Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 631 - 660 of 7208

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

ระบบการติดตามข้อมูลการนำเข้าสารเคมีอันตรายของประเทศไทย, วรรณี พฤฒิถาวร Jul 2024

ระบบการติดตามข้อมูลการนำเข้าสารเคมีอันตรายของประเทศไทย, วรรณี พฤฒิถาวร

Applied Environmental Research

บทความเรื่องระบบการติดตามข้อมูลการนำเข้าสารเคมีอันตรายของประเทศไทยนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการการสร้างระบบประสานงานข้อมูลการนำเข้าสารเคมีอันตรายซึ่งเป็นงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนการศึกษาจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีสร้างรูปแบบประสานงานและระบบการติดตามข้อมูลการนำเข้าสารเคมีและวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ.2535 พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์พ.ศ.2530 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องหน่วยงานที่ร่วมดำเนินงานได้แก่ กรมศุลกากร และหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมการนำเข้าวัตถุอันตราย 5 หน่วยงาน คือ กรมโรงงาน อุตสาหกรรมกรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมประมง และกรมการอุตสาหกรรมทหาร ในการนำเสนอบทความนี้ มีข้อสรุป 3 ส่วนที่สำคัญคือ 1) ผลงานจากการศึกษาคือการจำแนกพิกัดรหัสสถิติสินค้าสารเคมีให้มีความชัดเจนและเกิดประโยชน์ในการติดตามสาร เคมีเฉพาะรายการ โดยเฉพาะสารเคมีที่มีการควบคุมตามกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของหน่วยงานควบคุมโดยไม่กระทบกระเทือนกับระบบฮาร์โมไนซ์ที่กรมศุลกากรใช้อยู่รวมทั้งสิน2,117รหัสและจัดทำเป็นฐานข้อมูลวัตถุอันตรายซึ่งมีรายการสารควบคุมตามกฎหมาย1,667รหัสและที่ไม่ใช่สารควบคุมตามกฎหมาย 450 รหัสผลจากการจำแนกรหัสสถิติใหม่ทำให้ทราบชนิดและปริมาณนำเข้าของสารอันตรายซึ่งเป็นสารควบคุมแต่ไม่เคยมีการติดตามได้มาก่อนเช่นสารที่ต้องควบคุมตามอนุสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ ได้แก่ สารที่ควบคุมตามบัญชีสารเคมีตามอนุสัญญาว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้า (PIC) และ สารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (POPs) เป็นต้น 2) มีการสร้างฐานข้อมูลเลขที่เอกสารสำคัญ 15 หลัก ซึ่งระบุหน่วยงานชนิดเอกสารสำคัญ ชนิดวัตถุอันตราย เลขที่เอก สารสำคัญ และปี พ.ศ. เพื่อใช้ตรวจสอบการนำเข้า ของหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่ควบคุมการนำเข้าวัตถุอันตรายตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดระบบติดตามการนำเข้าสารอันตรายที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน 3) มีการสร้างระบบการตรวจสอบข้อมูลสารเคมีอันตรายโดยกรมศุลกากรสามารถรายงานสถิติการนำเข้าของสารควบคุมที่มีพิกัดรหัสสถิติชัดเจนว่าเป็นการนำเข้าโดยการอนุญาตของหน่วยงานควบคุมหน่วยใดและอ้างอิงกับเอกสารสำคัญฉบับใด โดยการตรวจสอบจากฐานข้อมูลวัตถุอันตราย และ ฐานข้อมูลเลขที่เอกสารสำคัญ 15 หลัก ขณะเดียวกันหน่วยงานควบคุมแต่ละหน่วยงานสามารถใช้ตัวเลขรายงานของกรมศุลกากรตรวจสอบเชิงลึกในการดำเนินงานของหน่วยงานควบคุมในการให้อนุญาตนำเข้าสารเคมีอันตรายที่มีการควบคุมตามกฎหมาย การศึกษามีข้อเสนอแนะให้มีการติดตามการดำเนินงานเพื่อประเมินผลและปรบปรุงระบบให้สามารถใช้ประโยชน์ต่อเนื่องใน การติดตามการนำเข้า ในขณะเดียวกันสามารถขยายไปสู่การติดตามการผลิต การส่งออก และ การครอบครองวัตถุอันตรายต่อไป


Analysis Of Inequality In Household Internet Utilization And Policy Implications, Shanisara Chamwong, Thoedsak Chomtohsuwan, Narissara Charoenphandhu May 2024

Analysis Of Inequality In Household Internet Utilization And Policy Implications, Shanisara Chamwong, Thoedsak Chomtohsuwan, Narissara Charoenphandhu

Journal of Demography

This research investigates the pervasive inequality in household internet access and use that contributes to the digital divide. As the internet becomes an integral part of daily life, variations in access and use carry significant implications for social and economic opportunities. A quantitative approach is applied, analyzing data from The National Statistical Office of Thailand to capture a comprehensive understanding of inequality in household internet access and use, as measured by the Gini coefficient. Five aspects of internet access and use are considered as the determinants of inequality, including internet connectivity, internet affordability, internet quality, device availability, and flexibility and …


Employment And Self-Rated Depression Among Older Persons In Thailand, Seung Chun Paek, Ning Jackie Zhang Mar 2024

Employment And Self-Rated Depression Among Older Persons In Thailand, Seung Chun Paek, Ning Jackie Zhang

Journal of Health Research

Background: Increasing attention has been paid to productive engagement as an important protective factor against depression in older persons. This study assessed the impact of employment on self-rated depression among older persons in Thailand using a matched sample obtained from a propensity score matching method.

Methods: This study involved a cross-sectional secondary data analysis using the 2019 Health and Welfare Survey dataset. Descriptive analysis and ordered logistic regressions were used.

