Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Architectural Technology Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

772 Full-Text Articles 971 Authors 489,541 Downloads 73 Institutions

All Articles in Architectural Technology

Faceted Search

772 full-text articles. Page 8 of 37.

การยกระดับระบบบ้านอัจฉริยะด้วยการมีส่วนร่วมของสถาปนิก, ปฏิพล บุญสุขโชติ 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

การยกระดับระบบบ้านอัจฉริยะด้วยการมีส่วนร่วมของสถาปนิก, ปฏิพล บุญสุขโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมหัต (Big Data) ได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบในด้านที่อยู่อาศัย แนวคิดบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการใช้อาคารผ่านการผสานเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ในบริบทของประเทศไทย การประยุกต์ใช้ระบบบ้านอัจฉริยะยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านการบูรณาการระบบ การจัดการข้อมูล และความเข้าใจเชิงพื้นที่ ส่งผลให้การใช้งานจริงไม่สามารถบรรลุศักยภาพได้อย่างแท้จริง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาช่องว่างดังกล่าว วิเคราะห์บทบาทของสถาปนิกในการแก้ปัญหา และนำเสนอแนวทางในการยกระดับระบบบ้านอัจฉริยะให้ตอบสนองการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะจำนวน 10 ราย และการวิเคราะห์เชิงกรอบ (Framework Analysis) เพื่อสังเคราะห์ปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น รวมถึงออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ (UI) เพื่อพัฒนาแบบจำลองเชิงแนวคิด (Conceptual Modeling) บนพื้นฐานระเบียบวิธีแบบจำลองสถานการณ์ (Simulation-Based Approach) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันการพัฒนาระบบบ้านอัจฉริยะในไทยส่วนใหญ่ผู้ให้บริการเทคโนโลยี (IoT Vendors) มีบทบาทสำคัญมากที่สุดผ่านการเลือกใช้ระบบบ้านอัจฉริยะซึ่งมีลักษณะเป็นระบบปิดและขาดความสามารถในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน (Integration Performance) ขณะเดียวกันสถาปนิกในปัจจุบันที่มีศักยภาพของข้อมูลอาคาร (BIM) แต่ก็ไม่ได้นำไปใช้เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับระบบ อีกทั้งยังขาดความเข้าใจในการนำองค์ความรู้เข้าร่วมในกระบวนการออกแบบระบบบ้านอัจฉริยะ ส่งผลให้ระบบบ้านอัจฉริยะกลายเป็นเพียง Gadget Home ซึ่งไม่สามารถตอบสนองชีวิตอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง (Pseudo-Smart) การผสานความรู้ทางสถาปัตยกรรมเข้าไปยังระบบอัจฉริยะบนพื้นฐานของข้อมูลอาคาร (BIM) จะนำไปสู่การควบคุมอุปกรณ์ให้ทำงานอย่างสอดคล้องและอัตโนมัติ (Smart Controlling) การบูรณาการดังกล่าวยังช่วยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงพื้นที่บนระบบเวลาจริง (Real-time) สถาปนิกจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับสู่ Smart Architect ที่เข้าใจทั้งระบบและกระบวนการของการสร้างบ้านอัจฉริยะตั้งแต่ในระดับของการกำหนดเป้าหมายของระบบบ้านอัจฉริยะ (IoT Objective) ระดับของอุปกรณ์ (Physical) ระดับของการจัดการชุดข้อมูล (Database) ระดับของการจัดการฐานข้อมูลอาคาร (BIM) และระดับของกระบวนการทำงานของระบบ (Flowchart) ผ่านการเลือกใช้เครื่องมือในการออกแบบและความเข้าใจด้าน BIM ในฐานะของข้อมูลอาคาร อย่างไรก็ตามการยกระดับนี้ไม่ได้จำกัดเพียงสถาปนิก แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 3 ฝ่าย คือ สถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้ให้บริการ จะต้องมีความเข้าใจร่วมกันถึงความสำคัญของข้อมูล เพื่อกำหนดเป้าหมายเดียวกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาบ้านอัจฉริยะในบริบทไทยที่สามารถบูรณาการข้อมูลและตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างยั่งยืน


การพัฒนาเกณฑ์การประเมินค่าการส่งถ่ายความร้อนผ่านเปลือกอาคาร (Ottv) ภายใต้สถานการณ์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ, พีรพัฒน์ หริเลิศรัฐ 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

การพัฒนาเกณฑ์การประเมินค่าการส่งถ่ายความร้อนผ่านเปลือกอาคาร (Ottv) ภายใต้สถานการณ์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ, พีรพัฒน์ หริเลิศรัฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การประเมินค่าการส่งถ่ายความร้อนผ่านเปลือกอาคาร (OTTV) เป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทรวงพลังงานมีข้อกำหนดและเกณฑ์การประเมินเอาไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม วิธีการประเมินค่า OTTV โดยใช้สมการที่ใช้ในปัจจุบัน ค่าสัมประสิทธิ์ในสมการ OTTV ซึ่งได้แก่ TDeq ∆T และ ESR ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นที่มาของงานวิจัยนี้ ที่ต้องการพัฒนาสมการ OTTV และสมการคำนวณการใช้พลังงานโดยรวมของอาคาร ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เพื่อปรับตัวเข้าสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยมีอาคารสำนักงานเป็นกรณีศึกษา ผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์สมการ OTTV ภายใต้แบบจำลองสภาพอากาศปี ค.ศ. 2050 หรือ สมการ OTTV2050 มีค่า TDeq ∆T และ ESR เท่ากับ 2.23 °C, 3.37 °C, และ 239.56 W/m2 ตามลำดับ ในขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์ในสมการที่ใช้ในปัจจุบัน หรือสมการ OTTV2004 มีค่า TDeq ∆T และ ESR เท่ากับ 13.46 °C, 4.47 °C, และ 172.99 W/m2 ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้สมการ OTTV อ่อนไหวต่อการแผ่รังสีของกระจกมากขึ้น และอ่อนไหวต่อการนำความร้อนจากผนังทึบและกระจกลดลง และการศึกษาเกณฑ์การใช้พลังงานในแผนอนุรักษ์พลังงานด้วยสมการ OTTV2050 พบว่า ค่า OTTV ที่จะทำให้อาคารมีประสิทธิภาพในระดับ Net zero energy building (NZEB) มีค่าลดลงจาก 15 W/m2 เหลือ 8.33 W/m2 แต่อย่างไรก็ตาม แม้อาคารจะสามารถใช้พลังงานได้ตามเกณฑ์ในแผนอนุรักษ์พลังงาน ก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 หากปราศจากการชดเชยพลังงานที่เพียงพอ


Bangkok Vernacular Making As A Tool For Fostering Inspiration And Creative Thinking In Design: A Practice-Based Approach, Romrawin Pipatnudda 2024 Faculty of Architecture

Bangkok Vernacular Making As A Tool For Fostering Inspiration And Creative Thinking In Design: A Practice-Based Approach, Romrawin Pipatnudda

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research explores the everyday creativity found on Bangkok’s streets—creative, resourceful, improvised solutions created by ordinary people in response to urban challenges. It is based on the hypothesis that Bangkok’s vernacular making can serve as a tool for fostering inspiration and creative thinking in design. Through photo ethnography, literature review, and a practice-based research methodology, the project investigates two key questions: What are the defining characteristics of Bangkok's vernacular making? And how can it be translated into a tool that inspires creative thinking? 10101-101 Pieces of 1 City (Bangkok Edition) is an outcome of the research, which consists of three …


การศึกษาความแม่นยำของการจำลองเสียงในอาคารสถานศึกษาด้วยแบบจำลอง 3 มิติ ที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์, สินธุ์ แสงอินทร์ 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

