Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Veterinary Medicine

Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 8701 - 8730 of 9760

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

อุบัติการและการรักษาไส้เลื่อนที่สะดือม้า, มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์, อติชาต พรหมาสา, ชนินทร์ กัลล์ประสิทธิ์ Sep 1989

อุบัติการและการรักษาไส้เลื่อนที่สะดือม้า, มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์, อติชาต พรหมาสา, ชนินทร์ กัลล์ประสิทธิ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การรักษาม้าที่มีไส้เลื่อนที่สะดือจำนวน 25 ตัว ที่ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างมกราคม พ.ศ. 2530 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2531 พบว่าม้าเพศเมียมีอัตราการมีวิการนี้สูงกว่าเพศผู้ คือพบเป็นเพศเมีย 16 ตัวและเพศผู้ 9 ตัว ถ้ามีอายุระหว่าง 4 เดือนถึง 16 1/2 เดือน พบม้าอายุน้อยกว่า 6 เดือน 2 ตัว ระหว่าง 6 ถึง 12 เดือน 19 ตัว และอายุมากกว่า 12 เดือน 4 ตัว ม้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ แสดงอาการไส้เลื่อนเมื่ออายุประมาณ 1 เดือน ม้ามีน้ำหนักระหว่าง 141-311 ก.ก. ขอบ ปากถุงไส้เลื่อนมีขนาดยาวระหว่าง 3 ถึง 8 ซ.ม. และกว้างระหว่าง 1.5 ถึง 2 ซ.ม. ม้าทุกตัวหายเป็นปกติภายหลังได้รับการรักษาทางศัลยกรรมโดยใช้ umbilical tape เย็บแบบ overlapping จากการศึกษาอายุของม้ากลุ่มนี้สรุปได้ว่าควรพิจารณารักษาไส้เลื่อนทางศัลยกรรมก่อนมาอายุเกิน 6 เดือน


ความไวของเชื้อ มัยโคพลาสม่า ไฮโอนิวโมนิอี ต่อยาปฏิชีวนะ, เกรียงศักดิ์ สายธนู, โสมทัต วงศ์สว่าง, เทอด เทศประทีป Sep 1989

ความไวของเชื้อ มัยโคพลาสม่า ไฮโอนิวโมนิอี ต่อยาปฏิชีวนะ, เกรียงศักดิ์ สายธนู, โสมทัต วงศ์สว่าง, เทอด เทศประทีป

The Thai Journal of Veterinary Medicine

จากการศึกษาความไวของเชื้อ มัยโคพลาสม่า ไฮโอนิวโมนอี จำนวน 20 เสตรน ซึ่งเป็นเชื้อที่แยกได้จากปอดบวมของสุกร จำนวน 19 เสตรน และ Strain J. พบว่าความ เข้มข้นต่ำสุดของยา มัยโนชัยคลิน, สมัยรามัยซิน, คิตาซามัยซิน, ไทโลซิน, สเปคติโนมัยซิน, ลินโคมัยซิน, อีริโทรมัยซิน, เตรัตตราซัยคลิน, และสเป็คติโนมัยซิน ∤ ลินโคมัยซิน (1 : 1) ต่อเชื้อที่ทดสอบทั้งหมดจะมีค่าเท่ากับ 0.5-8, 0.125-64, 0.5-16, 0.5-32, 0.5-4, 0.25-4, 4-64, 0.5-64 และ 0.25-2 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ เชื้อที่แยกได้ ส่วนใหญ่จะต้านต่อยาปฏิชีวนะ มากกว่า Strain J.


การศึกษาพยาธิภายนอกที่มีปีกของโคและกระบือในประเทศไทย, อาคม สังข์วรานนท์ Sep 1989

การศึกษาพยาธิภายนอกที่มีปีกของโคและกระบือในประเทศไทย, อาคม สังข์วรานนท์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

รายงานการศึกษาแมลงที่มีปีกที่พบบนตัวโค และกระบือจาก 23 จังหวัด ของประเทศไทย โดยการแยกชนิดของตัวอย่าง ปรสิตภายนอกซึ่งเก็บในช่วงระหว่างปี 2531 (1981-1988) พบว่าแมลงที่มีปีกทั้งหมดจัดอยู่ในจำพวก Dipterans 12 ชนิด ดังต่อไปนี้คือ : Culicoides Latreille (Diptera : Ceratopogenidae); Chrysops dispar Frabicisu, Haematopota pachycera Bigot, Tabanus megalops Walker, Tabanus rubidus Wiedemann, Tabanus rufiscutellatus Stekhoven and Tabanus striatus Frabicius (Diptera: Tabanidae); Musca domestica Linnaeus, Stomoxys calcitrans Geoffroy, Lyperosia Rondani Fannia Robineau - Desvoidy (Diptera : Muscidae); Hippobosca Linnaeus (Diptera : Hippoboscidae). ในการศึกษาครั้งนี้ยังได้รายงานเกี่ยวกับพื้นที่หรือจังหวัด ที่พบ และตำแหน่งของแมลงที่พบบนตัวสัตว์


การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนสุกร : ผลของระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อน และชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง, มงคล เตชะกำพุ, สุพจน์ อานันทนะสุวงศ์, สุพจน์ เลื่องยศลือชากุล, วัชรี ตันติวิวัฒนเสถียร, ชัยณรงค์ โลหชิต Sep 1989

การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนสุกร : ผลของระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อน และชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง, มงคล เตชะกำพุ, สุพจน์ อานันทนะสุวงศ์, สุพจน์ เลื่องยศลือชากุล, วัชรี ตันติวิวัฒนเสถียร, ชัยณรงค์ โลหชิต

The Thai Journal of Veterinary Medicine

เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของตัวอ่อนสุกร 5 ระยะคือ ระยะ 2 เซลล์ 4 เซลล์ มอรูล่า บลาสโตซิส และบลาสโตซิสที่ออกมาจากเปลือกหุ้มทั้งสิ้น 58 ตัวอ่อน ใน น้ำยาเพาะเลี้ยง เลี้ยง 2 ชนิดคือ HAM'S F 10 และ Modified Kreb's Ringer (M-KREB) โดยเพาะเลี้ยงที่อุณหภูมิ 37º ซ. ที่อิ่มตัวด้วยไอน้ำในสภาวะ 5% CO₂ ในอากาศ เป็นเวลา 24 และ 48 ชม. ผลการศึกษาพบว่าตัวอ่อนระยะมอรูล่าและบลาสโตซิสเจริญได้ดีกว่าตัวอ่อน ระยะอื่น ๆ และพบว่าน้ำยาชนิด M-KREB ให้ผลเพาะเลี้ยงดีกว่าน้ำยาชนิด HAM'S F-10 46.7% เทียบกับ 28.3% ที่ 24 ชม. 24 ชม. และ 43.3% เทียบกับ 0% ที่ 48 ชม. ผลการศึกษา ชี้ให้เห็นว่าการเจริญของตัวอ่อนนอกร่างกายสุกรขึ้นกับระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อนและชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยงที่ใช้


การเจริญเติบโตของเชื้อ พาสเตอเรลล่า มัลโตซิด้า ในอาหารเหลวชนิดต่าง ๆ, อารีรัตน์ ลออปักษา, สารี วิรุฬหผล, เกรียงศักดิ์ สายธนู, นวรัตน์ จารุจินดา, สันติ ถุงสุวรรณ Sep 1989

การเจริญเติบโตของเชื้อ พาสเตอเรลล่า มัลโตซิด้า ในอาหารเหลวชนิดต่าง ๆ, อารีรัตน์ ลออปักษา, สารี วิรุฬหผล, เกรียงศักดิ์ สายธนู, นวรัตน์ จารุจินดา, สันติ ถุงสุวรรณ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

เชื้อ พาสเดอเรลล่า มัลโตชิดา ซีโรทัยป์ 8 : A เมื่อนำมาทดลองเพาะเลี้ยงให้เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อ 8 ชนิด พบว่า เชื้อเจริญได้ดีที่สุดตามลำดับใน Brain heart infusion broth, Tryptic broth + 0.3% yeast extract และ Modified tryptic soy broth savavlu laun Tryptose broth, Tryptic soy broth as Tryptose-thiamine broth a Nutrient broth was Nutrient broth + 0.3% yeast extract จะให้จำนวนเชื้อต่ำสุด สภาวะที่เหมาะสม พบว่า บ่มที่ อุณหภูมิ 37º ช เป็นเวลา 18 ชม. การใช้ Fermentor หรือการเขย่าจะให้ผลดีกว่าแบบ อยู่นิ่ง จำนวนเชื้อที่มีชีวิตที่ได้มีค่าสูงสุดจาก Brain heart infusion broth มีค่า 2.25 X 10⁹ CFU/มล. ค่าความขุ่นเท่ากับ 1.8 ใช้ความยาวคลื่น 540 นาโนเมตร


Sarcocystis ในประเทศไทย Ii. อุบัติการของ Sarcoystis ในสุกร, มานพ ม่วงใหญ่ Jun 1989

Sarcocystis ในประเทศไทย Ii. อุบัติการของ Sarcoystis ในสุกร, มานพ ม่วงใหญ่

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การสำรวจหาพยาธิ Sarcocystis ในหลอดอาหารและกระบังลมของสุกรขุนที่ ส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ของกรุงเทพมหานคร เขตพระโขนง ซึ่งมาจากจังหวัดต่าง ๆ กันจำนวน ทั้งสิ้น 839 ตัวอย่าง ซึ่งในการตรวจนั้นทำโดยใช้วิธีย่อยระยะสั้นและการเขย่าอย่างแรง (vortex) พบ bradyzoites จากการย่อย หลอดอาหาร 5.25% (16/305) และ กระบังลม 11.86% (35/295) การเขย่าอย่างแรง พบ bradyzoite จากหลอดอาหาร 2.5% (2/80) และกระบังลม 6.29% (10/159) นำเนื้อกระบังลม 15 ตัวอย่าง และหลอดอาหาร 1 ตัวอย่างที่ตรวจพบ bradyzoite แล้วมาตรวจทางจุลพยาธิวิทยา พบชีสต 4 ตัวอย่างจากกระบังลม แหล่งที่พบมีการติดโรคมากที่สุดคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบจากการย่อยกระบังลม 19.77% (17/86)


Tissue Calture And Immunohistochemical Study Of Oviduct Tumor In A Dog, Achariya Sailasuta, Susuma Tateyama, Yuko Mutoh, Ryoji Yamaguchi, Dai Nozaka, Rimihiro Mastuyama Jun 1989

Tissue Calture And Immunohistochemical Study Of Oviduct Tumor In A Dog, Achariya Sailasuta, Susuma Tateyama, Yuko Mutoh, Ryoji Yamaguchi, Dai Nozaka, Rimihiro Mastuyama

The Thai Journal of Veterinary Medicine

The tissue culture and immunohistochemistry of an oviductal tumor in a dog were studied. In the primary tumor cell culture, various types of cell configuration were detected including large-polygonal, elliptical, large-spindle and small spindle with long cytoplasmic processes, as well as a distinct pavement-like growth pattern. With respect to their immunohistochemistry, the tumor cells were stained positively by antikeratin. These results indicate that the tumor can be classified as an epithelially derived tumor of the oviduct.


การศึกษาทางซีรั่มวิทยาของฝูงไก่ที่แสดงอาการไข่ลด, ช้องมาศ อันตรเสน, วีณา มุกดาสกุลภิบาล, บุญเลิศ อ่าวเจริญ, นิมิตร เชื้อเงิน, รัตนาภรณ์ แก้วพะเนาว์ Jun 1989

การศึกษาทางซีรั่มวิทยาของฝูงไก่ที่แสดงอาการไข่ลด, ช้องมาศ อันตรเสน, วีณา มุกดาสกุลภิบาล, บุญเลิศ อ่าวเจริญ, นิมิตร เชื้อเงิน, รัตนาภรณ์ แก้วพะเนาว์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ไก่ไข่ฝูงหนึ่งจากจังหวัดสตูล แสดงอาการอุจจาระเหลว และไข่ลด โดยลดลง 23-41% ของระดับปกติ เปลือกไข่นิ่มและเปลือกบาง จากการตรวจทางซีรั่มวิทยา พบภูมิคุ้มกันต่อโรคไข่ลด (EDS - 76) ที่ระดับซีรั่มเจือจาง 1 : 16 - 1 : 256 และพบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ Mycoplasma gallisepticum 34/49 (69.38%) ากการแยกเชื้อไวรัสไม่พบการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเซลล์ไตไก่


การศึกษาฤทธิ์ของยา Medetomidine ในนก, สิริชัย เฉิดฉันท์พิพัฒน์, กิตติ ทรัพย์ชูกุล, กฤษฎา พงศ์พิชญศิริ, มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์ Jun 1989

การศึกษาฤทธิ์ของยา Medetomidine ในนก, สิริชัย เฉิดฉันท์พิพัฒน์, กิตติ ทรัพย์ชูกุล, กฤษฎา พงศ์พิชญศิริ, มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การศึกษาฤทธิ์ของ medetomidine ในนกเขาชวาไม่จำกัดเพศ อายุ และ น้ำหนัก จำนวน 5 กลุ่ม ๆ ละ 15 ตัว ภายหลังฉีดยาเข้ากล้ามเนื้ออกขนาด 0.25, 0.5, 1.0, 2.0 และ 4.0 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. พบว่า medetomidine ขนาดที่ใช้มีฤทธิ์ทำให้นกเขาชวาซึม ยืนหลับตาท่าหน้าอกแตะพื้น แต่ไม่สามารถทำให้นกล้มนอนและไม่มีฤทธิ์ระงับปวด นกทุกตัวในแต่ละกลุ่มเริ่มแสดงอาการซึม ยืนหลับตาภายหลังได้รับยาแล้วนานเฉลี่ย 8.7±2.3, 7.9 ± 2.4, 7.9 ± 4.4, 7.5 ± 2.8 และ 8. + 2.6 นาที ตามลำดับ ซึ่งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > 0.05) ระยะเวลาหลับนานเฉลี่ย 301.4 ± 65.4, 326.3 ±54.1, 394.1 ± 41.3, 533.9 ± 73.7 และ 741.3 ± 88.1 นาที ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05) ยกเว้น ระหว่างกลุ่มที่ได้รับยา 0.25 และ 0.5 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ซึ่งไม่แตกต่างกัน ระยะ เวลาซึมนานขึ้นตามขนาดยาที่เพิ่มโดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) = 0.99 การเลือกใช้ขนาดของยาจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการให้นักซึม ยาขนาด 0.25 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับใช้กับนก สามารถทำให้นกหลับภายใน 9 นาที และหลับ เป็นเวลานานประมาณ 5 ชั่วโมง


Anthelmintic Activity Of Thiophanate Against Nematodes In Cattle And Buffalo Calves, Vichitr Sukhapesna Jun 1989

Anthelmintic Activity Of Thiophanate Against Nematodes In Cattle And Buffalo Calves, Vichitr Sukhapesna

The Thai Journal of Veterinary Medicine

The anthelmintic activity of a single oral dose of thiophanate at the rate of 50 mg/kg of body weight was determined by the Field trial method against nematodes in cattle and buffalo calves. In cattle calves, thiophanate at the rate of 50 mg/kg was highly effective (100 percent) in reducing Mecistocirrus digitatus eggs throughout the eight experimental weeks. The drug was also highly effective (90.4 to 100 percent) in reducing strongyloides papillosus, Bunostomum phlebotomum, Charbertia, Cooperia, Haemonchus, Oesophagostomum and Trichostrongylus eggs from the first to seventh week after treatment. In buffalo calves, thiophanate at the rate of 50 mg/kg. was …


โรคมงคล่อเทียมในเก้งหม้อ, กาญจน์ชัย แสนวงศ์, สุพจน์ เมธาภิวัฒน์, ประสิทธิ์ ธราวิจิตรกุล, บรรยง คันธวะ Jun 1989

โรคมงคล่อเทียมในเก้งหม้อ, กาญจน์ชัย แสนวงศ์, สุพจน์ เมธาภิวัฒน์, ประสิทธิ์ ธราวิจิตรกุล, บรรยง คันธวะ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

เก้งหม้อเพศเมีย อายุ 3 ปี ของสวนสัตว์เชียงใหม่ ตายขณะกำลังรับการรักษาแผลมีขนาดใหญ่ที่ต้นขาหลังซ้าย ก่อนตายแสดงอาการ ผอม หมดแรง นอนซึม เบื่ออาหาร จากการผ่าซาก พบฝีหนองจำนวนมาก กระจายทั่วไป ในตับ ม้าม ปอดและเต้านม ผลการตรวจเชื้อแบคทีเรียจากบริเวณดังกล่าวพบ Pseudomonas pseudomallei


Edema Disease-Like Brain Lesions In Gnotobiotic Piglets Infected With Escherichia Coli Serotype 0157:H7, David H. Francis, Rodney A. Moxley, Cecile Y. Andraos Apr 1989

Edema Disease-Like Brain Lesions In Gnotobiotic Piglets Infected With Escherichia Coli Serotype 0157:H7, David H. Francis, Rodney A. Moxley, Cecile Y. Andraos

School of Veterinary and Biomedical Sciences: Faculty Publications

Gnotobiotic piglets inoculated with Escherichia coli serotype 0157:H7 strains that produced Shiga-like toxin II developed brain lesions similar to those observed in edema disease of swine, including arteriolar necrosis and malacia. Loss of ability to produce Shiga-like toxin II resulted in loss of ability to cause brain lesions.


Impairment Of Melibiose Utilization In Streptococcus Mutans Serotype C Gtfa Mutants, Raul G. Barletta, Roy Curtiss Iii Mar 1989

Impairment Of Melibiose Utilization In Streptococcus Mutans Serotype C Gtfa Mutants, Raul G. Barletta, Roy Curtiss Iii

School of Veterinary and Biomedical Sciences: Faculty Publications

The Streptococcus mutans serotype c gtfA gene encodes a 55-kilodalton sucrose-hydrolyzing enzyme. Analysis of S. mutans gtfA mutants revealed that the mutant strains were specifically impaired in the ability to use melibiose as a sole carbon source. S. mutans gafA mutant strains synthesized less α-galactosidase activity inducible by raffinose than wild-type strains. Melibiose (an inducer in wild-type strains) failed to induce significant levels of a-galactosidase in the mutant strains. We hypothesize that melibiose use by . mutans requires the interaction of the GtfA enzyme, or another gene product under the control of the gtfA promoter, with other gene product(s) involved …


โรคกระเพาะอาหารอักเสบจากเชื้อราในลูกสุกร : รายงานสัตว์ป่วย, บุญมี สัญญสุจจารี, กรองทอง มโนทัยอุดม Mar 1989

โรคกระเพาะอาหารอักเสบจากเชื้อราในลูกสุกร : รายงานสัตว์ป่วย, บุญมี สัญญสุจจารี, กรองทอง มโนทัยอุดม

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ผลการตรวจซากสุกรป่วยที่มีอาการอาเจียนและท้องร่วงรายหนึ่งพบว่ารอยโรคที่ เห็นด้วยตาเปล่า รอยโรคที่เห็นจากกล้องจุลทรรศน์ และผลทางโลหิตวิทยา สนับสนุนการเป็น โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่เกิดจากเชื้อราที่มีลักษณะของโรค Mucormycosis พบแผลหลุม ขนาดใหญ่ในกระเพาะอาหารส่วน fundus และเมื่อตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์พบว่าภายใน แผลหลุมดังกล่าวมีเชื้อราที่มีลักษณะ Coarse, branching, non-septate hyphae มากมายซึ่งเชื้อราเหล่านี้ได้เข้าทำลายผนังเส้นเลือดในบริเวณแผลและทำให้เกิด thrombosis ด้วย ผลการตรวจทางโลหิตวิทยาพบสภาพ leukocytosis


ค่าโลหิตวิทยาบางประการในกระต่ายเลี้ยง, สมภพ นวีภาพ, อรวรรณ นวีภาพ Mar 1989

ค่าโลหิตวิทยาบางประการในกระต่ายเลี้ยง, สมภพ นวีภาพ, อรวรรณ นวีภาพ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

กระต่ายจำนวน 64 ตัว เพศผู้และเมียอย่างละเท่ากัน อายุระหว่าง 4 เดือน ถึง 2 ปี จากตลาดและผู้เลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานคร นำมาเจาะเลือดจากหัวใจโดยไม่ได้ ทำการสลบสัตว์ เพื่อศึกษาหาค่าโลหิตวิทยาได้ค่าเฉลี่ยต่าง ๆ ดังนี้ ค่าฮีมาโตคริต 36.13 ± 4.45% ค่าฮีโมโกลบิน 11.62 ± 1.50 กรัม จำนวนเม็ดเลือดแดง 5.89 ± 0.79 X 106 เม็ดต่อเลือดหนึ่ง ลบ.มม. จำนวนเม็ดเลือดขาว 10.36 ± 3.17 X 103 เม็ดต่อเลือดหนึ่ง ลบ.มม. จำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล 54.06 ± 9.47% ลิมโฟไซต์ 45.31 ± 9.82% โมโนไซต์ 0.25 ± 0.47% อีโอซิโนฟิล 0.41 ± 0.68% และเบโซฟิล 0.09 ± 0.29% โดยที่ค่าเหล่านี้ไม่มีความแตกต่างในระหว่างเพศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P > 0.05)


ผลของการผสมข้ามพันธุ์ต่อการผลิตกระต่าย Ii. การเจริญเติบโตของกระต่ายขุนหลังหย่านมถึงส่งตลาด, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สุวรรณา กิจภากรณ์ Mar 1989

ผลของการผสมข้ามพันธุ์ต่อการผลิตกระต่าย Ii. การเจริญเติบโตของกระต่ายขุนหลังหย่านมถึงส่งตลาด, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สุวรรณา กิจภากรณ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ศึกษาการเจริญเติบโตของกระต่ายขุนหลังหย่านมเมื่ออายุ 6 สัปดาห์ (10) ถึงส่งตลาดเมื่ออายุ 14 สัปดาห์ (W8) เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในกระต่ายจำนวน 110 ตัว เกิดจากแม่พันธุ์ 4 กลุ่มพันธุ์คือ นิวซีแลนด์ไวท์ (NZW) พื้นเมือง (N) ลูกผสมระหว่างนิวซีแลนด์ไวท์กับกระต่ายพื้นเมืองทั้ง 2 แบบ (NXNZW และ NZWXN) ผสมกับพ่อพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ พบว่ากลุ่มพันธุ์มีผลต่อน้ำหนักเริ่มต้น และส่งตลาด, น้ำหนักเพิ่มและอัตราการเจริญเติบโตหลังหย่านมของกระต่าย และประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (P < .05) แต่ไม่มีผลต่อ ปริมาณอาหารขึ้นที่กระต่ายกิน ส่วนเพศไม่มีผลต่อน้ำหนักและลักษณะการเจริญเติบโตหลังหย่านม และไม่พบปฏิกิริยาร่วมระหว่างกลุ่มพันธุ์กับเพศของกระต่าย กระต่ายที่มีน้ำหนักหย่านม มากจะโตกว่ากระต่ายที่มีน้ำหนักหย่านมน้อยกว่าเมื่อส่งตลาดอายุเท่ากัน (P < .01) กระต่าย 100% นิวซีแลนด์ไวท์มีน้ำหนักตัวเพิ่ม และอัตราการเจริญเติบโตต่อวันต่ำกว่ากระต่ายลูกผสม 50 และ 75% นิวซีแลนด์ไวท์ (P < .05) และมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารเป็น เนื้อต่ำกว่ากระต่าย 75% นิวซีแลนด์ไวท์แบบ NZWXNXNZW) (P < .05) เมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างกระต่าย 100 กับ 75% นิวซีแลนด์ไวท์ ปรากฏว่า กระต่ายขุน 75% นิวซีแลนด์ไวท์ มีน้ำหนักส่งตลาดมากกว่า กินอาหารน้อยกว่า แต่มีการเพิ่มน้ำหนักตัว และอัตราการเจริญ เติบโตสูงกว่าและประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อดีกว่ากระต่าย 100% นิวซีแลนด์ไวท์ (P < .05) ส่วนกระต่าย 50 และ 75% นิวซีแลนด์ไวท์ไม่แตกต่างกันในลักษณะการเจริญเติบโต และประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง กระต่าย 75% นิวซีแลนด์ไวท์ 2 กลุ่มคือ NZW X (NXNZW) และ NZW X (NZWXN) ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ยกเว้นน้ำหนักหย่านม ดังนั้นการผลิตกระต่ายขุนจะใช้ระดับของนิวซีแลนด์ไวท์ 50 หรือ 75% ก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสมของระบบการผลิต ถ้าใช้แม่พันธุ์ลูกผสม การผลิตกระต่ายขุน แบบ NZW X (NXNZW) มีแนวโน้มว่าจะมีประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารสูงสุด


ประสิทธิภาพของวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อเป็น : การฉีดวัคซีนหลังการระบาดของโรคกาฬโรคเป็ด, เกรียงศักดิ์ สายธนู, นิคม ชัยศริริ, โสมทัต วงศ์สว่าง, สุขใจ ผลอำไพสถิตย์, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, ทวีศักดิ์ อุตตมะธนากร, สันติ ถุงสุวรรณ Mar 1989

ประสิทธิภาพของวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อเป็น : การฉีดวัคซีนหลังการระบาดของโรคกาฬโรคเป็ด, เกรียงศักดิ์ สายธนู, นิคม ชัยศริริ, โสมทัต วงศ์สว่าง, สุขใจ ผลอำไพสถิตย์, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, ทวีศักดิ์ อุตตมะธนากร, สันติ ถุงสุวรรณ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ในระหว่างที่ทำการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนกาฬโรคเป็ด ได้เกิดการระบาด ของโรคกาฬโรคเป็ดขึ้น โดยการเกิดโรคเกิดหลังการทดลอง ในวันที่ 6 หลังการฉีดวัคซีน ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นวันที่เป็ดเริ่มตาย จึงได้แบ่งเป็ดที่ไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน และเลี้ยงรวมกันกับ เป็ดที่เป็นโรคออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีเป็ด 267 ตัว นำมาฉีดด้วยวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิด เชื้อเป็น ที่เหลือจำนวน 64 ตัว ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เป็ดทุกตัวเลี้ยงรวมกันในเจ้า ปรากฏ ว่าเป็นกลุ่มที่ฉีดวัคซีนจะตาย 54% ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนเลยตาย 97% จากข้อมูลทางระบาดวิทยาชี้ให้เห็นว่า สาเหตุของการระบาดเกิดจากวัคซีนเชื้อตายที่ฆ่าเชื้อไม่หมด ผลการ ศึกษาสรุปได้ว่าการใช้วัคซีนเชื้อเป็นหลังการระบาดของโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ จะป้องกันโรคได้บางส่วนเท่านั้น


Short Communication : ลักษณะผิดปกติเนื่องจากพยาธิไส้เดือน (Ascaris Suum) ในสุกร, พิพล สุขสายไทยชะนะ, บุญเลิศ อ่าวเจริญ, ปกรณ์ เอกปณิธานพงศ์, บุญมี ประเสริฐ, ทองสิน รอดกอง Mar 1989

Short Communication : ลักษณะผิดปกติเนื่องจากพยาธิไส้เดือน (Ascaris Suum) ในสุกร, พิพล สุขสายไทยชะนะ, บุญเลิศ อ่าวเจริญ, ปกรณ์ เอกปณิธานพงศ์, บุญมี ประเสริฐ, ทองสิน รอดกอง

The Thai Journal of Veterinary Medicine

สุกรพันธุ์ผสม อายุ 45 วัน จำนวน 3 ราย รายแรกแสดงอาการป่วย ซึม เบื่อ อาหาร อุจจาระเหลวสีเหลืองเป็นน้ำ แล้วตาย อัตราป่วยและตาย 13.04% (3/23) ผลการชันสูตรซากพบกระเพาะอาหารเกิดการทะลุและมีพยาธิไส้เดือนจำนวน 2 ตัวร่วมอยู่ สุกรรายที่ 2 แสดงอาการผอม เบื่ออาหาร ซีด มีอาการดีซ่านและตาย อัตราป่วยและตาย 3.33% (1/30) ผลการตรวจซากพบพยาธิไส้เดือนอุดตันอยู่ภายในท่อน้ำดี สุกรรายที่สามป่วยโดยถ่ายอุจจาระมีเลือดปนออกมาแล้วตาย อัตราป่วย 100% (20/20) และอัตราตาย 30% (6/20) ตรวจซากพบพยาธิไส้เดือนจำนวนมากอุดตันภายในลำไส้เล็ก


Acceptance Of Simulated Oral Rabies Vaccine Baits By Urban Raccoons, John Hadidian, Suzanne R. Jenkins, David H. Johnston, Peter J. Savarie, Victor F. Nettles, David M. Manski, George M. Baer Jan 1989

Acceptance Of Simulated Oral Rabies Vaccine Baits By Urban Raccoons, John Hadidian, Suzanne R. Jenkins, David H. Johnston, Peter J. Savarie, Victor F. Nettles, David M. Manski, George M. Baer

Veterinary Science and Medicine Collection

In summer 1986, a study was conducted to evaluate raccoon (Procyon lotor) acceptance of oral baits that could be used for rabies vaccination, One thousand wax-coated sponge bait cubes were filled with 5 mg of a seromarker (iophenoxic acid), placed in polyethylene bags, and hand-distributed in an 80 ha area within an urban National Park in Washington, D.C. (USA), After 3 wk, target and nontarget animals were trapped and blood samples collected to evaluate bait uptake. Thirty-three of 52 (63%) raccoons had elevated blood iodine levels indicating they had eaten at least one bait, 13 (25%) were negative, and six …


Conversations With Veterinary Students: Attitudes, Ethics, And Animals, Harold A. Herzog, Tamara L. Vore, John C. New Jr. Jan 1989

Conversations With Veterinary Students: Attitudes, Ethics, And Animals, Harold A. Herzog, Tamara L. Vore, John C. New Jr.

Attitudes Towards Animals Collection

Interviews were conducted with 24 graduating veterinary students to examine (a) changes in their attitudes toward animals; (b) the types of experiences and procedures that they found personally distressing; (c) their perceptions of the most important ethical issues that they will face in private practice; and (d) their responses to euthanizing animals. Students’ responses differed considerably. For example, about half of the students claimed that they were not affected by euthanasia, but another 25% still were struggling with this aspect of their professional role. Rationalization was a common mechanism by which the students attempted to deal with stressful experiences. It …


The Sandplain Lupin : Its Nutritional Value And Grazing Management, P W. Morcombe Jan 1989

The Sandplain Lupin : Its Nutritional Value And Grazing Management, P W. Morcombe

Journal of the Department of Agriculture, Western Australia, Series 4

The sandplain lupin or Western Australian blue lupin (Lupinus cosentinii) was introduced to the West Midlands at the turn of the last century. Since that time it has been used as a self-regenerating summer forage for sheep and cattle.

Being deep rooted, it has adapted well to the sandy soils from Perth to Northampton, and plantings now cover more than 100,000 ha.

As few other improved pasture species will persist on these deep sands the sandplain lupin provides an important source of summer feed for grazing livestock. A stand can be grazed throughout summer at stocking rates of 10 to …


Choosing A Calcium Supplement For Sheep Fed Cereal Grains, R L. Peet, Michael Hare Jan 1989

Choosing A Calcium Supplement For Sheep Fed Cereal Grains, R L. Peet, Michael Hare

Journal of the Department of Agriculture, Western Australia, Series 4

Sheep fed cereal grains as an energy source over summer usually need added calcium because cereal grains are generally low in calcium (for example, 0.03 per cent calcium compared to 0.26 per cent phosphorus), and there may not be a natural source such as clover, weeds, leafy stubble or edible bush in the paddock.

The safestt and most effective calcium supplement is finely ground limestone added to the feed, but some farmers have used other sources of calcium such as gypsum and superphosphate in this manner.


Evaluation Of The Crack Approach For The Control Of Drench Resistance In Sheep Worms, J R. Edwards, Helen Chapman, Jon Dunsmore Jan 1989

Evaluation Of The Crack Approach For The Control Of Drench Resistance In Sheep Worms, J R. Edwards, Helen Chapman, Jon Dunsmore

Journal of the Department of Agriculture, Western Australia, Series 4

The Department of Agriculture launched the CRACK approach to worm control in September 1985 in response to finding that anthelmintic (drench) resistant worms were present on 68 per cent of a random selection of Western Australian sheep farms.

The high cost of internal parasites in terms of lost production and drench costs, together with the high prevalence of resistant worms of farms, confirmed that changes were needed to existing parasite control measures in sheep.l


Cenobium 1989, Louisiana State University And Agricultural And Mechanical College, School Of Veterinary Medicine, Laura Freeman Jan 1989

Cenobium 1989, Louisiana State University And Agricultural And Mechanical College, School Of Veterinary Medicine, Laura Freeman

Cenobium Yearbook

Cenobium began publication in 1977 and continued through 1990. Produced by students, the yearbooks are a chronicle of the daily life and the special events experienced by veterinary students at the LSU School of Veterinary Medicine.


Weighing Scales For Sheep Do Pay, W D. Roberts Jan 1989

Weighing Scales For Sheep Do Pay, W D. Roberts

Journal of the Department of Agriculture, Western Australia, Series 4

Sheep producers can improve production by using weighing scales and keeping accurate records of weights.

Withiut some objective measurement, such as weighing, producers have no accurate method of identifying the heaviest, lightest and average weight of a group of sheep.

They could try to esstimate weight by eye - but most people are poor judges of body weight.


Effects Of Methylxanthines On Newborn Rat Respiration, Craig Gatto Jan 1989

Effects Of Methylxanthines On Newborn Rat Respiration, Craig Gatto

Masters Theses

Methylxanthines (MX), such as theophylline, are commonly used in the treatment of recurrent apnea due to their stimulant effects on the respiratory center. Structure-activity studies have demonstrated that substitution of alkyl groups on the 3-position of the xanthine nucleus results in increased bronchodilator potency, while substitution on the 1-position is important for adenosine antagonism and CNS stimulation. Three different alkylxanthines were studied to determine the structural requirements for respiratory stimulation. Respiratory rates and volumes were determined in 4- to 7-day-old rats using a volume displacement body plethysmograph. Measurements were made before and at 5 minute intervals after subcutaneous (s.c.) injection …


การศึกษาระดับของทองแดง สังกะสี และซีลีเนียม ในเซรุ่มของโคนม พืชอาหาร อาหารข้น และดินที่มวกเหล็ก, อายุส พิชัยชาญณรงค์, ประภา ลอยเพ็ชร, ณรงศ์ศักดิ์ ชัยบุตร, พิภพ จาริกภากร, ธเนศร ทิพยรักษ์, นพคุณ สวนประเสริฐ, สุทัศน์ เจริญขวัญ, สมชาย ผลดีนานา, ศิริเพ็ญ โกมลวานิช, ภานุมาศ เจริญเนติศาสตร์ Dec 1988

การศึกษาระดับของทองแดง สังกะสี และซีลีเนียม ในเซรุ่มของโคนม พืชอาหาร อาหารข้น และดินที่มวกเหล็ก, อายุส พิชัยชาญณรงค์, ประภา ลอยเพ็ชร, ณรงศ์ศักดิ์ ชัยบุตร, พิภพ จาริกภากร, ธเนศร ทิพยรักษ์, นพคุณ สวนประเสริฐ, สุทัศน์ เจริญขวัญ, สมชาย ผลดีนานา, ศิริเพ็ญ โกมลวานิช, ภานุมาศ เจริญเนติศาสตร์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ค่าเฉลี่ยและเบี่ยงเบนของทองแดงในเซรุ่มโคนมลูกผสม 40 ตัว เท่ากับ 0.70 ± 0.15 ppm ระดับของธาตุนี้แตกต่างกันตามอายุ เพศ การให้นม และฤดูกาล สำหรับสังกะสี มีอยู่ 1.38 ± 0.39 ppm และเปลี่ยนแปลงตามภาวะต่าง ๆ เช่น ทองแดง ส่วนซีลีเนียม อยู่ในระดับ 0.13 ± 0.03 ppm ระดับของธาตุชนิดหลังนี้ค่อนข้างคงที่


ผลของการผสมพันุ์ต่อการผลิตกระต่าย Ii. ลักษณะการสืบพันธุ์และการให้ผลผลิตของแม่กระต่าย, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สุวรรณา กิจภากรณ์ Dec 1988

