Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations and Supply Chain Management Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 31 - 60 of 244

Full-Text Articles in Operations and Supply Chain Management

ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มบริการสั่งอาหาร, ธันยพร สงขาว Jan 2023

ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มบริการสั่งอาหาร, ธันยพร สงขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อประเมินมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มเติม สำหรับการยกระดับการให้บริการรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มสั่งอาหาร โดยใช้วิธีแบบจำลองทางเลือกหรือการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์โดยตรงจากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 144 ราย ซึ่งบริการพื้นฐานประกอบด้วย ระยะเวลาจัดส่ง 35 นาที การบริการลูกค้าผ่านช่องทาง Livechat เวลาทำการ 09.00-23.59 น. ค่าจัดส่ง 20 บาทต่อออเดอร์ และบริการเสริมประกอบด้วย ระยะเวลาจัดส่ง 20 นาที ระยะเวลาจัดส่ง 45 นาที เลือกเวลาจัดส่งได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงล่วงหน้า การบริการลูกค้ามีเจ้าหน้าที่บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง ค่าจัดส่ง 32 บาทต่อออเดอร์ ค่าจัดส่ง 11 บาทต่อออเดอร์ และค่าจัดส่ง 19 บาทต่อออเดอร์ การศึกษาครั้งนี้ใช้การออกแบบ Orthogonal เพื่อสร้างการทดลองทางเลือกสำหรับรูปแบบการให้บริการ แต่ละทางเลือกของรูปแบบการให้บริการได้นำเสนอชุดคุณลักษณะการบริการรวมถึงอัตราค่าจัดส่ง โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละรายทำการแสดงความเห็นจัดลำดับทางเลือกใน 3 ชุดสถานการณ์เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามจัดลำดับทางเลือกที่พึงพอใจภายใต้สถานการณ์เหล่านั้น ผลการวิเคราะห์เผยให้พบว่า ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มสั่งอาหารมีความเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่ม7.66 บาทต่อออเดอร์ เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง จากปกติที่ให้บริการผ่าน Livechat เวลาทำการ 09.00-23.59 น. เท่านั้น และเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่ม 4.22 บาทต่อออเดอร์ เพื่อลดระยะเวลาจัดส่งเหลือ 20 นาที จากปกติระยะเวลาจัดส่ง 35 นาที และในทางตรงกันข้ามจะขอส่วนลด 12.07 บาทต่อออเดอร์ หากระยะเวาจัดส่งเพิ่มเป็น 45 นาทีแทนที่จะเป็นแบบปกติระยะเวลาจัดส่ง 35 นาที และในกรณีของการสั่งล่วงหน้า 1 ชั่วโมง ผู้ใช้บริการจะขอส่วนลด 7.10 บาทต่อออเดอร์


ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน, นันทิชา แสนจินดา Jan 2023

ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน, นันทิชา แสนจินดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อประเมินมูลค่าความเต้มใจที่จะจ่ายเพิ่มเติม สำหรับการยกระดับการให้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน โดยการใช้วิธีแบบจำลองทางเลือกหรือการวิเคระห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ใช้บริการขนส่งพัสดุ แบบด่วน ทั้งหมด 120 ราย การศึกษาครั้งนี้ใช้การออกแบบ Orthogonal เพื่อสร้างการทดลองทางเลือกสำหรับรูปแบบการให้บริการ โดยในแต่ละทางเลือกของรูปแบบการให้บริการได้นำเสนอชุดคุณลักษณะที่จะประกอบไปด้วย ระยะเวลาการจัดส่ง, ระบบประกันการจัดส่ง, อัตราค่าบริการ การบริการส่วนบุคคล และการบริการกล่องพัสดุฟรี สำหรับระดับการให้บริการพื้นฐานจะมีระยะเวลาการจัดส่งแบบปกติภายใน 1 – 2 วัน, ระบบประกัน 2,000 บาท, อัตราค่าบริการ 45 บาท และ การให้บริการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ในขณะที่ระดับการให้บริการจะมีระยะเวลาการจัดส่งแบบใหม่ภายใน 40 นาที, ระบบประกัน 3,000 บาท, อัตราค่าบริการ 50 บาท และ 55 บาท, การให้บริการส่วนบุคคล 24 ชั่วโมง และการบริการกล่องพัสดุฟรี ซึ่งมีการสมมุติสถานการณ์ทางเลือกเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกระหว่างแนวทางการให้บริการพื้นฐานและระดับการให้บริการ โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละรายจะได้รับชุดสถานการณ์ทางเลือกทั้งหมด 6 ชุดสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกชุดสถานการณ์ที่พึงพอใจมากที่สุด จากผลวิเคราะห์พบว่า ผู้ใช้บริการยินยอมที่จะจ่ายเพิ่ม 7 บาทต่อกิโลกรัมให้กับบริการกล่องพัสดุฟรีและยินยอมที่จะจ่ายเพิ่ม 6 บาทต่อกิโลกรัม หากสามารถส่งในระยะทาง 15 กิโลเมตรได้ภายใน 40 นาที จากผลการศึกษาในครั้งนี้ทำให้สามารถวิเคราะห์ความเต็มใจที่จะจ่าย ประเมินมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่าย สามารถนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะในการวางกลยุทธ์ของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งพัสดุ แบบด่วน ในการออกแบบและกำหนดราคาค่าบริการที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง


การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม กรณีศึกษา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ปรียานุช อดิเรกสันต์ Jan 2023

การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม กรณีศึกษา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ปรียานุช อดิเรกสันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษามุ่งเน้นการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังและจัดการวัตถุดิบที่มีมากเกินความจำเป็น โดยยังคงสามารถรักษาระดับการบริการไว้ที่ 97% ได้ตามเป้าหมาย สำหรับวัตถุดิบ ทั้ง 6 รายการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของวัตถุดิบที่มีมากเกิน (Excess stock) กับ กลุ่มวัตถุดิบที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Obsolete stock) และเลือกนำมาศึกษาในงานวิจัยในครั้งนี้ งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังเช่น ข้อจำกัดต่างๆในการสั่งซื้อ ข้อมูลของรายการวัตถุดิบที่ต้องการศึกษา จากนั้น หารูปแบบความต้องการของรายการวัตถุดิบทั้ง 6 รายการ โดยใช้ Average No-Demand Interval (ADI) และ Coefficient of Variation Squared (CV2) พบว่าแบ่งได้เป็นทั้งหมด 2 รูปแบบ คือ 1. Erratic Demand 2. Lumpy Demand จากนั้นหารอบการสั่งที่มีการแจกแจงแบบปกติ แล้วจึงนำมากำหนดนโยบายโดยใช้วิธี Periodic Review ดังนี้ 1. Erratic Demand รอบการสั่งซื้อทุก 2 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,s,S) และรอบการสั่งทุก 3-4 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,S) 2. Lumpy Demand รอบการสั่งทุก 6 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,S) จากนั้นทดสอบด้วยการจำลองสถานการณ์ พบว่าค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังลดลง 4% (58,971.85 บาท) และยังคงรักษาระดับการให้บริการไว้ได้ที่ 97%


ผลกระทบจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ที่มีผลต่อการนำเข้าส่งออก ในกลุ่มสินค้าประเภทส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์, ศุภพัฒน์ ร่าเริงใจ Jan 2023

ผลกระทบจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ที่มีผลต่อการนำเข้าส่งออก ในกลุ่มสินค้าประเภทส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์, ศุภพัฒน์ ร่าเริงใจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ที่มีผลต่อการนำเข้าและส่งออก ในสินค้าประเภทส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์ เพื่อนำผลการศึกษาและการวิเคราะห์ไปสรุปผลเพื่อหาเหตุผล ปัญหา เพื่อเสริมการให้คำแนะนำในฐานะผู้ให้คำปรึกษาในการนำเข้าส่งออก การรวบรวมข้อมูลของงานวิจัยฉบับนี้จะทำโดยการเก็บข้อมูลผ่านทาง Google form โดยเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการที่มีกิจการนำเข้าส่งออกส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์ หรือผู้จัดการ หรือผู้มีสิทธิตัดสินใจเลือกใช้วิธีการต่างๆในการนำเข้าของกิจการ การวิเคราะห์ผลของงานวิจัยฉบับนี้จะใช้หลัก Explanatory Sequential Design ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถาม และวิเคราะห์ผลด้วย Cross-tabulation และ Chi-Square test จากนั้นจึงสรุปผลที่ได้ และทำการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการเพื่อยืนยันข้อมูล รวมทั้งถามเหตุผลในเชิงลึกที่เป็นข้อจำกัดของแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า การใช้ JTEPA ในการนำเข้าส่งออกส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์มีการใช้งานกับบริษัทขนาดย่อมหรือกลาง (SMEs) ที่น้อย และขนาดบริษัทมีผลอย่างมากในการตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ JTEPA เป็นวิธีทางเลือกในการนำเข้า ซึ่งสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายโดยรวม และการต้องอาศัยประโยชน์ของประกาศกระทรวงอื่น ๆ เพิ่มเติม แต่สำหรับบริษัทที่ทำหน้าที่เป็น OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือบริษัทขนาดใหญ่ ที่ผ่านคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม การใช้ JTEPA จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และค่าใช้จ่ายโดยรวมที่ต่ำกว่า


การสร้างแบบจำลองเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าขาเข้า, เอกกมน เอมโอด Jan 2023

การสร้างแบบจำลองเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าขาเข้า, เอกกมน เอมโอด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มุ้งเน้นการปรับปรุงกระบวนการรับเข้าสินค้าของคลังสินค้า โดยใช้คลังสินค้าอีคอมเมิร์ซเป็นกรณีศึกษา วัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการรับเข้าสินค้า ทดสอบแนวทางการปรับปรุงเพื่อลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม ซึ่งวิธีการที่ใช้ในการวิจัย คือการเก็บรวบรวมข้อมูลเวลากระบวนการรับเข้าสินค้า เพื่อนำมาเป็นข้อมูลนำเข้าใส่โปรแกรมการจำลองสถานการณ์ (Arena Simulation) โดยทำการจำลองสถานการณ์แนวทางการปรับปรุงกระบวนการรับเข้าสินค้าทั้งหมด 3 แนวทาง เพื่อนำผลจากการจำลองสถานการณ์แนวทางการปรับปรุงทั้ง 3 แนวทางมาเปรียบเทียบกัน ผลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์ สามารถสรุปได้ว่า แนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานรับเข้าสินค้ามีความเหมาะสมที่สุดในการนำมาปรับใช้กับคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซกรณีศึกษา เนื่องจากสามารถช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำงานรวมโดยเฉลี่ย 40.52% ไม่เกิดการทำงานล่วงเวลา และอรรถประโยชน์ของพนักงานโดยรวมเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 31% รวมถึงจากการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในแต่ละแนวทางการปรับปรุงนั้นพบว่า แนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 16% เมื่อเทียบกับการจ่ายค่าล่วงเวลาแบบสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานรับเข้าสินค้ามีความเหมาะสมในการนำมาปรับใช้กับคลังสินค้าแห่งนี้ เพื่อทำให้กระบวนการรับเข้าสินค้ามีประสิทธิภาพดีขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด


การเลือกซัพพลายเออร์อย่างเหมาะสมสำหรับ Mechanical Seal กรณีศึกษา บริษัทค้าน้ำมัน Abc, จิรกิตติ์ โสเจยยะ Jan 2023

การเลือกซัพพลายเออร์อย่างเหมาะสมสำหรับ Mechanical Seal กรณีศึกษา บริษัทค้าน้ำมัน Abc, จิรกิตติ์ โสเจยยะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่องการคัดเลือกและจัดลำดับซัพพลายเออร์ที่เหมาะสมต่อการซื้อ Mechanical Seal สำหรับการใช้งานในการซ่อมบำรุง Pump ภายในโรงกลั่นทั้งสองแห่งของบริษัทกรณีศึกษา ABC ซึ่งเป็นวัตถุประสงคฺหลักของงานวิจัย ซึ่งมีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการดำเนินงานวิจัยโดยรูปแบบการสัมภาษณ์และเก็บแบบสอบถามเพื่อหาแนวทางหรือข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินโครงการของทางบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้ของกรอบนโยบายและเป้าหมายขององค์กรและได้ผลลัพธ์เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีการดำเนินการประเมินและตัดสินใจในการเลือกรูปแบบหรือตัวช่วยในการตัดสินใจที่ต้องการการช่วยตัดสินใจที่ซับซ้อน จึงทำให้ผู้วิจัยมีใช้งานกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytical Hierarchy Process: AHP) ในการช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้มีอำนาจตัดสินใจและมีส่วนได้เสียจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจัยที่มีผลต่อการคัดเลือกและจัดลำดับซัพพลายเออร์ประกอบไปด้วย 10 ปัจจัยคือ ด้านต้นทุนรวมสินค้า ด้านการส่งมอบตรงเวลา ด้านการส่งมอบครบถ้วน ด้านวัสดุที่ใช้ในการผลิต ด้านอายุการใช้งาน ด้านการตอบสนองรวดเร็ว ด้านระยะเวลารอสินค้า ด้านการเข้า Survey อุปกรณ์ ด้านความมีชื่อเสียง และ ด้านสถานะทางการเงิน โดยที่ปัจจัยดังกล่าวทั้งหมดจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ทั้ง 5 เกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์ด้านต้นทุน เกณฑ์ด้านการส่งมอบ เกณฑ์ด้านคุณภาพ เกณฑ์ด้านการบริการ และ เกณฑ์ด้านความน่าเชื่อถือ และนำน้ำหนักความสำคัญของเกณฑ์และปัจจัยที่ได้มาไปดำเนินการจัดลำดับของทางเลือกหรือซัพพลายเออร์เพื่อสั่งซื้อ Mechanical Seal คือ ซัพพลายเออร์ A ซัพพลายเออร์ C และ ซัพพลายเออร์ B ตามลำดับ


การศึกษาทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ จากความสัมพันธ์ของค่าระวางระหว่างเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง, ปริฉัตร โชยดิรส Jan 2023

การศึกษาทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ จากความสัมพันธ์ของค่าระวางระหว่างเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง, ปริฉัตร โชยดิรส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้งในช่วงก่อน, ระหว่าง และหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 เพื่อนำผลวิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์ของค่าระวางมาประมาณการค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการวิจัยจะทำการนำข้อมูลค่าระวางทั้งสองชนิดมาวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย ซึ่งจะวิเคราะห์ความสัมพันธ์จากผลลัพธ์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง และพิจารณาผลลัพธ์ค่า R-Square ที่ได้ ว่าข้อมูลค่าระวางทั้งสองชนิดมีความเหมาะสมในการนำมาสร้างสมการเส้นตรงจำลองเพื่อมาการพยากรณ์ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์หรือไม่ โดยทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง กับข้อมูลที่ได้จากการแทนค่าลงในสมการในช่วงเวลาต่างๆ ผลการวิจัยพบว่าจากการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง ไม่มีความสัมพันธ์กันเลยในช่วงก่อนโควิด-19 แต่มีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในช่วงระหว่างโควิด-19 และช่วงหลังโควิด-19 จึงนำผลลัพธ์จากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่ายมาสร้างสมการจำลองของทั้งสองช่วงที่มีความสัมพันธ์กัน โดยในช่วงระหว่างโควิด-19 โดยสมการเส้นตรงที่ได้สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามได้แม่นยำ 49.9% และช่วงหลังโควิด-19 สมการเส้นตรงที่ได้สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามได้แม่นยำ 70% โดยเมื่อเปรียบเทียบผลต่างของค่าระวางที่ได้จากการแทนค่า และข้อมูลจริงนั้นผลต่างออกมามีค่าใกล้เคียงกัน จึงทำให้สรุปได้ว่าสมการเส้นตรงจำลองที่ได้มาสามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์ค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อทราบค่าระวางเรือสินค้าเทกองแห้งได้ จากสมการในช่วงระหว่างโควิด-19 และหลังระบาดโควิด-19


การปรับปรุงการพยากรณ์ยอดขายสำหรับสินค้าที่อยู่ในช่วงถดถอย กรณีศึกษา: บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ขวัญดาว ทรัพย์เมือง Jan 2023

การปรับปรุงการพยากรณ์ยอดขายสำหรับสินค้าที่อยู่ในช่วงถดถอย กรณีศึกษา: บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ขวัญดาว ทรัพย์เมือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรุ่นหนึ่งๆ นั้นมีวงจรชีวิตของผลิตสั้นลงเรื่อยๆ สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องของลูกค้า ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเองจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน จากการศึกษาผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะของสินค้า คือ เครื่องอบผ้า เครื่องซักผ้าฝาบน และเครื่องซักผ้าฝาหน้า พบปัญหาการพยากรณ์ยอดขายสินค้าที่ยังไม่ดีเท่าที่ควรจึงส่งผลทำให้บริษัทแบกรับค่าใช้จ่ายของการถือครองสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัยค่อนข้างสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการพยากรณ์ยอดขายเพื่อลดมูลค่าการถือครองสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัย โดยวัดผลความแม่นยำจากค่า Mean Absolute Percentage Error (MAPE) โดยเปรียบเทียบระหว่างวิธีแบบดั้งเดิม วิธี Autoregressive Integrated Moving Average (ARIMA) และวิธีการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple regression analysis) ค่าความคลาดเคลื่อนจากการพยากรณ์เฉลี่ย พบว่าวิธีการพยากรณ์แบบการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยที่เครื่องอบผ้ามีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 4 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales), ค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price), รุ่นของสินค้า (Series 700), และขนาดถังซัก 7 กิโลกรัม ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 17 เครื่องซักผ้าฝาหน้ามีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 3 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales), ค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price) และขนาดถังซัก 10 กิโลกรัม ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 27 และเครื่องซักผ้าฝาบน มีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 2 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales) และค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price) ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 14 และมูลค่าของสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัยช่วงเดือนตุลาคม 2023 ถึง มีนาคม 2024 ของเครื่องอบผ้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 11 เครื่องซักผ้าฝาหน้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 12 และเครื่องซักผ้าฝาบน ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 14 ตามลำดับ


การเปรียบเทียบการจัดส่งสินค้าจากซัพพลายเออร์โดยตรงกับการจัดส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้า: กรณีศึกษาการส่งผลิตภัณฑ์เข้าสถานีบริการเชื้อเพลิง, ชัชนันท์ ปิ่นพิลา Jan 2023

การเปรียบเทียบการจัดส่งสินค้าจากซัพพลายเออร์โดยตรงกับการจัดส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้า: กรณีศึกษาการส่งผลิตภัณฑ์เข้าสถานีบริการเชื้อเพลิง, ชัชนันท์ ปิ่นพิลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการเปรียบเทียบการจัดส่งสินค้าจากซัพพลายเออร์โดยตรงกับการจัดส่งผ่าน ศูนย์กระจายสินค้าโดยเลือกกรณีศึกษาตัวอย่าง การส่งผลิตภัณฑ์เข้าสถานีบริการเชื้อเพลิง ซึ่งมี วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อศึกษารูปแบบการทำงานปัจจุบันภายใต้การขนส่งแบบผสมซึ่งมีทั้งการขน ส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้า (Centralized Distribution) จากซัพพลายเออร์จำนวน 7 ราย และซัพพลาย เออร์จัดส่งโดยตรง (Direct Stroe Delivery) จากซัพพลายเออร์จำนวน 2 ราย และประเมินผลการการ ปรับเปลี่ยนมาเป็นการขนส่งแบบ Direct Stroe Delivery ทั้งหมด โดยการศึกษาวิจัยได้ทำการศึกษา กระบวนการขนส่งแบบ CD และ DSD เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และทำการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จากนั้นทำวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เทคนิค IDEF0 ในการเขียน Mapping เพื่อแสดงกระบวนการทำงาน และออกแบบการจัดส่งแบบ DSD ทั้งหมด เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในด้านของค่าใช้จ่ายและ ระยะเวลาในการขนส่งทั้ง 2 รูปแบบ จากการศึกษาการเปรียบเทียบระหว่างการจัดส่งแบบผสม (CD และ DSD) และการจัดส่งโดยตรง ทั้งหมด (DSD) โดยต้นทุนจัดส่ง CD คำนวณจากต้นทุนศูนย์กระจายสินค้า, ต้นทุนขนส่งสินค้า และต้นทุน การตรวจรับแบบ CD ส่วนต้นทุนจัดส่ง DSD คำนวณจาก ต้นทุนขนส่งสินค้า และต้นทุนตรวจรับสินค้า แบบ DSD โดยพบว่าการจัดส่งแบบ DSD ทั้งหมด จะสามารถลดระยะเวลาการจัดส่งสินค้าไปยังสาขาได้ ถึง 15 วัน แต่จะมีต้นทนการตรวจรับสินค้าที่สูงกว่างเดิมมาก ทำให้การจัดส่งแบบ DSD มีต้นทุนรวมสูง กว่าการจัดส่งแบบปัจจุบันอยู่ 27,010.44 บาท อย่างไรก็ดี ต้นทุนการตรวจรับสินค้าที่วิเคราะห์เป็นต้นทุน ค่าเสียเวลาของพนักงาน แต่เนื่องจากพนักงานมีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว ต้นทุนนี้อาจไม่เกิดขึ้นจริง เมื่อตัด ต้นทุนการตรวจรับสินค้าออกไป การจัดส่งแบบ DSD จะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการจัดส่งแบบปัจจุบันอยู่ 617,310.36 บาท


การกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมกรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทเบียร์ Abc, ชานนท์ จันทรศรี Jan 2023

การกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมกรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทเบียร์ Abc, ชานนท์ จันทรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาปริมาณพัสดุบรรจุคงคลังสูงเกินความจำเป็นในขณะที่ยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้อยู่ในระดับมากกว่าที่ 95% โดยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายศึกษาจากการวิเคราะห์ ABC Analysis มาเป็นพัสดุบรรจุกล่องลูกฝูกที่มีมูลค่าสูงสุดทั้งหมด 2 รายการ โดยการกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมจะใช้การกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ จุดสั่งซื้อใหม่ และต้นทุนรวมซึ่งเป็นผลลัพธ์จากต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนการจัดเก็บพัสดุบรรจุคงคลัง โดยใช้ข้อมูลปริมาณการใช้งานย้อนหลัง 12 เดือนในการวิเคราะห์ จากผลการศึกษาของบริษัทกรณีศึกษาในการเปรียบเทียบของแผนการผลิตต่อนโยบายพัสดุบรรจุ พบว่านโยบาย ROP อาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อนโยบายการสั่งพัสดบรรจุที่มีแผนการผลิตมีการเปลี่ยนแปลง (Revise) ในทุกๆสัปดาห์ใ นการทบทวนแผนการผลิตอาจจะจำเป็นจะต้องมีการทบทวนเป็นรายสัปดาห์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อเดือน เนื่องจากจะได้มีการเปรียบเทียบ Actual ตอแผนการผลิตที่เกิดขึ้นเป็นรายสัปดาห์ โดยพบว่าพัสดุบรรจุจำนวน 2 ประเภท คือ กล่องลูกฝูก 620ml พบว่า เมื่อการการทบทวนนโยบายใหม่ในการสั่งพัสดุบรรจุทุกสัปดาห์ต้นทุนรวมลดลงถึง 23% ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้ 48% เมื่อเทียบกับนโยบายเดิม และกล่องลูกฝูก 320ml เมื่อการการทบทวนนโยบายใหม่ในการสั่งพัสดุบรรจุทุกสัปดาห์ต้นทุนรวมลดลงถึง 46% ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้ 62% โดย 2 ประเภทนี้ยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้อยู่ในระดับมากกว่าที่ 95%


การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย Jan 2023

การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการใช้โปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์ (Excel Solver) ในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์สำหรับหาตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมของศูนย์กระจายสินค้าและวิเคราะห์หาความคุ้มทุนการตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งหรือต้นทุนต่ำที่สุดและนำข้อมูลด้านปัจจัยมาวิเคราะห์ร่วม ผลจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในการตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ คือ จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีความหนาแน่นของปริมาณพัสดุขาเข้ามากที่สุดและมีความคุ้มทุนในการดำเนินงาน โดยต้นทุนเฉลี่ยและต้นทุนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากมีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษาโดยใช้กระบวนการลำดับขั้นเชิงวิเคราะห์ พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุด 3 อันดับแรก คือ ปัจจัยด้านการขนส่ง ปัจจัยด้านการเงิน และปัจจัยด้านแรงงาน คิดเป็น 63 เปอร์เซ็นของค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยทั้งหมด ผลการวิเคราะห์มีความสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ได้จากเอ็กเซล โซลเวอร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลการลงทุนในการเปิดศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้โดยโปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์


การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ Jan 2023

การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งทางทะเล ความไม่สมดุลของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าอันเป็นปัญหาที่เป็นหนึ่งในปัญหาหลักของธุรกิจสายเรือและเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการศึกษาความไม่สมดุลนี้มีการศึกษาท่าเรือทั้งหมด 7 แห่ง ศึกษาสถานะของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าในแต่ละสัปดาห์และข้อมูลการพยากรที่มีการจัดทำล่วงหน้า รวมถึงศึกษาเส้นทางตารางเรือ เพื่อนำไปสร้างแบบจำลองสำหรับการวางแผนขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่า วัตถุประสงค์ของแบบจำลองคือหาจำนวณและเส้นทางที่ให้ค่าดีที่สุดที่เป็นไปได้โดยนำข้อจำกัดด้านการขนส่งอย่างตารางเวลาของเรือและจำนวณระวางสำหรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่สามารถใช้ในการขนส่งได้สูงสุดเพื่อให้ได้กำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงสุด แบบจำลองนี้ใช้การทดลองด้วยการใช้ Solver เพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของแต่ละความเป็นไปได้ ทั้งนี้แบบจำลองที่สร้างขึ้นนี้จะสามารถนำไปช่วยผู้ปฏิบัติงานในการวางแผนการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่ขนส่งระหว่างท่าที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของตู้เปล่าของแต่ละท่าภายใต้ข้อจำกัดในด้านการขนส่ง ซึ่งผลที่ได้จากแบบจำลองเทียบกับการขนย้ายที่เกิดขึ้นจริงจากการวางแผนด้วยประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลองให้ค่ากำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมากกว่าการขนย้ายจริง ทั้งนี้มีการทดสอบแบบจำลองซ้ำเพื่อยืนยันผลจากแบบจำลอง พบว่าทุกแบบจำลองให้ค่าที่ดีกว่าผลของการวางแผนโดยผู้ปฏิบัติงาน


แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก Jan 2023

แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกรณีที่บริษัทกรณีศึกษา ไม่สามารถจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ให้เพียงพอต่อความต้องการส่งออก ของกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ใน 3 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางไทย-เอเชีย เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย และเส้นทางไทย-แอฟริกา โดยใช้แบบสอบถาม(Questionnaire Survey) ถึงแนวทางการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต 2 ตู้ เน้นที่ระดับการยอมรับได้เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของผู้ส่งออกใน 3 รายการหลัก คือ ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์(Freight) ค่าภาระค่าภาระยกขน/เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ภายในท่า(THC) และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 24 บริษัท ที่มีปริมาณการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต มากกว่า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นไปในระยะเวลา 1 ปี จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดมากกว่า 300 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61 ของจำนวนการจองตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต เพื่อใช้ในการส่งออก เฉพาะกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง พบว่า เมื่อมีการเสนอใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกลุ่มสินค้าดังกล่าว เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย (ร้อยละ 29 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะกลาง มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่ผู้ส่งออกจะยอมรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในค่าระวาง ค่าTHC และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด เส้นทางไทย-แอฟริกา (ร้อยละ 33 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะไกล มีการยอมรับในค่าระวาง และค่าTHC ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด แต่ยอมรับในค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นได้เพียงร้อยละ 50 ของผู้ส่งออกในเส้นทางนี้ และ เส้นทางไทย-เอเชีย (ร้อยละ 38 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะสั้นที่สุด และมีส่วนต่างของค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตและขนาด 40 ฟุตน้อยที่สุด …


การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่ารถควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างดำเนินการเองหรือว่าจ้างผู้ให้บริการจากภายนอก กรณีศึกษา บริษัท A, ศิริภัทร ศีตสาธิต Jan 2023

การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่ารถควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างดำเนินการเองหรือว่าจ้างผู้ให้บริการจากภายนอก กรณีศึกษา บริษัท A, ศิริภัทร ศีตสาธิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนของการดำเนินการรถควบคุมอุณหภูมิบริษัท A และการจัดจ้างจากภายนอก เพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะใช้รถจากการจัดจ้างจากภายนอก ในกลุ่มลูกค้าที่มีการส่งออกสินค้าประเภทผัก-ผลไม้และกล้วยไม้ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ และศึกษาวิเคราะห์น้ำหนักและคะแนนของปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกรถควบคุมอุณหภูมิไปให้บริการลูกค้าของผู้บริหารและผู้จัดการ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการจัดหารถควบคุมอุณหภูมิคันใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนในอนาคต งานวิจัยใด้วิเคราะห์ข้อมูลที่บริษัท A ได้เข้าไปรับส่งสินค้ากลุ่มผัก-ผลไม้และกล้วยไม้ที่รถของบริษัท A ได้เข้าไปรับ-ส่งสินค้าในระหว่างมกราคม-ธันวาคม 2565 พบว่ามีการให้บริการทั้งหมด 17 พื้นที่ คือ สามพราน, ศรีราชา, รามคำแหง, นิคมโรจนะ, ตลาดไท, กำแพงแสน, บางเขน, บางพลี, หมู่บ้านนักกีฬา, กระทุ่มแบน, พุทธมณฑลสาย 3, พุทธมณฑลสาย 4, ศาลายา, พระประแดง, ลำลูกกา, จัตุจักร และคลอง 14 เพื่อใช้ในการเริ่มต้นงานวิจัยจึงได้ทำการจัดกลุ่มพื้นที่ โดยใช้เงื่อนไข 3 ด้าน คือ ด้านประเภทสินค้า ได้แก่ กลุ่มผัก-ผลไม้ และกลุ่มกล้วยไม้ ด้านระยะทาง ได้แก่ ระยะทางใกล้, ระยะทางกลาง และระยะทางไกล ด้านความถี่ในการเข้ารับสินค้า ได้แก่ ความถี่ต่ำ, คสามถี่กลาง และความถี่สูง ได้กรณีศึกษาทั้งหมด 10 กรณีศึกษา นำมาใช้คำนวนหาต้นทุนคงที่ ต้นทุนแปรผัน และต้นทุนรวมต่อปี โดยแบ่งวิธีการคำนวณเป็นอายุการใช้งานรถ 15 ปี, อายุการใช้งานรถ 10 ปี และอายุการใช้งานรถ 5 ปี ในการดำเนินการรถควบคุมอุณหภูมิของแต่ละกรณีศึกษาและต้นทุนรวมทั้งหมดในปี 2565 เปรียบเทียบกับต้นทุนในกรณีที่จะต้องจัดจ้างจากภายนอกทั้งหมด โดยได้ข้อมูลด้านราคามาจากผู้ให้บริการ 5 ราย รวมไปถึงยังได้สอบถามถึงปัจจัยสำคัญ 5 ปัจจัย คือ ต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน, ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ, ความสามารถของผู้ให้บริการ, ความพร้อมของผู้ให้บริการ และค่าสะดวกในการทำงาน โดยใช้วิธีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ผลจากการศึกษาเห็นด้วยว่าบริษัท A ควรดำเนินการให้บริการรถควบคุมอุณหภูมิโดยรถของบริษัทต่อไป เพราะว่าต้นทุนรวมต่อปีในการดำเนินการที่ต่ำกว่าการจัดจ้างจากภายนอก พบว่ากรณีศึกษาที่ต้นทุนรวมต่อปีมีความแตกต่างน้อยที่สุด คือ กรณีศึกษาที่ 5 กลุ่มผัก-ผลไม้ ระยะไกล ความถี่ต่ำ (นิคมโรจนะ) และกรณีศึกษาที่ …


การพัฒนากระบวนการการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กรณีศึกษา การจัดหาคอนเน็กเตอร์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน, สุรดา บริบูรณ์พานิช Jan 2023

การพัฒนากระบวนการการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กรณีศึกษา การจัดหาคอนเน็กเตอร์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน, สุรดา บริบูรณ์พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาและพัฒนากระบวนการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกกรณีตัวอย่างการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน งานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าและวิเคราะห์หาจุดอ่อนของกระบวนการทำงานปัจจุบันซึ่งพบว่ามีปัญหาด้านวิธีการทำงาน ด้านราคา ด้านเวลาและด้านจำนวนการสั่งซื้อ เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวจึงได้ทำการนำเสนอกระบวนการทำงานใหม่ 9 ขั้นตอนมาใช้ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการจัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลการศึกษาจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย ด้วยวิธีการ 5W1H แล้วทำการวิเคราะห์ปัญหาด้วยแผนภูมิก้างปลา จากนั้นออกแบบการทำงานใหม่ทั้ง 9 ขั้นตอน ดังนี้ 1) กำหนดความต้องการเฉพาะที่ร้องขอต่อวัตถุดิบจากข้อมูลความต้องการของลูกค้า 2) กำหนดซัพพลายเออร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมโดยรวบรวมข้อมูลจากระบบSAP 3) ประเมินความสามารถเพื่อลดจำนวนซัพพลายเออร์โดยใช้ข้อจำกัดที่ลูกค้าร้องขอมาทำการเลือกซัพพลายเออร์ 4) เตรียมรายการประมูลโดยการออกแบบฟอร์มการร้องขอให้เสนอราคา 5) ขอให้เสนอราคาด้วยวิธีการส่งอีเมลไปที่ซัพพลายเออร์ที่กำหนด 6) ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับและวิเคราะห์ใบเสนอราคา หากข้อมูลไม่ครบถ้วนต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ 7) ติดต่อซัพพลายเออร์เพื่อแก้ไขข้อมูลใบเสนอราคา 8) ประเมินและคัดเลือกผู้ส่งมอบหลายรายด้วยกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น และขั้นตอนที่ 9 นำเสนอผู้ชนะการประมูลโดยเลือกซัพพลายเออร์ที่ได้ค่าความสำคัญรวมสูงสุด สุดท้ายวัดผลประสิทธิภาพหลังการดำเนินงานด้วยทำการประเมินความพึงพอใจของการทำงานในรูปแบบใหม่ และทำการเปรียบเทียบเวลาทำงานจริงก่อนและหลังปรับปรุงกระบวนการทำงานซึ่งพบว่าขั้นตอนใหม่สามารถลดเวลาการทำงานลงได้


การศึกษาต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาของบริษัท Abc, สุรศักดิ์ ลิ่มศรีพุทธิ์ Jan 2023

การศึกษาต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาของบริษัท Abc, สุรศักดิ์ ลิ่มศรีพุทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนของการขนส่งทางอากาศ จากคลังสินค้าของผู้ขายที่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกงมายังประเทศไทย โดยศึกษาต้นทุนขนส่งของการสินค้า และต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้า (ร้านค้า) เพื่อนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการนำส่งสินค้าไปยังลูกค้า (ร้านค้า) สำหรับการขนส่งการขนส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ กับ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เปรียบเทียบต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ ซึ่งรวบรวมจากค้าใช้จ่ายต่างๆ ที่ถูกเรียกเก็บจากตัวแทนขนส่ง ใบเสนอราคา โดยต้นทุนที่นำมาวิเคราะห์ ได้แก่ ต้นทุนการขนส่งที่เกิดขึ้นต้นทาง ค่าระวางสินค้า และค่าจ่ายที่เกิดขึ้นปลายทาง โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้โปรแกรม Excel วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปรียบต้นทุนที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งการขนส่งแบบ 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ กับ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ส่วนที่สองจะเป็นการสัมภาษณ์สัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทกรณีศึกษา ได้แก่ ผู้จัดการร้านค้า ผู้จัดการทั่วไป ผู้ช่วยผู้จัดการโลจิสติกส์ จำนวน 4 ท่าน เกี่ยวกับรูปแบบการขนส่ง ผลการวิจัยพบกว่าการขนส่งแบบ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ค่าขนส่งมีสัดส่วนมากที่สุด และค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บตามใบตราส่งสินค้าหรือใบขนสินค้ามีสัดส่วนรองลงมา โดยที่การขนส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บใบตราส่งสินค้าหรือใบขนสินค้าลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งปัจจุบัน ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์พบว่าการลดจำนวนเที่ยวลงทำให้ง่ายต่อการจัดการ รับสินค้า รวมถึงเวลาลดลง พนักงานของร้านสามารถสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น แต่ทั้งนี้ปริมาณสินค้ายังเป็นของกังวลหากมีปริมาณสินค้ามากกว่าปกติ อาจะต้องใช้พนักงานมากกว่า 2 คนในการรับสินค้า โดยการส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากมีต้นทุนโลจิสติกส์ที่ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งในปัจจุบัน


ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในธุรกิจขนส่งสินค้าประเภทเร่งด่วนทางอากาศ, ธีรเดช แตงเนียม Jan 2023

ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในธุรกิจขนส่งสินค้าประเภทเร่งด่วนทางอากาศ, ธีรเดช แตงเนียม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านคุณภาพการให้บริการในธุรกิจขนส่งสินค้าประเภทเร่งด่วนทางอากาศที่ส่งอิทธิพลต่อความพึงพอใจ และอิทธิพลของความพึงพอใจที่มีต่อความภักดีของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าแบบเร่งด่วนทางอากาศ โดยผู้วิจัยทำการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะทำการตั้งสมมติฐานงานวิจัย สร้างกรอบแนวคิดของงานวิจัย จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องผู้วิจัยจึงได้ทำการสร้างแบบสอบถามขึ้นมาตามแนวคิด SERVQUAL และมีการพัฒนาแบบสอบถามให้มีความเหมาะสมกับกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าประเภทเร่งด่วนทางอากาศ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไปที่เคยมีประสบการณ์ในการใช้บริการขนส่งสินค้าผ่านบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าประเภทเร่งด่วนทางอากาศจำนวน 214 คน โดยทำการสำรวจด้วยแบบสอบถามที่ตึกกรมศุลกากร บริเวณเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมกับทำการแจกแบบสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีสมการโครงสร้างพบว่าคุณภาพการให้บริการมีอิทธิพลทางตรงต่อความพึงพอใจ และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อความภักดี และสามารถยืนยันได้ว่าความพึงพอใจมีอิทธิพลทางตรงต่อความภักดี


นวัตกรรมการวัดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า, ณัฐวรรธน์ ศรีสุข Jan 2023

นวัตกรรมการวัดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า, ณัฐวรรธน์ ศรีสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาการประเมินการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า การสร้างตราสินค้าที่แข็งแกร่งจึงมีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจในยุคปัจจุบัน การตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์จำเป็นต้องเปลี่ยนจากวิธีการที่มุ่งเน้นการขายไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคที่มีความหมายด้วยการใช้ประโยชน์จากกิจกรรมการตลาดทุกๆกิจกรรมสอดประสานร่วมกัน เพื่อสร้างผลกระทบในมิติคุณค่าตราสินค้าที่ผู้บริโภครับรู้ได้ โดยสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันสามารถดึงดูดผู้ชมและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบของการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียที่มีต่อคุณค่าตราสินค้ายังคงเป็นความท้าทายและเป็นช่องว่างสำคัญที่ยังไม่มีการศึกษา งานวิจัยนี้นำเสนอแบบจำลองการประเมินการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า โดยใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM) เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์การมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า เพื่อให้ธุรกิจสามารถพัฒนากลยุทธ์การสร้างตราสินค้าได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งผลลัพธ์ที่ได้จากการประเมินผลนี้สามารถนำไปปรับปรุงการสื่อสารตราสินค้า และการสื่อสารการตลาดบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์โดยพิจารณามิติคุณค่าแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวได้ดีมากยิ่งขึ้น


ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งพัสดุไปรษณีย์ไทยและบริษัทขนส่งเอกชน, อรทัย มหาศักดิ์สวัสดิ์ Jan 2023

ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งพัสดุไปรษณีย์ไทยและบริษัทขนส่งเอกชน, อรทัย มหาศักดิ์สวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์และปัจจัยพฤติกรรมการใช้บริการปัจจัยด้านคุณภาพการให้บริการที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งของลูกค้าที่ทำการไปรษณีย์บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา และบริษัทขนส่งเอกชน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 413 ราย ทำการสร้างเส้นทาง Path Diagram พร้อมทั้งการวิเคราะห์วิธีสมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression)เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติ Significant ≤.05 ในความสัมพันธ์ของปัจจัยในแต่ละตัวของตัวแปรอิสระสู่ตัวแปรส่งผ่านที่มีอิทธิพลต่อการการตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งพัสดุไปรษณีย์ไทยและบริษัทขนส่งเอกชนซึ่งเป็นตัวแปรตามคำนวณหาค่าน้ำหนักอิทธิพลของตัวแปรที่ Significant ≤.05 เพื่อทราบว่าลูกค้ากลุ่มใดเลือกใช้ขนส่งไปรษณีย์ไทย พบว่า1.Gender เพศหญิงผ่านปัจจัยการตอบสนองต่อลูกค้า (Responsiveness),ระยะทางจากบ้าน-ที่ทำการขนส่งพัสดุ(Distance) เพศชายให้ความสำคัญกับเรื่องราคา(Price) 2.Age กลุ่มลูกค้าอายุมาก 3.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ไปรษณีย์ไทยควรทำการโปรโมทเพศหญิงแต่ละรายที่แตกต่างกันเกิดการดึงดูดสนใจมาใช้บริการการส่งสินค้าที่ถูกต้องสภาพไม่ชำรุดเสียหาย มีการบริการที่หลากหลาย ความต้องการใช้บริการไปรษณีย์ไทยใกล้บ้าน ผู้ลูกค้าอายุมากต้องการคุณภาพในเรื่องราคาที่เหมาะสมกับการบริการ สถานที่ตั้งใกล้บ้าน กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยให้ความสำคัญเรื่องที่ตั้งมีความสะดวกง่ายต่อการเดินไปไปรษณีย์ไทย มีบริการผ่านแอพพลิเคชัน/เว็บไซต์ เวลาทำการเปิด-ปิดที่เหมาะสม


อิทธิพลของฤดูกาลต่ออุปสงค์ของเครื่องปรับอากาศ : กรณีศึกษา บริษัท Abc, อติญา วงศ์แก้ว Jan 2022

อิทธิพลของฤดูกาลต่ออุปสงค์ของเครื่องปรับอากาศ : กรณีศึกษา บริษัท Abc, อติญา วงศ์แก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ศึกษาผลของฤดูกาลในการขายต่อปริมาณจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ และศึกษา และประเมินวิธีพยากรณ์ที่เหมาะสมในการพยากรณ์ความต้องการสินค้าเครื่องปรับอากาศภายใต้ผลของฤดูกาล โดยข้อมูลที่นำมาศึกษา คือ ปริมาณยอดขายสินค้าที่ร้านค้าขายให้กับผู้บริโภค (Sell-out) เนื่องจากผู้วิจัยต้องการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นจริงของเครื่องปรับอากาศใน 5 รายการสินค้า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2014 จนถึงเดือนธันวาคม 2018 โดยแบ่งเป็น 2 ชุดข้อมูล คือ ชุดข้อมูลที่ 1 ปริมาณยอดขายสินค้าย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม 2014 จนถึงเดือนธันวาคม 2017 ชุดข้อมูลที่ 2 ปริมาณยอดขายสินค้าย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคม 2018 เพื่อใช้ในการเลือกเทคนิคการพยากรณ์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรายการ โดยเปรียบเทียบการพยากรณ์ในรูปแบบแนวโน้มฤดูกาลแบบบวก และรูปแบบแนวโน้มฤดูกาลแบบคูณ


ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ ในเขตภาคตะวันออก บริษัทกรณีศึกษา Abc, ชนมณีทิวา ชาญสมร Jan 2022

ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ ในเขตภาคตะวันออก บริษัทกรณีศึกษา Abc, ชนมณีทิวา ชาญสมร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาปัจจัยที่มีผลให้เกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ บริษัทกรณีศึกษา เอบีซี วัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละปี เช่นลดค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุในกรณีที่รถไม่เคยเกิดอุบัติเหตุในปีนั้นจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีต่อไป เพื่อประเมินปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถบรรทุกหกล้อของพนักงานและศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ของพนักงานขับรถบรรทุกเพื่อจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไข ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษารวบรวมปัจจัยและคัดเลือกประชากรสมมติฐานด้วยวิธีการ สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัย ประกอบด้วย ปัจจัยด้านผู้ขับขี่ปัจจัยด้านยานพาหนะ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อนำเกณฑ์หลักการจัดลำดับมาใช้ในการศึกษานี้ใช้วิธีวิเคราะห์ด้วยวิธี การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบไบนารี (Binary Logistic Regression) ผู้ศึกษาจะใช้การสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงแล้วนำมาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลให้เกิดอุบัติเหตุ คือ ความเร็วสูงสุดในการขับต่อเที่ยว และช่วงเวลาในการทำงานต่อวัน มีผลอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ


ความนิยมมื้ออาหารของผู้โดยสารชาวไทย บนเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น, ปวัน ป้อมจักรศิลป์ Jan 2022

ความนิยมมื้ออาหารของผู้โดยสารชาวไทย บนเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น, ปวัน ป้อมจักรศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นโครงการวิจัย ทำการศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมอาหารของผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางบนเที่ยวบินในเส้นทางระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมในการเดินทางเป็นอย่างมาก รวมถึงปัญหาการไม่ได้รับอาหารตามที่ผู้โดยสารต้องการ ซึ่งส่งผลทั้งการสร้างความไม่พึงพอใจให้แก่ผู้โดยสสารและหากผู้โดยสารไม่รับประทานอาหารที่มีให้บริการ ย่อมสร้างขยะและของเสียจากอาหารขึ้นโดยไม่จำเป็นการศึกษานี้จึงมีเป้าประสงค์ในการสร้างความพึงพอใจและลดของเสียดังกล่าวไปพร้อมกัน โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เคยเดินทางในเส้นทางบินนี้มาแล้ว ปัจจัยที่นำมาศึกษาเป็นปัจจัยทางประชากรศาสตร์ ที่ผู้โดยสารมักต้องให้แก่สายการบินในขั้นตอนการจองตั๋วโดยสาร ทั้งข้อมูลเพศ อายุ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีผลต่อการพิจารณา เช่น ข้อมูลช่วงรายได้ อาชีพของผู้เดินทางและเป้าหมายการเดินทาง ผู้วิจัยเริ่มจากการออกแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล การยอมรับอาหารแต่ละประเภทและทัศนคติต่อการบริการอาหารบนเที่ยวบิน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์ความถดถอยโลจิสติกส์ทวิ ตามอาหารแต่ละประเภทและการเลือกกลับมาใช้บริการ พบว่า ผู้โดยสารส่วนมากมีความชื่นชอบต่ออาหารประเภทปลาและกุ้งเป็นอย่างมากส่วนเนื้อวัว เนื้อหมูและเนื้อไก่ การยอมรับจะลดลงตามลำดับ ในด้านการเลือกกลับมาใช้บริการความคิดเห็นเรื่องการให้ความสำคัญกับอาหาร เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผู้โดยสารเลือกกลับมาใช้บริการ แต่ในทางกลับกัน การไม่ได้รับอาหารตามที่ตนต้องการกลับไม่ส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการ


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น Jan 2022

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานพิเศษฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิต่อการยอมรับการใช้งานเทคโนโลยีสำหรับผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมทางด้านขนส่งสินค้าทางทะเลหรือสาสยเรือนั้นมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านบริการ ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้การทำงาน มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และผู้ใช้บริการรับรู้ถึงประโยชน์ของการใช้งาน โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ จำนวน 350 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัสายเรือ XYZ จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน ผลการศึกษาพบว่า ด้านความคาดหวังในประสิทธิภาพ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน


การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า : บริษัทกรณีศึกษา Xyz, เปมิกา กาญจนกามล Jan 2022

การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า : บริษัทกรณีศึกษา Xyz, เปมิกา กาญจนกามล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้เป็นการศึกษาการปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า ของบริษัทกรณีศึกษา XYZ ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนนำเข้า และส่งออกสินค้า (Freight Forward Company) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือการอัปเดตสถานะสินค้าว่าสินค้านั้น ๆ ดำเนินการขนส่งอยู่ที่ไหนแล้วบ้าง เพื่ออัปเดตให้แก่ลูกค้าของบริษัทได้สามารถรับทราบเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการผลิต การตลาด หรือประโยชน์อื่น ๆ และยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้วัดผลประเมินประสิทธิภาพการทำงานของแผนกอีกด้วย ซึ่งคะแนนประสิทธิภาพในการทำงานนั้นยังส่งผลต่อการปรับคิดเงินเดือนประจำปี ตลอดจนโบนัสของพนักงานประจำบริษัทอีกด้วย ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาสาเหตุที่ทำให้กระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษามีปัญหา ตลอดจนนำแนวคิด ทฤษฏี และเครื่องมือ ไม่ว่าเป็นแนวคิดลีน ไคเซ็น แผนผังสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping : VSM) และแนวคิด ECRS เข้ามาช่วยในการดำเนินหาทางแก้ไขปัญหาที่บริษัทกรณีศึกษากำลังเผชิญ ตลอดจนการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาแนวทางการทำงานใหม่ เพื่อให้ทุกคนทราบถึงปัญหาที่แท้จริง และช่วยกันหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาซึ่งหลังจากปรับปรุงกระบวนการนั้น พบว่าทั้ง 2 กิจกรรมการแจ้งเตือน ที่ผู้วิจัยทำการศึกษานั้น มีระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานลดลง และสามารถขจัดกระบวนการที่ไม่มีคุณค่าออกจากกระบวนการทำงานได้ โดยกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 1 มีระยะเวลาเฉลี่ยลดลงจาก 240:09 นาทีลดลงอยู่ที่ 118.36 นาที ระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานลดลงคิดเป็นร้อยละ 50.61 และกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 3 นั้นลดลงคิดเป็นร้อยละ 88.33 จะระยะเวลาเฉลี่ยรวมในการทำงานที่ 12,536:58 นาที ลดลงอยู่ที่ 1,462:57 นาที และในการวัดผลประเมินประจำเดือนธันวาคม 2565 พบได้ว่าสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 1 สัดส่วนคะแนนในเดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ 86.09% และกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 3 อยู่ที่ 90.54%


ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการรีไซเคิลที่เหมาะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ณัฐพร ภัทรอธิคม Jan 2022

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการรีไซเคิลที่เหมาะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ณัฐพร ภัทรอธิคม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม ซึ่งในงานวิจัยนี้คือการเข้าร่วมการรีไซเคิล โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน (Theory of Planned Behavior: TPB) โดยสำรวจจากประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 407 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจและพฤติกรรมการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ ผลการศึกษาพบว่า ทัศนคติ (Attitude) การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม (Perceived Behavioral Control) ความพึงพอใจต่อสิ่งอำนวยความสะดวก (Satisfaction with local facilities) มีอิทธิพลต่อความตั้งใจ (Intention) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในขณะที่บรรทัดฐานของสิ่งอ้างอิงไม่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจและพฤติกรรมการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ และความตั้งใจมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ (Behavior) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่า ประเภทของที่พักอาศัยแบบมีและไม่มีส่วนกลางมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจต่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ และตำแหน่งของจุดรวบรวมขยะรีไซเคิลไม่มีอิทธิพลต่อทุกปัจจัย


การคัดเลือกผู้ให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้า ในประเทศลาว : กรณีศึกษาธุรกิจค้าปลีก, ภากร ศิริชื่นวิจิตร Jan 2022

การคัดเลือกผู้ให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้า ในประเทศลาว : กรณีศึกษาธุรกิจค้าปลีก, ภากร ศิริชื่นวิจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการคัดเลือกผู้ให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้า ใน ประเทศลาว ส ำหรับธุรกิจค้าปลีก ซึ่งใช้วิธีการตัดสินใจแบบหลายหลักเกณฑ์ (Multi Criteria Making: MCDM) ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปัญหาของบริษัทกรณีศึกษา โดยพิจารณาจาก หลักเกณฑ์ 3 หลักเกณฑ์ ได้แก่ หลักเกณฑ์ด้านข้อมูลผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ด้านราคา และ หลักเกณฑ์ด้านการจัดส่ง เพื่อทำการคัดเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสมจากทางเลือกผู้ให้บริการ จำนวน 3 ราย คือ ผู้ให้บริการ B D และ E ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้เทคนิคกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process: AHP) ทำการวิเคราะห์หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการ โดยผลจากการศึกษา พบว่า แต่ละหลักเกณฑ์และทางเลือก มีความเห็นที่แตกต่างกัน เนื่องจาก ผู้ตอบแบบสอบถามมีมุมมองที่ต่างกันตามบทบาท ในขณะที่ผลลัพธ์สุดท้ายของการตัดสินใจเป็นไป ในทิศทางเดียวกันตามลำดับคะแนน คือ หลักเกณฑ์ด้านราคา หลักเกณฑ์ด้านการจัดส่ง และ หลักเกณฑ์ด้านข้อมูลผู้ให้บริการ และทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือ ผู้ให้บริการ E แต่เมื่อพิจารณา ลงแต่ละหลักเกณฑ์ พบว่ายังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของบริษัท ทางผู้วิจัยจึงนำผลการวิเคราะห์ นำเสนอผู้มีอำนาจพิจารณา ซึ่งได้ให้นโยบายและเลือกผู้ให้บริการ จำนวน 2 รายตามล ำดับคะแนน ที่ได้จากการวิเคราะห์ คือ ผู้ให้บริการ B และ E โดยได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการทั้ง 2 ราย ให้แบ่งการให้บริการเท่าๆกัน และปฎิบัติตามเงื่อนไขของบริษัท


การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผู้รับเหมาช่วงบริการขนส่ง, ณัฐธมนต์ วงศ์ชัยศรี Jan 2022

การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผู้รับเหมาช่วงบริการขนส่ง, ณัฐธมนต์ วงศ์ชัยศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาและพัฒนาเกณฑ์การประเมินผู้รับเหมาช่วงบริการขนส่งที่ ให้บริการโดยบริษัท 3PL โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวัดผลการปฏิบัติงานของ บริษัทกรณีศึกษาและของผู้รับเหมาช่วงที่ทางบริษัทกรณีศึกษาใช้บริการ โดยวิธีการศึกษาและ วิเคราะห์ที่ใช้มีการเชิงคุณภาพ (Qualitative) และเชิงปริมาณ (Quantitative) โดยการศึกษา ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลข้อมูล การเก็บข้อมูล การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงาน การปรับปรุงและทดลองใช้เกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดย ผลลัพธ์ของการวิจัยนั้นประกอบด้วยการสรุปเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รูปแบบใหม่ และเทียบกับผลการประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานรูปแบบเดิม โดยใช้วิธีการ แสดงผลในรูปแบบของตารางและกราฟเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานของการใช้เกณฑ์การประเมิน ในปัจจุบันและแบบปรับปรุง


ปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความตั้งใจเดินทางท่องเที่ยวของผู้โดยสารสายการบินภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19, พิชญพิชญ์ นิ่มพยา Jan 2022

ปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความตั้งใจเดินทางท่องเที่ยวของผู้โดยสารสายการบินภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19, พิชญพิชญ์ นิ่มพยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัจจัยด้านการรับรู้ความเสี่ยงด้านสุขภาพในมาตรการด้านต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวของผู้โดยสารสายการบินภายในประเทศไทย ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีตัวแปรอิสระในมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ Active Intervention, Passive Intervention และ Technological Intervention ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ โดยมีกลุ่มประชากรตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยใช้บริการสายการบินภายในประเทศไทย ในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 401 คน และนำมาประมวลผลโดยการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงเส้นเดี่ยว (Simple Linear Regression Analysis) โดยมีระดับนัยสำคัญที่ 0.05 จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยงด้านสุขภาพในมาตรการ Active Intervention และ Passive Intervention ไม่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว และมาตรการด้าน Technological Intervention ส่งผลต่อความตั้งใจในการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวของผู้โดยสารสายการบินภายในประเทศไทย ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า หากสายการบินมีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการมาใช้ เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จะส่งผลต่อความตั้งใจในการเดินทางท่องเที่ยวของผู้โดยสาร และนำไปสู่การสร้างความมั่นใจในการเดินทางมากยิ่งขึ้น


การวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยโดยแบบจำลองแรงโน้มถ่วง, จิดาภา ศรีจำนงค์ Jan 2022

การวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยโดยแบบจำลองแรงโน้มถ่วง, จิดาภา ศรีจำนงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มูลค่าการส่งออกพลาสติกของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของประชากรและเศรษฐกิจโลก การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นที่จะศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยและการศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยต่อไปในอนาคต การศึกษานี้เป็นการสร้างแบบจำลองแรงโน้มถ่วงเพื่อเป็นตัวแทนของการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ โดยมีการเสนอแบบจำลองทางเลือกเพื่อทำการประเมินว่าตัวแปรด้านโลจิสติกส์ ได้แก่ ระยะห่าง เวลาที่ใช้ในการขนส่ง และต้นทุนที่ใช้ในการขนส่ง ตัวแปรใดเป็นตัวแปรที่ดีที่สุดของตัวแปรด้านโลจิสติกส์ ในการประมาณค่าแบบจำลองจะทำการศึกษาด้วยวิธี Pooled Regression Model, Fixed Effect Model และ Random Effect เพื่อหาแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้ข้อมูลแบบอนุกรมเวลา (รายปี) ของมูลค่าการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2561 จากการศึกษาพบว่าตัวแปรระยะทางเป็นตัวแปรด้านโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับแบบจำลองมากที่สุด โดยมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทย ได้แก่ ขนาดเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การใช้ภาษากลาง และการใช้พรมแดนร่วมกัน


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในกรุงเทพมหานคร, จิตริน เขมานุรักษ์ Jan 2022

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในกรุงเทพมหานคร, จิตริน เขมานุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและทำการศึกษา ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ปัจจัยด้านความรู้และการรับรู้ถึงปัญหาหน้ากากอนามัยใช้แล้ว และปัญหาขยะของกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงปัจจัยด้านนโยบายและการรณรงค์ส่งเสริม ที่แตกต่างกันจะให้ผลทางด้านพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไป (5 ข้อ) ที่แตกต่างกันหรือไม่ โดยการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยกลุ่มประชาที่ทำการศึกษา คือ ผู้ที่ทั้งเคย และไม่เคยทิ้งหน้ากากอนามัยได้อย่างถูกต้องถูกวิธีมาก่อน ซึ่งทำการสำรวจผ่านแบบสอบถาม Google form และได้รับข้อมูลต่อกลับทั้งสิ้น 400 ชุด ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านประชากรณ์ศาสตร์ การที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน, จำนวนสมาชิกในครัวเรือน, สภาพที่อยู่อาศัย, ประวัติการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ของตนเอง และจำนวนวัคซีนตนได้รับที่แตกต่างกัน มีระดับพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไปแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในส่วนของ ปัจจัยด้านความรู้และการรับรู้ถึงปัญหาหน้ากากอนามัยใช้แล้ว และปัญหาขยะของกรุงเทพมหานคร ทุกๆ ปัจจัยมีระดับพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไปแตกต่างกัน แต่ะจะมีบางข้อความรู้และการรับรู้ถึงปัญหาบางข้อเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไปแตกต่างกัน ได้ทั้ง 5 ข้อ ในขณะที่ ปัจจัยด้านนโยบายและการรณรงค์ส่งเสริม พบว่า การส่งเสริมด้วยการให้ภาครัฐแจกถุงพลาสติก หรือให้ร้านค้าแจกถุงพลาสติก ที่สามารถใช้ในการคัดแยกขยะติดเชื้ออย่าง “หน้ากากอนามัยใช้แล้ว” มีระดับพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไป ไม่แตกต่างกัน