ข้อพิจารณาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Considerations For The Processing Of Customer Personal Data In Commercial Banking Business Under The Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019)),
2026
Chulalongkorn University
ข้อพิจารณาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Considerations For The Processing Of Customer Personal Data In Commercial Banking Business Under The Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019)), Pawat Pabhawattawan
Chulalongkorn University Law Journal
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เป็นธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นจำนวนมาก โดยภายหลังจากที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) มีผลใช้บังคับโดยสมบูรณ์ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการกำหนดมาตรการและนโยบายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน เนื่องจากการตีความตาม PDPA รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่มีคำพิพากษาของศาลที่ครอบคลุมในทุกประเด็นเป็นบรรทัดฐาน จึงทำให้ในทางปฏิบัติแล้วอาจเกิดปัญหาในการตีความและใช้ PDPA รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ได้ ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงจะหยิบยกและนำเสนอข้อพิจารณาหรือประเด็นที่น่าสนใจในเชิงปฏิบัติของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล) ของลูกค้าในธุรกิจของธนาคารพาณิชย์โดยพิจารณาตามฐานการประมวลผลข้อมูลตามกฎหมายของ PDPA ที่ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า ประเด็นที่จะนำเสนอในบทความนี้อาจถูกนำไปใช้พัฒนาและต่อยอดในการกำหนดแนวปฏิบัติหรือมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าโดยธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ลูกค้าได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอย่างเต็มที่ หรือป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
การกำหนดนับอายุความหมิ่นประมาทออนไลน์: ศึกษาหลัก Single Publication Rule (Limitation Periods For Online Defamation: A Study Of The Single Publication Rule),
2026
Chulalongkorn University
การกำหนดนับอายุความหมิ่นประมาทออนไลน์: ศึกษาหลัก Single Publication Rule (Limitation Periods For Online Defamation: A Study Of The Single Publication Rule), Warut Songsujaritkul
Chulalongkorn University Law Journal
การเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อออนไลน์มีลักษณะคงอยู่อย่างถาวรและสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา เมื่อข้อความอันอาจเป็นการหมิ่นประมาทถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ปัญหาทางกฎหมายจึงเกิดขึ้นว่าควรเริ่มนับอายุความเมื่อใด เนื่องจากภายใต้หลักการเผยแพร่หลายครั้ง (Multiple Publication Rule) การเข้าถึงเนื้อหาแต่ละครั้งอาจถูกตีความว่าเป็นการกระทำความผิดใหม่ ส่งผลให้อายุความถูกขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ผู้เผยแพร่ต้องเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างไม่มีกำหนด อันก่อให้เกิดผลกระทบเชิงยับยั้ง (chilling effect) ต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเกิดความไม่สมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับสิทธิในชื่อเสียงของบุคคล บทความวิจัยนี้ศึกษาวิเคราะห์มิติปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการกำหนดจุดเริ่มต้นการนับอายุความของความผิดฐานหมิ่นประมาทที่กระทำผ่านสื่อออนไลน์ โดยมีขอบเขตการศึกษาครอบคลุมถึงแนวคิดว่าด้วยการสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการคุ้มครองชื่อเสียง การตรวจสอบหลักเกณฑ์การนับอายุความตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย และการศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการ บรรทัดฐานคำพิพากษา และบทบัญญัติทางกฎหมายของประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาที่นำหลัก Single Publication Rule มาปรับใช้ ผลการศึกษาพบว่า การปรับใช้หลักการนับอายุความแบบเดิมที่ถือว่าการเผยแพร่ซ้ำแต่ละครั้งเป็นความผิดใหม่ไม่สอดคล้องกับลักษณะของสื่อออนไลน์ และก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้เผยแพร่ จึงควรนำหลัก Single Publication Rule มาใช้ โดยถือว่าการเผยแพร่เนื้อหาที่มีสาระสำคัญเดียวกันเป็นการกระทำเพียงครั้งเดียวและเริ่มนับอายุความนับแต่วันที่เผยแพร่ครั้งแรก