Results: The effect of employment was negative for self-rated depression with an adjusted odds ratio (AOR) of 1.417. This indicates that employment could reduce self-rated depression among older …


Labour Force Participation And Type Of Work Older Persons In Vietnam Before And During Covid-19, Trieu Thi Phuong, Pataporn Sukontamarn Jan 2024

Labour Force Participation And Type Of Work Older Persons In Vietnam Before And During Covid-19, Trieu Thi Phuong, Pataporn Sukontamarn

Journal of Demography

Vietnam is ageing rapidly and is predicted to enter an aged society within the next fifteen years, posing a major challenge for a lower middle-income nation with an incomplete social security system. Supporting older persons to continue working can be a reasonable strategy to ensure their life quality and reduce the burden on the national social security system. Our study aims to investigate the determinants of older persons’ participation in the labour force and their type of work. Based on the 2018 and 2020 Vietnam Housing and Living Standard surveys, health problems, pension status, and level of education significantly explain …


พฤฒพลังด้านการทำงานและปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการทำงานของผู้สูงอายุไทยที่มีสุขภาพดี, Usa Atipokaboon, Vipan Prachuabmoh Prachuabmoh, Kanokwan Tangchitnusorn, Shayaniss Kono Jan 2024

พฤฒพลังด้านการทำงานและปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการทำงานของผู้สูงอายุไทยที่มีสุขภาพดี, Usa Atipokaboon, Vipan Prachuabmoh Prachuabmoh, Kanokwan Tangchitnusorn, Shayaniss Kono

Journal of Demography

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤฒพลังด้านการทำงานของผู้สูงอายุในประเทศไทย และปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการทำงานของผู้สูงอายุไทยที่มีสุขภาพดี คณะผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการการสำรวจขนาดใหญ่ เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรและความอยู่ดีมีสุขในบริบทสังคมสูงวัย” โดยวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2559) ในส่วนของพฤฒพลังด้านการทำงาน คณะผู้วิจัยพบข้อสรุปที่มีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนี้ (1) ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุที่มีความต้องการทำงานยังคงไม่ได้ทำงาน (2) ผู้สูงอายุเพศชายมีความต้องการทำงานมากกว่าผู้สูงอายุเพศหญิง และ (3) ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีมีความต้องการทำงานมากกว่าผู้สูงอายุที่มีสุขภาพต่ำกว่า ระดับดี ทั้งนี้ จากผลการวิเคราะห์ความต้องการทำงานของผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีโดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอย โลจิสติกแบบไบนารี พบว่ามีตัวแปรที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ได้แก่ อายุ เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส ความเพียงพอของรายได้ การดูแลสมาชิกในครอบครัว และภูมิภาคที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ในอนาคตควรมีนโยบายที่ส่งเสริมการทำงานของผู้สูงอายุโดยควรยกระดับการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะก่อนการเกษียณอายุเพื่อลดช่องว่างความต้องการทำงานที่ไม่ได้รับการตอบสนองของผู้สูงอายุไทย


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสะสมทักษะชีวิตในสังคมสมัยใหม่ของแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศ, Dusadee Ayuwat, Aphiradee Wongsiri, Panutporn Ruangchoengchum, Suvimon Khamnoi, Nattawat Auraiampai Jan 2024

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสะสมทักษะชีวิตในสังคมสมัยใหม่ของแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศ, Dusadee Ayuwat, Aphiradee Wongsiri, Panutporn Ruangchoengchum, Suvimon Khamnoi, Nattawat Auraiampai

Journal of Demography

บทความนี้มุ่งศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสะสมทักษะชีวิตในสังคมสมัยใหม่ของแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศ ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ มีหน่วยวิเคราะห์ระดับปัจเจก กลุ่มตัวอย่างเป็นแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศในจังหวัดชัยภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย จำนวน 420 คน เก็บข้อมูลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ด้วยแบบสัมภาษณ์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องเชิงเนื้อหาและมีค่าความเชื่อมั่น 0.902 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่าแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศมีอายุเฉลี่ย43.6 ปี เป็นชาย ร้อยละ 56.2 และร้อยละ 33.1 จบชั้นประถมศึกษา มากกว่าครึ่งหนึ่งไปทำงานต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ร้อยละ 94.0 และร้อยละ 52.1 ย้ายถิ่นไปทำงานต่างประเทศเพียง 1 ครั้ง ซึ่งแรงงานย้ายถิ่นกลับส่วนใหญ่ มากกว่าครึ่งหนึ่งเห็นคุณค่าในตนเองในระดับปานกลาง ร้อยละ 53.8 คาดหวังประโยชน์จากการย้ายถิ่นไปทำงานต่างประเทศระดับปานกลาง ร้อยละ 46.4 และแรงงานย้ายถิ่นกลับมากกว่าครึ่งหนึ่งสะสมทักษะชีวิตได้ในระดับปานกลาง เป็นที่น่าสังเกตว่า กว่าร้อยละ 40.0 สะสมทักษะชีวิตได้ในระดับต่ำ นอกจากนี้ พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสะสมทักษะชีวิตในสังคมสมัยใหม่ของแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศ ได้แก่ เพศชาย จำนวนปีที่ศึกษา วิธีการย้ายถิ่นแบบถูกกฎหมาย จำนวนครั้งที่ย้ายถิ่น และการเห็นคุณค่าในตนเอง โดยทุกตัวแปรสามารถอธิบายการผันแปรของการสะสมทักษะชีวิตในสังคมสมัยใหม่ของแรงงานย้ายถิ่นกลับจากต่างประเทศได้ 32.6% (R-square = 0.326)


Subnational Probabilistic Projections Of Fertility: Rethinking From Latin America, Lucia Andreozzi Jan 2024

Subnational Probabilistic Projections Of Fertility: Rethinking From Latin America, Lucia Andreozzi

Journal of Demography

General trends in fertility, mortality, and migration can be discerned and projected into the future with reasonable results, however, there is considerable uncertainty attached to each specific trend from a particular country or region. Then, subnational projections then represent a special chapter within the demographic projections. After introducing subnational projections and its close relationship with the fertility, this work proposes as the main objective to project fertility rates at the subnational level for Argentina using a probabilistic method; the bayesian hierarchical model (BHM), and then compare the results with the point estimates of deterministic projections published by the national organism …


พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน Jan 2024

พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร และบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept Interview) แฟนคลับของ Butterbear สัญชาติไทย ที่มีลักษณะเป็นมัมหมี จำนวน 12 คน ในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มแฟนคลับมัมหมีของมาสคอต Butterbear ใช้วิธีโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร โดยแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ TikTok, Openchat และการแสดงออกบนพื้นที่ทางกายภาพ เพื่อการแสดงอัตลักษณ์ เพื่อการสื่อสารระหว่างแฟนคลับมัมหมีและ Butterbear และเพื่อสร้างและธำรงวัฒนธรรมแฟนคลับ นอกจากนี้ยังพบว่าความลึกซึ้งในการตีความ Butterbear ของแฟนคลับในแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเปิดรับ Butterbear ในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการส่วนบุคคลที่ยังขาดหายในชีวิตของแต่ละคน แฟนคลับกลุ่มมัมหมีไม่ได้มองคาแรกเตอร์ของ Butterbear เป็นเพียงแค่คาแรกเตอร์ทั่วไป แต่ยังมองลึกไปถึงความเป็นมนุษย์ของบุคคลผู้สวมบทบาท Butterbear


The Roles Of Inward Fdi On Environmental Quality In Asian Countries, Onpreeya Kunthong Jan 2024

The Roles Of Inward Fdi On Environmental Quality In Asian Countries, Onpreeya Kunthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of inward foreign direct investment (FDI) on environmental quality across 31 Asian countries from 1990 to 2020. These countries are categorized into three income groups: 14 lower-middle income, 10 upper-middle income, and 7 high-income countries. Environmental quality is assessed using two key indicators—carbon dioxide (CO₂) and fine particulate matter (PM2.5) emissions. To capture both the short- and long-run dynamics, the research uses the panel Autoregressive Distributed Lag (ARDL) technique within the STIRPAT (Stochastic Impacts by Regression on Population, Affluence, and Technology) model framework. The study is based on two competing hypotheses: the pollution halo hypothesis, …


แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ Jan 2024

แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสถานการณ์และคุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ และแนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะดังกล่าวสำหรับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว โดยใช้วิธีการเชิงปฏิบัติการ ด้วยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเพื่อสร้างเครื่องมือสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว จำนวน 6 ท่าน จากนั้นนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารและงานวิจัยเพื่อสังเคราะห์เป็นแนวทางกระบวนการฝึกอบรม ผ่านการตรวจสอบความตรงและความเที่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ก่อนนำไปฝึกอบรมจริงกับกลุ่มผู้ประกาศข่าว จำนวน 7 คน ผลการวิจัยสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 ลักษณะสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาสะเทือนใจเกี่ยวกับเด็ก 2) ทราบข่าวร้ายกะทันหัน 3) หยุดหัวเราะไม่ได้ และ 4) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาความรุนแรง ประเด็นที่ 2 คุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) มีสติ 2) สลัดทิ้งสิ่งที่วิตกกังวลได้ทันที 3) มีทีมเวิร์ค 4) เปลี่ยนความสนใจที่รบกวนให้มาอยู่กับตัวเองแทน ประเด็นที่ 3 แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว ในส่วนนี้ผู้วิจัยนำผลของคำถามนำวิจัยข้อที่ 1 และคำถามนำวิจัยข้อที่ 2 มาสังเคราะห์ด้วย “รูปแบบกระบวนการฝึกอบรม” โดยนำ “แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา” มาเป็นรากฐานของหลักสูตร ออกแบบการจัดฝึกอบรมด้วย “แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน” และ “แนวคิดสื่อสารการแสดง” จนนำมาสู่ 9 หัวข้อกิจกรรม โดยผลประเมินการอบรมจากแนวทางดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ที่ดีขึ้น มีสมาธิ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไหลลื่น สามารถรับรู้บุคลิกภาพการสื่อสารของตนเอง รวมถึงสามารถจัดการอารมณ์ความเครียดที่เกิดจากการเล่าข่าวประจำวัน


แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ทะเลอาณาเขตของประเทศไทย, ฉัตรวรินท์ ภูวัชร์พิบูล Jan 2024

แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ทะเลอาณาเขตของประเทศไทย, ฉัตรวรินท์ ภูวัชร์พิบูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหา สาเหตุ นโยบาย กฎหมาย และการดำเนินงานของไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อน 2) เสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอาชญากรรมข้ามชาตินี้ และ3) สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเก็บข้อมูลจากการค้นคว้าเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก 23 ท่าน ซึ่งครอบคลุมผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มตัวอย่างภาคธุรกิจเอกชนที่ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ผลการศึกษาพบว่า การค้าน้ำมันเถื่อนในทะเลอาณาเขตไทยเป็นปัญหาต่อเนื่อง มีลักษณะเป็นขบวนการหลีกเลี่ยงภาษี และมักมีนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุน แรงจูงใจหลักมาจากราคาน้ำมันที่สูง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และผลตอบแทนจากการกระทำผิดที่สูง ทำให้เกิดการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนอย่างแพร่หลาย แม้จะมีกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย รวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ที่ทำหน้าที่ประสานงาน แต่ก็ยังคงประสบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาชญากรรมนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ความปลอดภัยของสังคม สุขภาพประชาชน และคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามประสบผลสำเร็จในระยะยาว ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ควรส่งเสริมให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความร่วมมือและบูรณาการ การทำงานระหว่างกัน ทั้งในระดับหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงาน ภาครัฐควร จัดสรรกำลังพลและอุปกรณ์ให้เพียงพอและทันสมัย รวมถึง แก้ไขกฎหมายที่ไม่ทันสมัย นอกจากนี้ ควร สร้างองค์ความรู้และความเข้าใจถึงผลกระทบ ของอาชญากรรมนี้ให้แก่ประชาชน และที่สำคัญคือ ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านความตกลงประชาคมอาเซียนหรือโครงการความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อนในทะเลอาณาเขตไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต


เส้นทางที่ (ไม่) คุ้นชินของน้ำมันในลาวจากกรุงเทพฯสู่สะหวันนะเขตและเวียงจันทน์: พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ลาว เมื่อน้ำมัน - มนุษย์กลายเป็นแรงปรารถนาในการพัฒนา, สิทธา พสุทันท์ Jan 2024

