Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

The Thai Journal of Veterinary Medicine

Discipline
Keyword
Publication Year

Articles 1951 - 1980 of 2525

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

การย้ายฝากตัวอ่อนสุกรระหว่างฟาร์ม, มงคล เตชะกำภุ, บุญญิตา รุจทิฆัมพร, นิภาภรณ์ รักอริยะธรรม, เจนวิชญ์ หมายเจริญ, อังสนา ฮ้อเจริญ, เกรียงมาศ พันธุ์ชัย, ปราณี อินทรอุทก Jun 1988

การย้ายฝากตัวอ่อนสุกรระหว่างฟาร์ม, มงคล เตชะกำภุ, บุญญิตา รุจทิฆัมพร, นิภาภรณ์ รักอริยะธรรม, เจนวิชญ์ หมายเจริญ, อังสนา ฮ้อเจริญ, เกรียงมาศ พันธุ์ชัย, ปราณี อินทรอุทก

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ทดลองย้ายฝากตัวอ่อนสุกรข้ามฟาร์มโดยวิธีการอย่างง่าย ๆ ระหว่างอําเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กับอําเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 70 กม. โดยนำตัวอ่อนระยะ Late Morula และ Early Blastocyst จำนวน 43 ตัวอ่อน เก็บในกระติกน้ำอุ่นระหว่างการขนย้ายเป็นระยะเวลา 6 ชม. เพื่อฝากในสุกรตัวรับซึ่งมีการตกไข่หลังจากสุกรตัวให้ประมาณ 24 ชม. จำนวนทั้งหมด 4 ตัว ผลการทดลองพบว่า สุกร 2 ใน 4 ตัว (50%) แสดงอาการตั้งท้องและคลอดลูกที่มีลักษณะปกติจำนวนทั้งหมด 4 ตัว คิดเป็นอัตรารอดทั้งสิ้นเท่ากับ 9.3% (4/43) หรือ 20% (4/20) ของสุกรตั้งท้อง ผลการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตัวอ่อนสุกรสามารถเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้ภายหลัง จากการเก็บรักษา และขนย้ายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การปรับปรุงในวิธี การเก็บรักษาขณะขนย้ายตัวอ่อนน่าจะสามารถเพิ่มอัตราการมีชีวิตรอดของตัวอ่อนได้


ผลของการผสมข้ามพันธุ์ต่อการผลิตกระต่าย I. การเจริญเติบโตของกระต่ายตั้งแต่หย่านมถึงพร้อมผสมพันธุ์, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สุวรรณา กิจภาภรณ์ Jun 1988