เว้นแต่การเผยแพร่ครั้งหลังจะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจึงจะถือเป็นการเผยแพร่ใหม่ อย่างไรก็ดี การนำหลักดังกล่าวมาใช้ควรกำหนดรายละเอียดและกลไกทางกฎหมายเพิ่มเติม อาทิ การให้ดุลพินิจแก่ศาลในการขยายอายุความ การกำหนดขอบเขตระยะเวลาและการนับอายุความจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรกให้ชัดเจน ตลอดจนมาตรการที่ใช้บังคับกับคลังข้อมูล แพลตฟอร์ม และผู้เผยแพร่ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับสิทธิในชื่อเสียง ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมดิจิทัล
ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเขตทางทะเลในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทยระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาในบริบทของแนวคำวินิจฉัยศาลและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (Some Observations Concerning The Method Of Maritime Delimitation In The Overlapping Claims Area In The Gulf Of Thailand Between Thailand And Cambodia In Light Of International Jurisprudence), Intouch Siriwallop
Chulalongkorn University Law Journal
บทความนี้ชี้ให้เห็นประเด็นและวิเคราะห์ข้อพิจารณาทางกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเขตทางทะเลในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทยระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา โดยอาศัยแนวคำวินิจฉัยของศาลและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเป็นกรอบหลักในการวิเคราะห์และปรับใช้กับกรณีระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเพื่อสร้างความชัดเจนในรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเขตทางทะเลในกรณีดังกล่าว บทความนี้เริ่มต้นด้วยการนำเสนอความเป็นมาของพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการกล่าวอ้างเขตทางทะเลของแต่ละฝ่ายที่แตกต่างกัน จากนั้นจึงอภิปรายกรอบทางกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลในภาพรวม แล้วจึงวิเคราะห์ข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลดังกล่าวระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากความซับซ้อนของการพิจารณาประเด็นทั้งหมดเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา บทความนี้จึงเลือกวิเคราะห์เฉพาะบางประเด็นที่น่าสนใจและโดดเด่น ซึ่งปรากฏคำวินิจฉัยของศาลและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ได้ ได้แก่ สนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ว่าเป็นความตกลงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลหรือไม่ สภาพภูมิศาสตร์ของชายฝั่งไทยกับกัมพูชาซึ่งประชิดกันกับการลากเส้นแบ่งครึ่งมุมระหว่างเส้นฐานตรงตามที่ประเทศไทยกล่าวอ้าง อธิปไตยทางประวัติศาสตร์ การทำประมง น้ำหนักของภูมิสัณฐานประเภทเกาะต่าง ๆ ในอ่าวไทย และการนับชายฝั่งที่เกี่ยวข้องสำหรับการพิจารณาความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างระยะทางแนวชายฝั่งที่เกี่ยวข้องและการพิจารณาความได้สัดส่วนระหว่างชายฝั่งที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-Custodial Measures) ในประเทศไทย: กรณีการปล่อยชั่วคราวและการควบคุมตัวในชุมชน (Development Of Non-Custodial Measures In Thailand: Provisional Release And Community-Based Supervision Of Offenders),
2026
Chulalongkorn University
การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-Custodial Measures) ในประเทศไทย: กรณีการปล่อยชั่วคราวและการควบคุมตัวในชุมชน (Development Of Non-Custodial Measures In Thailand: Provisional Release And Community-Based Supervision Of Offenders), Thitinant Tengaumnuay
Chulalongkorn University Law Journal
