Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Operations and Supply Chain Management Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Articles 61 - 90 of 244
Full-Text Articles in Operations and Supply Chain Management
ปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100%, ทับทิม ฐิตเรืองศักดิ์
ปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100%, ทับทิม ฐิตเรืองศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาอิทธิพลของปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่ส่งต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100% ประชากรที่ใช้ในสารนิพนธ์ครั้งนี้คือข้อมูลเชิงตัวเลขที่มีค่าสถิติรายเดือนตั้งแต่ปี 2559-2664 ของตัวแปรอิสระได้แก่ ราคา FOB ของข้าวหอมมะลิ 100% อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและดอลล่าห์สหรัฐ ปริมาณการผลิตข้าวหอมมะลิ ราคา FOB ข้าว Vietnam Jasmine 5% และ World Container Index โดยสถิติที่นำมาใช้ในการศึกษาสารนิพนธ์เล่มนี้ได้แก่ การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression) ซึ่งผลการศึกษาในสารนิพนธ์เล่มนี้พบว่า ตัวแปรอิสระที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100% ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและดอลล่าห์สหรัฐ World Container Index และปริมาณการผลิตข้าวหอมมะลิ ที่ระดับนัยสำคัญที่ 0.05
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก, ธนบัตร ชื่นจิตต์
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก, ธนบัตร ชื่นจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงาน ขับรถบรรทุกโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ 2 ประการ ได้แก่ ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคง อยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก และ ศึกษาแนวทางในการรักษาคนขับรถบรรทุกให้คงอยู่ได้อย่าง ยั่งยืน โดยผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมปัจจัยและคัดเลือกมาทั้งหมด 7 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยในด้านการ ทำงานของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้านที่พักอาศัยของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้าน สภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้านรายได้ของพนักงานขับ รถบรรทุก ปัจจัยด้านสุขภาพของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยส่วนตัวของพนักงานขับรถบรรทุก และปัจจัยด้านการได้งานใหม่ของพนักงานขับรถบรรทุก โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจาก แบบสอบถามที่ได้ทำการสอบถามแก่พนักงานขับรถบรรทุกในบริษัทตัวอย่างแห่งหนึ่งและนำผลที่ ได้จากแบบสอบถามมาทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาประมวลผลใน โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยใช้วิธีเทคนิคการถดถอยโลจิสติกส์ (Logistic Regression Analysis) แบบ Binary Logistic Regression จากการศึกษาผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวแปรต้นทั้งหมด 7 ตัวแปรที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่พนักงานขับรถบรรทุก พบว่ามี 4 ตัวแปรต้นที่ส่งผลต่อการ คงอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก ได้แก่ ปัจจัยด้านที่พักอาศัยของพนักงานขับรถบรรทุก ต่อมาคือ ปัจจัยด้านสุขภาพของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้านรายได้ของพนักงานขับรถบรรทุก และ ปัจจัยด้านการได้งานใหม่ของพนักงานขับรถบรรทุก
การปรับปรุงกระบวนการผลิตหนังสือโดยแนวคิดลีนของบริษัท Aaa จำกัด, ธนวัต ธนสารโชคพิบูลย์
การปรับปรุงกระบวนการผลิตหนังสือโดยแนวคิดลีนของบริษัท Aaa จำกัด, ธนวัต ธนสารโชคพิบูลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยแนวคิดลีนกรณีศึกษาของบริษัท AAA จำกัด รวมถึงหาแนวทางพัฒนาเพื่อให้เวลารวมของการผลิตหนังสือนั้นลดลงซึ่งจะส่งผลให้สามารถผลิตหนังสือได้ทันเวลาการส่งมอบทันเวลา ด้วยการประยุกต์ใช้แผนผังสายธารคุณค่าร่วมกับการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ขั้นตอนการศึกษาทั้งหมดแบ่งเป็น 9 ขั้นตอน ดังนี้ 1) กำหนดผลิตภัณฑ์มาศึกษา ซึ่งเป็นหนังสือที่กำลังผลิตจริงในปี 2566 2) ศึกษากระบวนการทั้งหมดของการผลิตหนังสือว่ามีกระบวนการใดบ้าง ขั้นตอนเป็นอย่างไร 3) การกำหนดปัญหาโดยใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม 4) เก็บข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริงทั้งหมด 7 วัน 5) สร้างแผนผังสายธารคุณค่าสถานะปัจจุบัน 6) วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงเพื่อปรับปรุงแผนผังสายธารคุณค่าใหม่ให้เหมาะสม 7) สร้างแผนผังสายธารคุณค่าสถานะอนาคต 8) นำไปใช้ปฏิบัติงานจริง เป็นระยะเวลา 49 วัน โดยเริ่มใช้ปฏิบัติจริงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 9) สรุปผลการดำเนินงานเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการปรับปรุง ผลจากการวิจัยพบว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดความล่าช้าคือกระบวนการเข้าเล่มจนเสร็จทั้งหมดแล้วจึงค่อยมาเข้าสันกาว หลังจากการปรับปรุงโดยการรวมกระบวนการเข้าเล่มและเข้าสันกาวเข้าด้วยกัน ส่งผลให้สามารถลดเวลาการผลิตรวมของหนังสือได้ถึงร้อยละ 19.24 ในแต่ละวันทำให้การผลิตนั้นสามารถผลิตได้ทันส่งมอบ
การพิจารณาเลือกที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่เหมาะสม กรณีศึกษา : บริษัทขนส่งด่วนระหว่างประเทศ, วัศพจน์ ตากวิริยะนันท์
การพิจารณาเลือกที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่เหมาะสม กรณีศึกษา : บริษัทขนส่งด่วนระหว่างประเทศ, วัศพจน์ ตากวิริยะนันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process) ในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าและหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้านอกจากนี้ยังใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนในการประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติม จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งประกอบไปด้วยทั้งหมด 8 ปัจจัยคือ ปัจจัยด้วยการขนส่ง ปัจจัยด้านแหล่งสินค้า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านแรงงาน ปัจจัยด้านการเงิน ปัจจัยด้านสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ปัจจัยด้านชุมชน และปัจจัยด้านสภาพการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะนำมาใช้ในการพิจารณาทำเลที่ตั้งทางเลือกทั้งหมด 2 แห่ง คือ ถนนเทพารักษ์ กม. 8 จังหวัดสมุทรปราการ และถนนบางนา-ตราด จังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลจากการศึกษาตามกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์พบว่าปัจจัยที่สำคัญ 3 ลำดับแรกที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา คือ ปัจจัยด้านการขนส่ง ปัจจัยด้านแหล่งสินค้า และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งคิดเป็น 71.6 เปอร์เซ็นต์ของค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยทั้งหมด ส่วนทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดคือ ถนนเทพารักษ์ กม. 8 จังหวัดสมุทรปราการ โดยผลวิเคราะห์ความเหมาะสมนั้นก็มีความสอดคล้องกับผลลัพธ์ดังกล่าว ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อสรุปผล อภิปรายผล และวิเคราะห์เหมาะสมในการลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้จากการใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์