เส้นทางที่ (ไม่) คุ้นชินของน้ำมันในลาวจากกรุงเทพฯสู่สะหวันนะเขตและเวียงจันทน์: พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ลาว เมื่อน้ำมัน - มนุษย์กลายเป็นแรงปรารถนาในการพัฒนา, สิทธา พสุทันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของพลังงานน้ำมันในฐานะ “สิ่งกระทำทางประวัติศาสตร์” (Historical Actant) ที่มีส่วนร่วมสำคัญต่อเส้นทางประวัติศาสตร์การพัฒนาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยนำเสนอประวัติศาสตร์ในรูปแบบ “เส้นทางที่ (ไม่) คุ้นชิน” [Path-(Non)-Dependence] เพื่อขยายความเข้าใจจากกรอบประวัติศาสตร์กระแสหลักที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง วิทยานิพนธ์นี้ใช้กรอบแนวคิดจากทฤษฎีวัตถุนิยมใหม่ (New Materialism) และจิตวิเคราะห์ของฌาคส์ ลากอง (Jacques Lacan’s Psychoanalysis) เพื่ออธิบายน้ำมันในฐานะวัตถุแห่งความปรารถนา (Object of Desire) ที่ฝังอยู่ในแนวทางการพัฒนาแบบรัฐสมัยใหม่ของลาว การวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การศึกษาเอกสาร การเก็บข้อมูลภาคสนามเชิงชาติพันธุ์วรรณนาในเมืองสะหวันนะเขตและเวียงจันทน์ การร่วมเดินทางขนส่งน้ำมันจากจังหวัดระยอง และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมันจากไทยผ่านโครงสร้างชายแดนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าน้ำมันไม่เพียงเป็นผลผลิตของประวัติศาสตร์ แต่ยังร่วมขีดเขียนประวัติศาสตร์ผ่านการประกอบร่วม (Assemblage) กับหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ โครงสร้างชายแดน อำนาจ และผู้คนที่เกี่ยวข้อง วิทยานิพนธ์นี้จึงเสนอให้การศึกษาพลังงานเป็นการศึกษาสังคม เพื่อเข้าใจความพัวพันระหว่างพลังงาน น้ำมัน และรัฐชาติในฐานะสภาวะร่วมการพัฒนาของสังคม


Thailand Magic Amulets And Their Multimillion Baht Demand, Ainsley Jong Jan 2024

Thailand Magic Amulets And Their Multimillion Baht Demand, Ainsley Jong

Asian Review

This paper seeks to explore and understand the making of Thai magic amulets and whether they are worth the value that makes their believers sometimes pay millions of baht for them, especially when there are many counterfeits. Looking at some of the most sought-after amulets, we learn why these magic amulets have an especially strong following among the Thai and even from visitors overseas. For the collectors of these amulets, there is this innate belief that they are made by powerful monks, who bless them and give the amulets magical powers, which are then transferred to the owner, thus giving …


Enhancing Urban Tourism In Bangkok: Challenges And Opportunities, Pechladda Pechpakdee Jan 2024

Enhancing Urban Tourism In Bangkok: Challenges And Opportunities, Pechladda Pechpakdee

Asian Review

his research aims to investigate the interplay between urban development and urban tourism in Bangkok by identifying challenges, potentials, and opportunities for enhancing the city’s appeal. Utilizing a mixed-methods approach, the study incorporates foreign tourist questionnaires, stakeholder interviews, and online open data analysis from prominent travel platforms. The findings reveal that, despite numerous clusters of tourist attractions and facilities, mobility infrastructure emerges as the most significant challenge for urban tourism and development in Bangkok. The study recom-mends concentrating on the development of primary attractions, secondary support facilities, and additional elements for conve-nient mobility to address these challenges. By acknowledging the …


The Stories Of Construction And Contention: The 14th Of October 1973 Memorial And The 2020 Student Movement In Thailand, Gil Turingan Jan 2024

The Stories Of Construction And Contention: The 14th Of October 1973 Memorial And The 2020 Student Movement In Thailand, Gil Turingan

Asian Review

This study argues that the construction of the 14th of October 1973 Memorial (Anuson Sathan Sip Si Tula) embodies the complicated Thai democracy and the democratic quest and struggles of the Thai people. By looking at the historical accounts and narratives of its construction and analyzing the symbols and meanings of the structure, this article reveals that from being a space for remembrance and a venue of commemoration of the October 1973 student revolution, this memorial transformed into a platform for democracy over time up to the emergence of the 2020 student movement. The protest activities, particularly the performative actions …


Introduction, Jirayudh Sinthuphan Jan 2024

Introduction, Jirayudh Sinthuphan

Asian Review

This collection of articles in  this edition of the  Asian Review examines key socio-economic, political, and cultural dimensions across diverse regional and historical contexts. Each contribution sheds light on critical issues that influence human security, social policy, international relations, and cross-cultural business practices. Together, they provide valuable insights for scholars, policymakers, and practitioners interested in understanding the complexities of these domains.


Taliban 2.0 And Geopolitical Security Concerns In South Asia’S Neighbourhood, Masom Jan Masomy, Anup Shekhar Chakraborty Jan 2024

Taliban 2.0 And Geopolitical Security Concerns In South Asia’S Neighbourhood, Masom Jan Masomy, Anup Shekhar Chakraborty

Asian Review

The emergence of Taliban 2.0 has raised significant geopolitical security concerns in the South Asia region, particularly in the neighbouring countries of India and Pakistan. The effectiveness of the peace deal between the United States and the Taliban appears to be limited, as it has not produced the intended outcomes as initially stated. The objective was to establish a period of uninterrupted peace across Afghanistan. The rise of the Taliban in Afghanistan was facilitated by a military coup, which subsequently led to the withdrawal of United States and NATO forces from the region. The government led by Ashraf Ghani, with …


Interdisciplinary Research Collaboration In Digital History: Impact Of Classification On The Evaluation Of Publications, Papatsara Arsa Jan 2024

Interdisciplinary Research Collaboration In Digital History: Impact Of Classification On The Evaluation Of Publications, Papatsara Arsa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The interdisciplinary nature of digital history presents challenges in retrieving and evaluating publications within scholarly communities. This research investigates the impact of classification on the evaluation of digital history research, collaboration patterns, and barriers to interdisciplinary collaboration. The study employs a scoping review of 109 publications from academic online databases and interviews with fifteen experts from eleven countries. Findings reveal that digital history can be identified within the academic landscape through distinct characteristics of scholarly communication, including publication venues, researcher affiliations, natural and controlled vocabularies, information-seeking behaviors, and publication practices. The study employs a pragmatist perspective, analyzing metadata to conceptualize …


ผลกระทบของความชัดเจนในภาษีต่อใบอนุญาตทางศีลธรรม: การปฏิบัติการในห้องทดลองทางเศรษฐศาสตร์, นพอนันต์ สาลี Jan 2024

ผลกระทบของความชัดเจนในภาษีต่อใบอนุญาตทางศีลธรรม: การปฏิบัติการในห้องทดลองทางเศรษฐศาสตร์, นพอนันต์ สาลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ใบอนุญาตทางศีลธรรม (Moral licensing) เป็นหนึ่งในอคติทางความคิด (Cognitive Bias) ที่แสดงให้เห็นถึง แนวโน้มที่ผู้คนเต็มใจทำผิดศีลธรรมมากขึ้น หลังจากทำสิ่งที่ถูกศีลธรรม อคติดังกล่าวถูกสร้างได้จากหลายปัจจัยหนึ่งในนั้นคือ “ความชัดเจนในการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากสินค้า” หรือ กระบวนการเก็บแบบภาษีโดดเด่น (Tax Salience) ซึ่งทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่าตนได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมผ่านการจ่ายภาษี ราวกับว่าเขาได้ทำความดีไปแล้ว โดยงานวิจัยนี้ศึกษาผลของ ใบอนุญาตทางศีลธรรม ที่ถูกสร้างจากการเก็บภาษีที่มีความชัดเจน ผ่านการบริจาคทางสิ่งแวดล้อม รวมถึง การแสดงการรับรู้การลงทุนของรัฐบาลเพื่อลดทอนผลในข้างต้น, การเปรียบเทียบผลในการชดเชยทางศีลธรรม (Moral Cleansing) ซึ่งเป็นผลในทางตรงกันข้าม กับใบอนุญาตทางศีลธรรม โดยใช้การปฏิบัติการในห้องทดลองทางเศรษฐศาสตร์ (Laboratory Experiment) ผลการวิจัยพบว่า ผลของใบอนุญาตทางศีลธรรม และ การชดเชยทางศีลธรรม มีความสัมพันธ์ในด้านลบ และ ด้านบวก ต่อการบริจาคทางสิ่งแวดล้อมตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญ โดยผลทั้งสองมีขนาดผลที่ไม่สมมาตร ทั้งนี้ยังไม่พบผลของการรับรู้การลงทุนของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ ข้อค้นพบล้วนชี้ให้เห็นว่า กระบวนการจัดเก็บภาษีที่มีความชัดเจน สามารถส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล (Rational Thinking) และ ดังนั้น การออกแบบนโยบายภาษี โดยเฉพาะภาษีสิ่งแวดล้อม จึงควรคำนึงถึงผลกระทบทางพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลที่อาจตามมา


ผลกระทบของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (Esg) ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาในภูมิภาคเอเชีย, ปิย์วราภัสร ภัทรกมลเนตร์ Jan 2024

ผลกระทบของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (Esg) ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาในภูมิภาคเอเชีย, ปิย์วราภัสร ภัทรกมลเนตร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันหลายประเทศได้ให้ความสำคัญ และตระหนักถึงผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ โดยการศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด 26 ประเทศ ในปีพ.ศ. 2543 ถึงปีพ.ศ. 2563 โดยนำข้อมูลทุติยภูมิในมิติแต่ละด้านมาจัดทำเป็นดัชนี ESG ผ่านการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis) และใช้การประมาณการด้วย System Generalized Method of Moments เพื่อหาผลกระทบของการดำเนินงานด้าน ESG ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่าการดำเนินงานด้าน ESG ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเล็กน้อยสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย และผลกระทบของการดำเนินงานในแต่ละด้านของ ESG ยังส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นกัน ทั้งนี้ สาเหตุอาจเกิดจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงในช่วงแรกเริ่ม ในขณะที่ผลดีต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต้องใช้เวลาในการเห็นผล ดังนั้น ผู้ที่รับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายควรมีแนวทางความช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน และอื่นๆให้แก่ภาคธุรกิจหรือภาคส่วนอื่นๆที่ดำเนินงานด้าน ESG เพื่อช่วยให้สามารถพัฒนาและดำเนินงานตามหลัก ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


กลยุทธ์การสื่อสารตราสินค้าบุคคลของนักดนตรีกลางคืนและปัจจัยในการต่อยอดทางอาชีพ, ณัฐชภัค เทศน้อย Jan 2024

กลยุทธ์การสื่อสารตราสินค้าบุคคลของนักดนตรีกลางคืนและปัจจัยในการต่อยอดทางอาชีพ, ณัฐชภัค เทศน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างและสื่อสารตราสินค้าบุคคล ของนักดนตรีกลางคืนเพื่อการต่อยอดทางอาชีพ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสนทนากลุ่มกับนักดนตรี 10 คน ที่แบ่งเป็นกลุ่มนักดนตรีในผับที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ และ ผู้ทรงอิทธิพลระดับมาโครอินฟลูเอ็นเซอร์ บนช่องทางแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ สร้างแบรนด์ผ่าน ความเป็นมืออาชีพและทักษะการแสดงสดที่โดดเด่น ขณะที่กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับ มาโครอินฟลูเอ็นเซอร์ เน้นภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและจริงใจโดยใช้ชื่อเสียงเดิมเป็นฐาน ทั้งสองกลุ่มใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ โดยใช้ช่องทางแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก เป็นช่องทางหลักในการสร้างการรับรู้เพื่อนำไปสู่การจ้างงาน มากกว่าสร้างรายได้โดยตรง การสร้างตราสินค้าบุคคลที่แข็งแกร่งจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อยอดอาชีพของนักดนตรีกลางคืน ในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ควบคู่ไปกับความสามารถทางดนตรี


กองทัพเรือกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2560 - 2579, ณภัทร ไกรฤกษ์ Jan 2024

กองทัพเรือกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2560 - 2579, ณภัทร ไกรฤกษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาบทบาทที่มิใช่การรบของกองทัพเรือไทย โดยเฉพาะในด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในบริบทของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ภัยธรรมชาติ ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงมนุษย์ การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ กลไกการจัดการ และบทบาทของกองทัพเรือผ่านกรอบแนวคิดทฤษฎีสถาบันเสรีนิยมใหม่ (Neoliberal Institutionalism) ที่เน้นความร่วมมือระหว่างรัฐและบทบาทของสถาบันระหว่างประเทศในการสร้างระเบียบและข้อตกลงร่วม งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพผ่านการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่างประเทศและในประเทศ ผลการวิจัยพบว่า กองทัพเรือไทยได้พัฒนากลไกการจัดการ เช่น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ และเข้าร่วมการฝึกร่วมระดับภูมิภาคและระดับโลก เช่น การฝึก Cobra Gold, Blue Strike และ Pacific Partnership ตลอดจนมีการส่งกำลังช่วยเหลือในเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สึนามิปี พ.ศ.2547 และภารกิจในประเทศอินโดนีเซีย การศึกษาชี้ให้เห็นว่ากองทัพเรือไทยไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อภารกิจความมั่นคงในรูปแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในความมั่นคงยุคใหม่ ที่เน้นความร่วมมือระดับภูมิภาคและสากล เพื่อรองรับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและขยายตัวมากขึ้น


นโยบายต่างประเทศของไทย: บทบาทและผลกระทบของนโยบายฟรีวีซ่าต่อความมั่นคงของไทย, ณภัทร ชีวาภิสัณห์ Jan 2024

นโยบายต่างประเทศของไทย: บทบาทและผลกระทบของนโยบายฟรีวีซ่าต่อความมั่นคงของไทย, ณภัทร ชีวาภิสัณห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หัวข้อวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายฟรีวีซ่าต่อความมั่นคงของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่ความเสี่ยงเชิงความมั่นคงที่เกิดขึ้นควบคู่กับความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว ในปี พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบันที่ประเทศไทยดำเนินนโยบายฟรีวีซ่ากับหลายประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การศึกษานี้เริ่มต้นจากการสำรวจพัฒนาการของนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งแต่แคมเปญ Amazing Thailand จนถึงนโยบายฟรีวีซ่าล่าสุด โดยมุ่งวิเคราะห์ความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาความมั่นคงของรัฐพร้อมทั้งเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่เคยประสบปัญหาความมั่นคงจากการเปิดพรมแดนแบบไร้เงื่อนไขจากการศึกษา พบว่าแม้การใช้ฟรีวีซ่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ในระยะสั้น แต่หากไม่มีโครงสร้างรองรับที่เพียงพอ เช่น ระบบประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ฐานข้อมูลร่วม หรือกลไกติดตามหลังการเข้าเมือง ก็อาจกลายเป็นช่องว่างที่เปิดโอกาสให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้วีซ่าผิดประเภท หรือการตั้งถิ่นฐานแบบผิดกฎ ซึ่งล้วนเป็นความท้าทายใหม่ในมิติความมั่นคง ผลการวิจัยชี้ว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายฟรีวีซ่า แต่เกิดจากความไม่สอดคล้องกันของหน่วยงานภาครัฐและข้อจำกัดด้านศักยภาพของกลไกสนับสนุนภายในประเทศ ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมคือการพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบาย เช่น ระบบข้อมูลร่วม ระบบติดตามที่มีประสิทธิภาพ และการวัดคุณภาพนักท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือกับประเทศต้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงและเสริมความยั่งยืนให้นโยบายฟรีวีซ่าในบริบทของประเทศไทย


ผลของการเปิดบ้านรูปแบบจักรวาลนฤมิตและรูปแบบออนไลน์ ที่มีต่อความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, ชัญญา ม่วงหุ้มทรัพย์ Jan 2024

ผลของการเปิดบ้านรูปแบบจักรวาลนฤมิตและรูปแบบออนไลน์ ที่มีต่อความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, ชัญญา ม่วงหุ้มทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่อกิจกรรมเปิดบ้านคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างรูปแบบวิดีทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับรูปแบบจักรวาลนฤมิต (Metaverse) โดยใช้การวิจัยกึ่งทดลองกับนักเรียน 61 คน แบ่งเป็นสองกลุ่มทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบจักรวาลนฤมิตมีความพึงพอใจสูงกว่ารูปแบบวิดีทัศน์ในทุกด้าน ได้แก่ ด้านเนื้อหา ด้านรูปภาพและเทคนิคการนำเสนอ และภาพรวมกิจกรรม โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ในด้านการรับรู้คุณค่าตราสินค้า พบว่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในทุกมิติ ได้แก่ การรู้จักชื่อตราสินค้า การรับรู้ตราสินค้า ความสัมพันธ์ และความภักดีต่อตราสินค้า ผลการวิจัยสรุปว่า รูปแบบจักรวาลนฤมิตสามารถเพิ่มความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าได้ดีกว่ารูปแบบวิดีทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


การกำหนดวาระ กรอบ และแนวทางในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์และหวยของสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ, วิจิตรา วัชนะประพันธ์ Jan 2024

