Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 331 - 360 of 2614

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

การต่อรองอัตลักษณ์และสิทธิของกลุ่มชายขอบในอินเดียร่วมสมัย กรณีศึกษา Gangubai Kathiawadi และกลุ่มฮิจรา, นภัสสร ณ นคร Jan 2024

การต่อรองอัตลักษณ์และสิทธิของกลุ่มชายขอบในอินเดียร่วมสมัย กรณีศึกษา Gangubai Kathiawadi และกลุ่มฮิจรา, นภัสสร ณ นคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบการนำเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่มฮิจราในภาพยนตร์ Gangubai Kathiawadi กับความเป็นจริงทางสังคมของอินเดียร่วมสมัย โดยอธิบายผ่านกรอบแนวคิด Constructivism ที่มองว่าอัตลักษณ์ไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่ถูกสร้างและปรับเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างทางสังคม สารนิพนธ์ฉบับนี้พบว่า แม้ในภาพยนตร์ตัวละครฮิจรามีอำนาจทางสังคมและการเมือง แต่อัตลักษณ์ดังกล่าวเป็นเพียงสัญลักษณ์ “ภาพแทนเชิงอุดมคติ” ที่ตอกย้ำภาพจำที่สังคมคุ้นเคย ตรงข้ามกับความเป็นจริงที่กลุ่มฮิจราถูกกดทับจากโครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน การศึกษา และการเข้าถึงสวัสดิการ แม้รัฐอินเดียจะประกาศรับรองสถานะ “เพศที่สาม” อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 สื่อบันเทิง Bollywood มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมทัศนคติของสังคมและสร้าง soft power ผ่านแพลตฟอร์ม Netflix ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มฮิจราได้รับความสนใจในระดับสากล แต่สื่อกระแสหลักไม่สามารถก้าวข้ามอคติเดิมได้ เนื่องจากฮิจรามักถูกนำเสนอในฐานะ “ตัวละครเสริม” ดังนั้น การต่อสู้ของกลุ่มชายขอบในอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นโสเภณีในอดีตหรือกลุ่มฮิจราในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย แต่เป็นการต่อสู้กับค่านิยมและโครงสร้างสังคมที่หยั่งรากลึกที่ต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมอย่างยั่งยืน


การแปรของวัจนลีลากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย: กรณีศึกษาไพรวัลย์ วรรณบุตร, กันตวัฒน์ ก้องวิญญู Jan 2024

การแปรของวัจนลีลากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย: กรณีศึกษาไพรวัลย์ วรรณบุตร, กันตวัฒน์ ก้องวิญญู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรของวัจนลีลาที่ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือแพรรี่ อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยใช้ ซึ่งในอดีตเป็นพระภิกษุ ต่อมาได้ลาสิกขา แสดงออกว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และมีชื่อเสียงต่อไปบนสื่อสังคม โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านด้านเพศสภาวะจากการแสดงออกเป็นชายไปสู่การแสดงออกเป็นหญิง คือ ปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรทางศัพท์และเสียงที่ไพรวัลย์ วรรณบุตรใช้ในช่วงเวลาที่มีการแสดงตัวตนที่แตกต่างกัน และเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างลักษณะทางภาษากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของไพรวัลย์ วรรณบุตร ผลการศึกษา ด้านการแปรทางศัพท์ 4 ตัวแปร ได้แก่ คำอ้างถึงตนเอง คำเรียกขาน อนุภาคลงท้าย และวงศัพท์ พบว่าแพรรี่ใช้ตัวแปรศัพท์แตกต่างกัน โดยมีการแปรที่เป็นไปตามเพศสภาวะ คือ คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้าย ในช่วงที่ 1 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองแสดงความเป็นชายสูงสุด ทว่าพบการใช้อนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นชายพอ ๆ กับที่ไม่ระบุเพศ ในช่วงที่ 3 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นหญิงสูงสุด ในช่วงที่ 2 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นชายลดลงจากช่วงที่ 1 ส่วนคำเรียกขานและวงศัพท์ ไม่มีการแปรที่เป็นไปตามเพศสภาวะ มีแต่การแปรที่เป็นไปตามสถานการณ์การสื่อสาร โดยคำเรียกขานที่แพรรี่ใช้มากที่สุดในแต่ละช่วงนั้นเป็นคำที่ต่างกัน คือ “พี่” ในช่วงที่ 1 “คุณ” ในช่วงที่ 2 “มึง” ในช่วงที่ 3 ขณะที่วงศัพท์นั้น ศัพท์ทางพุทธศาสนาถูกใช้เพื่อแสดงทีท่าเชิงความรู้โดยตลอด ไม่เพียงเท่านั้น ยังแสดงทีท่าเชิงอำนาจ ทีท่าเชิงความหนักแน่น และทีท่าเชิงความรู้สึก ด้านการแปรทางเสียง 3 ตัวแปร ได้แก่ ระดับเสียงโดยรวม ความแปรปรวนระดับเสียง และพิสัยระดับเสียง ก็พบว่าแพรรี่ใช้ตัวแปรเสียงแตกต่างกัน แต่ไม่มีทิศทางที่เป็นไปตามเพศสภาวะ คือ ตัวแปรทางเสียงข้างต้นมีค่าสูงที่สุดเมื่อแพรรี่แสดงความเป็นชาย ในจำนวนนี้ มีเพียงระดับเสียงโดยรวมเท่านั้นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภายหลังจากการเปลี่ยนผ่านสภาวะทางเพศกระทั่งแสดงความเป็นหญิง ส่วนความแปรปรวนและพิสัยระดับเสียงนั้น สูงและกว้างขึ้นแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ มิเพียงแต่ทีท่าข้างต้น การแปรทางศัพท์และเสียงยังแสดงให้เห็นทีท่าอื่น ๆ อีก คือ ทีท่าความสนิทสนม และทีท่าความอ่อนน้อม รวมเป็น 6 ทีท่า โดยที่ทีท่ารวมกันบ่งชี้บุคลิกได้ 2 บุคลิก คือ บุคลิกของผู้มีการศึกษา และบุคลิกของผู้ขายสินค้า ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า อัตลักษณ์ของแพรรี่ไม่ได้เป็นสิ่งตายตัว ยากที่จะสรุปได้ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถประกอบสร้างได้อย่างต่อเนื่องผ่านการใช้คำและเสียงพูด โดยขึ้นอยู่กับช่วงเวลา เพศสภาวะ …