การปรับปรุงกระบวนการออกแบบโครงการก่อสร้าง : กรณีศึกษา บริษัทออกแบบภายใน, วิภาวรรณ ตันตินันท์
การปรับปรุงกระบวนการออกแบบโครงการก่อสร้าง : กรณีศึกษา บริษัทออกแบบภายใน, วิภาวรรณ ตันตินันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการออกแบบโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการโดยบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งประสบปัญหาข้อร้องเรียนจากลูกค้าและความล่าช้าในการส่งมอบงาน การศึกษาเริ่มจากการทำแผนผังกระบวนการด้วยเทคนิค BPMN ร่วมกับข้อมูลที่รวบรวมจากการสัมภาษณ์พนักงาน 13 คน และจากการสังเกตการณ์ทำงานซึ่งอาการและสาเหตุของปัญหาได้รับการวิเคราะห์ด้วยวิธี 5W1H และ Why-Why โดยสาเหตุของปัญหาถูกนำมาจัดลำดับความสำคัญ ได้แก่ การตัดสินใจที่ล่าช้าของผู้มีอำนาจ การขาดบุคลากรที่มีความรู้ด้านการก่อสร้าง และการให้ลูกค้าเปลี่ยนแปลงแบบได้แบบไม่จำกัด การใช้หลักการ ECRS และเทคนิค House of Quality ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการที่สำคัญ เพิ่มประโยชน์จากการใช้ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและการก่อสร้าง การจัดตั้ง KPI สำหรับการวัดประสิทธิภาพ และจำกัดการเปลี่ยนแปลงแบบจากลูกค้า
การคัดเลือกผู้ให้บริการบุคคลที่ 3 โดยการใช้กระบวนการตัดสินใจ แบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายสินค้าประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า, อรจิรา บุญเล็ก
การคัดเลือกผู้ให้บริการบุคคลที่ 3 โดยการใช้กระบวนการตัดสินใจ แบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายสินค้าประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า, อรจิรา บุญเล็ก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 (3PL) ในบริษัทกรณีศึกษา บริษัทจำหน่ายมอเตอร์ไฟฟ้า วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยในการคัดเลือกผู้ให้บริการและเพื่อคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 ให้เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าและบริการ ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษา รวบรวมปัจจัยและคัดเลือกเกณฑ์หลักที่ใช้ในการคัดเลือก ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของปัจจัย โดยวิเคราะห์ Rough Step-wise Weight Assessment Ratio Analysis (R-SWARA) จากปัจจัย หลัก 6 ปัจจัย ประกอบด้วย การส่งมอบ ต้นทุน เทคโนโลยีสารสนเทศ ประสิทธิภาพทางการเงิน สิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่น ชื่อเสียงและประสบการณ์ และการปฏิบัติงาน โดยมีการนำเกณฑ์หลัก หลังจากการจัดลำดับมาใช้ในการคัดเลือกผู้ให้บริการ 3PL ในการศึกษานี้ วิเคราะห์เลือกบริษัทผู้ ให้บริการ 3PL 4 ราย ด้วยวิธีวิเคราะห์ Analytic Hierarchy Process (AHP) ผู้ศึกษาจะใช้ แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 7 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ผู้เชี่ยวชาญให้น้ำหนักความสำคัญมากที่สุดคือ การส่งมอบ รองลงมาต้นทุน เทคโนโลยี สารสนเทศ ประสิทธิภาพทางการเงิน การปฎิบัติงานและสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ตามลำดับ ซึ่งผลคะแนน รวมทางเลือกบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 บริษัท B มีคะแนนความสำคัญสูงสุด รองลงมา เป็นบริษัท A บริษัท C และ บริษัท D ซึ่งบริษัท B และ A เป็นบริษัทที่บริษัทกรณีศึกษาใช้บริการ อยู่ในปัจจุบัน
การคัดเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ Api ในต่างประเทศโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น (Ahp) กรณีศึกษาธนาคาร Abc, อารยา อรุณสกุลวงศ์
การคัดเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ Api ในต่างประเทศโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น (Ahp) กรณีศึกษาธนาคาร Abc, อารยา อรุณสกุลวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศของธนาคารกรณีศึกษา ด้วยเทคนิคกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น เนื่องจากปัจจุบันธนาคารกรณีศึกษาอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ A ผู้ให้บริการ B และผู้ให้บริการ C งานวิจัยนี้จึงนำทั้ง 3 ตัวแทนผู้ให้บริการมาเป็นทางเลือกในการพิจารณา ขั้นตอนงานวิจัยเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนผู้ให้บริการต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดเกณฑ์ที่ใช้ในแบบสอบถามด้วยวิธีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ส่วนที่สองเป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในธนาคารกรณีศึกษาผ่านการตอบแบบสอบถาม จากนั้นจึงใช้วิธีวิเคราะห์ตามลำดับชั้น โดยทำการวินิจฉบับเปรียบเทียบความสำคัญของเกณฑ์ทีละคู่ เพื่อศึกษาหาเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API และหาระดับความสำคัญของทางเลือกที่มีผลในการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศ ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า เกณฑ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อกับปลายทาง ค่าใช้จ่าย ความยืดหยุ่นการให้บริการความสามารถของระบบงาน และประวัติบริษัท ตามลำดับ สำหรับทางเลือกที่ธนาคารกรณีศึกษาให้ความสำคัญในการพิจารณาเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศคือ ผู้ให้บริการ A เนื่องจากเกณฑ์และประโยชน์จากผู้ให้บริการ A สามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ธุรกิจของธนาคารกรณีศึกษาได้อย่างเหมาะสม
การรับรู้ และทัศนคติของผู้ที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงต่อภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล : กรณีศึกษา การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย, ณโรจ ศรีวชิรวัฒน์
การรับรู้ และทัศนคติของผู้ที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงต่อภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล : กรณีศึกษา การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย, ณโรจ ศรีวชิรวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษา “การรับรู้ และทัศนคติของผู้ที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงต่อภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล : กรณีศึกษา การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ของลักษณะส่วนบุคคลกับการรับรู้และทัศนคติ ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และความคิดเห็นในการปฏิบัติภารกิจ ด้านการรักษากฎหมายในทะเล ในเรื่องการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายในทะเล และการทำประมงผิดกฎหมาย การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามคือนายทหารสัญญาบัตรที่สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนนายเรือ ที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานในเรือหลวงตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป จำนวน 135 คน โดยใช้แบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างข้าราชการที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวงมีความคิดเห็นต่อการรับรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเลโดยรวมอยู่ในระดับสูง และลักษณะส่วนบุคคล ไม่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำหรับระดับทัศนคติเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของข้าราชการที่ปฏิบัติงานบนเรือหลวง รวมอยู่ในระดับสูง ในส่วนของชั้นยศและระยะเวลาปฏิบัติงาน มีความสัมพันธ์กับทัศนคติเกี่ยวกับภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย, ชวัลวิทย์ โตจิต