ผลของการผสมข้ามพันธุ์ต่อการผลิตกระต่าย I. การเจริญเติบโตของกระต่ายตั้งแต่หย่านมถึงพร้อมผสมพันธุ์, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สุวรรณา กิจภาภรณ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ศึกษาลักษณะการเจริญเติบโตหลังหย่านมถึงพร้อมผสมพันธุ์เป็นเวลา 12 สัปดาห์ในกระต่ายจำนวน 115 ตัว จำแนกออกได้เป็น 4 กลุ่มพันธุ์คือ กระต่ายพันธุ์พื้นเมือง กระต่ายพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ ซึ่งมีที่มาของพันธุ์จากประเทศนิวซีแลนด์และกระต่ายลูกผสมที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างกระต่ายพื้นเมืองกับกระต่ายพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ แบบสลับพ่อแม่ทั้ง 2 แบบ กระต่ายทั้งหมดได้รับการเลี้ยงดูอย่างเดียวกันในกรงขังเดี่ยว ณ ศูนย์ฝึกนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ นครปฐม ให้อาหารขั้นที่มีโปรตีน 14% โดยให้กินเต็มที่พร้อมหญ้าขนสด บันทึกน้ำหนัก และปริมาณอาหารที่กินทุก 2 สัปดาห์ คำนวณน้ำหนักเพิ่ม ปริมาณอาหารที่ให้ทั้งหมด อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน ปริมาณอาหารที่กินเฉลี่ยต่อวัน และประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ วิเคราะห์ว่าเหรียนซ์แบบลีสท์สแควร์ ผลการทดลองปรากฏว่า กลุ่มพันธุ์มีผล ต่อน้ำหนักหย่านม และน้ำหนักเมื่อสัปดาห์ที่ 10 และ 12 ของการทดลอง รวมทั้งต่อน้ำหนักเพิ่ม (P < .05) อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน และประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร {P < 01] ส่วนเพศมีผลต่อน้ำหนักเมื่อสัปดาห์ที่ 12 ของการทดลอง (P < .01) ปริมาณ อาหารที่ใช้ทั้งหมดและเฉลี่ยต่อวัน น้ำหนักเพิ่ม และอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน (P < .05) และพบปฏิกิริยาร่วมระหว่างกลุ่มพันธุ์ และเพศในลักษณะ น้ำหนักเมื่อสัปดาห์ที่ 10 และ 12 ของการทดลอง น้ำหนักเพิ่ม และอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน (P < .05) ค่าเฉลี่ยสีสท์สแควร์ของแต่ละลักษณะจำแนกตามแหล่งความแปรปรวนที่มีนัยสำคัญในการเปรียบเทียบ Contrast ระหว่างกระต่ายพันธุ์แท้ทั้งสองพบว่ากระต่ายนิวซีแลนด์ไวท์มีขนาดเล็กกว่ากระต่ายพื้นเมืองเมื่อหย่านม และไม่มีความแตกต่างในระยะต่อมายกเว้นน้ำหนักเมื่อสัปดาห์ที่ 10 ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อของกระต่ายพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ดีกว่ากระต่ายพันธุ์พื้นเมือง กระต่ายลูกผสมทั้ง 2 แบบไม่แตกต่างกันในทุกลักษณะของการเจริญเติบโต เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มกระต่ายพันธุ์แท้ทั้งสองกับกระต่ายลูกผสมทั้ง 2 แบบ ปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างกันในทางน้ำหนักตัวทุกช่วงอายุแต่กระต่ายลูกผสมเจริญเติบโตเร็วกว่ากระต่ายพันธุ์แท้ และมีประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อดีกว่า (P < .05) ค่า heterosis ของการผสมข้ามระหว่างกระต่าย 2 พันธุ์นี้ค่อนข้างต่ำซึ่งเป็นปกติของลักษณะด้านการเจริญเติบโตซึ่งมีค่าอัตราพันธุกรรมปานกลางถึงสูง


Incidence Of Boar Infertility Problem In The Farms Using Alternate Mating System, Annop Kunavongkrit, Peerasak Chantaraprateep, Peesak Chantaraprateep, Prasert Prateep Jun 1988

Incidence Of Boar Infertility Problem In The Farms Using Alternate Mating System, Annop Kunavongkrit, Peerasak Chantaraprateep, Peesak Chantaraprateep, Prasert Prateep

The Thai Journal of Veterinary Medicine

The objective of this investigation was to determine the incidence of infertile and/or subfertile boars in the breeding herd using alternate mating technique. The study was conducted in 3 com mercial farms which had alternate mating system with average boar power of 1:20. A total of one hundred boars were subjected to 137 semen collections and evaluation in conjuction with breeding history. The examination was carried out weekly, boar with any abnormality was subjected to re-examination for another one or two occasions. Problem animals were identified by semen picture as subfertile and infertile 12.0 and 11.0% respectively. For confirmation, they …


แบคทีเรียของเยื่อตาขาวปกติในกระบือปลักไทย, ปราณี ตันติวนิช, ไพวิภา สุทธิพงศ์, อรวรรณ นวีภาพ Jun 1988

แบคทีเรียของเยื่อตาขาวปกติในกระบือปลักไทย, ปราณี ตันติวนิช, ไพวิภา สุทธิพงศ์, อรวรรณ นวีภาพ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

สำลีป้ายเชื้อจำนวน 222 ตัวอย่างจากนัยน์ตาของกระบือปลักไทยที่ไม่แสดงอาการของโรคตา และไม่เคยหยอดตาด้วยยาปฏิชีวนะมาก่อน ที่เก็บระหว่าง มีนาคม 2527 - กุมภาพันธ์ 2528 ไม่พบมีแบคทีเรียชนิดใดเลย 183 ตัวอย่าง (82.4%), พบ Staphylococcus aureus (coagulase positive) 24 ตัวอย่าง (10.8%), Bacillus cereus 9 ตัวอย่าง (4.1%), Streptococcus spp. 4 ตัวอย่าง (1.8%) และ Corynebacterium spp. 2 ตัวอย่าง (0.9%) แบคทีเรียที่พบทั้งหมดคิดสี Gram positive พบแบคทีเรียได้มากระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนกรกฎาคม และพบได้น้อยระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคม อัตราความไวของเชื้อแบคทีเรียที่แยกได้ต่อยาปฏิชีวนะ 12 ชนิด ให้ผล 100% {Ampicillin, Chloramphenicol, Erythromycin, Gentamycin, Kanamycin, Nitrofurantoin, Neomycin. Penicillin, Polymyxin-B- Streptomycin, Sulfamethoxazole-trimethoprim ua: Tetracycline}