การศึกษาความแม่นยำของการจำลองเสียงในอาคารสถานศึกษาด้วยแบบจำลอง 3 มิติ ที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์, สินธุ์ แสงอินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เสียงในสถาปัตยกรรม (Architectural Acoustic) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญและส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ใช้งานอาคารโดยตรง องค์กรต่างๆ ด้านการกำหนดมาตรฐานและข้อบังคับในการออกแบบและก่อสร้างเช่น LEED และ WELL ได้ทำการบรรจุหัวข้อด้านการสร้างสุขภาวะและลดมลภาวะทางเสียงในอาคาร เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางเสียงที่ดีภายในอาคารที่มีการใช้งานที่มีความอ่อนไหวทางเสียง โดยเฉพาะอาคารสถานศึกษา ในขณะเดียวกัน สำหรับอาคารบางแห่งที่ไม่มีการทำแบบจำลอง 3 มิติ มาก่อน จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยแรงงานและเวลาหากต้องมีการรังวัดสภาพของอาคารจริงเพื่อจัดทำแบบจำลอง 3 มิติเพื่อทำการจำลองเสียงงานวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาความแม่นยำของผลจำลองเสียงแบบจำลอง 3 มิติที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์ (Point Cloud) โดยการเปรียบเทียบกับผลการจำลองเสียงจากแบบจำลอง 3 มิติที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์กับผลการจำลองเสียงด้วยแบบจำลอง 3 มิติจากแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM) โดยมีตัวแปรของเสียงที่เป็นตัวชี้วัดทั้งหมด 4 ตัวแปร ได้แก่ ระยะเวลาก้องกังวาน (RT60) เวลาสลายตัวเร็ว (EDT) ความชัดเจน (C80) และดัชนีการส่งผ่านเสียงพูด (STI)หลังจากที่ได้ทำการจำลองเสียงด้วยแบบจำลอง 3 มิติที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ แบบจำลอง 3 มิติ แบบ Voxel และแบบจำลอง 3 มิติ แบบ Bounding Box ของห้องที่แตกต่างภายในอาคารสถานศึกษาทั้งหมด 3 ห้อง และชุดวัสดุที่มีค่าสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียงที่ต่างกัน 2 ชุด พบว่า ผลการจำลองเสียงด้วยด้วยแบบจำลอง 3 มิติ ที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์นั้นมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยในตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ร้อยละ 0.663 ถึง 17.034 นอกจากนี้ การจำลองด้วยแบบจำลอง 3 มิติ Bounding Box ยังสามารถทำการจำลองได้รวดเร็วกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการจำลองด้วยแบบจำลอง 3 มิติจากแบบจำลองสารสนเทศอาคาร ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของการประยุกต์ใช้แบบจำลอง 3 มิติที่สร้างจากข้อมูลพอยต์คลาวด์ในการจำลองเสียง


นวัตกรรมแผ่นพลาสติกสำหรับเปลือกอาคารเพื่ออาคารประหยัดพลังงาน, สุวิชาดา เฮงมีชัย 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

นวัตกรรมแผ่นพลาสติกสำหรับเปลือกอาคารเพื่ออาคารประหยัดพลังงาน, สุวิชาดา เฮงมีชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการลดการใช้พลังงานอาคารโดยการปรับเปลี่ยนวัสดุเปลือกอาคาร ซึ่งช่องเปิดของอาคารที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศหรือช่องแสงนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความร้อนเข้ามาภายในอาคารในปริมาณมาก โดยมักจะเป็นวัสดุโปร่งแสงในส่วนของผนังอาคาร (Translucent wall) และหลังคาโปร่งแสง (Skylight) การพัฒนาวัสดุเปลือกอาคารที่มีคุณสมบัติโปร่งแสง แต่สามารถช่วยลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาภายในอาคารได้ จึงเป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาครั้งนี้ โดยนำพลาสติก Polymethyl Methacrylate (PMMA) ที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน และมีราคาที่เหมาะสม มาเสริมแรงด้วยเส้นใยแบคทีเรียเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งช่วยทั้งให้วัสดุมีความแข็งแรงและการลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาในอาคารได้ โดยผสมแบคทีเรียเซลลูโลสความเข้นข้นที่ปริมาณร้อยละ 1 2 และ 3 โดยน้ำหนัก มีกระบวนการในการศึกษาตั้งแต่การผลิต ขึ้นรูปชิ้นงาน และส่งทดสอบคุณสมบัติของวัสดุโปร่งแสง เพื่อนำมาทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการช่วยลดการใช้พลังงานอาคารของแผ่นวัสดุ ผ่านการปรับเปลี่ยนวัสดุเปลือกอาคารโปร่งแสงในโปรแกรมจำลองการใช้พลังงานรวมอาคาร OpenStudio แบ่งศึกษาเป็น 2 กรณี คือ งานผนังโปร่งแสงในอาคารสำนักงานมาตรฐาน และงานหลังคาโปร่งแสงในอาคารสนามกีฬาในร่มจากผลการศึกษา พบว่า ยิ่งเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของสารเสริมแบคทีเรียเซลลูโลส ยิ่งส่งผลให้คุณสมบัติเชิงกลของวัสดุลดลง ในทางกลับกัน ความสามารถในการลดความร้อนเพิ่มมากขึ้น มีการสะสมความร้อนภายในอาคารลดลง ทำให้การใช้พลังงานรวมภายในอาคารลดน้อยลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัสดุ PMMA ที่ผสมแบคทีเรียเซลลูโลสในปริมาณร้อยละ 2 มีประสิทธิภาพในการช่วยลดพลังงานรวมอาคารได้ดีที่สุดอยู่ที่ 29,012,398.76 kWh/yr และมีระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุดอยู่ที่ 3.85 ปี ประหยัดค่าไฟลงปีละร้อยละ 1.50 เมื่อเทียบกับวัสดุกระจกใส สำหรับงานผนังโปร่งแสง กรณีศึกษาอาคารสำนักงาน และวัสดุ PMMA ที่ผสมแบคทีเรียเซลลูโลสในปริมาณร้อยละ 3 มีประสิทธิภาพในการช่วยลดพลังงานรวมอาคารได้ดีที่สุด อยู่ที่ 1,310,421.59 kWh/yr และมีระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุดอยู่ที่ 0.93 ปี ประหยัดค่าไฟลงปีละร้อยละ 1.67 เมื่อเทียบกับวัสดุกระจกใส สำหรับงานหลังคาโปร่งแสง กรณีศึกษาอาคารสนามกีฬาในร่ม ทั้งนี้ ปริมาณของแบคทีเรียเซลลูโลส ส่งผลให้ราคาต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของวัสดุแต่ละประเภทล้วนมีความเหมาะสมในการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเปลือกอาคารที่นำวัสดุไปติดตั้งด้วย


Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake 2024 Faculty of Architecture

Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The dominance of high-rise architecture in globalized urban landscapes has arguably raised concerns about the homogenization of cities and the decline of local identity. As vertical structures become essential components of contemporary metropolises, they pose unique challenges in negotiating cultural and contextual relevance. While often critiqued for their perceived detachment from place, some high-rises attempt to assert localized identities without reverting to superficial mimicry. This research engages with these tensions by analyzing five high-rise buildings in Bangkok—a vibrant, cosmopolitan, and non-Western urban setting—through the lens of Critical Regionalism, despite its known limitations when applied to large-scale architecture. The study examines …


คุณค่าและการเปลี่ยนแปลงบ้านจีนดั้งเดิม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร, สิตานันท์ เพชรกาฬ 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

คุณค่าและการเปลี่ยนแปลงบ้านจีนดั้งเดิม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร, สิตานันท์ เพชรกาฬ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บ้านจีนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของชาวจีนในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันบ้านจีนดั้งเดิมเหล่านี้กำลังเผชิญปัญหาความเสื่อมสภาพ การถูกทิ้งร้าง และการรื้อถอนซึ่งส่งผลให้คุณค่าและความแท้ของมรดกทางวัฒนธรรมกำลังสูญหายไป งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันด้านกายภาพ บริบทที่ตั้ง และการใช้งานของบ้านจีนดั้งเดิมเพื่อวิเคราะห์คุณค่า ความแท้ และความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียคุณค่า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการศึกษาแนวคิดและหลักการอนุรักษ์ พร้อมสำรวจภาคสนามและรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา 4 หลัง ได้แก่ โรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ, บ้านโปษ์กี่, บ้านรัชต์บริรักษ์ และบ้านเอ๊งฮอกต๋อง โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกด้านกายภาพ บริบทที่ตั้ง การใช้งาน และการเปลี่ยนแปลงของแต่ละกรณีศึกษา ผลการวิจัยพบว่า คุณค่าของบ้านจีนดั้งเดิม คือ การปรับบ้านให้เข้ากับทุกยุคทุกสมัย แม้จะได้รับอิทธิพลจากบ้านจีนดั้งเดิมที่เป็นต้นแบบในประเทศจีน ทั้งในด้านผังอาคาร การจัดวางพื้นที่ใช้สอย และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่ยังคงมีการปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและบริบทที่ตั้งของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบ้านจีนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การเสื่อมทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการใช้สอย จนส่งผลให้คุณค่าและความแท้ของบ้านจีนดั้งเดิมลดน้อยลงไป โดยสรุป ในการอนุรักษ์บ้านจีนดั้งเดิมเพื่อรักษาคุณค่า ต้องมีการทำความเข้าใจตัวอาคารและที่ตั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อนำมาประเมินสภาพปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ จนนำไปสู่การประเมินคุณค่าในทุกด้าน ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม จิตวิญญาณ เศรษฐกิจ และจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยต่าง ๆ เพื่อนำมากำหนดวัตถุประสงค์และเลือกวิธีการอนุรักษ์จนนำไปสู่การปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับอาคารต่อไปอย่างยั่งยืน