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย, ชวัลวิทย์ โตจิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย และวิเคราะห์โอกาสการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกโดยผู้ให้ข้อมูลแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ, สถาบันการศึกษา, สายการบิน, ตัวแทนการขนส่งสินค้าทางอากาศ และผู้ประกอบการส่งออก จำนวน 31 คน แล้วนำมาวิเคราะห์ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) การจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทย ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคต่อประเทศ ประกอบไปด้วย ด้านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้านการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกภาคส่วน ด้านการแข่งขันในตลาด ด้านรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล ด้านการบูรณาการทางการค้าและเศรษฐกิจ จวบจนถึงผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ และ 2) จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ให้ความคิดเห็นว่า โอกาสในการจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทยนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องหาแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมเพื่อเพิ่มปริมาณของสินค้าสำหรับการส่งออก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น จนถึงระดับที่การให้บริการของเครื่องบินประเภทผู้โดยสารในปัจจุบันไม่สามารถรองรับไหว จนจำเป็นต้องจัดตั้งสายการบินขนส่งเฉพาะสินค้าระยะไกล สัญชาติไทยมาให้บริการ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของความเท่าเทียมกันต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทาน เป็นงานวิจัยเชิงผสม (Mixed Research) ทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยประชากร คือผู้ประกอบการร้านขายยาปลีก ที่ได้รับอนุญาตให้ขายยาแผนปัจจุบันประเภท (ขย.1) และผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่งในประเทศไทย จากการรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการแจกแบบสอบถามออนไลน์ และเก็บแบบสอบถามเชิงรุกโดยเข้าไปสุ่มสอบถามที่ร้านขายยา ในเขต อำเภอเมือง จังหวัด นนทบุรี จากนั้นนำผลจากแบบสอบถามสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้วยความเท่าเทียม (Business fairness) ของร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ที่จะส่งผลต่อความไว้วางใจ (Trust) และความภักดี (Loyalty) ของร้านขายยาปลีก 2. เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของความไว้วางใจ (Trust) ต่อความภักดี (Loyalty) และการแนะนำโดยการบอกต่อ (Recommendation by Word of Mouth) ของร้านขายยาปลีก (Retail drugstores) ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) 3. เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ (Business survival) ให้กับร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจยาในยุคปัจจุบัน จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการกระจายความเป็นธรรม (Distributive Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .399 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ ปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .419 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 เห็นได้ว่าปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) นั้นส่งผลกับตัวแปรความไว้วางใจ (Trust) มากกว่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยต้นแบบที่การกระจายความเป็นธรรม ส่งผลต่อความไว้วางใจมากกว่า อาจเป็นผลจากระบบสาธารณสุขในประเทศของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน และช่วงเวลาในการทำการวิจัยอาจส่งผลต่อความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่เปลี่ยนไป ในด้านปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) ที่ .501 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 และปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยการแนะนำแบบบอกต่อ (Recommendation by …
ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล จังหวัดภูเก็ต, ชุติมา คงจังหวัด
ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล จังหวัดภูเก็ต, ชุติมา คงจังหวัด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต และจัดทำข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต ใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ 3 รอบ ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพ และเจ้าของกิจการธุรกิจ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ และนักวิชาการ รวม 31 คน ผลการศึกษาพบว่า รายละเอียดสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล ที่พบมากที่สุด ประกอบด้วย 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ สภาพอากาศเลวร้าย เปลี่ยนแปลงฉับพลัน ค่าเฉลี่ย 3.64 ± 0.63 (mean ± SD) ฐานนิยม (mode) เท่ากับ 4.00 และการเดินเรือด้วยความเร็วสูง ค่าเฉลี่ย 3.57 ± 0.635 (mean ± SD) ฐานนิยม (mode) เท่ากับ 4.00 ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล ได้แก่ ควรมีป้ายแสดงข้อมูลที่ชัดเจน เกี่ยวกับข้อปฏิบัติ และข้อห้ามต่างๆที่ท่าเรือแก่นักท่องเที่ยว และควรมีข้อบังคับสำหรับผู้นำเที่ยวในการให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวตามรายละเอียดบนป้ายดังกล่าวก่อนออกเดินทาง และควรมีหน่วยงานภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่จากภาครัฐประจำแต่ละท่าเรือ เพื่อตรวจสอบความพร้อมเรือ ผู้ปฏิบัติงาน นักท่องเที่ยว ก่อนออกเดินทาง
การศึกษาอุปสรรคและการปรับใช้การจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, ณิชกานต์ อินทะวงศ์
