Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2022

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 22531 - 22560 of 23775

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

Development And In Vitro Cytotoxicity Evaluation In Breast Cancer Cells Of Lutein-Loaded Magnetic Chitosan/Alginate Nanoparticles, Bryan Paul Bulatao Jan 2022

Development And In Vitro Cytotoxicity Evaluation In Breast Cancer Cells Of Lutein-Loaded Magnetic Chitosan/Alginate Nanoparticles, Bryan Paul Bulatao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Magnetic drug targeting can be a strategy to overcome the limitations of delivering phytochemicals for effective cancer treatment. Here, we demonstrate the benefits of magnetic targeting delivery using a combination of chitosan (CS) and alginate (Alg) as materials in encapsulating lutein (lut) and magnetite (Fe3O4) to increase the cytotoxicity of lutein against breast cancer cells with or without magnetic stimulation. The formulation was optimized by a statistical approach using response surface methodology (RSM) based on the Box-Behnken design (BBD). The optimized lut-CS/Alg-Fe3O4 nanoparticles exhibited desirable characteristics including nanosize with monodispersity, highly crystalline Fe3O4 core, good stability, high saturation magnetization, and …


Chemosensitizing Activity Of Pinosylvin Monomethyl Ether In Breast Cancer And Colon Cancer Cells, Khin Lay Sein Jan 2022

Chemosensitizing Activity Of Pinosylvin Monomethyl Ether In Breast Cancer And Colon Cancer Cells, Khin Lay Sein

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Combination of phytochemicals to chemotherapeutic agents may improve the success of cancer treatment. Natural products including stilbenoids may enhance cytotoxicity of anticancer drugs and reverse multidrug resistance (MDR) by (1) suppression of ATP-binding cassette (ABC) transporters, or (2) alteration of either cell death or survival pathways. The aims of this study were to determine the potentiation effect of the stilbenoid on cytotoxicity of anticancer drugs in MCF7 breast cancer and HT-29 colon cancer cells, and its underlying mechanisms. Seven stilbenoids isolated from thai orchids were investigated for their potential chemo-sensitizing effects. The results showed that, among 7 stilbenoids, pinosylvin monomethyl …


ผลของการให้ความรู้และคำแนะนำโดยเภสัชกรเกี่ยวกับขนาดยาต้านจุลชีพที่เหมาะสมในโปรแกรมการเปลี่ยนแปลงและชี้นำการใช้ยาต้านจุลชีพ ณ หอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤตในประเทศไทย, ทิพย์อนงค์ เกตุฉันท์ Jan 2022

ผลของการให้ความรู้และคำแนะนำโดยเภสัชกรเกี่ยวกับขนาดยาต้านจุลชีพที่เหมาะสมในโปรแกรมการเปลี่ยนแปลงและชี้นำการใช้ยาต้านจุลชีพ ณ หอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤตในประเทศไทย, ทิพย์อนงค์ เกตุฉันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์: เปรียบเทียบสัดส่วนของใบสั่งยาที่มีการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพที่มีขนาดยาเหมาะสมและผลลัพธ์ทางคลินิกในช่วงก่อนและหลังการดำเนินงานการให้ความรู้และคำแนะนำโดยเภสัชกรเกี่ยวกับขนาดยาต้านจุลชีพที่เหมาะสมในโปรแกรมการเปลี่ยนแปลงและชี้นำการใช้ยาต้านจุลชีพ ณ หอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤต วิธีดำเนินงานวิจัย: รูปแบบการศึกษาย้อนหลัง ณ หอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤตในผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านจุลชีพที่กำหนด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ถึง 31 กรกฎาคม 2564 โดยเก็บข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย รูปแบบและปริมาณยาต้านจุลชีพ รวมถึงผลลัพธ์ทางคลินิก ผลการวิจัย: ผู้ป่วยในกลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 269 ราย (455 ใบสั่งยา) และกลุ่มทดลองจำนวน 376 ราย (604 ใบสั่งยา) meropenem เป็นยาที่ถูกสั่งใช้มากที่สุด (ร้อยละ 58.90 และ 65.89) ภายหลังการดำเนินงานสามารถเพิ่มสัดส่วนของใบสั่งยาที่มีการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพที่มีขนาดยาเหมาะสม (p


Authentication Of Andrographis Paniculata And Herbal Products Using Dna Barcoding And High-Resolution Melting Analysis, Ei Mon Cho Jan 2022

Authentication Of Andrographis Paniculata And Herbal Products Using Dna Barcoding And High-Resolution Melting Analysis, Ei Mon Cho

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Andrographis paniculata (AP) exhibits a wide range of therapeutic indications and effective treatment, leading to the increment of the demand for this herbal remedy. Due to the limitation of both fresh AP and AP commercial products, this resulted in the discovery of adulterations with bitter-tasting herbs like Tinospora crispa (TC) and Azadirachta indica var. siamensis (AI) with different indications. Therefore, a suitable method for the identification of the herb of interest is required. While conventional authentication methods for AP have limitations, the DNA barcoding technique has become a potential method for identifying medicinal plants in many countries' pharmacopoeias. This study …


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะกระดูกบางในทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1500 กรัม, ปิยรัฐ ขจรไตรเดช Jan 2022

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะกระดูกบางในทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1500 กรัม, ปิยรัฐ ขจรไตรเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะกระดูกบางในทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม โดยศึกษาจากผลไปหาเหตุแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง เก็บข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยใน ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ถึง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 พบภาวะกระดูกบางในทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักน้อยกว่า 1500 กรัม จำนวน 130 ราย จาก 654 ราย (ร้อยละ 19.88) กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้จำนวน 275 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 220 ราย และกลุ่มที่เกิดภาวะกระดูกบาง 55 ราย ซึ่งได้รับการวินิจฉัยภาวะนี้เมื่อทารกมีมัธยฐานอายุ 31 (23, 47) วัน เมื่อวิเคราะห์สถิติการถดถอยพหุโลจิสติก พบปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดภาวะกระดูกบาง 7 ปัจจัย ได้แก่ ภาวะทารกตัวเล็ก (OR 8.26; 95%CI 2.66 – 25.64), โรคปอดเรื้อรัง (OR 4.94; 95%CI 2.13 – 11.44), ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น (OR 4.82; 95%CI 1.74 – 13.34), ภาวะน้ำดีคั่ง (OR 3.49; 95%CI 1.37 – 8.89), การได้รับอินซูลิน (OR 14.36; 95%CI 1.93 – 106.76), ทารกเริ่มได้รับฟอสฟอรัสเมื่ออายุมากกว่า 2 วัน (3 วัน, OR 3.13; 95%CI 1.11 – 8.78; ≥ 4 วัน, OR 7.05; 95%CI 2.21 …


ผลกระทบของการบริบาลเภสัชกรรมต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกในช่วงการได้รับสูตรยาที่มียากลุ่มแทคเซนเป็นส่วนประกอบ, ปัญญาภรณ์ ทรงสุนทรวงศ์ Jan 2022

ผลกระทบของการบริบาลเภสัชกรรมต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกในช่วงการได้รับสูตรยาที่มียากลุ่มแทคเซนเป็นส่วนประกอบ, ปัญญาภรณ์ ทรงสุนทรวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตและระดับของความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในช่วงที่ได้รับยาที่มียากลุ่มแทคเซนเป็นส่วนประกอบ ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมกับกลุ่มที่ได้รับการบริการตามมาตรฐาน วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มชนิดมีกลุ่มควบคุม จัดสรรกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรม (กลุ่มศึกษา) และกลุ่มได้รับการบริการตามมาตรฐาน (กลุ่มควบคุม) ด้วยอัตราส่วน 1:1 วัดคุณภาพชีวิตโดยแบบประเมินคุณภาพชีวิต FACT-B version 4 ฉบับภาษาไทย และใช้เกณฑ์ CTCAE version 5 ประเมินความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ศึกษา ณ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ผลการศึกษา: มีผู้เข้าร่วมการศึกษา 49 ราย เป็นกลุ่มที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรม 25 ราย และกลุ่มที่ได้รับการบริการตามมาตรฐาน 24 ราย หลังได้รับยาเคมีบำบัด พบว่า กลุ่มที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมมีคุณภาพชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้นจากพื้นฐานคุณภาพชีวิตเดิมอย่างมีนัยสำคัญ (99.71 ± 11.99 เทียบกับ 108.66 ± 12.73; p < 0.001) และค่า Trial outcome index (TOI) ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (61.96 ± 8.18 เทียบกับ 68.40 ± 9.21; p < 0.001) นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมพบการเกิดอาการชาตามปลายประสาท ความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไปน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการบริการตามมาตรฐาน (ร้อยละ 0 เปรียเทียบกับ ร้อยละ 16.7; p = 0.017) สรุป: การบริบาลทางเภสัชกรรม ที่นำแบบประเมินคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพมาเป็นเครื่องในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิต และลดความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกในช่วงได้รับยาเคมีบำบัดที่มีกลุ่มแทคแซนเป็นส่วนประกอบ


ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในผู้ป่วยวัณโรคปอด ณ คลินิกควบคุมการติดเชื้อทางเดินหายใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สิรินทร์ เดียวสุรินทร์ Jan 2022

ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในผู้ป่วยวัณโรคปอด ณ คลินิกควบคุมการติดเชื้อทางเดินหายใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สิรินทร์ เดียวสุรินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีรูปแบบการศึกษาจากเหตุไปหาผลแบบไปข้างหน้าร่วมกับย้อนหลัง วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาในผู้ป่วย วัณโรคปอด ณ คลินิกควบคุมการติดเชื้อทางเดินหายใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 ถึงมิถุนายน พ.ศ. 2565 โดยเก็บข้อมูลจากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ผู้ป่วยนอก วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ด้วยสถิติการถดถอย (Cox regression) ในการศึกษามีผู้ป่วยทั้งหมด 371 ราย อายุเฉลี่ย 52.6 ± 19.9 ปี พบเพศชายร้อยละ 63.6 และพบผู้ป่วย วัณโรคที่ไวต่อยาร้อยละ 81.9 ผลการศึกษาจากการวิเคราะห์พหุตัวแปร (multivariate analysis) พบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ เพศหญิง (HR=1.64, 95%CI 1.22–2.20) วัณโรคดื้อยา (HR=1.48, 95%CI 1.01–2.15) โรคไตเรื้อรัง (HR=1.62, 95%CI 1.03–2.54) และการมีประวัติโรคตับ (HR=1.94, 95%CI 1.37-2.76) พบอุบัติการณ์การเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ 12.0 (95% CI: 10.4 – 13.8) รายต่อ 100 ประชากรต่อเดือน พบอัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้อยละ 55.5 เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่พบมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ ผื่นคัน อาการคลื่นไส้-อาเจียน และภาวะ ตับอักเสบ เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่มีความรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง พบร้อยละ 76.5 และผลลัพธ์ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่หายเป็นปกติ พบร้อยละ 70.8 อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์กันระหว่างการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์กับอัตราการรักษาไม่สำเร็จ อุบัติการณ์การเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาต้านวัณโรคในผู้ป่วยวัณโรคปอดสูง จึงมีความสำคัญในการติดตามและเฝ้าระวังการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านวัณโรคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ คือ เพศหญิง วัณโรค ดื้อยา ผู้ป่วยโรคตับและโรคไตเรื้อรัง


Smart Covid-3d-Scnn: A Novel Method To Classify X-Ray Images Of Covid-19, Ahed Abugabah, Atif Mehmood, Ahmad Ali Al Zubi, Louis Sanzogni Jan 2022

Smart Covid-3d-Scnn: A Novel Method To Classify X-Ray Images Of Covid-19, Ahed Abugabah, Atif Mehmood, Ahmad Ali Al Zubi, Louis Sanzogni

All Works

The outbreak of the novel coronavirus has spread worldwide, and millions of people are being infected. Image or detection classification is one of the first application areas of deep learning, which has a significant contribution to medical image analysis. In classification detection, one or more images (detection) are usually used as input, and diagnostic variables (such as whether there is a disease) are used as output. The novel coronavirus has spread across the world, infecting millions of people. Early-stage detection of critical cases of COVID-19 is essential. X-ray scans are used in clinical studies to diagnose COVID-19 and Pneumonia early. …


Analysis Of Vehicle Stability When Using Two-Post Above-Ground Automotive Lifts: Support Pad Slippage, Damien Burlet-Vienney, Bertrand Galy, Kariane Cusson Bertrand, Sylvie Beaugrand, Maud Gonella, Élise Ledoux Jan 2022

Analysis Of Vehicle Stability When Using Two-Post Above-Ground Automotive Lifts: Support Pad Slippage, Damien Burlet-Vienney, Bertrand Galy, Kariane Cusson Bertrand, Sylvie Beaugrand, Maud Gonella, Élise Ledoux

Études primaires

Vehicles falling off two-post above-ground (2PAG) lifts is a fairly frequent occurrence. As only limited knowledge is available about the determinants influencing the stability of lifting vehicles with a 2PAG lift, two experimental designs were carried out in order to have quantitative data. This paper addresses support pad slippage as a result of external forces being exerted on a vehicle. The experimental design is based on the consultation of the key players that identify the main issues related to the support pads. The controlled factors chosen in this experimental design were lift support pad type and position, smear on pads, …


Thai Medical Population Genomics Based On Brugada Syndrome Cohort, John Mauleekoonphairoj Jan 2022

Thai Medical Population Genomics Based On Brugada Syndrome Cohort, John Mauleekoonphairoj

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Human genomic research has been concentrated in populations of European descent resulted in large portion of the global populations, including Thais, underrepresented. The bias in representation limited transferability of genetics findings to understudied populations and exacerbate health disparities. This study aims to examine medically relevant genetic variation in Thai population uses whole genome sequences. The study examined prevalence of pharmacogenomics variants (part I), variant associated with autosomal recessive disorder (part II) and risk alleles recently identified to associate with severe COVID-19 infection symptoms (part III). The study further examined the effect of genetic variation in Thais on reference panel selection …


Characterization And Property Investigation Of Novel Human Glucose 6-Phosphate Dehydrogenase Inhibitors In Lung Cancer Cell Lines, Makamas Chanda Jan 2022

Characterization And Property Investigation Of Novel Human Glucose 6-Phosphate Dehydrogenase Inhibitors In Lung Cancer Cell Lines, Makamas Chanda

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

G6PD plays fundamental roles in many cellular processes, including redox balance and lipid and nucleotide synthesis. Overexpression of G6PD is required to promote the proliferation and survival of cancer cells, including lung cancer. Targeting G6PD is a prominent strategy to inhibit cancer cell progression. Finding novel natural compounds with anticancer properties to inhibit G6PD activity needs to be investigated. Our study indicated that SJ006, which is 1,2-naphthoquinone, promoted cytotoxic activity against NSCLC cell lines. Interestingly, SJ006 exhibited a direct inhibitory effect on G6PD activity without interfering with mRNA or protein levels, which were strongly observed in both A549 and H292. …


Human Health Risk Assessment Related With Heavy Metals Contamination In Rice: A Case Study In Palembang, South Sumatra, Indonesia, Dian Islamiati Jan 2022

Human Health Risk Assessment Related With Heavy Metals Contamination In Rice: A Case Study In Palembang, South Sumatra, Indonesia, Dian Islamiati

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Heavy metal pollution is still one of the environmental problems globally, including Indonesia. One of these contaminations comes from agricultural products such as rice. Heavy metal contamination in rice is known to cause various health problems. This study aimed (1) To find Heavy metals concentration in Indonesian local rice (2) To find Non-cancer risk related to heavy metals contaminations in rice (3) To find cancer risk related to heavy metals contaminations in rice (4) To find association between associated factors with risk related to heavy metals contaminations in rice. The rice was collected from the 3 biggest local markets in …


An Exploratory Study Of Online Socialising And Hiv-Related High-Risk Sexual Behavior Among University Students In Chengdu, People’ S Republic Of China, Qin Bo Jan 2022

An Exploratory Study Of Online Socialising And Hiv-Related High-Risk Sexual Behavior Among University Students In Chengdu, People’ S Republic Of China, Qin Bo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Young students in China have emerged as a high-risk demographic for HIV infection. Recent research findings confirm that engaging in unprotected sex with multiple partners remains the primary contributor to HIV transmission. However, in light of the ever-evolving landscape of network socialization and the deepening comprehension of HIV among young students, their attitudes and behaviors towards the virus have exhibited distinct characteristics. This study focuses on university and college students in Chengdu as the target population, aiming to comprehensively comprehend the present state and distinctive patterns of their sexual conduct, particularly high-risk sexual behavior. Moreover, it investigates the influence of …


Knowledge And Attitude Of Patients Indicated Extraction Or Impacted Third Molar Surgery Toward Antibiotic Use, Kamoltham Ekmetipunth Jan 2022

Knowledge And Attitude Of Patients Indicated Extraction Or Impacted Third Molar Surgery Toward Antibiotic Use, Kamoltham Ekmetipunth

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In Thailand, there is a significant gap in public knowledge about the use of antibiotics, and antibiotics are easily accessible. People prefer self-medication, leading to antibiotic resistance. Dentists play a role in the use of antibiotics. This study was designed to determine knowledge and attitude of patients related to antibiotic use if extraction or impacted third molar surgery is indicated. A cross-sectional survey with questionnaire was conducted at the Faculty of Dentistry, Chulalongkorn University. The questionnaire consisted of two main sections: demographic data and an evaluation of knowledge and attitude. A 5-point Likert scale was used. Bivariate analysis was conducted …


