Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 2611 - 2614 of 2614

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามและการรับรู้ความงามของผู้บริโภค, ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์ Jan 2014

การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามและการรับรู้ความงามของผู้บริโภค, ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงาม และการรับรู้ด้านความงามของผู้บริโภค ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เอกสารจากการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามทั้ง 6 ประเภท ได้แก่ 1. การโฆษณา 2. การประชาสัมพันธ์ 3. การส่งเสริมการขาย 4.การขายโดยบุคคล 5. การตลาดทางตรง 6.การสื่อสารออนไลน์ และวิเคราะห์การนำเสนอความงามทั้ง 6 รูปแบบ ได้แก่ 1. ความสวยคลาสสิคและดูเป็นผู้หญิง 2. ความสวยอย่างยั่วยวน 3. ความสวยเซ็กซี่และดูขี้เล่น 4. ความสวยน่ารัก 5. ความสวยเรียบดูเป็นธรรมชาติ 6. ความสวยทันสมัย ประกอบกับวีธีวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถาม ในการเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคผู้หญิง และผู้ชาย อายุ 18 ปีขึ้นไปที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามทั้ง 3 ตราสินค้า ได้แก่ ตราสินค้านิวทริไลท์ แบรนด์ และสก๊อต มีการใช้การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการครบทั้ง 6 ประเภท และมีการนำเสนอความงามครบทั้ง 6 รูปแบบ นอกจากนี้ ผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่าผู้บริโภคเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามประเภทการสื่อสารออนไลน์มากที่สุด และแหล่งข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อการซื้อมากที่สุด คือแหล่งทดลองและแหล่งการค้า และมีการรับรู้ความงามในรูปแบบความสวยทันสมัยมากที่สุด ผลจากการทดสอบสมมติฐานพบว่าการเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของผู้บริโภคมีความสัมพันธ์กับการรับรู้ความงาม และยังพบความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการและแหล่งข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อการซื้ออีกด้วย


การบริหารตราสินค้าและตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ, โสภาค พาณิชพาพิบูล Jan 2014

การบริหารตราสินค้าและตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ, โสภาค พาณิชพาพิบูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีจุดประสงค์ (1) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับในประเทศไทย (2) เพื่อศึกษาตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับในประเทศไทย และ (3) เพื่อพัฒนาแบบจำลองตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับในประเทศไทย ระเบียบวิธีวิจัยเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อ (1) ได้แก่การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารจำนวน 16 ราย ระเบียบวิธีวิจัยเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อ (2) และ (3) ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหาในเว็บไซต์ tripadvisor.com การสนทนากลุ่มและการทำวรรณกรรมปริทัศน์ เพื่อพัฒนาแบบสอบถามสำหรับการทดสอบแบบจำลองตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ เมื่อพัฒนาแบบสอบถามสำเร็จ จึงใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจกับกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคที่เคยมีประสบการณ์การใช้บริการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารจำนวน 800 ราย เพื่อนำข้อมูลไปทดสอบความสอดคล้องระหว่างแบบจำลองและข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยการวิเคราะห์ผลทางสถิติผ่านสมการโมเดลเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Model) และเทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ในธุรกิจโรงแรม การบริหารตราสินค้าอย่างเป็นระบบและครบวงจร จะพบในโรงแรมเครือข่ายระหว่างประเทศและในประเทศ ในขณะที่โรงแรมอิสระ จะมีการบริหารตราสินค้าในระดับที่แตกต่างกันไป ในธุรกิจร้านอาหาร การบริหารตราสินค้าอย่างเป็นระบบและครบวงจร จะพบในร้านอาหารที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่และร้านอาหารเพียงบางแห่ง โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โรงแรมและร้านอาหาร นำหลักการบริหารตราสินค้ามาใช้ ได้แก่ ภูมิหลังทางการศึกษาและประสบการณ์ของเจ้าของกิจการ ตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ ทั้งในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ได้แก่ การเชื่อมโยงตราสินค้า การรู้จักตราสินค้า ความภักดีต่อตราสินค้า คุณภาพของประสบการณ์ การรับรู้ถึงความคุ้มค่า และการสื่อสารการตลาด งานวิจัยชิ้นนี้ได้ขยายขอบเขตและพัฒนาทฤษฎีคุณค่าตราสินค้าของ David Aaker ให้มีความสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ


Understand Management Of Public-Private Partnership In A Secondary Private Hospital Providing Services To Citizens Registered Under Different Insurance Schemes, Rani Sachadev Jan 2014

Understand Management Of Public-Private Partnership In A Secondary Private Hospital Providing Services To Citizens Registered Under Different Insurance Schemes, Rani Sachadev

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In light of the recent public-private partnership law reenacment in various industries, it seems that the healthcare's public insurances would largely benefit from increase participation of the private sector but since there has not been any published framework on management of public-private partnership in public health insurance, this study has been undertaken to shine a light on financial and medical care delivery in a secondary private hospital. This study was conducted in a secondary private hospital located in Bangkok providing UC, SSS and for-profit medical care to citizens. This is a study aimed to understand the management strategies regarding finance …


การประเมินราคาที่ดินเพื่อโครงการที่อยู่อาศัย : กรณีศึกษาการประเมินราคาที่ดินเพื่อโครงการที่อยู่อาศัย ในเขตกรุงเทพมหานคร, กานต์ อัศวปานทิพย์ Jan 1995

การประเมินราคาที่ดินเพื่อโครงการที่อยู่อาศัย : กรณีศึกษาการประเมินราคาที่ดินเพื่อโครงการที่อยู่อาศัย ในเขตกรุงเทพมหานคร, กานต์ อัศวปานทิพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีการประเมินราคาที่ดินสำหรับนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของที่ดิน และโครงการที่อยู่อาศัยผลของการศึกษาพบว่า วิธีการประเมินราคาที่เหมาะสมสำหรับการประเมินราคาเพื่อโครงการที่อยู่อาศัย คือ การประเมินราคาที่ดินจากส่วนที่เหลือ หรือวิธีการประเมินราคาที่ดินจากการตั้งสมมุติฐานในการพัฒนาโครงการ โดยมีหลักการในการประเมินราคา คือ การกำหนดมูลค่าสูงสุดที่ได้จากการพัฒนาโครงการในแปลงที่ดิน แล้วนำมาลบด้วยต้นทุนรวมในการพัฒนาโครงการและผลกำไรที่คาคว่าจะได้รับของผู้ประกอบการ ส่วนที่เหลือคือราคาที่ดินที่ต้องการทราบมูลค่าโดยนำมาคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันตามระยะ เวลาในการดำเนินโครงการในส่วนของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบต่อมูลค่าในการประเมินราคา ได้แก่ ปัจจัยด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ปัจจัยด้านสังคมและประชากร, ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการตลาด, ปัจจัยด้านการเมืองและนโยบายของรัฐ และปัจจัยด้านกายภาพ พี่งปัจจัยดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญต่อมูลค่าของที่ดินในการประเมินราคาแนวทางในการนำวิธีการประเมินราคาที่ได้จากการศึกษาไปใช้ จะเหมาะสำหรับนักลงทุน หรือ นักพัฒนาที่ดิน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อที่ดินสำหรับนำไปพัฒนาโครงการ และสำหรับนักประเมินราคา ควรนำไปใช้ร่วมกับการประเมินราคาตามวิธีเปรียบเทียบราคาตลาดเพื่อให้ได้ราคาประเมินที่ดินที่มีมูลค่า เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง