Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Physical Sciences and Mathematics Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2022

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 18001 - 18030 of 18163

Full-Text Articles in Physical Sciences and Mathematics

การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว, อริญชย์พิชญ์ บังเอิญ Jan 2022

การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว, อริญชย์พิชญ์ บังเอิญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นถือเป็นรูปแบบของร้านอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เป็นอาหารที่รสชาติถูกปากทั้งคนไทยและสามารถรับประทานได้ทุกวัน การเติบโตของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นก็เติบโตขึ้นอย่างมาก มิติการแข่งขันนั้นหลากหลายมากขึ้น ทั้งในส่วนของรสชาติ การคัดสรรวัตถุดิบ ราคา ภาพลักษณ์ของแบรนด์ เป็นต้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านอาหารนั้นต้องมีการปรับตัวให้เข้ากบัสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และพฤติกรรมของลูกค้านั้นก็เริ่มมีการสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้น ทางร้านอาหารจึงอยากให้เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทในการช่วยพัฒนาธุรกิจร้านอาหารมากขึ้น ดังนั้นการนำการคิดเชิงออกแบบมาประยุกต์กับเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวที่จะทำให้เกิดเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบที่ช่วยให้ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบต้นแบบที่ได้จากโครงการนี้จะช่วยให้การดำเนินงานของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยะช่วยให้ได้เว็บแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น


ระบบสารสนเทศของธุรกิจจัดงานสวดอภิธรรม, อิทธิ สมมาตย์ Jan 2022

ระบบสารสนเทศของธุรกิจจัดงานสวดอภิธรรม, อิทธิ สมมาตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การจัดงานศพในแต่ละพื้นที่มีรูปแบบและวัฒนธรรมในการจัดงานที่แตกต่างกัน ในภาคใต้ของประเทศไทยเอง งานสวดอภิธรรมตามหลักพุทธศาสนาก็มีรายละเอียดของรูปแบบการจัดงานที่ต่างอยู่บ้าง กล่าวคือ จะมีการจัดเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะไทย ไว้สำหรับรับรองผู้มาร่วมงาน แสดงถึงความขอบคุณที่ได้เดินทางมาร่วมงาน มีการใช้วัสดุอุปกรณ์จำนวนมากในการจัดงาน ส.เต็นท์มงคล (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นธุรกิจรับจัดงานเลี้ยงในพื้นที่อยู่แล้ว จึงมองเห็นโอกาสว่า งานศพ สามารถต่อยอดให้มีบริการที่ครบวงจรได้ จึงควรพัฒนาระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการจัดงานสวดอภิธรรมขึ้น “ระบบสารสนเทศของธุรกิจจัดงานสวดอภิธรรม” ประกอบไปด้วย 7 ระบบย่อย มีการทำงานและใช้ข้อมูลร่วมกัน ดังนี้ (1) ระบบจัดการพนักงานประสานงาน (2) ระบบจัดการข้อมูลหลัก (3) ระบบจัดการบริการงานสวดอภิธรรม (4) ระบบจัดการการชำระเงิน (5) ระบบจัดการการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ (6) ระบบจัดการรายงาน (7) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริการงานสวดอภิธรรม ระบบที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้ มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการลูกค้าในการจัดงานสวดอภิธรรมได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน เป็นช่องทางรวบรวมข้อมูลบริการทั้งหมดที่ธุรกิจให้บริการและข้อมูลการดำเนินธุรกิจไว้ในที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังจัดทำการวิเคราะห์และจัดทำรายงานให้ธุรกิจใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผนธุรกิจ การจัดการวัสดุอุปกรณ์ และการจัดการการทำงานภายในองค์กร


การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันของธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำ, อิสริยา ธัญญะสุขวณิชย์ Jan 2022

การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันของธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำ, อิสริยา ธัญญะสุขวณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ธุรกิจค้าปลีกทองคำเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ผู้ปเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจระกอบการค้าปลีกทองคำรายเล็กได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากการถูกชิงส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หันมาจับตลาดค้าปลีกโดยตรงกับลูกค้ารายย่อย สารนิพนธ์นี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาการดำเนินธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำในประเทศไทย เพื่อเสนอแนวทางในการนำเทคโนโลยีมายกระดับการให้บริการลูกค้า โดยออกแบบและพัฒนาต้นแบบโมบายแอปพลิเคชันที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจค้าปลีกทองคำของผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็กให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล โครงการพิเศษนี้นำหลักการคิดเชิงออกแบบมาใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ผ่านการทำความเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ได้ระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังนำแนวคิดเกมมิฟิเคชันมาช่วยเสริมด้านการออกแบบ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และแรงจูงใจในการใช้งาน อีกทั้งยังพัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้งานด้วยเครื่องมือสร้างต้นแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเสนอแนะและคำแนะนำในการพัฒนาระบบที่เป็นประโยชน์และตรงประเด็น ระบบต้นแบบที่ได้จากการพัฒนาโครงการนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจห้างค้าปลีกทองคำต่อไป เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน กระบวนการดำเนินงานมีความทันสมัย และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น


การพัฒนาเครื่องมืออัตโนมัติสำหรับสร้างแบบจำลองความสัมพันธ์ของส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์เว็บเซอร์วิสแบบเรสต์ฟูล, วิภาดา กลึงเทศ Jan 2022

การพัฒนาเครื่องมืออัตโนมัติสำหรับสร้างแบบจำลองความสัมพันธ์ของส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์เว็บเซอร์วิสแบบเรสต์ฟูล, วิภาดา กลึงเทศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ นิยมนำซอฟต์แวร์กลับมาใช้ใหม่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ เอกสารต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบจึงมีความสำคัญในการอ้างอิง งานวิจัยนี้ ให้ความสนใจกับแผนภาพยูเอ็มแอลที่เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ จึงได้นำเสนอการออกแบบ และพัฒนาเครื่องมืออัตโนมัติสำหรับการสร้างแบบจำลองความสัมพันธ์ของส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์เว็บเซอร์วิสแบบเรสต์ฟูลโดยใช้เครื่องมือเสริม PlantUML ที่เป็นเครื่องมือเสริมสำหรับการสร้างแผนภาพ ซึ่งงานวิจัยนี้ได้นำเครื่องมือเสริม PlantUML มาสร้างแผนภาพแบบจำลองความสัมพันธ์ระหว่างคอนโทรลเลอร์ เมธอด และคุณลักษณะภายในของพารามิเตอร์ ที่นำเสนอในรูปแบบของแผนภาพยูเอ็มแอล ดังนั้น เมื่อนำเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้ จะช่วยให้ปรับปรุงเอกสารส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และยังช่วยให้เอกสารตรงกับรหัสต้นฉบับ จากการประยุกต์ใช้เครื่องมือกับโครงการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ของความถูกต้องเป็น 100%


การศึกษาเปรียบเทียบของพอลิโพรพิลีนรีไซเคิลเทอร์มอพลาสติกวัลคาไนเซตจากยางธรรมชาติและจากยางอีพีดีเอ็ม, ทีปกร พันธ์พรม Jan 2022

การศึกษาเปรียบเทียบของพอลิโพรพิลีนรีไซเคิลเทอร์มอพลาสติกวัลคาไนเซตจากยางธรรมชาติและจากยางอีพีดีเอ็ม, ทีปกร พันธ์พรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสมบัติของพอลิโพรพิลีนรีไซเคิลโดยการเตรียมเป็นเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์ และเทอร์มอพลาสติกวัลคาไนเซตด้วยยางธรรมชาติและยางอีพีดีเอ็มในอัตราส่วนต่าง ๆ โดยพอลิโพรพิลีนรีไซเคิลและยางถูกผสมด้วยสามอัตราส่วน ได้แก่ 90/10, 80/20 และ 70/30 โดยน้ำหนักในเครื่องผสมแบบปิดที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที ตามด้วยการอัดขึ้นรูป จากผลการทดลองพบว่าการเติมยางธรรมชาติหรือยางอีพีดีเอ็มช่วยปรับปรุงความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาด ขณะที่ความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส และความแข็งลดลง อย่างไรก็ตามเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์ที่เติมยางอีพีดีเอ็มแสดงสมบัติเหนือกว่าเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์ที่เติมยางธรรมชาติที่อัตราส่วนเดียวกันเนื่องจากมีความเข้ากันได้กับพอลิโพรพิลีนรีไซเคิลมากกว่า ซึ่งยืนยันได้จากสมบัติสัณฐานวิทยา และในบรรดาเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์ทั้งหมด พอลิโพรพิลีนรีไซเคิล/ยางที่อัตราส่วน 80/20 มีสมบัติเชิงกลที่เหมาะสมจึงถูกเลือกมาเตรียมเป็นเทอร์มอพลาสติกวัลคาไนเซตโดยการเติมเพอร์ออกไซด์เป็นสารเชื่อมขวางที่อัตราส่วน 1 และ 2 ส่วนต่อยางร้อยส่วน เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบสมบัติเชิงกล สมบัติทางความร้อน และสัณฐานวิทยาของเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์และเทอร์มอพลาสติกวัลคาไนเซตพบว่ายังส์มอดุลัสของเทอร์มอพลาสติกวัลคาไนเซตสูงกว่าเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์เนื่องจากการเชื่อมขวาง อย่างไรก็ตามสมบัติอื่น ๆ ลดลงเมื่อเทียบกับเทอร์มอพลาสติกอิลาสโตเมอร์เพราะการตัดขาดของสายโซ่โดยเพอร์ออกไซด์


การพัฒนาซอฟต์เซ็นเซอร์สำหรับการทำนายพารามิเตอร์ของการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียม, พงศ์พล ธวัชบัณฑิต Jan 2022

การพัฒนาซอฟต์เซ็นเซอร์สำหรับการทำนายพารามิเตอร์ของการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียม, พงศ์พล ธวัชบัณฑิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับโรงงานอุตสาหกรรมนั้นเป็นกระบวนการที่สำคัญในการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นแก๊สเรือนกระจกในแก๊สไอเสียก่อนส่งออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งการรู้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดูดซับและเวลาที่การดูดซับเข้าสู่สมดุลจึงเป็นประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินงานในอุตสาหกรรม ดังนั้นในงานวิจัยนี้ ศึกษาและพัฒนาโครงข่ายประสาทเทียมสามารถทำนายพารามิเตอร์ของการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ โครงข่ายประสาทเทียมที่พัฒนาด้วยโครงสร้างที่มีจำนวนชั้นซ่อน 2 ชั้นซ่อน ในแต่ละชั้นซ่อนประกอบด้วย 10 เซลล์ประสาท และฟังก์ชันกระตุ้นในชั้นซ่อนและชั้นส่งออกคือฟังก์ชันแทนซิกมอยด์มีประสิทธิภาพสูงที่สุด จากนั้นนำโครงข่ายประสาทเทียมที่มีโครงสร้างดังกล่าวไปใช้ในการศึกษาผลของสมการทางจลนศาสตร์และนำตัวแปรส่งออกไปแทนค่าในสมการทางจลนศาสตร์เพื่อสร้างเส้นโค้งของดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ เส้นโค้งที่สร้างจากสมการของปฏิกิริยาอันดับหนึ่งเทียมมีค่าเฉลี่ยของค่า R-square สูงสุดคือ 0.8731 และค่าเฉลี่ยของค่า RMSE ต่ำที่สุดคือ 0.2358 จากนั้นนำโครงข่ายประสาทเทียมไปพัฒนาซอฟต์เซ็นเซอร์โดยเริ่มจากการแปลงโครงข่ายประสาทเทียมให้เป็นโปรแกรมที่เป็นภาษาไพทอน และนำโปรแกรมนี้ไปใส่ใน Raspberry pi 4 model b ตัวแปรนำเข้าทั้งหมดจะถูกคำนวณผ่านโครงข่ายประสาทเทียมที่ได้แปลงเป็นภาษาไพทอนแล้ว และส่งค่าตัวแปรส่งออกไปแสดงค่าผ่านแพลตฟอร์ม Grafana ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่สะดวกและรวดเร็ว และสามารถรายงานค่าในเวลาจริงได้


การเสื่อมสภาพของน้ำมันหม้อแปลงชีวภาพฐานปาล์มและกระดาษฉนวนภายใต้การบ่มเร่งเชิงความร้อน, พรพงษ์ ศิริรัตน์สกุล Jan 2022

การเสื่อมสภาพของน้ำมันหม้อแปลงชีวภาพฐานปาล์มและกระดาษฉนวนภายใต้การบ่มเร่งเชิงความร้อน, พรพงษ์ ศิริรัตน์สกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันจึงมีความพยายามในการพัฒนาน้ำมันพืชที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำมาทดแทนการใช้น้ำมันแร่ โดยน้ำมันชีวภาพฐานปาล์ม (EnPAT) เป็นหนึ่งในน้ำมันพืชทางเลือกที่ถูกพัฒนาเพื่อนำไปของเหลวฉนวนสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้า อย่างไรก็ตามในระหว่างหม้อแปลงไฟฟ้าทำงานจะเกิดความร้อนขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ของเหลวฉนวน และกระดาษฉนวนที่อยู่ภายในเกิดการเสื่อมสภาพ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นศึกษาลักษณะการเสื่อมสภาพของน้ำมันชีวภาพฐานปาล์มที่มีกระดาษฉนวนจุ่มแช่ พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับน้ำมันแร่และเอสเตอร์ธรรมชาติเชิงการค้า (FR3) ด้วยการบ่มเร่งเชิงความร้อนที่อุณหภูมิ 110, 130 และ 150 ˚ซ เป็นระยะเวลาต่างๆ ในระบบปิด ซึ่งภายหลังจากการบ่มเร่งภายใต้บรรยากาศไนโตรเจน EnPAT เกิดการเสื่อมสภาพขึ้น โดยปริมาณความชื้น และค่าความเป็นกรดแสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับ FR3 แต่จะมีค่ามากกว่าน้ำมันแร่ ขณะที่ปริมาณสารที่เกิดจากการเสื่อมสภาพละลายในน้ำมันฉนวนมีการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด และค่าความคงทนต่อแรงดันไฟฟ้ายังคงมีค่ามากกว่าน้ำมันแร่ แม้ว่าจะมีค่าแฟกเตอร์กำลังสูญเสียไดอิเล็กทริกและค่าสภาพความต้านทานทางไฟฟ้าน้อยกว่าน้ำมันแร่ อย่างไรก็ตามการบ่มเร่งที่อุณหภูมิ 150 ˚ซ นาน 2,880 และ 4,008 ชม. กระดาษฉนวนที่จุ่มแช่ในน้ำมันชีวภาพฐานปาล์มมีค่าความคงทนต่อแรงดึงคงเหลือมากกว่ากระดาษฉนวนที่จุ่มแช่ในน้ำมันแร่อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่าหลังจากผ่านการบ่มเร่งที่อุณหภูมิ 150 ˚ซ นาน 720 ชม. ภายใต้บรรยากาศออกซิเจน น้ำมันทุกชนิดเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม EnPAT ยังคงมีค่าความคงทนต่อแรงดันไฟฟ้ามากที่สุด ดังนั้นน้ำมันชีวภาพฐานปาล์มจึงเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับนำมาใช้เป็นของเหลวฉนวนภายในหม้อแปลงไฟฟ้า


การศึกษาความไวต่ออุณหภูมิของเสียงสะท้อนจากหูชั้นในแบบเกิดขึ้นได้เองโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของการเคลื่อนไหวของเซลล์ขน, กิตติศักดิ์ สว่างวารีสกุล Jan 2022

การศึกษาความไวต่ออุณหภูมิของเสียงสะท้อนจากหูชั้นในแบบเกิดขึ้นได้เองโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของการเคลื่อนไหวของเซลล์ขน, กิตติศักดิ์ สว่างวารีสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หูชั้นในของสัตว์มีกระดูกสันหลังไม่เพียงแต่ทำหน้าที่รับเสียงแต่ยังสามารถสร้างเสียงสะท้อนเมื่อไม่มีเสียงกระตุ้นจากภายนอก เรียกว่าเสียงสะท้อนจากหูชั้นในแบบเกิดขึ้นเองหรือเสียงเอสโอเออี (Spontaneous otoacoustic emissions, SOAEs) ผลการทดลองวัดเสียงเอสโอเออีในกบและสัตว์จำพวกกิ้งก่าพบว่าความถี่ของเสียงเอสโอเออีมีค่าสูงขึ้นแบบเชิงเส้นกับอุณหภูมิร่างกาย นอกจากนี้ขนาดของการเปลี่ยนแปลงความถี่ยังขึ้นอยู่กับความถี่เริ่มต้นของเสียงเอสโอเออีแบบเอ็กซ์โปเนนเชียล เสียงเอสโอเออีอาจเกิดจากเซลล์ขน (Hair cell) หรือเซลล์รับเสียงภายในหูชั้นใน ที่มัดขน (Hair bundle) สามารถสั่นได้เองแม้ไม่มีแรงกระตุ้นจากภายนอก ในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิต่อของการสั่นได้เองของมัดขน โดยใช้แบบจำลองเกทติงสปริงซึ่งเป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่อธิบายมัดขนเป็นระบบสองสถานะ (Two-state system) ผลการวิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและค่าคงที่สปริงของเกทติงสปริงส่งผลต่อแอมพลิจูดและความถี่ของการสั่นของมัดขนผ่านการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแผนภาพพลังงานของช่องไอออน นอกจากนี้ผลจากการจำลองเชิงตัวเลขและจากผลเฉลยเชิงวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่ามีผลต่างพลังงานภายในที่เหมาะสมซึ่งแสดงความถี่ของการสั่นและความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูงสุด และเมื่อกำหนดให้ค่าคงที่สปริงของเกทติงสปริงมีค่าขึ้นกับอุณหภูมิ พบว่าความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีค่าสูงขึ้น สุดท้ายนี้ความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากแบบจำลองให้ผลสอดคล้องกับผลที่ได้จากการทดลอง งานวิจัยนี้ได้ให้หลักฐานเพิ่มเติมว่าเสียงเอสโอเออีเกี่ยวข้องกับกระบวนการสั่นได้เองของมัดขน


