Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 2131 - 2160 of 7208

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

Willingness To Pay For Improving Household Solid Waste Management In Vietnam, Phan C. Chinh, Nguyen T.Q. Hung, Nguyen M. Ky, Nguyen T.L. Ai, Nguyen M. Tam Apr 2021

Willingness To Pay For Improving Household Solid Waste Management In Vietnam, Phan C. Chinh, Nguyen T.Q. Hung, Nguyen M. Ky, Nguyen T.L. Ai, Nguyen M. Tam

Applied Environmental Research

Management of solid waste is a major challenge in urban areas of most parts of the world, especially in developing countries. The study aimed to determine and estimate the willingness to pay (WTP) of the selected households for the improvement of solid waste management in Vietnam. The research evaluated WTP of household solid waste in case studies in Bien Hoa and My Tho cities using contingent valuation method (CVM). The data were collected through a closed-ended questionnaire survey and interviews with 200 households. The results showed that the most willingness to pay was equal to 10,000 and 15,000 VND per …


Current Trends In Steroidal 17Α-Ethynylestradiol (Ee2) Removal From The Environment: A Review, Wasiu A. Abibu, Gafar Bamigbade, Amos O. Kolawole, Taiwo Ajayi, Abdul W. Sakariyau Apr 2021

Current Trends In Steroidal 17Α-Ethynylestradiol (Ee2) Removal From The Environment: A Review, Wasiu A. Abibu, Gafar Bamigbade, Amos O. Kolawole, Taiwo Ajayi, Abdul W. Sakariyau

Applied Environmental Research

Emerging contaminants have posed major environmental and health challenges to human and aquatic lives. They include pharmaceuticals, endocrine disrupting compounds (EDCs), persistent environmental pollutants and many more. EE2 is an example of an endocrine disrupting compounds (EDCs) increasingly gaining acceptance and used to augment the deficiencies of other reproductive hormones. EE2 constitutes environmental nuisance via discharge into aquatic bodies, thus, threatening aquatic lives and resulting in health defects in human. It is worthy of note that previous researchers have channeled their studies to identifying ways of expelling EE2 from the environment. However, they remain persistent in the environment. The current …


Editor's Talk, Najwa Yanya Santiworakun Mar 2021

Editor's Talk, Najwa Yanya Santiworakun

Halal Insight

No abstract provided.


Coconut And Alzheimer, Winai Dahlan Mar 2021

Coconut And Alzheimer, Winai Dahlan

Halal Insight

No abstract provided.


Muslims Concern Over Halal Status Of Covid-19 Vaccines, Erfun Waehama Mar 2021

Muslims Concern Over Halal Status Of Covid-19 Vaccines, Erfun Waehama

Halal Insight

No abstract provided.


Fasting And Obesity, Nureesun Mahamud Mar 2021

Fasting And Obesity, Nureesun Mahamud

Halal Insight

No abstract provided.


Halal News Mar 2021

Halal News

Halal Insight

No abstract provided.


Trends In Food Industry After The Spread Of Covid-19, Arnat Denyingyhot Mar 2021

Trends In Food Industry After The Spread Of Covid-19, Arnat Denyingyhot

Halal Insight

No abstract provided.


Turkey Expands Halal- Certification Corporation To Azerbaijan, Jasmin Manee Mar 2021

Turkey Expands Halal- Certification Corporation To Azerbaijan, Jasmin Manee

Halal Insight

No abstract provided.


Halal Pak Tai, Pitak Ardmare Mar 2021

Halal Pak Tai, Pitak Ardmare

Halal Insight

No abstract provided.


10 Trendy Technologies Of 2021, Sunainee Mahama Mar 2021

10 Trendy Technologies Of 2021, Sunainee Mahama

Halal Insight

No abstract provided.


Food Colorants : Friend Or Foe ?, Najwa Yanya Santiworakun Mar 2021

Food Colorants : Friend Or Foe ?, Najwa Yanya Santiworakun

Halal Insight

No abstract provided.


From Past To Present… Lifestyle And Culture Of Lanna Muslim, Atitaya Kampichai Mar 2021

From Past To Present… Lifestyle And Culture Of Lanna Muslim, Atitaya Kampichai

Halal Insight

No abstract provided.


"Maskne" - Acne From Wearing Face Mask In This Age, Nareeya Waloh Mar 2021

"Maskne" - Acne From Wearing Face Mask In This Age, Nareeya Waloh

Halal Insight

No abstract provided.


Introduction, Jirayudh Sinthuphan Jan 2021

Introduction, Jirayudh Sinthuphan

Asian Review

No abstract provided.


ผลของมาตรฐานความงามและประเภทสินค้าต่อทัศนคติและความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของผู้บริโภค, ชญานิศ เหมประชิตชัย Jan 2021

ผลของมาตรฐานความงามและประเภทสินค้าต่อทัศนคติและความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของผู้บริโภค, ชญานิศ เหมประชิตชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ในรูปแบบ 2x2 แฟคทอเรียล (Factorial Design) ดำเนินการทดลองและเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบหลักและผลกระทบร่วมกันของ 2 ปัจจัย คือ (1) มาตรฐานความงามในโฆษณา (มาตรฐานความงามแบบดั้งเดิม และมาตรฐานความงามแบบใหม่) และ (2) ประเภทสินค้า (ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระดับดรักสโตร์) ที่ส่งผลต่อทัศนคติและความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของผู้บริโภค ผู้เข้าร่วมการทดลองเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เรียนวิชาหลักการประชาสัมพันธ์ จำนวน 125 คน แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดลองออกเป็น 4 กลุ่มตามเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ดำเนินการเก็บข้อมูลในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ผลการวิจัยพบว่า มาตรฐานความงามในโฆษณาไม่ส่งผลกระทบทางตรงต่อทัศนคติและความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของผู้บริโภคที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 และประเภทสินค้าไม่ส่งผลกระทบทางตรงต่อทัศนคติและความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของผู้บริโภคที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 อีกทั้งเมื่อพิจารณาในส่วนของผลกระทบร่วมกันของทั้ง 2 ปัจจัย พบว่า มาตรฐานความงามในโฆษณาและประเภทสินค้าส่งผลกระทบร่วมกันต่อทัศนคติต่อโฆษณา แต่ไม่ส่งผลกระทบร่วมกันต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของผู้บริโภคที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05


ความสัมพันธ์ระหว่างความเหงา การเห็นคุณค่าในตนเอง แรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์ การนิยามตนเองและการเผชิญกับความเหงา ในนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, ชวนฟ้าชม นาวาบุญนิยม Jan 2021

ความสัมพันธ์ระหว่างความเหงา การเห็นคุณค่าในตนเอง แรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์ การนิยามตนเองและการเผชิญกับความเหงา ในนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, ชวนฟ้าชม นาวาบุญนิยม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเหงา การเห็นคุณค่าในตนเอง แรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์ การนิยามตนเองและการเผชิญกับความเหงาในนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ มีกลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 179 คน มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 20.24 ปี (SD = 1.50) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1. แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล, 2. มาตรวัดความเหงา, 3. มาตรวัดการเห็นคุณค่าในตนเอง, 4. มาตรวัดแรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์, 5. มาตรวัดการนิยามตนเอง และ 6. มาตรวัดการเผชิญกับความเหงา วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงบรรยาย ค่าสถิติสหสัมพันธ์แบบเพียรสันและการวิเคราะห์การถอดถอยแบบพหุคูณ ผลการวิจัยพบสหสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความเหงากับการเห็นคุณค่าในตนเอง (r(177) = -.59, p < .01) แรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์เพื่อพบปะผู้คน (r(177) = -.24, p < .01) แรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์เพื่อคงรักษาความสัมพันธ์เดิม (r(177) = -.28, p < .01) การนิยามตนเองแบบพึ่งพาตนเอง (r(177) = -.19, p < .01) พบสหสัมพันธ์ทางบวกของการเผชิญความเหงาด้วยกลวิธีทางบวกมีกับความเหงาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r(177) = .19, p < .01) ไม่พบนัยสำคัญทางสถิติในความสัมพันธ์ระหว่างความเหงากับการนิยามตนเองแบบพึ่งพากันและกันกับความเหงา (r(177) = -.10, p = .09) แรงจูงใจในการสื่อสารออนไลน์เพื่อชดเชยการขาดทักษะทางสังคม (r(177) = -.12, p = .06) การเผชิญความเหงาด้วยกลวิธีทางลบ (r(177) = -.07, p = .16) ตัวแปรทำนายทั้งหมดสามารถร่วมกันทำนายความแปรปรวนของความเหงาในนิสิตระดับปริญญาตรีได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ร้อยละ 42.3 (R2 = .40, p < .001)


Effects Of Intergroup Ideologies On Willingness To Engage In Intergroup Contact With Essentialism As A Mediator, Piraorn Suvanbenjakule Jan 2021

Effects Of Intergroup Ideologies On Willingness To Engage In Intergroup Contact With Essentialism As A Mediator, Piraorn Suvanbenjakule

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Various studies have found that merely interacting with an outgroup does not necessarily lead to better intergroup relations. The prejudice against Myanmar in Thailand is still an issue that needs solving. Therefore, cultures should be understood as an ongoing process in the hope that it would be more consistent with the current social environment and improve intergroup relations. The first study was a cross-sectional study that examined the self-reported scores of polyculturalism and the willingness to engage in intergroup contact with essentialism as a mediator. The online survey was distributed, and 112 high-school and university students were included in the …


แนวทางการพัฒนาการดำเนินการของ “ศูนย์แคร์” กรมราชทัณฑ์, ปิยะวัฒน์ ปิ่นเจริญ Jan 2021

แนวทางการพัฒนาการดำเนินการของ “ศูนย์แคร์” กรมราชทัณฑ์, ปิยะวัฒน์ ปิ่นเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการทำงานของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์ วิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ และแนวทางการพัฒนาการดำเนินการของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์ การศึกษาใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์แคร์ ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการกองพฤตินิสัย ผู้ปฏิบัติงานศูนย์แคร์ในเรือนจำ 4 แห่ง คือ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางนครสวรรค์ และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 16 คน หน่วยงานเครือข่ายที่ปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์แคร์ จำนวน 7 คน และผู้พ้นโทษที่ได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์แคร์ จำนวน 5 คน ผลการศึกษาพบว่า 1) กระบวนการทำงานของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ กระบวนการก่อนปล่อยตัว กระบวนการในวันปล่อยตัว และกระบวนการภายหลังปล่อยตัว 2) ปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของศูนย์แคร์ ได้แก่ ปัญหาด้านบุคลากร ปัญหาด้านการให้ข้อมูลของผู้ต้องขัง ปัญหาด้านสังคม และปัญหาด้านข้อกฎหมาย และ 3) แนวทางการพัฒนาการดำเนินการของศูนย์แคร์ คือ การเพิ่มบุคลากรในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ในเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ยังขาดแคลน การให้ผู้พ้นโทษที่ได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์แคร์เข้ามาบรรยายถึงประโยชน์ที่จะได้รับในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การจัดทำสื่อหรือกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ตัวอย่างของผู้พ้นโทษที่สามารถกลับตัวได้ เพื่อให้สังคมเปลี่ยนทัศนคติ และการแก้ข้อกฎหมายเพื่อให้ผู้พ้นโทษได้มีโอกาสประกอบกิจการของตัวเองหรือได้รับการจ้างงานมากขึ้น


การสำรวจปัญหาและแนวทางพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทยผ่านมุมมองซอฟต์พาวเวอร์, กฤชพนธ์ ศรีอ่วม Jan 2021

การสำรวจปัญหาและแนวทางพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทยผ่านมุมมองซอฟต์พาวเวอร์, กฤชพนธ์ ศรีอ่วม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสำรวจปัญหาและสถานการณ์ของอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทย และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทยผ่านมุมมองซอฟต์พาวเวอร์ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ ได้แก่ ผู้ผลิตคาแรคเตอร์, อาจารย์มหาวิทยาลัยในสาขาที่เกี่ยวข้อง, หน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน, ผู้ผลิตสินค้าคาแรคเตอร์, และกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งหมด 15 ท่าน เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยประยุกต์ใช้แนวคิดเกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ 6 ด้าน มาเป็นกรอบในการศึกษาแนวทางส่งเสริมต่ออุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทย ได้แก่ ความเป็นไทย การศึกษา การส่งออกและการร่วมมือระหว่างประเทศ การประยุกต์ใช้ดิจิทัล ผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และภาครัฐ ผลการวิจัยพบว่า อุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทยเผชิญกับสถานการณ์และปัญหาที่แตกต่างกันตามแต่ละภาคส่วน โดยปัญหาที่เป็นจุดร่วมของทั้งระบบนิเวศคือ ความเข้าใจต่อโครงสร้างของระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ และไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เป็นต้น โดยผู้วิจัยหยิบยกปัญหาที่มีความสำคัญเหล่านี้มานำเสนอเป็นแนวทางพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทย ประกอบไปด้วย แนวทาง 3 วาระ ได้แก่ วาระที่ 1) แก้ปัญหาและสร้างตัวตนแก่อุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ไทย วาระที่ 2) พัฒนาต่อยอดคาแรคเตอร์ไทย วาระที่ 3) สร้างความผูกพันธ์ระหว่างคาแรคเตอร์ไทยกับผู้บริโภคในวงกว้าง ตลอดจนนำเสนอความเป็นไทยในแง่มุมต่าง ๆ ผ่านคาแรคเตอร์ไทย


บทบาทของตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ในการเรียนรู้และสร้างอัตลักษณ์ของวัยรุ่นเพศหญิงในสังคมไทย, กฤติญา สาริกา Jan 2021

บทบาทของตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ในการเรียนรู้และสร้างอัตลักษณ์ของวัยรุ่นเพศหญิงในสังคมไทย, กฤติญา สาริกา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และตีความบทบาทและอัตลักษณ์ของตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ที่มีต่อการเรียนรู้และประกอบสร้างอัตลักษณ์ของวัยรุ่นเพศหญิงในสังคมไทย เพื่อได้องค์ความรู้คุณค่าบทบาทและอัตลักษณ์ของตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตสื่อที่มีเนื้อหาเพื่อส่งเสริมทัศนคติที่เป็นประโยชน์และประยุกต์เข้ากับสื่อใหม่ๆ ตามกระแสโลกาภิวัตน์ในอนาคตอย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วย การวิเคราะห์ตัวบท ทั้งภาพยนตร์กับบทบาทและอัตลักษณ์ของเจ้าหญิงดิสนีย์ด้วยการสัมภาษณ์แบบเชิงลึกจากผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยของตัวละคร และการเรียนรู้โดยศึกษาจากแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบกับวัยรุ่นเพศหญิงกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการสนทนากลุ่มรวมกับการเล่าเรื่องแบบอัตลักษณ์ ผลการวิจัยสรุปว่า บทบาทและอัตลักษณ์ของตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์เป็นส่วนในการสร้างการเรียนรู้ให้กับวัยรุ่นเพศหญิงในสังคมไทยตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมาจากบทบาทและภาพพจน์ที่ตนสนใจและจดจำได้เกี่ยวกับ 1) เจ้าหญิงดิสนีย์มีความโดดเด่น 2) ชอบเพลงเจ้าหญิงดิสนีย์ 3) ความชื่นชอบในเจ้าหญิงดิสนีย์ 4) เจ้าหญิงดิสนีย์มีความเชื่อมโยงกับตนเอง 5) อยากเป็นเหมือนเจ้าหญิงดิสนีย์ 6) เจ้าหญิงดิสนีย์สร้างคุณค่าให้ โดยเลือกเลียนแบบบทบาทที่มีความใฝ่รู้ เดินทางออกไปเปิดโลกทัศน์ มีความกล้าหาญต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และภาพพจน์เพียงบางส่วนประกอบสร้างเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ตนเองแล้วให้คุณค่าในการสร้างพลังบวกเพื่อใช้ชีวิตให้มีความสุข ในสังคมไทยควรจะมีการผลิตสื่อตัวละครเป็นแบบที่สร้างคุณค่าในลักษณะเจ้าหญิงดิสนีย์และให้ความสำคัญกับการรับรู้สื่อของเด็กเพื่อให้เติบโตมามีทัศนคติในเชิงบวกเป็นผลดีให้กับสังคม


กลวิธีการเล่าเรื่องฉากเลิฟซีนในละครโทรทัศน์ไทยยอดนิยม, ญาดา วิภาดาพรพงษ์ Jan 2021

กลวิธีการเล่าเรื่องฉากเลิฟซีนในละครโทรทัศน์ไทยยอดนิยม, ญาดา วิภาดาพรพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง "กลวิธีการเล่าเรื่องฉากเลิฟซีนในละครโทรทัศน์ไทยยอดนิยม" มีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษากลวิธีการเล่าเรื่องและการสื่อความหมายของฉากเลิฟซีนในละครโทรทัศน์ไทย โดยใช้กลุ่มตัวอย่างละครโทรทัศน์ทั้งหมด 3 เรื่อง คือ สวรรค์เบี่ยง คลื่นชีวิต และ ปีกหงส์ ผลการวิจัยพบกลวิธีการสื่อสารฉากเลิฟซีนผ่านองค์ประกอบการเล่าเรื่อง ดังนี้ 1) แก่นเรื่องหลักคือทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยกันอย่างไม่ใช้อคติ ประกอบกับการดำเนินเรื่องด้วยความแค้นของตัวละครเอกฝ่ายชาย นำมาซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นในฉากเลิฟซีน 2) โครงเรื่อง ใช้การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นจุดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ (Turning Point) ของตัวละครเอกฝ่ายชายฝ่ายหญิง และถูกใช้เป็นเครื่องมือการแก้แค้นที่รุนแรงที่สุด 3) ตัวละคร คือ ตัวละครเอกฝ่ายชายเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความแค้น ตัวละครเอกฝ่ายหญิงเป็นคนดีและอ่อนโยน จึงทำให้ฉากเลิฟซีนที่เริ่มต้นด้วยตัวละครเอกฝ่ายชายที่เป็นอารมณ์เชิงลบมีแต่ความโกรธแค้น แตกต่างจากฉากเลิฟซีนที่เริ่มต้นด้วยตัวละครเอกฝ่ายหญิงที่เป็นอารมณ์เชิงบวก เกิดจากความรัก และพบการสื่อความหมายของฉากเลิฟซีน 2 ลักษณะ คือ 1) ฉากเลิฟซีนที่สื่อความหมายเชิงบวก เช่น เกิดจากความรัก ความห่วงใย เป็นต้น 2) ฉากเลิฟซีนที่สื่อความหมายเชิงลบ เช่น เกิดจากความโกรธ ความแค้น เป็นต้น โดยใช้ภาพที่มีแสง และโทนสีสว่าง โดยเฉพาะสีขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ประกอบกับเพลงประกอบละครและดนตรีที่มีจังหวะช้าเพื่ออธิบายและเน้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครเอกทั้งสองฝ่ายด้วยความรักโรแมนติก เพื่อลดทอนความรุนแรงที่เกิดขึ้นในฉากเลิฟซีนนั้น


การเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ และการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของผู้บริโภค, ปณิธิ เสกสรรค์วิริยะ Jan 2021

การเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ และการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของผู้บริโภค, ปณิธิ เสกสรรค์วิริยะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ และการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ของผู้บริโภค การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาแบบวิจัยเชิงสำรวจ เก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริโภคที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป และเคยใช้งานแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา จำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเปิดรับการสื่อสารการตลาดเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ โดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง มีทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ โดยรวมอยู่ในระดับเชิงบวก และมีการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ โดยรวมอยู่ในระดับสูง ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การเปิดรับการสื่อสารการตลาดเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์โดยรวม มีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีความสัมพันธ์กันในทางบวก และอยู่ในระดับต่ำ ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์โดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีความสัมพันธ์กันในทางบวก และอยู่ในระดับต่ำ


แนวทางการยกระดับภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยสู่การเป็นสินค้าของประเทศ, รัตน์ฤดี ปิ่นแก้ว Jan 2021

แนวทางการยกระดับภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยสู่การเป็นสินค้าของประเทศ, รัตน์ฤดี ปิ่นแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมของภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทย เพื่อนำเสนอแนวทางในการสนับสนุนภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญในฐานะสินค้าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ผ่านการค้นคว้าและวิเคราะห์เอกสาร ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกจากตัวแทนผู้สร้างภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทรเพื่อเป็นกรณีศึกษา คือ ภาพยนตร์เรื่อง ‘ร่างทรง’ ภาพยนตร์เรื่อง ‘ปริศนารูหลอน’ และซีรีส์เรื่อง ‘เด็กใหม่ 2’ รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถสะท้อนภาพรวมตามวัตถุประสงค์ในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่าภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยได้สร้างปรากฏการณ์ความนิยมในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทร โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ การมีรากฐานความเชื่อต่อสิ่งลี้ลับที่ใกล้เคียงกับคนไทย อีกทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีผลต่ออำนาจในการซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงความเข้มงวดของกฎหมายเซ็นเซอร์ในชาติมุสลิมที่ทำให้ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยได้เปรียบในการส่งออกสู่ประเทศนั้น และที่สำคัญคือการขยายตัวของสื่อออนไลน์สตรีมมิงที่ผู้ใช้งานสามารถเปิดรับเนื้อหาได้หลากหลายจากทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยเดินทางข้ามเส้นแบ่งพรมแดนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญยังคงขาดนโยบายในการส่งเสริมด้านการส่งออกจากภาครัฐ และการมองถึงการแข่งขันในตลาดต่างประเทศของภาคเอกชน ทั้งนี้การยกระดับภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยจะต้องตระหนักถึงปัจจัยสำคัญใน 3 ด้าน​ คือ ด้านการผลิตและออกฉาย ด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ และด้านบุคลากร หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ย่อมส่งผลให้ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญสามารถแข่งขันในตลาดโลกตามกรอบแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


อิทธิพลของการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชันต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภค, สุธาทิพย์ มีสุวรรณ Jan 2021

อิทธิพลของการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชันต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภค, สุธาทิพย์ มีสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ความรู้สึกของผู้บริโภค (ได้แก่ อารมณ์ ทัศนคติต่อการใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชัน ทัศนคติต่อตราสินค้า และความไว้วางใจได้) และประสบการณ์ของผู้บริโภค (ได้แก่ ความพึงพอใจ ความถี่ในการซื้อ และความภักดีต่อการใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชัน) และ 2) อิทธิพลของการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 20 – 39 ปี ที่มีการดาวน์โหลดและเคยซื้อสินค้าผ่านโมไบล์แอปพลิเคชันของตราสินค้า UNIQLO อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 325 คน และ 2) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 20 – 39 ปี ที่มีการดาวน์โหลดและเคยซื้อสินค้าผ่านโมไบล์แอปพลิเคชันของตราสินค้า H&M อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 242 คน รวมทั้งหมด 567 คน ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟส ความรู้สึกของผู้บริโภค และประสบการณ์ของผู้บริโภคตราสินค้า UNIQLO และตราสินค้า H&M แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสำหรับตราสินค้า UNIQLO การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ในมิติของสุนทรียศาสตร์ในการออกแบบ และการรับรู้ถึงความมีประโยชน์ มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภคมากที่สุด ขณะที่การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ในมิติของการรับรู้ถึงความเพลิดเพลิน มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านโมไบล์แอปพลิเคชันของตราสินค้า H&M มากที่สุด


คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีและเนื้อหาจากรายการเรียลลิตี้ค้นหาศิลปินของประเทศเกาหลีใต้, สุธาวี ไพบูลย์ Jan 2021

คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีและเนื้อหาจากรายการเรียลลิตี้ค้นหาศิลปินของประเทศเกาหลีใต้, สุธาวี ไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาของรายการเรียลลิตี้ค้นหาศิลปินของประเทศเกาหลีใต้ และวิเคราะห์คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีใต้ ผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา โดยสร้างตารางวิเคราะห์เนื้อหาของรายการโปรดิวซ์ 101 ฤดูกาลที่ 1 โปรดิวซ์ 101 ฤดูกาลที่ 2 และ โปรดิวซ์ 48 และตารางวิเคราะห์คุณลักษณะของผู้ชนะที่ได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินจากรายการดังกล่าว ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์แล้วนำเสนอในแบบพรรณณาวิเคราะห์ผลการศึกษาพบว่า 1) ขั้นตอนการสร้างศิลปินของประเทศเกาหลีใต้ที่พบจากรายการทั้ง 3 ฤดูกาล มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน คือ การทดสอบระดับทักษะ การแข่งขันแบบกลุ่ม การแข่งขันตามตำแหน่ง การประเมินแนวคิด และการประเมินเพลงเดบิวต์ 2) การเล่าเรื่องของทั้ง 3 ฤดูกาลแบ่งเนื้อหารายการออกเป็น 7 ช่วง ได้แก่ การเปิดตัวหรือเปิดเรื่อง การสร้างเรื่องราว การแสดงเพลงและทำภารกิจ การเรียนและการซ้อม การประกาศภารกิจหรือประกาศผลคะแนน กิจกรรมพิเศษ และเบื้องหลังอื่น ๆ เนื้อหาแต่ละช่วงมีรสเกิดขึ้นหลากหลายซึ่งรสที่เกิดขึ้นในรายการมีทั้งหมด 7 รส ได้แก่ รักหรือพึงพอใจ สนุกหรือตลกขบขัน สงสารหรือเห็นใจ ชื่นชมความพยายามหรือความตั้งใจ แปลกใจหรือประหลาดใจ หงุดหงิดหรือโกรธ และกลัวหรือตื่นเต้นตกใจ รสที่พบเพิ่มและไม่อยู่ในทฤษฎีรสและภาวะ คือ ความรู้สึกเครียดหรือกดดัน 3) คุณลักษณะของกลุ่มศิลปินเกาหลี ได้แก่ รูปร่างหน้าตาและภาพลักษณ์ดูดี เต้นและร้องหรือแรปได้ในเวลาเดียวกัน ท่าเต้นมีความสวยงามเป็นระเบียบ แสดงสีหน้าท่าทางเพื่อสื่ออารมณ์เพลงอย่างชัดเจน และผ่านขั้นตอนการฝึกมาอย่างเป็นระบบ คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีรายบุคคลแบ่งเป็นคุณลักษณะภายใน ได้แก่ มีความมุ่งมั่นและแรงจูงใจ มีความอดทนไม่ย่อท้อ มีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ มีภาพลักษณ์หรือทัศนคติเชิงบวก และคุณลักษณะภายนอก ได้แก่ รูปลักษณ์ภายนอกดูดี มีทักษะความสามารถที่จำเป็นในการเป็นศิลปิน มีความสามารถในการแสดงสีหน้าท่าทาง และมีทักษะพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในวงการบันเทิง


อิทธิพลของประสบการณ์การถูกกีดกันต่อภาวะซึมเศร้าในคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถีโดยมีการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตนเป็นตัวแปรส่งผ่านและความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนเป็นตัวแปรกำกับ, ณัชชา ศรีพิบูลพานิช Jan 2021

อิทธิพลของประสบการณ์การถูกกีดกันต่อภาวะซึมเศร้าในคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถีโดยมีการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตนเป็นตัวแปรส่งผ่านและความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนเป็นตัวแปรกำกับ, ณัชชา ศรีพิบูลพานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์การถูกกีดกัน ภาวะซึมเศร้า การรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตน และความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนในคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถี เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามทางช่องทางออนไลน์ในกลุ่มตัวอย่างคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถี จำนวน 263 คน มีอายุเฉลี่ย 27.06 ปี (SD = 6.21) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) ข้อคำถามคัดกรอง 2) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 3) แบบวัดภาวะซึมเศร้า 4) แบบวัดประสบการณ์การถูกกีดกัน 5) แบบวัดการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตน และ 6) แบบวัดความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสมการถดถอยเชิงพหุ ตามแนวคิด Conditional PROCESS Model เพื่อทดสอบอิทธิพลส่งผ่านที่มีอิทธิพลกำกับ ผลการวิจัยพบว่าประสบการณ์การถูกกีดกันมีอิทธิพลทางตรงต่อภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (b = .359, p < .05) แต่ไม่พบอิทธิพลทางอ้อมของประสบการณ์การถูกกีดกันต่อภาวะซึมเศร้าผ่านการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตน (b = .012, p = .101) และไม่พบอิทธิพลกำกับของความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนในความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์การถูกกีดกันกับภาวะซึมเศร้า (b = -.087, p = .114) และความสัมพันธ์ระหว่างการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตนกับภาวะซึมเศร้า (b = .098, p = .329)


ความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานกับความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานที่มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศ โดยมีกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ณัชนิกข์ เชี่ยวชาญ Jan 2021

ความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานกับความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานที่มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศ โดยมีกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ณัชนิกข์ เชี่ยวชาญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลส่งผ่านของกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานต่อความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานกับความพึงพอใจในการทำงาน โดยการเก็บข้อมูลจากพนักงาน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มชายรักชาย (gay), พนักงานกลุ่มหญิงรักหญิง (lesbian) และพนักงานกลุ่มรักสองเพศ (bisexual) จำนวน 200 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามสมมติฐาน พบว่า การเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานมีความสัมพันธ์ทางลบต่อความพึงพอใจในการทำงาน (b = -.31, p < .01) และพบว่ากลยุทธ์การปกปิดและกลยุทธ์การเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจมีอิทธิพลส่งผ่านระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศ ในที่ทำงานและความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแบบบางส่วน (partial meditation) (bCO = -.08, p < .01) (bIO = -.05, p < .01) หมายความว่า ทั้งกลยุทธ์การปกปิดและกลยุทธ์การเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจไม่สามารถ ทำให้อิทธิพลระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานและความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนกลยุทธ์การข้ามผ่านและกลยุทธ์การเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจไม่มีอิทธิพลส่งผ่านระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานและความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (bPA = -.02, p = .75) (bEO = -.03, p = .70) จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานมีอิทธิต่อความพึงพอใจในการทำงานเป็นอย่างมากและกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานไม่สามารถมีอิทธิพลส่งผ่านอย่างสมบูรณ์ (fully mediation)ได้ ดังนั้นองค์การควรสนับสนุนให้เกิดการยอมรับและลดการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานด้วยการกำหนดนโยบายและมีการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกปลอดภัยกับพนักงานที่มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศในที่ทำงาน


Cost-Effectiveness Analysis Of Managed Care For Osteoporotic Hip Fractures, Benchaporn Kotnarin Jan 2021

Cost-Effectiveness Analysis Of Managed Care For Osteoporotic Hip Fractures, Benchaporn Kotnarin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Osteoporotic fracture patients are still unidentified, untreated for osteoporosis. This group of patients is likely to have recurrent fractures and has more morbidity, these problems put a burden on the high cost of taking care of patients and poor clinical outcomes. The intervention for improving the quality of osteoporosis treatment, King Chulalongkorn Memorial Hospital (KCMH) calls “Managed care”. Managed care has an orthopedist who plays a crucial role in fragility fracture and long-term osteoporosis treatment. The purpose of this study is to access the cost-effectiveness of managed care for patients aged 50 years and over with osteoporotic hip fractures compared …


สงครามโลกครั้งที่ 1 กับการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศ, ศิวพล ชมภูพันธุ์ Jan 2021

สงครามโลกครั้งที่ 1 กับการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศ, ศิวพล ชมภูพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาสงครามโลกครั้งที่ 1 กับการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศผ่านกรอบแนวคิดเรื่องสังคมระหว่างประเทศของสำนักอังกฤษและแนวคิดเรื่องการระบุตัวตนของชาติ จากการศึกษาพบว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นจุดสัมฤทธิผลสูงสุดในกระบวนการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศอันเป็นผลมาจากการแสดงบทบาทระหว่างประเทศของการเป็นรัฐสมัยใหม่ อีกทั้งยังเป็นการแสดงผลของการผสมผสานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสถาบันระหว่างประเทศให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ ในอีกด้านหนึ่ง การระบุตัวตนของสยามจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ถูกนำมาใช้เป็นโอกาสในการเมืองภายในด้วยการเสริมสร้างความสำคัญให้แก่ระบอบราชาธิปไตยและการยกพระราชสถานะของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้สูงเด่นยิ่งขึ้น