Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 451 - 480 of 7208

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

The Critical Definitions For Measuring Homelessness: Implication For Homeless Policy Formulation From Developed Countries To Thailand, Surasak Wongsa Jun 2025

The Critical Definitions For Measuring Homelessness: Implication For Homeless Policy Formulation From Developed Countries To Thailand, Surasak Wongsa

Journal of Demography

Homelessness phenomenon is facing in countries. In the past, the definition of homelessness was based on a materialistic mindset or the principle of objectivity, which viewed problems as tangible and visible objects. Looking at social problems based on objectivity leads to a definition of homelessness that includes only those who are sleeping on the streets and people living in government shelters by identifying the causal factors of homelessness at the individual level, especially mental illness, crime, and drug use. Defining homelessness objectively also involves counting methods that measure the characteristics of homelessness using street counts from the locations where homeless …


Study Of Laws And Regulations Related To The Management Of Florfenicol Detection Cases In Swine, Shinnawat Saengungsumalee Mar 2025

Study Of Laws And Regulations Related To The Management Of Florfenicol Detection Cases In Swine, Shinnawat Saengungsumalee

The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences

Background: Florfenicol, an antibiotic permitted in veterinary medicine, currently lacks an established maximum residue limit (MRL) in meat products in Thailand, effectively mandating undetectable residue levels. In May 2024, Thailand Pesticide Alert Network reported florfenicol residues in swine, raising concerns about consumer safety, rational veterinary drug use, and the potential for antimicrobial resistance (AMR). Addressing these issues involves multiple laws, decrees, and regulations across various agencies. Objectives: To analyze laws and regulations managing florfenicol residue detection in swine. Materials and Methods: This documentary research examines relevant laws, regulations, and measures for florfenicol in livestock and compares Thailand’s regulations with those …


Evaluating Asthma Education: A Comparison Of Whatsapp-Based Digital Interventions And Traditional Techniques, Rama Parthasarathy, Jayakumar Rajagopal, Sona Primuha Sugumaran, Sharon Angelin Johnson, Sai Shyam Kumar Nappa Selvam, Karthikeyan Ramaraju Mar 2025

Evaluating Asthma Education: A Comparison Of Whatsapp-Based Digital Interventions And Traditional Techniques, Rama Parthasarathy, Jayakumar Rajagopal, Sona Primuha Sugumaran, Sharon Angelin Johnson, Sai Shyam Kumar Nappa Selvam, Karthikeyan Ramaraju

The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences

Background and Aims: Asthma is a chronic lung disease affecting people of all age group, which is characterized by inflammation and muscle tightening around the airway. Coughing, wheezing, and shortness of breath are the symptoms. The main complication faced by asthma patient is poor medication adherence; to overcome this patient counseling was performed. In this patient education was given through both digital and direct approaches. It is important to find out whether the above-mentioned approaches improve medication adherence. This research specifically investigates whether digital approaches through WhatsApp can directly improve asthma control compared to traditional methods. Methods: A prospective …


ข้อท้าทายทางกฎหมายในการปรับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Legal Challenges In The Concurrent Application Of International Humanitarian Law And Human Rights Law To The Conflict In The Southern Border Of Thailand), Pimchanok Palasmith Mar 2025

ข้อท้าทายทางกฎหมายในการปรับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Legal Challenges In The Concurrent Application Of International Humanitarian Law And Human Rights Law To The Conflict In The Southern Border Of Thailand), Pimchanok Palasmith

Chulalongkorn University Law Journal

สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เดิมถูกจัดเป็นการขัดกันทางอาวุธที่ไม่มีลักษณะระหว่างประเทศภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้มีการประเมินการจำแนกประเภทการขัดกันทางอาวุธดังกล่าวใหม่ โดยพิจารณาจากพัฒนาการของสถานการณ์ความรุนแรง ประกอบกับองค์ประกอบของการขัดกันทางอาวุธที่ไม่มีลักษณะระหว่างประเทศ กล่าวคือ เกณฑ์ความรุนแรงและเกณฑ์การจัดตั้งของกลุ่มติดอาวุธ นอกจากนี้ บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากการปรับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำเสนอว่าการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศดังกล่าว ก่อให้เกิดข้อท้าทายทางกฎหมายในการให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบ กล่าวคือ สิทธิในชีวิต, สิทธิในเสรีภาพและสิทธิที่จะได้รับการเยียวยา ซึ่งข้อท้าทายเหล่านี้ส่งผลเป็นการลดทอนความคุ้มครองแก่บุคคลดังกล่าวภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมทั้งมีผลกระทบในเชิงลบต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง


การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เพื่อรองรับและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Legislative Proposals For Amendments To The Energy Industry Act B.E. 2550 (2007) For Supporting And Promoting Energy Transition), Piti Eiamchamroonlarp, Bunyapatt Chukiat Mar 2025

การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เพื่อรองรับและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Legislative Proposals For Amendments To The Energy Industry Act B.E. 2550 (2007) For Supporting And Promoting Energy Transition), Piti Eiamchamroonlarp, Bunyapatt Chukiat

Chulalongkorn University Law Journal

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีข้อจำกัดในการกำกับดูแลการประกอบกิจการไฟฟ้าเพื่อรองรับและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 (“พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงานฯ”) ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่อาจออกใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าสำหรับกิจการที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น การประกอบกิจการนำเข้าและการส่งออกไฟฟ้า การรวบรวมโหลดไฟฟ้า การจัดการระบบจัดเก็บไฟฟ้า การประกอบกิจการโรงไฟฟ้าเสมือน และการประกอบกิจการไฟฟ้าและการให้บริการไฟฟ้าโดยผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้น จึงควรมีการแก้ไขนิยามของกิจการไฟฟ้าตามกฎหมายให้ครอบคลุมการประกอบกิจการเหล่านี้ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงานฯ ควรถูกแก้ไขเพื่อรองรับสถานะของผู้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าได้เองให้ชัดเจน และมีบทบัญญัติที่รองรับสิทธิของบุคคลเหล่านี้ในการผลิต ใช้ และขายไฟฟ้าส่วนให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นได้ นอกจากนี้ เพื่อให้กฎหมายมีศักยภาพในการรับรองและคุ้มครองสิทธิในการเชื่อมต่อและใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อการส่งผ่านไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อรองรับการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนซึ่งมิได้เป็นเจ้าของโครงข่ายไฟฟ้าเอง กฎหมายจึงควรเพิ่มบทบัญญัติกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีระบบโครงข่ายให้คำนึงถึงการใช้ระบบโครงข่ายของผู้ผลิตไฟฟ้าจากทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนอีกด้วย โดยยังคงรักษาความเชื่อถือได้ของระบบโครงข่ายไฟฟ้าเอาไว้ เมื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์และการทำธุรกรรมแบบกระจายศูนย์ซึ่งผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าซื้อขายและส่งมอบไฟฟ้ากันโดยแบบที่มีการแข่งขันกัน กกพ. จึงควรมีอำนาจเพิ่มเติมในการเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้ความเห็นชอบการตั้งตลาดพลังงาน และเพื่อส่งเสริมตลาดไฟฟ้าในประเทศไทย พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงานฯ และควรเพิ่มบัญญัติซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีพฤติกรรมหรือการประกอบการอันมีลักษณะเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งและพัฒนาของตลาดไฟฟ้า เพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบกิจการไฟฟ้าสามารถก้าวตามพลวัตการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระดับสากล กกพ. จึงควรมีอำนาจกำกับกิจการพลังงานให้เป็นไปตามมาตรฐานตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีผลผูกพันประเทศไทย ในมิติของอัตราค่าบริการ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงานฯ ควรถูกแก้ไขให้เป็นฐานทางกฎหมายให้ กกพ. สามารถกำกับดูแลอัตราค่าบริการให้เหมาะสมกับกิจการไฟฟ้าแต่ละประเภท นอกจากนี้ กฎหมายควรกำหนดให้สัญญาเพื่อจัดหาไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รัฐรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนข้อสัญญาที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการคิดอัตราค่าไฟฟ้าซึ่งอาจลดต่ำลงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม การลงทุน หรือเทคโนโลยีในมาตรฐานของสัญญาเกี่ยวกับการให้บริการพลังงาน


ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปและไทยในบริบทของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (The Problems And Obstacles Regarding The Compliance On The Eu Personal Data Protection Law And The Thai Personal Data Protection Law In The Context Of The Tourism Authority Of Thailand), Auntika Na Pibul Mar 2025

ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปและไทยในบริบทของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (The Problems And Obstacles Regarding The Compliance On The Eu Personal Data Protection Law And The Thai Personal Data Protection Law In The Context Of The Tourism Authority Of Thailand), Auntika Na Pibul

Chulalongkorn University Law Journal

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจซึ่งมีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ททท. มีสำนักงานสาขาที่ตั้งอยู่ในเขตสหภาพยุโรป รวมทั้งมีสำนักงานใหญ่และสำนักงานภูมิภาคหลายสำนักงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในเขตของสหภาพยุโรปและในประเทศไทย ดังนั้น ททท. จึงอยู่ภายใต้บังคับที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปและของไทย แต่อย่างไรก็ตาม ททท. มีการดำเนินกิจกรรมที่มีความหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จึงก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น การบ่งชี้ว่า ททท. มีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล การบ่งชี้ฐานทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลในแต่ละกิจกรรม งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาประเด็นปัญหาและอุปสรรคของ ททท. ในการปฏิบัติตามข้อบังคับทั่วไปเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล หรือที่เรียกกันว่า General Data Protection Regulation (GDPR) และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมทั้งมุ่งเสนอแนะวิธีการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว เช่น การจัดทำคู่มือกำหนดแนวปฏิบัติขององค์กรในการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่ ททท. จะมีความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของ ททท. และประเทศไทยต่อไป


กระบวนการคัดกรองผู้ลี้ภัยของประเทศไทย: การริเริ่มให้ความคุ้มครองแก่ประชากรพลัดถิ่นในรัฐที่มิได้เป็นภาคีต่ออนุสัญญาผู้ลี้ภัย (Thailand’S National Screening Mechanism: Initiating ‘Asylum’ Procedures In A Non-Signatory To The 1951 Refugee Convention), Prima Sukmanop Mar 2025

กระบวนการคัดกรองผู้ลี้ภัยของประเทศไทย: การริเริ่มให้ความคุ้มครองแก่ประชากรพลัดถิ่นในรัฐที่มิได้เป็นภาคีต่ออนุสัญญาผู้ลี้ภัย (Thailand’S National Screening Mechanism: Initiating ‘Asylum’ Procedures In A Non-Signatory To The 1951 Refugee Convention), Prima Sukmanop

Chulalongkorn University Law Journal

ประเทศไทยมิได้มีกฎหมายภายในประเทศที่รับรองคุ้มครองสิทธิในการแสวงหาที่ลี้ภัยจากการประหัตประหาร (Right to Seek Asylum from Persecution) ของผู้พลัดถิ่น (Forcibly Displaced Persons) ซึ่งรวมถึงผู้ลี้ภัย (Refugees) เป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เริ่มคัดกรอง “ผู้ได้รับการคุ้มครอง” ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำเนาได้ พ.ศ. 2562 หรือที่รู้จักกันในนาม National Screening Mechanism (NSM) โดยคนต่างด้าวที่ผ่านการคัดกรองจะได้รับการคุ้มครองจากการถูกบังคับส่งกลับไปยังประเทศต้นทางที่อาจมีภยันตราย (Protection Against Refoulement) แม้ประเทศไทยจะมิได้เป็นภาคีต่ออนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 และพิธีสารที่เกี่ยวข้องก็ตาม แต่กระบวนการคัดกรอง NSM ปรากฏลักษณะสำคัญที่คล้ายคลึงกับกระบวนการพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัย (Refugee Status Determination: RSD) ซึ่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ดำเนินการในประเทศไทยมาหลายทศวรรษ อย่างไรก็ดี เมื่อกระบวนการคัดกรอง NSM ถูกดำเนินงานโดยหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งเป็นกระบวนการภายใต้กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองซึ่งยึดโยงกับความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ทางการเมืองในระดับภูมิภาค จึงอาจมีข้อพิจารณาอื่นนอกเหนือไปจากความเสี่ยงต่อการประหัตประหาร แตกต่างไปจากบริบทความคุ้มครองระหว่างประเทศ อันเป็นเจตนารมณ์ของกระบวนการคัดกรองผู้ลี้ภัยโดยทั่วไป ดังนั้น จึงเกิดข้อถกเถียงว่ากระบวนการคัดกรอง NSM อาจมิใช่กระบวนการพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัยในระดับชาติตามความคาดหวังของประชาคมโลก แต่เป็นเพียงข้อโต้แย้งภายใต้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองที่ยังคงปรากฏข้อจำกัดแก่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และอาจยังมิใช่วิธีการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยอย่างยั่งยืน


ปัญหาการวินิจฉัยคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญของศาลปกครอง (Judgment Issues Of The Administrative Court In Community Rights Cases Under The Constitution Of The Kingdom Of Thailand), Adisorn Kongphunpin Mar 2025

ปัญหาการวินิจฉัยคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญของศาลปกครอง (Judgment Issues Of The Administrative Court In Community Rights Cases Under The Constitution Of The Kingdom Of Thailand), Adisorn Kongphunpin

Chulalongkorn University Law Journal

แม้สิทธิชุมชนจะเป็นสิทธิระดับรัฐธรรมนูญมากว่าสองทศวรรษก็ตาม แต่การขาดความชัดเจนในรายละเอียดของสิทธิ นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการที่ศาลปกครองจะวินิจฉัยรับรองสิทธิชุมชนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่มาของงานวิจัยฉบับนี้ที่มุ่งศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสิทธิชุมชน และคำวินิจฉัยคดีปกครองเกี่ยวกับสิทธิชุมชนของต่างประเทศ เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทางทางกฎหมายในการวินิจฉัยคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิชุมชนในศาลปกครองของไทย ผลการศึกษาพบว่า “สิทธิชุมชน” เป็น “สิทธิเชิงกลุ่ม” ซึ่งมีพัฒนาการมาจากกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ โดย “ชุมชน” สามารถใช้สิทธิทางศาลได้โดยการมอบหมายให้ปัจเจกบุคล และ/หรือ นิติบุคคล ที่เป็นตัวแทนหรือผู้แทนของชุมชนนำคดีไปฟ้องต่อศาลในนามของชุมชน และในกรณีที่ศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ทรงสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญและมีสิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น มีสิทธิในการดำรงวิถีชีวิตในพื้นที่ป่า เป็นต้น แม้ว่าจะมีข้อจำกัดที่ทำให้ศาลไม่สามารถออกคำบังคับให้ผู้ฟ้องคดีเข้าไปดำรงวิถีชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่าได้ก็ตาม หากแต่ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอค่าสินไหมทดแทนจากการที่ต้องสูญเสียสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง และ/หรือ สิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาด้วย ศาลปกครองย่อมสามารถกำหนดให้ฝ่ายปกครองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีจากการที่ต้องสูญเสียสิทธิดังกล่าวในการดำรงวิถีชีวิตตามจารีตประเพณี ตามบรรทัดฐานคำวินิจฉัยของศาลต่างประเทศได้


องค์การการค้าโลกกับวิกฤตโลกร้อน: วิเคราะห์มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (The World Trade Organization And Global Warming Crisis: Analysis On The Carbon Border Adjustment Mechanism Of The European Union), Sakda Thanitcul Mar 2025

องค์การการค้าโลกกับวิกฤตโลกร้อน: วิเคราะห์มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (The World Trade Organization And Global Warming Crisis: Analysis On The Carbon Border Adjustment Mechanism Of The European Union), Sakda Thanitcul

Chulalongkorn University Law Journal

ในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) องค์กรอุทธรณ์ขององค์การการค้าโลก (the World Trade Organization) ได้ให้ความสำคัญของค่านิยมเรื่อง “การอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์” ได้แก่ เต่าทะเล ว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับค่านิยมเรื่อง “ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ” ตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เรื่องความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) โดยตัดสินคดีข้อพิพาทระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศอินเดีย ปากีสถาน มาเลเซีย และไทย ว่ามาตรการของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ห้ามนำเข้ากุ้งจากประเทศอินเดีย ปากีสถาน มาเลเซีย และไทยนั้น แม้จะเป็นมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับข้อ 11 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (General Agreement on Tariffs and Trade หรือ GATT) ก็ตาม แต่ก็ได้รับการนิรโทษตามข้อ 20 (จี) ของความตกลงฉบับดังกล่าวเนื่องจากเต่าทะเลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วสูญสิ้นหมดไป เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างคำตัดสินในข้อพิพาทดังกล่าวกับมาตรการเก็บคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (European Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ EU-CBAM) แล้ว อาจชี้ให้เห็นได้ว่าในอนาคต หากมีข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าวเข้าสู่กลไกระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลกแล้ว คณะพิจารณาข้อพิพาทและองค์กรอุทธรณ์ขององค์การการค้าโลกซึ่งตระหนักดีถึงปัญหา “วิกฤตโลกร้อน” ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็มีแนวโน้มสูงที่จะให้ความสำคัญกับค่านิยมสากลเรื่อง “การอนุรักษ์ชั้นบรรยากาศโลก” อันได้แก่ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเพื่อไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเกินกว่า 2 องศาเซลเซียส ภายใน พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ไม่น้อยไปกว่าค่านิยมเรื่อง “ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ” และคงจะตัดสินให้มาตรการ EU-CBAM ได้รับการนิรโทษตามข้อ 20 (จี) ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้าเช่นเดียวกัน


Introduction, Jirayudh Sinthuphan Jan 2025

Introduction, Jirayudh Sinthuphan

Asian Review

This issue of Asian Review is a product of the Asian Consortium of South Asian Studies. The article in this volume explores the profound and multifaceted ways in which communities of South Asian descent have migrated to, settled in, and dynamically reshaped their identities within Southeast Asia. Moving beyond the historical narrative of South Asian Diaspora, these studies demonstrate that the notions of belonging, diasporic identity and national identity are not static concepts but are continuously negotiated, performed, and politicized in response to local contexts and global shifts. The papers collectively reveal a complex history of South Asian migration.


Chromium Removal From Tannery Wastewater Via A Hydroponic Technique With Vetiver Grass (Vetiveria Zizanioides), Ismot Zereen, Zainul Abedin, Siddikur Rahman, Debasish Pandit Jan 2025

Chromium Removal From Tannery Wastewater Via A Hydroponic Technique With Vetiver Grass (Vetiveria Zizanioides), Ismot Zereen, Zainul Abedin, Siddikur Rahman, Debasish Pandit

Applied Environmental Research

This research aimed to investigate the effects of hydroponically cultivated vetiver grass (Vetiveria zizanioides) on the treatment of tannery wastewater for chromium (Cr) removal in Bangladesh. The field experiment involved 9 containers, which were separated into 3 groups: tannery wastewater with hydroponically planted vetiver, tannery wastewater without vetiver (control), and a group with vetiver grown in tap water. The tap water group was used solely for plant growth assessment, whereas only the control and hydroponic vetiver groups were evaluated for Cr and water quality parameters. Throughout the 45-day trial period, Cr and other water quality parameters were analyzed …


Government Support And Local Residents’ Behavior In E-Waste Management: Evidence From Thailand, Peeranart Kiddee, Somsiri Decharat, Suttiporn Bunmak Jan 2025

Government Support And Local Residents’ Behavior In E-Waste Management: Evidence From Thailand, Peeranart Kiddee, Somsiri Decharat, Suttiporn Bunmak

Applied Environmental Research

Electronic waste (e-waste) management is a critical global pollution concern. This study investigates government support; local residents' perceptions, knowledge, attitudes, and behaviors related to e-waste management; and collaborative governance in southern Thailand. Employing both quantitative and qualitative methods, this research involves expert government officers who are well versed in e-waste management and local residents. The study utilized in-depth interviews, questionnaires, and workshops. The results revealed that the government is responsible for four e-waste management approaches, encompassing various e-waste collection, transportation, and disposal methods. Local residents exhibited low perceptions of e-waste news but possessed substantial knowledge and positive attitudes toward e-waste …


Exploring The Co-Composting Potentials Of Raw Grease Trap And Grease Trap-Derived Soaps: Insights Into Grease Trap Modification, Calcium Supplementation, And Microbial Community Analysis, Pokchat Chutivisut, Panaya Kotchaplai, Bualuang Faiyue, Nattapong Tuntiwiwattanapun Jan 2025

Exploring The Co-Composting Potentials Of Raw Grease Trap And Grease Trap-Derived Soaps: Insights Into Grease Trap Modification, Calcium Supplementation, And Microbial Community Analysis, Pokchat Chutivisut, Panaya Kotchaplai, Bualuang Faiyue, Nattapong Tuntiwiwattanapun

Applied Environmental Research

Managing waste with grease traps poses a challenge because of the potential environmental issues associated with its disposal. In this study, two approaches were investigated to increase the biodegradability of grease trap waste: 1) converting raw grease trap waste into soap and 2) supplementing grease trap soap as inoculum with calcium material. The preparation of grease trap soap was optimized to attain a soap yield of 103% by utilizing a water-to-ethanol ratio of 9:1 at 80 °C for a processing time of 3 hours. A comparison of the composting results revealed higher nitrate yields with increased ratios of grease trap …


Microplastic Contamination In Commercially Important Bivalves Of Sorsogon Bay, Philippines, Sarina M.B. Arciga, Charmaine A. Malon, Kenneth N. Ballaran Jan 2025

Microplastic Contamination In Commercially Important Bivalves Of Sorsogon Bay, Philippines, Sarina M.B. Arciga, Charmaine A. Malon, Kenneth N. Ballaran

Applied Environmental Research

Sorsogon Bay, a key fishing ground in the Philippines, is known for its commercially important bivalve species: Perna viridis, Atrina pectinata, and Paphia undulata. Despite their ecological and economic value, limited research has been conducted on microplastic contamination in bivalves harvested from this area. This study aimed to assess the abundance and types of microplastics in commercially important bivalves (P. viridis, A. pectinata, and P. undulata) from Sorsogon Bay, Philippines. Commercial bivalve samples were randomly collected, digested with 10% w/v potassium hydroxide (KOH) solution, filtered (8 µm), and examined under a compound microscope. …


Sediment Grain Size Analysis And Characteristics Of Sedimentation Processes In The Bang Berd-Khao Tham Thong Beach, Chumphon Province, Rawadee Meeprasit, Sujaree Bureekul, Suriyan Saramul Jan 2025

Sediment Grain Size Analysis And Characteristics Of Sedimentation Processes In The Bang Berd-Khao Tham Thong Beach, Chumphon Province, Rawadee Meeprasit, Sujaree Bureekul, Suriyan Saramul

Applied Environmental Research

This study investigated the sedimentological characteristics of the Bang Berd-Khao Tham Thong beach system, which is located along the western shore of the central Gulf of Thailand, an area that is minimally disturbed by human activity and is ideal for studying natural coastal processes. Sediment samples were collected from both coastal and marine environments across four sampling periods (July 2022, September 2022, April 2023, and June 2023). The analysis focused on the grain size distribution, sorting, skewness, kurtosis, and sediment composition, revealing a predominance of medium sand in coastal sediments and increased silt and clay contents in marine sediments. The …


Landslide Susceptibility Mapping Via Dempster-Shafer, Statistical Index, And Certainty Factor Models In Gis And Their Comparison At Pidie Recency In Aceh, Indonesia, Septianto Aldiansyah, Amniar Ati, Fitriyani Saudi Jan 2025

Landslide Susceptibility Mapping Via Dempster-Shafer, Statistical Index, And Certainty Factor Models In Gis And Their Comparison At Pidie Recency In Aceh, Indonesia, Septianto Aldiansyah, Amniar Ati, Fitriyani Saudi

Applied Environmental Research

Landslides are natural disasters that are active if there is an interaction of environmental factors that are considered to control them, especially in mountainous areas. This study developed a landslide susceptibility map in Pidie Regency via the Dempster-Shafer (DS), statistical index (SI), and certainty factor (CF) models. A total of 957 landslide events were mapped, 70% of which were used for modeling, whereas the remaining events were used to validate the model output. Fourteen layers of conditioning factors were used: elevation, slope, aspect, curvature, TWI, SPI, STI, NDVI, rainfall, distance from river, distance from road, distance from fault, LULC, and …


Assessment Of Landslide Susceptibility And Settlement Exposure Via Geospatial Techniques In Bulambuli Distrcit, Eastern Uganda, Andrew Mulabbi, John Calvin Esagu, Gertrude Akello, Remigio Turyahabwe Jan 2025

Assessment Of Landslide Susceptibility And Settlement Exposure Via Geospatial Techniques In Bulambuli Distrcit, Eastern Uganda, Andrew Mulabbi, John Calvin Esagu, Gertrude Akello, Remigio Turyahabwe

Applied Environmental Research

Landslide susceptibility is a significant concern in Elgon County, Uganda, particularly during the rainy season. This vulnerability is attributable to several factors, including steep slopes, fertile soils, and dense settlements on volcanic ridges. Landslide susceptibility maps are important in mitigating the risk particularly at the local level. The objectives of this study were 1) to model landslide susceptibility via an interpretable machine-learning model, 2) to identify the most influential factors for landslide susceptibility in the study area, and 3) to assess the exposure of settlements to landslide risk. This study employed the XGBoost model trained on nine conditioning factors via …


Exploration Of Indigeneous Biosurfactant-Producing Bacillus Sp. From Petroleum Hydrocarbon-Contaminated Soil In Indonesia, Rizky Danang Susetyo, Wahyu Wilopo, Suwarno Hadisusanto, Endah Retnaningrum Jan 2025

Exploration Of Indigeneous Biosurfactant-Producing Bacillus Sp. From Petroleum Hydrocarbon-Contaminated Soil In Indonesia, Rizky Danang Susetyo, Wahyu Wilopo, Suwarno Hadisusanto, Endah Retnaningrum

Applied Environmental Research

Hydrocarbonolastic bacteria are valuable for the remediation of petroleum-polluted environments. The production of biosurfactants by such bacteria significantly enhances hydrocarbon bioavailability and increases remediation efficiency. One genus of hydrocarbonolastic bacteria with the potential to produce biosurfactants is Bacillus, yet strain-level diversity and local adaptations remain underexplored.Tthis study aimed to isolate and characterize hydrocarbonolastic bacteria belonging to the Bacillus genus from soil samples collected at Geopetroleum Teksas Wonocolo, Kedewan District, Bojonegoro Regency, Indonesia, which is a historically underreported hydrocarbon site. Additionally, the capacity of Bacillus to synthesize biosurfactants was examined. Bacillus strains capable of biosur-factant production were identified via a polyphasic …


การรักษาพยาบาลของประชากรไทยในช่วงก่อนและระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19, ฉัตรชัย เพ็งจันทร์ Jan 2025

การรักษาพยาบาลของประชากรไทยในช่วงก่อนและระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19, ฉัตรชัย เพ็งจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยในสถานพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเอง ในช่วงเวลาก่อนและระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19 โดยใช้ข้อมูลจากโครงการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2562 (n= 9,634) และ 2564 (n= 7,247) สำหรับการวิเคราะห์ในส่วนที่หนึ่งเป็นการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเลือกของวัยแรงงานเมื่อเจ็บป่วยซึ่งมีสามทางเลือกคือ ไม่ได้รักษา ซื้อยามากินเอง และการไปรักษาที่สถานพยาบาล โดยใช้วิธีการถดถอยโลจิสติก และในส่วนที่สองเป็นการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยวัยแรงงานต้องจ่ายเอง โดยใช้แบบจำลองโทบิต ผลการศึกษาในส่วนที่หนึ่งด้วยวิธีการถดถอยโลจิสติก กำหนดให้กลุ่มของประชากรที่ป่วยและไม่รักษาเป็นกลุ่มอ้างอิง ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงเวลาก่อนและระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19 ประชากรที่มียานพาหนะในครัวเรือน ประชากรกลุ่มผู้สูงอายุตอนปลาย ประชากรที่มีสิทธิ์ข้าราชการที่ใช้ในการรักษา ประชากรที่มีโรคประจำตัว มีความสัมพันธ์กับการซื้อยามากินเองเมื่อเจ็บป่วยเมื่อเทียบกับการไม่รักษา ประชากรที่มียานพาหนะในครัวเรือน การมีโรคประจำตัว ประชากรผู้สูงอายุตอนปลาย มีความสัมพันธ์กับการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยในสถานพยาบาลเมื่อเทียบกับการไม่รักษา ผลการศึกษาในส่วนที่สองด้วยแบบจำลองโทบิต พบว่า ในช่วงเวลาก่อนและระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19 ประชากรที่อาศัยในภาคเหนือ ผู้มีสิทธิ์รับการรักษาในประกันสังคม สิทธิ์ข้าราชการ รวมถึงผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในสถานพยาบาล จะมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองต่ำกว่า ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของครัวเรือน แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยจากครัวเรือนที่มีรายได้สูง จะมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองสูงตามด้วย


Exploring Social Issues In And The Reception Of The Thai Television Series The Gifted, Siyu Liang Jan 2025

