Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Demography, Population, and Ecology Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 31 - 60 of 84

Full-Text Articles in Demography, Population, and Ecology

ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ Jan 2023

ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย โดยรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิมาจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย ส่วนที่หนึ่ง ข้อมูลของครัวเรือนที่อยู่ในการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2564 และส่วนที่สอง ข้อมูลครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2564 โดยเป็นครัวเรือนเกษตรที่ปลูกข้าวและครัวเรือนเกษตรที่ปลูกอ้อย โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการถดถอยพหุคูณแบบเส้นตรง (Multiple Linear Regression Analysis: MLR) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่หนึ่ง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน ปัจจัยลักษณะของครัวเรือน และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของครัวเรือน โดยมีตัวแปรตามคือ รายได้ต่อไร่ของครัวเรือนเกษตร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นชายมีรายได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง เนื่องจากการทำนายังเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยแรงงานและความแข็งแรง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถสร้างรายได้ต่อไร่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุ 20-45 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทักษะและประสบการณ์ในการปลูกข้าวที่สะสมเพิ่มตามอายุ เมื่อพิจารณาภูมิภาคที่ตั้งของครัวเรือนพบว่า ครัวเรือนที่ปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการทำนาปีเป็นหลักจะมีรายได้ต่อพื้นที่ที่ต่ำว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนในภูมิภาคอื่นที่มีการทำนาปรังด้วย นอกจากนี้การเพาะปลูกบนพื้นที่เช่าจะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการเพาะปลูกบนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งอาจเกิดจากการแสวงหาพื้นที่เช่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ รวมถึงมีการปลูกข้าวแบบนาปรังร่วมด้วย สำหรับการปลูกอ้อย พบว่า หัวหน้าครัวเรือนที่เป็นหญิงสามารถสร้างรายได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนที่เป็นชาย อธิบายได้จากการมีการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูกจนถึงการตัดอ้อยเพื่อส่งโรงงาน นอกจากนี้ ครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่เช่าก็จะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่ของตนเอง เช่นเดียวกันกับการปลูกข้าว ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่สอง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน และปัจจัยสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพ โดยมีตัวแปรตามคือ ผลิตภาพต่อไร่ของครัวเรือนเกษตรกร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเพศชายมีผลิตภาพสูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีความสามารถสร้างผลิตภาพต่อไร่ได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนช่วงอายุ 20-45 ปีและช่วงอายุ 46-59 ปี ซึ่งเห็นว่ากลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีประทักษะและประสบการณ์ในการทำนามาหลายฤดู ทำให้สามารถมีความชำนาญในการวางแผนจัดการเกี่ยวกับผลผลิตที่ได้มาไม่เสียหาย ส่งผลให้ได้ผลิตภาพต่อไร่ดีกว่า ถึงแม้ว่าหัวหน้าครัวเรือนมีระดับการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา แต่สามารถจัดการผลผลิตให้ได้ดีกว่าระดับการศึกษาสูงกว่า แสดงว่าการศึกษาไม่ได้มีผลเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิต แต่เป็นประสบการณ์จากการเพาะปลูกข้าว หัวหน้าครัวเรือนใช้พื้นที่ทำการเพาะปลูกข้าวในการสร้างรายได้โดยเช่าที่ดินและที่ดินสาธารณประโยชน์ ใช้แหล่งน้ำนอกเขตชลประทานในการเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งพื้นที่เกษตรในการเพาะปลูกข้าวใกล้แหล่งน้ำ การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพข้าวนั้น ทั้ง 8 กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพลทั้งหมด สำหรับการปลูกอ้อย พบกว่า หัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงสามารถสร้างผลิตภาพได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย อธิบายได้จากหัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงมีความใส่ใจ และการปรับตัวกับการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ดีกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย ในกลุ่มอายุ 60 ปีมีความสามารถในการสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นคือการใช้ประสบการณ์ในการเกษตรที่ยาวนาน และยังพบว่าเขตพื้นที่เพาะปลูกตะวันออกเฉียงเหนือสามารถสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นหมายถึงเขตที่เพาะปลูกมีสภาพพื้นที่เกี่ยวกับน้ำและดินที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต จึงช่วยส่งเสริมในการสร้างผลิตภาพที่ดีต่อการเพาะปลูกอ้อย การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพอ้อยนั้น มีเพียง 5กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพล ได้แก่ …


Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong Jan 2023

Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Providing a secured employment system is a sustainable strategy given the context of a rapid population aging in Vietnam when the country is still in the lower-middle income group and a large part of older persons are living in low socioeconomic conditions. This work aims to investigate the situation of older persons’ employment in Vietnam (employing the 2018 and 2020 Vietnam Housing and Living Standard Surveys) and the impact of COVID-19 on their employment and individual coping strategies to overcome employment difficulties (utilizing the 2021 Labour Force Survey). This study finds that older persons with retirement pension, facing health problems, …


ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว Jan 2023

ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านมาเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตามกลับพบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยยังคงต้องทำงานเพื่อหารายได้มาใช้ดำรงชีวิตประจำวันเนื่องจากความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นมาจากรายได้จากการทำงาน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอนามัยต่อกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นอย่างมาก การวิจัยเรื่องความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทยในช่วงเวลาก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุที่มีต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 และปี พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านต่าง ๆ ด้วยแบบจําลองการถดถอยโลจิสติคทวิ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผลต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย จากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยจึงมีการเสนอแนะให้ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรมีการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้สูงอายุ เช่นการสนับสนุนด้านบริการสาธารณสุขแก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนควรมีการดำเนินนโยบาย เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ในการเก็บสะสมความมั่งคั่งทางทรัพย์สินสำหรับไว้ใช้จ่ายหลังจากเกษียณ


อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจกับรายได้ของลูกจ้างในประเทศไทย, กุลชาติ ประทุมชัย Jan 2023

อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจกับรายได้ของลูกจ้างในประเทศไทย, กุลชาติ ประทุมชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ (1) เพื่อศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (2) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยทางประชากรและสังคม ปัจจัยการทำงานและปัจจัยทรัพยากรการใช้อินเทอร์เน็ตที่ส่งผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และ (3) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยทางประชากรและสังคม ปัจจัยการทำงานและทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ส่งผลต่อรายได้ของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยการศึกษาครั้งนี้ศึกษากลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 18 – 59 ปี มีสถานภาพการทำงานเป็นลูกจ้างและมีการใช้อินเทอร์เน็ตในระหว่าง 3 เดือนก่อนวันสัมภาษณ์ ผู้ศึกษาใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารในครัวเรือนและการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ.2558 พ.ศ.2561 และพ.ศ.2563 ผลการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า กลุ่มเพศหญิง อายุน้อย การศึกษาสูง อาศัยอยู่เขตเทศบาล รายได้สูง ทักษะแรงงานสูง มีการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานและมีทรัพยากรการการใช้อินเทอร์เน็ตที่ดีกว่ามีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจมากกว่า ในขณะที่ลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีรายได้ต่ำและทำงานเป็นลูกจ้างรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาเรียนรู้มากกว่า สำหรับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า ลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลต่ำที่สุดและสูงที่สุดนั้นมีช่องว่างทางรายได้ที่แตกต่างกันถึงร้อยละ 36 – 38 ส่วนลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นเพศหญิงและมีสถานภาพโสดเป็นกลุ่มที่มีความได้เปรียบด้านทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับได้รับผลตอบแทนทางรายได้ที่น้อยกว่าแสดงถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่นอกเขตดิจิทัล รวมถึงอาจมีข้อจำกัดในการแปลงทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจในชีวิตจริง การศึกษาในครั้งนี้ทำให้ทราบผลกระทบของกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นดิจิทัล (Digitalization) ที่มีต่อประชากรกลุ่มวัยแรงงาน การเข้าถึงทรัพยากรการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพอาจช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมกันในทางสังคมที่มีอยู่ได้ หากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแปลงทุนในพื้นที่ดิจิทัลให้เป็นทุนในพื้นที่ชีวิตจริง ดังนั้นการลดช่องว่างทางดิจิทัลโดยส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่ดิจิทัลอย่างเท่าเทียมจึงมีความสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล


Understanding Internal Migration In Myanmar: A Study On Recent Movements And Future Intentions, Thiri Moe Jan 2023

Understanding Internal Migration In Myanmar: A Study On Recent Movements And Future Intentions, Thiri Moe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the factors driving internal migration in Myanmar, focusing on movements within the past two years and the potential for future migration. Using data from round one of the Myanmar Household Welfare Survey (MHWS), the analysis applies descriptive statistics and logistic regression to explore key migration determinants. By analysing individuals and household characteristics and reasons for recent migration, this study aims to understand the internal migration in Myanmar. The research finds that younger individuals, those who are married or separated, and households with young children are more likely to have migrated. Education level and household size also play …


ปัจจัยครอบครัวและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทย, ภัทรพิมพ์ ทองวั่น Jan 2023

ปัจจัยครอบครัวและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทย, ภัทรพิมพ์ ทองวั่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นและอิทธิพลของปัจจัยครอบครัวในประเทศไทยต่อการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยศึกษาจากกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 – 35 ปี ทั้งผู้ที่มีงานทำและผู้ว่างงาน ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการศึกษาวิเคราะห์การเข้าสู่ตลาดแรงงานและการทำงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทยแบบมุ่งอนาคตของกระทรวงแรงงาน ในปี พ.ศ. 2562 โดยใช้การวิเคราะห์ด้วย Probit Model และ Cox Proportional Hazard Modelผลการวิจัยที่สำคัญด้วย Probit Model พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของวัยแรงงานตอนต้น โดยพิจารณาทั้งสถานะของการเปลี่ยนผ่าน ลักษณะงานที่เปลี่ยนผ่าน และระยะเวลาของการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคง ได้แก่ อายุ สถานภาพสมรส ภูมิภาคที่อยู่อาศัย อาชีพของมารดา การถ่ายทอดระหว่างรุ่นด้านการศึกษา รายได้ครัวเรือน และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน นอกจากนี้ สำหรับผลการศึกษาระยะการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคงโดยใช้ Cox analysis พบว่า การถ่ายทอดระหว่างรุ่นด้านการศึกษามีความสัมพันธ์แบบแปรผันตาม ในขณะที่อายุ สถานภาพสมรส การย้ายถิ่น และภูมิภาคที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับเวลาเฉลี่ยในการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคงผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัจจัยทางประชากรและครอบครัว โดยเฉพาะการถ่ายทอดระหว่างรุ่นที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของวัยแรงงานตอนต้น ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อผลักดันการเข้าสู่ตลาดแรงงาน รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างทั่วถึงในทุกระดับและทุกภูมิภาค รวมถึงเพิ่มการกระจายแหล่งงานและพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ อาจพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือเงินอุดหนุนแก่บริษัทที่จ้างงานวัยแรงงานตอนต้น