The Effect Of Silver Nanoparticles In Addition To Sodium Fluoride On Remineralization Of Artificial Root Dentin Caries, Padchara Kongyodsueb Jan 2022

The Effect Of Silver Nanoparticles In Addition To Sodium Fluoride On Remineralization Of Artificial Root Dentin Caries, Padchara Kongyodsueb

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The aim of this in vitro study was to evaluate the remineralization effect of the silver nanoparticles adjunctively to sodium fluoride varnish compared with other remineralizing agents on artificial root caries. Fifty-five root dentin slices size 5x5 mm were sectioned from extracted human teeth of patients aged 60 years old or more. All specimens were immersed in demineralized solution to create artificial caries. The specimens were randomly allocate into five groups according to the remineralizing agents: silver diamine fluoride, silver nanoparticles solution, silver nanoparticle solution followed by the application of sodium fluoride varnish, sodium fluoride varnish and tap water. After …


Factors Affecting The Reduction Rate Of Odontogenic Cyst After Decompression Based On Three-Dimensional Volumetric Analysis, Sarawut Wongrattanakarn Jan 2022

Factors Affecting The Reduction Rate Of Odontogenic Cyst After Decompression Based On Three-Dimensional Volumetric Analysis, Sarawut Wongrattanakarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this study is to investigate factors that affect the reduction rate of odontogenic cysts after decompression based on three-dimensional volumetric analysis. The sample consisted of 30 patients who underwent decompression of odontogenic cysts at the Department of Oral and Maxillofacial Surgery, Faculty of Dentistry, Chulalongkorn University, from 2010-2022. Preoperative and postoperative cone beam computed tomography results were collected. Volumetric analysis was performed to evaluate any differences in the reduction rate and percentage reduction in the volume (PRV) of the cystic lesion according to the sex, age, initial volume of the lesion, duration of decompression, location of the …


The Difference Of Plasma 16s Ribosomal Bacterial Deoxyribonucleic Acid Level Between Cirrhotic Patients With And Without Hepatic Encephalopathy, Kessarin Thanapirom Jan 2022

The Difference Of Plasma 16s Ribosomal Bacterial Deoxyribonucleic Acid Level Between Cirrhotic Patients With And Without Hepatic Encephalopathy, Kessarin Thanapirom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Bacterial translocation (BT) and systemic inflammation play a key role in the pathogenesis of cirrhotic complications. The 16S ribosomal bacterial DNA (bactDNA) has been widely used as a marker of BT. The data on the relationship between BT, systemic inflammation and hepatic encephalopathy (HE) are scarce. This study aimed to assess the difference between plasma 16s ribosomal bactDNA and HE in patients with cirrhosis. Method: Cirrhotic patients without bacterial infection were enrolled at Chulalongkorn University, Bangkok, Thailand, from August 2021 to December 2022. Grading of HE was classified by the West Haven Criteria and Psychometric hepatic encephalopathy score (PHES) …


Analysis Of Genetic Diversity In A Novel Vaccine Candidate, The Glutamic Acid-Rich Protein Of Plasmodium Falciparum (Pfgarp), Rattanaporn Rojrung Jan 2022

Analysis Of Genetic Diversity In A Novel Vaccine Candidate, The Glutamic Acid-Rich Protein Of Plasmodium Falciparum (Pfgarp), Rattanaporn Rojrung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Malaria vaccine development confronts high genetic polymorphism in some antigenic components of the vaccine candidates, which could potentially limit the vaccine efficacy. An antigen of Plasmodium falciparum, designated glutamic acid-rich protein (PfGARP), has recently been considered as a strong vaccine target against asexual-blood-stages parasite. It has been shown that naturally acquired anti-PfGARP antibodies elicited clinical protection against severe malaria among people living in hyperendemic areas. Furthermore, PfGARP has been involved in binding to human erythrocyte band 3, which induces erythrocyte aggregation and might bring about severe malaria. However, the extent of genetic variation in the pfgarp locus among field isolates …


Composition And Diversity Of Meibum Microbiota In Meibomian Gland Dysfunction And Its Correlation With Tear Cytokines Levels, Ubonwan Rasaruck Jan 2022

Composition And Diversity Of Meibum Microbiota In Meibomian Gland Dysfunction And Its Correlation With Tear Cytokines Levels, Ubonwan Rasaruck

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Meibomian gland dysfunction (MGD) is commonly caused by obstruction of the terminal meibomian gland duct, which is associated with alterations in the quantity and quality of the meibum. This may affect the composition of meibum microbiota, causing aberrant cytokine production, epithelial hyperkeratinization, and meibomian gland blockage. This cross-sectional study included 44 patients with moderate to severe MGD and 44 healthy controls, to determine the meibum microbiota by next-generation sequencing (NGS) and its association with tear cytokines levels. We observed reduced bacterial diversity in the meibum microbiota of patients with severe MGD. Significantly higher abundance of Bacteroides and Novosphingobium, and substantially …


ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนรายปีกับระดับความดันโลหิตและโรคความดันโลหิตสูงในกำลังพลกองทัพบก กองทัพบกไทย, กัณฐรัชญ์ จันรุ่งเรือง Jan 2022

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนรายปีกับระดับความดันโลหิตและโรคความดันโลหิตสูงในกำลังพลกองทัพบก กองทัพบกไทย, กัณฐรัชญ์ จันรุ่งเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอนเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชากรทั่วโลก ที่ผ่านมามีการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบจากการสัมผัสฝุ่นละออง PM2.5 กับโรคความดันโลหิตสูง แต่มีข้อมูลน้อยมากในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 รายปีกับระดับความดันโลหิต และความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในกำลังพลกองทัพบก โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Multilevel Generalized linear model และ Multilevel binary logistic regression model โดยมีกำลังพลทหารจำนวนทั้งสิ้น 89,641 คน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาพบความชุกโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 23.1 และพบว่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 รายปี มีความสัมพันธ์กับความชุกของโรคความดันโลหิตสูงและระดับความดันโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อควบคุมลักษณะของประชากร พฤติกรรมสุขภาพ สารมลพิษอื่น และลักษณะทางอุตุนิยมวิทยา โดยไม่พบการตอบสนองต่อปริมาณที่ชัดเจน ซึ่งระดับฝุ่นละออง PM2.5 รายปีที่ ควอไทล์ที่ 4 สัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความชุกของโรคความดันโลหิตสูง (OR 1.44, 95% CI = 1.20-1.72) และระดับความดันซิสโตลิก (ß 1.05 mmHg, 95% CI = 0.33-1.77) มากที่สุด และระดับฝุ่นละออง PM2.5 รายปีที่ควอไทล์ที่ 2 สัมพันธ์การเพิ่มขึ้นของระดับความดันไดแอสโตลิก (ß 0.80 mmHg, 95% CI = 0.43-1.18) มากที่สุด โดยสรุป การศึกษานี้เพิ่มหลักฐานสนับสนุนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัสฝุ่นละออง PM2.5 ระยะยาวกับการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิตและการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในกำลังพลกองทัพบกไทย


สุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก, ปพนพัชร์ ชัยศิริวิกรม Jan 2022

สุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก, ปพนพัชร์ ชัยศิริวิกรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษากลุ่มเด็กและเยาวชนภายในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน โดยดำเนินการศึกษาเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเอง ความเกี่ยวข้องกันของสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเอง รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องของสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นเพศชายทั้งหมดจำนวน 52 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐานทั่วไป แบบประเมินสุขภาวะทางจิต และแบบประเมินการเห็นคุณค่าในตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองระดับปานกลางคือร้อยละ 48.1 และร้อยละ 65.4 ตามลำดับ พบคะแนนของสุขภาวะทางจิตและคะแนนการเห็นคุณค่าในตนเองของกลุ่มตัวอย่างมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในทางบวกระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.740, p<0.01) และพบว่าปัจจัยเกี ่ยวกับการมีแบบอย่างที ่ดีในปัจจุบันมี นัยสำคัญทางสถิติที ่เกี ่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิต (p<0.05) โดยเป็นปัจจัยเดียวที ่เกี ่ยวข้องกับสุข ภาวะทางจิตอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังจากการวิเคราะห์ถดถอยลอจิสติกยังคงพบนัยสำคัญทาง สถิติในการทำนายระดับสุขภาวะทางจิต (B=-1.402, p<0.05) แต่ทว่าไม่พบปัจจัยที่สัมพันธ์กับการ เห็นคุณค่าในตนเองของกลุ ่มตัวอย่างในครั ้งนี้ ผลจากการศึกษานี ้สามารถเป็นแนวทางในการดูแล และส่งเสริมเด็กและเยาวชนภายในศูนย์แห่งนี ้ให้มีสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเอง เพิ่มขึ้นในอนาคต


การศึกษาเปรียบเทียบภาพลักษณ์ของผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดทําทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ, ปัณณวิชญ์ มูลแก้ว Jan 2022

การศึกษาเปรียบเทียบภาพลักษณ์ของผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดทําทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ, ปัณณวิชญ์ มูลแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาบรรยายเชิงเปรียบเทียบเพื่อศึกษาภาพลักษณ์ของผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ จำนวน 320 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอนจากผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ ณ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลตติยภูมิ เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 โรงพยาบาล เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 2 ส่วน คือ 1) แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามภาพลักษณ์ ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค ของแบบสอบถามภาพลักษณ์ได้เท่ากับ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบทีและสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ภาพลักษณ์ของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีภาพลักษณ์ก่อนการผ่าตัดทำทางบี่ยงหลอดเลือดหัวใจอยู่ในระดับดีมาก โดยค่าเฉลี่ยคะแนนภาพลักษณ์เท่ากับ 13.10 ± 4.14 คะแนน 2. ภาพลักษณ์ของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีภาพลักษณ์หลังการผ่าตัดทำทางบี่ยงหลอดเลือดหัวใจอยู่ในระดับดี โดยค่าเฉลี่ยคะแนนภาพลักษณ์เท่ากับ 19.49 ± 6.61 คะแนน 3. เมื่อเปรียบเทียบภาพลักษณ์ก่อนและหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ พบว่า ภาพลักษณ์ก่อนและหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = -24.16, df = 319, p = 0.00) 4. เมื่อพิจารณา 7 ตัวแปร ได้แก่ ตัวแปรเพศ อายุ อาชีพ โรคร่วม ดัชนีมวลกาย สถานภาพสมรสและระดับการศึกษา พบว่าภาพลักษณ์ก่อนและหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (F = 544.484, F = 136.410, F = 199.973, F = 183.928, F = 165.042, F = 391.982, F = 361.773 ตามลำดับ)


ผลของโปรแกรมการสอนแนะที่เน้นการออกกำลังกายแบบนิวโรบิกส์ต่อความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, รัชฎาพร แสนเมือง Jan 2022

