Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 3091 - 3120 of 7224

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

แนะนำโครงการ โครงการศึกษาพฤติกรรมระหว่างการประชุมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของประชากรกลุ่มวัยทำงาน, พนิต ภู่จินดา Jan 2019

แนะนำโครงการ โครงการศึกษาพฤติกรรมระหว่างการประชุมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของประชากรกลุ่มวัยทำงาน, พนิต ภู่จินดา

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


กิจกรรม Unisearch Jan 2019

กิจกรรม Unisearch

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


วิทยาการจุฬาฯ "รองเท้าสุขภาพ" เพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน Jan 2019

วิทยาการจุฬาฯ "รองเท้าสุขภาพ" เพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน

Jamjuree Journal

No abstract provided.


มุมมองของเยาวชนไทยต่อเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์, พริมา สุวัณณาคาร, ราวีณา ปาวา, ลักษิกา อุดมศรีสำราญ, สรภพ เกียรติพงษ์สาร Jan 2019

มุมมองของเยาวชนไทยต่อเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์, พริมา สุวัณณาคาร, ราวีณา ปาวา, ลักษิกา อุดมศรีสำราญ, สรภพ เกียรติพงษ์สาร

UNISEARCH (Unisearch Journal)

การนิยามคำว่าครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีความแตกต่างหลากหลาย ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็ก และเป็นหน่วยพื้นฐานของหน่วยต่าง ๆ ของมนุษยชาติ ปัจเจกบุคคลตีความคำว่าครอบครัว แตกต่างกันด้วยปัจจัยและมุมมองต่าง ๆ ทั้งมุมมองด้านสายเลือด ทางประเพณี ทางวัฒนธรรม อีกทั้งมุมมองในเชิงสัญลักษณ์ หรือเชิงเปรียบเปรย และเป็นการยากที่จะนิยามครอบครัว "ทั่ว ๆ ไป" อย่างไรก็ตามความหลากหลายทางรูปแบบของครอบครัวยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์(Assisted Reproductive Technologies: ARTs) นั้นมีส่วนทำให้เกิดรูปแบบครอบครัวใหม่ ๆ โดยเฉพาะการทำให้พ่อแม่บางคนเลือกที่จะมีลูกโดยไม่ใช้วิธีทางธรรมชาติเลย พัฒนาการเหล่านี้ในทางวิทยาศาสตร์การเจริญพันธุ์เปลี่ยนแปลง และส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องการสร้างครอบครัว ซึ่งควรมีการพูดคุยถึงพัฒนาการเหล่านี้ในทุก ๆ ระดับ ทั้งในระดับนโยบายและระดับปัจเจก ซึ่งหมายรวมถึงเยาวชนด้วยเพราะเยาวชนเหล่านี้เป็นตัวแปรที่สำคัญว่าหน่วยครอบครัวของสังคมในภายภาคหน้านั้นจะเป็นอย่างไรการให้เยาวชนมีส่วนร่วมในบทสนทนาทางนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวกับครอบครัวและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จึงมีความจำเป็นและสำคัญบทความนี้กล่าวถึงมุมมองของเยาวชนไทยต่อเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ และอนาคตของคำว่าครอบครัว ในมิติด้านจริยธรรม กฎหมาย และสังคม (Ethical, Legal and Social Implications: ELSIs)โดยใช้กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม 3 ขั้นตอน


การผลิตเชื้อเพลิงเหลวทดแทนดีเซลจากกระบวนการไพโรไลซิสขยะพลาสติกและชีวมวล, ประเสริฐ เรียบร้อยเจริญ Jan 2019

การผลิตเชื้อเพลิงเหลวทดแทนดีเซลจากกระบวนการไพโรไลซิสขยะพลาสติกและชีวมวล, ประเสริฐ เรียบร้อยเจริญ

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


ข่าวและกิจกรรม รอบรั้วโครงการ Jan 2019

ข่าวและกิจกรรม รอบรั้วโครงการ

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


"รอบตัวเรา" พลังงาน เพื่อความยั่งยืน, ทวีวงศ์ ศรีบุรี Jan 2019

"รอบตัวเรา" พลังงาน เพื่อความยั่งยืน, ทวีวงศ์ ศรีบุรี

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


บทบรรณาธิการ, แก้วใจ นาคสกุล Jan 2019

บทบรรณาธิการ, แก้วใจ นาคสกุล

Jamjuree Journal

No abstract provided.


สัมภาษณ์ นววิจัยทางศิลปวัฒนธรรม รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์, ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ Jan 2019

สัมภาษณ์ นววิจัยทางศิลปวัฒนธรรม รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์, ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


สัมภาษณ์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ศาสตราจารย์ ดร. สุพจน์ หารหนองบัว, สุพจน์ หารหนองบัว Jan 2019

สัมภาษณ์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ศาสตราจารย์ ดร. สุพจน์ หารหนองบัว, สุพจน์ หารหนองบัว

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


กรณีศึกษาตำบลไหล่น่าน จังหวัดน่าน, พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา, วุฒิวงศ์ วิมลศักดิ์เจริญ, สุตนันท์ ปิ่นมณีนพรัตน์, พวงทอง ชมภูมิ่ง, อลงกรณ์ วีระพันธ์, ธัญวัฒน์ กาบคำ, มาลินี อนุรักษ์, แสงรวี รุณวุฒิ, วัชราพร มาลี, ทรรศน์มน กาละดี, สำราญ ปัญญาอินทร์, สายฝน คำเต็ม Jan 2019

กรณีศึกษาตำบลไหล่น่าน จังหวัดน่าน, พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา, วุฒิวงศ์ วิมลศักดิ์เจริญ, สุตนันท์ ปิ่นมณีนพรัตน์, พวงทอง ชมภูมิ่ง, อลงกรณ์ วีระพันธ์, ธัญวัฒน์ กาบคำ, มาลินี อนุรักษ์, แสงรวี รุณวุฒิ, วัชราพร มาลี, ทรรศน์มน กาละดี, สำราญ ปัญญาอินทร์, สายฝน คำเต็ม

UNISEARCH (Unisearch Journal)

ป่าชุมชน คือ ผืนป่าที่มีขนาดเล็ก แต่หากมีขนาดใหญ่ จะต้องไม่ใหญ่เกินกว่าที่ชุมชนจะดูแลฟื้นฟูได้ พื้นที่ป่าชุมชน เป็นพื้นที่ซึ่งได้รับการจัดการโดยกระบวนการของชุมชน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ตามความประสงค์ของชุมชน อย่างยั่งยืน โดยทั่วไปจะมีการใช้ประโยชนืจากทรัพยากรป่าไม้ ทั้งที่เป็นเนื้อไม้ และไม่ใช่เนื้อไม้ และมีการออกระเบียบหรือ มาตรการบังคับทางสังคมในการดูแลจัดการ (กรมป่าไม้, 2537) ซึ่งป่าชุมชนมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ของ ประเทศไทย จังหวัดน่านมีการจัดตั้งป่าชุมชนซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 240,753 ไร่ (กรมป่าไม้, 2562) จากการศึกษาทรัพยากรใน พื้นที่ป่าชุมชนในตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พบว่าทรัพยากรในพื้นที่ป่าชุมชนดังกล่าวมีความหลากหลาย และยังมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของคนใน ท้องถิ่น และระบบนิเวศ เช่น พบนกจำนวน 29 วงศ์ 59 ชนิด พบเห็ด จำนวน 18 วงศ์ 28 สกุล 97 ชนิด ในจำนวนวงศ์ดังกล่าว เป็นเห็ดที่บริโภคได้จำนวน 48 ชนิด เช่น เห็ดระโงกขาว เห็ดแดง เห็ดถอบ เป็นต้น นอกจากนั้นยังพบปลาจำนวน 4 วงศ์ 13 สกุล 13 ชนิด พบแมลงในดิน จำนวน 17 อันดับ และ ไม่สามารถจำแนกได้ 1 อันดับ พื้นที่ป่าชุมชนในตำบลไหล่น่าน ยังสามารถกักเก็บธาตุคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศได้เฉลี่ย 41.84 ตันคาร์บอนต่อแฮกแตร์ต่อปี ผลการประเมินมูลค่า ทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าพื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้มีมูลค่าสูงถึง 2.52 ล้านบาทต่อปี (พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา และคณะ, 2559) อย่างไรก็ตาม การศึกษาพื้นที่ป่าชุมชนยังขาดการ รวบรวมองค์ความรู้และการถ่ายทอดความรู้จากผู้ใหญ่สู่ เยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ป่าของจังหวัดน่าน ดังนั้นโครงการ "การจัดการองค์ความรู้ป่าชุมชนโดยใช้ แนวคิดแบบจำลองเพื่อนคู่คิด : กรณีศึกษาตำบลไหล่น่าน จังหวัดน่าน" จึงได้สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบเกม และสถานการณ์จำลองภายใต้แนวคิดแบบจำลองเพื่อนคู่คิด เพื่อเป็นเครื่องมือในการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับป่าชุมชน ตำบลไหล่น่าน และใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของเยาวชนเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชน อันจะนำไปสู่การ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาป่าชุมชนอย่าง …


บันทึกจุฬาฯ ศิลปกรรมสุโขทัยในตึกบัญชาการ, นภัส ขวัญเมือง Jan 2019

บันทึกจุฬาฯ ศิลปกรรมสุโขทัยในตึกบัญชาการ, นภัส ขวัญเมือง

Jamjuree Journal

No abstract provided.


จุฬาฯ วันนี้ ยุทธศาสตร์จุฬาฯ Chula Smart City Jan 2019

จุฬาฯ วันนี้ ยุทธศาสตร์จุฬาฯ Chula Smart City

Jamjuree Journal

No abstract provided.


วิทยาการจุฬาฯ Culine Tracking, ภาคภูมิ สมบูรณ์ Jan 2019

วิทยาการจุฬาฯ Culine Tracking, ภาคภูมิ สมบูรณ์

Jamjuree Journal

No abstract provided.


วิทยาการจุฬาฯ นวัฒกรรมสำหรับผู้ป่วยสูงวัย ถุงมือพาร์กินสันลดสั่น Jan 2019

วิทยาการจุฬาฯ นวัฒกรรมสำหรับผู้ป่วยสูงวัย ถุงมือพาร์กินสันลดสั่น

Jamjuree Journal

No abstract provided.


การพัฒนาธุรกิจการจัดตั้งศูนย์เก็บน้ำเชื้อแช่แข็งโค แพะ และแกะในภาคเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย, มงคล เตชะกำพุ, ธีรวัฒน์ สว่างจันทร์อุทัย, จันทร์เพ็ญ สุวิมลธีระบุตร, นายสัญญา สุภาพพรชัย Jan 2019

การพัฒนาธุรกิจการจัดตั้งศูนย์เก็บน้ำเชื้อแช่แข็งโค แพะ และแกะในภาคเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย, มงคล เตชะกำพุ, ธีรวัฒน์ สว่างจันทร์อุทัย, จันทร์เพ็ญ สุวิมลธีระบุตร, นายสัญญา สุภาพพรชัย

UNISEARCH (Unisearch Journal)

ธุรกิจการค้าขายน้ำเชื้อในโคและแพะ เป็นธุรกิจปศุสัตว์ที่ทำรายได้ให้แก่ภาคเอกชน โดยทั่วไปการผลิตน้ำเชื้อมีสองรูปแบบคือ 1) การผลิตในประเทศจากหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีศูนย์ผลิตน้ำเชื้อโคหลักอยู่ 3 ศูนย์ คือ ศูนย์ลำพญากลางศูนย์ขอนแก่น และศูนย์ดอยอินทนนท์ และทำการแจกจ่ายไปยังศูนย์ผสมเทียมทั่วประเทศเพื่อใช้ผสมกับแม่โคของเกษตรกรซึ่งข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ชี้ให้เห็นว่า ในปี พ.ศ. 2561 (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน) มีการผลิตน้ำเชื้อโคนมและโคเนื้อ ประมาณ900,000 โดส ส่วนการผลิตน้ำเชื้อแพะ มีที่ศููนย์ปากช่องและศูนย์สงขลา ส่วนในแกะไม่มีการผลิตแต่อย่างใด โดยการผลิตน้ำเชื้อดังกล่าวเป็นการผลิตเพื่อใช้ในประเทศเป็นส่วนใหญ่ 2) การนำเข้าน้ำเชื้อจากต่างประเทศโดยภาคเอกชน พบว่าในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-พ.ศ. 2561 (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม) มีการนำเข้าน้ำเชื้อโคพันธุ์ต่าง ๆ 834,619 โดส หรือประมาณปีละ 170,000 โดส