ผลของการผสมพันุ์ต่อการผลิตกระต่าย Ii. ลักษณะการสืบพันธุ์และการให้ผลผลิตของแม่กระต่าย, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สุวรรณา กิจภากรณ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ศึกษาลักษณะด้านการสืบพันธุ์ และการให้ผลผลิตของแม่กระต่าย 4 กลุ่มพันธุ์คือ นิวซีแลนด์ไวท์ (NZW) กระต่ายพื้นเมืองไทย (N) และกระต่ายลูกผสมระหว่าง พันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์กับพื้นเมืองทั้ง 2 แบบ จำนวนกลุ่มพันธุ์ละ 10 แม่ พบว่าแม่กระต่าย NZW ให้จำนวนลูกเกิดครอกแรกน้อยกว่าแม่พันธุ์ NZWXN และ N แม่พันธุ์ NZW อุ้มท้องนานกว่าแม่พันธุ์ N.80 วัน (P < .05) ให้จำนวนลูกต่อครอก ในครอกแรกน้อยกว่า 2.20 ตัว และน้ำหนักลูกทั้งครอก เมื่อเกิดน้อยกว่าแม่พันธุ์ N 81 กรัม (P < .05) และจากการศึกษาต่อไปถึงการให้ผลผลิตทั้งหมด เมื่อแม่กระต่ายมีอายุ 1 ปี ปรากฏว่า แม่กระต่ายพันธุ์ NZW รับการผสมมาก ครั้งแต่มีอัตราการผสมติดต่ำกว่า (P < .05) แม่กระต่ายอีก 3 กลุ่มพันธุ์ กลุ่มพันธุ์ โดยให้จำนวน ครอกที่ให้ลูกได้เท่ากัน ซึ่งบ่งชี้ถึงปัญหาการผสมติดยากของแม่พันธุ์ NZW เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกระต่ายพันธุ์แท้ด้วยกัน แม่พันธุ์ NZW ต้องรับการผสมมากกว่าแม่พันธุ์ N 1.20 ครั้ง (P < .05) จึงจะให้ลูกได้จำนวนครอกเท่ากัน และมีอัตราการผสมติดน้อยกว่าแม่พันธุ์ N 30.50% (P < .05) ไม่พบความแตกต่างใด ๆ ระหว่างการให้ผลผลิตของแม่กระต่ายลูกผสม 2 แบบ จากการเปรียบเทียบระหว่างแม่กระต่ายพันธุ์แท้กับลูกผสม พบว่ากระต่ายลูกผสมมีประสิทธิภาพด้านการสืบพันธุ์ซึ่งวัดจากจำนวนครั้งที่รับการผสมและอัตราการผสมติดเหนือกว่ากระต่ายพันธุ์แท้ (P < .05) และมีค่า heterosis ของลักษณะทั้งสองเป็น -26.69 และ 33.02% ตามลำดับ


Sarcocystis ในประเทศไทย I. อุบัติการของ Sarcoystis ในโคและกระบือ, มานพ ม่วงใหญ่, ธงชัย เฉลิมชัยกิจ Dec 1988

Sarcocystis ในประเทศไทย I. อุบัติการของ Sarcoystis ในโคและกระบือ, มานพ ม่วงใหญ่, ธงชัย เฉลิมชัยกิจ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การสารวจพยาธิ Sarcocystis ในหลอดอาหารของโคและกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ ขององค์การอาหารสำเร็จรูป และโรงฆ่าสัตว์ของบริษัทสหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด เขตพระโขนง รวมทั้ง 2 แห่งเป็นโค 328 ตัว กระบือ 211 ตัว ซึ่งในการตรวจใช้วิธีดูด้วยตาเปล่า ตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอและโดยการย่อย ในโคพบ Sarcocyst เมื่อ ดูด้วยตาเปล่า 2 ตัวอย่าง (0.61%) โดยการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ 57 ตัวอย่าง (17.38%) จากการย่อย 326 ตัวอย่าง ตัวอย่าง (99.39%) และจากการศึกษาทางจุลพยาธิวิทยาพบ S. cruzi มากกว่า S. hirsuta และ S. hominis ในกระบือพบซีสต์ขนาดใหญ่ (macrocyst) ซึ่งเป็นซีสต์ของ S. fustiformis เมื่อดูด้วยตาเปล่า 81 ตัวอย่าง (38.39%) โดยการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอพบซีสต์ขนาดเล็ก (microcyst) ซึ่งเป็นซีสต์ของ S. Levinet 77 ตัวอย่าง (36.49%) และตรวจพบโดยการย่อยในทุกตัวอย่าง (100%) จะเห็นได้ว่าการติดพยาธิ Sarcocyst ในประเทศไทยมีอัตราสูงที่สุดทั้งในโคและกระบือ


ปรากฎการณ์การดื้อยาของเชื้อ Escherichia Coli ที่แยกจากไก่เนื้อ, พิณทิพย์ น้อมไสว, มาลิน จุลศิริ, อรษา สุตเธียรกุล Dec 1988

ปรากฎการณ์การดื้อยาของเชื้อ Escherichia Coli ที่แยกจากไก่เนื้อ, พิณทิพย์ น้อมไสว, มาลิน จุลศิริ, อรษา สุตเธียรกุล

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การศึกษากระทำในเชื้อ Escherichia coli ที่แยกจากไก่ฟาร์ม 5 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ภายหลังวิเคราะห์ดูการดื้อยาของเชื้อเหล่านี้ ต่อยา ampicillin, chloramphenicol, colistin, cotrimoxazole, neomycin และ tetracycline พบว่ามีเชื้อ E. coli ที่แยกจากลูกไก่และไก่กระทงดื้อยาสูงถึง 91.2% (343/376 isolates) และ 97.3% (322/331 isolates) ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่จะดื้อยา tetracycline เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษา จึงได้ทำการทดสอบดูปรากฏการณ์ การดื้อของเชื้อ E. coli ที่แยกจากคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผลที่ได้เปิดเผยว่า 43.2% (19/44 isolates) และ 82.1% (55/67 isolates) ของเชื้อดังกล่าวที่แยกจากเด็กและผู้ใหญ่ ตามลำดับดื้อยา และการดื้อต่อ tetracycline ก็พบมากที่สุดเช่นกัน เมื่อนำเชื้อดื้อยาบางตัวอย่างที่สุ่มมาเพื่อตรวจสอบทางน้ำเหลืองวิทยาหาเชื้อที่ อาจก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารของคน ผลปรากฏว่าเชื้อ 200 ตัวอย่างที่เลือกมา ได้พบ 2 ตัวอย่าง (1%) ที่มี serotype 020a 20b:K84 ของกลุ่ม enteropathogenic E. coli (EPEC)