การศึกษาอุปสรรคและการปรับใช้การจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, ณิชกานต์ อินทะวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล 2. เพื่อศึกษาปัญหาที่พบจากการใช้บริการการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล 3.เพื่อเป็นแนวทางในการปรับใช้การให้บริการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ทำการส่งออกสินค้าทางเรือในรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยออกไปต่างประเทศจำนวน 340 ราย และการวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์ในเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 5 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี ได้แก่ การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Beta = .581) มีความสำคัญต่อการเลือกใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน (Beta = .441) นอกจากนั้น ยังพบปัญหาการใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล ได้แก่ ความไม่เสถียรของระบบ ความไม่คุ้นเคยกับระบบ ระบบขาดความยืดหยุ่นการเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ไม่สะดวก บริษัทสายเรือแต่ละแห่งใช้ระบบที่ไม่เหมือนกัน ระบบข้อมูลแตกต่างกัน ความล่าช้าในการตอบรับการจอง การจองไม่เป็นไปตามที่ต้องการ มีข้อจำกัดในการส่งข้อมูลและการเรียกดูข้อมูลย้อนหลัง กระบวนการด้านข้อมูลเอกสารการขนส่งระหว่างประเทศ และการให้บริการดำเนินการจัดการให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ การพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องหรือการโฆษณาผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ลูกค้าหันมาเลือกใช้บริการ ตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนเส้นทางบริการระดับปฏิบัติการในอุตสาหกรรมการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ช่วยส่งเสริมความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการให้บริการ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการให้บริการประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า: กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า: กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัทในกรณีศึกษาใช้วิธีการวางแผนการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้จัดการและพนักงานฝ่ายดูแลสินค้าคงคลังซึ่งส่งผลให้สินค้าในบางช่วงเวลาขาดแคลน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตแบบฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อสายการผลิต ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อตั้งค่าใหม่ เสียโอกาสในการผลิตสินค้า และอัตราส่วนสินค้าที่ได้มาตรฐานจะลดลงจากค่าเฉลี่ย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาสินค้าคงคลังมีมากเกินความต้องการ เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นจากปกติ งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพยากรณ์ยอดขายสินค้าเข้ามาช่วยในการปรับปรุงแผนการผลิต เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลยอดขายย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือน โดยที่ใช้ข้อมูล 24 เดือนแรกในการหาตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลอีก 12 เดือนที่เหลือในการวัดผล ซึ่งพบว่ารูปแบบของข้อมูลยอดขายของ 7 กลุ่มสินค้าหลัก มีลักษณะคงที่ ไม่มีแนวโน้มและไม่มีฤดูกาลเหมือนกันหมด จึงเลือกใช้วิธีวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ในการกำหนดตัวแบบที่เหมาะสมตามแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ยอดขายและวางแผนการผลิตใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งที่ต้องสั่งผลิตสินค้าต่ำกว่ากำหนด และลดจำนวนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายในส่วนสินค้าคงคลังลง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าแผนการผลิตใหม่ที่ใช้การพยากรณ์ยอดขายเข้ามาช่วยในการวางแผน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเก็บรักษาสินค้าคงคลังโดยรวมลงเหลือ 4,188,094 บาท จากเดิม 4,646,831 บาท คิดเป็น 458,737 บาท หรือลดลง 9.87 %
Comparison Analysis Of Direct Shipment And Indirect Shipment From China To Malaysia : A Case Of Plastic Products, Martin Jacobsen
Comparison Analysis Of Direct Shipment And Indirect Shipment From China To Malaysia : A Case Of Plastic Products, Martin Jacobsen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to compare two alternatives for a Thai retail company’s process of shipping plastic product sourced from China to a subsidiary in Malaysia. The first alternative, currently in use, involves shipping the products for Malaysia subsidiary from Chinese suppliers along with those for Thailand in Full Container Load term to Thailand before being subsequently delivered to Malaysia. The second alternative is to directly ship the products from China in Less than Container Load term to Malaysia. The comparison focuses on total shipping cost, which includes sea freight, in-land transport cost, terminal handling charges, container freight station charges, warehousing …
การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้ามอลต์ระหว่างการใช้เรือสินค้าเทกองกับเรือตู้สินค้า, เสาวลักษณ์ ธัญลักษณ์ภาคย์
การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้ามอลต์ระหว่างการใช้เรือสินค้าเทกองกับเรือตู้สินค้า, เสาวลักษณ์ ธัญลักษณ์ภาคย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ต้นทุนรวมโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้า มอลต์ ระหว่างการใช้เรือสินค้าเทกองกับเรือตู้สินค้า โดยทำการศึกษาต้นทุนรวมโลจิสติกส์และ ระยะเวลาในการขนส่งมอลต์จากประเทศออสเตรเลียจนถึงโรงงานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยาด้วยวิธีเรือสินค้าเทกอง โดยปัจจุบันใช้รูปแบบการขนส่งด้วยวิธีเรือตู้สินค้า ผู้วิจัย จะทำการจำลองสถานการณ์ เพื่อทำการเปรียบเทียบกับเส้นทางการขนส่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยจะทำการจำลองสถานการณ์ใน 8 รูปแบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนรวมโลจิสติกส์และ ระยะเวลา ในการขนส่งมอลต์เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลารวมของการ ขนส่งมอลต์ในปัจจุบัน โดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการการขนส่งสินค้าระหว่าง ประเทศและภายในประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยในการศึกษา ผู้วิจัยได้ทำการเปรียบเทียบต้นทุนรวมโลจิสติกส์ 4 ด้านคือ 1. ต้นทุนการขนส่ง (Transportation Cost) 2. ต้นทุนการขนถ่ายสินค้า (Handling Costs) 3. ต้นทุนคลังสินค้า (Warehousing Costs) 4. ต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Cost) ผลการศึกษา พบว่าสินค้าทางการเกษตรจำพวกสินค้ามอลต์ รูปแบบการขนส่งวิธีเรือสินค้า เทกองมีต้นทุนรวมโลจิสติกส์ต่ำกว่าการขนส่งวิธีเรือตู้สินค้า แต่อย่างไรก็ตามควรพิจารณาถึงปัจจัย อื่นร่วมด้วย อาทิเช่น ระดับน้ำหรือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขนส่งด้วยเรือเทกองในแต่ละ ช่วงเวลาของปี
การปรับปรุงกระบวนการคำสั่งซื้อของลูกค้า : กรณีศึกษา บริษัท Freight Forwarder, ชนัสฐา คณะทอง