แนะนำโครงการ การประยุกต์ใช้ข้อมูลฝนจากดาวเทียมสำหรับระบบปฏิบัติการเพื่อการคาดการณ์น้ำท่วม, ปิยธิดา เรืองรัศมี Jan 2019

แนะนำโครงการ การประยุกต์ใช้ข้อมูลฝนจากดาวเทียมสำหรับระบบปฏิบัติการเพื่อการคาดการณ์น้ำท่วม, ปิยธิดา เรืองรัศมี

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


บทบรรณาธิการ Jan 2019

บทบรรณาธิการ

UNISEARCH (Unisearch Journal)

No abstract provided.


Reduction Of Ghg Emissions Using Zeolite 4a Under Different Fertilizer Usages In Rice Cultivation, Patthanant Natpinit, Borisut Chantrawongphaisal, Rewadee Anuwattana, Thitirat Ditkaew, Chotika Kongsomboon, Phavit Thapnui, Phongsak Hongcharoensri Jan 2019

Reduction Of Ghg Emissions Using Zeolite 4a Under Different Fertilizer Usages In Rice Cultivation, Patthanant Natpinit, Borisut Chantrawongphaisal, Rewadee Anuwattana, Thitirat Ditkaew, Chotika Kongsomboon, Phavit Thapnui, Phongsak Hongcharoensri

Applied Environmental Research

This investigation examined the potential of zeolite 4A to reduce emission of greenhouse gases (GHGs) in rice cultivation under different fertilizer regimes. A completely randomized design was used with four treatments (different fertilizer application method) and 2 blocks (zeolite 4A application, using rice variety RD-41 sown at a seed rate of 15.625 g m-2, and harvested in 105 d in Lam Ta Khong Research Station, Nakhon Ratchasima. The experimental results demonstrated that significant reduction in GHG emissions in zeolite 4A treated plots, either alone or in combination with chemical fertilizers, with GHG reduction of 43.27 % and 34.69 %, respectively. …


Synthesis Of Calcium Oxide From River Snail Shell As A Catalyst In Production Of Biodiesel, Sasiprapha Kaewdang, Rotjapun Nirunsin Jan 2019

Synthesis Of Calcium Oxide From River Snail Shell As A Catalyst In Production Of Biodiesel, Sasiprapha Kaewdang, Rotjapun Nirunsin

Applied Environmental Research

This research studied synthesis of calcium oxide from river snail shells by calcination at 700,800 and 900 °C for 4 h, and its subsequent use as a catalyst for biodiesel production. The calciumoxide fraction in calcined river snail shell was analyzed by X-ray fluorescence (XRF), X-ray diffraction (XRD) and scanning electron microscopy (SEM). The XRF result showed calciumoxide levels of 59.499 %, 70.113 % and 73.88 1%, respectively, at corresponding calcination temperatures of 700, 800 and 900 °C. The SEMimages revealed porous, rough, and fragile surfaces which became agglomerated at elevated temperatures. The calcium oxide obtained from each calcination temperature …


Assessment Of Hearing Loss Among Workers In A Power Plant In Thailand, Pensri Watchalayann, Laksana Laokiat Jan 2019

Assessment Of Hearing Loss Among Workers In A Power Plant In Thailand, Pensri Watchalayann, Laksana Laokiat

Applied Environmental Research

Noise exposure in the working environment is a major cause of hearing impairment for workers; an audiogram hearing threshold level above 20 dB is considered irregular. In this study, audiometric data were analyzed with the objective of assessing hearing loss among power plant workers based on their age, noise exposure level, years of working, and work characteristics. A cross-sectional study was conducted to assess hearing level data for 672 workers reserved by the Health Care Unit of the power plant. The most recent audiometric data presented during 2013-2015 were used in the statistical analysis at 5 % level of significance. …


Introduction, Wasana Wongsurawat Jan 2019

Introduction, Wasana Wongsurawat

Asian Review

No abstract provided.


Microbial Synthesis And Characterization Of Silver Nanoparticles Using Alternaria Alternata, Sarafadeen O. Kareem, Oluwagbenga T. Familola, Adejare R. Oloyede, Enock O. Dare Jan 2019

Microbial Synthesis And Characterization Of Silver Nanoparticles Using Alternaria Alternata, Sarafadeen O. Kareem, Oluwagbenga T. Familola, Adejare R. Oloyede, Enock O. Dare

Applied Environmental Research

In this study, extracellular biosynthesis of silver nanoparticles (AgNPs) was carried out using Alternaria alternata. AgNPs were synthesized using vegetative and cell-free filtrate methods. Silver nitrate (AgNO3) solution was reduced with fungal mycelial mass and cell-free filtrate at a ratio of 1:4 (v/v). Further, the effects of biosynthesis parameters (reaction time, reaction temperature, light and dark incubation, and static and agitated conditions) were determined. The structural integrity of the synthesized AgNPs was investigated through UV-visible spectrophotometry, X-ray diffraction (XRD) analysis, and transmission electron microscopy (TEM). Parameter optimization revealed that cell-free filtrate AgNP synthesis at 40 °C with constant agitation and …


Influence Of Embodiment On Positive Body Image With Self-Objectification And Body Awareness As Mediators Of Female Yoga Practitioners, Worakarn Saekim Jan 2019

Influence Of Embodiment On Positive Body Image With Self-Objectification And Body Awareness As Mediators Of Female Yoga Practitioners, Worakarn Saekim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this research was to examine the relationship between embodiment and body appreciation, with the mediating effects or body awareness and self-objectification. Participants were 188 Thai female yoga practitioners who practice yoga more than 6 hours per week and for at least 4 months. The mean age was 47.61. Participants completed the measure of embodiment, body appreciation, self-objectification, and body awareness. Results from the Structural Equation Modelling (SEM) analysis using AMOS indicated that the hypothesised model fit with the empirical data. Embodiment had a direct effect on body appreciation and an indirect one via reduced self-objectification. However, body …


The Relationship Between Consumers’ Digital Media Usage And Their Purchasing Behavior On Marketing Training Courses., Kulthida Phithakwongwatthana Jan 2019

The Relationship Between Consumers’ Digital Media Usage And Their Purchasing Behavior On Marketing Training Courses., Kulthida Phithakwongwatthana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research is to study the relationship between digital media usage and purchasing behavior on marketing training courses by using 5 steps of purchasing behavior. Online questionnaire is used as a tool to collect data via online survey. The sample size was 200 Young Entrepreneurs Chamber of Commerce (YEC) members from 5 regions, aged between 20 to 45 years. The study found a positive relationship between digital media usage and the respondents' purchasing behavior on marketing training courses. The result found that the most popular channel for respondents to purchase online courses is Facebook and website, Also …


ปัจจัยความสำเร็จของโครงการธนาคารเวลาในประเทศไทย : กรณีศึกษา กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, วรยศ ศิริจินตนา Jan 2019

ปัจจัยความสำเร็จของโครงการธนาคารเวลาในประเทศไทย : กรณีศึกษา กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, วรยศ ศิริจินตนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านแรงจูงใจและปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการธนาคารเวลาในบริบทของประเทศไทย และศึกษาองค์ประกอบและความท้าทายที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดตั้งโครงการ เนื่องจากความสำเร็จและประโยชน์ของโครงการธนาคารเวลาขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมในโครงการของสมาชิก องค์ประกอบและความท้าทายของโครงการที่จะแตกต่างกันไปตามบริบทของการปรับใช้โครงการ โดยศึกษาการมีส่วนร่วมจากสมาชิกของโครงการธนาคารเวลาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 3 พื้นที่ ได้แก่ (1) เทศบาลตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี (2) สวนโมกข์กรุงเทพ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และ (3) โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติคแบบทวิ และศึกษาองค์ประกอบและความท้าทายของโครงการด้วยวิธีการวิเคราะห์สวอตและวิธีการวิเคราะห์แบบอุปนัย ปัจจัยด้านแรงจูงใจประเภทการพัฒนาส่วนบุคคล ประเภทผลประโยชน์ทางอารมณ์ ประเภทความจำเป็นและการใช้ประโยชน์ และประเภทความสัมพันธ์ทางสังคม อีกทั้ง ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมและลักษณะการดำเนินงาน ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ อายุคาดเฉลี่ย ทุนทางสังคม ความพึงพอใจด้านเวลา ระยะเวลาการเป็นสมาชิกและจำนวนงานบริการที่ต้องการ ล้วนมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ องค์ประกอบที่สำคัญของโครงการธนาคารเวลาของประเทศไทย ได้แก่ ความชัดเจนของแนวคิดและรูปแบบของโครงการ การประชาสัมพันธ์ ทำเลที่ตั้ง คุณลักษณะของเจ้าหน้าที่และสมาชิกที่เหมาะสม วิธีการจูงใจและงบประมาณ ส่วนความท้าทายที่สำคัญ ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลของโครงการอย่างมีประสิทธิผล การประเมินศักยภาพของพื้นที่ก่อนการขยายเครือข่ายโครงการ การกำหนดกรอบการดำเนินงานของโครงการธนาคารเวลา การสร้างวิธีจูงใจและการจัดสรรงบประมาณ


การศึกษา Be@Rbrick ในฐานะของสะสม, นพดล รัตนแสงหิรัญ Jan 2019

การศึกษา Be@Rbrick ในฐานะของสะสม, นพดล รัตนแสงหิรัญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษา Be@rbrick ในฐานะของสะสม โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกศึกษาทางฝั่งผู้ผลิตในการสร้างมูลค่าเชิงสัญญะให้กับสินค้า โดยใช้แนวคิดของ ฌอง โบดริยาร์ด เนื่องจากการบริโภคของผู้คนยุคนี้ไม่ใช่แค่การใช้หรือเสพสินค้าที่เป็นวัตถุรูปธรรมเท่านั้น แต่มีด้านของการเสพสัญญะอยู่ด้วย โดยมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น กลไกการตลาดเป็นตัวสนับสนุน ส่วนที่สองศึกษาในด้านพฤติกรรมของกลุ่มคนที่สะสม Be@rbrick โดยใช้แนวคิดเรื่องการสร้างความโดดเด่นทางสังคมของ ปีแอร์ บูร์ดิเยอ ที่วิเคราะมิติการบริโภคโดยเน้นที่เรื่องทุนทางเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรม ผลที่ได้นั้นพบว่าผู้ผลิตใช้การร่วมมือกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สินค้า ตัวละครจากภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่นเฮ้าส์ งานศิลปะ และวัฒนธรรมประชานิยมที่ได้รับความนิยมและมีคุณค่าสูงต่อผู้บริโภคอยู่แล้ว โดยนำความรับรู้ของผู้บริโภคต่อสินค้าเหล่านั้น มาใช้ออกแบบลวดลายบน Be@rbrick เป็นการใช้กระบวนการเข้ารหัสให้กลายเป็นสัญญะต่าง ๆ เช่น สัญญะของความหรูหรา สัญญะด้านความทรงจำที่ประทับใจในอดีต สัญญะด้านการฉลองวาระพิเศษ เพื่อเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ของตน โดยใช้กลไกการตลาดและการสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นส่วนเสริม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่วนในด้านนักสะสมพบว่านักสะสมใช้ Be@rbrick เพื่อสร้างตัวตนโดยการแสดงอัตลักษณ์อันหลากหลายผ่านกิจกรรมการบริโภค นอกจากนี้การสร้างชุดสะสม Be@rbrick ยังสามารถสะท้อนถึงระดับของทุนทางเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรมที่มีของเจ้าของชุดสะสม โดยทุนทางเศรษฐกิจที่สูงจะส่งผลต่อจำนวนชิ้นและมูลค่าของชุดสะสม ทุนทางเศรษฐกิจที่น้อยลง ขนาดและมูลค่าของชุดสะสมก็จะลดน้อยตามไปด้วย ในขณะเดียวกันทุนทางวัฒนธรรมก็จะทำหน้าที่ในการเพิ่มคุณค่าของชุดสะสม ทุนทางวัฒนธรรมที่มากกว่าย่อมจะส่งเสริมให้นักสะสมสามารถใช้ความรู้ที่มีในการคัดเลือกชิ้นงานของสะสมให้ประกอบขึ้นเป็นชุดสะสมที่มีคุณค่ามากขึ้นตามทุนทางวัฒนธรรมที่มีของตน


โขนภายใต้การเปลี่ยนสังคมการเมืองไทย, วัชระพงศ์ เดชครุฑ Jan 2019

โขนภายใต้การเปลี่ยนสังคมการเมืองไทย, วัชระพงศ์ เดชครุฑ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาบทบาทของโขนภายใต้การเปลี่ยนสังคมการเมืองไทย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบทบาทไปในลักษณะต่าง ๆ โดยศึกษาว่ามีลักษณะใดบ้าง ใครเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสร้างบทบาทใหม่ของโขนในแต่ละช่วงเวลา โดยศึกษาผ่านการวิเคราะห์โดยใช้แนวคิดการครองอำนาจนำผลจากการศึกษาพบว่า พัฒนาการและบทบาทของโขนที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาถูกกำหนดโดยชนชั้นปกครอง สะท้อนออกมาในรูปแบบของการใช้โขนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยบทบาทของโขนในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์แรกเริ่มเป็นการละเล่นเพื่อแสดงถึงสถานะและความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหากษัตริย์ ต่อมาบทบาทความศักดิ์สิทธิ์ถูกลดความสำคัญลงไป เหลือเพียงเป็นมหรสพการแสดงเพื่อแสดงศักดานุภาพของพระมหากษัตริย์และแสดงเพื่อความสำราญส่วนพระองค์ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 สถานะของโขนถูกเปลี่ยนแปลงหน่วยงานผู้ดูแลจากโขนในราชสำนักมาสู่โขนของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงครามได้สร้างบทบาทของโขนผูกกับความเป็นชาติ ต่อมา ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชเป็นผู้พัฒนาให้เกาะเกี่ยวคุณค่าของความเป็นไทยและสถาบันกษัตริย์ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของผู้ดำเนินการทั้งสิ้น ต่อมาเมื่อรัฐบาลเริ่มลดบทบาทการใช้โขนเป็นเครื่องมือทางการเมืองลง โขนจึงสามารถพัฒนาให้มีลักษณะเป็นมหรสพการแสดงเพื่อความบันเทิงสำหรับประชาชนอย่างแท้จริงในยุคสมัยนายเสรี หวังในธรรม ทำให้มีจำนวนผู้ชมเพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่งดำรงอยู่ได้ในระยะเวลาหนึ่ง และกลับมาประสบปัญหาความซบเซาในด้านจำนวนคนดูลงอีกครั้ง ต่อมากลุ่มสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้ดำเนินการผลิตโขนของตนเอง ในนามโขนศาลาเฉลิมกรุงและโขนพระราชทาน ซึ่งมีลักษณะเกาะเกี่ยวคุณค่าและอุดมการณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ และสามารถทำให้การแสดงโขนกลับมาเป็นกระแสของคนดูอีกครั้ง เป็นการเน้นการรับรู้ถึงคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้อนุรักษ์งานศิลป์ของแผ่นดิน จะเห็นได้ว่ารูปแบบและวิธีการในการใช้โขนเป็นเครื่องมือทางการเมืองของชนชั้นปกครอง สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างภาวะการครองอำนาจนำทางวัฒนธรรมของชนชั้นปกครอง เพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์ต่อตัวผู้กระทำการเอง และยังส่งผลให้โขนเปลี่ยนแปลงบทบาทในลักษณะต่าง ๆ


การวิเคราะห์แบบรูปการกระจายทางพื้นที่และผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียนข้ามชาติในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร, จริญา บุญส่ง Jan 2019

การวิเคราะห์แบบรูปการกระจายทางพื้นที่และผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียนข้ามชาติในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร, จริญา บุญส่ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์แบบรูปการกระจายทางพื้นที่และผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียนข้ามชาติ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์แบบรูปการกระจายทางพื้นที่ของนักเรียนข้ามชาติที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร โดยใช้โปรแกรมระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ พบว่าแบบรูปการกระจายของนักเรียนข้ามชาติสัญชาติเมียนมาในพื้นที่ศึกษาเป็นแบบเกาะกลุ่ม ส่วนแบบรูปการกระจายทางพื้นที่ของนักเรียนข้ามชาติลาว และกัมพูชา พบว่าเป็นแบบสุ่มทั้ง 2 สัญชาติ และวิเคราะห์ผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคมผ่านมุมมองของครูจากการมีนักเรียนข้ามชาติเข้าศึกษาร่วมกับนักเรียนไทยและมุมมองของผู้ปกครองของนักเรียนไทยที่มีบุตรหลานเรียนร่วมกับนักเรียนข้ามชาติ โดยวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามด้วยวิธีการทางสถิติ ทำการสำรวจด้วยแบบสอบถามจากครูและผู้ปกครองของนักเรียนไทยจำนวน 423 คน พบว่า ผลกระทบด้านเศรษฐกิจในมุมมองของครูเป็นผลกระทบในด้านบวกระดับน้อย โดยประเด็นที่ครูให้ผลกระทบด้านบวกมากที่สุด คือ การที่จำนวนนักเรียนข้ามชาติเพิ่มขึ้นส่งผลให้โรงเรียนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินสนับสนุนในส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน และในมุมมองของผู้ปกครองเป็นผลกระทบด้านลบระดับมาก โดยประเด็นที่ผู้ปครองให้ผลกระทบด้านลบมากที่สุด คือ เงินยากจนที่รัฐบาลจัดสรรให้สำหรับเด็กยากจนส่วนใหญ่จะตกไปอยู่กับเด็กข้ามชาติมากกว่าเด็กไทย เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่และอาชีพของผู้ปกครอง ส่วนผลกระทบในด้านสังคมพบว่า ในมุมมองของครูเป็นผลกระทบในด้านลบระดับน้อย ประเด็นที่ครูให้ผลกระทบด้านลบมากที่สุด คือ การที่นักเรียนข้ามชาติไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนหรือหลักฐานในการสมัครเรียนไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดปัญหาในการบันทึกและส่งต่อข้อมูลเมื่อจบการศึกษา แต่ในมุมมองของผู้ปกครองกับพบว่ามีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบพอ ๆ กัน


ปัจจัยที่มีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพสู่การปฏิบัติ: กรณีศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี, พิชญา วิทูรกิจจา Jan 2019

ปัจจัยที่มีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพสู่การปฏิบัติ: กรณีศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี, พิชญา วิทูรกิจจา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ ของจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบาย ตลอดจนปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพสู่การปฏิบัติของจังหวัดอุบลราชธานี ผลการศึกษาพบว่า การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผลจากการดำเนินการตามโรดแมปด้านการส่งเสริมพลังงานทดแทนของภาครัฐ และมีมันสำปะหลังอินทรีย์เป็นพืชนำร่องของโครงการ ซึ่งรูปแบบการดำเนินนโยบายอยู่ในลักษณะการควบรวมและต่อยอดกับโครงการเดิมในพื้นที่คือ โครงการพัฒนาการส่งเสริมการเกษตรการปลูกมันสำปะหลัง หรือ โครงการอุบลโมเดล โดยการขับเคลื่อนนโยบายจะอาศัยความร่วมมือจากเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชนในพื้นที่ สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพสู่การปฏิบัติ แบ่งเป็นปัจจัยด้านเนื้อหาสาระของนโยบาย 2 ปัจจัย ได้แก่ ความไม่เป็นเหตุเป็นผลของนโยบาย และ นโยบายเป็นผลจากการควบรวมและต่อยอดโครงการเดิมในพื้นที่ ส่วนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมของนโยบาย แบ่งเป็น 3 ปัจจัย ได้แก่ สมรรถนะของหน่วยงาน การสนับสนุนจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทัศนคติและวิถีชีวิตของเกษตรกร ในขณะที่ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นมีส่วนเชื่อมโยงต่อปัจจัยที่มีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบาย ได้แก่ ปัญหาการสื่อสารและประสานงานจากหน่วยงานระดับบนไปยังระดับล่างไม่เพียงพอ ปัญหาผู้ปฏิบัติงานทำงานในรูปแบบเดิมที่เคยปฏิบัติมาก่อน และปัญหางบประมาณและปัจจัยสนับสนุนไม่เพียงพอ