Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Veterinary Medicine (2510)
- Small or Companion Animal Medicine (65)
- Other Veterinary Medicine (27)
- Life Sciences (26)
- Large or Food Animal and Equine Medicine (25)
-
- Veterinary Infectious Diseases (19)
- Veterinary Microbiology and Immunobiology (19)
- Veterinary Preventive Medicine, Epidemiology, and Public Health (19)
- Animal Sciences (15)
- Veterinary Pathology and Pathobiology (13)
- Veterinary Anatomy (8)
- Diseases (7)
- Veterinary Physiology (7)
- Analytical, Diagnostic and Therapeutic Techniques and Equipment (4)
- Animal Diseases (4)
- Comparative and Laboratory Animal Medicine (4)
- Genetics and Genomics (4)
- Poultry or Avian Science (4)
- Public Health (4)
- Veterinary Toxicology and Pharmacology (4)
- Anatomy (3)
- Bacteriology (3)
- Medical Sciences (3)
- Microbiology (3)
- Other Animal Sciences (3)
- Zoology (3)
- Alternative and Complementary Medicine (2)
- Animal Experimentation and Research (2)
- Animal Structures (2)
- Keyword
-
- Dog (121)
- Dogs (59)
- Thailand (54)
- Canine (52)
- Pig (43)
-
- Immunohistochemistry (31)
- Cat (27)
- Prevalence (23)
- Pigs (19)
- Rat (19)
- Cats (18)
- Salmonella (18)
- PCR (17)
- Cryopreservation (16)
- Escherichia coli (16)
- Feline (16)
- Histopathology (16)
- Swine (16)
- Efficacy (15)
- Phylogenetic analysis (15)
- Reproduction (15)
- Cattle (14)
- Chicken (14)
- Seroprevalence (14)
- Boar (13)
- ELISA (13)
- Horse (13)
- PRRSV (13)
- Artificial insemination (12)
- Bovine (12)
- Publication Year
Articles 1801 - 1830 of 2525
Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences
อุบัติการของโรคกระดูกอ่อนและการรักษาโรค Nutritional Secondary Hyperparathyroidism ในสุนัข, สุภัทรา ยงศิริ, อชิรญา เหล่าวณิชยวิทย์, กมล สกุลวิระ, มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์
อุบัติการของโรคกระดูกอ่อนและการรักษาโรค Nutritional Secondary Hyperparathyroidism ในสุนัข, สุภัทรา ยงศิริ, อชิรญา เหล่าวณิชยวิทย์, กมล สกุลวิระ, มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
การศึกษาอุบัติการของโรคกระดูกอ่อนในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ที่มารับบริการตรวจรักษาและ ฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสุนัขที่ตรวจ 31 ตัว พบเป็นโรคกระดูกอ่อน 21 ตัว (67.7%) ในจำนวนนี้เป็นโรค nutritional secondary hyperparathyroidism (NSH) 18 ตัว (85.7%) และ retained enchondral cartilage core ที่กระดูก ulna 3 ตัว (14.3%) พบมากที่สุดในพันธุ์ร้อตไวเลอร์ 8 ตัว (38.1%) สุนัข ป่วยอายุน้อยกว่า 6 เดือน 15 ตัว (71.4%) ระหว่าง 6-12 เดือน 4 ตัว (19.0%) และมาก กว่า 12 เดือน 2 ตัว (9.5%) เป็นเพศผู้ 15 ตัว (71.4%) และเพศเมีย 6 ตัว (28.6%) การ รักษาโรค NSH ในสุนัข 4 ตัวด้วยสารประกอบแคลเซี่ยมคาร์บอเนต เปรียบเทียบกับการ ใช้สารประกอบที่มีแคลเซี่ยมต่อฟอสฟอรัส อัตราส่วน 4 ต่อ 1 ในสุนัข 3 ตัว พบว่าสาร ประกอบแคลเซี่ยมฟอสฟอรัสไม่สามารถปรับอัตราส่วนแคลเซี่ยมต่อฟอสฟอรัสในซีรั่ม ในขณะที่แคลเซี่ยมคาร์บอเนตสามารถปรับอัตราส่วนของแคลเซี่ยมต่อฟอสฟอรัสในซีรั่ม ให้สูงอย่างเห็นได้ชัดภายหลังรักษา 2 สัปดาห์ ซึ่งแตกต่างจากก่อนการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่สัปดาห์ที่ 3 และ 4
การเตรียมและศึกษาคุณสมบัติของโมโนโคลนอล แอนติบอดี ต่อเชื้อไวรัสออเจสกี้ ที่แยกได้ในประเทศไทย, สุจิรา ปาจริยานนท์, อุราศรี ตันตสวัสดิ์, วาสนา ภิญโญชนม์
การเตรียมและศึกษาคุณสมบัติของโมโนโคลนอล แอนติบอดี ต่อเชื้อไวรัสออเจสกี้ ที่แยกได้ในประเทศไทย, สุจิรา ปาจริยานนท์, อุราศรี ตันตสวัสดิ์, วาสนา ภิญโญชนม์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
เตรียมโมโนโคลนอล แอนติบอดี (MAb) ต่อเชื้อไวรัสออเจสกี้ (ADV) ที่แยกได้ในประเทศไทย ได้ MAb ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันจำนวน 4 โคลน ทดสอบคุณสมบัติของ MAb โดยวิธีเวสเทินบลอท พบว่า MAb 59D3 85B8 และ MAb 61E6 51D9 ทำปฏิกริยากับไกลโคโปรตีน gII และ gIII ตามลำดับ คุณสมบัติการเกาะยึดกับ ADV โดยวิธีอินไดเรคอิมมูโนฟลูออเรสเซนต์ (IFA) พบว่าทุกโคลนให้ผลบวกต่อ ADV สเตรน ที่ใช้เตรียม MAb, ADV Shope strain และ ADV ที่แยกได้จากท้องที่จำนวน 34 ตัวอย่าง คุณสมบัติการนิวทราลไลซ์กับ ADV พบว่า MAb 59D3 และ 51D9 สามารถนิวทราลไลซ์ ADV ทั้ง 3 กลุ่มได้ในกรณีที่มีคอมพลีเมนท์เท่านั้น ส่วน MAb 85B8 และ 61E6 นิวทราลไลซ์ ADV ที่ใช้ในการเตรียม MAb ได้ทั้งในกรณีที่มีและไม่มีคอมพลีเมนท์ MAb ที่เตรียมได้นี้จึงเหมาะสำหรับใช้ในการชันสูตรโรค ADV ในห้องปฏิบัติการ