Exploring Social Issues In And The Reception Of The Thai Television Series The Gifted, Siyu Liang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research explores the Thai television series The Gifted (GMMTV, 2018) as a cultural text that reflects the power dynamics and social inequalities embedded in Thailand’s educational system. Drawing on Michel Foucault’s concept of disciplinary power, the research examines how the series portrays mechanisms of control, compliance, and resistance within a hierarchical school environment. Textual analysis is complemented by a reception study of audience responses collected from YouTube, IMDb, and MyDramaList, revealing how viewers interpret and emotionally engage with the drama’s social implications. The findings suggest that The Gifted functions not only as youth entertainment but also as a critique …


ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ : กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย, แววไพลิน พันธุ์ภักดี Jan 2025

ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ : กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย, แววไพลิน พันธุ์ภักดี

Journal of Social Sciences

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของภาครัฐที่ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ภาวะผู้นำ นโยบายองค์กร บุคลากร และการทำงานเป็นทีม และนวัตกรรมและเทคโนโลยี จากการเก็บข้อมูลจากพนักงาน 680 คน ในองค์กรขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการปัจจัยเชิงกลยุทธ์และการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งสามารถกระตุ้นแรงจูงใจของพนักงาน ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ นโยบายองค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ชัดเจนและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม การลงทุนในนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา (R&D) ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างองค์กรให้ยั่งยืน ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายสนับสนุนภาวะผู้นำ การให้สิทธิ ประโยชน์ทางภาษี และการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ยังช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านขององค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ


การเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะการปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพภายใต้ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนย้าย : ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพในเอเชียตะวันออก, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Jan 2025

การเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะการปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพภายใต้ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนย้าย : ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพในเอเชียตะวันออก, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

Journal of Social Sciences

จุดมุ่งหมายหลักของการวิจัยเชิงปริมาณครั้งนี้ คือ การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมกับระดับการยินยอมให้ผู้อพยพเข้ามาในเอเชียตะวันออกของ พลเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ผู้วิจัยเลือกใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลด้านวัฒนธรรมของคลังข้อมูลการสำรวจทางสังคมในเอเชียตะวันออก (EASSDA) ฐานข้อมูลดังกล่าวเกิดจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างในภูมิภาคดังกล่าวจำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวมทั้งหมด 9,029 ราย เมื่อพิจารณาถึงผลการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างโดยส่วนใหญ่ยังไม่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเท่าที่ควร และยินยอมระดับน้อยที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคของตน ในส่วนของผลการวิเคราะห์ สถิติเชิงอนุมานด้วยเทคนิคการวิเคราะห์การถดถอยพหุด้วยแบบจำลองโพรบิต ผู้วิจัยพบว่า พฤติกรรมการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกือบทุกรูปแบบ (ยกเว้นการเปิดรับสื่อต่างประเทศ) ได้แก่ การพูดคุยเกี่ยวกับ ประเด็น/ปัญหาระหว่างประเทศกับผู้อื่น การเดินทางไปต่างประเทศ และการมีคนรู้จักเป็นชาวต่างชาติ ต่างเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ระดับการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้นมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพในพื้นที่ของตน แต่ในทางตรงกันข้าม การยึดมั่นในความเป็นชาตินิยมเป็นอย่างมากเข้าข่ายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด


สำนักงบประมาณ ของรัฐสภา (Pbo) กับการปรับดุลอำนาจงบประมาณในประเทศไทย, จรัส สุวรรณมาลา, วีระศักดิ์ เครือเทพ, อุมาพร บึงมุม Jan 2025

สำนักงบประมาณ ของรัฐสภา (Pbo) กับการปรับดุลอำนาจงบประมาณในประเทศไทย, จรัส สุวรรณมาลา, วีระศักดิ์ เครือเทพ, อุมาพร บึงมุม

Journal of Social Sciences

ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายถือว่า บทบาทของรัฐสภาในการจัดทำและควบคุมงบประมาณของรัฐเป็นเรื่องสำคัญและไม่อาจทดแทนด้วยกลไกอื่นได้ แต่ในช่วงกว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารมีบทบาทนำในการจัดทำงบประมาณของรัฐ เมื่อไม่นานมานี้เองที่รัฐสภาในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งรัฐสภาไทย เริ่มตื่นตัว และปรับปรุงกระบวนการงบประมาณของรัฐสภา เพื่อกระชับอำนาจของรัฐสภาในการควบคุมงบประมาณให้มากขึ้น หนึ่งในเครื่องมือที่ฝ่ายนิติบัญญัติในประเทศต่าง ๆ นำมาใช้ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในทำหน้าที่ควบคุมงบประมาณของรัฐ คือ การจัดตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภาขึ้น บทความวิจัยนี้ต้องการศึกษาบทบาทของสำนักงบประมาณของรัฐสภาไทย ตลอดจนถึงผลสืบเนื่องที่เกิดจากการจัดตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภาต่อการกระชับอำนาจในการควบคุมงบประมาณของรัฐสภา ผู้วิจัยได้สำรวจเอกสารสัมภาษณ์ บุคลากรของสำนักงบประมาณของรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการฝ่ายบริหาร และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการและการสัมมนา เพื่อสอบทานข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการงบประมาณของรัฐสภา บทความวิจัยนี้บ่งชี้ว่า สำนักงบประมาณของรัฐสภามีส่วนสนับสนุนให้กระบวนการงบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติมีความเข้มแข็งมากขึ้น และมีส่วนช่วยให้รัฐสภาควบคุมงบประมาณของรัฐได้เพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง น่าสังเกตว่า สำนักงบประมาณของรัฐสภาได้ใช้ความสามารถของหน่วยงานในการทำหน้าที่จนถึงขีดจำกัดสูงสุดที่สามารถทำได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ครอบคลุมครบถ้วนทุกด้าน รัฐสภาจึงควรแสวงหาแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของสำนักงบประมาณของรัฐสภาให้เพิ่มขึ้น


การศึกษาภาพลักษณ์ของประเทศจีนผ่านอีสปอร์ต : การสื่อสาร กลยุทธ์การทูต และการตลาดเชิงเนื้อหา ผ่าน Honor Of Kings และ Arena Of Valor, ธีรติร์ บรรเทิง, พร้อมพรรณ แจ้งการดี Jan 2025

การศึกษาภาพลักษณ์ของประเทศจีนผ่านอีสปอร์ต : การสื่อสาร กลยุทธ์การทูต และการตลาดเชิงเนื้อหา ผ่าน Honor Of Kings และ Arena Of Valor, ธีรติร์ บรรเทิง, พร้อมพรรณ แจ้งการดี

Journal of Social Sciences

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาภาพลักษณ์รูปแบบการสื่อสารกลยุทธ์การทูตของจีน และศึกษาการตลาดเชิงเนื้อหาผ่านเกม Arena of Valor และ Honor of Kings (2) เปรียบเทียบความสอดคล้อง และความแตกต่างของทั้ง 2 เกม และ (3) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาเนื้อหา รูปแบบการสื่อสาร และกลยุทธ์การทูตผ่านอีสปอร์ตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดย การวิจัยเอกสาร (documentary research) และการวิเคราะห์เนื้อหาที่ถูกนำเสนอบนเฟซบุ๊ก 4 เพจ ได้แก่ Honor of Kings, HoK Global Esports, Garena RoV Thailand, และ KingSauce Legends รวบรวมได้ ทั้งหมด 5,300 โพสต์  ผลการศึกษาพบว่า (1) รูปแบบการสื่อสารและการนำเสนอเนื้อหาของเกม Honor of Kings และ Arena of Valor มีความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของแต่ละเพจเกม Honor of Kings เน้นการนำเสนอให้เห็นถึงรูปแบบการเล่น การประกาศเปิดให้บริการในต่างประเทศ โดยใช้ตัวละครภายในเกมเป็นตัวนำเสนอผ่านรูปแบบวิดีโอความยาวประมาณ 1-3 นาที ด้านกิจกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตและเงื่อนไขการแข่งขันของเกม Honor of Kings นำเสนอโดยการใช้ภาพนิ่งของนักกีฬาและภาพอินโฟกราฟิก (Infographic) ในขณะที่เกม Arena of Valor เน้นการนำเสนอเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการของเกม รวมถึงการสร้างชุมชนผู้เล่น (communities) ผ่านการใช้ภาพนิ่งและผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ (influencer) (2) การนำเสนอเกม Honor of Kings สามารถสะท้อนภาพของวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์ (creativity) เนื่องจากผู้ให้บริการเกมเป็นบริษัทภายในประเทศจีนที่ดำเนินนโยบายของบริษัทตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม (Ministry of Cultural) ของประเทศจีน ในขณะที่การนำเสนอเนื้อหาของเกม Arena of Valor ดำเนินการจากผู้ให้บริการภายนอกประเทศจีน จึงไม่ได้ดำเนินนโยบายของบริษัทตามทิศทางของกระทรวงวัฒนธรรม (Ministry of Cultural) …


Asean Centrality In The Era Of Great Power Competition: Hedging For Survival And Prosperity, William J. Jones, Chanya Supakul Jan 2025

Asean Centrality In The Era Of Great Power Competition: Hedging For Survival And Prosperity, William J. Jones, Chanya Supakul

Journal of Social Sciences

The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) was formed in 1967 with the Bangkok Conference as a bulwark against the spread of Communism in Southeast Asia. In its 57 years of existence, ASEAN has proven to be a durable organization capable of organizational change. Furthermore, as the oldest and only standing regional organization with full membership of its region, or sub-region, ASEAN has a large degree of credibility in international affairs. With the end of the Unipolar moment where the ‘West’ led by the United States exercised hegemony and the beginning of a multipolar world, ASEAN and its member states …


การเมืองในนโยบายกัญชาของประเทศไทย, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์ Jan 2025

การเมืองในนโยบายกัญชาของประเทศไทย, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยนี้ศึกษานโยบายกัญชาของประเทศไทยภายในทิศทางเป็นเสรีนิยมมาก มีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้กัญชาในประเทศไทย และมีความสับสนในความพยายามย้อนกลับไปเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้งด้วย จุดประสงค์ศึกษากระบวนการนโยบายกัญชาของประเทศไทยในรายละเอียด มีคำถามวิจัยว่า นโยบายกัญชาของไทยมีลักษณะอย่างไร มีสมมติฐานว่า มีข้อห่วงใยอย่างมากในนโยบายลักษณะเสรีนิยมนี้มีความสับสนที่นโยบาย อาจย้อนกลับเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้ง และมีการเมืองอยู่ภายในกระบวนการนโยบายกัญชา งานวิจัยใช้แนวคิดด้านความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์และความชาญฉลาดของประชาธิปไตยเป็นกรอบการศึกษา ประกอบการวิเคราะห์ตอบคำถามวิจัย ขอบเขตด้านเวลาในการศึกษาอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2561-2567 งานวิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิในการศึกษาประกอบด้วย หลักฐานการรายงานของสื่อมวลชนถึงกระบวนการนโยบายกัญชาไทย และเอกสารนโยบายสาธารณะด้านกัญชา เช่น ประกาศกระทรวง สำหรับข้อค้นพบและการวิเคราะห์ บทความวิจัยถกแถลงถึงความกำกวมในการเป็นสารเสพติดเป็นลักษณะของพืชกัญชา ที่อธิบายด้วยแนวคิดความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์ กัญชาได้รับการตีความว่าสามารถใช้ได้ทั้งในทางการแพทย์และในทางสันทนาการด้วย เกิดข้อห่วงใย และจำเป็นต้องติดตามดูแลการแพร่หลายของผลิตภัณฑ์กัญชาในอาหาร งานวิจัยวิเคราะห์อภิปรายการเมืองภายในนโยบายกัญชาของประเทศไทย เช่น ความพยายามผลักดันให้นโยบายกลับไปเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้ง เป็นอีกส่วนหนึ่งของความสับสนของนโยบาย และงานวิจัยถกแถลงว่าความชาญฉลาดของประชาธิปไตยมีความสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายกัญชา


การเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ, ประชาธิป กะทา Jan 2025

การเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ, ประชาธิป กะทา

Journal of Social Sciences

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาลักษณะพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดแรงจูงใจในการเล่นพนันออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ และผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่นิยมเล่นพนันออนไลน์ งานวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยวิธีการชาติพันธุ์วรรณนาในกลุ่มผู้สูงอายุหลากหลายกลุ่มที่เล่นพนันออนไลน์ งานวิจัยมีข้อค้นพบสำคัญ คือ ผู้สูงอายุที่เล่นพนันออนไลน์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) กลุ่มผู้สูงอายุที่นิยมเล่นการพนันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 2) กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่เคยเล่นการพนันอย่างจริงจังมาก่อน แต่เล่นพนันออนไลน์ด้วยเหตุผลว่ามีเวลาว่างและคาดหวังรายได้เพิ่ม ปัจจัยที่สร้างแรงจูงใจมีอยู่ 4 ปัจจัยหลัก คือ 1) ความชื่นชอบเล่นพนันเป็นทุนเดิม 2) วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ 3) รายได้ที่ลดลงหลังเกษียณ 4) กลยุทธ์การตลาด ส่วนผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่นิยมเล่นพนันออนไลน์ ผู้สูงอายุประเมินตนเองว่าไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่ชัดเจน มีผู้สูงอายุจำนวนน้อยได้รับผลกระทบด้านจิตใจและความสัมพันธ์ในครอบครัว


แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, อัญชนา สายสร้อย, ดารัณ พราหมณ์แก้ว Jan 2025

แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, อัญชนา สายสร้อย, ดารัณ พราหมณ์แก้ว

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี 2) ศึกษาการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี 3) เสนอแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานวิธี ในเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี จำนวน 374 คน ด้วยตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ส่วนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบ สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจงจากปลัดเทศบาลเมืองเพชรบุรี เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเพชรบุรี และตัวแทนผู้สูงอายุในชุมชน ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุและผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ปัจจัยทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี มีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (R) = 0.728 ซึ่งส่งทางบวกทุกตัว มีประสิทธิภาพในการทำนาย ร้อยละ 53.10 นำมาเขียนเป็นสมการถดถอยได้ดังนี้ tot = 0.271 (X4) + 0.241 (X3) + 0.143 (X2) และ 3) แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คือ 1) ควรส่งเสริมกิจกรรมการสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว 2) ควรจัดตั้งศูนย์บริการผู้สูงอายุเพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง 3) ควรจัดตั้งศูนย์เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และ 4) ควรจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละช่วงอายุ


การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและความต้องการในวาระท้ายของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ, ปริญญา หวันเหล็ม, ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ Jan 2025

การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและความต้องการในวาระท้ายของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ, ปริญญา หวันเหล็ม, ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

Journal of Social Sciences

บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะของบริการด้านสุขภาพ และการเข้าถึงของระบบราชทัณฑ์ไทยในการดูแลแบบประคับประคองและการดูแลในวาระท้าย โดยอาศัยแนวคิดสิทธิมนุษยชน สิทธิผู้ต้องขัง แนวคิดการดูแลแบบประคับประคอง และกรอบข้อบังคับระดับสากลและข้อกฎหมายระดับประเทศ ทั้งนี้ ยังมุ่งศึกษาแนวทางการให้บริการด้านสุขภาพในมิติของการดูแลในระยะท้าย ความต้องการของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ และรูปแบบการจัดการกับการตายในเรือนจำ ผ่านกลไกของราชทัณฑ์ไทยที่มีทีมสหวิชาชีพต่าง ๆ เข้ามาให้บริการผู้ต้องขังในระยะท้าย การศึกษาครั้งนี้อาศัยการวิจัยเชิงคุณภาพ และมีข้อค้นพบประการสำคัญว่า สภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังป่วยต้องเผชิญความยากลำบากในเรือนจำ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยได้ง่าย สภาพแวดล้อมของเรือนจำไม่สอดรับกับวัยสูงอายุ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังสูงวัยในวาระท้ายของชีวิตได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสากลเทียบเท่าการรักษาในโรงพยาบาลภายนอก ด้วยทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งยังมีบริการระบบการให้เยี่ยมออนไลน์สำหรับผู้ต้องขังในวาระท้ายในเรือนจำ และความต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำ คือ การได้ “กลับบ้าน” ที่นับเป็นข้อค้นพบสำคัญ และเป็นความหวังสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ


ตัวคูณทางการคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย, ภาวิน ศิริประภานุกูล Jan 2025

ตัวคูณทางการคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย, ภาวิน ศิริประภานุกูล

Journal of Social Sciences

งานศึกษานี้ประเมินค่าตัวคูณทางการคลังโดยอาศัยกระบวนการทางเศรษฐมิติที่เป็นที่ยอมรับวงกว้างในปัจจุบัน โดยทดลองใช้ข้อมูลสะท้อนการใช้จ่ายของรัฐบาลที่แตกต่างกัน 5 ลักษณะ งานศึกษาพบว่าค่าตัวคูณการใช้จ่ายของรัฐบาลอยู่ที่ 0.25-0.49 ซึ่งมีค่าต่ำกว่า 1 อย่างชัดเจน ค่าตัวคูณดังกล่าวสะท้อนความไม่มีประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดเล็กและมีสัดส่วนของภาคเศรษฐกิจนอกระบบในระดับสูง ทั้งนี้ ค่าตัวคูณการใช้จ่ายของรัฐบาลดังกล่าวประเมินขึ้นจากข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของรัฐบาลที่มิได้คำนวณรวมการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนของการชำระคืนต้นเงินกู้และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง/ชดใช้ทุนสำรองจ่าย ซึ่งมีความสอดคล้องการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในทางปฏิบัติมากกว่าข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ประเมินค่าตัวคูณทางการคลังในงานศึกษาในอดีต