กระบวนการสะสมทุนโดยการพรากสิทธิในนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eec), ธิวัชร์ ดำแก้ว Jan 2024

กระบวนการสะสมทุนโดยการพรากสิทธิในนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eec), ธิวัชร์ ดำแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสะสมทุนโดยการพรากสิทธิในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยอาศัยกรอบแนวคิด “การสะสมทุนโดยการพรากสิทธิ” (Accumulation by Dispossession) ของ David Harvey เพื่อวิเคราะห์นโยบายของรัฐที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิในที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากเอกสารราชการ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการสนทนากลุ่มย่อยกับประชาชนในพื้นที่ผลการศึกษาพบว่า นโยบาย EEC เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่รัฐใช้กลไกพิเศษและกฎหมายเฉพาะกิจในช่วงรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อเร่งรัดการลงทุนขนาดใหญ่ โดยมีการยกเว้นกฎหมายผังเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิม อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างกว้างขวาง พื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยของประชาชนถูกจัดสรรใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกิน การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตดั้งเดิม นโยบายนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอำนาจรัฐกับทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะทุนข้ามชาติที่ได้รับประโยชน์จากการจัดการทรัพยากรของรัฐในนามของการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า “การพรากสิทธิ” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเชิงกายภาพของการเวนคืนหรือยึดครองที่ดินเท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของการเปลี่ยนกฎหมาย โครงสร้างสถาบัน และการสร้างความยินยอมทางอุดมการณ์ผ่านการโฆษณาว่านโยบายดังกล่าวจะนำประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งที่ในทางปฏิบัตินำไปสู่ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ การสูญเสียอัตลักษณ์ชุมชน และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ข้อเสนอจากการศึกษาเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการทบทวนนโยบายพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ภายใต้หลัก สิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรในระยะยาว โดยเสนอให้มีการกำกับตรวจสอบเชิงนโยบายและการปฏิรูปกระบวนการวางแผนการพัฒนา เพื่อป้องกันการใช้กลไกของรัฐเป็นเครื่องมือสนับสนุนการสะสมทุนที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมอย่างถาวร


The Dynamics Of The Chana Community Network Movement: Strategic Shifts, Impacts, And Reflections On Thailand's Political Landscape, Abdullah Yuhannan Jan 2024

The Dynamics Of The Chana Community Network Movement: Strategic Shifts, Impacts, And Reflections On Thailand's Political Landscape, Abdullah Yuhannan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation examines the dynamics of the Chana Community Movement, one of Thailand’s most enduring grassroots movements. Originating in the early 1990s with opposition to illegal commercial fishing, the movement has evolved to resist the Chana Industrial Estate Project. The research addresses key questions concerning factors sustaining the movement, tactical adaptations, societal impacts, and its reflection of Thailand’s contemporary political landscape. The study employs a qualitative research methodology, combining document analysis, in-depth interviews, and participant observation, alongside analytical frameworks derived from political struggle studies and social movement theories for comprehensive analysis. The findings reveal that the Chana Community Movement succeeded …


การตกเป็นเหยื่อของการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย, โชติกา ชุมศรี Jan 2024

การตกเป็นเหยื่อของการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย, โชติกา ชุมศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง “การตกเป็นเหยื่อของการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้กระทำผิดและผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ ศึกษาสภาพปัญหาของการตกเป็นเหยื่อและเสนอแนะแนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ จำนวน 4 คน และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางและผู้ที่มีส่วนในการช่วยเหลือเหยื่อ จำนวน 8 คน ผลการศึกษา พบว่ารูปแบบพฤติกรรมของผู้กระทำผิด มี 3 ประการ ดังนี้ 1) การพยายามติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องและส่งข้อความที่ไม่พึงประสงค์ทางออนไลน์ 2) การนำข้อมูลของเหยื่อไปใช้ในทางที่มิชอบ และ 3) การนำข้อมูลที่เฝ้าติดตามทางออนไลน์ไปสะกดรอยในทางกายภาพ สาเหตุหรือแรงจูงใจที่นำไปสู่การกระทำความผิด ดังนี้ 1) ความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการติดต่อเหยื่อได้โดยตรง 2) ความต้องการสร้างความสัมพันธ์บางประการ และ 3) ความโกรธแค้นเมื่อถูกปฏิเสธหรือความต้องการควบคุม พฤติกรรมของบุคคลที่นำไปสู่การตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ มี 2 ประการ ดังนี้ 1) การขาดความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ และ 2) ลักษณะทางกายภาพของเหยื่อ นอกจากนี้ผลการศึกษา สภาพปัญหาของการตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ มี 4 ประการ ดังนี้ 1) การขาดความตระหนักรู้ 2) สภาพของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต 3) การขาดกฎหมายหรือมาตรการเฉพาะที่ใช้กับการกระทำความผิด และ 4) ขาดบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะทาง สำหรับแนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ ได้แก่ 1) การสอนมารยาทการใช้งานอินเทอร์เน็ต และสร้างความตระหนักรู้ในอันตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลแก่คนในสังคม 2) การเริ่มป้องกันจากตนเอง 3) การพัฒนาระบบกฎหมายและการบังคับใช้ และ 4) การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญ และพัฒนาเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ช่วยสืบสวนการกระทำความผิดทางออนไลน์


Understanding Pluriversal Ontology: The Cases Of Three Alternative Agriculture Communities In Sisaket Province, Northeastern, Thailand, Thita Ornin Jan 2024

Understanding Pluriversal Ontology: The Cases Of Three Alternative Agriculture Communities In Sisaket Province, Northeastern, Thailand, Thita Ornin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In reaction to the global development paradigm, the concept of Pluriverse has played a pivotal role in exploring alternatives to development, aiming to foster a world that accommodates multiple worlding with the goals to facilitate various approaches to collective well-being, moving away from anthropocentric, linear growth within the modern capitalist development. This thesis seeks to understand alternative agriculture cases in the Northeast of Thailand through the Pluriversal ontology conceptual framework and to determine its usefulness through the following proposed framework; (1) alternative agricultural development discourse analysis, (2) friction and assimilation with modernity and (3) post-development values. Taken an inspiration from …


การศึกษาผลกระทบจากมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี พ.ศ. 2559 ต่อมลพิษทางอากาศ, พลพัชร พัชรปิยะกุล Jan 2024

การศึกษาผลกระทบจากมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี พ.ศ. 2559 ต่อมลพิษทางอากาศ, พลพัชร พัชรปิยะกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการในการควบคุมมลพิษจากรถยนต์ และอิทธิพลของมาตรการในการควบคุมมลพิษจากรถยนต์ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดและอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย โดยศึกษาจากข้อมูลมลพิษในรถยนต์ โดยใช้ข้อมูลมลพิษและอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี พ.ศ. 2554 ถึง 2565 โดยจะทำการแบ่งชุดข้อมูลออกเป็นสองช่วงคือช่วงระหว่าง พ.ศ. 2554 ถึง 2558 และ ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อนและหลังผลกระทบภายหลังการเปลี่ยนแปลงจากการดำเนินนโยบายส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย พบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO₂) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) หลังจากการบังคับใช้นโยบายมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) กลับเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ถึงแม้ในช่วงปี 2563 ประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาการระบาดของโรคโควิด 19 แสดงให้เห็นว่ามาตรการทางกฎหมายที่มุ่งควบคุมมลพิษจากรถยนต์ของประเทศไทยนั้นไม่ส่งประสิทธิภาพเท่าที่ควร หากแต่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเครื่องยนต์เบนซินเป็นเครื่องยนต์ดีเซล เครื่องยนต์ไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น


ผลกระทบ ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : กรณีศึกษาพื้นที่ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา, สุดา บุดชาดี Jan 2024

ผลกระทบ ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : กรณีศึกษาพื้นที่ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา, สุดา บุดชาดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัย เรื่อง ผลกระทบ ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ :กรณีศึกษาพื้นที่ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาข้อจำกัดและผลกระทบของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีต่อผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา 2. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ส่งผลต่อข้อจำกัดของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในพื้นที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา และ 3. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการปรับปรุงและพัฒนาโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้มีระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา จำนวน 380 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือการศึกษาวิจัย และระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ ผู้นำในพื้นที่ และผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามใช้สถิติเชิงพรรณนาค่าความถี่ ร้อยละ และการวิเคราะห์ Probit and Logistic Regression เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลส่วนบุคคลกับผลกระทบเชิงข้อจำกัด ผลการศึกษาวิจัย พบว่า การเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลกระทบเชิงประโยชน์อยู่ในระดับมาก ในเรื่องของการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าในครัวเรือน แต่ในเรื่องของสวัสดิการค่าเดินทาง และการส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น มีความสามารถชำระหนี้ และการส่งผลในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐเพิ่มเติม การศึกษาและการพัฒนาอาชีพ ครอบครัว อยู่ในระดับน้อย ส่วนด้านปัจเจกบุคคลภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง และในส่วนของผลกระทบเชิงข้อจำกัด พบว่า สวัสดิการค่าอุปโภคและบริโภคไม่เพียงพอ และสวัสดิการเกี่ยวกับค่าเดินทางไม่ได้ใช้ในพื้นที่ และในส่วนข้อจำกัดด้านรายได้ คือ ยังไม่สามารถนำไปสู่การชำระหนี้ได้ ด้านการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ คือ ไม่ส่งผลให้ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม เนื่องจากการใช้สิทธิบางอย่างต้องมีการลงทะเบียน การศึกษาและการพัฒนาอาชีพ คือ ยังไม่สามารถทำให้เข้าถึงแหล่งรายได้ใหม่ได้ จึงนำไปสู่การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนภายในระบบได้ โดยภาพรวมการเข้าร่วมโครงการประชาชนจะใช้ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการอุปโภคและบริโภค ซึ่งใช้จ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจน ที่กำหนดเกณฑ์ไว้ที่ 2,710 บาท จึงกล่าวได้ว่า การเข้าร่วมโครงการยังคงทำให้เผชิญกับปัญหาความยากจนอยู่ โดยเมื่อทดสอบหาปัจจัยที่มีผลต่อข้อจำกัด พบว่า ในบริบทพื้นที่มีความแตกต่างเกี่ยวกับ เพศ อาชีพ อายุ บทบาทการเป็นผู้นำครอบครัว จำนวนสมาชิกในครอบครัว ปัญหาหนี้สิน ฯลฯ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดข้อจำกัดที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในบริบทพื้นที่ภาพรวมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และอาศัยเป็นครอบครัว มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ความจำเป็นในการใช้สวัสดิการของรัฐ คือ ค่าอุปโภคและบริโภค …


Negotiating Identities: A Transformation Of Thai-Muslim In The Baan Somdej Mosque Community (Bangkok), Vinissa Kattiya-Aree Jan 2024

Negotiating Identities: A Transformation Of Thai-Muslim In The Baan Somdej Mosque Community (Bangkok), Vinissa Kattiya-Aree

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Thailand is home to more than 6 million Muslims, making Thai-Muslim the largest religious minority group. Thai – Muslim communities have long been a part of Thai society, participating in all levels of society, from economics to politics. Despite much research written on the Thai Muslim population and communities, the Bangkok Muslim communities remain understudied. This research hopes to expand the existing research on Muslims in Thailand and offer an interdisciplinary explanation focusing on international development and anthropological aspects of the transformation of a Thai Muslim community. This thesis presents a case study of the Muslims of the Baan Somdej …


ปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, วันจักร น้อยจันทร์ Jan 2024

ปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, วันจักร น้อยจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและสาเหตุการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เล่นพนันคาสิโนออนไลน์ จำนวน 15 คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก รวมถึงการศึกษาจากเอกสาร และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์สรุปอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำแนกได้เป็น 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่สาเหตุเรื่องของความล้าหลังและไม่ชัดเจนของกฎหมายที่ไม่ทันกับเทคโนโลยี รวมถึงการโฆษณาที่เข้าถึงเยาวชนได้ง่าย ทำให้ปัญหานี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริบทและสภาวะที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความซับซ้อนทางวัฒนธรรม การทุจริตในระบบราชการ การพัฒนาเทคโนโลยี และวิถีชีวิตยุคใหม่ ล้วนส่งเสริมการเล่นพนัน และผลกระทบของปัญหานี้สร้างความเสียหายทั้งด้านการศึกษา จิตใจ สังคม และการเงินของเยาวชน การแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว โรงเรียน และสังคมในระยะยาว 2.สาเหตุการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานครสามารถแบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจเจกบุคคล จิตวิทยา และสังคม พบว่าเยาวชนมักตัดสินใจเล่นพนันโดยประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โดยอาจได้รับอิทธิพลจากการเลียนแบบพฤติกรรมในสื่อออนไลน์หรือกลุ่มเพื่อน การโฆษณาที่ดึงดูด และการเสริมกำลังทั้งทางบวกและลบ นอกจากนี้ ปัจจัยทางสังคม เช่น ความสัมพันธ์ที่ไม่แข็งแรงกับครอบครัว การขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือความรู้สึกว่างเปล่าทางจิตใจ ล้วนมีส่วนผลักดันให้เยาวชนเข้าสู่วงจรการพนันออนไลน์มากขึ้น


Thailand's Never-Ending Pesticide Debate: Contested Future Sociotechnical Imaginaries Through A Relational Co-Productionist Lens, Henriette Erawan Kamphorst Jan 2024

Thailand's Never-Ending Pesticide Debate: Contested Future Sociotechnical Imaginaries Through A Relational Co-Productionist Lens, Henriette Erawan Kamphorst

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Since the introduction of the Green Revolution, the use of agrochemicals in Thai farming has sparked repeated contentious debates among local policy elites, addressing issues such as consumer health, farmer livelihoods, and environmental degradation. In 2019, this subject re-emerged on the policy agenda with the proposed ban of three key agrochemicals: Chlorpyrifos, Paraquat, and Glyphosate. In order to understand why the pesticide issue has remained on policy actors’ agendas for so long and still continues to be subject to ongoing debate, this research takes on a new perspective by adopting a relational co-productionist approach in the construction of contesting sociotechnical …


กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย, พรทิภา หัสดี Jan 2024

กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย, พรทิภา หัสดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทัศนะ มุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ต่อสถาบันครอบครัว และความรุนแรงในครอบครัว และศึกษาถึงทัศนะ มุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม ของ บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้กระทำความรุนแรง และผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ที่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัว ตลอดจนศึกษาบทบาทการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคของกระบวนการยุติธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัวในการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เพื่อความเข้าใจและพัฒนาแนวทางแก้ไขป้องกันความรุนแรงในครอบครัว โดยวิธีการในการดำเนินการวิจัยเป็นแบบผสมผสาน คือการวิจัยเชิงปริมาณผ่านการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย 400 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวซึ่งเป็นบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และ ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ซึ่งเป็นบุตรหรือผู้อยู่ภายใต้การปกครอง ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัวผลการศึกษาพบว่าทัศนะของกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen-Z ส่วนใหญ่มีพื้นฐานความเชื่อ ค่านิยมต่าง ๆ เกี่ยวกับครอบครัวคล้ายกับคนในยุคก่อน โดยยังเห็นว่าครอบครัวมีความสำคัญ แต่มีการรับรู้ถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในครอบครัวที่ไม่ควรมีการละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจเด่นชัดขึ้น และส่วนหนึ่งมีมุมมองสะท้อนให้เห็นภาพสถาบันครอบครัวที่แตกต่างออกไป เช่น บ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังให้ลูกมาดูแลในวัยชรา เป็นต้น ซึ่งเป็นมุมมองไปทางเดียวกันกับผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัวได้แสดงมุมมองต่อศาลหรือบุคคลในกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้กระทำความรุนแรงนั้น ส่วนใหญ่จะคิดว่าการกระทำของตนเองไม่เป็นความรุนแรง แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการและปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ออกเพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้กระทำความรุนแรง และเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูแล้ว ก็ยอมรับว่าช่วยให้สถานการณ์ในครอบครัวดีขึ้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ สะท้อนว่าบริบทของความรุนแรง ในครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิดใหม่ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้ต้องทบทวนและตระหนักถึงบริบทที่แปรเปลี่ยนไปดังกล่าวเพื่อสร้างสมดุลและสันติภาพภายในบ้าน อีกทั้งในระดับ มหภาคเพื่อช่วยกันรณรงค์ หรือกำหนดนโยบาย หรือกฎหมาย เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่สงบสุขไร้ความรุนแรงอย่างยั่งยืน


บทบาทพระธรรมทูตในการทูตวัฒนธรรมของไทยต่ออินเดีย, ณัฐสิชฌ์ พินยะสิน Jan 2024

บทบาทพระธรรมทูตในการทูตวัฒนธรรมของไทยต่ออินเดีย, ณัฐสิชฌ์ พินยะสิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาบทบาทพระธรรมทูตไทยสายอินเดียซึ่งนับเป็นตัวแสดงสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ร่วมกับตัวแสดงในระดับต่าง ๆ ประกอบด้วย หน่วยงานด้านการต่างประเทศไทย รัฐบาลท้องถิ่นอินเดีย และสาธารณชนอินเดีย ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความร่วมมือและปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย งานวิจัยฉบับนี้ใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพและวิเคราะห์ผลการศึกษาตามกรอบแนวคิดว่าด้วยการทูตวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงกลไกการทำงานของพระธรรมทูตและการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มาจากการสื่อสารสองทาง โดยพิจารณาขอบเขตด้านเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ในการก่อตั้งวัดไทยพุทธคยา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ บทบาทพระธรรมทูตไทยสายอินเดียต้องเผชิญกับความท้าทายในด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา และวิถีชีวิต เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสาธารณชนอินเดียและสามารถดำรงบทบาทในฐานะผู้แทนทางพระพุทธศาสนาในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถนำมาซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจของสาธารณชนอินเดียที่มีต่อไทย จากการศึกษาพบว่าพระธรรมทูตไทยไม่ได้มีเพียงบทบาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์รวมจิตใจต่อสาธารณชนในพื้นที่และผู้ที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญในพื้นที่สังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล และมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อสาธารณชนอินเดียจากการส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ ทำให้การขับเคลื่อนการทูตวัฒนธรรมไทยดำเนินไปอย่างยั่งยืนจากความศรัทธาและร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียอย่างแน่นแฟ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาเถรวาทไทยให้กลายเป็นจุดเด่นในสังคมอินเดีย ในขณะเดียวกัน พระธรรมทูตไทยได้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อการเจริญสัมพันธ์ไมตรีในต่างประเทศและได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากสาธารณชนและรัฐบาลท้องถิ่นของอินเดีย โดยวัดไทยในอินเดียได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญ บทบาทพระธรรมทูตไทยได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม คุณภาพชีวิต และการท่องเที่ยว ทำให้การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืนภายใต้พื้นฐานของความเข้าใจอันดี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการทูตวัฒนธรรมไม่สามารถสำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องถูกสั่งสมจนเกิดความไว้เนื้อเชื้อใจที่แสดงออกผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ ความร่วมมือ และนโยบายต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ การศึกษาประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสามารถพิจารณาถึงการทูตวัฒนธรรมที่เป็นอีกหนึ่งหนทางในการแสวงหาซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติ โดยมีพระธรรมทูตไทยเป็นตัวแสดงทางการทูตที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นส่วนหนึ่งในการตอบสนองเจตนารมณ์ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่างประเทศ


แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการเปิดบัญชีม้าของเด็กและเยาวชน, ธัญชนก จ้อยสำเภา Jan 2024

แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการเปิดบัญชีม้าของเด็กและเยาวชน, ธัญชนก จ้อยสำเภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “แนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการเปิดบัญชีม้าของเด็กและเยาวชน” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา และสาเหตุการเปิดบัญชีม้าของเด็กและเยาวชน 2) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันปราบปรามการเปิดบัญชีม้าของเด็กและเยาวชน 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการเปิดบัญชีม้าของเด็กและเยาวชน โดยอาศัยข้อมูลจากการวิจัยเชิงคุณภาพและใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 คน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ออกมาตรการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย พนักงานธนาคาร และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อบัญชีม้า มีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงินและผลกระทบของการเป็นบัญชีม้า 2) การขาดการดูแลและคำแนะนำจากครอบครัว ทำให้เยาวชนถูกชักจูงได้ง่าย และ 3) แรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่เด็กและเยาวชนได้รับค่าตอบแทนเป็นที่น่าดึงดูด อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของบทบาทผู้ปกครองและหน่วยงานรัฐในการให้ความรู้และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน รวมถึงการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและครอบคลุม เช่น การจำกัดการเปิดบัญชีใหม่เพื่อป้องกันการกระทำผิด การวิจัยนี้เสนอแนวทางป้องกันเด็กและเยาวชนจากการตกเป็นเหยื่อบัญชีม้า โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับภัยที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการระวังภัยทางการเงินให้แก่เยาวชนอย่างเหมาะสมเพื่อเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนไทย


บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก: กรณีศึกษา จังหวัดชลบุรี, หทัยทัต ทองรอด Jan 2024

บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก: กรณีศึกษา จังหวัดชลบุรี, หทัยทัต ทองรอด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในจังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัด รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะปรับปรุงแนวทางในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งงานศึกษาใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ผ่านการทบทวนเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี งานศึกษานี้พบว่า หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการกำหนดนโยบายและกรอบทิศทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทหลักเป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติจริง อย่างไรก็ตาม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งซึ่งมีบริบทที่แตกต่างกัน ไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายที่หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่างแทบไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับบนมีบทบาทเพียงการเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลเพียงเท่านั้น ในขณะที่ ในระดับปฏิบัติหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางไม่มีบทบาทโดยตรง แต่เป็นบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่างและนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรี ซึ่งไม่มีการบูรณาการระหว่างกันแต่อย่างใด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่างต้องรับภาระจากขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองจากประชากรแฝง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ งานศึกษานี้เสนอให้มีการปรับปรุงขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถรวมกลุ่มหรือร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในลักษณะสหการได้ รวมทั้งเพิ่มความเป็นอิสระให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สำหรับการบริหารจัดการบุคลากรและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรีนำแหล่งรายได้ที่สามารถจัดเก็บได้เอง มาพัฒนาและบริหารจัดการขยะมูลฝอยและดูแลประชาชนในพื้นที่ของตนได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยควรมีบทบาทเพิ่มมากยิ่งขึ้นในการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street Crime) ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา Jan 2024

การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street Crime) ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street Crime) รวมถึงการระบุปัญหาและข้อจำกัดในการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อเสนอแนะแนวทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนนในบริบทของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่ใช้ทั้งการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นกลุ่มเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ นักอาชญาวิทยา นักพัฒนาเทคโนโลยี AI นักวิชาการเทคโนโลยี AI และนักกฎหมายด้านเทคโนโลยี AI รวมจำนวน 13 คน ผลการวิจัยพบว่า AI ไปใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street crimes) ได้ 4 ประการ ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ข้อมูล จากกล้องวงจรปิด (CCTV Analytics) 2. การจดจำใบหน้า (Facial Recognition) 3. การติดตามยานพาหนะ (Vehicle Tracking) 4.การยับยั้งและข่มขู่ผู้กระทำความผิดด้วย การติดตั้งกล้องวงจรปิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มนำ AI มาใช้ในพื้นที่นำร่องบางแห่งในกรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้ขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประเทศไทยยังขาดความพร้อมในหลายด้านสำหรับการนำ AI มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรม การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมได้ดีกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงลำพัง อีกทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ทำงานร่วมกับ AI ยังช่วยยับยั้งอาชญากรรมผ่านผลทางจิตวิทยาต่อผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ยังมีปัญหาและข้อจำกัดสำคัญ เช่น ปัญหาอุปสรรคของการป้องกันอาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 1) ความแม่นยำของ AI 2) ด้านกฎหมาย งบประมาณในการติดตั้งระบบ AI และกล้องวงจรปิด การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงต่อการเกิดอคติ (bias) การวิจัยนี้จึงข้อเสนอแนะอาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดนโยบายในการวิเคราะห์สถิติการเกิดอาชญากรรมในแต่ละกองบังคับการตำรวจนครบาลและกำหนดพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงเพื่อทดลองใช้ AI ในการตรวจจับและป้องกันอาชญากรรม รวมทั้งการพัฒนาระบบ AI และการสร้างกรอบการทำงานที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการใช้งานอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในบริบทของการป้องกันอาชญากรรมในประเทศไทย