การรักษาโรคติดเชื้อ อี. โคลัย ที่เกิดจากการทดลองในไก่กระทงด้วยยาเจนตามัยซิน และไทโลซินรวมกับสเตรปโตมัยซิน, สมศักดิ์ ภัคภิญโญ, จิโรจ ศศิปรียจันทร์, สุวิทย์ อุปสัย, ศักดิ์ดา เตโช, สำรวย บุตรเณร
การรักษาโรคติดเชื้อ อี. โคลัย ที่เกิดจากการทดลองในไก่กระทงด้วยยาเจนตามัยซิน และไทโลซินรวมกับสเตรปโตมัยซิน, สมศักดิ์ ภัคภิญโญ, จิโรจ ศศิปรียจันทร์, สุวิทย์ อุปสัย, ศักดิ์ดา เตโช, สำรวย บุตรเณร
The Thai Journal of Veterinary Medicine
แบ่งไก่กระทงจำนวน 80 ตัว เป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 20 ตัว ไก่กลุ่ม 1, 2 และ 3 ได้รับเชื้อ อี. โคลัย สเตรน 078 โดยการฉีดเข้าถุงลมช่องอกคู่หลังด้านซ้าย ไก่กลุ่มที่ 1 และ 2 ได้รับยาทันทีพร้อมกับการฉีดเชื้อ อี. โคลัย โดยไก่กลุ่มที่ 1 ได้รับยาเจนตามัยซิน 4 มก.ต่อ น้ำหนักตัว 1 กก. และไก่กลุ่มที่ 2 ได้รับยาไทโลซิน 35 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. รวมกับ ยาเสตรปโตมัยซิน 210 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ส่วนไก่กลุ่มที่ 4 ไม่ได้รับเชื้อและไม่ได้ รับยา เก็บไก่ไว้ 10 วันภายหลังการฉีดเชื้อ พบว่าไก่กลุ่มที่ 2 และ 3 ตายกลุ่มละ 1 ตัว น้ำหนักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของไก่กลุ่มที่ 1 และ 2 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ น้ำหนักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มที่ 3 ต่ำกว่ากลุ่มที่ 1 และ 4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
การศึกษาเบื้องต้นถึงเทคนิคการทำน้ำเชื้อสุนัขแช่แข็ง, เกวลี ฉัตรดรงค์, มานิต รุ่งศรัทธาธรรม, มนคม ตรีศิริโรจน์, ชัยณรงค์ โลหชิต, ปราจีน วีรกุล, สุดสรร ศิริไวทยพงศ์
การศึกษาเบื้องต้นถึงเทคนิคการทำน้ำเชื้อสุนัขแช่แข็ง, เกวลี ฉัตรดรงค์, มานิต รุ่งศรัทธาธรรม, มนคม ตรีศิริโรจน์, ชัยณรงค์ โลหชิต, ปราจีน วีรกุล, สุดสรร ศิริไวทยพงศ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ทดลองรีดน้ำเชื้อสุนัขเพศผู้ 2 ตัว ด้วยวิธีกระตุ้นด้วยมือ และไม่ใช้สุนัขเพศเมียเป็นตัวล่อ ใช้ egg yolk Tris เป็นสารเจือจางและเก็บรักษาน้ำเชื้อร่วมกับ glycerol ในระดับ ความเข้มข้นต่าง ๆ กัน คือ 4 6 และ 9 เปอร์เซ็นต์ พบว่าเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหวของ ตัวอสุจิภายหลังการเก็บรักษาที่ -196 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที 14 วัน 28 วัน และ 42 วัน มีค่าใกล้เคียงกัน
การศึกษาผลการใช้วัคซีนป้องกันโรคปอดบวมในสุกรพันธุ์, นิวัตร จันทร์ศิริพรชัย, สมเกียรติ อุรโสภน, รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช, อนุเทพ รังสีพิพัฒน์, วิจิตร เกียรติพัฒนสกุล, เทอด เทศประทีป
การศึกษาผลการใช้วัคซีนป้องกันโรคปอดบวมในสุกรพันธุ์, นิวัตร จันทร์ศิริพรชัย, สมเกียรติ อุรโสภน, รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช, อนุเทพ รังสีพิพัฒน์, วิจิตร เกียรติพัฒนสกุล, เทอด เทศประทีป
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาผลการใช้วัคซีน Mycoplasma hyopneumoniae bacterin ในการป้องกันโรคปอดอักเสบ ในสุกรพันธุ์ โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ฉีดวัคซีนในแม่สุกรและลูกสุกร กลุ่มที่ 2 ฉีดวัคซีนในแม่สุกร ส่วนลูกสุกรไม่ฉีดวัคซีน กลุ่มที่ 3 ไม่ฉีด วัคซีนในแม่สุกร ส่วนลูกสุกรฉีดวัคซีน กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มควบคุม หลังจากนำสุกรส่งโรงฆ่า ได้ทำการตรวจรอยโรคที่ปอดสุกรทุกตัวแล้วให้คะแนน พบว่า กลุ่มที่ 1 มีค่าเฉลี่ยรอยโรค ปอดน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกกลุ่มและน้อยกว่ากลุ่มที่ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) แต่เมื่อดูร้อยละของปอดที่พบรอยโรค พบว่าทั้ง 4 กลุ่มมีความแตกต่างอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) โดยพบว่ากลุ่ม 3 มีจำนวนปอดที่พบรอยโรคมากที่สุด
ความชุกของการติดเชื้อ Bovine Leukemia Virus ในโคนมในภาคกลางของประเทศไทย, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, อารี ทรัพย์เจริญ, ชิต ศิริวรรณ์, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
ความชุกของการติดเชื้อ Bovine Leukemia Virus ในโคนมในภาคกลางของประเทศไทย, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, อารี ทรัพย์เจริญ, ชิต ศิริวรรณ์, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
การสำรวจภาวะการติดเชื้อ bovine leukemia virus ด้วยวิธีอการ์เจลอิมมูโนดิฟฟิวชั่น โดยเก็บตัวอย่างเลือดโคนมใน 10 จังหวัดในเขตภาคกลาง โดยสุ่มตัวอย่างจากโคนมที่สภาพภายนอกปกติ พบว่า 222 ตัวจากทั้งหมด 1,658 ตัวให้ผลบวก คิดเป็น 13.39% จังหวัดที่ให้ผลบวกมากที่สุด คือลพบุรี (26.90%) นอกจากนี้ได้ทำการทดสอบกลุ่มโคนำเข้า จากประเทศออสเตรเลีย เม็กซิโกและคอสตาริกา พบโคที่ให้ผลบวกคิดเป็น 0.4%
การศึกษาโรคสเตร็ปโตคอกโคซีสในสุกร, อินทิรา กระหม่อมทอง, ทาริกา ประมูลสินทรัพย์, จิรา คงครอง
การศึกษาโรคสเตร็ปโตคอกโคซีสในสุกร, อินทิรา กระหม่อมทอง, ทาริกา ประมูลสินทรัพย์, จิรา คงครอง
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ได้ทำการวิเคราะห์โรคของสุกรป่วยตายจากผู้ส่งตรวจ 106 ราย ซึ่งสามารถแยกเชื้อ สเตร็ปโตคอกชัยได้ 131 สเตรน จากผลการตรวจทางพยาธิร่วมกับการแยกกลุ่มเชื้อทางซีรั่ม วิทยาด้วยวิธีของแลนซ์ฟิลด์ พบโรคสเตร็ปโตคอกโคซีส เป็นสาเหตุสำคัญของการตาย 28 ราย ซึ่งเกิดจากกลุ่ม Streptococcus suis ถึง 44% พบเป็นสาเหตุร่วมกับโรคติดเชื้ออื่น ๆ 12 ราย มักเกิดจากกลุ่ม D และ Streptococcus suis เชื้อดังกล่าวทำให้เกิดวิการเยื่อ หุ้มสมองและหรือสมองอักเสบ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ข้ออักเสบ และโลหิตเป็นพิษ นอกนั้นเป็นโรคซึ่งมิได้มีวิการเกี่ยวข้องกับเชื้อสเตร็ปโตคอกซีสที่แยกได้ 66 ราย ส่วนใหญ่แยกเชื้อได้จากอวัยวะภายใน ผลการทดสอบความไวของยาปฏิชีวนะ 17 ชนิด ต่อเชื้อ 41 สเตรน ปรากฏว่ายา เซฟฟาโลติน และเพนนิซิลินเป็นยาที่ให้ผลดีที่สุด
การเตรียมแอนติเจนเพื่อใช้วินิจฉัยโรคพาร์โวไวรัสสุกรโอยวิธีฮีแมกกลูติเนชั่น อินฮิบิชั่น, วาสนา ภิญโญชนม์, สุจิรา ปาจริยานนท์, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
การเตรียมแอนติเจนเพื่อใช้วินิจฉัยโรคพาร์โวไวรัสสุกรโอยวิธีฮีแมกกลูติเนชั่น อินฮิบิชั่น, วาสนา ภิญโญชนม์, สุจิรา ปาจริยานนท์, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
แอนติเจนพาร์โวไวรัสสุกร เตรียมได้จากการเก็บเชื้อไวรัส หลังการเพาะเชื้อไวรัส สเตรน 90/HS/1 ผ่านเซลล์เพาะเลี้ยง embryonic swine kidney (ESK) อายุ 3-4 ชั่วโมง แอนติเจนมีความคงทนที่อุณหภูมิ -20°C, -70°C และสภาพแห้งในสุญญากาศที่ 4°C สามารถเก็บได้นานมากกว่า 1 ปี โดยไตเตอร์ไม่เปลี่ยนแปลง การทดสอบมาตรฐานของวิธีฮีแมกกลูติเนชั่น อินฮิบิชั่น พบว่าการใช้ kaolin 25% ใน borate saline buffer pH 9.0 ใช้กำจัด non-antibody inhibitor ในซีรั่มได้ผลดีกว่า และให้ไตเตอร์สูงกว่าการใช้ kaolin 25% ใน phosphate saline buffer pH 7.2 เม็ดเลือดแดงหนูตะเภามีความไวกว่าและใช้กำจัด natural hemagglutinin ได้ดีกว่าการ ใช้เม็ดเลือดแดงไก่สำหรับการหาไตเตอร์โดยวิธีฮีแมกกลูติเนชั่น อินฮิบิชั่น และพบว่าการ อบที่ 37°C 2 ชั่วโมง ให้ผลใกล้เคียงกับอบที่ 4°C ค้างคืน แอนติเจนใช้ได้ผลดีในการตรวจซีรั่มสุกรจากท้องที่โดยทดสอบกับซีรั่ม 1,013 ตัวอย่าง จาก 12 จังหวัด
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
ค่านิยมในการบริโภคนมเปรี้ยว ตอนที่ 2 นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 4-ม.6), สุวรรณา กิจภากรณ์
ค่านิยมในการบริโภคนมเปรี้ยว ตอนที่ 2 นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 4-ม.6), สุวรรณา กิจภากรณ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 1,475 คน เป็นนักเรียนชายร้อยละ 49 นักเรียนหญิงร้อยละ 51 จากโรงเรียนหญิงล้วน ชายล้วน และสหศึกษาอย่างละ 3 โรงเรียน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการสำรวจค่านิยมในการบริโภคนมเปรี้ยว ซึ่งออกสำรวจในเดือน กันยายน 2536 ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSSPC ผลการวิเคราะห์ตั้งอยู่บนฐานของจำนวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามในข้อนั้น ๆ ผลการสำรวจพบว่านักเรียนร้อยละ 93 เคยบริโภคนมเปรี้ยว เนื่องจากชอบในรสชาติ ร้อยละ 47 แรงจูงใจในการบริโภคครั้งแรกเกิดจากความอยากลอง (ร้อยละ 66) มากกว่าที่จะเล็งเห็นคุณประโยชน์ นักเรียนส่วนใหญ่บริโภคนานๆ ครั้งแล้วแต่โอกาส และบริโภคเพียงวันละ 80-120 ซีซี กลิ่นรสที่นักเรียนนิยมบริโภคคือรสส้ม รองลงไปเป็นรสสตรอเบอรี่ รสนม และรสมะนาว ในการเลือกซื้อนมเปรี้ยวนักเรียนร้อยละ 85 พิจารณาวันหมดอายุก่อนซื้อ เครื่องหมายการค้าที่นักเรียนนิยมซื้อบริโภคเรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ โยโมสต์ ยาคูลท์ และดัชมิลล์ เหตุผลที่เลือกเนื่องจากความสะดวกในการบริโภคซึ่งรวมถึงการหาซื้อง่ายสำหรับราคา นักเรียนร้อยละ 26 ยังเห็นว่าแพงเกินไป นักเรียนมากกว่าร้อยละ 50 ไม่ทราบถึงคุณประโยชน์แท้จริงของนมเปรี้ยว แต่นักเรียนเลือกบริโภคนมเปรี้ยวชนิดมีเชื้อมากกว่าไม่มี เชื้อถึงร้อยละ 65.4 โดยเลือกบริโภคนมเปรี้ยวพร้อมดื่มมากที่สุด รองลงมาเป็นนมเปรี้ยว เข้มข้นหรือโยเกิร์ต และนมเปรี้ยว ยู เอช ที นักเรียนให้ความเห็นว่า กลิ่นรสเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ประชาชนไม่นิยมบริโภคนมเปรี้ยว และการชักจูงผู้ที่ไม่บริโภคนมเปรี้ยวให้หันมาบริโภคนมเปรี้ยว ควรใช้วิธีการให้ความรู้ร่วมกับการแจกให้ทดลองบริโภค นอกจากนี้ยังได้ ทำการวิเคราะห์ค่านิยมในการบริโภคนมเปรี้ยวแต่ละประเภทไว้ด้วย
ศึกษาการผลิตวัคซีนบรูเซลโลซีสด้วยเครื่องเฟอร์เมนเตอร์, อนุทิน หาญวีระพล, ลักษณา นิลฉวี, วุฒิพร รุ่งเวชวุฒิวิทยา
ศึกษาการผลิตวัคซีนบรูเซลโลซีสด้วยเครื่องเฟอร์เมนเตอร์, อนุทิน หาญวีระพล, ลักษณา นิลฉวี, วุฒิพร รุ่งเวชวุฒิวิทยา
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาการผลิตวัคซีนบรูเซลโลซีสด้วยการเพาะเชื้อบรูเซลล่า อะบอร์ตัส สเตรน 19 โดยใช้เครื่องเฟอร์เมนเตอร์ เปรียบเทียบกับการผลิตโดยเลี้ยงเชื้อบนอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดแข็ง พบว่าจำนวนวัคซีนเฉลี่ยที่ผลิตได้มีค่า 9,683 โด๊ส/ชุด และ 8,902 โต๊ส/ชุด ตามลำดับ เมื่อนำวัคซีนทั้ง 2 ชนิด ฉีดเข้าใต้ผิวหนังลูกโคเพศเมียอายุ 3-6 เดือน เก็บเลือดเป็นระยะจนครบ 6 เดือน ไม่พบความแตกต่างของซีรั่มแอกกลูติเนตติ้งแอนติบอดีไตเตอร์ของทั้ง 2 กลุ่ม ที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.01 (P > 0.01)
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
พิษเฉียบพลันของเมททิลพาราไธออนในปลากะพงขาว (Lates Calcarifer), สุพัตรา ศรีไชยรัตน์, ภัทรา หาญจริยากูล, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์
พิษเฉียบพลันของเมททิลพาราไธออนในปลากะพงขาว (Lates Calcarifer), สุพัตรา ศรีไชยรัตน์, ภัทรา หาญจริยากูล, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ปลากะพงขาวขนาด 8.5 ± 0.5 ซม. 10 กลุ่ม ๆ ละ 50 ตัวสัมผัสกับสารฆ่าแมลง เมททิลพาราไธออนที่ขนาดความเข้มข้น 0.5-2.5 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยวิธีแบบแช่ นาน 96 ชั่วโมง พบว่าค่า LC50 ภายใน 96 ชั่วโมงเท่ากับ 1.48 มิลลิกรัมต่อลิตร อัตราการตายและ ความรุนแรงของอาการเป็นพิษในปลาเพิ่มขึ้นตามขนาดของความเข้มข้นของสารฆ่าแมลงที่ให้ ในขณะเดียวกันพบว่าสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสในกล้ามเนื้อ และสมองลดลงอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) มีความสัมพันธ์กันระหว่างสมรรถนะของเอนไซม์ในสมองและ ในกล้ามเนื้อที่ลดลงกับความเข้มข้นของสารฆ่าแมลง ผลการตรวจทางจุลพยาธิวิทยาแสดงให้เห็นว่ามีการตายของเซลล์ตับและกล้ามเนื้อ เหงือกถูกทำลายโดยทั่วไป ผลทางจุลพยาธิ เห็นได้เด่นชัดหลังจากปลาสัมผัสกับเมททิลพาราไธออนไปแล้ว 48 ชั่วโมง ปลาส่วนใหญ่ที่สัมผัสกับเมททิลพาราไธออนที่ความเข้มข้นสูงตายทันทีหลังจากสัมผัสสาร แต่ไม่แสดงความ ผิดปกติทางพยาธิสภาพเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการวัดสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสในสมอง และกล้ามเนื้อปลากะพงขาวสามารถนำมาใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ความเป็นพิษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออแกโนฟอสเฟตในปลาได้
ผลของฤดูกาล ปริมาณน้ำนม ช่วงเวลาที่ให้น้ำนม ระยะการให้น้ำนม และอายุของแม่โค ต่อโรคเต้านมอักเสบชนิดไม่แสดงอาการ, อัมพวัน ตกฤษณารมย์, นุชา สิมะสาธิตกุล, วิสุทธิ์ หิมารัตน์, มาโนช รุ่งสวัสดิ์, ธวัชชัย อินทรตุล
ผลของฤดูกาล ปริมาณน้ำนม ช่วงเวลาที่ให้น้ำนม ระยะการให้น้ำนม และอายุของแม่โค ต่อโรคเต้านมอักเสบชนิดไม่แสดงอาการ, อัมพวัน ตกฤษณารมย์, นุชา สิมะสาธิตกุล, วิสุทธิ์ หิมารัตน์, มาโนช รุ่งสวัสดิ์, ธวัชชัย อินทรตุล
The Thai Journal of Veterinary Medicine
จากการศึกษาโรคเต้านมอักเสบชนิดไม่แสดงอาการในโคนมของศูนย์วิจัยและบํารุง พันธุ์สัตว์เชียงใหม่ โดย California Mastitis Test ทุกเดือนติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2528 ถึง เดือนกันยายน 2532 จากแม่โคจำนวน 89 ตัว ที่มีอายุระหว่าง 2 ปี 4 เดือน ถึง 10 ปี 4 เดือน ให้น้ำนมในช่วง 1 ถึง 18 เดือน ในแลคเตชั่นที่ 1 ถึง 7 ปริมาณน้ำนม 1.4-23.4 กก./วัน ปรากฏว่าอัตราการเกิดโรคในแม่โคฝูงนี้ตลอดระยะการศึกษา เท่ากับ 38.07% โดยช่วงฤดูหนาวจะมีอัตราการเกิดโรคสูงกว่าฤดูอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P < 0.01) และแม่โคที่ให้น้ำนมน้อยกว่า 5 กก./ตัว/วัน จะมีอัตราการเกิดโรคสูงกว่า แม่โคกลุ่มที่ให้น้ำนมมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง (P < 0.01) อัตราการเกิดโรคเต้านมอักเสบชนิดไม่แสดงอาการของแม่โคที่ให้น้ำนมในช่วงเดือนที่ 4-6 และแม่โคที่ให้น้ำนมช่วงเดือนที่ 7-9 จะสูงกว่ากลุ่มที่ให้น้ำนมในช่วงเดือนที่ 1-3 และ กลุ่มที่ให้น้ำนมนานกว่า 10 เดือนขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.05) และสูงขึ้นตามอายุสัตว์ โดยในแลคเตชั่นที่ 6 มีอัตราการเกิดของโรคสูงสุดแตกต่างจากแลคเตชั่นอื่นอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.05)
การศึกษาโรคอีฟีเมอรัลในโค ตอนที่ 1 การแยกเชื้อในสัตว์ทอดลองและเซลล์เพาะเลี้ยง, อารี ทรัพย์เจริญ, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, T. Morimoto
การศึกษาโรคอีฟีเมอรัลในโค ตอนที่ 1 การแยกเชื้อในสัตว์ทอดลองและเซลล์เพาะเลี้ยง, อารี ทรัพย์เจริญ, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, T. Morimoto
The Thai Journal of Veterinary Medicine
แยกเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอีฟีเมอรัล หรือไข้สามวัน จากตัวอย่างเลือดโคที่ มาจากฝูงที่มีอาการคล้ายโรคอีฟีเมอรัล เมื่อเปรียบเทียบการแยกเชื้อโดยฉีดเชื้อเข้าสมองลูกหนู mice อายุ 1-3 วัน และเซลล์เพาะเลี้ยง hamster lung (HmLu) ในลูกหนูพบแอนติบอดีต่อไวรัสอีฟีเมอรัลใน ที่ passage 2 โดยลูกหนูไม่แสดงอาการของโรคและพบอาการทางประสาทใน passage ที่ 3 ส่วนในเซลล์เพาะเลี้ยงเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (CPE) ใน passage ที่ 2 และพบว่า inoculum ที่มีความเข้มข้นมากไม่ทำให้เกิด CPE ในเซลล์เพาะเลี้ยง ไวรัสที่ passage ในลูกหนู mice ก่อน จะทำให้เกิด CPE ในเซลล์เพาะเลี้ยง ตั้งแต่ passage แรก และได้ทดสอบชนิดของไวรัส ด้วยวิธี cross neutralization test โดยใช้ reference virus และ immune serum จากประเทศญี่ปุ่นทดสอบกับ immune serum ที่ผลิตขึ้นจากกระต่าย และไวรัสที่แยกได้ พบค่า neutralizing index ระหว่าง 2.75-3.0 ซึ่งแสดงว่า ไวรัสทั้งสองเป็นไวรัสเดียวกัน
Serological Responses In Yong Cattle And Buffalo To Two Different Vaccination Regimes In Villages In Nortern Thailand, P.C. Cleland, P. Chammanpood, M.D. Robertson, F.C. Baldock, L.J. Gleeson
Serological Responses In Yong Cattle And Buffalo To Two Different Vaccination Regimes In Villages In Nortern Thailand, P.C. Cleland, P. Chammanpood, M.D. Robertson, F.C. Baldock, L.J. Gleeson
The Thai Journal of Veterinary Medicine
A 210-day trial was undertaken in northern Thailand to compare the serological responses of 6 to 18 month-old cattle and buffalo to 2 different vaccination regimes using a trivalent O, A and Asia 1 vaccine. Animals were pair matched and randomly allocated into one of 2 groups. Group 1 was vaccinated on days 0 and 180 and group 2 was vaccinated on days 0, 30 and 180. Blood samples were collected from both groups on days 0, 30, 60, 180 and antibody titres measured by the serum neutralisation test (SNT). Group 2 had significantly higher mean titres and percentage of …
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
การทดลองวัคซีนรวมอหิวาต์เป็ดไก่และกาฬโรคเป็ดในเป็ด ตอนที่ 1 ขบวนการผลิต และประสิทธิภาพของวัคซีนรวม, สุวรรณี ท้วมแสง, วันชัย ตีรถะวรวรรณ
การทดลองวัคซีนรวมอหิวาต์เป็ดไก่และกาฬโรคเป็ดในเป็ด ตอนที่ 1 ขบวนการผลิต และประสิทธิภาพของวัคซีนรวม, สุวรรณี ท้วมแสง, วันชัย ตีรถะวรวรรณ
The Thai Journal of Veterinary Medicine
การทดลองผลิตวัคซีนรวมอหิวาต์เป็ดไก่และกาฬโรคเป็ด เป็นการผลิตวัคซีนรวมอยู่ใน รูปทำแห้ง ขนาดบรรจุขวดละ 50 โด๊ส โดยผลิตวัคซีนอหิวาต์เป็ดไก่ชนิดเชื้อตายชนิดผ่าน ขบวนการ pasteurization แล้วนำมารวมกับวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อเป็นตามมาตรฐาน การผลิตที่กำหนดโดยกรมปศุสัตว์ นำไปทดสอบประสิทธิภาพในเป็ดทดลอง พบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มโรคในเป็ดต่อเชื้อกาฬโรคเป็ดได้ 100 เปอร์เซนต์ และต่อเชื้อ Pasteurella multocida serotype 8 : A ได้ 90 เปอร์เซนต์
ลักษณะโครงสร้างทางมิญชวิทยาของวัยวะสืบพันธุ์ในงูเห่าไทย, กรรณิกา ชัชวาลวานิช, สุขใจ มหรรทัศนพงศ์, อมรา ทองปาน
