Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Journal

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
File Type

Articles 51871 - 51900 of 63106

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

การเปรียบเทียบการรั่วซึมบริเวณปลายราก ของจุฬาซีลเลอร์กับซิงค์ออกไซด์ยูจีนอลซีลเลอร์ ชนิดอื่นในการอุดคลองรากฟัน, สุรสิทธิ์ เกียรติพงษ์สาร, วีรวัฒน์ สัตยานุรักษ์, วิภา วิชิตจารุกุล May 2000

การเปรียบเทียบการรั่วซึมบริเวณปลายราก ของจุฬาซีลเลอร์กับซิงค์ออกไซด์ยูจีนอลซีลเลอร์ ชนิดอื่นในการอุดคลองรากฟัน, สุรสิทธิ์ เกียรติพงษ์สาร, วีรวัฒน์ สัตยานุรักษ์, วิภา วิชิตจารุกุล

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของซีลเลอร์ในด้านการรั่วซึมบริเวณปลายรากของจุฬาซีลเลอร์กับซิงค์ออกไซด์ ยูจีนอลซีลเลอร์ชนิดอื่นในการอุดคลองรากฟันร่วมกับกัตตาเปอร์ชาด้วยวิธีแลเทอรัลคอนเดนเซชัน วัสดุและวิธีการ ศึกษาในฟันรากเดียวที่ถูกถอนแล้วจํานวน 55 ปี หลังจากทําการขยายและทําความสะอาดคลอง รากฟันแล้ว แบ่งฟันออกเป็น 5 กลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 3 กลุ่ม ๆ ละ 15 ซี่ กลุ่มควบคุม 2 กลุ่ม ซึ่งแบ่งเป็น กลุ่มควบคุมผลบวกและกลุ่มควบคุมผลลบอย่างละ 5 ปี ในกลุ่มทดลองแต่ละกลุ่มอุดคลองรากโดยใช้กัตตาเปอร์ชา และซีลเลอร์ร่วมชนิดต่าง ๆ คือ จุฬาซีลเลอร์ โพรโคชอลซีลเลอร์ และพัลป์เดนท์ซีลเลอร์ ส่วนกลุ่มควบคุมอุดคลองราก โดยไม่ใช้ซีลเลอร์ เก็บฟันไว้ในความชื้น 48 ชั่วโมง แล้วแช่ในอินเดียนอิงค์เป็นเวลา 7 วัน นําฟันมาทําให้ใสแล้ว ตรวจสอบการรั่วซึมของสีที่บริเวณปลายรากด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ ผลการศึกษา จากการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าไม่มีความแตกต่างของการรั่วซึมของสีระหว่างซีลเลอร์แต่ละชนิดอย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05)สรุป จุฬาซีลเลอร์มีประสิทธิภาพในการต้านทานการรั่วซึมของสีบริเวณปลายรากไม่แตกต่างจากซิงค์ออกไซด์ยูจีนอลซีลเลอร์ชนิดอื่นเมื่อขุดคลองรากฟันด้วยวิธีแลเทอรัลคอนเดนเซชัน


การศึกษาเปรียบเทียบผลของการวัดความเป็นพิษต่อเซลล์ด้วยวิธีการย้อมสีเมทิลีนบลูกับวิธีวิเคราะห์ด้วยสารเอ็มทีที, กนกวรรณ จรูญภัทรพงษ์, เกษรา ปัทมพันธุ์ May 2000

การศึกษาเปรียบเทียบผลของการวัดความเป็นพิษต่อเซลล์ด้วยวิธีการย้อมสีเมทิลีนบลูกับวิธีวิเคราะห์ด้วยสารเอ็มทีที, กนกวรรณ จรูญภัทรพงษ์, เกษรา ปัทมพันธุ์

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลการวัดความเป็นพิษด้วยวิธีการย้อมเซลล์ด้วยสีเมทิลีนบลูกับวิธีวิเคราะห์ด้วย สารเอ็มทีที วัสดุและวิธีการ วัดความเป็นพิษของโซเดียมฟลูออไรด์ที่มีต่อเซลล์สร้างเส้นใยที่เพาะเลี้ยงจากเหงือกและวัดความเป็นพิษของไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ที่มีต่อเซลล์สร้างเส้นใยที่เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อโพรงฟันของมนุษย์ โดยใช้วิธีวิเคราะห์ทั้ง 2 วิธีดังกล่าว เปรียบเทียบผลของความเป็นพิษของสารทั้งสองชนิดที่ได้จากการวัดในวิธีวิเคราะห์ด้วย วิธีการย้อมสีเซลล์ด้วยสีเมทิลีนบลูหรือวิธีวิเคราะห์ด้วยสารเอ็มทีที โดยใช้การวิเคราะห์ทางสถิติ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว เพื่อหาระดับความเป็นพิษของสารทดสอบในแต่ละความเข้มข้นที่มีต่อเซลล์ในแต่ละวิธีวิเคราะห์ จากนั้นจึงนําผลที่แสดงระดับความเป็นพิษของวิธีวิเคราะห์ทั้ง 2 วิธีมาเปรียบเทียบกัน ผลการศึกษา พบว่าการวัดความเป็นพิษของโซเดียมฟลูออไรด์ที่มีต่อเซลล์สร้างเส้นใยที่เพาะเลี้ยงจากเหงือกด้วยสารเอ็มทีทีและการย้อมเซลล์ด้วยสีเมทิลีนบลู แสดงระดับความเป็นพิษอย่างมีนัยสําคัญที่ความเข้มข้นเดียวกันของฟลูออไรด์ (100 พีพีเอ็ม, p<0.05) และในทํานองเดียวกัน ผลจากการวัดความเป็นพิษทั้งสองวิธี แสดงระดับความ เป็นพิษของไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ต่อเซลล์สร้างเส้นใยที่เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อโพรงฟันที่ระดับความเข้มข้น ≥ 25 ไมโครโมลาร์ เช่นเดียวกัน (p<0.05) สรุป วิธีการย้อมเซลล์ด้วยสีเมทิลีนบลูให้ผลในการวัดความเป็นพิษไม่แตกต่างกันกับวิธีการมาตรฐานที่วัดผลด้วยสารเอ็มทีที


การหยุดยั้งการลุกลามของรอยผุเริ่มแรกของฟลูออไรด์วานิชในเด็กก่อนวัยเรียน, อรุณี ลายธีระพงศ์, สุภาพรณ์ จงวิศาล May 2000

การหยุดยั้งการลุกลามของรอยผุเริ่มแรกของฟลูออไรด์วานิชในเด็กก่อนวัยเรียน, อรุณี ลายธีระพงศ์, สุภาพรณ์ จงวิศาล

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการใช้ฟลูออไรด์วานิชดูราแฟต ในการหยุดยั้งการลุกลามของรอยผุเริ่มแรกในฟันหน้า น้ํานมบนในเด็กก่อนวัยเรียน เมื่อทาทุก 3 เดือน เป็นเวลา 1 ปี วัสดุและวิธีการ ประชากรตัวอย่าง ได้แก่ เด็กอายุ 2.5-5 ปี (อายุเฉลี่ย 3.5 ปี) จํานวน 160 คน (ชาย 90 คน และหญิง 70 คน) ที่มีฟันตัดข้างน้ํานมบนด้านขวา (หรือซ้าย) ผุในระยะเริ่มแรก โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและ กลุ่มควบคุมกลุ่มละ 80 คน มีค่าเฉลี่ยฟันน้ํานมผุ ถอน อุด เท่ากับ 3.60 และ 3.69 ซี่/คน ตามลําดับ กลุ่มทดลอง ได้รับการทาดูราแฟตบนฟันหน้าน้ํานมบนทุก 3 เดือน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการทาน้ําสะอาดแทน เปรียบเทียบ ความแตกต่างของการลุกลามต่อของรอยผุเริ่มแรกระหว่างกลุ่มด้วยสถิติไค-สแควร์ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 พบว่าตัวอย่างในกลุ่มทดลองมีการลุกลามต่อของรอยผุเริ่มแรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุมร้อยละ 10.5 ซึ่ง ไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุเท่ากับหรือต่ํากว่า 3.5 ปี จะมีการลุกลามต่อของรอยผุเริ่มแรก น้อยกว่า กลุ่มที่มีอายุมากกว่า 3.5 ปีอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) และพบการลุกลามต่อของรอยผุเริ่มแรก ในกลุ่มตัวอย่างที่มีค่าเฉลี่ยฟันน้ํานมผุ ถอน อุดเท่ากับ 0-4 น้อยกว่า กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยฟันน้ํานมผุ ถอน อุดมากกว่า 4 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.005) อีกด้วย ผลการศึกษา สรุป ฟลูออไรด์วานิชให้ผลในการหยุดยั้งการลุกลามต่อของรอยผุเริ่มแรกในฟันหน้าน้ํานมบนด้านริมฝีปากในกลุ่ม เด็กที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3.5 ปี และในกลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยฟันน้ํานมผุ ถอน อุดเท่ากับ 0-4 อย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติ เมื่อทาทุก 3 เดือน เป็นเวลา 1 ปี