Social Acceptance, Well-Being, And The Desire To Start A Family Of Lgbtq+ People In Thailand, Wirunphat Manitsorasak Jan 2024

Social Acceptance, Well-Being, And The Desire To Start A Family Of Lgbtq+ People In Thailand, Wirunphat Manitsorasak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Despite Thailand’s image as a “living paradise” for LGBTQ+ individuals, empirical research on social acceptance and family formation remains limited. Public discourse has questioned whether the growing visibility of LGBTQ+ populations may contribute to the national fertility decline. Given this context, this study focuses on LGBTQ+ individuals and explores three dimensions: (1) societal tolerance toward LGBTIQAN+ individuals and sexual diversity, (2) public attitudes toward LGBTIQAN+ parenting, and (3) the well-being and family formation intentions of LGBTQ+ individuals. Employing a quantitative approach, the study draws on two data sources: (1) secondary data from three waves of the World Values Survey (2007, …


Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup Jan 2024

Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores Bhutanese youth's perceptions, communication preferences, and engagement with waste separation and management, focusing on students at Yangchenphu Higher Secondary School (YHSS) in Thimphu. Using a mixed-methods approach, it combines surveys of 185 students with interviews from teachers and administrators to examine knowledge, attitudes, behaviors, and systemic challenges. Findings reveal high awareness and positive attitudes among students, with social media and video content preferred for communication. However, barriers such as time constraints, inadequate infrastructure, and reliance on extrinsic motivators limit effectiveness. Key themes include Shared Responsibility, Challenges in Sustaining Engagement, System Effectiveness, Civic Education, and Policy Support. The …


แนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในประเทศไทย, อัจราภา ถนัดเดินข่าว Jan 2024

แนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในประเทศไทย, อัจราภา ถนัดเดินข่าว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง ในประเทศไทย พร้อมทั้งวิเคราะห์สภาพปัญหาด้านการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับ หนังสือเดินทาง เพื่อนำไปสู่แนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง ในประเทศไทย โดยเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกจาก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ระดับบริหารและ ระดับปฏิบัติการ จำนวนทั้งสิ้น 23 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า สถานการณ์การกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง ในประเทศไทยที่สำคัญ ได้แก่ 1) รูปแบบการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางที่พบได้ทั่วไป 2) การกระทำผิดของแรงงาน 4 สัญชาติ 3) การใช้หนังสือเดินทางไทยโดยมิชอบ 4) การใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง 5) ผลกระทบของการกระทำผิดต่อประเทศไทย และ 6) แนวโน้มการกระทำผิดและพฤติกรรมปกปิดตัวตนในประเทศไทย และเมื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาด้านการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในประเทศไทย พบสภาพปัญหา 7 ด้าน ได้แก่ 1) มุมมองของรัฐ 2) กฎหมาย 3) การบังคับใช้กฎหมาย 4) งบประมาณ 5) เทคโนโลยี 6) ความร่วมมือระหว่างประเทศ และ 7) บุคลากร ซึ่งภาพสะท้อนเหล่านี้นำไปสู่แนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในประเทศไทย โดยผู้วิจัยเสนอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจัดให้มีการฝึกอบรมแก่บุคลากร จัดตั้งศูนย์ข้อมูลหนังสือเดินทางอย่างเป็นทางการเพื่อสนับสนุนการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องมีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนอยู่เสมอ อีกทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ที่เกี่ยวกับหนังสือเดินทางและงานตรวจคนเข้าเมืองจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความมั่นคง มากขึ้น รวมถึงการขยายผลการจับกุมที่จะช่วยป้องกันการกระทำความผิดซ้ำต่อไป


Research On The Soft Power Of Thai Traditional Food Culture Under The Process Of Globalization, Lu Han Jan 2024

Research On The Soft Power Of Thai Traditional Food Culture Under The Process Of Globalization, Lu Han

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research explores the role of Thai traditional food culture as a form of soft power in the context of globalization. According to Joseph S. Nye, Soft power operates through the resources of culture, political ideals, and foreign policies. Influenced by factors such as history, geography, climate, and social development, Thai traditional food culture has integrated the characteristics of multiple cultures with its inclusive and innovative ideas to form a unique culture. Through globalization, Thai food culture has gained widespread popularity. This research analyzes the mechanisms by which Thai food culture promotes Thailand’s soft power, including nation branding, gastro-diplomacy, tourism, …


การศึกษารูปแบบการจ้างงานภายนอก (Outsource) ที่เหมาะสมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ: กรณีศึกษา ฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่, ณัฐกานต์ ลิ้มรุ่งโรจน์ Jan 2024

การศึกษารูปแบบการจ้างงานภายนอก (Outsource) ที่เหมาะสมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ: กรณีศึกษา ฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่, ณัฐกานต์ ลิ้มรุ่งโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ รายละเอียดการดำเนิน รวมถึงปัญหา และอุปสรรคในกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการจ้างงานภายนอก (Outsource) ของฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ พร้อมทั้งสามารถนำผลการศึกษาไปเป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพในการจ้างงานภายนอก (Outsource) ของฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ในอนาคตต่อไป โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) อาศัยวิธีการสัมภาษณ์ แบบเจาะลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินงาน และการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การจ้างบริหารจัดการคลังพัสดุมีรูปแบบวิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก ตามมาตรา 56 (1) (ข) ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นการให้บริการ โดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือเฉพาะ มีความชำนาญ หรือมีทักษะสูง และผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด รวมทั้งคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นการเปิดให้กลไกตลาดเข้าทำงาน โดยบริษัทเอกชนผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการด้าน Warehouse for e-commerce หรือคลังสินค้าสำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับปัญหาและอุปสรรคของการจ้างบริหารจัดการคลังพัสดุ ประกอบด้วยสาเหตุหลัก 1) การออกแบบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ของหน่วยงานไม่รัดกุมเพียงพอ 2) โครงสร้างองค์กรและระบบรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ ของธนาคารมีลำดับขั้นบังคับบัญชาและมีชั้นความลับสูง รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลและการจัดการข้อมูลต้องจัดเก็บที่ Server และต้องติดตั้งภายในธนาคารออมสินเท่านั้น 3) การสูญเสียทรัพยากร เนื่องจากมีพนักงานของบริษัทเอกชนผู้ได้รับการคัดเลือกทุกจริต ลักขโมยทรัพย์สินของธนาคาร