A Framework For Developing Sustainable Architectural Entrepreneurship Start-Ups In Egypt, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Mariz Ahmed Aziz, Fatma Othman Alamoudy 2024 The British University in Egypt

A Framework For Developing Sustainable Architectural Entrepreneurship Start-Ups In Egypt, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Mariz Ahmed Aziz, Fatma Othman Alamoudy

Architectural Engineering

Purpose – This research aims to develop and validate a framework to support the development of sustainable architectural entrepreneurship start-ups (AES) in Egypt by overcoming the challenges that obstruct their development. Design/methodology/approach – A qualitative and quantitative research methodology was designed to accomplish four objectives. The literature review investigated the concept of entrepreneurship, the challenges of AES in Egypt and Egypt’s Vision 2030. Four case studies were analysed to validate the identified challenges and strategies adopted to overcome these obstacles. A survey questionnaire was conducted with AES founders in Egypt to assess their perception of entrepreneurship, challenges and strategies adopted …


A 4-Dimensional Strategy For Managing Construction Waste Originating During The Design Process Within Architectural Design Firms In Egypt, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Aya Said Muawad Saad 2024 The British University in Egypt

A 4-Dimensional Strategy For Managing Construction Waste Originating During The Design Process Within Architectural Design Firms In Egypt, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Aya Said Muawad Saad

Architectural Engineering

This study aims to develop and validate a comprehensive strategy consisting of four dimensions for effectively managing construction waste (CW) arising during the Architectural Design Process (ADP) within Architectural Design Firms (ADFs) in Egypt. To accomplish this aim, a hybrid research approach, integrating qualitative and quantitative methods, was designed to address four specific objectives. Firstly, a thorough literature review was conducted to explore the topics of ADP, CW, Waste Management (WM), as well as national and international Waste Management Strategies (WMS). Secondly, three construction-based case studies from Saudi Arabia, China, and Thailand were gathered and analyzed to investigate the efficacy …


A Strategy For Reducing Construction Waste Generated During The Design Process In Architectural Design Firms In Egypt, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Aya Said Saad 2024 The British University in Egypt

A Strategy For Reducing Construction Waste Generated During The Design Process In Architectural Design Firms In Egypt, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Aya Said Saad

Architectural Engineering

Purpose – This paper aims to develop and validate a strategy for reducing construction waste (CW) generated during the design process (DP) in architectural design firms (ADFs) in Egypt. Design/methodology/approach – Qualitative and quantitative research methodology was designed to accomplish four objectives. The literature review investigated DP, CW, waste management (WM) and WM strategies (WMS). Three case studies were analysed to investigate the role of WMS towards reducing CW during DP. A survey questionnaire was conducted with a representative sample of ADFs in Egypt to assess their perception and application of WMS during DP. Lastly, a strategy was developed and …


A Lean Management Framework For Achieving Sustainability Through Reducing Risks During The Design Process, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Sherouk Mohamed Abdelrahim 2024 The British University in Egypt

A Lean Management Framework For Achieving Sustainability Through Reducing Risks During The Design Process, Ayman Ahmed Ezzat Othman, Sherouk Mohamed Abdelrahim