การปรับปรุงกระบวนการคำสั่งซื้อของลูกค้า : กรณีศึกษา บริษัท Freight Forwarder, ชนัสฐา คณะทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินการของแผนกส่งออกทางทะเลของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งโดยศึกษาด้วยเงื่อนไขการซื้อขายแบบ FOB, EXW และ CIF โดยงานใช้การศึกษากระบวนการทำงานโดยแผนผัง Flow chart และแผนผัง IDEFO เพื่อระบุกิจกรรมหลักทั้งหมดที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด นอกจากนี้ ศึกษาผ่านแบบสอบถาม พนักงานที่เกี่ยวข้องและลูกค้า เพื่อระบุปัญหาของกิจกรรมที่พบ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าปัญหาที่สำคัญที่สุด 3 ประการคือ 1) ความคลาดเคลื่อนของต้นทุนขายและใบแจ้งหนี้ของสายเรือ 2) ความล่าช้าในการแก้ไขหรือยืนยันใบตราส่ง และ 3) ข้อผิดพลาดในการยืนยันการจองระวางเรือ โดยได้ใช้แผนภาพก้างปลาในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ ซึ่งผลจากการศึกษานำไปสู่การนำเสนอแนวทางการปรับปรุงด้วยเครื่องมือ ECRS (การกำจัด, การรวบรวม, การจัดเรียงใหม่ และการทำให้ง่ายขึ้น)
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform : กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform : กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงงานพิเศษฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิต่อการยอมรับการใช้งาน เทคโนโลยีสำหรับผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมทางด้านขนส่งสินค้าทางทะเลหรือสาสยเรือนั้นมีการแข่งขันกันสูง มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านบริการ ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้ การทำงาน มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และผู้ใช้บริการรับรู้ ถึงประโยชน์ของการใช้งาน โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ จำนวน 350 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัสายเรือ XYZ จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน ผลการศึกษาพบว่า ด้าน ความคาดหวังในประสิทธิภาพ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความ ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน
ทัศนคติผู้บริโภคต่อธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงพร้อมระบบติดตามระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่, ณิชากร เพ็ชรตุ่น
ทัศนคติผู้บริโภคต่อธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงพร้อมระบบติดตามระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่, ณิชากร เพ็ชรตุ่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ทัศนคติผู้บริโภคต่อธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงพร้อมระบบติดตามระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นการศึกษาเพื่อเสาะหาช่องทางในการทำธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงแบบใหม่ ที่คาดว่าจะสามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคและตลาดสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยผู้วิจัยได้คำนวณต้นทุน และราคาค่าขนส่ง ซึ่งมีทั้งหมด 5 ราคา โดยแยกตามขนาด จากนั้นก็ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม ซึ่งถามถึงลักษณะทางประชากรศาสตร์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงความถี่ในการพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยว ลักษณะทางประชากรศาสตร์ของสัตว์เลี้ยงและการยอมรับราคาฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในการติดตามการขนส่งสัตว์เลี้ยง คุณลักษณะการบริการและเหตุผลที่ต้องการใช้บริการ ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ยอมรับราคาที่ตั้งไว้ที่ 2,400 บาท (XS), 3,000 บาท (S), 3,800 บาท (M), 4,600 บาท (L), 5,300 บาท (XL) และ 6,100 บาท (XXL) มีความเห็นด้วยกับคุณลักษณะการให้บริการที่ตั้งไว้ และมีเหตุผลในการใช้บริการคือการท่องเที่ยว การย้ายถิ่นฐาน และการยกให้เจ้าของใหม่ สำหรับการยอมรับราคา ตัวแปรที่มีอิทธิพลคือเงินเดือนของเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยพบว่ายิ่งฐานเงินเดือนน้อยลง ยิ่งมีแนวโน้มปฏิเสธมากขึ้นและในส่วนที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นที่จ่ายเงินเพิ่ม พบว่า สายพันธุ์ มีอิทธิพลมากที่สุดในการยอมรับฟังก์ชั่น โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก มีแนวโน้มยอมรับมากกว่าสายพันธุ์อื่น เนื่องจากความอ่อนแอตามสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มที่จะป่วยหรือเกิดความผิดปกติมากกว่าสายพันธุ์อื่น
การวิเคราะห์ต้นทุนการจัดการรับคืนสินค้าด้วยการคิดต้นทุนฐานกิจกรรมเกณฑ์เวลา, ทศพร มะโนแสน
การวิเคราะห์ต้นทุนการจัดการรับคืนสินค้าด้วยการคิดต้นทุนฐานกิจกรรมเกณฑ์เวลา, ทศพร มะโนแสน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์ต้นทุนการจัดการรับคืนสินค้า โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรมเกณฑ์เวลามาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ โดยรวบรวมข้อมูลจากบริษัทตัวอย่างแห่งหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจจัดหน่ายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เครื่องสำอาง และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ แก่ร้านค้าในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยทำการศึกษาตั้งแต่การรับเรื่องรวบรวมคำสั่งการคืนสินค้า การติดตามสินคืน การรับสินค้าคืน การคัดแยกสภาพสินค้า จนไปถึงการจัดเก็บสินค้า ในการสร้างระบบต้นทุนฐานกิจกรรมเกณฑ์เวลา เริ่มจากการวิเคราะห์กิจกรรมของแผนกต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ แล้วทำการหาเวลามาตรฐานในการทำงานโดยใช้การจับเวลาทำการคำนวณหาอัตราต้นทุนกำลังการผลิต ทำการคำนวณต้นทุนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ การศึกษาในครั้งนี้พบว่าต้นทุนประเภทบุคลากร อันได้แก่ เงินเดือนและค่าจ้างพนักงานเป็นต้นทุนที่มีสัดส่วนที่สูง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์สูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นต้นทุนที่ไม่ได้ใช้งาน การศึกษาจึงได้เสนอแนวทางนโยบายการลดการคืนสินค้า ปรับปรุงกระบวนลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและการพิจารณาทบทวนในการใช้พนักงานร่วมกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของตู้คอนเทนเนอร์และเรือเทกอง : กรณีศึกษาสินค้ากระดาษ, ปิยวัช ศรีโรจนรัตน์
การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของตู้คอนเทนเนอร์และเรือเทกอง : กรณีศึกษาสินค้ากระดาษ, ปิยวัช ศรีโรจนรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากกรณีศึกษาของบริษัทผู้ผลิตกระดาษในประเทศไทยที่มีการส่งออกกระดาษจาก ประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก โดยกลุ่มประเทศหลักที่มีการส่งออกได้แก่ กลุ่มประเทศใน ทวีปเอเชียและยุโรป ซึ่งรูปแบบหลักของการขนส่งดั้งเดิมที่ใช้จะเป็นรูปแบบของตู้คอนเทนเนอร์ ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งนี้เทอมการซื้อขายสินค้าของบริษัทจะเป็นเทอม CIF (Cost Insurance & Freight) ทั้งหมดซึ่งบริษัทเป็นผู้จัดสรรกิจกรรมโลจิสติกส์ตั้งแต่หน้าโรงงานจนถึงท่าเรือปลายทาง แต่เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลให้ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ปรับตัวสูงขึ้น 3 - 4 เท่า จึงเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในด้านของต้นทุนการขนส่ง สารนิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งเน้นที่จะศีกษารูปแบบการขนส่งแบบเทกองเพื่อเป็นทางเลือกของ การขนส่ง โดยทำการศึกษาต้นทุนของรูปตู้คอนเทนเนอร์และรูปแบบเทกองภายใต้การคำนวณ ต้นทุนตลอดทั้งปีในเส้นทางหลักของบริษัทจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือ Antwerp ซึ่งข้อมูล ด้านต้นทุนของแต่ละกิจกรรมเป็นการเก็บรวบรวมจากบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และนำ ต้นทุนมาเฉลี่ยเพื่อเป็นค่ากลางสำหรับการคำนวณ ผลการศึกษาพบว่ารูปแบบเทกองมีต้นทุนที่ต่ำ กว่ารูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 แต่ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณา ในช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด 19 ที่สถานการณ์ค่าระวางปรับตัวกลับมาเป็นปกติ พบว่ารูปแบบตู้ คอนเทนเนอร์ยังคงเป็นรูปแบบที่มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด
การเปรียบเทียบต้นทุนการนำเข้าแผ่นยาง ระหว่างเทอมการซื้อขาย Fob และ Cif, ยุจชรีย์ จันทร์มีศรี
การเปรียบเทียบต้นทุนการนำเข้าแผ่นยาง ระหว่างเทอมการซื้อขาย Fob และ Cif, ยุจชรีย์ จันทร์มีศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงวิธีการลดต้นทุนการนำเข้าแผ่นยางจากประเทศจีนด้วยวิธีการเปลี่ยน Incoterm จาก FOB เป็น CIF โดยการศึกษาวิจัยนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนรวมโลจิสติกส์ในการนำเข้าสินค้าระหว่างเทอม FOB และ CIF โดยใช้การศึกษาและเก็บข้อมูลต้นทุนรวมโลจิสติกส์ รวมไปถึงการจำลองสถานการณ์เปรียบเทียบ ค่าขนส่งสินค้า 3 กรณีคือ กรณีที่ค่าขนส่งสินค้าเป็นแบบ Best Case FOB เปรียบเทียบกับ CIF, กรณี Worst Case FOB เปรียบเทียบกับ CIF และ Best Case FOB เปรียบเทียบกับ Worst case FOB ส่วนที่สองผู้วิจัยใช้วิธีการกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytical Hierarchy Process) เพื่อมาวิเคราะห์ปัจจัยในการคัดเลือก Incoterm ในการนำเข้าสินค้าระหว่าง FOB และ CIF โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า การนำเข้าสินค้าด้วยเทอม FOB มีต้นทุนรวมโลจิสติกส์ที่ต่ำกว่า CIF อยู่ที่ 13% ในส่วนของการจำลองสถานการณ์ค่าขนส่งสินค้าสินค้า 3 แบบพบว่า กรณี Best case FOB เปรียบเทียบกับ CIF พบว่า Best Case FOB มีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่ต่ำกว่า, กรณี Worst Case FOB เปรียบเทียบกับ CIF พบว่า Worst Case FOB มีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่สูงกว่า และ กรณี Best Case FOB เปรียบเทียบกับ Worst Case FOB พบว่า Best Case FOB มีต้นทุนค่า ขนส่งสินค้าที่ต่ำกว่า ในส่วนของการวิเคราะห์ปัจจัยเพื่อคัดเลือก …
การปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลัง : กรณีศึกษา บริษัทค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง, วจนวรรณ จันทวี
การปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลัง : กรณีศึกษา บริษัทค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง, วจนวรรณ จันทวี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ธุรกิจค้าปลีกสินค้า เป็นธุรกิจที่ต้องมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกับผู้แข่งขันรายอื่นๆ โดยส่วนใหญ่แล้วการดำเนินงานภายใต้ธุรกิจ ลักษณะนี้มักไม่ทราบค่าความต้องการซื้อของลูกค้าได้ล่วงหน้า อีกทั้งลักษณะความต้องการสินค้า ยังมีลักษณะผันผวน ดังนั้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการสินค้าคงคลังแล้ว บริษัทควรมีนโยบายในการเติมเต็มสินค้าคงคลังที่เหมาะสม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายใต้ต้นทุนการบริหารจัดการที่เหมาะสม จากการศึกษาพบว่าในปัจจุบันบริษัทไม่ได้มีการกำหนด นโยบายในการเติมเต็มสินค้าคงคลัง ทั้งมิติทางด้านปริมาณ และเวลาในการสั่งซื้อ ทำให้เกิดปัญหา การจัดเก็บสินค้าคงคลังที่มากเกินไป ในขณะเดียวกันสินค้าบางประเภทกลับเกิดปัญหาสินค้าขาด มือ งานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง โดย แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่การพยากรณ์ความต้องการสินค้า และการกำหนด นโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังภายใต้ระยะเวลานำ และรอบการสั่งที่คงที่ ในส่วนขั้นตอนการ พยากรณ์ความต้องการสินค้านั้นพบว่าวิธีการที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละรายการสามารถให้ค่าความ คลาดเคลื่อนจากการพยากรณ์ไม่เกิน 10% ซึ่งสามารถใช้เป็นมาตรฐานในการกำหนดปริมาณสินค้า คงคลังสำรองเพื่อความปลอดภัย และระดับคงคลังเป้าหมาย (OUL) เมื่อดำเนินการทดสอบ นโยบายที่นำเสนอ พบว่าปริมาณสินค้าคงคลังสามารถลดลงได้มากถึง 41% ลดต้นทุนรวมลงได้ 25% และสามารถปรับปรุงความสามารถในการให้บริการเป็น 95% ได้
การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งออกน้ำตาลด้วยตู้คอนเทนเนอร์, วิริญา ภานุพงษ์
การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งออกน้ำตาลด้วยตู้คอนเทนเนอร์, วิริญา ภานุพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกของระบบโลจิสติกส์ของการส่งออกน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์บรรจุกระสอบด้วยตู้คอนเทนเนอร์ที่เหมาะสมที่สุดโดยเปรียบเทียบในสี่ทางเลือก ระบบแรกที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือการขนย้ายน้ำตาลไปจัดเก็บไว้เป็นสินค้าคงคลังเพื่อรอการส่งออกที่คลังสินค้าเช่าภายนอกที่อยู่ห่างไกลจากโรงงานและใช้รถหัวลากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุน้ำตาลที่คลังสินค้าเพื่อขนส่งนำไปท่าเรือแหลมฉบัง ระบบที่สองใช้รถหัวลากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุน้ำตาลที่โรงงานแล้วขนส่งนำไปท่าเรือแหลมฉบังระบบที่สามมีรูปแบบคล้ายกับระบบที่สองแต่ใช้การขนส่งทางรถไฟเพื่อนำตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุน้ำตาลที่โรงงานแล้วขนส่งนำไปท่าเรือแหลมฉบังด้วยรถไฟ และระบบที่สี่คือการขนย้ายน้ำตาลไปทำการบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่คลังสินค้าภายนอกใกล้กับท่าเรือแหลมฉบังแล้วใช้รถหัวลากขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปท่าเรือแหลมฉบัง ผลการวิเคราะห์พบว่าทางเลือกที่มีต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำที่สุดคือระบบที่สามที่ทำการบรรจุน้ำตาลเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่โรงงานแล้วขนส่งด้วยรถไฟไปท่าเรือ และทางเลือกที่มีต้นทุนทางโลจิสติกส์ที่น้อยที่สุดถัดมาได้แก่ระบบที่สี่ซึ่งนำน้ำตาลไปทำการบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ที่คลังสินค้าใกล้ท่าเรือ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบในเชิงระยะเวลาการขนส่ง ระบบที่สี่นั้นใช้ระยะเวลามากกว่าหนึ่งวันเพียงเล็กน้อยเพื่อขนส่งน้ำตาลกระสอบบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ไปท่าเรือหลังจากที่มีการแจ้งรับน้ำตาลจากสายเรือ ในขณะที่ระบบที่สามต้องใช้ระยะเวลาสี่วันและอาจพบความเสี่ยงจากการบริการของรถไฟที่ยังไม่มีความเสถียรเพียงพอ โดยสรุปแล้วในด้านต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลาการขนส่งจึงเลือกใช้ระบบที่สี่ซึ่งเป็นระบบที่ดีที่สุด
การจัดการวัตถุดิบคงคลัง : กรณีศึกษาวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก, ศศิยา ฉิมไทย
การจัดการวัตถุดิบคงคลัง : กรณีศึกษาวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก, ศศิยา ฉิมไทย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดวิธีการจัดการสินค้าคงคลังของวัตถุดิบที่มีระยะเวลารอคอยนาน โดยประเมินจากวิธีการสั่งซื้ออย่างประหยัด (EOQ) และวิธีการจำลองสถานการณ์มอนติคาร์โล ซึ่งจะใช้ 2 วิธีการนี้ในการกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ จุดสั่งซื้อใหม่ และต้นทุนรวมซึ่งเป็นผลลัพธ์จากต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนการจัดเก็บสินค้าคงคลัง โดยใช้ข้อมูลปริมาณการใช้งานย้อนหลัง 24 เดือนของวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกจำนวน 3 ชนิด ในการวิเคราะห์ จากผลการศึกษาพบว่าวิธีการจำลองสถานการณ์มอนติคาร์โลให้นโยบายการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีกว่าวิธีการ EOQ ในแง่ของต้นทุนรวม นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พบว่านโยบายที่กำหนดโดยวิธีการจำลองสถานการณ์ทำให้ต้นทุนลดลงโดยเฉลี่ย 66%
การประยุกต์ใช้ Scor Model ในการปรับปรุงกระบวนการของศูนย์เติมเต็มคำสั่งซื้อ, ศิรารัฏฐ์ อมรรุ่งเรือง
การประยุกต์ใช้ Scor Model ในการปรับปรุงกระบวนการของศูนย์เติมเต็มคำสั่งซื้อ, ศิรารัฏฐ์ อมรรุ่งเรือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากแนวโน้มของตลาดซื้อขายออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความต้องการที่จะลดความเสี่ยง เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โยการลดการถือครองสินทรัพย์ผลักดันให้มีการพึ่งพาผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PL) มากขึ้น เป็นเหตุให้งานวิจัยนี้ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท 3PL กรณีศึกษา โดยนำหลักการของ Supply Chain Operation Reference (SCOR) Model เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยอาศัยการนิยามกระบวนการตาม SCOR Process และใช้มาตรวัดระดับที่ 1 ของ SCOR ในการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อนำไปเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและคู่แข่งผ่าน Strategy Canvas เพื่อทำการกำหนดเป้าหมายประสิทธิภาพที่บริษัทต้องการ และใช้มาตรวัดในระดับ 2 และ 3 ของ SCOR เพื่อหาสาเหตุของความพร่องประสิทธิภาพที่พบ แล้วจึงนำแนวปฏิบัติใน SCOR Practice ที่สอดคล้องมาคัดเลือกด้วยหลักการ Prioritization Matrix ที่ผ่านการพิจารณาของคณะทำงาน เพื่อนำแนวปฏิบัติกลุ่ม Quick Wins ซึ่งได้แก่ ABC Inventory Classification และ Theory of Constraints มาใช้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการ ผลการประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานทั้งในด้านความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้นประมาณร้อยละ 19 มีรอบเวลาการผลิตสั้นลงประมาณร้อยละ 20 และความยืดหยุ่นของระบบเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ จึงเสนอให้บริษัทนำแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของ SCOR ในกลุ่มอื่นมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม รวมถึงหมั่นปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
รูปแบบการส่งคืนภาชนะใช้ซ้ำได้สำหรับการสั่งอาหารออนไลน์, สิริพงศ์ เพ็ญสิริพงศ์
รูปแบบการส่งคืนภาชนะใช้ซ้ำได้สำหรับการสั่งอาหารออนไลน์, สิริพงศ์ เพ็ญสิริพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความนิยมของแอพพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับปริมาณขยะพลาสติก ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา งานวิจัยนี้ต้องการศึกษาแนวทางการ ลดขยะพลาสติกโดยใช้แนวคิดโลจิสติกส์ย้อนกลับ และเศรษฐกิจหมุนเวียนในการหารูปแบบการใช้ งานภาชนะใช้ซ้ำได้ที่ผู้บริโภคยอมรับ โดยการเก็บแบบสอบถามจากผู้ใช้บริการแอพพลิเคชันสั่ง อาหารออนไลน์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงอันดับใน การหาปัจจัยของผู้บริโภคที่ส่งผลต่อระดับการยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ ประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการบริโภค และปัจจัยด้านทัศนคติต่อสิ่งแวดล้อม ผลการวิจัยพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ และยอมรับ การคืนภาชนะด้วยการมารับคืนถึงที่ผ่านไรเดอร์ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้น และความสะอาดของภาชนะโดยกว่า 3 ใน 4 ยอมรับค่าใช้จ่ายได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 5 เท่านั้น ผลการวิเคราะห์การถดถอยพบว่าทัศนคติต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผล ต่อระดับการยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เดียวที่ส่งผลต่อระดับ การยอมรับ คือ อายุ ปัจจัยที่มีอิทธิพลอื่น ๆ ได้แก่ รูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวัน และ ความถี่ในการใช้บริการสั่งอาหาร โดยพบว่าผู้มีอายุน้อยมีโอกาสที่จะยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำ ได้สูงกว่าผู้มีอายุมาก ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ารายได้และระดับการศึกษาไม่ส่งผลต่อระดับการ ยอมรับการใช้งานภาชนะใช้ซ้ำได้ และผู้ใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการเดินทางยอมรับการใช้งาน มากกว่าผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
ทัศนคติของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีต่อการรวมกลุ่มทางการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี, สุประวีณ์ หมื่นนาค
ทัศนคติของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีต่อการรวมกลุ่มทางการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี, สุประวีณ์ หมื่นนาค
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีต่อการ รวมกลุ่มทางการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี โดยสมมติฐานของการศึกษาในครั้งนี้ คือ จำนวนผลผลิต ของเกษตรชาวสวนทุเรียนมีอิทธิพลทางตรงต่อการตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมกลุ่มทาง การเกษตร โดยที่การตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมกลุ่มมีอิทธิพลทางตรงต่อความสนใจในเข้า ร่วมกลุ่มทางการเกษตร ใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างในการวิเคราะห์ข้อมูลและทดสอบ สมมติฐาน ใช้แบบสอบถามในการรวมรวมข้อมูลเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในจังหวัดจันทบุรี เป็น กลุ่มตัวอย่างจำนวน 220 คน จากผลการศึกษาและผลลัพธ์จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า อิทธิพลของจำนวน ผลผลิตของเกษตรกรที่มีต่อการตระหนักถึงประโยชน์ต่อการรวมกลุ่มไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และยัง พบว่าการตระหนักถึงประโยชน์ของการรวมกลุ่มมีอิทธิพลทางตรงต่อความสนใจในเข้าร่วมกลุ่มทาง การเกษตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตระหนักถึงประโยชน์ในด้านการ ยกระดับการเข้าถึงตลาดของเกษตรกร และการเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการค้าของเกษตรกร
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญ และระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว และเสนอแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค IPA แบบสอบถามแบ่งตามกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างประเทศ จำนวน 140 ราย ผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ จำนวน 18 ราย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จำนวน 5 ราย ผลการวิจัยพบว่า (1) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน เป็นผู้มีการศึกษา ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและพนักงาน/ เจ้าหน้าที่บริษัท มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงถึงสูง เป็นชาวยุโรปและอเมริกามากที่สุด (2) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ให้ความสำคัญปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวภาพรวมรายด้านมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านการเงิน ด้านบริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ด้านกายภาพ ด้านสถานที่ท่องเที่ยว และด้านข้อมูลข่าวสาร ตามลำดับ (3) นักท่องเที่ยวฯ มีระดับความพึงพอใจต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว ภาพรวมรายด้านมากที่สุดในด้านการเงิน ด้านบุคลากร และด้านสถานที่ท่องเที่ยว ตามลำดับ (4) ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องดำเนินการให้มีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คือ ภาพรวมในด้านบริการในสถานประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัย สถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีการให้บริการที่หลากหลาย และปัจจัยโลจิสติกส์ที่ทำได้ดี คือ ด้านบุคลากร (บริการด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม เอาใจใส่) และด้านการเงิน (ค่าบริการ) ทั้งนี้ เพื่อเป็นเสริมจุดแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงในปัจจัย มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้บริการที่ดี (ด้านบุคลากร) และ มีบริการ Cashless ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยว (ด้านการเงิน)
ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการนำเข้าสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ, กชนันท์ เวชบรรพต
ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการนำเข้าสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ, กชนันท์ เวชบรรพต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อประเมินมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มเติม สำหรับการยกระดับการให้บริการนำเข้าสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ โดยใช้วิธีแบบจำลองทางเลือกหรือการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์โดยตรงจากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 100 ราย การศึกษาครั้งนี้ใช้การออกแบบ Orthogonal เพื่อสร้างการทดลองทางเลือกสำหรับรูปแบบการให้บริการ แต่ละทางเลือกของรูปแบบการให้บริการได้นำเสนอชุดคุณลักษณะการบริการรวมถึงอัตราค่าบริการ ซึ่งแต่ละสถานการณ์ทางเลือกสมมติถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวเลือกระหว่างแนวทางการให้บริการพื้นฐานและอีกสองแนวทางเลือกที่มีการเพิ่มระดับการให้บริการ โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละรายจะได้รับชุดสถานการณ์ทางเลือกทั้งหมด 7 ชุดสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกแนวทางที่พึงพอใจที่สุดภายใต้สถานการณ์เหล่านั้น ผลการวิเคราะห์เผยให้พบว่า ผู้บริโภคมีความเต็มใจที่จะจ่ายค่าใช้บริการเพิ่มเติมจากบริการพื้นฐานเป็นมูลค่า 213 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อบริการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้นจาก 5-7 วัน เป็น 1-3 วัน เพิ่ม 166 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อการส่งมอบที่มีกำหนดเวลาแน่นอน เพิ่ม 162 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่บริการส่วนตัว และเพิ่ม 79 บาทต่อกิโลกรัม หากมีการเปิดบริการทุกวัน ตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะในการวางกลยุทธ์ของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ในการออกแบบและกำหนดราคาค่าบริการที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
ปัจจัยโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, ณัฏฐชัย วัฒนาธิบดี
ปัจจัยโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, ณัฏฐชัย วัฒนาธิบดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ระบุตัวแปรทางด้านคุณภาพการบริการโลจิสติกส์ที่กระทบต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 2. เพื่อวิเคราะห์ระดับของอิทธิพลแต่ละปัจจัยต่อการใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยงานวิจัยนี้ได้แบ่งตัวแปรต้นออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้แก่ กลุ่มคุณภาพการบริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซประกอบไปด้วย การออกแบบเวปไซต์และแอพพลิเคชั่น ความง่ายในการเข้าใช้งาน คุณภาพของข้อมูล ตัวเลือกในการชำระเงิน และ ความปลอดภัยในการใช้งาน และกลุ่มที่ 2 ได้แก่กลุ่มที่กำหนดคุณภาพการบริการโลจิสติกส์ซึ่งประกอบไปด้วย ความเร็วในการจัดส่ง ตัวเลือกในการจัดส่ง คุณภาพในการจัดส่ง นโยบายการคืนสินค้า ต้นทุนการจัดส่ง และ ข้อมูลในการจัดส่ง โดยมีตัวแปรตามคือ ความพึงพอใจโดยรวมของผู้ใช้บริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และ ความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ งานวิจัยนี้ยืนยันได้ว่าคุณภาพการบริการที่สามารถรับรู้ได้ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการและส่งอิทธิพลต่อไปยังความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ข้อมูลในการวิจัยนี้ได้รวบรวมมาจากแบบสอบถามซึ่งมีจำนวนตัวอย่างทั้งหมด 373 ชุด ประกอบไปด้วยผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 – 44 ปี หรือเจนวายและมีประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ทั้ง 2 แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในประเทศไทย และใช้โมเดลสมการโครงสร้างในการยืนยันความสัมพันธ์ ผลการวิเคราะห์ระบุได้ว่ากลุ่มคุณภาพการบริการโลจิสติกส์มีอิทธิพลมากกว่าการบริการอื่นๆ ต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ ความเร็วในการจัดส่ง มีความสำคัญที่สุดในกลุ่มคุณภาพการบริการโลจิสติกส์