Labor Productivity In South Asia: The Impact Of Human Capital, Gender Dynamics And Innovation, Zun Yoon Nwe Jan 2023

Labor Productivity In South Asia: The Impact Of Human Capital, Gender Dynamics And Innovation, Zun Yoon Nwe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper explores the impact of human capital, innovation, and gender dynamics on labor productivity in four South Asian countries: Bangladesh, India, Pakistan, and Nepal. This paper uses data from the World Bank Business Enterprise Survey and the OLS regression model to check the effectiveness of the determinant of labor productivity. The human capital variables considered include on-the-job training, skilled labor ratio, and R&D as explanatory factors. Additionally, the paper investigates the association between female ownership and female managers in firms with labor productivity. Theoretically, having a well-educated and well-trained workforce is key to boosting business productivity. Employees with higher …


การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์ Jan 2023

การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์การทำงานของสตรีไทยที่สมรสแล้ว (2) วิเคราะห์ว่าปัจจัยด้านการมีบุตรส่งผลต่อการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วหรือไม่อย่างไร และ (3) วิเคราะห์ปัจจัยด้านคุณลักษณะของสตรีและปัจจัยด้านครัวเรือนที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วในประเทศไทย การศึกษานี้ใช้กลุ่มตัวอย่างสตรีที่สมรสแล้ว อายุ 25-49 ปี จำนวน 5,124 ตัวอย่าง (แบบถ่วงน้ำหนัก) ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบจำลองโพรบิตและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยแบบจำลองมีการใช้ตัวแปรเครื่องมือ คือตัวแปรภาวะการมีบุตรยากเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยสตรีที่สมรสแล้วทำงานทั้งหมด 4,230 ตัวอย่าง (ร้อยละ 82.56) และสตรีที่สมรสแล้วไม่ทำงานทั้งหมด 894 ตัวอย่าง (ร้อยละ 17.44) สำหรับสตรีที่ทำงานมีการทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 8.18 ชั่วโมง ทำงานเฉลี่ย 6 วันต่อสัปดาห์ และทำงานเฉลี่ยคิดเป็น 48.64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยสตรีมีการทำงานเต็มเวลาที่ร้อยละ 77.64 ของผู้ที่ทำงาน และการทำงานไม่เต็มเวลาที่ร้อยละ 22.36 ของผู้ที่ทำงาน ด้านสถานภาพการทำงานของสตรี สัดส่วนที่มากที่สุดคือธุรกิจของตนเอง รองลงมาคือลูกจ้างเอกชน และช่วยธุรกิจของครัวเรือน ทั้งนี้ สตรีที่มองว่าตนเองมีการทำงานเท่ากับจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการมีสัดส่วนสูงที่สุด และรองลงมาคือมีการทำงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการสาเหตุหลักมาจากรูปแบบลักษณะงานที่ทำ ต้องการรายได้เพิ่มขึ้น และข้อกำหนดของบริษัทนอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์พบว่า จากการศึกษาในกลุ่มสตรีที่ทำงานพบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านจำนวนบุตรกับชั่วโมงการทำงานของสตรี โดยสตรีที่มีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน ส่งผลให้มีชั่วโมงการทำงานลดลง 3.2873 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และกรณีในพื้นที่ชนบท สตรีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทเมื่อมีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน จะส่งผลให้ชั่วโมงการทำงานลดลง 3.9037 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 รวมถึงในแต่ละแบบจำลองปัจจัยด้านอายุของสตรี สถานภาพสมรส อายุแรกสมรสของสตรี รายได้ของคู่สมรส ผู้ดูแลหลักที่เลี้ยงดูคนในครัวเรือน ภาคที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรให้สามารถทำงานและเลี้ยงดูบุตรได้ เช่น สวัสดิการการลาคลอด ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน และมีในทุกพื้นที่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีการสนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือในการทำงานของมารดาพร้อมกับการเลี้ยงดูบุตร ตลอดจนความเท่าเทียมในการทำงานที่ส่งเสริมให้สตรีหลังลาคลอดบุตร เมื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้ นอกจากนี้ ยังควรมีการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่สตรี และพัฒนาทักษะต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรที่ออกจากระบบแรงงานและกลับเข้ามาทำงานหลังจากบุตรมีอายุมากขึ้น สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและพร้อมทำงานในตลาดแรงงานได้เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป


ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย, พิกุล กันทะวัง Jan 2023

ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย, พิกุล กันทะวัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบครัวเรือน ความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบครัวเรือน กับ ความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย และ 3) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้มีสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นทรัพยากรที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2559 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 10,787 คน ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี มารดา/ผู้ดูแลเด็กจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์สมการถดถอย โดยการศึกษาความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มี 4 ตัวแปร ได้แก่ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง และความอ้วน ผลการศึกษาพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่มีน้ำหนักตามเกณฑ์อายุอยู่ในกลุ่มน้ำหนักตามเกณฑ์ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุอยู่ในกลุ่มสูงตามเกณฑ์ ในส่วนของน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ส่วนใหญ่สมส่วน เมื่อพิจารณาความอ้วนของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยใช้การคำนวณดัชนีมวลกาย (bmi) พบว่า เด็กส่วนใหญ่ปกติ ในส่วนของปัจจัยด้านองค์ประกอบครัวเรือน พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในประเภทครัวเรือนที่เป็นครัวเรือนขยาย (ครัวเรือน 3 รุ่น ขึ้นไป) มีพ่อและแม่อยู่ในครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนขนาด 4 คน จากผลการวิเคราะห์สมการถดถอยด้วย logistic regression (ตัวแปรส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และ multinomial logistic regression …


อิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อภาวะซึมเศร้าในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ, ปิยาภรณ์ นฤภัย Jan 2023

อิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อภาวะซึมเศร้าในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ, ปิยาภรณ์ นฤภัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ และอิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการมีภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือประชากรที่มีอายุ 35 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ตอบแบบสัมภาษณ์ด้วยตนเองจากโครงการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2564 และ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถดถอยโลจิสติกทวิภาค (Binary logistic regression analysis)ผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนของประชากรไทยวัยกลางคนที่มีภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าวัยสูงอายุ และการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับการมีภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยทั้ง 2 ช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยประชากรวัยกลางคนที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีโอกาสที่จะมีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าผู้ป่วยวัยสูงอายุ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั้งในวัยกลางคนและวัยสูงอายุ ได้แก่ สถานภาพการทำงาน จำนวนของโรคเรื้อรังที่เป็น การหยุดกิจวัตรประจำวันเนื่องจากการเจ็บป่วย วิธีการรักษาพยาบาล และค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีภาวะซึมเศร้าที่พบเฉพาะในผู้ป่วยวัยกลางคน ประกอบด้วย ศาสนา ระดับการศึกษา เขตที่อยู่อาศัย และค่าพาหนะไป-กลับเพื่อเดินทางไปรักษาพยาบาล และประเภทโรค นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการมีภาวะซึมเศร้าที่พบเฉพาะผู้ป่วยวัยสูงอายุ ประกอบด้วย เพศ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน ดังนั้น การให้ความสำคัญกับจำนวนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประเภทโรคและการดูแลผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มวัยให้เข้าถึงการรักษาและได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน จึงเป็นมาตรการที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันและลดปัญหาภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ


รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์ Jan 2023

รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการอยู่อาศัยที่มีผลต่อการออมของผู้สูงอายุไทย โดยมีตัวแปรควบคุม ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และปัจจัยทางสังคม โดยใช้ข้อมูล การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบสองทางเลือกด้วยวิธี Probit model ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางจะมีโอกาสออมน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง และมีโอกาสออมน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับรูปแบบการอยู่อาศัยแบบอื่น ซึ่งมีผลมาจากภาวะหนี้สินของตนเอง หรือ หนี้สินของครัวเรือน โดยจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบไขว้ ชี้ให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางมีหนี้สินของครัวเรือนอยู่ ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังและมีหนี้สิน มีจำนวนไม่ถึง ร้อยละ 20 นอกจากนี้การมีเงินออมของผูู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับเพศของผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุหญิงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่ไม่มีหนี้สิน และมีสัดส่วนของการได้รับการเกื้อหนุนจากบุตรสูง จึงมีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุชาย ทั้งนี้ผู้สูงอายุช่วงตอนปลายส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนปลอดหนี้ ทำให้มีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุช่วงอื่น สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในทุกระดับการศึกษา จะทำให้มีโอกาสออมมากกว่า ผู้สูงอายุที่ไม่มีการศึกษา โดยสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการอยู่อาศัย มีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ รวมถึงการเกื้อหนุนจากบุตรในครัวเรือนและนอกครัวเรือน ที่เป็นอีกหนึ่งทางในการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมี ออมมากขึ้น เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากบุตร หรือ ไม่มีบุตร อีกทั้งภาวะหนี้สินของผู้สูงอายุ เช่น หนี้สินของตนเอง และหนี้สินของครัวเรือน เป็นประเด็นท้าทายที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญ อันส่งผลต่อการออมโดยตรง


Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do Jan 2023

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vietnam, a lower-middle-income nation in Southeast Asia, has recorded an increase in sexual assault in intimate relationships in recent years. Research about the ethnic differences associated with this issue is rarely explored. This quantitative study aims to investigate the relationship between women’s level of education and intimate partner sexual coercion in Vietnam through the lens of ethnic differences. The nationally representative dataset from the Vietnam Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) 2020-2021 and multivariate logistic regression model for the sample of 6,187 women of reproductive age are employed. Findings illustrate that women acquiring education from the upper secondary level and above …


