจ OAE ร่วมกับ automated auditory brainstem response (AABR) เพื่อคัดกรองหาการสูญเสียการได้ยิน และภาวะ auditory neuropathy spectrum disorder ซึ่งพบได้สูงในเด็กกลุ่มนี้หลังจากได้รับการคัดกรองแล้ว เด็กที่มีความผิดปกติควรได้รับการตรวจ full ABR ด้วย Tonepipor Narrow band Chirp เพื่อประเมินระดับการได้ยินของทารกอย่างแม่นยำ อันจะนำมาซึ่งการกระตุ้นพัฒนาการ และช่วยเหลือทางการได้ยินที่เหมาะสม.


ทันยุคกับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรังทางยา, สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม, ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ Nov 2014

ทันยุคกับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรังทางยา, สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม, ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ

Chulalongkorn Medical Journal

ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรังเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมของภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีขอบข่ายของโรคที่กว้าง และเป็นปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขของประเทศเรา การรักษาหลักประกอบไปด้วยการให้สุขศึกษาเรื่องอาหาร การใช้ยา และการใช้อุปกรณ์แพทย์เฉพาะสำหรับภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยบางราย ที่ผ่านมามีข้อมูลการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวเรื้อรังตีพิมพ์ออกมามากมายประกอบกับแนวทางการปฎิบัติดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่ใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้วเพิ่งได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นในระยะเวลาไม่นานนี้ ดังนั้นบทความนี้จึงรวบรวมการรักษาด้วยยาที่สำคัญโดยเน้นยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งระบบประสาทอัตโนมัติและต่อมไร้ท่อที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกล่าวถึงยาตัวใหม่ที่มีโอกาสจะนำมาใช้ในเวชปฏิบัติได้ในอนาคต.


ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคบีต้าธาลัสซีเมีย, สุดารัตน์ สถิตธรรมนิตย์, นภชาญ เอื้อประเสริฐ Nov 2014

ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคบีต้าธาลัสซีเมีย, สุดารัตน์ สถิตธรรมนิตย์, นภชาญ เอื้อประเสริฐ

Chulalongkorn Medical Journal

โลหิตจางธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่พบบ่อยที่สุดและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ความก้าวหน้าในการดูแลรักษาผู้ป่วยโดยเฉพาะการให้เลือดและขับเหล็กทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอายุยืนยาวขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดยังถือเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญที่สุดของผู้ป่วยบีต้าธาลัสซีเมีย ทั้งชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลาง โดยภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยบีต้าธาลัสซีเมียทั้งสองกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันมากทั้งอาการแสดงทางคลินิก และพยาธิวิทยาของการเกิดโดยพบว่าผู้ป่วยบีต้าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงมากพบภาวะหัวใจล้มเหลวด้านซ้ายได้เป็นส่วนใหญ่ส่วนผู้ป่วยบีต้าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงปานกลางส่วนใหญ่พบภาวะความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูงและหัวใจล้มเหลวด้านขวา บททบทวนวรรณกรรมนี้ได้เรียบเรียงความผิดปกติทางหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยบีต้าธาลัสซีเมียทั้งชนิดรุนแรงมากและรุนแรงปานกลาง โดยจะเน้นที่กลไกการเกิดความผิดปกติซึ่งมีความแตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม.


การพัฒนาเครื่องช่วยเดินแบบมีเก้าอี้พับเก็บได้พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายขา, อรอุมา บุณยารมย์, พิมพร จันทร์แก่นทอง, ณัฐรินีย์ เลิศสถิตรุ่ง, สมภิยา สมถวิล, รณกฤต แสงผ่อง, จุฑาลักษณ์ กองสุข Nov 2014

การพัฒนาเครื่องช่วยเดินแบบมีเก้าอี้พับเก็บได้พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายขา, อรอุมา บุณยารมย์, พิมพร จันทร์แก่นทอง, ณัฐรินีย์ เลิศสถิตรุ่ง, สมภิยา สมถวิล, รณกฤต แสงผ่อง, จุฑาลักษณ์ กองสุข

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : เครื่องช่วยเดินที่พัฒนาขึ้นมีการติดตั้งเก้าอี้นั่งพักแบบถอดเก็บได้ตัวเครื่องพกพา พับเก็บได้ และสามารถออกกำลังกายขาไปพร้อม ๆกับการนั่งพักวัตถุประสงค์ : เพื่อประดิษฐ์ ทดสอบประสิทธิภาพ และประเมินความพึงพอใจต่อเครื่องช่วยเดินแบบมีเก้าอี้พับเก็บได้พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายขารูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงพัฒนาสถานที่ทำการศึกษา ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรตัวอย่างและวิธีการศึกษา : โดยออกแบบเครื่องให้สามารถพับเก็บได้เพื่อสะดวกต่อการนำออกไปใช้นอกสถานที่ ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ รวมทั้งมีเก้าอี้นั่งพักและมีอุปกรณ์ออกกำลังกายขา โดยทำการศึกษาในอาสาสมัคร จำนวน30 คนผลการศึกษา : ผลการทดสอบประสิทธิภาพและประเมินความพึงพอใจต่อเครื่องช่วยเดินแบบมีเก้าอี้พับเก็บได้พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายขาที่ประดิษฐ์ขึ้นพบว่าอยู่ในระดับดี (4.14 ± 0.31 และ 4.01 ± 0.82 ตามลำดับ)สรุป : เครื่องช่วยเดินแบบมีเก้าอี้พับเก็บได้พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายขามีประโยชน์ในการใช้งานด้านความสะดวกสบาย และมีอุปกรณ์ออกกำลังกายเสริมแก่ผู้ใช้.


Pulmonary Artery Sarcoma: A Rare Cause Of Lung Masses And Tumor Emboli, Wasin Jirisant, Napplika Kongpolprom Nov 2014

Pulmonary Artery Sarcoma: A Rare Cause Of Lung Masses And Tumor Emboli, Wasin Jirisant, Napplika Kongpolprom

Chulalongkorn Medical Journal

We reported here a case of pulmonary artery sarcoma. The patient presented with progressive dyspnea on exertion for 2 months. Chest radiography showed a large lobulated mass in the right lower lung field. Chest CT scan showed 2 pulmonary masses in the rightmiddle lobe and the right-lower lobe, with extensive filling defects in the right and left pulmonary arteries. A core needle biopsy of the larger mass showed an undetermined type of sarcoma. Pulmonary arteries were considered the primary origin of the sarcoma. Pulmonary endarterectomy with tumor debulking was performed to relieve the patient's symptoms in a combination with adjuvant …


ดรรชนีผู้แต่งจุฬาลงกรณ์เวชสาร 2014, N/A Nov 2014

ดรรชนีผู้แต่งจุฬาลงกรณ์เวชสาร 2014, N/A

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


ดรรชนีบทความจุฬาลงกรณ์เวชสาร 2014, N/A Nov 2014

ดรรชนีบทความจุฬาลงกรณ์เวชสาร 2014, N/A

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Cardiac Herniation Following Intrapericardial Pneumonectomy In An Advanced Lung Cancer Patient With Intractable Lung Abscess, Napplika Kongpolprom Nov 2014

Cardiac Herniation Following Intrapericardial Pneumonectomy In An Advanced Lung Cancer Patient With Intractable Lung Abscess, Napplika Kongpolprom

Chulalongkorn Medical Journal

This is a case report of cardiac herniation following right lower lobe lobectomy in a non-small-cell lung cancer patient who previously underwent right upper lobe and right middle lobe lobectomies. The patient presented with obstructive shock with refractory hypoxemia at the 8th hour after the lobectomy with radical removal of the tumor and complicated lung abscess via intrapericardial approach. Chest radiography showed cardiac displacement to the right hemithorax. Cardiac herniation was diagnosed. Consequently, emergency rethoracotomy was performed to explore the cause of this complication and reduce the heart to the normal position. A large pericardial defect was found and subsequently …


Polymorphisms Of Abcc2, Abcc4, Abcc10 And Slc22a6 In Thai Hiv - Infected Patients, Siwaporn Mitruk, Anchalee Avihingsanon, Baralee Punyawudho Nov 2014

Polymorphisms Of Abcc2, Abcc4, Abcc10 And Slc22a6 In Thai Hiv - Infected Patients, Siwaporn Mitruk, Anchalee Avihingsanon, Baralee Punyawudho

Chulalongkorn Medical Journal

Background : Drug transporters including ABCC2, ABCC4, ABCC10 and SLC22A6 play important roles in regulating physiologic solute and fluid balance in the cell. They also involve in drug delivery into the organs. Therefore, genetic variations of these transporters may influence the pharmacokinetics of drugs and major pharmacological active metabolites. The information of transporter gene polymorphisms can be useful as guidance for the study of the association between genetic variations and pharmacokinetics of drugs. Objective : To determine the allele frequency of ABCC2, ABCC4, ABCC10 and SLC22A6 in Thai HIV - infected patients. Research design : Cross-sectional study. Setting : The …


Uremic Tumoral Calcinosis, Report Of A Rare Case At King Chulalongkorn Memorial Hospital, Chanat Kumtornrut, Numphung Numkarunarunrote, Pawinee Rerknimitr Nov 2014

Uremic Tumoral Calcinosis, Report Of A Rare Case At King Chulalongkorn Memorial Hospital, Chanat Kumtornrut, Numphung Numkarunarunrote, Pawinee Rerknimitr

Chulalongkorn Medical Journal

Uremic tumoral calcinosis is primarily found in patients with chronic kidney disease (CKD) or end-stage renal disease (ESRD). Its clinical and radiologic presentations are highly characteristic. We herein report a case of a 33-year-old Thai male with ESRD and tertiary hyperparathyroidism. He presented with multiple cystic nodules on the right shoulder, hands, and feet without causing joint destruction for 2 years. The plain radiographs of the right shoulder and hands showed the pathognomonic "sedimentation sign". The patient underwent subtotal parathyroidectomy, as a result, the masses significantly decreased in size 3 months later. This case should increase the awareness among dermatologists …


ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของวัยรุ่นตั้งครรภ์แรก, พูนสุข ช่วยทอง, บังอร นามกร, เปรมวดี คฤหเดช, สุรางค์ เชื้อวณิชชากร Nov 2014

ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของวัยรุ่นตั้งครรภ์แรก, พูนสุข ช่วยทอง, บังอร นามกร, เปรมวดี คฤหเดช, สุรางค์ เชื้อวณิชชากร

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : วัยรุ่นตั้งครรภ์ควรสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและทารกในครรภ์ ทั้งนี้เพราะวัยรุ่นตั้งครรภ์ที่มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองสูงจะมีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคงพึงพอใจตนเองรับรู้ และยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงพร้อมที่จะเผชิญปัญหาทั้งด้านร่างกายจิตใจอารมณ์ และสังคมสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาเรื่องดังกล่าวเพื่อจะได้นำผลการวิจัยใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของวัยรุ่นตั้งครรภ์แรกวัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของวัยรุ่นตั้งครรภ์แรก และเพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองรูปแบบการวิจัย : เป็นการวิจัยแบบสำรวจภาคตัดขวางสถานที่ทำการศึกษา : จังหวัดอุบลราชธานีตัวอย่างและวิธีการศึกษา : กลุ่มตัวอย่างจำนวน 268 รายใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน(Multi-Stage Random Sampling) จากวัยรุ่นตั้งครรภ์แรกที่มาฝากครรภ์ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดอุบลราชธานี เก็บรวบรวมข้อมูล โดยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และแบบประเมินความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของโรเซนเบอร์ก (Rosenberg, 1965) มีค่าความเชื่อมั่นดังนี้ การดูแลตนเอง 0.73 ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง 0.99 และการสนับสนุนทางสังคม 0.97 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้คือค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean)ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviations) การทดสอบไคสแควร์(Chi-square test) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’sProduct Moment Correlation Coefficient)ผลการศึกษา : กลุ่มตัวอย่างมีอายุ 17 ปีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 26.9 อายุต่ำสุด 13 ปีร้อยละ10.4 อาชีพรับจ้างมากที่สุดร้อยละ 41.4 ฝากครรภ์ครั้งแรกอายุครรภ์ <12 สัปดาห์มากที่สุดร้อยละ 49.3 มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองระดับปานกลางมากที่สุดร้อยละ 70.9 รองลงมาต่ำและสูงร้อยละ 16.0 และ 13.1 ตามลำดับ อายุครรภ์ที่ฝากครรภ์ครั้งแรกมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p <0.05) อายุมีความสัมพันธ์ทางลบกับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง(r = -0.137) และการดูแลตนเองโดยรวม (r = 0.128) ด้านรักษาสุขภาพจิต (r = 0.167) การสนับสนุนทางสังคมด้านวัตถุสิ่งของ(r = 0.194) มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05) ส่วนระดับการศึกษา สถานภาพสมรส อาชีพ รายได้ครอบครัว และการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมไม่มีความสัมพันธ์ทางสถิติกับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง (p >0.05)สรุป : หน่วยบริการการฝากครรภ์ควรส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในการฝากครรภ์และพัฒนาวิธีจัดการรักษาความรู้สึกนับถือตนเอง เพื่อให้วัยรุ่นตั้งครรภ์แรกมีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองระดับสูงเพิ่มชึ้น.


Thrombolytic Therapy In Patients With Submassive Pulmonary Embolism: A Systematic Review, Donya Kittinaradorn, Nichthida Tangnuntachai, Nicha Wongjarupong, Duangthip Longchit, Songphoom Atipookanok, Thosaporn Boondarikpornpant, Titaporn Nopmaneepaisarn, Thipyada Papassornsiri, Thanion Soopanit, Tanaboon Tantirungsi, Thanapat Supakmontri, Tanavadee Rattanaphong, Tanawin Suksirivoraboot, Monvasi Pachinburavan, Pisut Katavetin Nov 2014

Thrombolytic Therapy In Patients With Submassive Pulmonary Embolism: A Systematic Review, Donya Kittinaradorn, Nichthida Tangnuntachai, Nicha Wongjarupong, Duangthip Longchit, Songphoom Atipookanok, Thosaporn Boondarikpornpant, Titaporn Nopmaneepaisarn, Thipyada Papassornsiri, Thanion Soopanit, Tanaboon Tantirungsi, Thanapat Supakmontri, Tanavadee Rattanaphong, Tanawin Suksirivoraboot, Monvasi Pachinburavan, Pisut Katavetin

Chulalongkorn Medical Journal

Background : The use of thrombolytic therapy in patients with submassive pulmonary embolism (PE) is still controversial. Objective : To evaluate the role of thrombolytic therapy in patients with submassive PE. Design : Systematic review. Setting : Faculty of Medicine, Chulalongkorn University. Methods : We performed a literature search using Pubmed, Scopus, scientific abstracts from meetings, and bibliographies of retrieved articles. Only randomized control trials were included in this systematic review. Result : Three randomized control trials were identified. All these studies excluded patients with high risk of bleeding. The evidence from randomized control trials identified in this systematic review …


Prevalence Of Vascular Thrombosis And Obstetric Complications In Systemic Lupus Erythematosus Patients With Antiphospholipid Antibody, Pailin Mahaparn, Ponlapat Rojnuckarin Nov 2014

Prevalence Of Vascular Thrombosis And Obstetric Complications In Systemic Lupus Erythematosus Patients With Antiphospholipid Antibody, Pailin Mahaparn, Ponlapat Rojnuckarin