Endoscopic Hemostasis Treatment For Bleeding Peptic Ulcers, S. Luangjaru, N. Kladchareon May 2000

Endoscopic Hemostasis Treatment For Bleeding Peptic Ulcers, S. Luangjaru, N. Kladchareon

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Sport Competition: From Match To Match: What's The Role Of Medicine?, V. Wiwanitkit May 2000

Sport Competition: From Match To Match: What's The Role Of Medicine?, V. Wiwanitkit

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Community Health Survey Of Hauwtanon Tambon,Panusnikom District, May 1999, V. Lohsoonthorn, A. Vorayingyong May 2000

Community Health Survey Of Hauwtanon Tambon,Panusnikom District, May 1999, V. Lohsoonthorn, A. Vorayingyong

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Mixed Invasive Lobular Carcinoma I Invasive Ductalcarcinoma (Ilc/Idc) Of The Breast : A Case Report, D. Boonjunwetwat, D. Saetiew, P. Sampatanukul May 2000

Mixed Invasive Lobular Carcinoma I Invasive Ductalcarcinoma (Ilc/Idc) Of The Breast : A Case Report, D. Boonjunwetwat, D. Saetiew, P. Sampatanukul

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Laboratory Information System: Part Ii. Lis In Thailand, N. Charuruks May 2000

Laboratory Information System: Part Ii. Lis In Thailand, N. Charuruks

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


ระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ (Management Information System), อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย May 2000

ระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ (Management Information System), อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

No abstract provided.


การส่งเสริมสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไทย : อีกทางเลือกในการดูแลตนเอง, ภารดี นานาศิลป์ May 2000

การส่งเสริมสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไทย : อีกทางเลือกในการดูแลตนเอง, ภารดี นานาศิลป์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

No abstract provided.


ผลของการใช้มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยโรคเบาหวานต่อความพึงพอใจของผู้ป่วย และจํานวนวันนอนในโรงพยาบาล : โรงพยาบาลสมุทรสาคร (Effects Of Using The Standard Of Nursing Care For Diabetes Mellitus Patients' Satisfaction And Length Of Stay, Samut Sakhon Hospital), จุฬามณี คุณวุฒิ, ยุพิน อังสุโรจน์ May 2000

ผลของการใช้มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยโรคเบาหวานต่อความพึงพอใจของผู้ป่วย และจํานวนวันนอนในโรงพยาบาล : โรงพยาบาลสมุทรสาคร (Effects Of Using The Standard Of Nursing Care For Diabetes Mellitus Patients' Satisfaction And Length Of Stay, Samut Sakhon Hospital), จุฬามณี คุณวุฒิ, ยุพิน อังสุโรจน์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อบริการพยาบาลที่ ได้รับและจำนวนวันนอนในโรงพยาบาลก่อนและหลังการใช้มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วย โรคเบาหวาน \nประชากร คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับไว้รักษา ณ หอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสมุทรสาคร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับไว้รักษาในหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง และหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลสมุทรสาคร จำนวนทั้งสิ้น 75 คน (ก่อนการใช้มาตรฐานการพยาบาล 50 คน และหลังการใช้ มาตรฐานการพยาบาล 25 คน) การเลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นแบบเฉพาะเจาะจง \nเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชุด ได้แก่ มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวาน แบบสังเกตกิจกรรมการพยาบาล แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อบริการพยาบาล และแบบบันทึก จํานวนวันนอนในโรงพยาบาล ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงและความเที่ยงแล้ว \nผลการวิจัยพบว่า \n1. ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อบริการพยาบาล หลังการใช้มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงกว่าก่อนการใช้มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวาน อย่างมีนัยสำคัญ \nทางสถิติที่ระดับ .05 \n2. จํานวนวันนอนในโรงพยาบาลลดลง หลังการใช้มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วย โรคเบาหวาน แต่ไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ


ศึกษามโนทัศน์ ทฤษฎี และเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินความผูกพัน ระหว่างมารดาและทารกในวิทยานิพนธ์สาขาวิชาทางการพยาบาล (A Study Of Concepts, Theories, And Instruments Using In Assessment Of Maternal-Infant Attachment Of Master Thesis In Nursing), สุกัญญา แสงมุกข์ May 2000

ศึกษามโนทัศน์ ทฤษฎี และเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินความผูกพัน ระหว่างมารดาและทารกในวิทยานิพนธ์สาขาวิชาทางการพยาบาล (A Study Of Concepts, Theories, And Instruments Using In Assessment Of Maternal-Infant Attachment Of Master Thesis In Nursing), สุกัญญา แสงมุกข์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

No abstract provided.


ปกิณกะ : การประชุมพยาบาลนานาชาติ The New Nursing: Converging Conversation Of Education, Research And Practice ณ Madison, Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา, พวงเพ็ญ ชุณหปราณ May 2000

ปกิณกะ : การประชุมพยาบาลนานาชาติ The New Nursing: Converging Conversation Of Education, Research And Practice ณ Madison, Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา, พวงเพ็ญ ชุณหปราณ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

No abstract provided.


การวิจัยเชิงผลลัพธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (Outcome Research For Hospital Quality Development), ยุพิน อังสุโรจน์ May 2000

การวิจัยเชิงผลลัพธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (Outcome Research For Hospital Quality Development), ยุพิน อังสุโรจน์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

No abstract provided.


ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน ของหัวหน้างานกับการปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพ หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Relationships Among Personal Factors, Work Safety Management Of Head Nurses, And Adaptation Of Professional Nurses After Being Assaulted, Emergency Department Regional Hospital And Medical Centers), ทองศุกร์ บุญเกิด, พวงเพ็ญ ชุณหปราณ May 2000

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การจัดการความปลอดภัยในการทำงาน ของหัวหน้างานกับการปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพ หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Relationships Among Personal Factors, Work Safety Management Of Head Nurses, And Adaptation Of Professional Nurses After Being Assaulted, Emergency Department Regional Hospital And Medical Centers), ทองศุกร์ บุญเกิด, พวงเพ็ญ ชุณหปราณ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปรับตัว ภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพ ความสัมพันธ์ ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การจัดการความปลอดภัยในการทำงานของหัวหน้างานกับการปรับตัวภายหลังถูกทำร้าย ของพยาบาลวิชาชีพหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์ รวมทั้งศึกษาตัวแปรที่สามารถพยากรณ์ การปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพ กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลวิชาชีพหน่วยงานอุบัติเหตุและ ฉุกเฉินโรงพยาบาลศูนย์ จำนวน 210 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การจัดการความปลอดภัยในการทำงานของหัวหน้างาน และแบบสอบถามการปรับตัวภายหลังถูกทำร้าย ของพยาบาลวิชาชีพที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาแล้ว และมีค่าความเที่ยงเท่ากับ .95 และ.94 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ยค่าสัมประสิทธิ์การจรณ์และทดสอบทางสถิติ โดยการ ทดสอบไคสแควร์ และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ แบบเพิ่มตัวแปรเป็นขั้นตอน \nผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ \n1. ค่าเฉลี่ยการปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพ หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์ โดยรวมอยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าการปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของ พยาบาลวิชาชีพด้านการทำหน้าที่ในสังคม ด้านขวัญกำลังใจ และด้านภาวะสุขภาพ อยู่ในระดับดี \n2. การอบรมการป้องกันตัวและการจัดการความปลอดภัยในการทํางานของหัวหน้างาน มีความสัมพันธ์ กับการปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 \n3. ตัวแปรที่พยากรณ์การปรับตัวภายหลังถูกทําร้ายของพยาบาลวิชาชีพ หน่วยงานอุบัติเหตุ และฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ การจัดการความปลอดภัยในการ ทำงานของหัวหน้างาน สามารถพยากรณ์การปรับตัวภายหลังถูกทําร้ายของพยาบาลวิชาชีพได้ร้อยละ 29.9 (R2 = .299) \nได้สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ \nการปรับตัวภายหลังถูกทำร้ายของพยาบาลวิชาชีพ = .546 การจัดการความปลอดภัยในการทำงานของหัวหน้างาน


ปกิณกะ : คุณค่าของชีวิต, ชลีกร บุญประเสริฐ May 2000

ปกิณกะ : คุณค่าของชีวิต, ชลีกร บุญประเสริฐ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

No abstract provided.


Prognostic Classification For Esophageal Atresia Atking Chulalongkorn Memorial Hospital, M. Mekanantawat, S. Roekwibunsri, B. Chandrakamol, D. Viravidhaya, S. Chittmittrapap May 2000

Prognostic Classification For Esophageal Atresia Atking Chulalongkorn Memorial Hospital, M. Mekanantawat, S. Roekwibunsri, B. Chandrakamol, D. Viravidhaya, S. Chittmittrapap

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


A Knowledge Survey Of Medical Studentsabout Rational Tube Preparation, V. Wiwanitkit May 2000

A Knowledge Survey Of Medical Studentsabout Rational Tube Preparation, V. Wiwanitkit

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Trends. Controlling Aids Through Control, Ibpp Editor Apr 2000

Trends. Controlling Aids Through Control, Ibpp Editor

International Bulletin of Political Psychology

This article discusses the concept of political control and public health in the context of the HIV/AIDS epidemic.


Trends. On Drugs? Response To The Peruvian Elections, Ibpp Editor Apr 2000

Trends. On Drugs? Response To The Peruvian Elections, Ibpp Editor

International Bulletin of Political Psychology

This article discusses electoral "dirty tricks" in the Peruvian election between President Alberto Fuimori and Mr. Alejandro Toledo. The article also discusses comments made by the head of the United States (US) Office of National Drug Policy and Control, General Barry R. McCaffrey.


Jeffress Research Grant Awards Apr 2000

Jeffress Research Grant Awards

Virginia Journal of Science

Announcements of the Jeffress Research Grants that have been awarded in 1999.


Intravenous Lidocaine Anesthesia For Ambulatory Surgeryof The Upper Extremities : Experience In Queensawang Wattana Memorial Hospital, P. Kitidumrongsook, A. Patradul, N. Sastravaha, S. Techapalokul Apr 2000

Intravenous Lidocaine Anesthesia For Ambulatory Surgeryof The Upper Extremities : Experience In Queensawang Wattana Memorial Hospital, P. Kitidumrongsook, A. Patradul, N. Sastravaha, S. Techapalokul

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Electronic Medical Textbook Generator, A. Nuchprayoon, I. Nuchprayoon, C. Thannuwat Apr 2000

Electronic Medical Textbook Generator, A. Nuchprayoon, I. Nuchprayoon, C. Thannuwat

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Laboratory Information System: Part I. Its Role And Importance In This Era., N. Charuruks Apr 2000

Laboratory Information System: Part I. Its Role And Importance In This Era., N. Charuruks

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Laboratory Medicine Aspects In Oncology, V. Wiwanitkit, J. Sutheesophon Apr 2000

Laboratory Medicine Aspects In Oncology, V. Wiwanitkit, J. Sutheesophon

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Single - Dose Systemic Methotrexate Therapy Inpatients With Suspeted Ectopic Pregnancya Preliminary Report, U. Tanslaruk, R. Aeng, P. Wongprachoom Apr 2000

Single - Dose Systemic Methotrexate Therapy Inpatients With Suspeted Ectopic Pregnancya Preliminary Report, U. Tanslaruk, R. Aeng, P. Wongprachoom

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Posterior Tibial Artery : A New Alternative Graft Conduitfor Redo Coronary Artery Bypass Grafts, V. Benjacholamas, S. Jindarak Apr 2000

Posterior Tibial Artery : A New Alternative Graft Conduitfor Redo Coronary Artery Bypass Grafts, V. Benjacholamas, S. Jindarak

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Treatment Of Prostate Cancer, S. Sitawarin, N. Voravud Apr 2000

Treatment Of Prostate Cancer, S. Sitawarin, N. Voravud

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Medical And Social Diseases: Can The Former Moderate The Latter?, Ibpp Editor Mar 2000

Medical And Social Diseases: Can The Former Moderate The Latter?, Ibpp Editor

International Bulletin of Political Psychology

This article describes how medical disease may moderate social disease in an era of globalization.


Nursing Homes To Medicare Waiver Programs In Vermont, Joseph Murray Mar 2000

Nursing Homes To Medicare Waiver Programs In Vermont, Joseph Murray

New England Journal of Public Policy

This research examines the differences between nursing home residents and those who were able to leave nursing homes with the help of the Medicaid Waiver Program in Vermont. Ninety individuals who reentered the community with the aid of such waivers were compared with a random sample of nursing home residents through the use of the Nursing Home Minimum Data Set. The researchers found divergence in four key areas: cognition, continence, treatment categories, and desire to return to the community. Typically, those who left nursing homes for the community were cognitively intact, had moderate continence, received rehabilitative or clinically complex treatments, …