การกำหนดวาระ กรอบ และแนวทางในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์และหวยของสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ, วิจิตรา วัชนะประพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจการกำหนดวาระข่าวสาร กรอบเนื้อหาการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ และเพื่อหาแนวทางในการนำเสนอข่าวเรื่องความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยของสื่อมวลชนในบริบทปัจจุบัน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อศึกษาประเด็นข่าวที่เกี่ยวกับความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวย บนเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กสำนักข่าวออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสามอันดับแรกในปี พ.ศ. 2566 ได้แก่ สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ สำนักข่าวข่าวสดออนไลน์ และสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ และการสัมภาษณ์เชิงลึก 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กองบรรณาธิการสำนักข่าวออนไลน์ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และนักมานุษยวิทยาและวัฒนธรรมศึกษา ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยมีความหนาแน่นที่สุดในวันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยแต่ละสำนักข่าวมีแนวโน้มการรายงานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวมีแนวโน้มการนำเสนอผ่านข้อความและภาพประกอบ ขณะที่เพจเฟซบุ๊กใช้รูปแบบที่หลากหลาย เช่น การโพสต์ลิงก์ ไลฟ์สด และคลิปวิดีโอ เพื่อดึงดูดผู้ชม การนำเสนอข่าวมักให้ความสำคัญกับกรอบความสนใจของผู้คนในสังคม เช่น เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลข การเสี่ยงโชค พิธีกรรม และการทำนายดวงชะตา การปฏิสัมพันธ์ของผู้รับสารประเด็นที่มีปฏิสัมพันธ์สูงสุดคือเรื่องความเชื่อ รองลงมาคือเรื่องตัวเลข และพิธีกรรม ความเห็นของผู้ชมสะท้อนถึงความสนใจในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและโชคลาภอย่างชัดเจน ทั้งนี้พบข้อบกพร่องด้านจริยธรรมในข่าวที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เช่น การขาดคำอธิบายที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัยได้เสนอแนวทางปรับปรุงเพื่อยกระดับการนำเสนอข่าวในมิติที่สอดคล้องกับจริยธรรมสื่อสารมวลชนโดยการสร้างกรอบแนวปฏิบัติที่ใช้งานได้จริงในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยต้องสร้างภายใต้บริบทปัจจุบันของสังคมเป็นสำคัญ คำนึงถึงหลักจริยธรรมของการนำเสนอข่าว คุณค่าข่าวประโยชน์สาธารณะ และความอยู่รอดของสื่อ โดยต้องคิดแนวปฏิบัติอย่างครอบคลุมภายใต้ข้อจำกัดในมิติต่าง ๆ ดังนี้ มิติด้านวัฒนธรรม มิติด้านเทคโนโลยี มิติด้านเศรษฐกิจ และมิติด้านสังคมการเมือง


Does Fdi Affect The Hotel Room Rates In Yangon?, Khine Thu Thu Jan 2024

Does Fdi Affect The Hotel Room Rates In Yangon?, Khine Thu Thu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Using the hedonic pricing theory, this study investigates the relationship between Foreign Direct Investment (FDI) and hotel room rates in Yangon, Myanmar. Using a dataset of 168 hotels from Yangon, we examined how FDI influences hotel room rates for weekdays and weekends. Our analysis employs the Log-Linear OLS regression model, by using affiliation to a chain, size of hotels, hotel stars rating, service provided by the hotels, location of the hotels, presence of the online, and online customer review ratings on Agoda, Booking.com, Trip.com, and Expedia. We find that FDI has a positive correlation with hotel room rates in Yangon. …


อวัตถุศึกษาของแรงงานมัคคุเทศก์กับการสะสมทุนร่วมสมัย, นัสรอน สะอีดี Jan 2024

อวัตถุศึกษาของแรงงานมัคคุเทศก์กับการสะสมทุนร่วมสมัย, นัสรอน สะอีดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความเป็นอวัตถุของแรงงานมัคคุเทศก์ และแรงงานเสี่ยงของมัคคุเทศก์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยชี้ให้เห็นถึงการสะสมทุนในศตวรรษที่ 21ที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานมัคคุเทศก์กลุ่มนี้ ผ่านการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการศึกษา จากการสำรวจเอกสาร และการลงพื้นที่เก็บข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งมีโครงสร้างจาก ผู้ให้สัมภาษณ์ที่เป็นแรงงานมัคคุเทศก์ทั้งหมดจำนวน 10 คน ผลการศึกษา พบว่า แรงงานมัคคุเทศก์เป็นแรงงานอวัตถุ เนื่องจากต้องใช้ความคิด อารมณ์ และความรู้สึกในการสร้างมูลค่าให้กับผลงานผ่านการเล่าเรื่องราว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้สร้างอารมณ์และความรู้สึกที่น่าจดจำให้กับนักท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้พยายามอธิบายว่ามัคคุเทศก์เป็นแรงงานอวัตถุที่ใช้ทักษะประเภทหนึ่ง ในการทำงานมากกว่าอาชีพอื่นเป็นพิเศษ คือการใช้อารมณ์ในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกระบวนการในการจัดการอารมณ์และการแสดงออกเพื่อตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของงานนำเที่ยว นอกจากนี้ ค้นพบว่าแรงงานมัคคุเทศก์ต้องเผชิญกับสถานะแรงงานเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยศึกษาจากลักษณะของการทำงานนำเที่ยว ทั้งในด้านของงานที่มีลักษณะชั่วคราว งานที่ไม่มีความแน่นอน งานที่ขาดความมั่นคงและขาดสวัสดิการ จากการศึกษาในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงวิถีการทำงาน การจ้างงาน และผลกระทบของแรงงานมัคคุเทศก์ท่ามกลางการสะสมทุนร่วมสมัย ทำให้มัคคุเทศก์อยู่ในสภาวะงานเสี่ยงที่ไม่สามารถ มีความมั่นคง และมองเห็นอนาคตตนเอง อันจะเป็นความเสี่ยงในเชิงการยกระดับมาตรฐาน ในคุณภาพชีวิตและการดำรงชีวิตของมัคคุเทศก์


ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด - 19 ต่อพฤติกรรมการเล่นพนันในกลุ่มนักพนันชาวไทย, สุรางคนางค์ อยู่เย็น Jan 2024

ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด - 19 ต่อพฤติกรรมการเล่นพนันในกลุ่มนักพนันชาวไทย, สุรางคนางค์ อยู่เย็น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเล่นพนันของนักพนันชาวไทยในช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเป็นนักพนันที่มีปัญหา ตลอดจนศึกษาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการเป็นนักพนันที่มีปัญหาของนักพนันชาวไทยด้วย โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจของโครงการศึกษาสถานการณ์ และผลกระทบการพนันในประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2562 และปี พ.ศ. 2564 ที่จัดทำโดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ข้อมูลที่แสดงถึงความรุนแรงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระดับจังหวัดจากประกาศคำสั่งการกำหนดเขตพื้นที่ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงใช้ข้อมูลจังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และข้อมูลจำนวนสถานีตำรวจของแต่ละจังหวัดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ Logistic Regression Model ร่วมกับเทคนิค Difference in Differences (DID) ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมการเล่นพนันของนักพนันชาวไทยในช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีลักษณะใกล้เคียงกัน ทั้งในแง่ของความถี่ในการเล่น จำนวนเงินวางเดิมพัน ประเภทของการพนันซึ่งการพนันที่นิยมเล่น คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล และนักพนันส่วนใหญ่ถูกประเมินว่าเป็นนักพนันที่มีความเสี่ยงปานกลางที่จะเป็นนักพนันที่มีปัญหา สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าจะเป็นในการเป็นนักพนันที่มีปัญหาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ เขตที่พักอาศัย จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และจำนวนสถานีตำรวจ นอกจากนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลให้ความน่าจะเป็นในการเป็นนักพนันที่มีปัญหาลดลงในระดับประเทศ แต่เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบว่า นักพนันที่อยู่ในจังหวัดที่มีความรุนแรงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่ามีความน่าจะเป็นในการเป็นนักพนันที่มีปัญหาสูงกว่านักพนันที่อยู่ในจังหวัดที่มีความรุนแรงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 น้อย อาจเนื่องมาจากนักพนันเหล่านั้นมักได้รับผลกระทบที่ทำให้มีปัญหาจากการเล่นพนันที่สูงกว่า เช่น เกิดความเครียด มีปัญหาเรื่องสุขภาพ และประสบปัญหาทางด้านการเงินจากการเล่นพนันที่มากกว่าด้วย ซึ่งปัญหาในกลุ่มของนักพนันที่มีปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขประเภทหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่ออกนโยบายเพื่อควบคุมหรือบรรเทาปัญหาในกลุ่มนักพนันที่มีปัญหา เช่น จัดตั้งหน่วยงานบำบัดผู้เป็นนักพนันที่มีปัญหาหรือทำการออกนโยบายควบคุมการเข้าถึงการเล่นพนันในสังคม


The Kathina Robe Offering Festival In Myanmar: Unveiling Social Dynamics And Cultural Identity, May Zin Nyunt Jan 2024

The Kathina Robe Offering Festival In Myanmar: Unveiling Social Dynamics And Cultural Identity, May Zin Nyunt

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research paper examines the Kathina Robe Offering Festival in Myanmar, a major cultural and religious event that has plays an important role in building social cohesion, preserving cultural identity, and perpetuating Buddhist beliefs. Anchored in the Theravada Buddhist practices of generosity (dana), merit-making, and rejoicing, the Kathina Festival is a significant expression of communal and religious values in Myanmar's diverse society. This study aims to identify the multi-faceted role played by the Kathina festival in urban and regional perspectives, and it explains how it is used to create community cohesiveness in Yangon, or how local cultural nuances differ from …


การวิเคราะห์เขตบริการของโรงเรียนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน, กฤติน ไคลมี Jan 2024

การวิเคราะห์เขตบริการของโรงเรียนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน, กฤติน ไคลมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรงเรียนเป็นพื้นที่ทดลองทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่โลกภายนอก ผู้ปกครองจึงเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ในสังคมกรุงเทพมหานครที่ซับซ้อน ความหลากหลายของโรงเรียนส่งผลให้โรงเรียนมีความสามารถดึงดูดนักเรียนแตกต่างกัน ประกอบกับประชากรวัยเรียนที่ลดลง โรงเรียนต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดให้ผู้ปกครองเลือกโรงเรียนนั้น ๆ ซึ่งการตัดสินใจของผู้ปกครองยังส่งผลต่อชีวิตประจำวันของนักเรียนที่ต้องใช้ชีวิตและเติบโตในนิเวศของโรงเรียนที่ผู้ปกครองได้เลือกสรรไว้ให้ งานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1 ) ศึกษาเขตบริการของโรงเรียนรัฐบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในซึ่งเกิดจากแบบรูปการกระจายของนักเรียน 2 ) ศึกษาปัจจัยและวิธีการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครอง 3 ) ศึกษาผลกระทบจากการเลือกโรงเรียนที่ส่งผลต่อโรงเรียนและนักเรียน โดยใช้เครื่องมือวิจัยคือกระบวนการสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการอภิปรายกลุ่ม ผลการศึกษา พบว่า เขตบริการของโรงเรียนไม่สอดคล้องกับเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน แต่ละโรงเรียนมีขนาดเขตบริการที่ต่างกันอย่างมาก ซึ่งสัมพันธ์กับลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันของแต่ละครอบครัว ส่งผลให้ผู้ปกครองมีวิธีการตัดสินใจ ให้ความสำคัญแก่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในระดับต่างกัน โดยเฉพาะจากข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อตัวเลือกโรงเรียนที่ผู้ปกครองสามารถเลือก ปรากฏการณ์การเลือกโรงเรียนที่เกิดขึ้น สะท้อนผลกระทบจากการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียน การบริหารจัดการโรงเรียน และนักเรียน โดยตัวแปรที่มีบทบาทสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบเหล่านี้ คือ จำนวนนักเรียน และลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียน นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังพบว่าความสัมพันธ์ของปัจจัยการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครอง โรงเรียน และนักเรียนนั้นยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ละแวกโรงเรียนและพื้นที่เปลี่ยนผ่านระหว่างบ้านและโรงเรียนที่นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ร่วมด้วย