The Role Of Talent Workers In Industrial Development: Empirical Evidence From China, Zhe Huang Jan 2023

The Role Of Talent Workers In Industrial Development: Empirical Evidence From China, Zhe Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Amidst the rapid advancement of industrialization and urgent demands from both domestic and international economic environments, China has officially entered a historic period of economic transition and demographic dividend shift. This study aims to explore the impact of demographic factors on China’s industrialization process and identify how shifts in the demographic and human capital components have influenced regional industrialization patterns in China over the past 25 years. Data came from China Statistical Yearbooks and were analyzed by using a Multiple Linear Regression method.The study first calculated the comprehensive industrialization index for various regions in China from 2000 to 2020. Then, …


The Impact Of Economic Growth And Demographic Factors On Ecological Footprint In South And Southeast Asia Countries: A Panel Data Analysis, Firhandika Ade Santury Jan 2023

The Impact Of Economic Growth And Demographic Factors On Ecological Footprint In South And Southeast Asia Countries: A Panel Data Analysis, Firhandika Ade Santury

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The ecological footprint is a pivotal analytical tool for comprehensively examining environmental degradation. The ecological footprint provides a comprehensive measure of the impact of population consumption and production, serving as a critical benchmark for inter-regional comparisons to inform the development of effective policies. This study endeavors to analyze and compare the effects of demographic factors and economic factors on the ecological footprint in South and Southeast Asia. Additionally, the study aims to formulate policy recommendations to minimize the ecological footprint in these regions. The panel data of fourteen countries in South and Southeast Asia from 1997 to 2020 were analyzed. …


Fertility In Chin State, Myanmar: An Insight From Demographic And Health Survey, Win Zaw Myo Jan 2023

Fertility In Chin State, Myanmar: An Insight From Demographic And Health Survey, Win Zaw Myo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Chin State has one of the highest fertility rates in Myanmar, which imposes significant pressure on both families and the state's resources. This study investigates the socio-economic factors influencing the number of children ever born (CEB) among ever-married women in Chin State, Myanmar. Using a subsample of 392 women aged 30 years and above from the female samples in Chin State in the Myanmar Demographic and Health Survey (MDHS), data were analyzed through five Poisson regression models. The findings indicate that older women tend to have more children. Women residing in rural areas show higher CEB compared to their urban …


Study On Nepalese Migrant Remittances: Usage, Gender Perspective And Remittance Methods, Tsering Diki Sherpa Jan 2022

Study On Nepalese Migrant Remittances: Usage, Gender Perspective And Remittance Methods, Tsering Diki Sherpa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The study aims to shed light on remittance usage types and methods of remittance transfer to Nepalese migrant households. To achieve this, data from the Nepal Living Standards Survey III (NLSS III) was utilized, which comprises a sample size of 5,988 households selected from 499 primary sampling units (PSUs) included in the cross-sectional sample of the NLSS III survey. By analyzing and interpreting this data, the study investigates the allocation and utilization patterns of remittance funds by recipient households. It looks into their expense patterns, occupation types, destination countries, and how gender plays an active role in these dynamics. This …


Human Rights Due Diligence: Roles And Contributions Of Sustainability Professional In Thailand, Pimpilai Rumthum Jan 2022

Human Rights Due Diligence: Roles And Contributions Of Sustainability Professional In Thailand, Pimpilai Rumthum

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the role of sustainability professionals in driving Human Rights Due Diligence (HRDD) within organizations and provides valuable insights into their responsibilities, competencies, and impact. As there was no study done to understand this particular career that tends to be trendy for sustainability businesses to achieve their goals beyond financial efficiency. The study examines the tasks, competencies, and impact of sustainability professionals from different viewpoints of related stakeholders. Using primary data gathered through semi-structured interviews, the research investigates the question that sustainability professionals positively contribute to HRDD processes. Through 9 interviews with key informants from diverse backgrounds, including …


ความยากจนในผู้สูงอายุไทย: การเปลี่ยนแปลงและปัจจัยเสี่ยง, สุพนิดา จิระสินวรรธนะ Jan 2022