การหาภาวะเหมาะที่สุดในการะบวนการผลิตยางรีเคลมสำหรับขยะยางที่ประกอบด้วยยางธรรมชาติและยางอีพีดีเอ็ม, ภัสรา สุวรรณสิงห์ Jan 2022

การหาภาวะเหมาะที่สุดในการะบวนการผลิตยางรีเคลมสำหรับขยะยางที่ประกอบด้วยยางธรรมชาติและยางอีพีดีเอ็ม, ภัสรา สุวรรณสิงห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาภาวะที่เหมาะสมของเครื่องอัดรีดแบบสกรูคู่สำหรับเตรียมยางรีเคลมจากขยะยาง 2 ชนิด ประกอบด้วยขยะยางที่มียางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักและขยะยางอีพีดีเอ็ม ผลการวิเคราะห์การสลายตัวด้วยความร้อนโดยเทคนิคเทอร์โมกราวิเมทริกแอนนาไลซิส พบว่าขยะยางที่มียางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักและขยะยางอีพีดีเอ็มมีสัดส่วนของเนื้อยางอยู่ที่ร้อยละ 53.5 และ 56.0 ตามลำดับ สำหรับการเตรียมยางรีเคลมจากขยะยางที่มียางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักภาวะของเครื่องอัดรีดแบบสกรูคู่ที่ได้ทำการศึกษาคือ ความเร็วรอบในการหมุนของสกรูที่ 150, 200 และ 250 rpm โดยแต่ละความเร็วรอบจะใช้อุณหภูมิโซนผสมที่ 200, 225 และ 250 องศาเซลเซียส ในขณะที่การเตรียมยางรีเคลมจากขยะยางอีพีดีเอ็มจะใช้ความเร็วรอบในการหมุนของสกรูเหมือนกับกรณีแรก แต่อุณหภูมิโซนผสมจะอยู่ที่ 250, 275 และ 300 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาพบว่า การเพิ่มความเร็วรอบในการหมุนของสกรูและอุณหภูมิโซนผสมส่งผลทำให้ยางรีเคลมทั้งสองชนิดมีความหนืดมูนีลดลง เมื่อนำยางรีเคลมที่ได้ไปขึ้นรูปตามมาตรฐาน ISO/TS 16095:2021 และทดสอบสมบัติเชิงกล พบว่ายางรีเคลมจากขยะยางที่มียางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักที่เตรียมที่ภาวะความเร็วรอบในการหมุนของสกรูที่ 250 rpm และอุณหภูมิโซนผสมที่ 200 องศาเซลเซียส และขยะยางอีพีดีเอ็มที่เตรียมที่ภาวะความเร็วรอบในการหมุนของสกรูที่ 150 rpm และอุณหภูมิโซนผสมที่ 275 องศาเซลเซียส จะมีความต้านทานต่อแรงดึงและระยะยืด ณ จุดขาด สูงที่สุด ทั้งนี้เป็นผลมาจากยางรีเคลมทั้ง 2 ชนิด ที่ได้จากภาวะข้างต้นมีร้อยละการดีวัลคาไนซ์สูงที่สูด ทำให้มีสภาพเป็นเทอร์โมพลาสติกสูงที่สุด เมื่อนำไปขึ้นรูปซ้ำจึงให้สมบัติเชิงกลดีที่สุด เมื่อนำภาวะข้างต้นไปศึกษาอิทธิพลของชนิดและปริมาณสารรีเคลมประเภทเททระเบนซิลไทยูแรมไดซัลไฟด์และเททระไอโซบิวทิลไทยูแรมไดซัลไฟด์ พบว่ายางรีเคลมคงรูปจากขยะยางที่มียางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักและยางรีเคลมคงรูปจากขยะยางอีพีดีเอ็มที่เติมสารรีเคลมชนิดเททระไอโซบิวทิลไทยูแรมไดซัลไฟด์ 1 และ 3 ส่วนในร้อยส่วนของยางจะมีความต้านทานต่อแรงดึงและระยะยืด ณ จุดขาด สูงที่สุดทั้งสองชนิดที่เติม ทั้งนี้เป็นผลมาจากยางรีเคลมดังกล่าวมีร้อยละการดีวัลคาไนซ์สูงที่สูด เมื่อนำยางรีเคลมทั้ง 2 ชนิดที่ไปใช้ทดแทนยางบริสุทธิ์ตามสูตรที่กำหนด พบว่าเมื่อเพิ่มปริมาณยางรีเคลมเป็นผลให้สมบัติเชิงกลของยางคงรูปลดลงตามลำดับ อย่างไรก็ตามพบว่าที่มีการใช้ยางรีเคลมทดแทนยางบริสุทธิ์จะได้ยางคงรูปมีความต้านทานต่อการเสื่อมสภาพเนื่องจากความร้อนสูงที่ขึ้น


การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อสมบัติของยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมียม, สายสุณี จิตกล้า Jan 2022

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อสมบัติของยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมียม, สายสุณี จิตกล้า

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ถึงแม้ว่าสมบัติเชิงกลของยางแผ่นรมควันจะเหนือกว่ายางแห้งชนิดอื่นก็ตาม แต่ความไม่สม่ำเสมอในคุณภาพของยางส่งผลให้ปริมาณการใช้งานยางแผ่นรมควันในอุตสาหกรรมล้อยางลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการยางแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานการผลิตยางแผ่นรมควันขึ้นเพื่อควบคุมและให้ได้ยางแผ่นรมควันที่มีสมบัติต่าง ๆ คงที่ ซึ่งยางที่ได้จะเรียกว่า “ยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมียม” หรือ “ยางแผ่นรมควันเกรด P” เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุที่ส่งผลให้สมบัติต่าง ๆ ของยางแผ่นรมควันแปรปรวนดียิ่งขึ้น งานวิจัยนี้ได้ศึกษาถึงอิทธิพลด้านภาวะการผลิต ช่วงฤดูกาลกรีดยาง รวมไปถึงพิ้นที่ปลูกยางต่อสมบัติทั้งทางกายภาพและเชิงกลของยางแผ่นรมควัน ผลการทดลองที่ได้พบว่า เมื่อใช้น้ำยางที่มีปริมาณเนื้อยางแห้งแตกต่างกันและใช้ความเข้มข้นกรดฟอร์มิกในการจับตัวเนื้อยางแตกต่างกัน สมบัติของยางแผ่นรมควันจะแตกต่างกันไป โดยพบว่าเมื่อปริมาณเนื้อยางแห้งและความเข้มข้นกรดฟอร์มิกเพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าสิ่งระเหยในยางแผ่นรมควันเพิ่มขึ้น เนื่องจากก้อนยางที่ได้จากการจับตัวของเนื้อยางด้วยกรดค่อนข้างแข็ง ทำให้เมื่อนำไปรีดเป็นแผ่นบางทำได้ยาก น้ำในเนื้อยางจึงระเหยออกมาได้ไม่ดี เมื่อเพิ่มปริมาณเนื้อยางแห้งจะทำให้ค่า PO, PRI และความหนืดมูนีเพิ่มขึ้น การแปรปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางจาก 20% (ภาวะใช้ในการผลิตยางแผ่นรมควันพรีเมียม) เป็น 18, 20 และ 25% โดยน้ำหนัก ส่งผลให้ความทนต่อแรงดึงของยางแตกต่างกันมากที่สุดอยู่ที่ 2.1 MPa การเพิ่มความเข้มข้นกรดฟอร์มิกจะส่งผลทำให้ค่า PO, PRI และความหนืดมูนีลดลง การแปรความเข้มข้นกรดฟอร์มิกจาก 4% (ภาวะที่ใช้ในการผลิตยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมียม) เป็น 2, 3, 5, 8 และ 10% โดยปริมาตร ส่งผลให้ความทนต่อแรงดึงของยางแตกต่างกันมากที่สุดอยู่ที่ 3.2 MPa เมื่อพิจารณาฤดูกาลกรีดยางแตกต่างกัน น้ำยางที่ได้จากช่วงการผลัดใบของต้นยางจะมีปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางลดลง และปริมาณธาตุต่างๆ ในยางเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อค่าเถ้าและไนโตรเจนในยางแผ่นรมควันแตกต่างกัน ค่าความหนืดมูนีของยางแผ่นรมควันขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลกรีดยางค่อนข้างชัดเจน โดยยางแผ่นรมควันที่เตรียมจากน้ำยางที่ได้จากการกรีดในช่วงกรีดปกติจะมีความหนืดมูนีที่สูงกว่ายางแผ่นรมควันที่เตรียมจากน้ำยางที่ได้จากการกรีดในช่วงก่อนปิดกรีด ยางแผ่นรมควันที่ได้จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณเถ้ามากกว่าที่ได้จากภาคใต้ ซึ่งปริมาณเถ้าเกิดจากปริมาณสารและแร่ธาตุต่าง ๆ ในดินที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ยางที่ได้จากทั้งสองบริเวณที่มีค่า PO , PRI และ ความหนืดมูนี ไม่ได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด


การจำแนกประเภทแบบหลายฉลากของบทความในฐานข้อมูลวารสารวิชาการไทยจากบทคัดย่อ, จินตรัย พุทธิพรชัย Jan 2022

การจำแนกประเภทแบบหลายฉลากของบทความในฐานข้อมูลวารสารวิชาการไทยจากบทคัดย่อ, จินตรัย พุทธิพรชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทความวิจัยของไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทำให้การจัดหมวดหมู่เป็นหมวดหมู่ย่อยเป็นเรื่องที่ท้าทาย ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและต้องใช้เวลามากในการจัดประเภทบทความประเภทต่าง ๆ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงนำเสนอวิธีการและเทคนิคในการจำแนกบทความวิทยาการคอมพิวเตอร์แบบหลายฉลากในวารสารไทยและนำเสนอการเปรียบเทียบวิธีการต่าง ๆ สำหรับการจำแนกประเภทหลายฉลาก คือ Binary Relevance (BR), Classifier Chains (CC) และ Label Power-set (LP) ด้วยวิธีการตัดคำที่ใช้ตัวแยกประเภทซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน พบว่าวิธีการ CC-SVM-RBF kernel ร่วมกับวิธีการตัดคำภาษาไทย pythainlp และ TF-IDF ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการเลือกตอบตามตัวอย่าง และ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจำแนกประเภทหลายฉลาก โดยมี ML-accuracy = 0.578, Subset accuracy = 0.300, ค่าเรียกคืน = 0.670 และ ค่าเฉลี่ยไมโครสำหรับค่าเรียกคืน = 0.670 อย่างไรก็ตามวิธีการ BR-SVM-RBF kernel ร่วมกับวิธีการตัดคำภาษาไทย pythainlp ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการเลือกตอบตามตัวอย่าง และ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจำแนกประเภทหลายฉลาก คือ Hamming loss = 0.106, ค่าแม่นยำ = 0.735, ตัววัด F1 = 0.665, ค่าเฉลี่ยไมโครสำหรับค่าแม่นยำ = 0.586 และ ค่าเฉลี่ยไมโครสำหรับตัววัด F1 = 0.715 งานในอนาคตควรปรับปรุง Subset accuracy สำหรับแบบจำลองการจำแนกประเภทหลายฉลากในภาษาไทย


การสกัดกิจกรรมสำคัญจากคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อสร้างรายงานประจำวันสำหรับตำรวจ, ณภัทร งามสดใส Jan 2022

การสกัดกิจกรรมสำคัญจากคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อสร้างรายงานประจำวันสำหรับตำรวจ, ณภัทร งามสดใส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีเป้าหมายที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาการบันทึกรายงานประจำวันของตำรวจ ที่จะช่วยให้พนักงานสอบสวนสามารถบันทึกรายงานประจำวันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยการสกัดสาระสำคัญทางคดีจากคำพิพากษาศาลฎีกาและคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างคำทั้งหมดที่ปรากฎบนคำพิพากษา และระบุค่าความสำคัญเหล่านั้นโดยใช้เทคนิคทางกราฟ ได้แก่ ค่ากลางคั่นกลาง (Betweenness Centrality) ค่ากลางเพจแรงก์ (PageRank) ค่ากลางความเป็นศูนย์กลาง (Degree Centrality) ค่ากลางความใกล้ (Closeness Centrality) และ ค่ากลางไอเกนเวกเตอร์ (Eigenvector Centrality) เพื่อนำมาสร้างกราฟสรุปสำหรับการสร้างรายงานประจำวัน ทั้งนี้ วิธีการสร้างรายงานประจำวัน ผู้วิจัยออกแบบขั้นตอนวิธีสำหรับการท่องไปในกราฟสรุป เพื่อให้ได้ใจความสำคัญที่สามารถนำมาเป็นรายละเอียดหรือพฤติการณ์ที่ปรากฎอยู่บนรายงานประจำวัน


การพัฒนาการประเมินความหลวมของสลักเกลียวจากภาพโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปโดยใช้โครงข่ายประสาทเชิงลึก, ณัชพล พันธ์เมธาฤทธิ์ Jan 2022

การพัฒนาการประเมินความหลวมของสลักเกลียวจากภาพโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปโดยใช้โครงข่ายประสาทเชิงลึก, ณัชพล พันธ์เมธาฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คุณภาพของการเชื่อมต่อแบบสลักเกลียวมีความสําคัญต่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งานโครงสร้างเหล็กแบบสำเร็จรูป งานวิจัยนี้พัฒนาการตรวจหาความหลวมของรอยต่อสลักเกลียวแบบอัตโนมัติโดยใช้เทคนิค Faster R- CNN (faster region-based convolutional neural networks) ร่วมกับเทคนิคเพิ่มความหลากหลายให้กับข้อมูลแบบ Grid Mask ซึ่ง Faster R-CNN มีความสามารถในการตรวจหาวัตถุ และระบุชนิดของวัตถุอย่างแม่นยํา โดยมีการพิจารณาใช้โมเดล backbone ประเภท ResNeXt-101 จะให้ผลลัพธ์ดีที่สุดเนื่องจาก ResNeXt-101 มีการเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลองโดยการเพิ่มพารามิเตอร์แบบคาร์ดินาลิตี้ เราได้นําความสามารถนี้ไปใช้ในการแยกประเภทระดับของการขันแบบแน่น หลวม และไม่สามารถระบุได้ โดยใช้การวิเคราะห์ท้ังด้วยการแบ่งความหลวมจากการขันสลักเกลียวที่บ่งชี้โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ (ชุดข้อมูลที่ 1) และการแบ่งความหลวมโดยใช้มาตรฐานตามขนาดของแรงบิดสำหรับสลักเกลียวแต่ละประเภท (ชุดข้อมูลที่ 2) โดยในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาสลักเกลียวสำหรับการแบ่งความหลวมโดยใช้มาตรฐานตามขนาดของแรงบิดแบบ M16 และ M22 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง M16 ถูกใช้เป็นหลักในโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป ประกอบกับการเพิ่มความหลากหลายให้กับข้อมูลแบบ Grid Mask และการพลิกภาพทำให้ผลลัพธ์ค่า mAP และความแม่นยำในการตรวจจับความหลวมของสลักเกลียวในกรณีเฉพาะรอยต่อแบบแน่นและหลวม ในชุดข้อมูลแรกเป็น 65.51% และ 95.40% ตามลำดับ ในชุดข้อมูลที่สองสำหรับสลักเกลียวแบบ M16 เป็น 77.50% และ 91.30% ตามลำดับ และสลักเกลียวแบบ M22 เป็น 57.50% และ 84.29% การวิเคราะห์ความสามารถในการตรวจจับที่มุมระดับสายตาต่าง ๆ พบว่าถ้ามีการทำมุมระหว่างกล้องและรอยต่อที่ 0 – 15 องศาจะได้ผลลัพธ์ความแม่นยำสูงที่สุดเมื่อเทียบกับมุมระหว่างกล้องและรอยต่อที่มากขึ้น โดยจากผลการวิเคราะห์ภาพโดยใช้เทคนิค Grad-CAM พบว่าโมเดลจะพิจารณาความหลวมจากสายตาเช่นเดียวกับมนุษย์ ในชุดข้อมูลแรกและจากความยาวตั้งแต่ปลายเกลียวถึงน็อตในชุดข้อมูลที่ 2


การเปรียบเทียบการเรียนรู้ของเครื่องและโครงข่ายประสาทเทียมสําหรับการตรวจสอบคุณภาพงานเขียนอัตโนมัติ, ณิชาพรรณ น้อยอยู่ Jan 2022

การเปรียบเทียบการเรียนรู้ของเครื่องและโครงข่ายประสาทเทียมสําหรับการตรวจสอบคุณภาพงานเขียนอัตโนมัติ, ณิชาพรรณ น้อยอยู่

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การตรวจสอบคุณภาพงานเขียนเรียงความในภาษาไทยยังคงเป็นงานที่ยุ่งยาก เนื่องจากเป็นภาษาที่ซับซ้อนมากทั้งในด้านเครื่องหมายวรรคตอน โครงสร้างประโยค การซ้ำคำ การสะกดคำ การแสดงความคิดเห็น และการให้เหตุผล ดังนั้นการตรวจสอบคุณภาพงานเขียนเรียงความภาษาไทยจึงเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะของผู้ตรวจทั้งด้านการอ่านและการตีความ ทำให้ใช้เวลาในการตรวจคุณภาพงานเขียนมาก นอกจากนี้หากมีผู้ตรวจมากกว่า 1 คน อาจส่งผลต่อมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพงานเขียนที่แตกต่างกัน งานวิจัยนี้ได้รวบรวมข้อมูลเรียงความภาษาไทยที่เขียนโดยนิสิตที่ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรการเขียนย่อหน้า จากสถาบันภาษาไทยสิรินธรแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนำแบบจำลองหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว (LSTM) แบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบสังวัตนาการ (CNN) แบบจำลองเบิร์ต (BERT) และแบบจำลองวังจันทร์เบอร์ต้า (WangchanBERTa) มาพัฒนาระบบสำหรับการตรวจสอบคุณภาพงานเขียนอัตโนมัติ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตรวจสอบคุณภาพงานเขียนเรียงความในภาษาไทย จากผลการทดลองแบบจำลอง WangchanBERTa ที่ประมวลผลด้วย Adam Optimizer และใช้ Binary Crossentropy เป็น Loss Function เหมาะกับปัญหาประเภทการจัดกลุ่ม โดยมีประสิทธิภาพในการทำนายคุณภาพการเขียนเรียงความในภาษาไทยสูง และมีค่าความถูกต้องสูงกว่า 90% ส่วนแบบจำลอง CNN มีค่าความถูกต้องสูงกว่า 87% ในขณะที่เมื่อประมวลผลด้วย RMSprop Optimizer และใช้ Mean Squared Error เป็น Loss Function เหมาะกับปัญหาประเภทการถดถอยและมีความถูกต้องอยู่ในช่วง 90% - 98% จึงสรุปได้ว่าแบบจำลอง WangchanBERTa เหมาะสำหรับปัญหาการจำแนกประเภท และแบบจำลอง CNN เหมาะสำหรับปัญหาการถดถอย เพื่อให้สามารถทำนายคุณภาพงานเขียนเรียงความในความภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


เอกซ์จีบูสต์สำหรับการคัดเลือกหลักทรัพย์ขนาดใหญ่และกลางในประเทศไทยแบบพหุปัจจัย, ธนดล ประพฤทธิกุล Jan 2022

เอกซ์จีบูสต์สำหรับการคัดเลือกหลักทรัพย์ขนาดใหญ่และกลางในประเทศไทยแบบพหุปัจจัย, ธนดล ประพฤทธิกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิธีการลงทุนแบบหมุนเวียนหลักทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอซึ่งจะทำการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีค่าคะแนนสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับหลักทรัพย์ตัวอื่นๆนี้ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเมื่อเปรียบเทียบกับการเข้าซื้อขายตามสัญญาณแบบดั้งเดิม โดยปัจจุบันเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานต่างๆในชีวิตประจำวัน รวมถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย ซึ่งการเรียนรู้ของเครื่องนี้สามารถนำมาใช้กับการลงทุนเชิงปริมาณเพื่อเพิ่มสมรรถนะของพอร์ตโฟลิโอสำหรับการลงทุนในตลาดการเงิน งานวิจัยนี้เสนอการใช้เอกซ์จีบูสต์สำหรับการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบรายเดือนและรายไตรมาส ซึ่งแบบจำลองทั้งสองนี้ถูกพัฒนาบนชุดข้อมูลหลักทรัพย์ขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศไทยโดยมีปัจจัยทั้งหมด 27 ปัจจัยแบ่งออกตามกลุ่มต่างๆได้ ดังนี้ ปัจจัยเชิงคุณค่า, ปัจจัยการเติบโตของกิจการ, ปัจจัยแนวโน้มของราคา, ปัจจัยสภาพคล่อง, ปัจจัยคุณภาพ, ปัจจัยเงินปันผล และปัจจัยด้านขนาด เพื่อใช้เป็นตัวแปรต้น สำหรับให้แบบจำลองเรียนรู้และจากผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยเชิงเทคนิคเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญสำหรับการทำนายการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์แบบรายเดือน ซึ่งแตกต่างกับการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์แบบรายไตรมาสที่ปัจจัยพื้นฐานจะมีความสำคัญมากกว่าปัจจัยเชิงเทคนิค นอกจากนี้ เมื่อจำลองการสร้างพอร์ตโฟลิโอการหมุนเวียนหลักทรัพย์แบบรายเดือนและรายไตรมาส พบว่า พอร์ตโฟลิโอแบบรายเดือนให้ค่าสถิติในเชิงพอร์ตโฟลิโอที่ดีกว่าซึ่งเป็นเพราะพอร์ตโฟลิโอดังกล่าวมีโอกาสในการคัดเลือกหลักทรัพย์ใหม่ๆเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ในด้านค่าสถิติของการซื้อขายกลับพบว่าพอร์ตโฟลิโอแบบรายไตรมาสกลับให้ค่าที่ดีกว่า เนื่องจากระยะเวลาการถือครองหลักทรัพย์ที่นานขึ้นทำให้มีค่าผลตอบแทนคาดหวังต่อการซื้อขายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ พอร์ตโฟลิโอทั้งสองยังคงให้ระดับผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิงทั้งหมดประกอบด้วย ดัชนี SET TRI, ดัชนีที่ให้น้ำหนักการลงทุนแบบเท่าเทียม, และดัชนีผลตอบแทนแบบปัจจัยเดียว


การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำนายคะแนนคุณภาพชีวิตด้วยโมเดลแบบลำดับและการกลั่นความรู้, ธนสิทธิ์ ฤทธิ์ธนโสภณ Jan 2022

การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำนายคะแนนคุณภาพชีวิตด้วยโมเดลแบบลำดับและการกลั่นความรู้, ธนสิทธิ์ ฤทธิ์ธนโสภณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภายในเมืองใหญ่ความเป็นอยู่อาศัยที่ดีของผู้อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการออกแบบเมืองและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นหัวข้อที่สำคัญอย่างมาก คุณภาพชีวิตถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดความมีประสิทธิภาพของปัจจัยด้านปริมาณและคุณภาพของผังเมืองสำหรับผู้อยู่อาศัยภายในเมือง อีกทั้งคุณภาพชีวิตของผู้เดินทางเท้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน แนวคิดด้านความสามารถในการเดินจะเป็นตัวประเมินและวิเคราะห์คุณภาพชีวิตในฉากการเดิน อย่างไรก็ตามการทำแบบสอบถามเป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องใช้สูง รวมถึงข้อจำกัดต่างๆในการประเมินพื้นที่ เพื่อที่จะจัดการกับข้อจำกัดเหล่านี้ งานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการช่วยประเมินวัดผลความสามารถในการเดิน โดยที่มีการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามด้วยอุปกรณ์ความจริงเสมือน (VR) อีกทั้งงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการถอดข้อมูลและการฝึกสอนแบบจำลองด้วยโครงข่ายประสาทเทียม convolutional เชิงลึก (Deep convolutional neural networks : DCNNs) ซึ่งใช้ในการทำนายผลคะแนนคุณภาพชีวิต รวมถึงนำวิธีการกลั่นข้อมูลเพื่อช่วยในการลดขนาดและเวลาในการประมวลผลของแบบจำลองลงทำให้ประสิทธิภาพของแบบจำลองดียิ่งขึ้น จากตัวอย่างผลการทดลองพบว่าวิธีการที่ได้นำเสนอนั้นสามารถนำไปใช้งานได้จริงและสามารถใช้เป็นหนึ่งในวิธีการทางเลือกที่สามารถช่วยเหลือในงานด้านคุณภาพชีวิตได้


กลยุทธ์การประมูลวิชาเรียนด้วยทรัพยากรที่จำกัดโดยใช้อัลกอริทึมเชิงพันธุกรรม, ธนัชพร ศรีอาจ Jan 2022

กลยุทธ์การประมูลวิชาเรียนด้วยทรัพยากรที่จำกัดโดยใช้อัลกอริทึมเชิงพันธุกรรม, ธนัชพร ศรีอาจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในระบบการประมูลหลักสูตร มีนักเรียนมากกว่าจำนวนที่นั่งที่เปิดรับสำหรับรายวิชาหนึ่งๆ ในการลงทะเบียนหลักสูตร นักเรียนจะต้องเสนอราคาโดยใช้โทเคนของที่มีอยู่ และระบบจะเติมที่นั่งว่างให้กับผู้ประมูลสูงสุด เนื่องจากนักเรียนมีโทเคนจำกัด พวกเขาจึงต้องจัดสรรโทเคนอย่างชาญฉลาด ในบทความนี้ เราใช้อัลกอริธึมเชิงพันธุกรรมเพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการจัดสรรโทเคน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการลงทะเบียนให้สำเร็จสูงสุด ในการประมาณความน่าจะเป็น เราฝึกการถดถอยโลจิสติกในข้อมูลการลงทะเบียนหลักสูตร และแบบจำลองมีความแม่นยำ 78.39% ด้วยการใช้ชุดข้อมูลที่สังเคราะห์ขึ้น เราจะเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโทเคนที่แนะนำโดยอัลกอริทึมเชิงพันธุกรรมกับแนวทางอื่นๆ เช่น กลยุทธ์ต่างๆ และ solver ในโปรแกรม excel ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าอัลกอริทึมเชิงพันธุกรรมมีแนวโน้มที่จะให้ชุดของโทเคนที่สร้างโอกาสลงทะเบียนเรียนสูงสุดให้กับนักเรียนเมื่อเปรียบเทียบกับกลยุทธ์อื่นๆ


โมเดลการเรียนรู้ด้วยเครื่องเพื่อทำนายความต้องการในการอัดประจุรถยนต์พลังงานไฟฟ้า, ปรัชญา อุดมปริฉัตร Jan 2022

โมเดลการเรียนรู้ด้วยเครื่องเพื่อทำนายความต้องการในการอัดประจุรถยนต์พลังงานไฟฟ้า, ปรัชญา อุดมปริฉัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การควบคุมการอัดประจุรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Charging) เป็นวิธีการจัดกำหนดการอัดประจุรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างเหมาะสม ทำให้สถานีอัดประจุสาธารณะทำกำไรได้มากขึ้น ผลกำไรดังกล่าวนี้มักมาจากการลดค่าใช้จ่ายของค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุดโดยที่ยังคงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ สถานีอัดประจุสาธารณะที่มีการใช้ Smart charging ส่วนใหญ่จะให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นผู้กำหนดความต้องการของพวกเขาเอง อย่างไรก็ตามผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะป้อนข้อมูลความต้องการที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่งผลให้ผลกำไรของสถานีอัดประจุสาธารณะลดลงได้ ในงานวิจัยนี้ผู้ทำจิจัยได้ทำการนำเสนอ End-to-end framework ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างกำไรสูงสุดแก่สถานีอัดประจุสาธารณะโดยที่ยังคงตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดย framework จะประกอบด้วยโมดูลหลักสองอย่าง ได้แก่ โมดูลการพยากรณ์ความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอันได้แก่ระยะเวลาในการเชื่อมต่อและความต้องการพลังงานไฟฟ้า ที่ใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ต่างๆ เช่น XGBoost, Random Forest (RF), และ TabNet กับโมดูลการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจัดกำหนดการอัดประจุของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีพื้นฐานจากเทคนิค Model predictive control (MPC) ซึ่งโมดูลการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดนี้ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากการป้อนกลับและพฤติกรรมของการดึงกระแสของรถยนต์ไฟฟ้าที่เรียกว่า Constant Current Constant Voltage (CC-CV) การทดลองได้ทำกับข้อมูลธุรกรรมการอัดประจุจริงจากกับสี่สถานีอัดประจุ จากผลการทดลองพบว่า framework นั้นสามารถทำให้สถานีอัดประจุได้รับกำไรที่มากขึ้น


การจำแนกพฤติกรรมการนอนหลับตามการจัดกลุ่มของคุณภาพการนอนหลับ, ปวรรัตน์ ขุมเงิน Jan 2022

การจำแนกพฤติกรรมการนอนหลับตามการจัดกลุ่มของคุณภาพการนอนหลับ, ปวรรัตน์ ขุมเงิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การนอนหลับเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต ซึ่งความสำคัญของการนอนหลับคือการฟื้นฟู ซ่อมแซมเซลล์ภายในร่างกายและเตรียมพร้อมพลังงานสำหรับการเริ่มต้นในวันถัดไป การนอนหลับที่ดีสามารถสื่อได้ถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรงโดยสามารถวัดได้จากคุณภาพการนอนหลับ การศึกษาทั่วไปจะนิยมใช้ข้อมูลทั้งหมดในการสอนแบบจำลองแต่ในการศึกษานี้เชื่อว่ารูปแบบการนอนหลับในแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ขอเสนอการจำแนกพฤติกรรมการนอนหลับตามการจัดกลุ่มของคุณภาพการนอนหลับ ขั้นตอนแรกคือการจัดกลุ่มคนที่มีรูปแบบการนอนหลับที่คล้ายคลึงกันโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบหลักและอัลกอริทึมเคมีน ต่อมาใช้อัลกอริทึมการถดถอยโลจิสติกและการป่าแแบบสุ่มในการจำแนกพฤติกรรมการนอนหลับ หลังจากนั้นทดสอบประสิทธิภาพการวิเคราะห์ของแบบจำลองด้วยการตรวจสอบไขว้แบบดึงข้อมูลออกทีละตัว จากผลการทดลองพบว่าค่าความแม่นยำแบบจำลองของอัลกอริทึมการป่าแแบบสุ่มในทุกกลุ่มให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแบบจำลองของการถดถอยโลจิสติกระหว่าง 2.1% ถึง 7.6%


การวิเคราะห์คุณลักษณะของเสียงเพื่อทำนายคะแนนแอตเทนชันในแบบประเมินโมคา, วิโรจน์ ตรีมงคลโชค Jan 2022

การวิเคราะห์คุณลักษณะของเสียงเพื่อทำนายคะแนนแอตเทนชันในแบบประเมินโมคา, วิโรจน์ ตรีมงคลโชค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อค้นหาคุณลักษณะทางเสียงที่มีความสำคัญในการประเมินคะแนนการทำงานสมองด้านแอตเทนชันของแบบประเมินไทยโมคา โดยใช้ชุดข้อมูลเสียงที่บันทึกจากแอปพลิเคชันไทยโมคา โดยเลือกแบบทดสอบทวนตัวเลขตามลำดับจากหน้าไปหลัง (Digit Forward Span, DFS) และแบบทดสอบทวนตัวเลขตามลำดับจากหลังไปหน้า (Digit Backward Span, DBS) ซึ่งเป็นแบบทดสอบการทำงานของสมองด้านแอตเทนชัน ผู้วิจัยพัฒนาโมเดลเพื่อสกัดคุณลักษณะเสียง และเปรียบเทียบหาชุดคุณลักษณะสำคัญทางเสียงที่ด้วยวิธีการกำจัดคุณลักษณะแบบเรียกซ้ำ (Recursive Feature Elimination, RFE) ซึ่งมีความแม่นยำในการจำแนกข้อมูลคะแนนการทำงานสมองด้านแอตเทนชันของแบบประเมินไทยโมคาสูงที่สุด โดยจากการวิจัยนั้นผู้วิจัยได้รับชุดคุณลักษณะสำคัญทางเสียงที่ประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ คือ ผลรวมของช่วงเวลาขณะเกิดเสียงในแบบทดสอบทวนตัวเลขตามลำดับจากหน้าไปหลัง ที่ตรวจสอบจากความเข้มของเสียง ผลรวมของช่วงเวลาขณะเกิดเสียงในแบบทดสอบทวนตัวเลขตามลำดับจากหน้าไปหลัง ที่ตรวจสอบจากคอนทัวร์ของระดับเสียง และผลรวมของช่วงเวลาขณะเกิดเสียงในแบบทดสอบทวนตัวเลขตามลำดับจากหลังไปหน้า ที่ตรวจสอบจากคอนทัวร์ของระดับเสียง และชุดคุณลักษณะนี้มีความแม่นยำในการจำแนกข้อมูลคะแนนการทำงานสมองด้านแอตเทนชันร้อยละ 72.0 ซึ่งมากกว่าการใช้คุณลักษณะทางเสียงทั้งหมดในการจำแนกข้อมูล


การจำแนกระดับความคิดในการฆ่าตัวตายจากข้อความทวิตเตอร์โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, พันธพร เบ็ญจไชยรัตน์ Jan 2022

การจำแนกระดับความคิดในการฆ่าตัวตายจากข้อความทวิตเตอร์โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, พันธพร เบ็ญจไชยรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความคิดฆ่าตัวตายเป็นหนึ่งในภาวะสุขภาพจิตที่สำคัญอย่างมากในสังคมไทย ในปัจจุบันคนที่มีความคิดฆ่าตัวตายได้มีการแสดงความรู้สึกออกมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ในวิทยานิพนธ์นี้จึงได้มีแนวคิดในการนำเอาเทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติและการเรียนรู้ของเครื่อง มาใช้ในการจำแนกข้อความที่เป็นภาษาไทยบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์เพื่อตรวจหาระดับความคิดฆ่าตัวตายทั้ง 6 ระดับ ได้แก่ 1) อยากตาย, 2) คิดฆ่าตัวตายแต่ยังไม่มีรายละเอียดที่เจาะจง, 3) คิดฆ่าตัวตายโดยกล่าวถึงวิธีการ แต่ยังไม่มีแผนและยังไม่ส่อเจตนาที่จะลงมือ, 4) คิดฆ่าตัวตายโดยมีเจตนาที่จะลงมือ ยังไม่มีแผนที่เจาะจง, 5) คิดฆ่าตัวตายโดยมีแผนที่เจาะจงและมีเจตนาที่จะลงมือ และ 6) อื่น ๆ (ไม่ใช่ความคิดฆ่าตัวตาย) โดยใช้อัลกอริทึมแอลเอสทีเอ็ม, เอสวีเอ็ม, แรนดอมฟอเรสต์ และ เอกซ์จีบูสต์ จากการประเมินผลพบว่าอัลกอริทึมแอลเอสทีเอ็มมีประสิทธิภาพโดยรวมดีที่สุด โดยมีค่าความเที่ยงเป็น 93.68% ค่าเรียกคืนเป็น 94.25% ค่าเอฟวันเป็น 93.88% และค่าความแม่นเป็น 95.05% งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อใช้ทำนายระดับความคิดฆ่าตัวตายจากข้อความของผู้ใช้ที่โต้ตอบกับเว็บแอปพลิเคชัน เพื่อเสนอแนวทางการช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นหรือให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสมตามระดับความคิดฆ่าตัวตายนั้น ๆ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับความคิดด้านลบและวิธีการจัดการความคิดลบอัตโนมัติของตนเอง และมีช่องทางการติดต่อโรงพยาบาลและเบอร์ฉุกเฉินให้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายสูง เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันที


ระบบการนับยานพาหนะแยกตามประเภทสำหรับวีดิทัศน์จราจรหลายมุมมอง, วิชุกร คันธินทระ Jan 2022

ระบบการนับยานพาหนะแยกตามประเภทสำหรับวีดิทัศน์จราจรหลายมุมมอง, วิชุกร คันธินทระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริหารจัดการการจราจรถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับเมืองขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ข้อมูลปริมาณความหนาแน่นของยานพาหนะจะมีส่วนช่วยในการวางแผนจัดการจราจร อาทิเช่น การวางแผนระยะเวลาในการเปิด-ปิดไฟจราจรให้เหมาะสมตามปริมาณความหนาแน่นของยานพาหนะ เป็นต้น ปัจจุบันเราใช้คนในการประเมินจำนวนยานพาหนะซึ่งเกิดความล่าช้า และผิดพลาด ทำให้ไม่เหมาะสมในนำข้อมูลไปใช้ในการบริหารจัดการจราจร งานวิจัยนี้นำเสนอระบบนับแยกประเภทยานพาหนะจากวีดิทัศน์บันทึกภาพของกล้องจราจร โดยระบบจะประกอบด้วย object detection และ object tracking จากการทดสอบจะพบว่า YOLOX ทำประสิทธิภาพได้ดีกว่า YOLOv3 มากถึง 26.80% สำหรับชุดข้อมูลภาพมุมข้าง และ 8.34% สำหรับกรณีมุมบน เนื่องจาก YOLOX มีการแยกส่วนของ head ออกเป็น box classification และ box regression ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความแม่นยำ และ ByteTrack มีความเหมาะสมในการใช้ในการติตามวัตถุ object tracking อันเนื่องจาก ByteTrack สามารถในการจัดการการบดบังได้ดีกว่า Centroid track โดย ByteTrack จะการทำนายพิกัดของวัตถุที่เกิดการสูญหายขณะถูกบดบังด้วยเทคนิค kalman filter ทำให้ระบบสามารถติดตามวัตถุได้ต่อเนื่องเมื่อการบดบังสิ้นสุดลง จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การทำงานกันระหว่าง YOLOX และ ByteTrack ประกอบกับการนับแบบมี ROI จะช่วยให้ระบบคัดแยกประเภทยานพาหนะ และนับยานพาหนะตามประเภทมีค่าความผิดพลาดที่ต่ำอยู่ที่ 16.67% สำหรับวีดิทัศน์มุมข้างและ 23.40% สำหรับวีดิทัศน์มุมบน โดยระบบที่นำเสนอนี้สามารถใช้ในการช่วยติดตามดูแลสภาพจราจรในระบบขนส่งอัจฉริยะได้


การพยากรณ์จำนวนผู้ป่วย Covid-19 ประเทศไทยโดยการใช้ข้อมูลจากหลายประเทศ, สิรธีร์ วรธรรมทองดี Jan 2022

การพยากรณ์จำนวนผู้ป่วย Covid-19 ประเทศไทยโดยการใช้ข้อมูลจากหลายประเทศ, สิรธีร์ วรธรรมทองดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 การศึกษานี้ได้ทำการพยากรณ์ผู้ป่วยจากโรคโควิด-19ของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2564 ซึ่งมีจำนวนข้อมูลอยู่ 710 วัน โดยข้อมูลสาธารณะจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปคินส์ ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ในการพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยในประเทศเพื่อเป็นหนึ่งในข้อมูลในการช่วยรัฐบาลออกนโยบายการจัดการทรัพยากรเพื่อรับมือกับโรคระบาด การศึกษานี้ได้ใช้วิธีการจัดกลุ่มเคมีน (K-Means) ในการจัดกลุ่มของประเทศที่มีรูปแบบของจำนวนผู้ป่วยจากโรคคล้ายกันกับประเทศไทย ผลจากการจัดกลุ่มมีประเทศที่อยู่ใน Cluster เดียวกันกับประเทศไทยทั้งหมด 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น (Japan), มาเลเซีย (Malaysia), ฟิลิปปินส์ (Philippines) ,บังกลาเทศ (Bangladesh) ,คิวบา (Cuba) ,อิรัก (Iraq) ,เม็กซิโก (Mexico) และ เวียดนาม (Vietnam) อยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศไทย จากนั้นทำการจับคู่ระหว่างประเทศไทยและประเทศที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ใช้โมเดลหน่วยความจำระยะสั้นยาว (Long Short-Term Memory) เพื่อพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ของประเทศไทย ผลจากโมเดลแสดงได้ว่าการใช้ข้อมูลคู่ประเทศไทยและบังกลาเทศ ญี่ปุ่น และเม็กซิโกมีค่าเฉลี่ยของร้อยละความผิดพลาดสัมบูรณ์ (Mean Absolute Percentage Error) น้อยที่สุดตามลำดับ เมื่อเทียบกับการใช้ข้อมูลแค่ประเทศไทยอย่างเดียว


การแบ่งส่วนตับและเนื้องอกในภาพสเปคซีทีของเทคนีเซียม-99เอ็ม เอ็มเอเอ สำหรับการวางแผนการรักษาด้วยการนำสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุดด้วยโครงข่ายประสาทเชิงลึก, สุกัญญา แซ่คู Jan 2022

การแบ่งส่วนตับและเนื้องอกในภาพสเปคซีทีของเทคนีเซียม-99เอ็ม เอ็มเอเอ สำหรับการวางแผนการรักษาด้วยการนำสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุดด้วยโครงข่ายประสาทเชิงลึก, สุกัญญา แซ่คู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบำบัดด้วยรังสีเฉพาะจุดเป็นวิธีการสลายลิ่มเลือดด้วยรังสีที่ใช้ในการรักษาเนื้องอกร้ายในตับ อัตราส่วนเนื้องอกต่อเนื้อตับเป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญสำหรับการวางแผนการรักษาด้วยการนำสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุดด้วยอนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสีอิตเทรียม-90 (90Y) เพื่อใช้ประเมินปริมาณสารกัมมันตรังสีอิตเทรียม-90 จากปริมาตรของเนื้อตับและเนื้องอกตับของคนไข้ด้วยสารเภสัชรังสีการปล่อยโฟตอนเดี่ยวเทคนีเซียม-99เอ็ม เอ็มเอเอ ในการศึกษานี้เสนอ Multi-Scale Attention U-Net (MA-Net) ที่รวมคุณสมบัติที่หลากหลายของรูปภาพที่มีการตัดเฉพาะส่วนช่องท้อง และใช้ฮิสโตแกรมจัดการรูปภาพสเปค-ซีที ที่มีการกระจายค่าแสงแบบปกติและผิดปกติ โดยใช้โมเดลที่ผ่านการฝึกอบรมล่วงหน้า Noisy student และการเพิ่มความหลากหลายของภาพ งานวิจัยนี้นำเสนอโมเดลที่แยกระหว่างการแบ่งส่วนเนื้อตับจากภาพซีทีและการแบ่งส่วนเนื้องอกตับจากภาพสเปค-ซีที และโมเดลรวมการแบ่งส่วนเนื้อตับและเนื้องอกตับจากการฟิวชั่นภาพซีทีและภาพสเปค-ซีที ในงานวิจัยนี้ใช้ชุดข้อมูลสาธารณะ 3DIRCADb-01 ร่วมกับชุดข้อมูลภาพเทคนีเซียม-99เอ็ม เอ็มเอเอ ซีที สำหรับการแบ่งส่วนเนื้อตับและชุดข้อมูลภาพเทคนีเซียม-99เอ็ม เอ็มเอเอ สเปค-ซีที สำหรับเนื้องอกตับที่รวบรวมจากหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย วิธีการที่นำเสนอโมเดลแยกการแบ่งเนื้อตับและเนื้องอกตับมีค่า Dice Similarity Coefficient (DSC) เท่ากับ 0.90, 0.66 และ Intersection over Union (IoU) เท่ากับ 0.84 และ 0.55 ตามลำดับ ซึ่งมีประสิทธิภาพการแบ่งส่วนที่แม่นยำกว่าโมเดลการเรียนรู้เดียวกันโดยใช้รูปภาพฟิวชั่นภาพ ซีที และสเปค-ซีที การแบ่งส่วนเนื้อตับและเนื้องอกตับ มีค่า DSC เท่ากับ 0.83, 0.62 และ IoU เท่ากับ 0.74 และ 0.51 ตามลำดับ การแบ่งส่วนที่แม่นยำจะทำให้การบำบัดด้วยรังสีเฉพาะจุดมีประสิทธิภาพที่ดี


การประเมินความเสี่ยงต่อระบบนิเวศของไมโครพลาสติกและยาตกค้างในกลุ่มยา ต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์จากระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาล, จิรายุ เรียบร้อย Jan 2022

การประเมินความเสี่ยงต่อระบบนิเวศของไมโครพลาสติกและยาตกค้างในกลุ่มยา ต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์จากระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาล, จิรายุ เรียบร้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

น้ำเสียจากโรงพยาบาลมีการปนเปื้อนไมโครพลาสติกและยาตกค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาตกค้างในกลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ งานวิจัยนี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลบริเวณ น้ำเข้าระบบ บ่อเติมอากาศ บ่อตกตะกอน บ่อเติมคลอรีน และน้ำทิ้ง ในช่วงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ 4 ช่วงเวลา ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2565 เพื่อศึกษาความแตกต่างของปริมาณลักษณะของไมโครพลาสติก และยาตกค้างกลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ในน้ำทิ้งและบนพื้นผิวไมโครพลาสติก รวมทั้งประเมินความเสี่ยงต่อระบบนิเวศของไมโครพลาสติกและยาตกค้างที่ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาความเข้มข้นใน น้ำเสีย น้ำทิ้ง ตะกอน และประสิทธิภาพการบำบัดช่วงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์มีค่าอยู่ในช่วง 125±1.89-133±8.54 ชิ้น/ลิตร 32±3.10-34±3.11 ชิ้น/ลิตร 4,007±244.63-4,371±246.70 ชิ้น/กิโลกรัม น้ำหนักแห้ง และ 73.85%-74.11% ตามลำดับ ไมโครพลาสติกส่วนใหญ่ในน้ำทิ้งและตะกอนเป็นไมโครพลาสติกชนิดเส้นใย สีดำ ขนาดในช่วง 20-100 ไมครอน และเป็นพอลิเมอร์ชนิดพอลิเอไมด์ การปนเปื้อนยาต้านการอักเสบทั้งสามชนิด ได้แก่ Ibuprofen Naproxen และ Diclofenac ในน้ำทิ้ง อยู่ในช่วง 1.97-2 µg/l, 0.25-0.51 µg/l และ 1.74-1.76 µg/l ตามลำดับ ประสิทธิภาพการบำบัด Ibuprofen Naproxen และ Diclofenac ช่วงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์มีค่าอยู่ในช่วง 57.08%- 61.22%, 80.23%- 85.08% และ 55.88%- 62.17% ตามลำดับ ปริมาณยาต้านการเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์บนพื้นผิวไมโครพลาสติกอยู่ในช่วง 1.66-1.68 µg/l, 0.05-0.07 µg/l และ 1.22-1.23 µg/l ตามลำดับ การประเมินความเสี่ยงอันตรายของพอลิเมอร์ (H index) ศักยภาพในการก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศของ(PER) ของไมโครพลาสติกอยู่ในระดับความเสี่ยงสูง และสัดส่วนความเสี่ยงอันตราย (HQ) ของ Diclofenac เกิดความเสี่ยงสูงต่อสัตว์น้ำหลายชนิด


ไมโครพลาสติกจากระบบบำบัดน้ำเสียและตัวเมืองกรุงเทพมหานครที่ไหลลงสู่อ่าวไทย, ปิ่นมนัส บูชา Jan 2022

ไมโครพลาสติกจากระบบบำบัดน้ำเสียและตัวเมืองกรุงเทพมหานครที่ไหลลงสู่อ่าวไทย, ปิ่นมนัส บูชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อมเป็นมลภาวะที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศทั่วโลก และแหล่งที่มาของไมโครพลาสติกในทะเลส่วนใหญ่มาจากชุมชนเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งและจากแม่น้ำที่ไหลผ่านชุมชน แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทยที่ไหลผ่านตัวเมืองกรุงเทพมหานครและไหลสู่อ่าวไทย ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ 8 แห่ง ซึ่งระบบบำบัดน้ำเสียเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่มาของไมโคร-พลาสติกที่สะสมในสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้ได้ศึกษาไมโครพลาสติกในน้ำเข้าสู่ระบบและน้ำออกจากระบบของ โรงควบคุมคุณภาพน้ำของกรุงเทพมหานครทั้ง 8 แห่ง ที่มีกระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่ง โดยเก็บตัวอย่าง 3 ครั้ง ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 และไมโครพลาสติกที่พบในแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานครและปากแม่น้ำเจ้าพระยา ในฤดูน้ำหลาก (พฤศจิกายน 2564) และฤดูแล้ง (เมษายน 2565) ผลการศึกษาพบปริมาณไมโครพลาสติกเฉลี่ยในน้ำเข้าสู่ระบบและน้ำออกจากระบบ 933±1,102–6,733±5,096 และ 433±321–4,800±1,300 ชิ้น/ลบ.ม. ตามลำดับ ไมโครพลาสติกในแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานครที่พบใน ฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง มีปริมาณตั้งแต่ 30–400 และ 70–270 ชิ้น/ลบ.ม. และไมโครพลาสติกบริเวณ ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตามรอบน้ำขึ้นน้ำลง ในฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง มีปริมาณตั้งแต่ 40–390 และ 60–400 ชิ้น/ลบ.ม. ตามลำดับ ส่วนใหญ่พบเส้นใย สีน้ำเงิน ชนิดพอลิโพรพิลีน (PP) และมีขนาดอยู่ในช่วง 20–250 ไมครอน ไมโครพลาสติกเหล่านี้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและส่งผ่านมายังมนุษย์ได้ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ไมโครพลาสติกส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้โรงควบคุมคุณภาพน้ำและแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาแหล่งที่มาของไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ขยะไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


Preparation Of Ion-Selective Membrane And Electrode Using Cobalt Porphyrin As Ionophore For Anion Detection, Kawisara Longsakpreecha Jan 2022

Preparation Of Ion-Selective Membrane And Electrode Using Cobalt Porphyrin As Ionophore For Anion Detection, Kawisara Longsakpreecha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, the synthesis of the 5,10,15,20-tetrakis(4-dodecyloxyphenyl)porphyrin cobalt(II) complex (CoL) was carried out through a condensation reaction of 4-n-dodecyloxybenzaldehyde and pyrrole, followed by the metalation reaction of cobalt(II) acetate with meso-tetra(4-alkyloxyphenyl) porphyrin (L2) to obtain CoL. Characterization of CoL was conducted using physical methods such as 1H-NMR, 13C-NMR, and MALDI-TOF to confirm CoL structure and purity. CoL was utilized as an ionophore to fabricate the ion selective membrane (ISM) and ion selective electrode (ISE) for the detection of ClO4-. The composition of the ISM, including polymer (PVC), plasticizer (NPOE), cationic additive (TDMACl), and ionophore (CoL), was optimized for ISE …


Characterizing Properties Of Implicit Dependence Copulas And Extreme Copulas, Noppawit Yanpaisan Jan 2022

Characterizing Properties Of Implicit Dependence Copulas And Extreme Copulas, Noppawit Yanpaisan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


Current Cutting-Edge Research In Computer Science, Mohanad Ghazi Yaseen, Mohammad Aljanabi, Ahmed Hussein Ali, Saad Abbas Abd Jan 2022

Current Cutting-Edge Research In Computer Science, Mohanad Ghazi Yaseen, Mohammad Aljanabi, Ahmed Hussein Ali, Saad Abbas Abd

Mesopotamian Journal of Computer Science

Computer science research is a rapidly evolving field that is shaping the future of technology. From artificial intelligence and machine learning to image processing and cybersecurity, researchers are constantly pushing the boundaries of what is possible. In this editorial, we will explore some of the current trends in computer science research and their potential impact on society. After searching the most prestigious academic databases, we settle on a list of subjects widely recognized as cutting-edge in the field of computer science.


Appliancenet: A Neural Network Based Framework To Recognize Daily Life Activities And Behavior In Smart Home Using Smart Plugs, Muhammad Fahim, S. M.Ahsan Kazmi, Asad Masood Khattak Jan 2022

Appliancenet: A Neural Network Based Framework To Recognize Daily Life Activities And Behavior In Smart Home Using Smart Plugs, Muhammad Fahim, S. M.Ahsan Kazmi, Asad Masood Khattak

All Works

A smart plug can transform the typical electrical appliance into a smart multi-functional device, which can communicate over the Internet. It has the ability to report the energy consumption pattern of the attached appliance which offer the further analysis. Inside the home, smart plugs can be utilized to recognize daily life activities and behavior. These are the key elements to provide human-centered applications including healthcare services, power consumption footprints, and household appliance identification. In this research, we propose a novel framework ApplianceNet that is based on energy consumption patterns of home appliances attached to smart plugs. Our framework can process …