ลักษณะโครงสร้างทางมิญชวิทยาของวัยวะสืบพันธุ์ในงูเห่าไทย, กรรณิกา ชัชวาลวานิช, สุขใจ มหรรทัศนพงศ์, อมรา ทองปาน
The Thai Journal of Veterinary Medicine
อวัยวะสืบพันธุ์ของงูเห่าไทยทั้งเพศผู้และเพศเมีย จำนวนเพศละ 4 ตัว ถูกนำมาศึกษา โดยผ่านกระบวนการทางพาราฟินเทคนิค พบว่าอัณฑะของงูเห่าไทยมี 1 คู่ ตำแหน่งของอัณฑะข้างขวาอยู่สูงกว่าข้างซ้ายและมีความยาวมากกว่าข้างซ้าย ภายในอัณฑะไม่มีผนังแบ่งออก เป็น lobule และประกอบด้วยเซมินิเฟอรัสทิวบูลจำนวนมาก ในเซมินิเฟอรัสทิวบูลแต่ละอันประกอบด้วย spermatogenic cells ระยะต่าง ๆ และ Sertoli cells การจัดเรียงตัวของ spermatogenic cells ไม่แตกต่างจากที่พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเซมินิเฟอรัสทิวบูลของงูเห่าไทย เท่ากับ 357.5 ± 38.4 ไมครอน ระหว่างเซมินิเฟอรัสทิวบูล เป็นเนื้อเยื่อประสานซึ่งพบ interstitial cells จำนวนน้อยและอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ใกล้กับ หลอดเลือด นอกจากนี้พบอัณฑะของงูหนึ่งตัวที่มีขนาดเล็กผิดปกติและเซมินิเฟอรัสทิวบูลก็มี ขนาดลดลง คือ เท่ากับ 144.8 ± 14.6 ไมครอนเท่านั้น ภายในเซมินิเฟอรัสทิวบูลประกอบด้วย Sertoli cells และ spermatogonia เป็นส่วนใหญ่และพบแวคคิวโอลเป็นจำนวนมาก เซมินิเฟอรัสทิวบูลบางอันอาจพบอสุจิอยู่บ้างแต่มีจำนวนน้อยมาก
การแยกและพิสูจาน์เชื้อ Herpesvirus จากนกพิราบ, อารุณี ชัยสิงห์, ลัดดา ตรงวงศา, อุราศรี ตันตสวัสดิ์, จิรา คงครอง
การแยกและพิสูจาน์เชื้อ Herpesvirus จากนกพิราบ, อารุณี ชัยสิงห์, ลัดดา ตรงวงศา, อุราศรี ตันตสวัสดิ์, จิรา คงครอง
The Thai Journal of Veterinary Medicine
นกพิราบอายุ 1 เดือน ป่วยตายด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย ผอมแห้ง ชันสูตร ซากพบ ม้ามโต ตับโตและมีจุดเนื้อตาย การตรวจทางจุลพยาธิวิทยาพบ eosinophilic intranuclear inclusion bodies ที่ตับและลำไส้ ตรวจแยกเชื้อไวรัสโดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงจากไตไก่ พบเซลล์มีการเปลี่ยนแปลง (cyto- pathic effect) แบบ syncytia เมื่อผ่านเชื้อที่แยกได้เข้าไข่ไก่ฟักทาง chorioallantoic membrane (CAM) พบคัพภะไก่มีขนาดเล็กกว่าปกติ มีจุดเนื้อตายที่ตับ และมี pock ขนาด 0.5-1 มม. กระจายทั่วไปบน CAM และพบ intranuclear inclusion bodies เมื่อศึกษาทางจุลพยาธิวิทยา ผลการตรวจอนุภาคไวรัสด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนพบ herpesvirus nucleocapsid ขนาด 75-100 nm. ในนิวเคลียสของเซลล์
ผลของเมททิลพาราไธออนต่อการเปลี่ยนแปลงทางโลหิตวิทยาและพยาธิวิทยาในปลาดุก, อัจฉริยา ไศละสูต, อนุเทพ รังษีพิพัฒน์, วรา พานิชเกรียงไกร, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์
ผลของเมททิลพาราไธออนต่อการเปลี่ยนแปลงทางโลหิตวิทยาและพยาธิวิทยาในปลาดุก, อัจฉริยา ไศละสูต, อนุเทพ รังษีพิพัฒน์, วรา พานิชเกรียงไกร, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ผลของ Sublethal concentration ของเมททิลพาราไธออนที่ 10 ppm ในปลาดุกต่อค่าของโลหิตวิทยา เคมีคลินิค พยาธิวิทยา ในช่วงเวลาต่าง ๆ ไม่พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมส่วนการศึกษาทางจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะภายในของปลากลุ่มทดลอง พบมีการเสื่อมสภาพของเซลล์ตับอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งมีการสะสมของรงควัตถุของเม็ดโลหิตแดงในไตและม้าม
การย้ายฝากตัวอ่อนระหว่างกระบือมูร่าห์และกระบือปลัก, กุนจิโร โคบายาชิ, มงคล เตชะกำพุ, พีระศักดิ์ จันทร์ประทีป, ชัยณรงค์ โลหชิต
การย้ายฝากตัวอ่อนระหว่างกระบือมูร่าห์และกระบือปลัก, กุนจิโร โคบายาชิ, มงคล เตชะกำพุ, พีระศักดิ์ จันทร์ประทีป, ชัยณรงค์ โลหชิต
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายฝากตัวอ่อนระหว่างกระบือมูร่าห์และกระบือปลักไทย โดยทำการเก็บตัวอ่อนจากการตกไข่ตามธรรมชาติหรือหลังการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนแพรกแนนแมร์ ซีรั่มโกนาโดโทรปิน (พี.เอ็ม.เอส.จี) ในขนาด 2400-2800 ไอยู จากกระบือมูร่าห์จำนวน 5 ตัว เก็บตัวอ่อนจากการตกไข่ธรรมชาติได้ตัวอ่อน 80% (4/5) โดยมีตัวอ่อนปกติเท่ากับ 75% (3/4) และจากการกระตุ้นการตกไข่เพิ่ม พบว่าการตอบสนองเฉลี่ยโดยดูจากจำนวนคอร์ปัส ลูเทียม และฟอลลิเกิล ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 5 มม. เท่ากับ 11.0 ± 3.8 จำนวนตกไข่ เฉลี่ยต่อตัวเท่ากับ 4.4 ± 4.3 อัตราการเก็บตัวอ่อนเท่ากับ 45.5% (10/22) นำตัวอ่อนปกติที่ได้ ทั้งหมด 8 ตัวไปย้ายฝากในกระบือปลักตัวรับที่มีวงจรการเป็นสัดใกล้เคียงหรือแตกต่างกันไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผลการตรวจการตั้งท้องที่ประมาณ 2-3 เดือนหลังย้ายฝาก ไม่พบว่ากระบือปลักตัวรับ มีการตั้งท้อง อย่างไรก็ตามพบว่ากระบือปลักตัวรับ 4 ใน 7 ตัว มีแนวโน้มของการพัฒนาของตัว อ่อนในระยะแรก โดยดูจากระดับโปรเจสเตอโรนที่ตรวจวัดได้ในระดับสูงที่ 21 วันของรอบการเป็นสัด แต่ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญจนสิ้นสุดการตั้งท้องได้