ผลของโปรแกรมการสอนแนะที่เน้นการออกกำลังกายแบบนิวโรบิกส์ต่อความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, รัชฎาพร แสนเมือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองนี้ ศึกษาผลของโปรแกรมการสอนแนะที่เน้นการออกกำลังกายแบบนิวโรบิกส์ต่อความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดระยะหลังเฉียบพลัน ทั้งเพศชายและหญิง อายุ 40 ปี ขึ้นไป ที่เข้ารับการรักษา ณ Siriraj Acute Stroke Unit โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 34 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 17 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสอนแนะที่เน้นการออกกำลังกายแบบนิวโรบิกส์ ที่พัฒนาจากแนวคิดการสอนแนะของ Girvin (1999) ร่วมกับแนวคิดการออกกำลังกายแบบนิวโรบิกส์ของ Katz and Rubin (1999) 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ระหว่างการวิจัยมีกลุ่มควบคุม 1 คน ถูกคัดออกจากการศึกษา จึงเหลือกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 33 คน ประเมินความจำ ด้วยแบบประเมินพุทธิปัญญา และประเมินการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการ ด้วยแบบทดสอบการทำหน้าที่ของสมองกลีบฟรอนทรัล ค่าความเที่ยงของทั้งสองเครื่องมือ จากการหาความสอดคล้องภายใน ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ .82 เท่ากัน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Descriptive Statistics, Pearson Chi-square, Fisher's Exact test และ t-test ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ ค่าเฉลี่ยคะแนนความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการหลังทดลองของทั้งสองกลุ่มสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และค่าเฉลี่ยคะแนนความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการหลังทดลองของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการสอนแนะที่เน้นการออกกำลังกายแบบนิวโรบิกส์ สามารถช่วยให้ความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการหลังโรคหลอดเลือดสมองมีการฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้น พยาบาลและบุคลากรทางสุขภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวด้านความจำและการทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองได้


Development Of Plant-Produced Bispecific Monoclonal Antibody Targeting Pd-L1 And Ctla-4 For Cancer Immunotherapy, Christine Joy Isip Bulaon Jan 2022

Development Of Plant-Produced Bispecific Monoclonal Antibody Targeting Pd-L1 And Ctla-4 For Cancer Immunotherapy, Christine Joy Isip Bulaon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Checkpoint blockade immunotherapy has transformed the course of cancer treatments. The use of monoclonal antibodies (mAbs) specific against immune checkpoints has displayed satisfactory clinical benefits. However,its effectiveness is limited to just a small percentage of cancer patients. In this work, a recombinant DVD-AT2C bispecific antibody (bsAb) was developed for dual inhibition of PD-1/PD-L1 and CTLA-4 axes and produced in plants. Plant system was utilized as an alternative protein production platform. Transient expression of DVD-AT2C targeting PD-L1 and CTLA-4 in Nicotiana benthamiana was determined highest after 4 days of infiltration. The size, assembly, and protein properties of the purified bsAb were …


Development Of Plant-Produced Anti-Il-6r Mab, Namthip Kaewbandit Jan 2022

Development Of Plant-Produced Anti-Il-6r Mab, Namthip Kaewbandit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

After the body is invaded by pathogens, it responds by secreting cytokines, for example, interleukin 6 (IL-6), which activates an intracellular signaling pathway involving JAKs/STAT3 through phosphorylation. However, overexpression of pSTAT-3 can lead to a positive feedback loop of IL-6, causing the release of more cytokines and potentially leading to cytokine storm. Thus, inhibition of IL-6 signaling is another important target for Cytokine storm treatment. Tocilizumab, a humanized IL-6R antibody has been approved for RA treatment. There are several concerns about mammalian cell protein expression systems, such as higher production costs and pathogen contamination risks. Recently, plants have become increasingly …


Identification Of Aroma Compounds In Thai Colored Rice Varieties, Supawat Jindawatt Jan 2022

Identification Of Aroma Compounds In Thai Colored Rice Varieties, Supawat Jindawatt

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Consumers are interested in colored rice because its health benefits and its high fiber and protein content. Normally, the colored rice smell is generally not as strong as the jasmine rice. The first objective of this research was to investigate the proper preheated time and headspace incubation temperature to extract as many volatile compounds as possible from Thai-colored rice using the static headspace GC-MS approach. Secondly, this study aimed to identify the key volatile aroma compounds in Thai native-colored rice varieties. For optimum conditions, Red Hawm Rice (KDML105R-PSL-E-14) was used in this study. The optimal condition was preheated in a …


ผลของการเดินแบบนอร์ดิกในน้ำต่อการทำงานของหลอดเลือดสมองและภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2, ธวัชชัย พลอยแดง Jan 2022

ผลของการเดินแบบนอร์ดิกในน้ำต่อการทำงานของหลอดเลือดสมองและภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2, ธวัชชัย พลอยแดง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเดินแบบนอร์ดิกในน้ำต่อการทำงานของหลอดเลือดสมองและภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อายุระหว่าง 60 ถึง 74 ปี จำนวน 33 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการโปรแกรมการฝึก (CON) จำนวน 17 คน และ 2) กลุ่มฝึกด้วยการเดินแบบนอร์ดิกในน้ำ (NWW) จำนวน 16 คน กลุ่ม NWW ได้รับการฝึกแบบต่อเนื่องที่อุณหภูมิของน้ำระหว่าง 34 ถึง 36 องศาเซลเซียส ครั้งละ 40 นาทีที่ความหนัก 40-60 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวใจสำรอง จำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยในสัปดาห์ที่ 1 ถึง 6 ทำการฝึกที่ความหนัก 40-50 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นของหัวใจสำรอง และสัปดาห์ที่ 7 ถึง 12 ทำการฝึกที่ความหนัก 50-60 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นของหัวใจสำรอง ส่วนกลุ่ม CON ให้ดำเนินกิจวัติประจำวันแบบปกติ ก่อนและหลัง 12 สัปดาห์ ทำการทดสอบตัวแปรด้านสรีรวิทยา หน้าที่การทำงานของหลอดเลือด หน้าที่การทำงานของหลอดเลือดสมอง สุขสมรรถนะ พุทธิปัญญา และสารชีวเคมีในเลือด ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบก่อนและหลังการฝึก และเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มด้วยการทดสอบความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ 2x2 (กลุ่มxเวลา) และเปรียบเทียบความแตกต่างแบบรายคู่โดยใช้วิธีการทดสอบของแอลเอสดี ภายหลังการฝึก 12 สัปดาห์ พบว่า กลุ่ม NWW มีค่าน้าหนักตัว ดัชนีมวลกาย มวลไขมัน เปอร์เซ็นต์ไขมันของร่างกาย อัตราการ เต้นของหัวใจขณะพัก และความดันโลหิตขณะพักลดลง (all p<0.05) และมีค่าการทดสอบนั่งเก้าอี แล้วเอื อมแตะปลายเท้า เอื อมแตะหลัง ลุก นั่ง งอแขน การเดินและกลับตัว 3 เมตร เดิน 6 นาที และยกขาซอยเท้าอยู่กับที่ 2 นาที พัฒนามากขึ น (all p<0.05) ในขณะที่กลุ่ม CON ไม่พบ การเปลี่ยนแปลง กลุ่ม NWW มีระดับน้าตาลในเลือดหลังอดอาหาร น้าตาลสะสมในเลือดและภาวะดื อต่ออินซูลินลดลง (all p<0.05) กลุ่ม NWW มีคลื่นความดันชีพจรระหว่างต้นแขนและข้อเท้าลดลง แต่มีการขยายตัวของหลอดเลือดหลังการปิดกั นการไหลเวียนของหลอดเลือดเบล เคียลและความสามารถในการขยายของผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ น และมีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุม (all p<0.05) กลุ่ม NWW มีค่าดัชนีความต้านทาน การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดสมองมิดเดิลเซเรบรอลอาร์เทอร์รี่ ในสภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ปกติลดลง และดัชนีความสามารถในการ ไหลของเลือดในหลอดเลือดสมองในสภาวะคาร์บอนไดออกไซด์สูงเพิ่มขึ น และมีคะแนนภาวะพุทธิปัญญาเพิ่มขึ น (all p<0.05) ในขณะที่กลุ่ม CON ไม่มีพบการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี ยังพบว่ามีค่าการเปลี่ยนแปลงของคะแนนการประเมินพุทธิปัญญามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการ เปลี่ยนแปลงของระดับบีดีเอ็นเอฟ (r=0.424, P=0.014) สรุปได้ว่า การฝึกเดินแบบนอร์ดิกในน้ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพทางการพัฒนาการควบคุมน้าตาล หน้าที่การท้างาน ของหลอดเลือด การตอบสนองของหลอดเลือดสมอง สุขสมรรถนะ และพุทธิปัญญาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2


ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายโอทาโกประยุกต์ต่อความดันโลหิตและการทำงานของหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง, วริศรา เอื้องพูลสวัสดิ์ Jan 2022

ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายโอทาโกประยุกต์ต่อความดันโลหิตและการทำงานของหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง, วริศรา เอื้องพูลสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการออกกำลังกายโปรแกรมโอทาโกประยุกต์ที่มีผลต่อความดันโลหิต การทำงานของหลอดเลือด สุขสมรรถนะ การทรงตัว สารชีวเคมีในเลือด และคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นผู้สูงอายุเพศหญิงที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อายุ 60-75 ปี จำนวน 24 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม (n=12) ไม่ได้รับการออกกำลังกาย และกลุ่มโอทาโกประยุกต์ (n=12) ได้รับการออกกำลังกายโปรแกรมโอทาโกที่ถูกประยุกต์ให้เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ด้วยระดับความหนักร้อยละ 50-70 ของอัตราการเต้นหัวใจสำรอง ระยะเวลา 70 นาทีต่อครั้ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งหมด 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรภายในกลุ่ม ด้วยการทดสอบค่าทีแบบรายคู่ และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรระหว่างกลุ่ม ด้วยการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างเป็นอิสระต่อกัน สำหรับตัวแปรระดับน้ำตาลในเลือด ทำการทดสอบเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตัวแปรภายในกลุ่ม ด้วยการทดสอบวิลค็อกซัน และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตัวแปรระหว่างกลุ่ม ด้วยการทดสอบแมน วิทนีย์ ยู ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการฝึกออกกำลังกาย 12 สัปดาห์ กลุ่มโอทาโกประยุกต์มีการลดลงของความดันโลหิตทั้งซิสโตลิก ความดันไดแอสโตลิก ค่าเฉลี่ยความดันโลหิต และอัตราการเต้นหัวใจขณะพัก รวมถึงพบว่ามีค่าสุขสมรรถนะ ได้แก่ การนั่งและลุกขึ้นยืนใน 30 วินาที การเดิน 6 นาที และการทรงตัวทุกตัวแปรเพิ่มขึ้น แตกต่างทั้งก่อนออกกำลังกายและระหว่างกลุ่ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อีกทั้งพบว่าการขยายตัวของหลอดเลือดเมื่อถูกปิดกั้นการไหลเวียนเพิ่มขึ้น และความหนาของผนังหลอดเลือดลดลง มีการลดลงของค่าไกลโคซีเลทฮีโมโกบิน รวมถึงมีการเพิ่มขึ้นของคุณภาพชีวิตด้านร่างกาย ซึ่งแตกต่างกับก่อนออกกำลังกาย และตัวแปรดังกล่าวมีการพัฒนาที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปผลการวิจัย โปรแกรมการออกกำลังกายโอทาโกประยุกต์สามารถช่วยลดความดันโลหิต พัฒนาการทำงานของหลอดเลือด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สุขสมรรถนะ การทรงตัว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านร่างกาย ในผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ภาวะซึมเศร้า รูปแบบการป้องกันทางจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้สูงอายุ ในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 7, ชนนี ปีตะนีละผลิน Jan 2022

ภาวะซึมเศร้า รูปแบบการป้องกันทางจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้สูงอายุ ในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 7, ชนนี ปีตะนีละผลิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภาวะซึมเศร้าถือเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตที่พบได้ในผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในวัยนี้ต้องเผชิญกับความเสื่อมจากกระบวนการของความชราภาพและวิกฤตต่าง ๆ ในชีวิต หากสามารถปรับตัวได้เพียงจำกัดหรือเลือกใช้รูปแบบการป้องกันทางจิตที่ไม่เหมาะสม นั่นอาจนำไปสู่การเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ โดยการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความชุกของภาวะซึมเศร้า รูปแบบการป้องกันทางจิต และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 7 กรุงเทพมหานคร เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้สูงอายุ 129 คน ในศูนย์บริการสาธารณสุข 7 กรุงเทพมหานคร โดยขอให้อาสาสมัครตอบชุดแบบสอบถามที่ประกอบด้วย แบบประเมินรูปแบบการป้องกันทางจิต (DSQ–60) แบบวัดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุไทย (TGDS–30) แบบสอบถามการมีส่วนร่วมในสังคมของผู้สูงอายุ แบบสอบถามเหตุการณ์ความเครียดในชีวิตในช่วง 1 ปี และแบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (Chula ADL Index) โดยผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างพบผู้สูงอายุมีภาวะซึมเศร้าร้อยละ 9.3 สำหรับรูปแบบการป้องกันทางจิตที่ถูกใช้บ่อยที่สุด คือ adaptive defense mechanisms โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบ altruism และ sublimation กลไกการป้องกันทางจิตแบบปรับตัวได้นี้มีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะซึมเศร้า อีกทั้งการเป็นเพศชาย มีโรคทางจิตเวช มีการพึ่งพิงในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ระดับปานกลาง มีความเครียดในชีวิตด้านเศรษฐกิจในระดับปานกลางถึงสูงและด้านสังคมในระดับสูง มักเลือกใช้การป้องกันทางจิตรูปแบบ passive–aggression หรือ reaction formation และการไม่ค่อยได้ใช้การป้องกันทางจิตรูปแบบ sublimation สามารถทำนายภาวะซึมเศร้าในกลุ่มตัวอย่างนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุปหนึ่งในสิบของผู้สูงอายุในการศึกษานี้มีภาวะซึมเศร้าเมื่อเทียบกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ เกือบทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่างเลือกใช้การป้องกันทางจิตแบบ adaptive defense styles ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า ดังนั้นควรมีการนำปัจจัยตัวความเครียดทางจิตใจสังคมในช่วงที่ผ่านมาและประวัติการเจ็บป่วยทางจิตเวชมาใช้คัดกรอง อีกทั้งส่งเสริมการใช้การป้องกันทางจิตแบบปรับตัวได้จะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันภาวะซึมเศร้าเพื่อใช้ดูแลผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ


สุขภาพจิต การเผชิญจากความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และการฟื้นพลังของนักบินพาณิชย์สายการบินในไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, ชัชวาล ตันติสัตตโม Jan 2022

สุขภาพจิต การเผชิญจากความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และการฟื้นพลังของนักบินพาณิชย์สายการบินในไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, ชัชวาล ตันติสัตตโม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ เพื่อทำการศึกษาสุขภาพจิต การเผชิญความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และการฟื้นคืนพลังของนักบินพาณิชย์ในประเทศไทย รวมถึงความเกี่ยวข้องกันของสุขภาพจิตและปัจจัยดังกล่าวข้างต้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักบินพาณิชย์สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์จำนวน 380 คน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน 2565 โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาตอบแบบสอบถามด้วยตัวเองออนไลน์ผ่าน Google form โดยมีคำถาม 7 ส่วน ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามข้อมูลด้านการทำงาน 3) แบบสอบถามผลกระทบที่นักบินพาณิชย์ได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 4) แบบสอบถามการเผชิญความเครียด 5) แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม 6) แบบประเมินการฟื้นคืนพลัง นำเสนอเป็นค่าเฉลี่ยน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิตกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ความถดถอยลอจิสติกเพื่อหาปัจจัยทำนายสุขภาพจิตที่ผิดปกติของนักบินพาณิชย์สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ระดับน้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษา พบว่านักบินพาณิชย์สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ส่วนใหญ่(ร้อยละ 53.2) มีสุขภาพจิตผิดปกติในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตเท่ากับ 6.59±6.93 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตผิดปกติ ได้แก่สถานภาพโสด หย่าร้าง หม้าย(p<0.05) รายได้โดยประมาณที่ลดลงระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19(p<0.01) ภาระหนี้สิน(p<0.01) การมีโรคทางจิตเวช(p<0.01) สังกัดสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์(p<0.01) ได้รับผลกระทบโดยรวม(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านครอบครัว(p<0.001) ได้ผลกระทบด้านสัมพันธภาพ(<0.001) ได้ผลกระทบด้านการประกอบกิจวัตรประจำวัน(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านการทำงานและการประกอบอาชีพ(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านการเงินและเศรษฐกิจ(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและสุขภาวะ(p<0.01) มีการเผชิญความเครียดด้านการจัดการอารมณ์ปานกลางถึงสูง(p<0.01) การสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรและวัตถุต่ำ(p<0.01) การสนับสนุนทางสังคมโดยรวมต่ำ(p<0.05) การฟื้นคืนพลังด้านความทนต่อแรงกดดันต่ำ(p<0.01) การฟื้นคืนพลังด้านการมีความหวังและกำลังใจต่ำ(p<0.01) การฟื้นคืนพลังด้านการต่อสู้เอาชนะอุปสรรคต่ำ(p<0.01) และการฟื้นคืนพลังโดยรวมต่ำ(p<0.01) สรุปผลการศึกษา พบปัจจัยสัมพันธ์ที่เป็นปัจจัยทำนายกับสุขภาพจิตผิดปกติได้แก่ ภาระหนี้สิน การสังกัดสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์ ได้ผลกระทบด้านการประกอบกิจวัตรประจำวันระดับปานกลางถึงสูง มีเผชิญความเครียดด้านการจัดการอารมณ์ในระดับปานกลางถึงสูง ได้รับการสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรและวัตถุต่ำ มีการฟื้นคืนพลังด้านความทนต่อแรงกดดันต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ และการฟื้นคืนพลังด้านการมีความหวังและกำลังใจต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