Chulalongkorn Medical Journal

Background : The European League Against Rheumatism (EULAR) recommends primary prophylaxis with aspirin and hydroxychloroquine in systemic lupus erythematosus (SLE) patients with antiphospholipid antibodies without prior thrombosis. However, Asian populations may have lower incidence of thrombosis and the role of primary prophylaxis is unclear. Therefore, we examined the prevalence of thrombosis in Thai antiphospholipid-positive SLE patients. Methods : The medical records of SLE patients (N = 715) admitted to King Chulalongkorn Memorial Hospital from 2002 - 2012 were studied. Two hundred and eighteen patients were investigated for antiphospholipid antibodies, and 82 of them (37.6%) were positive. These 82 patients were …


คำขอบคุณ, N/A Nov 2014

คำขอบคุณ, N/A

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


เครื่องมือประเมินความสุขของผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา, พลอยชมพู มณีสุขเกษม, ชาวิท ตันวีระชัยสกุล Nov 2014

เครื่องมือประเมินความสุขของผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา, พลอยชมพู มณีสุขเกษม, ชาวิท ตันวีระชัยสกุล

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : ที่ผ่านมามีเครื่องมือประเมินสุขภาพของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ แต่ยัง ไม่พบเครื่องมือที่ใชี้ประเมินความสุขของผู้สูงอายุ แม้ว่าความสุขจะ เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับชี้วขณะของชีวิต และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ แตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุแต่เครื่องมือประเมินความสุขผู้สูงอายุ ฉบับนี้พัฒนาเพื่อวัดในด้านต่าง ๆ เพื่อประเมินความสุขของผู้สูงอายุ และเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความสุขวัตถุประสงค์ : สร้างเครื่องมือประเมินความสุขของผู้สูงอายุ และทดลองประเมิน ความสุขของผู้สูงอายุรูปแบบการวิจัย : การสร้างและประเมินเครื่องวัดสถานที่ทำการศึกษา : บ้านพักคนชราแห่งหนึ่งในประเทศไทยตัวอย่างและวิธีการศึกษา : เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราแห่งหนึ่งในประเทศ ไทย 78 คน โดยใชี้แบบสอบถามเครื่องมือประเมินความสุขของ ผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป และข้อคำถามของ แบบสอบถามเครื่องมือประเมินความสุขของผู้สูงอายุ และเครื่องชี้วัด คุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อผลการศึกษา : ค่าความเที่ยงของเครื่องมือประเมินความสุขของผู้สูงอายุพังฉบับอยู่ที่ 0.887 การหาความตรงด้านเนื้อหาเมื่อเที่ยบกับแบบสอบถามที่เป็น มาตรฐานคือเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อได้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์(r) เท่ากับ 0.738 (P - value <0.01) การหา ความตรงเชิงโครงสร้างขององค์ประกอบ 7 องค์ประกอบคือ 0.615 - 0.840สรุป : ค่าความเที่ยงของเครื่องมือประเมินความสุขของผู้สูงอายุทั้งฉบับ อยู่เกณฑ์สูง การหาความตรงด้านเนื้อหาพบว่ามีความสัมพันธ์ที่ดี และมีนัยสำคัญทางสถิติส่วนการหาความตรงเชิงโครงสร้าง พบว่าจาก เดิมแบ่งโดยใช้เรื่องภายนอกและภายในของผู้สูงอายุเป็นเกณฑ์ หลัง จากวิเคราะห์องค์ประกอบได้ 7 องค์ ประกอบเครื่องมือประเมิน ความสุขของผู้สูงอายุ เหมาะที่จะใช้ในผู้สูงอายุบ้านพักคนชรา.ความสุข, ผู้สูงอายุ, เครื่องมือประเมิน, บ้านพักคนชรา


Multidetector Computed Tomography Angiographic Imaging Of The Inferior Mesenteric Artery: Aberrant Branches And Branching Patterns, Punnaporn Ubolviroj, Kiat Arjhansiri Sep 2014

Multidetector Computed Tomography Angiographic Imaging Of The Inferior Mesenteric Artery: Aberrant Branches And Branching Patterns, Punnaporn Ubolviroj, Kiat Arjhansiri