การใช้มาตรการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดเกินกว่าความจำเป็นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ตลอดจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ปัญหาความแออัดในเรือนจำและยังมีข้อจำกัดในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด แนวคิดเกี่ยวกับมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดแทนการควบคุมตัว (Non-custodial Measures) จึงมีความสำคัญในฐานะแนวทางที่มุ่งลดการใช้การควบคุมตัวและการจำคุกที่ไม่จำเป็นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งยังสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยมาตรการไม่ควบคุมตัว หรือ ข้อกำหนดโตเกียว (Tokyo Rules) บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาการพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดแทนการควบคุมตัวในกฎหมายไทยในสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี และ มาตรการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดในสังคม โดยศึกษาหลักเกณฑ์ตามกฎหมายไทยประกอบกับการศึกษาเปรียบเทียบกรอบกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ และประเทศออสเตรเลีย เพื่อนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนามาตรการของประเทศไทย
แนวทางการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์สตรีและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในบริบทของประเทศไทย (The Protection Of Reproductive Health Rights Of Women And Lgbtqian+ Persons In The Context Of Thailand),
2026
Chulalongkorn University
แนวทางการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์สตรีและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในบริบทของประเทศไทย (The Protection Of Reproductive Health Rights Of Women And Lgbtqian+ Persons In The Context Of Thailand), Chattrika Napatanapong, Nichakorn Khonthong
Chulalongkorn University Law Journal
บทความนี้มุ่งศึกษาถึงการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศในบริบทประเทศไทย ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) หลักการยอกยาการ์ตา และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 5 ซึ่งต่างยืนยันถึงสิทธิในการเข้าถึงสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์อย่างเสมอภาคและปราศจากการเลือกปฏิบัติ จากการศึกษาพบว่า แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในเชิงกฎหมายและนโยบาย แต่ยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญ อาทิ อคติจากผู้ให้บริการ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล การศึกษาวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาพัฒนาการและปัญหาทางกฎหมายและนโยบายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น การยุติการตั้งครรภ์ การขยายสิทธิประโยชน์ด้านการคุมกำเนิด การบริการอนามัยเจริญพันธุ์ รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงบริการยาฮอร์โมนและการยืนยันเพศสภาพ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ในสหราชอาณาจักร เยอรมนี และอินเดีย อันเป็นตัวอย่างการพัฒนากลไกกฎหมายและนโยบายที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างระบบบริการที่เป็นมิตร เพื่อยกระดับกลไกทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะของไทยให้สามารถส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์เกิดขึ้นจริง ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ต่อไป
ขอบเขตความรับผิดของกรรมการตรวจสอบภายหลังพ้นตำแหน่ง: วิเคราะห์ภายใต้กฎหมายบริษัทมหาชนและกฎหมายหลักทรัพย์ (The Scope Of Post-Tenure Liability Of Audit Committee Members: An Analysis Under The Thai Public Limited Companies Act And Securities Law),
2026
Chulalongkorn University
ขอบเขตความรับผิดของกรรมการตรวจสอบภายหลังพ้นตำแหน่ง: วิเคราะห์ภายใต้กฎหมายบริษัทมหาชนและกฎหมายหลักทรัพย์ (The Scope Of Post-Tenure Liability Of Audit Committee Members: An Analysis Under The Thai Public Limited Companies Act And Securities Law), Noppadon Pakonnimiddee
Chulalongkorn University Law Journal
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขอบเขตความรับผิดทางกฎหมายของกรรมการตรวจสอบในบริษัทจดทะเบียนของไทย โดยครอบคลุมทั้งความรับผิดทางแพ่งและความรับผิดทางอาญา ทั้งในช่วงระหว่างดำรงตำแหน่งและภายหลังพ้นจากตำแหน่ง โดยมุ่งวิเคราะห์ฐานความรับผิดภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ตลอดจนหลักกฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดของกรรมการบริษัท งานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์ (doctrinal research) โดยพิจารณาบทบัญญัติกฎหมาย แนวคำพิพากษา และหลักเกณฑ์กำกับดูแลกิจการที่ดี ผลการศึกษาพบว่า กรรมการตรวจสอบอาจต้องรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา หากการกระทำหรือการละเลยต่อหน้าที่ในระหว่างดำรงตำแหน่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือบุคคล ภายนอก โดยความรับผิดดังกล่าวมิได้สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติเมื่อพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ความรับผิดทางแพ่งอาจเกิดจากการฝ่าฝืนหน้าที่ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนความรับผิดทางอาญาอาจเกิดขึ้นในกรณีที่มีการกระทำอันเป็นความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรต้องแจ้ง อย่างไรก็ดี กฎหมายไทยยังขาดบทบัญญัติที่กำหนดขอบเขตความรับผิดของกรรมการตรวจสอบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีภายหลังพ้นตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมาย บทความวิจัยนี้เสนอให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตและระยะเวลาความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาของกรรมการตรวจสอบ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการใช้ดุลพินิจและกลไกคุ้มครองกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุนและการส่งเสริมธรรมาภิบาลในบริษัทจดทะเบียน
การแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อรื้อถอนอุปสรรคในการร่วมกันเพื่อพัฒนาเงื่อนไขการทำงานของผู้ทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มแรงงานดิจิตัล (The Amendment Of The Trade Competition Act B.E. 2560 To Dismantle Obstacles To Coordination With Purpose Of Improving The Working Conditions Of Persons Working Through Digital Labour Platforms), Kansak Bejrananda
Chulalongkorn University Law Journal
วิจัยฉบับนี้พบว่า บทบัญญัติของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เป็นอุปสรรคต่อการร่วมกันเพื่อพัฒนาเงื่อนไขการทำงานของผู้ทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มแรงงานดิจิตัล จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อเป็นการรื้อถอนอุปสรรคดังกล่าว โดยการเพิ่มเติมมาตรา 56/1 อันเป็นบทบัญญัติที่ยกเว้นการบังคับใช้มาตรา 54 และ 55 ให้แก่การร่วมกันอันมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเงื่อนไขการทำงานของผู้ทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มแรงงานดิจิตัล
บทวิเคราะห์คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ: อิทธิพลของวาทกรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศแบบอาณานิคมในความเห็นเชิงแนะนำของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรณีซาฮาราตะวันตก (ปี 1975) (Case Analysis: The Influence Of Colonial International Legal Discourse In Icj’S Advisory Opinion On Western Sahara (1975)), Naphat Priaoprasit
Chulalongkorn University Law Journal
ไม่มี
Las Voces Olvidadas Del Territorio: Infancias Mayas Ante El Conflicto Socioambiental En Ixil,
2026
Independent resercher
Las Voces Olvidadas Del Territorio: Infancias Mayas Ante El Conflicto Socioambiental En Ixil, Cielo María Ávila López, Myriam Montserrat Baca Canché, José Israel Herrera
Journal of Maya Heritage
Resumen: En la península de Yucatán, en el sureste de México, la comunidad maya de Ixil resiste ante los diversos intentos de implementación de megaproyectos en su territorio. En el marco de estas disputas territoriales, las voces de las infancias adquieren un matiz clave en el análisis de las dinámicas de desterritorialización y las respuestas de resistencia que devienen del contexto del conflicto socioambiental. Es así como, a partir de la ecología política y metodologías que favorecen el acercamiento a las voces de las infancias, emergieron los significados construidos en torno a dichos sucesos, lo que reveló que más allá …
Piracy, Terrorism, And The Law: Differential Equations In Hostage Situations,
2026
Faculty of Law, Ono Academic College
Piracy, Terrorism, And The Law: Differential Equations In Hostage Situations, Gabriel Hallevy
Journal of Humanistic Mathematics