ความยากจนในผู้สูงอายุไทย: การเปลี่ยนแปลงและปัจจัยเสี่ยง, สุพนิดา จิระสินวรรธนะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความยากจนของผู้สูงอายุไทยและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความยากจนของผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 และศึกษาความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยในปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลการศึกษาเปรียบเทียบความยากจนของผู้สูงอายุไทยระหว่างปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 พบว่าสัดส่วนผู้สูงอายุไทยที่ยากจนลดลงจากร้อยละ 39.0 ในปี พ.ศ.2560 เป็นร้อยละ 34.1 ในปี พ.ศ.2564 โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความยากจนของผู้สูงอายุไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 ประกอบด้วย อายุ จำนวนสมาชิกในครัวเรือน ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส เขตที่อยู่อาศัย สถานภาพการทำงาน สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และรูปแบบการอยู่อาศัย และพบว่าแต่ละปัจจัยมีความสัมพันธ์กับความยากจนของผู้สูงอายุไทยในทิศทางเดียวกันทั้งในปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 ในขณะที่ปัจจัยด้านเพศและการพึ่งพิงรวมมีความสัมพันธ์กับความยากจนของผู้สูงอายุไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเฉพาะในปี พ.ศ.2560 เท่านั้น และผลการศึกษาเปรียบเทียบความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยระหว่างปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 พบว่าสัดส่วนครัวเรือนผู้สูงอายุไทยที่ยากจนลดลงจากร้อยละ 11.5 ในปี พ.ศ.2560 เป็นร้อยละ 8.5 ในปี พ.ศ.2564 โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 ประกอบด้วย อายุหัวหน้าครัวเรือน จำนวนสมาชิกครัวเรือน การพึ่งพิงรวม ระดับการศึกษา และเขตที่อยู่อาศัย และพบว่าแต่ละปัจจัยมีความสัมพันธ์กับความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยในทิศทางเดียวกันทั้งในปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 ยกเว้นอายุของหัวหน้าครัวเรือนที่มีความสัมพันธ์กับความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยในทิศทางตรงข้ามกันระหว่างปี พ.ศ.2560 และปี พ.ศ.2564 ในขณะที่ปัจจัยด้านสถานภาพสมรสของหัวหน้าครัวเรือนมีความสัมพันธ์กับความยากจนของครัวเรือนผู้สูงอายุไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเฉพาะในปี พ.ศ.2560 เท่านั้น


ปัจจัยกำหนดการเข้าสู่การทำงาน รูปแบบการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานของแรงงานวัยเยาว์ในประเทศไทย, กนกนิษก์ ตัณฑ์กุลรัตน์ Jan 2022

ปัจจัยกำหนดการเข้าสู่การทำงาน รูปแบบการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานของแรงงานวัยเยาว์ในประเทศไทย, กนกนิษก์ ตัณฑ์กุลรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ของเด็กอายุ 15-17 ปี ในประเทศไทยที่เข้าสู่การทำงาน รวมทั้ง รูปแบบการทำงานและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานของแรงงานวัยเยาว์ (เด็กอายุ 15-17 ปี ที่ทำงาน) นอกจากนี้ การวิจัยนี้ยังมุ่งศึกษาปัจจัยทางประชากรในครัวเรือนและลักษณะครัวเรือนที่ส่งผลต่อการเข้าสู่การทำงานของเด็ก ตลอดจน รูปแบบการทำงานและการทำงานในชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานของแรงงานวัยเยาว์ ทั้งนี้ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานที่ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาส 3 พ.ศ. 2561 ที่จัดเก็บโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับแรงงานวัยเยาว์ จำนวน 27 คน ผลการวิจัยที่สำคัญ พบว่า แรงงานวัยเยาว์ส่วนใหญ่ทำงานช่วยเหลือธุรกิจในครัวเรือนโดยไม่ได้รับค่าจ้าง รองลงมาคือการเป็นลูกจ้าง นอกจากนี้ ยังพบว่าแรงงานวัยเยาว์ที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยมีสัดส่วนของการทำงานในชั่วโมงที่ยาวนานมากกว่าแรงงานวัยเยาว์ที่ทำงานอย่างเดียว ส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าสู่การทำงานในรูปแบบการทำงานอย่างเดียว ได้แก่ ระดับการศึกษาของหัวหน้าครัวเรือนและสมาชิกคนอื่นในครัวเรือนที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สถานภาพสมรสของหัวหน้าครัวเรือน ความเกี่ยวพันทางญาติกับหัวหน้าครัวเรือน การขาดการเอาใจใส่ด้านการศึกษาของผู้ปกครอง สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ได้เก่ การหารายได้ที่เพียงพอเพื่อเลี้ยงครอบครัว การเป็นลูกจ้าง และการขาดทักษะชีวิตในการจัดการเวลา ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1. ควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงในครัวเรือนและจัดการรายกรณีสำหรับเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้องกันการหลุดออกนอกระบบการศึกษาและช่วยให้แรงงานวัยเยาว์ที่ทำงานอย่างเดียวกลับมาเรียนต่อได้ โดยอาจเป็นการทำงานควบคู่กับการเรียน 2. ควรพัฒนาทักษะการทำงานของเด็กเพื่อให้แรงงานได้มีโอกาสการทำงานที่ได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นทำให้มีชั่วโมงการทำงานที่น้อยลง 3. ควรร่วมมือกับนายจ้างในการออกแนวทางการกำหนดชั่วโมงการทำงานสำหรับแรงงานวัยเยาว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานวัยเยาว์ที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย รวมทั้งให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเด็กที่เรียนในสายสามัญนอกเหนือจากสายอาชีพ 4. ควรพัฒนาทักษะชีวิติในการจัดการเวลาในการทำงานตั้งแต่วัยเยาว์เพื่อตอบสนองการทำงานในอนาคต


การเปิดรับสื่อและคุณภาพชีวิตประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป, กัลยกร ฝูงวานิช Jan 2022

การเปิดรับสื่อและคุณภาพชีวิตประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป, กัลยกร ฝูงวานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของการเปิดรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ผ่านสื่อแต่ละประเภท ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ผ่านสื่อแต่ละประเภท และความสัมพันธ์ของการเปิดรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ผ่านสื่อแต่ละประเภทกับคุณภาพชีวิตประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในการวิจัยเชิงปริมาณใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2560 และ 2564 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผลการศึกษาพบว่า ประชากรอายุ 50-59 ปี ร้อยละ 91.23 และอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ92.87 เปิดรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองผ่านสื่ออย่างน้อย 1 ประเภท โดยจะเปิดรับสื่อแต่ละประเภทในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน และมีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ผ่านสื่อแต่ละประเภทแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม สื่อออนไลน์เป็นสื่อที่ประชากรทั้ง 2 กลุ่ม เปิดรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อประเภทอื่น ทั้งนี้อาจเนื่องจากในระหว่างปี พ.ศ. 2560 และ 2564 มีสถานการณ์การเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้การเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันตนเอง นำไปสู่การเพิ่มบทบาทการใช้สื่อออนไลน์ในชีวิตประจำวันของประชากรในทุกกลุ่มวัย นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่าการเปิดรับสื่อประเภทต่างๆมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไปในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ การมีส่วนร่วม และ การมีหลักประกันและความมั่นคงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยกลุ่มประชากรอายุ 50-59 ปี การเปิดรับเฉพาะโทรทัศน์ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการมีหลักประกันและความมั่นคง ขณะที่การเปิดรับเฉพาะสื่อบุคคล มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพใจและการมีส่วนร่วม และการเปิดรับเฉพาะสื่อออนไลน์ จะมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการมีส่วนร่วม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่เปิดรับสื่อประเภทใดเลย ในขณะที่กลุ่มประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่า การเปิดรับเฉพาะโทรทัศน์ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการมีสุขภาพกาย การมีส่วนร่วม และการหลักประกันและความมั่นคง ขณะที่การเปิดรับเฉพาะสื่อบุคคล มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการมีส่วนร่วม และการเปิดรับเฉพาะสื่อออนไลน์ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพกาย เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่เปิดรับสื่อประเภทใดเลย ทั้งนี้การเปิดรับสื่อที่มีความหลากหลายจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไปดีขึ้น ทั้งในมิติด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ การมีส่วนร่วม และการมีหลักประกันและความมั่นคง โดยปัจจัยด้านประเภทสื่อที่เปิดรับและความหลากหลายของสื่อมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของประชากรไทยอายุ 50 ปีขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


Factors Associated With And Impacting Coming Out For Sexual Identity Minorities In The United States, Matthew Robert Kusen Jan 2022

Factors Associated With And Impacting Coming Out For Sexual Identity Minorities In The United States, Matthew Robert Kusen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to explore socio-demographic and other individual factors potentially associated with the probability of coming out as Lesbian, Gay, Bisexual, Queer and other sexual identities (LGBQ+) to friends and family and the probability of being outed as LGBQ+ to family members before being ready or without consent in the United States (UCS). This research analyzed quantitative data from the 2016-17 Generations Study, a nationally representative population-based survey collecting information from LGBQ+ persons residing across the US (N=1,416), and employed both descriptive and multivariate analyses, using the logistic regression model and the Cox proportional hazard model. Several factors were …


Preventive Health Care And Health Care Services Utilization Of Vietnamese Older Persons : Results From National Household Living Standards Survey 2018, Thao Nguyen Thi Jan 2022

Preventive Health Care And Health Care Services Utilization Of Vietnamese Older Persons : Results From National Household Living Standards Survey 2018, Thao Nguyen Thi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As many countries are aging rapidly, improving older persons’ health and reducing the burden of disease are important goals. However, many developing countries still lack effective policies in the areas of preventive health care and health services utilization of older persons. This study aims: (1) to determine the health status by severe injury report and health care service needs of Vietnamese older persons, (2) to investigate the factors associated with the use of health check-up services of Vietnamese older persons, and (3) to investigate the differences in health care services utilization between different medical needs of Vietnamese older persons. Using …


The Socio-Economic Determinants Of The Life Satisfaction Of Older Persons In Myanmar In 2019, Myo Thandar Jan 2022

The Socio-Economic Determinants Of The Life Satisfaction Of Older Persons In Myanmar In 2019, Myo Thandar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Myanmar has undergone significant demographic changes, and the share of the older population has increased. Myanmar is facing the challenge in providing social protections to the increasing number of older people, like many other rapidly-ageing societies. As people get older, their physical health and functional ability deteriorate and, as a result, their life satisfaction also declines in most cases. Therefore, it is crucial to consider factors that contribute to the perception of life satisfaction among this venerable cohort. This study explored the determinants of life satisfaction of older persons and investigated whether there are gender differences in the determinants of …


The Effect Of Population Structure On Economic Development: Thailand's Provincial Panel Data, Satayu Pattarakijkusol Jan 2021

The Effect Of Population Structure On Economic Development: Thailand's Provincial Panel Data, Satayu Pattarakijkusol