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกวิธีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ, กฤติยา วงศ์ใหญ่ Jan 2024

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกวิธีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ, กฤติยา วงศ์ใหญ่

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากการศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบออนไลน์ และสาเหตุที่ส่งผลให้ผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบกระดาษ ณ สรรพากรพื้นที่สาขา 2) เพื่อเสนอแนะแนวทางทางการพัฒนาระบบการยื่นแบบฯ ผ่านระบบออนไลน์ และส่งเสริมให้ประชาชน ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบออนไลน์ โดยการวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งได้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่างผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 400 คน ตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ได้อาศัยทฤษฎีความน่าจะเป็น ด้วยวิธีการสุ่มแบบโควตา กลุ่มผู้เสียภาษียื่นแบบฯ ผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 378 ตัวอย่าง และกลุ่มผู้เสียภาษียื่นแบบฯ กระดาษ จำนวน 22 ตัวอย่างผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยด้านประชากรและสังคมได้แก่ ช่วงอายุ อาชีพ 2) ปัจจัยด้านพฤติกรรมการยื่นแบบฯ 3) ปัจจัยด้านการยอมรับเทคโนโลยี ได้แก่การรับรู้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในเรื่องทำให้ได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้นและทำให้รู้สึกประหยัดเวลา การรับรู้ความง่ายต่อการใช้งาน และ 4) ปัจจัยความสำเร็จของระบบสารสนเทศ ได้แก่ ปัจจัยด้านคุณภาพระบบ ปัจจัยด้านคุณภาพของข้อมูล ปัจจัยคุณภาพ ส่งผลต่อการเลือกวิธีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคธรรมดาแตกต่างกัน


การศึกษานโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย, ปิยราษฎร์ สุขราษฎร์ Jan 2024

การศึกษานโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย, ปิยราษฎร์ สุขราษฎร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษา “นโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ในประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารายละเอียดของนโยบาย ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติตามนโยบาย และเพื่อนำผลการศึกษามากำหนดแนวทางการส่งเสริมให้มีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมากขึ้น โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากบุคลากรของกรมการจัดหางาน ที่เกี่ยวข้องกับการนำนโยบายไปปฏิบัติทั้งระดับอำนวยการและระดับปฏิบัติการรวมถึงผู้รับบริการจากนโยบาย การศึกษานโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เป็นการศึกษาโดยใช้แนวคิดวงจรนโยบาย (Policy Cycle) มีขั้นตอนการก่อตัวของนโยบายจากแนวคิดพหุกระแส ได้แก่ กระแสปัญหาที่เกิดจากความไม่เหมาะสมของเนื้อหาภาพยนตร์ การเข้ามาแย่งงานคนไทย กระแสนโยบาย จากอุดมการณ์แบบชาตินิยมของรัฐบาล และกระแสการเมืองจากการกดดันของสื่อมวลชนที่มีอิทธิพล หลังจากนั้นจะเป็นกระแสปัญหาจากความไม่ชัดเจนของขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระแสนโยบายคือการมีคณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์แห่งชาติคอยผลักดันมาตรการต่าง ๆ และกระแสการเมืองคือการกำหนดนโยบายซอฟต์พาวเวอร์เป็นนโยบายระดับชาติ ในส่วนของขั้นตอนการนำนโยบายไปปฏิบัติพบว่ามีลักษณะของตัวแบบทางกระบวนของระบบราชการที่ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตามภูมิภาคสามารถเลือกที่จะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการหรือแนวทางที่ส่วนกลางกำหนด สำหรับขั้นตอนการประเมินผลนโยบายพบว่านโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ของกรมการจัดหางานไม่เป็นการส่งเสริมให้มีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เป็นเพียงมาตรการเชิงรับเพื่ออำนวยความสะดวกหรือลดภาระให้แก่กองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ โดยผู้รับบริการจากนโยบายมีความพึงพอใจต่อมาตรการหรือแนวทางที่กรมการจัดหางานกำหนด ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงานมีปัญหาและอุปสรรคในเรื่องภาระงานที่เพิ่มมากขึ้น จากการศึกษาครั้งนี้นำไปสู่ข้อเสนอแนะ เชิงนโยบาย ได้แก่ การยกเว้นหรือผ่อนปรนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ และการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn Jan 2024

The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to explore the brand image of Pomelo among Generation Y and Generation Z consumers in Thailand and to study the generational differences and similarities in the brand image of Pomelo. The study is based on Keller’s (1993) Brand Image, which is a perception of a brand as reflected by the brand associations, including 3 dimensions, which are attributes composed of product-related attributes, and non-product-related attributes, benefits composed of experiential benefits, symbolic benefits, and functional benefits, and attitudes consisted of cognitive, affective, and conative. The research instrument of this study is an in-depth interview. The …


Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai Jan 2024

Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this study were: 1) to explore the levels and bases of interpersonal trust among employees in the organizational gossip process, and 2) to explore the role of organizational gossip in fostering certain communication climates (i.e., defensive and supportive climates). Adopting an inductive, qualitative approach, 12 semi-structured in-depth interviews were conducted with four participants from small enterprises, four participants from medium-sized enterprises, and four participants from large enterprises in the creative industries in Thailand. Findings revealed that a high level of interpersonal trust among colleagues concerning work-related matters does not necessarily equate to the same level of trust …


Market Trends And Emerging Opportunities: Thailand And Japan In The Evolving Us Packaging Industry, Patsanut Dejavichitlert Jan 2024

Market Trends And Emerging Opportunities: Thailand And Japan In The Evolving Us Packaging Industry, Patsanut Dejavichitlert

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper examines the packaging industries of Thailand and Japan, with a focus on their competitiveness and potential for success within the evolving US market. The research explores the size, structure, and comparative advantages of each country's packaging sector. Analyses, including the Revealed Comparative Advantage (RCA), Trade Specialization Index (TSI), Porter's Five Forces, Porter's Diamond Model, and SWOT analysis provide a comprehensive assessment of the strengths, weaknesses, opportunities, and threats faced by Thai and Japanese packaging firms. The study reveals that both Thailand and Japan possess unique advantages, with Thailand's cost-competitiveness and Japan's focus on innovation and quality offering distinct …


My Mother Tongue Is Your Other Tongue: Experiences Of Therapeutic Work By Thai Therapists Who Do Not Share The Same Mother Tongue With Clients, Phatcharapan Rojanasukarn Jan 2024