การลดตามธรรมชาติของระดับภูมิคุ้มกันจากแม่ต่อโรคอหิวาต์สุกรในลูกสุกรดูดนม, สุพล เลื่องยศลือชาสกุล, อิทธิพล ชัยชนะพูนผล, การุณ แซ่หลี, เถลิงศักดิ์ กาญจนบุตร, สุพจ รสจันทร์, วิษณุ อมรเทพรักษ์, อธิภู นันทประเสริฐ
การลดตามธรรมชาติของระดับภูมิคุ้มกันจากแม่ต่อโรคอหิวาต์สุกรในลูกสุกรดูดนม, สุพล เลื่องยศลือชาสกุล, อิทธิพล ชัยชนะพูนผล, การุณ แซ่หลี, เถลิงศักดิ์ กาญจนบุตร, สุพจ รสจันทร์, วิษณุ อมรเทพรักษ์, อธิภู นันทประเสริฐ
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ระดับภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่สุกรต่อโรคอหิวาต์สุกรในลูกสุกรดูดนมจนถึงหย่านมซึ่งตรวจโดยวิธีไมโครนิวทรัลไลเซชั่น อิมมูโนฟลูออเรสเซนต์ จากฟาร์ม ก.ที่ตั้งในภาคกลางและไม่เกิดโรค จะลดระดับจากแรกคลอดซึ่งสูง 213 เหลือเพียง 49 และ 32 ในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 หลัง คลอด ลูกสุกรที่ไม่ได้รับวัคซีนเมื่อแรกคลอดแต่ได้รับเมื่ออายุ 5 สัปดาห์ จะมีระดับภูมิคุ้มโรคเหลือ 16 ในสัปดาห์ที่ 6 ระดับภูมิคุ้มกันในลูกสุกร จากฟาร์ม ข. ที่ตั้งในจังหวัดภาคเหนือตอนบนและกำลังเกิด โรค มีการลดระดับลงจาก 228 เมื่อแรกคลอดไปเป็น 143 และ 35 ในสัปดาห์ที่ 2 และ 3ตามลำดับ ลูกสุกรที่ได้รับวัคซีนเมื่ออายุได้ 3 สัปดาห์ ส่วนใหญ่มีระดับภูมิคุ้มโรค 97 หลังการทำ วัคซีน 1 สัปดาห์ แต่ยังคงมีสุกรจำนวนหนึ่งป่วย โดยพบระดับภูมิคุ้มโรคเหลือเพียง 8 การศึกษาทำให้ทราบว่าขนาดอายุที่เหมาะสมสำหรับการฉีดวัคซีนครั้งแรก เพื่อแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า น่าจะอยู่ภายในสัปดาห์ที่ 2 และการฉีดวัคซีนเมื่อแรกคลอดไม่ว่าลูกสุกรจะดูดกินนมน้ำเหลืองไปแล้วหรือไม่ ไม่ได้มีผลหักล้างหรือผลกระทบในทางลบต่อภูมิคุ้มโรคที่ได้รับจากแม่ ซึ่งเห็นได้จากในฟาร์ม ก. ระดับภูมิคุ้มกันของกลุ่มฉีดวีคซีนเทียบกับกลุ่มไม่ฉีดวัคซีน ศึกษาเมื่ออายุ 2 สัปดาห์เป็น 49 เทียบกับ 43 และเมื่ออายุ 4 สัปดาห์ได้เป็น 45 เทียบกับ 32
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
Complete Sequence Of Bovine C-Reactive Protein Complementary Dna, Meena Sarikaputi, Masami Morimatsu, Masayki Saito, Masaharu Naiki
Complete Sequence Of Bovine C-Reactive Protein Complementary Dna, Meena Sarikaputi, Masami Morimatsu, Masayki Saito, Masaharu Naiki
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Bovine CRP cDNA of 2.2 kb was isolated from bovine liver cDNA library by using the probe containing sequence homologous in human CRP and rabbit CRP. Restriction map of this cDNA showed only one site for each following restriction enzyme EcoRI, HindIII, PstI, Sacl and Xbal. DNA sequence analysis revealed that bovine CRP cDNA has 57 bp coded for signal peptide of 19 amino acid and 618 bp for mature protein of 206 amino acid residues. The first and the last amino acid residues of the mature protein, deduced from its DNA sequence was found to be glutamine and tryptophan, …
การผลิตตัวอ่อนสุกรด้วยวิธีการปฏิสนธินอกร่างกาย, มงคล เตชะกำพุ, วัญเพ็ญ ศรีอนันต์, จินดา สิงห์ลอ, วิชัย ทันตศุภารักษ์
การผลิตตัวอ่อนสุกรด้วยวิธีการปฏิสนธินอกร่างกาย, มงคล เตชะกำพุ, วัญเพ็ญ ศรีอนันต์, จินดา สิงห์ลอ, วิชัย ทันตศุภารักษ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาจำนวนโอโอไซต์ที่เก็บจากรังไข่แม่สุกรและสุกรสาว และศึกษาความเป็นไป ได้ของการปฏิสนธินอกร่างกายโดยใช้โอโอไซต์ที่เลี้ยงในนำยา TCM 199 + NaHCO3 เพื่อให้เกิด สภาวะพร้อมปฏิสนธินาน 40 ชม. และใช้ตัวอสุจิที่รีดได้จากพ่อพันธุ์ซึ่งผ่านขบวนการเปลี่ยน แปลงส่วนหัวและการเคลื่อนไหวในหลอดทดลองในน้ำยา TAP ที่ความเป็นกรดด่าง 7.2 นาน 4 ชม. เปรียบเทียบกับนำเชื้อชนิดเจือจางและชนิดไม่เจือจาง นำมาปฏิสนธิในน้ำยา TAP ที่มี PHE และ 10 ไมโครกรัม/มล ของ heparin ที่ความเป็นกรดด่าง 7.6 รวมกันนาน 18 ชม. ผลการศึกษาพบว่าจำนวนไอโอไซต์ที่เก็บจากรังไข่แม่สุกรมีค่าน้อยกว่าสุกรสาว (7.0 เทียบกับ 13.2 p<0.05) คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.4 โอโอไซต์ต่อรังไข่ ในส่วนของการปฏิสนธิพบว่า อัตราการแบ่งตัวอ่อนระยะ 2 เซลล์ และระยะ 4-8 เซลล์ มีค่าสูงเป็นนัยสำคัญ (p<0.05) เมื่อใช้ ตัวอสุจิชนิดเจือจางเทียบกับชนิดไม่เจือจาง 39% (81/208) เทียบกับ 15% (69/456) และ 25% (52/208) เทียบกับ 12% (54/456) ตามลำดับ การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าโอโอไซต์ ที่นำมาเลี้ยงในหลอดทดลองสามารถเกิดการปฏิสนธินอกร่างกาย และพัฒนาเป็นตัวอ่อนได้
ผลของเมททิลพาราไธออนต่อระดับเอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสในซีรั่มปลาดุก, วรา พานิชเกรียงไกร, อัจฉริยา ไศละสูต, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, อนุเทพ รังสีพิพัฒน์, ศิริวัฒน์ ทรวดทรง, พลกฤษณ์ อุ้ยตา, อุดม จันทร์ประไพภัทร
ผลของเมททิลพาราไธออนต่อระดับเอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสในซีรั่มปลาดุก, วรา พานิชเกรียงไกร, อัจฉริยา ไศละสูต, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, อนุเทพ รังสีพิพัฒน์, ศิริวัฒน์ ทรวดทรง, พลกฤษณ์ อุ้ยตา, อุดม จันทร์ประไพภัทร
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาความเป็นพิษของเมททิลพาราไธออน พบค่า LC50 96 hrs. เท่ากับ 38 ppm โดยมีค่า Sublethal concentration เท่ากับ 10 ppm. ผลของ Sublethal concentration ทำให้ระดับเอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสในซีรั่มปลาดุกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ตั้งแต่สัมผัสยาได้ 12 ชั่วโมง และลดลงตามลำดับจนสิ้นสุดการทดลองที่ 96 ชั่วโมง เปอร์เซนต์ของ เอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสลดลงเหลือ 8.06% ที่ 96 ชั่วโมง คิดเป็นเปอร์เซนต์การยับยั้งเอนไซม์ เท่ากับ 91.94%
โรคติดเชื้อ อีเซอร์ริเซีย โคลัย ในระบบหายใจไก่กระทง : ตอนที่ 4 ภูมิคุ้มกันโรคของวัคซีนเชื้อตาย อีเซอร์ริเซีย โคลัย, เกรียงศักดิ์ สายธนู
โรคติดเชื้อ อีเซอร์ริเซีย โคลัย ในระบบหายใจไก่กระทง : ตอนที่ 4 ภูมิคุ้มกันโรคของวัคซีนเชื้อตาย อีเซอร์ริเซีย โคลัย, เกรียงศักดิ์ สายธนู
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ทดลองฉีดวัคซีนซึ่งเตรียมจากเชื้อ E. coli ให้ไก่เนื้ออายุ 27 วัน ครั้งเดียวโดยการ ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เตรียมวัคซีนจากเชื้อ E. coli ซีโรทัยป์ O2, 08 และ 078 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ แยกได้จากไก่ที่เป็นโรคถุงลมอักเสบ โดยวัคซีนเป็นชนิดเชื้อตายฆ่าด้วยฟอร์มาลิน เตรียมเป็นวัคซีน 4 ชนิด คือ วัคซีนเดี่ยว (monovalent bacterin) เป็นวัคซีนที่เตรียมจาก O2, O8 และ O78 และวัคซีนชนิดรวม (trivalent bacterin) ซึ่งประกอบด้วย O2 รวมกับ O8 และ O78 หลังจาก ไก่ได้รับวัคซีนแล้ว 6, 13, 20, 26 และ 39 วัน ทำการตรวจหาระดับแอนติบอดีโดยวิธี microagglutination และความคุ้มโรค พบว่าระดับแอนติบอดีในไก่ที่ได้รับวัคซีนจะไม่เปลี่ยนแปลง และมีค่าไม่แตกต่างจากไก่กลุ่มเปรียบเทียบ วัคซีนทั้ง 4 ชนิดสามารถป้องกันโรคหลังจากฉีดเชื้อพิษ ทับด้วยเชื้อสายพันธุ์เดียวกันกับที่ใช้เตรียมวัคซีน โดยความคุ้มโรคนี้จะพบอยู่นานประมาณ 2 สัปดาห์ในวัคซีนเดี่ยว และ 1-2 สัปดาห์ในวัคซีนรวม ความคุ้มโรคที่เกิดขึ้นไม่มีความสัมพันธ์กับ ระดับแอนติบอดี
การแยกเชื้อไข้สมองอักเสบจากม้าในประเทศไทย, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, อารี ทรัพย์เจริญ, ทวีศักดิ์ ส่งเสริม, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
การแยกเชื้อไข้สมองอักเสบจากม้าในประเทศไทย, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, อารี ทรัพย์เจริญ, ทวีศักดิ์ ส่งเสริม, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ทำการแยกเชื้อไวรัสจากสมองม้าที่แสดงอาการทางประสาทและตายลง ย้อมตรวจพบ แอนติเจนโรคไข้สมองอักเสบโดยวิธี immunofluorescence จึงพยายามแยกเชื้อไวรัสโดยใช้สมอง ม้าบดฉีดเข้าลูกหนูดูดนมและเซลล์เพาะเลี้ยง พบลูกหนูแสดงอาการซึม บางรายมีอาการทางประสาท เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (CPE) หลังผ่านเชื้อในลูกหนูแล้ว การพิสูจน์เชื้อไวรัสทำโดยวิธี haemagglutination-haemagglutination inhibition (HA-HI test) a cross neutralization test ร่วมกับศึกษาคุณสมบัติของไวรัส จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าเชื้อไวรัสที่แยกได้เป็นเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบ
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.