Architectural Engineering

The building sector is a substantial global industry that plays a significant role in the social and economic advancement of nations. The construction industry has been criticized for its unsustainable practices, including waste generation, pollution, and the consumption of non-renewable resources and energy. Due to the dynamic nature of the construction industry and the involvement of multiple parties with diverse goals, knowledge, and skills, the industry is susceptible to various risks that can undermine the sustainability of projects. This research aims to develop a Lean Management (LM) framework to deliver sustainable construction projects through reducing risks during the design process. …


การพัฒนาคู่มือรายการตรวจสอบใช้ประกอบแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ประเภทอาคารอยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร, เวธินี พูลเพิ่มพันธ์ 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

การพัฒนาคู่มือรายการตรวจสอบใช้ประกอบแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ประเภทอาคารอยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร, เวธินี พูลเพิ่มพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาทบทวนแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร 2. ศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร 3. เพื่อเสนอแนะคู่มือรายการตรวจสอบ (Check list) แผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพที่มีการรวบรวมข้อมูล จัดกลุ่มกฎหมาย จัดทำคู่มือรายการตรวจสอบ (Check list) และสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแล้วนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลและสรุปผล ผลการศึกษาพบว่า 1. การพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารจำเป็นต้องพิจารณากฎหมายร่วมกันหลายฉบับ โดยในแผนผังแบบแปลนที่ประกอบด้วยข้อกฎหมายหลายหัวข้อมากที่สุดคือ แผนผังบริเวณ 2. จากการสัมภาษณ์ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารจำนวน 9 คน ในเรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร พบว่าในกลุ่มผู้ปฏิบัติวิชาชีพพบปัญหาการค้นหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ, ปัญหาข้อกฎหมายซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน, และปัญหาความเข้าใจของผู้พิจารณาคำขออนุญาตและผู้ยื่นขออนุญาตไม่ตรงกัน ขณะที่กลุ่มผู้พิจารณาอนุญาตพบปัญหาการค้นหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุญาต, ปัญหาความเข้าใจของผู้พิจารณาอนุญาตและผู้ยื่นขออนุญาตไม่ตรงกัน, และปัญหาในการอ่านแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร 3. ในส่วนคู่มือรายการตรวจสอบ (Check list) แผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารพบว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยเป็นจำนวน 12 ความคิดเห็นและมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ควรนำไปพัฒนาเพิ่มเติมและทดสอบการใช้งานจริงต่อไป


Determination Of Spore Viability In Concrete Across Several Factors Using Most Probable Number, Samuel Boyer 2024 The University of Akron

Determination Of Spore Viability In Concrete Across Several Factors Using Most Probable Number, Samuel Boyer

Williams Honors College, Honors Research Projects

To determine the lowest concentration of spore added to polyurethane-cement composite (PUCCO) particles that can still germinate after curing in concrete. This research project is a small addition to the larger research project being undertaken by Mirza Mohammed Rashiduzzaman for his Masters. The larger project involves the use of fungal spores added in concrete to act as a self-healing component when cracks form in the concrete structure over time. These spores are suspended in a protective oil and loaded into small, hardened sponge-like PUCCO cubes to act as growth points when water and air can reach the PUCCO in the …


ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์: ภาพจำของอนุสาวรีย์แห่งความตาย, อธิภัทร แสวงผล 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์: ภาพจำของอนุสาวรีย์แห่งความตาย, อธิภัทร แสวงผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและมีความสัมพันธ์กับการสิ้นสุดพระชนม์ชีพของพระบรมวงศานุวงศ์สยามอย่างไม่จำกัดรูปแบบ, ขนาด, วัสดุ หรือความคงทน จึงใช้คำว่า "อนุสาวรีย์แห่งความตาย" แทนสิ่งที่ศึกษา ซึ่งผลงานเหล่านี้กลายเป็นภาพจำ และเป็นแบบแผนให้กับสถาปนิกตลอดจนนายช่างยุคต่อมาดำเนินรอยตามผู้วิจัยตั้งคำถามถึงภาพจำของผลงานฝีพระหัตถ์ และภาพจำที่เกิดขึ้นภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 2490 ทำให้ใช้วิธีการเรียบเรียงหลักฐานในอดีตที่พบด้วยภาษาและมุมมองปัจจุบัน หรือ ประวัติศาสตร์นิพนธ์ ประกอบกับแนวความคิดว่าด้วยภาพจำอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญะ 3 แนวคิด ได้แก่ ภาพจำร่วมกันของสังคม, ภาพจำเชิงภาษาศาสตร์ และ มายาคติ หรือภาพจำภายใต้วัฒนธรรมร่วมสมัย แม้ทั้งสามแนวคิดจะเกิดขึ้นจากนักคิดชาวตะวันตก แต่สามารถใช้วิเคราะห์ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมโดยไร้ข้อจำกัดของชาติพันธุ์และเวลานอกจากนี้ ผู้ที่เคยศึกษาผลงานฝีพระหัตถ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์มาก่อนมักกล่าวถึงภาพจำเชิงกายภาพในรูปแบบสัญลักษณ์ ที่แท้จริงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัญญะ ที่มนุษย์รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสและเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ได้หลายระดับ ทำให้ผู้วิจัยใช้หลักฐานชั้นต้นที่หน่วยงานราชการและเอกชนเก็บรักษามาวิเคราะห์เตลอดจนบทสัมภาษณ์สถาปนิกและนายช่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพระเมรุมาศ เพื่อค้นหาความหมายภายใต้ผลงานฝีพระหัตถ์ต่อไปจากการศึกษาพบว่าสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงได้รับอิทธิพลจากความนิยมของสังคม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาภาพจำของผู้สิ้นสุดพระชนม์ชีพในผลงานฝีพระหัตถ์ ที่พบสัญญะอันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญของชีวิตอันเป็นผลจากค่านิยมของยุคสมัย ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางใหม่ภายหลังแบบแผนอันเคร่งครัดที่มีอยู่เดิมได้เปลี่ยนรูปแบบไป ทำให้ผลงานฝีพระหัตถ์มีสถานะเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์อนุสาวรีย์แห่งความตายของนายช่างร่วมสมัยปัจจุบัน


การพัฒนาชุดข้อมูลสำหรับระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารในกรุงเทพมหานคร, ไพลิน วิรุฬห์ทรัพย์ 2024 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

การพัฒนาชุดข้อมูลสำหรับระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารในกรุงเทพมหานคร, ไพลิน วิรุฬห์ทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารเพื่อการออกแบบโครงการทางสถาปัตยกรรม จำเป็นต้องพิจารณากฎหมายหลากหลายฉบับ ซึ่งกฎหมายควบคุมอาคารเหล่านี้ มีความซับซ้อนและปรับปรุงอยู่เสมอ ประกอบกับเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการค้นคว้ากฎหมายยังมีจำกัด ส่งผลให้สถาปนิกเกิดความยากลำบากในการค้นคว้าข้อกฎหมาย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดข้อมูลสำหรับการพัฒนาระบบสนทนาอัตโนมัติ ให้สามารถช่วยในการค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารได้ โดยครอบคลุมอาคารประเภทอาคารอยู่อาศัย ที่มีพื้นที่อาคารไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และสูงไม่ถึง 23 เมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานครการดำเนินการวิจัยเริ่มต้นด้วยการรวบรวมข้อมูลกฎหมายควบคุมอาคารทั้งหมด เพื่อนำมาพัฒนาเป็นชุดข้อมูล โดยใช้หลักการแผนผังต้นไม้การตัดสินใจ (Decision Tree) ร่วมกับการศึกษาองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อพิจารณาคัดเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาด้วยชุดข้อมูลด้านกฎหมายที่พัฒนาขึ้น หลังจากนั้นจึงนำเข้าชุดข้อมูลในระบบเพื่อพัฒนาระบบสนทนาอัตโนมัติ จากนั้นจึงทดสอบและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพในการค้นคว้าข้อกฎหมายระบบสนทนาอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นได้ถูกนำไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นสถาปนิก เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งาน ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าระบบสนทนาอัตโนมัติสามารถช่วยลดระยะเวลาในการค้นคว้าข้อมูลกฎหมาย และอำนวยความสะดวกในการค้นคว้ากฎหมายเพื่อใช้ในการออกแบบได้ โดยผลการประเมินด้านความง่ายในการใช้งาน, ประสิทธิภาพในการตอบคำถามด้านกฎหมาย และความพึงพอใจโดยรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก


Lighting Retrofit For Energy Conservation: A Case Study Of Classrooms At The Faculty Of Architecture, Chulalongkorn University, Thae Thiri Lynn 2024 Faculty of Architecture

Lighting Retrofit For Energy Conservation: A Case Study Of Classrooms At The Faculty Of Architecture, Chulalongkorn University, Thae Thiri Lynn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lighting energy consumption has been one of the major elements of overall energy usage in educational buildings, making its reduction significant for promoting sustainability of educational sector. This research aims to minimize lighting energy consumption and improve lighting performance at the Architecture Faculty building at the Chulalongkorn University in Thailand. In this study, three classrooms facing all four different directions were selected as case studies for in-depth assessment. The applied strategies involve replacement of lamps types, repositioning of lamps, reduction of lamp quantities and redesigning electric grouping lines. By using Dialux Evo 12, the lighting scenarios were simulated on an …


Artificial Intelligence Integration In Construction: A Cal Poly Curriculum Assessment, Carter James Hahn 2023 California Polytechnic State University, San Luis Obispo

Artificial Intelligence Integration In Construction: A Cal Poly Curriculum Assessment, Carter James Hahn

Construction Management

In a rapidly evolving industry where AI enhances efficiency and safety, questions are being raised on whether it should be introduced in the classroom. This research project is with the intention of understanding if and how artificial intelligence should be incorporated into Cal Poly’s construction management curriculum. The research combines a literature review establishing AI's relevance in construction project management with a survey-based methodology to gauge industry perspectives. Today, the global construction market witnesses a surge in AI adoption in its planning, construction, and O&M phases. In turn, the industry has benefited from its application in mitigation of risks, improved …


Digital Construction Annual Survey 2022 Report, Davitt Lamon, Ted McKenna 2023 Technological University Dublin

Digital Construction Annual Survey 2022 Report, Davitt Lamon, Ted Mckenna

Reports

The Annual Survey 2022 was conducted to assess the state of digital transformation in the Irish construction and built environment sector. This report presents the analysis of survey data, with a focus on implications for the Build Digital project and Build Digital’s five pillars: Digital Leadership & Cultural Change, Digital Standards, Digital Education & Training, Digital Procurement, and Sustainability & Circular Economy. Key findings from the survey indicated that a significant number of organisations have started their digital transformation journey, with many identifying themselves as proactive and possessing a clear business-focused strategy. However, a considerable cohort of respondents are keen …


International Information Management And Bim Best Practice Report, Ted McKenna, Davitt Lamon 2023 Build Digital

International Information Management And Bim Best Practice Report, Ted Mckenna, Davitt Lamon

Reports

In order to inform the Digital Leadership and Cultural Change pillar of the Build Digital, a study of international best practice in digital adoption within the built environment sector globally was undertaken and is presented here-in. In order to identify key learnings for Ireland in the context of digital transformation, eight countries were included in this study, namely, Denmark, Finland, Netherlands, Germany, United Kingdom (UK), New Zealand, Australia and Singapore. These countries were selected for various reasons, including the level of digital maturity, the scale of the built environment sector and geographic spread. Key data for each country is included …


Sustainability And Circular Economy Horizon Scan And Needs Analysis, Sadaf Dalirazar, Mark Kelly, Derek Sinnott, James O'Donnell 2023 University College Dublin

Sustainability And Circular Economy Horizon Scan And Needs Analysis, Sadaf Dalirazar, Mark Kelly, Derek Sinnott, James O'Donnell

Reports

The construction industry plays a crucial role in addressing the climate crisis as it is the largest global consumer of raw materials and contributes significantly to global energy consumption and emissions. Considering the world’s continuous population growth and the imperative to address infrastructure and housing demands the construction sector needs to adopt further sustainable strategies in its activities to reduce the pressure on natural resources. In addition, the Architecture, Engineering, and Construction (AEC) sector is responsible for generating substantial amount of waste known as Construction and Demolition Waste (CDW), which is projected to increase due to the future construction developments. …


Digital Commons powered by bepress