Chulalongkorn Medical Journal

Background : Most of colonic polyp and colorectal carcinoma are found in inferior mesenteric artery (IMA) supplied segments. Complication such as bleeding is crucial role for endovascular embolization and chemotherapy. Knowledge of vascular anatomy is important for successful interventional procedure. Objective : To determine the branching patterns and different aberrant arterial branches of IMA in Thai population by using multidetector computed tomography (MDCT) angiography. Setting : Department of Radiology, King Chulalongkorn Memorial Hospital. Study design : Retrospective descriptive study. Methods : A total of 165 patients who underwent MDCT angiography of the whole aorta from January 2009 to December 2011 …


ความต้องการทางปัญญาของนิสิตชั้นปีที่ 1จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปวัญรัตน์ อัศยาพร, ชัยชนะ นิ่มนวล Sep 2014

ความต้องการทางปัญญาของนิสิตชั้นปีที่ 1จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปวัญรัตน์ อัศยาพร, ชัยชนะ นิ่มนวล

Chulalongkorn Medical Journal

เหตุผลของการทำวิจัย : ความต้องการทางปัญญาเป็นแนวโน้มที่บุคคลจะชอบและทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด เนื่องด้วยเป็นปัจจัยในตัวบุคคลก็น่าสนใจว่านิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความต้องการทางปัญญาเป็นอย่างไร และปัจจัยใดบ้างมีผลต่อความต้องการทางปัญญาเพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการค้นหาแนวทางส่งเสริมความสามารถของนิสิตต่อไปวัตถุประสงค์ : เพื่อประเมินระดับความต้องการทางปัญญาและศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางปัญญาของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรูปแบบการวิจัย : การศึกษาวิจัย ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งสถานที่ทำการศึกษา : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตัวอย่างและวิธีการศึกษา : ตัวอย่าง คือ นิสิตที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 840 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามทั่วไปและแบบวัดความต้องการทางปัญญาวิเคราะห์ระดับความต้องการทางปัญญาใช้สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ปัจจัยใช้ t-test, One-way ANOVA และMultiple LinearRegression Analysisผลการศึกษา : นิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่มีความต้องการทางปัญญาอยู่ในระดับสูง โดยเพศชายมีความต้องการทางปัญญามากกว่าเพศหญิง (B = -1.39, p = .001, 95%CI= -2.20, -.58)กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีอิทธิพลต่อคะแนนความต้องการทางปัญญาในเชิงบวกสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ (B = 2.201, p = <.001, 95%CI = 1.22, 3.18) และเกรดเฉลี่ยก็มีอิทธิพลต่อความต้องการทางปัญญาในเชิงบวกใกล้ระดับมีนัยสำคัญทางสถิติ (B =.601, p = .056, 95%CI = .02, 1.22)สรุป : นิสิตมีความต้องการทางปัญญาในระดับสูง และปัจจัยที่สามารถทำนายความต้องการทางปัญญา ได้แก่ เพศ กลุ่มคณะที่กำลังศึกษาอยู่ และเกรดเฉลี่ย.


Relationship Of 99mtc-Pertechnetate And 131i Thyroid Uptake In Patient With Hyperthyroidism, Chatchai Navikhacheevin, Anchali Krisanachinda, Kanaungnit Kingpetch Sep 2014

Relationship Of 99mtc-Pertechnetate And 131i Thyroid Uptake In Patient With Hyperthyroidism, Chatchai Navikhacheevin, Anchali Krisanachinda, Kanaungnit Kingpetch

Chulalongkorn Medical Journal

Background : Measurement of the thyroid uptake is usually performed with 131I to determine therapeutic dose in patients treated hyperthyroidism with 131I. 99mTc-pertechnetate is also trapped by the thyroid gland in a manner and to a degree very similar to iodine. This study may help identify patients who have discordance in diagnostic and radioactive iodine uptake (RAIU), for better management and treatment results. The thyroidal uptake performed by 99mTc-pertechnetate takes 30 minutes shorter than that performed by 131I for 2 days. Objective : To study the thyroidal uptake by 99mTc-pertechnetate in relation to RAIU in the same patients and to …