Pirates have taken the crew of an American ship hostage. They promise to release the hostages only if another pirate who is held in an American prison for commission of piracy crimes against American citizens, is released. Should the U.S. government enter into negotiations with them? Should they send armed forces and risk the hostages? Should they release the prisoner immediately and unconditionally? The article models and analyzes possible policies regarding sensitive situations involving hostages and other related risks using differential equations. The solutions are surprisingly simple, but not necessarily intuitive. Our analysis aims to demonstrate how powerful mathematics is …
คำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทในการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (Sealed Offer In International Arbitration),
2026
Senior Partner
Navinlaw Ltd.,
คำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทในการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (Sealed Offer In International Arbitration), Suwit Suwan
Chulalongkorn University Law Journal
คำชี้ขาดที่เกิดจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศมักจะลงท้ายด้วยส่วนที่เป็นประกาศิต 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นคำชี้ขาดที่ว่าด้วยจำนวนค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนที่ฝ่ายแพ้คดีจะต้องชำระหรือใช้คืนให้แก่ฝ่ายชนะคดีหรือปฏิบัติการชำระหนี้รูปแบบอื่นให้แก่ฝ่ายที่ชนะคดี รวมเรียกว่าเป็นคำชี้ขาดในเนื้อความแห่งคดี ส่วนที่สองเป็นคำชี้ขาดในเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งมักกำหนดจำนวนค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการที่ฝ่ายแพ้คดีต้องชำระหรือใช้คืนให้แก่ฝ่ายชนะคดี เรียกว่าคำชี้ขาดในส่วนค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการมีจำนวนสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าเทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างกว้างขวางก็ตาม คู่พิพาทฝ่ายที่แพ้คดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศนอกจากต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายของตนแล้วยังจะถูกบังคับโดยคำชี้ขาดให้เข้ารับภาระหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายของฝ่ายที่ชนะคดีด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ว่า “Costs follow the event” หรือ “ผู้แพ้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย” ที่ถือปฏิบัติกันอยู่ในวงการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หลักเกณฑ์นี้กำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ต่อมาถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในประเทศคอมมอนลอว์และประเทศซิวิลลอว์ คู่พิพาทที่หวั่นวิตกว่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วหากตนตกเป็นฝ่ายแพ้คดี สามารถนำเอาวิธีการยื่นคำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดหรือลดค่าใช้จ่ายดังกล่าว หลักปฏิบัติในเรื่องการทำคำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ผู้เขียนมีความประสงค์ที่จะนำเสนอหลักกฎหมายและประเพณีปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวที่แพร่หลายอยู่ในสถาบันอนุญาโตตุลาการหลักของโลกให้ผู้ประกอบธุรกิจและนักกฎหมายไทยได้รับทราบและนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์หากต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ในทางปฏิบัติให้เสร็จสิ้นครบถ้วนตามกระบวนการแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (Practical Enforcement Of The Law Of Obligations: Ensuring Complete Execution Under The Civil Procedure Law),
2026
Lecturer
Faculty of Law, Chulalongkorn University
การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ในทางปฏิบัติให้เสร็จสิ้นครบถ้วนตามกระบวนการแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (Practical Enforcement Of The Law Of Obligations: Ensuring Complete Execution Under The Civil Procedure Law), Jutaporn Chaidejsuriya
Chulalongkorn University Law Journal
บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักกฎหมายว่าด้วยหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กับหลักเกณฑ์การเสนอคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อันเป็นกลไกสำคัญในการบังคับใช้สิทธิของเจ้าหนี้ในทางปฏิบัติ เนื่องจาก “หนี้” เป็นบุคคลสิทธิ เจ้าหนี้จึงไม่อาจบังคับชำระหนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ต้องเสนอคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงหลักกฎหมาย (Doctrinal Legal Research) โดยวิเคราะห์ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหนี้ 7 ประการ ได้แก่ การบอกกล่าวลูกหนี้กับอำนาจฟ้อง การบังคับชำระหนี้ การเรียกดอกเบี้ยกรณีลูกหนี้ผิดนัด การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ การโอนสิทธิเรียกร้อง การเพิกถอนการฉ้อฉล และอายุความบังคับจำนอง ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้จำแนกบทบัญญัติว่าด้วยหนี้ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) บทบัญญัติที่มีเนื้อหาไม่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเสนอคดี (2) บทบัญญัติที่กำหนดวิธีไว้แต่ไม่ครบถ้วนหรือมีปัญหาในการตีความ และ (3) บทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แล้วนำมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงศึกษาจากตำราและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ผลการศึกษาพบว่า การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องตีความและบังคับใช้สอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งผลลัพธ์ของงานวิจัยนี้จะช่วยลดปัญหาทางปฏิบัติและเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ศึกษากฎหมายและผู้ปฏิบัติงานในคดีแพ่ง
ภาษีทรัมป์กับองค์การการค้าโลก: ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีล่มสลายแล้ว? (Trump Tariffs And The World Trade Organization: Has The Multilateral Free Trade System Collapsed?),
2026
Chulalongkorn University
ภาษีทรัมป์กับองค์การการค้าโลก: ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีล่มสลายแล้ว? (Trump Tariffs And The World Trade Organization: Has The Multilateral Free Trade System Collapsed?), Sakda Thanitcul
Chulalongkorn University Law Journal
แม้ว่าองค์การการค้าโลกจะไม่สามารถทำอะไรกับภาษีทรัมป์ได้และปล่อยให้สหรัฐอเมริกาขึ้นอัตราภาษีกับประเทศคู่ค้า 59 ประเทศ ในรูปแบบการเจรจาแบบทวิภาคีก็ตาม แต่ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีก็อาจยังไม่ถึงขั้นล่มสลาย เนื่องจากเหตุผลสองประการ ประการแรก คือ ประเทศคู่ค้า (ยกเว้นจีนและแคนาดา) ไม่ได้ขึ้นอัตราภาษีนำเข้าตอบโต้และสัดส่วนการค้าของสหรัฐอเมริกาในการค้าโลกคิดเป็นเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น ประการที่สอง คือ ภาษีทรัมป์ที่มีพื้นฐานแนวคิดของลัทธิกีดกันทางการค้ามีความขัดแย้งอย่างมากกับแนวคิดพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่เชื่อในการค้าเสรีแบบพหุภาคี ทำให้เชื่อได้ว่าภาษีทรัมป์จะไม่ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม มี “การแตกร้าว” ในระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นผู้กำกับดูแลและบริหารกฎเกณฑ์ กล่าวคือ การไม่มีผู้ตัดสินในองค์กรอุทธรณ์ ส่งผลให้กลไกการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลกกลายเป็นอัมพาตและสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่มีสถานะเหนือประเทศสมาชิกอื่น ๆ อีก 165 ประเทศ เนื่องจากเป็นสมาชิกประเทศเดียวในองค์การการค้าโลกที่สามารถกำหนดอัตราภาษีนำเข้าได้ตามอำเภอใจโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ
ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของการปฏิรูปกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไทยภายใต้อิทธิพลกฎหมายอังกฤษ (Historical Background Of The Reform Of Thai Civil Procedure Law Under The Influence Of English Law),
2026
Lecturer
Faculty of Law, Thammasat University
ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของการปฏิรูปกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไทยภายใต้อิทธิพลกฎหมายอังกฤษ (Historical Background Of The Reform Of Thai Civil Procedure Law Under The Influence Of English Law), Wiriya Kongsiriwong, Kittipob Wangkham
Chulalongkorn University Law Journal
ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้วิธีพิจารณาความแบบโบราณตามกฎหมายตราสามดวงมาสู่การจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สยามในยุคปฏิรูประบบกฎหมายได้ใช้วิธีการตรากฎหมายวิธีพิจารณาความใช้ไปพลางก่อนในการชำระคดีแพ่ง เช่น พระราชบัญญัติลักษณะพยาน ร.ศ. 113 และ พระราชบัญญัติกระบวนพิจารณาความแพ่ง ร.ศ. 115 จากการศึกษาพบว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความดังกล่าวได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกฎหมายวิธีพิจารณาความของอังกฤษ ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น สนธิสัญญาเบาว์ริงและการเกิดขึ้นของศาลกงสุลอังกฤษ อิทธิพลของกฎหมายอังกฤษต่อนักกฎหมายชาวไทยผ่านระบบการศึกษา ตลอดจนอิทธิพลของประเทศอังกฤษเหนือดินแดนบางส่วนของสยาม แนวคิดวิธีพิจารณาความตามแบบกฎหมายอังกฤษจึงได้รับการส่งต่อเรื่อยมาในกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับปัจจุบัน บทความนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นมาเชิงประวัติศาสตร์ของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยตั้งแต่วิธีพิจารณาความแบบโบราณตามกฎหมายตราสามดวงจนถึงการจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของกฎหมายอังกฤษที่มีต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทย
ความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศส: วิวัฒนาการและความสำคัญทางหลักกฎหมายของแนวคิด “Personnes Morales” (Corporate Criminal Liability In France: The Evolution And Jurisprudential Significance Of The Personnes Morales Concept),
2026
LL.M Candidate in Business Laws (International Programme)
Faculty of Law, Chulalongkorn University
ความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศส: วิวัฒนาการและความสำคัญทางหลักกฎหมายของแนวคิด “Personnes Morales” (Corporate Criminal Liability In France: The Evolution And Jurisprudential Significance Of The Personnes Morales Concept), Rose Charmette
Chulalongkorn University Law Journal
บทความนี้ศึกษาวิวัฒนาการของความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศสผ่านแนวคิด personnes morales ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 121-2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาฝรั่งเศส โดยศึกษาแนวคิดนี้ภายใต้กรอบของความรับผิดของนิติบุคคลต่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งโดยหลักแล้วกำหนดความรับผิดแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น คำถามวิจัยหลักของการศึกษานี้คือ แนวคิด personnes morales ของฝรั่งเศสช่วยอุดช่องว่างของความรับผิดทางอาญาในกรณีที่นิติบุคคลได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดอาญาร้ายแรงตามธรรมนูญกรุงโรมได้หรือไม่ และแนวคิดนี้สามารถนำมาใช้กับความรับผิดทางอาญาระหว่างประเทศได้เพียงใด บทความได้วิเคราะห์คดีสำคัญ เช่น คดีอื้อฉาวทางเภสัชกรรม Mediator คดี Lafarge S.A. ในซีเรีย และคำพิพากษา Association Sportive ซึ่งตัดสินโดยศาลอาญาของฝรั่งเศส โดยที่ศาลได้วางหลักเกี่ยวกับเจตนาของนิติบุคคล (corporate mens rea) ผสมผสานกับความรับผิดโดยอาศัยการเป็นตัวแทนและความรับผิดโดยอิสระขององค์กร รวมถึงวิธีที่ศาลฝรั่งเศสบังคับใช้บทลงโทษกับนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงเปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรและสวีเดนเพื่อแสดงให้เห็นแนวทางทางเลือกอื่น ๆ และเน้นย้ำว่าระบบฝรั่งเศสมีส่วนช่วยในการพัฒนาแนวคิดความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลอย่างไร ท้ายที่สุด บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าหลักคำสอนของ personnes morales ไม่เพียงแต่เป็นกรอบแนวคิดเชิงปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางเชิงทฤษฎีที่สามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างของความรับผิดในกฎหมายอาญาระหว่างประเทศได้และเสนอข้อคิดสำคัญสำหรับการปฏิรูปในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระดับข้ามเขตอำนาจศาล
การพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิดร่วมกันของคู่สมรสในประเทศไทย (Development Of The Tort Law On The Joint-Liability Of The Legal Spouse In Thailand),
2026
Assistant Professor
Faculty of Law, Thaksin University, Songkhla Campus
การพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิดร่วมกันของคู่สมรสในประเทศไทย (Development Of The Tort Law On The Joint-Liability Of The Legal Spouse In Thailand), Papontee Teeraphan, Nuwat Tatu, Teerayut Paksa
Chulalongkorn University Law Journal
บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาถึงแนวคิดและหลักความรับผิดเพื่อละเมิด โดยเฉพาะความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นอันเกิดจากข้อสันนิษฐานความรับผิดตามกฎหมายภายใต้แนวคิดที่ว่าบุคคลนั้นอาจมีส่วนผิดอยู่ด้วยในการที่เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หรือมีความบกพร่องในการควบคุมดูแลจึงเกิดความเสียหายขึ้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเน้นการวิจัยเอกสารโดยศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ตลอดจนบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ โดยนำข้อมูลต่าง ๆ มาศึกษาและวิเคราะห์เพื่อนำมาพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิด จากการศึกษาพบว่ากฎหมายได้กำหนดความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นเอาไว้หลายกรณีโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ตามกฎหมาย ตามสัญญา ตามหน้าที่ในฐานะพิเศษ เช่น ความรับผิดของนายจ้างลูกจ้าง ความรับผิดของตัวการตัวแทน ความรับผิดของบิดามารดา ความรับผิดของครูบาอาจารย์ แต่ไม่พบกรณีความรับผิดของคู่สมรส ซึ่งคู่สมรสนั้นถือว่าเป็นบุคคลที่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามกฎหมายอันก่อให้เกิดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิด ด้วยเหตุนี้ จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายโดยเฉพาะในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นของคู่สมรสเพื่อให้พัฒนาและสอดคล้องกับสภาพสังคม เพิ่มความระมัดระวังของบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตทางสังคม ตลอดจนมุ่งเยียวยาและเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรมอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2568 ประโยชน์ของมารดาผู้อนุบาลขัดกับประโยชน์ของบุตรคนไร้ความสามารถที่ถึงกรรมไปก่อน (Supreme Court Decision Number 1/2568 The Interests Of A Mother, Guardian Of Her Child, Are In Conflict With Those Of The Later Who Has Passed Away),
2026
Special Lecturer
Faculty of Law, Thammasat University
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2568 ประโยชน์ของมารดาผู้อนุบาลขัดกับประโยชน์ของบุตรคนไร้ความสามารถที่ถึงกรรมไปก่อน (Supreme Court Decision Number 1/2568 The Interests Of A Mother, Guardian Of Her Child, Are In Conflict With Those Of The Later Who Has Passed Away), Pairojana Kampusiri
Chulalongkorn University Law Journal
ไม่มี
الفائدة,
2026
Saint Joseph University of Beirut
Perceptions Of Legitimacy In Three Forms Of Probation Supervision For People With Serious Mental Illness,
2026
University of Denver
Perceptions Of Legitimacy In Three Forms Of Probation Supervision For People With Serious Mental Illness, Sophia Sarantakos, Emily Claypool
Qualitative Criminology (QC)
"In the context of criminal-legal community supervision, standard and specialized probation officers are often tasked with coordinating services for adults diagnosed with serious mental illness (SMI) on their caseloads. The coordination of services varies across different programs including traditional probation, specialty probation, and mental health court. Given the proliferation of programs focused on mental health in the criminal-legal system, the perspectives of front-line workers or street-level bureaucrats in criminal-legal agencies are a rich source of information about what is happening on the ground and could provide insights into the potential translational barriers of policy to practice. A deeper examination of …
From Acrimony To Forgiveness: How Adolescents Make Sense Of Childhood Maltreatment,
2026
University of Hawai'i
From Acrimony To Forgiveness: How Adolescents Make Sense Of Childhood Maltreatment, Katherine Irwin
Qualitative Criminology (QC)
"This paper examines 16 adolescents’ narratives about the abuse they experienced during childhood. To date, most research examining child abuse (CA) survivorship and recovery has been conducted with adults who look back on their early experiences. Consequently, this study fills gaps in our knowledge by offering a youth-centered view of survivors’ efforts to cope with CA. The data come from a 12-year qualitative study of a group counseling program for high school students in Hawaiʻi. The findings revealed that a minority (n = 2) of the teens had negative views of their lives and futures, while the majority (n = …