My Mother Tongue Is Your Other Tongue: Experiences Of Therapeutic Work By Thai Therapists Who Do Not Share The Same Mother Tongue With Clients, Phatcharapan Rojanasukarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Language plays a central role in counseling, yet its impact on counseling and psychotherapy remains insufficiently studied in Thailand. This research employed Interpretative Phenomenological Analysis (IPA) to address this gap by examining the lived experiences of professional Thai practitioners working with clients who do not share their mother tongue. Six practitioners were selected through purposive sampling, and in-depth interviews, reviewed with input from field experts, were conducted to capture their unique perspectives. The findings reveal four main themes: (1) Perceived Challenges: This theme uncovers internal struggles such as constant linguistic vigilance, competence anxiety, and hesitation to clarify, along with language …


การพัฒนามาตรวัดภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, พงศ์วิทย์ ศรีปิ่นแก้ว Jan 2024

การพัฒนามาตรวัดภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, พงศ์วิทย์ ศรีปิ่นแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed methods research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมายและองค์ประกอบของภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพรวมถึงการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของมาตรวัดภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย วิธีการดำเนินวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยที่ 1 เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ผ่านการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้บริหารทางการพยาบาล และพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมหลักสูตรบริหารทางการพยาบาล หรือหลักสูตรการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้บริหาร มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน 10 ปีขึ้นไป จำนวน 20 คน เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย ผู้วิจัย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน หาค่าร้อยละของความเห็นด้วย (agreement) เท่ากับ ร้อยละ 90 วิเคราะห์ข้อมูลตามแนวคิด Thematic Analysis Method ตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความอิ่มตัวของข้อมูลคุณภาพ โดยการตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation methods) ระยะที่ 2 เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของมาตรวัด กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพ 390 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (multi-stage sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แบบสอบถามภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง แบบสอบถามพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร และ แบบสอบถามประสิทธิผลของหอผู้ป่วย ผลการวิจัยในระยะที่ 1 พบว่า ภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลักที่สำคัญ ดังนี้ 1) ความหมายของภาวะผู้นำใฝ่บริการคือ การปฏิบัติตนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี การบริการที่ดีเป็นการสร้างคุณค่าให้กับวิชาชีพพยาบาลและ การพัฒนาตนเองนำไปสู่การพัฒนาองค์กร 2) คุณลักษณะภาวะผู้นำใฝ่บริการมี 16 คุณลักษณะ และ 3) การสร้างเมล็ดพันธุ์ภาวะผู้นำใฝ่บริการให้เจริญเติบโตต้องเริ่มต้นที่ตนเอง และองค์กรต้องมีส่วนสนับสนุน พร้อมทั้งให้โอกาสในการพัฒนา ผลการวิจัยในระยะที่ 2 พบว่า องค์ประกอบของภาวะผู้นำใฝ่บริการของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีทั้งหมด 11 องค์ประกอบ …


อิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชมตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี, มทินา ลิ่มวานิชรัตน์ Jan 2024

อิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชมตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี, มทินา ลิ่มวานิชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของอิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม ตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี โดยตั้งสมมติฐานว่าความเกี่ยวพันบุคคลมีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม และความเกี่ยวพันบุคคลมีชื่อเสียงส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้าจุดหมายปลายทาง งานวิจัยนี้มุ่งเติมเต็มช่องว่างองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของค่ายเพลงในการสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง และสามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในไทย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากแฟนคลับชาวไทยจำนวน 400 คน ที่ชื่นชอบศิลปินจาก SM หรือ YG และรู้จักสถานที่ KWANGYA@SEOUL หรือ The SameE โดยใช้แบบสอบถามปลายปิดผ่านออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพหุคูณที่ระดับนัยสำคัญ .05 ผลการวิจัยพบว่า ความเกี่ยวพันกับศิลปินและคุณค่าตราสินค้าจุดหมายปลายทางมีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม โดยความผูกพันทางอารมณ์ของแฟนคลับเป็นแรงผลักดันสำคัญ งานวิจัยเสนอให้ส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงแฟนคลับ และออกแบบแบรนด์จุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับศิลปินในระดับจิตใจ


กระบวนการสื่อสารในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ต่อสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย, ชญานนท์ ครองบุญชู Jan 2024

กระบวนการสื่อสารในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ต่อสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย, ชญานนท์ ครองบุญชู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และศึกษารูปแบบกลยุทธ์ กระบวนการ และการสื่อสารที่ก่อให้เกิดอิทธิพลในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ในบริบทของสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคและการตอบสนองต่อกลยุทธ์การสื่อสารของบริษัทนำเข้าสื่อการ์ตูนญี่ปุ่น การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 30 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งต่อการสร้างอิทธิพลในการรวมกลุ่มของสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย จำนวน 9 คน และผู้รับชมสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่เกิดในปี พ.ศ. 2540-2549 จำนวน 21 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพดำเนินการด้วยเทคนิคการวิเคราะห์แก่นสารผลการวิจัยพบว่า กระบวนการการรวมกลุ่มประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นตอนการค้นพบ ขั้นตอนการเรียนรู้ ขั้นตอนการมีส่วนร่วม และขั้นตอนการสร้างอัตลักษณ์ วงการการ์ตูนญี่ปุ่นในไทยมีการรวมกลุ่มแบบผสมผสานระหว่างสื่อออนไลน์และออฟไลน์ กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องเน้นหลักการ 3T ได้แก่ ความจริงใจในการสื่อสารที่ซื่อสัตย์และไม่มีการปิดบัง ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการที่จำเป็น และความรวดเร็วในการตอบสนองและอัปเดตข้อมูลอย่างทันท่วงที ผลการวิจัยยังพบว่าผู้บริโภค Gen Z ที่มีประสบการณ์แตกต่างกันมีพฤติกรรมและความต้องการในการรวมกลุ่มแตกต่างกัน การรวมกลุ่มมักเกิดขึ้นในพื้นที่ออนไลน์แล้วจึงนำไปสู่การรวมกลุ่มแบบออฟไลน์ ผ่านแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นในโลกออนไลน์ที่มีบทบาทในฐานะผู้ร่วมผลิตที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรม