Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 1201 - 1230 of 7208

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

การเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม: กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม, จินตนา คำอุดม Jan 2023

การเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม: กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม, จินตนา คำอุดม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สงครามและความขัดแย้งในปัจจุบัน นำมาซึ่งการเกิดผลกระทบตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอันเกิดขึ้นกับผู้หญิง ซึ่งได้รับผลกระทบและตกเป็นเหยื่อโดยตรงจากความรุนแรงของสงคราม สารนิพนธ์นี้จึงต้องการศึกษาประเด็นความขัดแย้งร่วมสมัยในมิติเพศสภาพ โดยศึกษาประเด็นการเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือไอซิส เมื่อปี 2014 ซึ่งได้กระทำความรุนแรงกดขี่ทางเพศต่อหญิงสาวชาติพันธุ์ยาซิดี ในสงครามการก่อการร้ายตามความเชื่อทางศาสนาของกลุ่มไอซิสในดินแดนตะวันออกกลาง ซึ่งระบอบชายเป็นใหญ่ที่ไอซิสพยายามสถาปนาขึ้นนี้ ถูกต่อต้านโดยกลุ่มสตรีผู้แปรสภาพจากเหยื่อมาเป็นผู้เรียกร้องสิทธิสตรี และยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น งานชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษากระบวนการต่อสู้เรียกร้องของกลุ่มผู้หญิงยาซิดีมีรูปแบบและวิธีการต่อสู้อย่างไร ผลการศึกษาพบว่าสามารถแบ่งการต่อสู้ออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 1) การต่อสู้ผ่านวิธีการสันติวิธีและการตีแผ่ความจริง 2) การต่อสู้ผ่านการจัดตั้งกองกำลังทหารหญิง และ 3) การต่อสู้ผ่านการสร้างพันธมิตรและแสวงหาความร่วมมือ


เบื้องหลังการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์, สุธิดา สังขพันธุ์ Jan 2023

เบื้องหลังการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์, สุธิดา สังขพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาถึงพลวัตที่ซับซ้อนของการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมโดยองค์กรอาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติในบริบทที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผลกระทบที่มีต่อความมั่นคงของมนุษย์ในหลากหลายมิติ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและแพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์ ยังคงขาดงานศึกษาในทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนเพื่อบังคับก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ สารนิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอให้เห็นถึงกลไลวิธีการหลอกลวงบุคคลให้เข้ามาเป็นผู้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยเผยให้เห็นด้านมืดของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการแสวงหาผลประโยชน์ของมนุษย์และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และประเมินถึงผลกระทบในหลายมิติของอาชญากรรมที่มีต่อความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งความมั่นคงในระดับบุคคล ในด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของชุมชน รายงานฉบับนี้จัดทำโดยการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ วิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์กับการค้ามนุษย์ อุปสรรคต่อการปรามปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่นี้ที่เป็นผลจากความซับซ้อนทางเทคโนโลยี การไม่เปิดเผยตัวตนในโลกออนไลน์ กรอบกฎหมายที่ไม่พอเพียงต่อการแก้ปัญหา ความแตกต่างของเขตอำนาจศาล และอุปสรรคในการคัดแยกหรือช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหาย นอกจากนี้ ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างของความตระหนักรู้และทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้เกิดความเปราะบางในสังคม เสนอแนะการแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มศักยภาพในการเก็บหลักฐานทางดิจิทัล เสริมสร้างการตระหนักรู้ของสังคม ทักษะความเข้าใจต่อเทคโนโลยี การปรับปรุงกรอบกฎหมายให้มีความสอดคล้องการสนับสนุนให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศ และการสร้างกลไกช่วยเหลือคุ้มครองเหยื่อผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ งานศึกษาฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาประเด็นปัญหาของการค้ามนุษย์และอาชญากรรมไซเบอร์ในเชิงกว้างที่เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการตอบสนองต่อปัญหาด้วยวิธีการบูรณาการ และยึดตัวบุคคลเป็นศูนย์กลางเพื่อปกป้องไว้ซึ่งความมั่นคงของมนุษย์ภายในโลกดิจิทัลปัจจุบัน


การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ : การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปี 2018-2019, ณัฐพันธ์ สุขสวัสดิ์ Jan 2023

การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ : การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปี 2018-2019, ณัฐพันธ์ สุขสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ ในช่วงประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปี 2018-2019 โดยใช้ทฤษฎีสัจนิยมคลาสสิกใหม่ (Neoclassical Realism) เป็นกรอบศึกษา การศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ทำให้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลายต่อเกาหลีเหนือ มาจากการปรับเปลี่ยนท่าทีที่อ่อนลงของ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้เกิดการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ในปี 2018 และเอื้อประโยชน์ให้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ใช้เป็นโอกาสในการเข้าหาเกาหลีเหนือผ่านเกาหลีใต้ที่เป็นพันธมิตร นำไปสู่การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ครั้งที่ 1 ในปี 2018 ที่สิงคโปร์ และครั้งที่ 2 ในปี 2019 ที่กรุงฮานอย เวียดนาม อย่างไรก็ดี แม้การประชุมสุดยอดผู้นำทั้ง 2 ครั้ง ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็มีพัฒนาการที่สามารถนำไปสู่การขจัดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงทางการทูตของทรัมป์ในการเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่สามารถทำให้เกิดการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ และเป็นผลประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองของทรัมป์สำหรับใช้แสวงประโยชน์ในโอกาสอื่น ๆ ต่อไป


ทุนจีนสีเทากับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติของไทยในช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565, ปาลิตา รักษ์ชน Jan 2023

ทุนจีนสีเทากับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติของไทยในช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565, ปาลิตา รักษ์ชน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับทุนจีนสีเทาว่าส่งผลกระทบอย่างไรต่อการเพิ่มขึ้นของปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในไทยช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565 เนื่องจากปัจจุบันปัญหาธุรกิจสีเทาของ นักลงทุนชาวจีนได้กำลังแผ่ขยายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก และก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ตามมาอีกมากมายซึ่งประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับปัญหาทุนจีนสีเทานี้ด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากข่าวสารที่สื่อหลายสำนักพยายามตีแผ่เรื่องราวของทุนจีนที่กำลังฝังรากลึกในไทย รวมถึงข่าวการถูกจับกุมของแก๊ง ชาวจีนที่เข้ามาลงทุนธุรกิจผิดกฎหมายในไทย เป็นต้น การดำเนินธุรกิจสีเทาของจีนกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติจึงเป็นประเด็นที่มีความน่าสนใจ โดยสารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเกิดธุรกิจสีเทาของจีนในไทย และผลกระทบของทุนจีนสีเทาต่อปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในไทยช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565 จากการศึกษาพบว่าทุนจีนสีเทาอาศัยนโยบายขยายตัวของรัฐบาลจีน เช่น Going Out Policy และ One Belt One Road ประกอบกับโลกาภิวัฒน์ที่นำพาโลกสู่การเชื่อมโยงและมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น แต่ก็แฝงมาด้วยกระแสลบ (negative flow) อย่างทุนจีนสีเทานี้ที่นำมาซึ่งธุรกิจที่ผิดกฎหมายและแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความอ่อนแอทางด้านเศรษฐกิจและการบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นการช่วยเพิ่มการเติบโตของธุรกิจที่ผิดกฎหมายของ ทุนจีนสีเทาโดยไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับประเทศต้นทางอย่างแท้จริง อีกทั้งยังนำมาซึ่งปัญหาอาชญากรรมอีกมากมาย ในสารนิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งให้เห็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติทางด้านยาเสพติดรวมถึง การฟอกเงิน ผ่านกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง


ทัศนคติและการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, ณิชา ชัยชาติ Jan 2023

ทัศนคติและการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, ณิชา ชัยชาติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาทัศนคติของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (สป.กค.) เกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 2) เพื่อศึกษาระดับการเตรียมความพร้อมในการเป็นหน่วยงานระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิหลังส่วนบุคคลกับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. และ 4) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยเลือกใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งเป็นการใช้แบบสอบถามออนไลน์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นบุคลากรในสังกัด สป.กค. จำนวน 199 คน ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรในสังกัด สป.กค. มีทัศนคติเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 โดยรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด และมีการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 โดยรวมในระดับมากที่สุด สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างภูมิหลังส่วนบุคคลกับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. พบว่า ภูมิหลังส่วนบุคคลจำแนกตามอายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งงาน ที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. พบว่าในภาพรวมมีความสัมพันธ์ระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


Brand Experience Of Thai Consumers Towards Let's Relax Spa And Massage, Sasachol Chumnanvej Jan 2023

Brand Experience Of Thai Consumers Towards Let's Relax Spa And Massage, Sasachol Chumnanvej

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to explore the brand experience of Thai consumers toward Let’s Relax Spa and Massage across four dimensions. Using qualitative methodology, nine participants were purposively selected for on-site and online in-depth interviews, ensuring diversity based on specific criteria. The participants, actual consumers aged 27-33, shared their experiences using open-ended questions guided by Brakus et al.'s (2009) brand experience dimensions and the 7Ps of service marketing. The findings indicated an overall positive brand experience, particularly in sensory and behavioral aspects, with outstanding experiences in sight, sound, and taste senses. While most participants had a positive affective experience, some expressed …


Consumers' Media Exposure, Attitude And Purchase Intention Toward Samsung Brand In Myanmar, Soe Darli Jan 2023

Consumers' Media Exposure, Attitude And Purchase Intention Toward Samsung Brand In Myanmar, Soe Darli

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of the study are to examine consumers’ media exposure, attitude, and purchase intention towards Samsung in Myanmar and to explore the relationship between media exposure and consumer attitude as well as consumer attitude and purchase intention. The study was conducted in a quantitative approach by using online questionnaires as a tool to collect data from 200 respondents who are Myanmar Citizens aged between 18 and 45 years old and who know about the latest Brand Ambassador Samsung Myanmar and the main Brand Ambassador of Samsung Galaxy Z Flip 5 Campaign. The result showed that overall respondents had low …


คุณลักษณะการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรเจนวาย กับการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรในธุรกิจครอบครัวแบบ Smes ยุคดิสรัปชั่น, เมธากุล สุวรรณบุตร Jan 2023

คุณลักษณะการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรเจนวาย กับการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรในธุรกิจครอบครัวแบบ Smes ยุคดิสรัปชั่น, เมธากุล สุวรรณบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y 2) การรับรู้และความคาดหวังของพนักงานองค์กร (Gen Y และ Z) ต่อการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y และ 3) การมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กร (Gen Y และ Z) ในธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ยุคดิสรัปชั่น ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research method) เป็นหลัก โดยเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างพนักงาน Gen Y และ Gen Z จากโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 200 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบสมัครใจ (volunteer sampling) และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research method) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร Gen Y พนักงาน Gen Y และ Gen Z จากโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มละ 3 คน รวมจำนวน 9 คน ผลการศึกษาพบว่า: 1.ในยุคดิสรัปชันที่สร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจ กลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร Gen Y ในธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs พบความท้าทายด้านความแตกต่างในการทำงานของสมาชิกองค์กร และการบริหารที่แตกต่างจากผู้บริหารรุ่นก่อน ด้วยอายุและประสบการณ์ในการบริหารงานที่ไม่มาก คุณลักษณะสำคัญที่สะท้อนภาวะผู้นำที่กลุ่มตัวอย่างสื่อสารออกไป ได้แก่ การรับฟังและเปิดโอกาสให้สมาชิกองค์กรแสดงความคิดเห็น ความใส่ใจและเข้าใจต่อสมาชิกองค์กร ความชัดเจนในการตัดสินใจและวิสัยทัศน์ผู้นำ และความสามารถในการบริหารคน 2.กลุ่มตัวอย่างพนักงาน Gen Y และ Gen Z รับรู้การสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y ในหมวดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เป็นอันดับหนึ่ง …


ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในสวัสดิการกับความผูกพันองค์กร: กรณีศึกษาพนักงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ปฏิบัติงานส่วนสำนักงานใหญ่ ในยุค Post-Covid-19, ชญาภรณ์ นันท์นฤมิตร Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในสวัสดิการกับความผูกพันองค์กร: กรณีศึกษาพนักงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ปฏิบัติงานส่วนสำนักงานใหญ่ ในยุค Post-Covid-19, ชญาภรณ์ นันท์นฤมิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษางานวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในสวัสดิการกับความผูกพันองค์กร: กรณีศึกษา พนักงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ปฏิบัติงานส่วนสำนักงานใหญ่ ในยุค Post-COVID-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจในสวัสดิการของพนักงาน ศึกษาความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน และศึกษาความพึงพอใจในสวัสดิการที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน โดยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 323 คน ผลจากการวิจัยสรุปได้ว่า พนักงานมีความพึงพอใจในสวัสดิการโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจในสวัสดิการด้านสุขภาพมากที่สุด ส่วนสวัสดิการด้านอื่นๆ ได้รับความพึงพอใจในระดับปานกลาง และพบว่าพนักงานมีความรู้สึกผูกพันต่อองค์กรในระดับที่รู้สึกเห็นด้วยต่อความผูกพันต่อองค์กร พนักงานที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกัน มีความพึงพอใจในสวัสดิการ ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นปัจจัยส่วนบุคคลด้านประเภทกลุ่มงาน ที่มีความพึงพอใจในสวัสดิการแตกต่างกัน พนักงานที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกัน มีความผูกพันต่อองค์กร แตกต่างกัน ยกเว้นปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ ระดับการศึกษา และลักษณะการปฏิบัติงาน ที่พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กรไม่แตกต่างกัน โดยความพึงพอใจในสวัสดิการด้านเกี่ยวกับการเงิน สวัสดิการด้านสุขภาพ และสวัสดิการด้านวันหยุด ของพนักงาน ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


คุณภาพชีวิตในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พรรณอร รัชตมุทธา Jan 2023

คุณภาพชีวิตในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พรรณอร รัชตมุทธา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ(Quantitative Research) โดยการสำรวจความคิดเห็นและใช้การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 231 คน ที่มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling) จากผู้ปฏิบัติงานฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แล้วจึงดำเนินการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก (Convenient sampling) ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด จากนั้นนำมาประมวลผลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS และใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาด้วยวิธีแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน อีกทั้งในกรณีวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมาน ได้เลือกใช้เทคนิคการทดสอบด้วยวิธีการถดถอยแบบพหุคูณ (Multiple Regression) เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความผูกพันต่อองค์กร ผลการศึกษาพบว่า ในแง่ภูมิหลัง ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ และด้านระยะเวลาการทำงานส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือระยะเวลาและประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุมีส่วนเหนี่ยวนำให้เกิดความผูกพันต่อองค์กรอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยคุณภาพชีวิตในการทำงานของผู้ตอบแบบสอบถามในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีค่าเฉลี่ยรายด้านอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน อีกทั้งเมื่อนำไปใช้พยากรณ์ระดับความผูกพันต่อองค์กร ก็พบว่าปัจจัยคุณภาพชีวิตในการทำงานทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านชีวิตและการทำงานที่มีความสมดุลกันโดยส่วนรวม (2) ด้านลักษณะงานที่ส่งเสริมให้เกิดการเติบโตและมั่นคงในงาน และ (3) ด้านการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเพียงพอ ต่างส่งผลต่อระดับความผูกพันต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นปัจจัยทั้ง 3 ด้านนี้จึงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องหันมาให้ความสำคัญ เพื่อเป็นรักษาไว้ซึ่งผู้ปฏิบัติงานของตนให้เกิดความผูกพันและคงอยู่กับองค์กรอย่างยั่งยืน


นโยบายต่างประเทศของจีน ในสมัยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต่อกรณีพิพาททะเลจีนใต้, ศิวลักษณ์ ไล้เลิศ Jan 2023

นโยบายต่างประเทศของจีน ในสมัยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต่อกรณีพิพาททะเลจีนใต้, ศิวลักษณ์ ไล้เลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษางานนี้ต้องการชี้ให้เห็นนโยบายต่างประเทศของจีนในสมัยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ดำเนินการต่อกรณีพิพาททะเลจีนใต้ ว่าสหรัฐอเมริกาเป็นปัจจัยหลักหรือไม่ ที่ทำให้จีนเลือกดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อกรณีพิพาททะเลจีนใต้ดังเช่นที่ผ่านมา โดยเลือกพิจารณาเหตุการณ์ตั้งแต่ นายสี จิ้นผิง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของจีนจนถึงปัจจุบัน นโยบายต่างประเทศจีนต่อกรณีพิพาททะเลจีนใต้ ในสมัยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบว่าบทบาทของสหรัฐในฐานะเป็นประเทศภายนอกภูมิภาค ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวกับข้องกับข้อพิพาททะเลจีนใต้โดยตรง แต่สหรัฐเลือกที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในภูมิภาค ทั้งทางด้านความร่วมมือทางการทูต ทางทหาร เป็นต้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จีนมีปฏิกิริยาที่ตอบโต้ในข้อพิพาททะเลจีนใต้ก้าวร้าวมากขึ้น และจีนมองว่าสหรัฐเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้ามาแทรกแซงการขยายอำนาจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของจีน และลดความเชื่อมั่นในของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีต่อจีน จีนจึงเลือกที่จะเพิ่มกำลังทหารในทะเลจีนใต้ แสดงความเป็นมหาอำนาจในพื้นที่ทะเลจีนใต้โดยการสร้างเกาะเทียม และฝึกซ้อมรบต่างๆ เพื่อแสดงศักยภาพในภูมิภาค และเพื่อลดทอนอำนาจของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย เพื่อจุดประสงค์สุดท้ายแล้วของจีนคือก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจคนใหม่ ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ประเทศมหาอำนาจจะแสวงหาโอกาสที่จะให้ได้มาซึ่งการมีอำนาจเหนือคู่แข่งของตน และรัฐมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การครองความเป็นเจ้า ความเป็นมหาอำนาจ (hegemony) หรือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อให้เป็นอิสระจากรัฐอื่น และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจจึงถูกกำหนดให้เป็นรูปแบบของการแข่งขันด้านความมั่นคงอยู่ตลอด รัฐจึงต้องขยายอำนาจทางการทหาร เศรษฐกิจและภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มความมั่นคงของรัฐ จึงสามารถที่จะอธิบายเหตุผลที่จีนเลือกดำเนินนโยบายต่างประเทศดังกล่าวได้ด้วยทฤษฎี offensive realism เพื่ออธิบายการแสดงออกของชาติมหาอำนาจและรัฐอื่นๆ ในระบบการเมืองระหว่างประเทศ


การลงทุนของจีนผ่านข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Bri) ในกัมพูชา : กรณีศึกษา โครงการดาราสาครในมิติด้านความมั่นคง, ธันยพร สมศรี Jan 2023

การลงทุนของจีนผ่านข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Bri) ในกัมพูชา : กรณีศึกษา โครงการดาราสาครในมิติด้านความมั่นคง, ธันยพร สมศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษางานชิ้นนี้ต้องการนำเสนอให้เห็นถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีนที่นำโครงการข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) มาใช้ในการเชื่อมจีนกับนานาประเทศทั่วโลก ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่าง ๆ ทั้งทางบกและทางทะเลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงขยายการลงทุน โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานในการส่งออกกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ขณะเดียวกันจีนก็ได้พัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมถึงอาวุธยุทโปกรณ์ เห็นได้จากงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แสดงให้เห็นถึงการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจของจีนทางเศรษฐกิจและการเมืองความมั่นคงควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานที่จีนไปสร้างตามจุดยุทธศาสตร์เส้นทางการเดินเรือ ด้วยการออกแบบทำให้สามารถรองรับการใช้ประโยชน์ได้สองทางทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ทั้งนี้ โครงการดาราสาครของกัมพูชาเป็นหนึ่งในโครงการ BRI ที่สำคัญ ตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันระหว่างจีนและประเทศสมาชิกในอาเซียน แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามมิติด้านความมั่นคงไปได้ เนื่องจากภายในมีทั้งท่าเรือน้ำลึก สนามบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับกองทัพจีน โดยเหมาะแก่การเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการวางกองกำลังทหารและใช้สถานที่ดังกล่าวไปในภารกิจปกป้องเส้นทางการเดินเรือได้ ที่สำคัญ หากในอนาคตกัมพูชามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สามารถมีกองทัพต่างประเทศตั้งอยู่ภายในประเทศได้ โครงการดาราสาครอาจกลายเป็นฐานทัพแห่งที่สองในต่างประเทศของจีน นอกจากฐานทัพต่างประเทศแห่งแรกของจีนที่ประเทศจีบูติ


ความพยายามหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางของเวียดนาม, นวพร เกตุคง Jan 2023

ความพยายามหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางของเวียดนาม, นวพร เกตุคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ ศึกษาความพยายามหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางของเวียดนามผ่านมุมมองทฤษฎีระบบโลกของอิมมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ สำหรับการวิเคราะห์ว่าเพราะอะไรเวียดนามยังไม่สามารถขยับไปสู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงได้ แม้เวียดนามจะมีการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนเพื่อยกระดับสู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง จากการศึกษาพบว่าเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติเพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของจีดีพี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการยกระดับสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง อย่างไรก็ตามการเข้ามาลงทุนของต่างชาติส่งผลให้เวียดนามมีบทบาทเป็นฐานการผลิตให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบรรษัทข้ามชาติของประเทศมหาอำนาจหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว นำไปสู่การมีบทบาทของนายทุนในระบบเศรษฐกิจของเวียดนามก่อให้เกิดระบบทุนนิยม การเกิดชนชั้นนายทุนและแรงงาน การขูดรีดผลประโยชน์ ความเหลื่อมล้ำ และการได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมกันตามบทบาทการแบ่งงานกันทำในระบบโลก ซึ่งนายทุนย่อมได้รับผลประโยชน์สูงสุดในการลงทุน ดังนั้น บทบาทของประเทศมหาอำนาจที่เข้ามาลงทุนในเวียดนามทำให้เกิดความท้าทายและความตึงเครียดต่อการพัฒนาศักยภาพของเวียดนามให้หลุดออกจากรายได้ปานกลางระดับต่ำ


การฝึกร่วมและผสมกองทัพอากาศไทยในฐานะเครื่องมือการกระจายความเสี่ยงทางทหารในบริบทความขัดแย้งของมหาอำนาจ, พิชญ์ ชูกิจคุณ Jan 2023

การฝึกร่วมและผสมกองทัพอากาศไทยในฐานะเครื่องมือการกระจายความเสี่ยงทางทหารในบริบทความขัดแย้งของมหาอำนาจ, พิชญ์ ชูกิจคุณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ศึกษาการใช้การฝึกร่วม/ผสมกองทัพอากาศไทยเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงทางทหารในบริบทของความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิธีการที่กองทัพอากาศไทยดำเนินการฝึกร่วม/ผสมกับสหรัฐอเมริกาและจีน ภายใต้เงื่อนไขที่ทั้งสองชาติมีความขัดแย้งกัน และสำรวจว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยอย่างไร ในบริบทที่ทั้งสองมหาอำนาจพยายามที่จะขยายอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การศึกษาใช้ทฤษฎีทางเลือกอย่างสมเหตุสมผล (Rational-Choice Theory) และการทูตทางทหาร (Defense Diplomacy) เพื่อวิเคราะห์การดำเนินการด้านการฝึกร่วม/ผสมในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงทางทหาร ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการฝึกร่วม/ผสมช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความสมดุลทางอำนาจและลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งของมหาอำนาจได้ แต่ในทางกลับกัน การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบได้หากขาดความระมัดระวัง ดังนั้นกองทัพอากาศไทยจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบตามปัจจัยและบริบทความมั่นคงของไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบและการสูญเสียผลประโยชน์ในระยะยาว


ความท้าทายในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์การตำรวจสากลในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน, วริศรา สีน้ำเงิน Jan 2023

ความท้าทายในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์การตำรวจสากลในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน, วริศรา สีน้ำเงิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง “ความท้าทายในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและองค์การตำรวจสากลในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน” มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความท้าทายและอุปสรรคในการประสานงานระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยและองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ในกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองการต่างประเทศ ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค และการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่าความท้าทายหลักในการทำงานร่วมกันระหว่างสององค์กรในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน คือการยึดถือหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างรัฐ ซึ่งส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ อุปสรรคเกิดจากความแตกต่างของระบบกฎหมายและกระบวนการทางกฎหมายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันทำให้การประสานงานระหว่างประเทศต้องใช้เวลามาก และรัฐอื่นจะเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ นอกจากนี้ การพิจารณาด้านสิทธิมนุษยชนยังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจส่งผู้ร้ายข้ามแดนอีกด้วย ข้อเสนอแนะที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน ได้แก่ การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นระหว่างประเทศในการดำเนินงานทางกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การประสานงานระหว่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ


การศึกษาบทบาทของสำนักงบประมาณต่อการกระจายอำนาจทางการคลัง: กรณีศึกษาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, วีรภัทร์ อินทรนาค Jan 2023

การศึกษาบทบาทของสำนักงบประมาณต่อการกระจายอำนาจทางการคลัง: กรณีศึกษาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, วีรภัทร์ อินทรนาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาบทบาทสำนักงบประมาณต่อการกระจายอำนาจทางการคลัง : กรณีศึกษาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนวทางการนำระบบงบประมาณแบบมุ่งผลสำเร็จ (Result-Based Budgeting : RBB) ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคและความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยตรง ผ่านแนวคิดทฤษฎีการกระจายอำนาจทางการคลัง ทฤษฎี SWOT Analysis วิเคราะห์บทสัมภาษณ์เชิงลึกจากเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ เจ้าหน้าที่ อปท. และ นักวิชาการทางการคลัง ผลการวิจัยพบว่า การจัดสรรงบประมาณโดยตรงของสำนักงบประมาณ (สงป.) แบบแนวทางที่สอดคล้องกับ RBB ยังพบว่ามีข้อจำกัดในเรื่องบุคลากรและความเข้าใจต่อบริบทของแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ทำให้การจัดสรรงบประมาณไม่ทันต่อสถานการณ์ กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติที่ซับซ้อน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม การปรับปรุงระบบติดตามและประเมินผล การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (big-Data) นำไปสู่การประยุกต์ใช้ข้อมูลเกิดการพัฒนาของท้องถิ่นในอนาคต นอกจากนี้ ปัจจุบัน สงป. ได้จัดตั้งสำนักงานเขต (สาขา) ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง สงป. กับ อปท. อย่างบูรณาการ สะสมองค์ความรู้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้นำ อปท. มาชี้แจงงบประมาณโดยตรง เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพในกระบวนการจัดสรรงบประมาณ


การพัฒนาประสิทธิภาพ ภายใต้บริบท มาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลกรณีศึกษา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, วิธกร ต้นพรหม Jan 2023

การพัฒนาประสิทธิภาพ ภายใต้บริบท มาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลกรณีศึกษา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, วิธกร ต้นพรหม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาแนวทางที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสำหรับการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ รวมถึงระบุปัญหาหรือข้อบกพร่องที่อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยทั้งในเชิงรุกและเชิงรับของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยอาศัยกระบวนทัศน์ของแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ความปลอดภัย ทั้งในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ งานศึกษานี้พบว่า ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิมีแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัยที่มีศักยภาพ สามารถรับมือต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้ตามมาตรฐานสากล รวมถึงปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง อย่างไรก็ตาม อาจมีปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิบางประการ อาทิ ปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านการบริหารจัดการพื้นที่ ปัจจัยด้านภัยคุกคามจากภายนอก และปัจจัยด้านการตระหนักรู้ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย 1) การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวดและชัดเจน 2) การเพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ปฏิบัติงานเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน 3) การสร้างความสมดุลระหว่างมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น 4) การเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงกฎระเบียบและข้อปฏิบัติในการใช้บริการสนามบิน และ 5) การเพิ่มบทลงโทษ หากตรวจพบผู้โดยสารนำพาสิ่งผิดกฎหมายหรือวัตถุต้องห้ามขึ้นอากาศยาน


การดำเนินนโยบายของไทยต่อรัสเซียหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน, ศุภิสรา ศิลปวรนันท์ Jan 2023

การดำเนินนโยบายของไทยต่อรัสเซียหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน, ศุภิสรา ศิลปวรนันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 18 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมืองภายใน จึงทำให้รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ต้องแก้ปัญหาการเมืองภายในประเทศ ในขณะเดียวกันต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาประเทศ ที่เป็นผลจากเหตุการณ์ภายในประเทศ หนึ่งในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับรัสเซียภายหลังการล่มสลายจองสหภาพโซเวียต ซึ่งต้องฟื้นฟูประเทศเช่นเดียวกันเมื่อเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้เขียนใช้กรอบแนวคิดแง่มุมของการตัดสินใจ (The Decision-Making Approach to the study of International Politics) ของ Richard C. Snyder, H.W. Bruck and Burton Sapin เป็นแนวคิดการวิเคราะห์การตัดสินใจ เพื่ออธิบายปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนโยบายต่างประเทศของไทยต่อรัสเซีย โดยได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร รายงาน หนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์ ข่าวสาร และบทความวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าในช่วงเวลาของรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อรัสเซียโดยเน้นด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก


การลงทุนของบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าจีน Byd (Build Your Dream) และประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต, สรรค์สรวง ตันติวิธิเวท Jan 2023

การลงทุนของบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าจีน Byd (Build Your Dream) และประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต, สรรค์สรวง ตันติวิธิเวท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้เป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศในประเด็นการลงทุนของบริษัท BYD (Build Your Dream) ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติจีนที่ได้ลงทุนตั้งฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยผ่านกรอบแนวคิดพาณิชยนิยมใหม่ (Neo-mercantilism) โดยมีระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมระหว่างการศึกษาข้อมูลจากเอกสารวิชาการกับการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่มีส่วนต่อการเข้าใจบริบทการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างผู้บริหารค่ายยานยนต์ไฟฟ้า BYD ในประเทศไทย พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาอธิบายประกอบการวิเคราะห์กับข้อมูลจากเอกสารอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ได้รายละเอียดความชัดเจนที่ตรงตามสถานการณ์และบริบทของการลงทุนตั้งฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยของ BYD การศึกษาค้นคว้าพบว่า การลงทุนของ BYD ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าถูกแฝงเอาไว้ด้วยบทบาทของรัฐจีน ผ่านการกำหนดนโยบาย และกำหนดอุตสาหกรรมมุ่งเป้าของตนเอง รวมถึงการส่งออกบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ในฐานะกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ อาศัยช่องโหว่ของความร่วมมือภายใต้ระบบเศรษฐกิจการเมืองร่วมสมัย กติกาการค้าเสรี รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐกับรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของจีนทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์แห่งชาติของจีนอันจะนำไปสู่ของสั่งสมความมั่งคั่งของรัฐ รวมถึงได้สร้างผลกระทบในด้านต่าง ๆ ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและต่อผู้ผลิตรายดั้งเดิมที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตอย่างผู้ผลิตจากญี่ปุ่น รวมถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นในปัจจุบัน


Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng Jan 2023

Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Development of Chinese language Education in Thailand is highly typical, not only leading in global Chinese language education but also pioneering numerous firsts. Thailand was the first country to incorporate Chinese into its national education system, the first to invite Chinese language teacher volunteers from China, and the first to establish Confucius Classrooms. Over a century, Thai Chinese language education has experienced both prosperous "springs" and challenging "winters." In recent years, with the warming of Sino-Thai relations and the increased attention from the Thai Ministry of Education, the number of Mandarin learners has surged, marking a period of significant development …


การประเมินผลผลิตกาแฟด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ, สาวิตรี จันทร์สิงห์ Jan 2023

การประเมินผลผลิตกาแฟด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ, สาวิตรี จันทร์สิงห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลผลิตกาแฟและเพื่อพัฒนาแบบจำลอง การประเมินผลผลิตกาแฟพันธุ์อาราบิกาจากข้อมูลที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับ ในพื้นที่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยใช้แปลงตัวอย่าง 4 แปลง และมีช่วงระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตระหว่างปี 2021-2022 ผู้วิจัยใช้ปัจจัย ค่าความสูง ขนาดทรงพุ่ม เส้นรอบวงลำต้น และปัจจัยดัชนีความพืชพรรณความเขียวของพืชในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น (VARI) ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์แบบจำลองสมการทางคณิตศาสตร์และการประเมินความน่าเชื่อถือทางสถิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) และค่ารากที่สองของค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) ผลการวิจัย พบว่า สมการการประมาณค่าผลผลิตกาแฟของทั้ง 4 แปลง จากความสูง ขนาดทรงพุ่ม เส้นรอบวงลำต้น และ VARI สามารถอธิบายความผันแปรของผลผลิตได้ร้อยละ 74-88 และทุกตัวแปรมีผลต่อการคาดการณ์ผลผลิตกาแฟเฉลี่ยรายต้น อย่างมีนัยสำคัญที่ 95% ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตมากที่สุดคือเส้นรอบวงลำต้น (0.582) รองลงมาคือดัชนีพืชพรรณ VARI (0.411) ขนาดทรงพุ่ม (0.406) และความสูง (-0.401) เมื่อวิเคราะห์การประเมินจำนวนผลผลิตเฉลี่ยรายต้นของทุกแปลงจะมีค่า RMSE เท่ากับ 2.12 กิโลกรัมต่อต้น นอกจากนี้ผู้วิจัยได้นำสมการการคาดการณ์ผลผลิตเฉลี่ยรายต้นที่ได้ไปทดสอบกับแปลงตรวจสอบ พบว่ามีค่า RMSE เท่ากับ 2.37 กิโลกรัมเฉลี่ยต่อต้น การวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นตัวอย่างของการใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับไปวางแผนผลผลิตเกษตรกรรมต่อไป


ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์ Jan 2023

ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยคุณภาพแนววิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis: IPA) เก็บข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์การทำงานเกิน 5 ปี จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นักเขียนนวนิยาย นักเขียนบทโทรทัศน์ และนักเขียนการ์ตูน ประเภทละ 3 ราย ผลการวิจัยพบ 2 ประเด็นหลักคือ สาเหตุของความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ประเด็นสาเหตุของความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ได้แก่ 1) การผูกตัวตนเข้ากับงาน ประกอบด้วย การถูกวิจารณ์และการถูกเกลียด ความต้องการเขียนงานที่เป็นตัวเอง และความคิดว่า “ฉันห่วยแตก ฉันไร้ค่า” 2) ความรู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้ ประกอบด้วย การเขียนไม่ออก การทำนายยอดขายไม่ได้ และความไม่แน่นอนของการจ้างงาน 3) การทำงานหนัก ประกอบด้วย ความยากในการจัดการเวลา การใช้อารมณ์ความรู้สึกในการทำงาน และปัญหาสุขภาพจากการทำงานหนัก 4) การขาดโอกาสในการเติบโตทางอาชีพ ประกอบด้วย รัฐบาลไม่สนับสนุน ค่าตอบแทนที่จำกัด และการถูกเอาเปรียบ ประเด็นการจัดการความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ประกอบด้วย 1) การบริหารการเงิน ประกอบด้วย การทำงานเสริม และการเตรียมเงินสำรอง 2) การบริหารจัดการเวลา 3) การจัดการอารมณ์ด้านลบ ประกอบด้วย การเบี่ยงเบนความสนใจ การระบายให้คนรอบข้างฟัง การให้กำลังใจตนเอง การเขียนเพื่อการเยียวยา และการศึกษาจิตวิทยา 4) ทัศนคติที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย การอยู่ร่วมกับความเกลียดชัง การปล่อยวางอุดมคติ และการลดความคาดหวังด้านยอดขาย ผู้วิจัยได้อภิปรายผลวิจัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว การวิจัยนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเผชิญความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศาสตร์การให้บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาต่อไป


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์ Jan 2023

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การลงทุนทางด้านการศึกษามีความสำคัญและจำเป็นสำหรับทุนมนุษย์ ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กไทยไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาตามที่ควรจะเป็น การวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาที่คาดหวังในอนาคตของเด็กไทยหลังจบการศึกษาภาคบังคับในช่วงอายุ 15 ปี โดยศึกษาปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัว ปัจจัยทางต้านต้นทุนทางสังคมของครอบครัวและโรงเรียน และปัจจัยทางด้านอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคต ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโปรแกรมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ในปีพ.ศ. 2558 และ 2561 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดสอบปีพ.ศ. 2558 จำนวน 8,249 คน จาก 273 โรงเรียน และปีพ.ศ. 2561จำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษา รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 16,882 คน ผู้วิจัยใช้แบบจำลองการไบวาริเอทโพรบิท (Bivariate probit model ) ในการวิเคราะห์ความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัวมีความสัมพันธ์กับความคาดหวังต่อระดับการศึกษาของเด็กในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นปัจจัยทางด้านของโรงเรียนและอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคตก็มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน


อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย Jan 2023

อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณา (ได้แก่ มิติด้านความเชี่ยวชาญ มิติด้านความน่าไว้วางใจ และมิติด้านความน่าดึงดูดใจ) และพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น (ได้แก่ ทัศนคติต่อโฆษณา ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค) และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและใช้งานสินค้าเครื่องปรับอากาศ Daikin ภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 110 คน และ 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและบริโภคสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 110 คน รวมทั้งหมด 220 คน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ ขณะที่คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ และคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ


รัฐธรรมนูญนิยมและความเป็นพลเมืองไทยในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาสาธารณรัฐนิยมสมัยใหม่สากล (ค.ศ. 1885 – 1932), พลอยใจ ปิ่นตบแต่ง Jan 2023

รัฐธรรมนูญนิยมและความเป็นพลเมืองไทยในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาสาธารณรัฐนิยมสมัยใหม่สากล (ค.ศ. 1885 – 1932), พลอยใจ ปิ่นตบแต่ง

Journal of Social Sciences

โครงการวิจัยนี้ศึกษาประวัติการก่อร่างของแนวคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนิยมและความเป็นพลเมืองในสยาม/ไทย ในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาสาธารณรัฐนิยมสมัยใหม่สากล โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบประวัติภูมิปัญญาของโลก (global intellectual history) โดยมุ่งศึกษาพัฒนาการแนวคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนิยมและความเป็นพลเมืองระหว่างปี ค.ศ. 1885 (เมื่อคำกราบบังคมทูลความเห็นเปลี่ยนแปลงราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2428  ถูกเผยแพร่) จนถึงปี ค.ศ. 1932 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โครงวิจัยชิ้นนี้เสนอว่า ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญนิยมเผยความเชื่อมโยงระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวกับกระแสการปฏิวัติ-ปฏิรูปของโลกในช่วงเวลาเดียวกันได้โดยการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐธรรมนูญนิยมกับสาธารณรัฐนิยมสมัยใหม่และชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ต่าง ๆ ในการจัดวางแนวคิดเรื่องพลเมืองอันรวมไปถึงความคิดเรื่องสิทธิและหน้าที่ต่อสังคมการเมืองในไทย/สยามลงในบริบทของประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาสากล


ประธานาธิบดีอินเดีย : พหุลักษณ์และปณิธาน, อภิรัฐ คำวัง Jan 2023

ประธานาธิบดีอินเดีย : พหุลักษณ์และปณิธาน, อภิรัฐ คำวัง

Journal of Social Sciences

บทความวิชาการนี้เป็นการศึกษาอิสระและนำเสนอเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินเดีย ตั้งแต่การสถาปนาประเทศถึงปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สังคมพหุลักษณ์ของอินเดียและปณิธานทางสังคมผ่านตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเก็บข้อมูลระดับทุติยภูมิและระดับตติยภูมิ จากหน่วยงานรัฐและสำนักข่าวอินเดีย ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึง (ก) ความสำคัญของการคัดผู้สมัครที่เหมาะสมโดยพรรคการเมืองและพันธมิตร ซึ่งเป็นตัวแปรในการกำหนดหรือไม่ว่าจะส่งเสริมอัตลักษณ์ทางการเมือง (ข) การเลือกของคณะเลือกตั้ง เป็นขั้นตอนตัดสิน มุ่งเป้าตามความโน้มเอียงของพรรค (ค) บริบททางการเมือง สังคม และการเปลี่ยนยุค ส่งผลให้เกิดการปรับสูตรการคัดบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางสังคมตามปรารถนา นี่จึงเป็นการแสดงออกถึงพหุลักษณ์และเอื้อให้อัตลักษณ์ของบุคคลเป็นต้นแบบ เป็นปณิธานทางสังคม และสร้างแรงกระเพื่อมเชิงสร้างสรรค์ ดังนั้น ตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียจึงมีบทบาทสำคัญในการเชิดชูสังคมพหุลักษณ์ เคารพต่อวรรณะ ชาติพันธุ์ และศาสนา โดยเฉพาะกรณีหลัง ค.ศ.2000 เมื่อตำแหน่งประธานาธิบดีได้แสดงออกมากขึ้นและน่ายกย่องกับบทบาททางสังคมวัฒนธรรมในอินเดีย


Revisiting The Geography Of Globalisation In The Covid-19 Pandemic Using Risk Theory, Kunphatu Sakwit Jan 2023

Revisiting The Geography Of Globalisation In The Covid-19 Pandemic Using Risk Theory, Kunphatu Sakwit

Journal of Social Sciences

My review paper is part of Covid-IAS Project, funded by National Research Council of Thailand. The paper focuses on the geography of globalisation in the Covid -19 pandemic. I employ Ulrich Beck’s concept of risk society to critically examine geography. Although Beck is not a geography theorist, his theory can be used extensively and alternatively to study the geography of globalisation. By drawing upon Beck, I argue that the geography of globalisation in the context of Covid -19 displays forms of dependency upon the politics of knowledge about Covid -19 vaccines. With the production of knowledge, the vaccines have caused …


การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองรอง : กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ, พิชยารัชต์ กิติวุฒิศักย์, ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ Jan 2023

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองรอง : กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ, พิชยารัชต์ กิติวุฒิศักย์, ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ

Journal of Social Sciences

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองรอง กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบกรอบแนวคิดและเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดกรณีศึกษาเพื่อให้เกิดตัวอย่างรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในการขยายผลต่อไปยังจังหวัดและพื้นที่อื่น ผ่านการวิจัยเชิงเอกสาร การวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงพื้นที่ โดยสำรวจข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านทรัพยากรในพื้นที่ และด้านโครงสร้างพื้นฐาน จากข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) และ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) ซึ่งผลการศึกษาพบว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จำเป็นต้องพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้มีสิ่งที่ดึงดูดใจหรือตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างครบถ้วน ผ่านการทดลองปฏิบัติหรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (creative tourism activity) การเรียนรู้ (learning) การทดลองปฏิบัติ (testing) การดู (seeing) และการซื้อ (buying) ที่ได้มีการนำเสนอในผลการศึกษาครั้งนี้


เศรษฐกิจพอเพียงกรอบคิดการพัฒนาชุมชนชาติพันธุ์ของรัฐไทย : ศึกษาความเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและชุมชนของชนเผ่าในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่, วสันต์ ปวนปันวงศ์ Jan 2023

เศรษฐกิจพอเพียงกรอบคิดการพัฒนาชุมชนชาติพันธุ์ของรัฐไทย : ศึกษาความเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและชุมชนของชนเผ่าในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่, วสันต์ ปวนปันวงศ์

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยฉบับนี้สะท้อนให้เห็นความซับซ้อนด้านอุดมการณ์ของรัฐผ่านวาทกรรมการพัฒนาพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ชายขอบ และกลุ่มชาติพันธุ์ ว่าท้ายสุดแล้วประเด็นเรื่องการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางพัฒนานั้นมีความเป็นไปได้มากเพียงใดและความสัมพันธ์ระหว่างโครงการหลวงหนองหอยกับชุมชนชาติพันธุ์มีทิศทางการพัฒนาและการตอบสนองอย่างไร จึงนำไปสู่วัตุประสงค์กล่าวคือ เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและชุมชนของชนเผ่าในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่บนกรอบคิดการพัฒนาชุมชนชาติพันธุ์ของรัฐไทยภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษาดังกล่าวเลือกนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้งภาครัฐและภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ข้อค้นพบในงานวิจัย คือ หน่วยงานภาครัฐและนโยบายรัฐส่วนกลางก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และระบบเศรษฐกิจ อย่างมากต่อชาติพันธุ์ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นลักษณะของการคุกคามและบังคับแต่เป็น “การเกื้อหนุนกัน” ซึ่งกันและกันระหว่างโครงการหลวงในฐานะหน่วยงานของรัฐในการนำนโยบายจากรัฐเข้าสู่พื้นที่ชายขอบที่ห่างไกลอำนาจรัฐผ่านวาทกรรมการพัฒนา


การเปลี่ยนแปลงระเบียบราชการส่วนกลางที่มีผลต่อการใช้เงินสะสมของ อปท. ขนาดใหญ่ในการจัดบริการสาธารณะ, ชฎิล โรจนานนท์, นภา วรวรางกูร Jan 2023

การเปลี่ยนแปลงระเบียบราชการส่วนกลางที่มีผลต่อการใช้เงินสะสมของ อปท. ขนาดใหญ่ในการจัดบริการสาธารณะ, ชฎิล โรจนานนท์, นภา วรวรางกูร

Journal of Social Sciences

เงินสะสมของ อปท. ในปัจจุบันมีปริมาณอยู่ในระดับสูง ถือเป็นการสูญเสียโอกาสการพัฒนาของท้องถิ่น โดยเฉพาะ อปท. ขนาดใหญ่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ปี พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมก่อนปี พ.ศ. 2561 เป็นระเบียบส่วนกลางกำหนดโครงสร้างเงินสะสมที่ซ้ำซ้อน ขาดความยืดหยุ่น มีพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) ที่จำกัด การออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (ฉบับที่ 4) ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นระเบียบส่วนกลางที่ปรับโครงสร้างสัดส่วนในการกันทุนสำรองเงินสะสมมาอยู่ที่ร้อยละ 15 นำไปสู่การเพิ่มพื้นที่การคลังในการจัดบริการสาธารณะ จากการทดสอบทางสถิติจากกลุ่ม อปท. ขนาดใหญ่ จำนวน 30 แห่ง พบว่าระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ. 2561 มีส่วนทำให้พื้นที่การคลังเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้ อปท. ได้ใช้เงินสะสมเพิ่มขึ้น การใช้เงินสะสมส่วนใหญ่เป็นการใช้เพื่อการบริหารองค์กรซึ่งเป็นการใช้เงินสะสมนอกโครงสร้างเงินสะสม นอกจากนี้ อาจมีปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากระเบียบส่วนกลางที่มีเป็นปัจจัยผลักดันให้ อปท. ได้นำเงินสะสมมาใช้จ่าย