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research investigates the effects of demographic change, the change of labor supply, and human capital on Thailand’s economic development. This will help shed light on the relationship between population (quantitatively and qualitatively) and economic development. The demographic dividends, the neoclassical growth Solow-Swan model, and human capital are adopted as the conceptual framework for this research. The secondary panel data at the provincial level from government officials will be used for statistical analysis. Fixed effect or random effect with lagged dependent variable is introduced into the estimated model. The finding suggests that the labor productivity, employment level, share of the …


Brain Drain Situation Of Thai Skilled Workers: Push-Pull Factors And Intentions To Return, Nawapat Choosuwan Jan 2021

Brain Drain Situation Of Thai Skilled Workers: Push-Pull Factors And Intentions To Return, Nawapat Choosuwan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Brain Drain occurs when a country loses human capital with specialized skills or with higher education due to worker emigration. In Thailand, the brain drain index has risen in recent years. As the problem of migration of Thai skilled workers remains and becomes worse, it is necessary to investigate the factors that contribute to brain drain of highly trained Thai professionals. The push and pull factors of international migration are used to investigate what motivates skilled people to leave their home country (push factor) and what motivates skilled workers to stay in the destination country (pull factor). Furthermore, the study …


Decision On Later Life Migration Of Myanmar Migrant Workers In Ranong Province, Thailand, Pyone Thidar Aung Jan 2021

Decision On Later Life Migration Of Myanmar Migrant Workers In Ranong Province, Thailand, Pyone Thidar Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past five decades, international migration has grown worldwide (IOM, 2022). At the same time, global human life expectancy has been increasing on average because of better health care and improved medical care. Becoming older while being a migrant creates more challenges and vulnerabilities in everyday life. This study examines factors impacting their later life migration or settlement through Myanmar migrant workers in Ranong Province, Thailand. The empirical evidence is gathered from the survey using structured questionnaires and in-depth interviews. The result of the binary logistic regression study indicated that living conditions, receiving working skills in Thailand, political and …


The Impact Of Economic And Demographic Factors On Income Inequality: A Comparative Study Of Southeast Asian And Latin American Countries, Muhammad Syukron Mamun Jan 2021

The Impact Of Economic And Demographic Factors On Income Inequality: A Comparative Study Of Southeast Asian And Latin American Countries, Muhammad Syukron Mamun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Despite rapid economic growth, Southeast Asia and Latin America continue to have significant income inequality. This study applies fixed-effects regression estimation with the dynamic panel model with lagged independent variables and the fixed-effects analysis with endogenous covariates to examine the impact of economic and demographic factors on income inequality in 6 Southeast Asian and 15 Latin American countries from 1994 to 2017. Empirical results indicate that emissions, trade openness, old-age dependency ratio, human capital, and female population reduce income inequality, whereas industrialization, unemployment, young-age dependency ratio, and urban population increase income inequality in Southeast Asian countries. This study also finds …


Work Values Of Employees Across Multigenerational Workforce In Hospitality Industry In Thailand, Jatupathra Krancharoen Jan 2021

Work Values Of Employees Across Multigenerational Workforce In Hospitality Industry In Thailand, Jatupathra Krancharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A mixture of age diversity in workplace had been witnessed, yet an understanding of the association between multigenerational workforce and their work values was little known. As a result, many firms reported that the domestic conflicts were most likely to be due to the lack of generational understandability and appropriate HR policy in response to such a context. This study therefore aimed to: (1) examine the differences in work values across the generations of employees; (2) explore whether the demographic factors and parenthood status were associated with the work values of employees; (3) provide the policy suggestions/discussions on human resource …


Human Capital Development In Thailand: Lesson Learn From Singapore, Thunyaporn Techvitul Jan 2021

Human Capital Development In Thailand: Lesson Learn From Singapore, Thunyaporn Techvitul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper examines Human Capital Development in Thailand with a focus on policy recommendations. I applied interdisciplinary approaches to craft strategies for Thailand. Using literature reviews as a main tool of information collection, I study education policy and reforms in Thailand and Singapore to identify the strengths and weaknesses of the current situation in Thailand. By looking into Singapore’s success story, I summarize a few key points that Thailand can learn from Singapore. I additionally look at the current policy and make some revisions to it. I believe that going to college is very important for a country, therefore, I …


Global Talent Competitiveness Index: The Implication Of 6 Gtci Pillars On Singapore, Malaysia, And Thailand’S Real Gdp Per Capita To Promote Talent Development, Jintatat Chaiyapuck Jan 2021

Global Talent Competitiveness Index: The Implication Of 6 Gtci Pillars On Singapore, Malaysia, And Thailand’S Real Gdp Per Capita To Promote Talent Development, Jintatat Chaiyapuck

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to examine the implications of the Global Talent Competitiveness Index (GTCI) against real GDP per capita. Specifically, the study aims to show the relationship between 6 GTCI variables between Singapore, Malaysia, and Thailand and explore the significance and the implications of the GTCI index in the innovation-driven economies. The conceptual framework can be elaborated through 6 GTCI indices. The first four indices in the input model are: (1) enabling and impeding talent attraction and institutional development; (2) attracting talents; (3) growing talent through formal education, lifelong learning, and access to growth opportunities; and (4) retaining talents through …