Short Communication Evidence For Foot And Mouth Disease Virus Carrier Cattle In Thailand, Pornchai Chomnanpood, W.J. Doughty, H.A. Westbury, Suchinta Tangchaitrong Jun 1988

Short Communication Evidence For Foot And Mouth Disease Virus Carrier Cattle In Thailand, Pornchai Chomnanpood, W.J. Doughty, H.A. Westbury, Suchinta Tangchaitrong

The Thai Journal of Veterinary Medicine

Foot and Mouth Disease (FMD) virus was isolated from three of five groups of animals four to five months after a clinical outbreak of the disease. FMD virus type A was isolated during the original outbreaks and was again isolated later. These results provide presumptive evidence of the persistance of FMD virus in affected animals, although we lack detail information comparing the strains isolated during the outbreak and subsequently. Persistent infection with FMD virus may be important in the epizootiology of the disease in Thailand and requires further study to assess its significance.


การใช้ตาข่ายไนล่อนในการแก้ไขไส้เลื่อนที่สะดือสุกร : ปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อสารโปลี่เอททิลีน (Polyethylene), มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์, ไพวิภา สุทธิพงศ์, ชนินทร์ กัลล์ประวิทธ์, จุรี ประมัตต์วินัย, ทัศริน ศิวเวชช, สุมลยา กาญจนะพังคะ Jun 1988

การใช้ตาข่ายไนล่อนในการแก้ไขไส้เลื่อนที่สะดือสุกร : ปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อสารโปลี่เอททิลีน (Polyethylene), มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์, ไพวิภา สุทธิพงศ์, ชนินทร์ กัลล์ประวิทธ์, จุรี ประมัตต์วินัย, ทัศริน ศิวเวชช, สุมลยา กาญจนะพังคะ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

สุกร 20 ตัว ได้รับการแก้ไขไส้เลื่อนที่สะดือ โดยใช้ตาข่ายที่ทำด้วยโปลีเอททิลีน (polyethylene) เพื่อศึกษาปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อตาข่ายชนิดนี้ ตาข่ายถูกจัดให้อยู่ระหว่างชั้นบุช่องท้อง (peritoneum) และ sheath ชั้นในของกล้ามเนื้อ rectus abdominis ภายหลังผ่าตัด 2, 4, 6 และ 8 สัปดาห์ ตัดชิ้นเนื้อส่วนที่มีตาข่ายจากสุกรระยะเวลาละ 5 ตัว มาศึกษาทางพยาธิวิทยาฮีสโต พบปฏิกิริยาต่อต้านที่ไม่รุนแรงของเนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นตาข่ายสิ่งที่พบส่วนใหญ่เป็น fibrous connective tissue และ fibroblasts ส่วน foreign-body giant cells พบเพียงเล็กน้อย นอกจากการพบ fibrous connective tissue ในเนื้อเยื่อ 4, 6 และ 8 สัปดาห์หนาแน่นมากกว่าในเนื้อเยื่อ 2 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แล้ว การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในเนื้อเยื่อที่นำมาศึกษาแต่ละระยะ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ตาข่ายโปลีเอททิลีนเป็นวัสดุที่เหมาะสมสำหรับใช้ใน prosthetic implant ในสุกร


Study Of Newcastle Disease Vaccination One To Four Times A Year In Native Chickens Raised In The Village, Cherdchai Ratanasethakul Mar 1988

Study Of Newcastle Disease Vaccination One To Four Times A Year In Native Chickens Raised In The Village, Cherdchai Ratanasethakul

The Thai Journal of Veterinary Medicine

Native chickens raised in the village from 24 families were divided into 4 groups. Group 1 were vaccinated with Newcastle disease vaccine {NDV} once a year by using F strain for the chickens under 2 months of age and M.P. {Mukteswar} strain for those over 2 months of age. Group 2 were vaccinated with the same vaccines and at the same age as Group 1 but twice a year. Group 3 and 4 were vaccinated with NDV F strain three and four times a year respectively. In addition, a group of chickens from 30 families were also used as unvaccinated …


การสำรวจหาปรสิตนอกร่างกายในกระต่ายเลี้ยง, สมภพ นวีภาพ Mar 1988

การสำรวจหาปรสิตนอกร่างกายในกระต่ายเลี้ยง, สมภพ นวีภาพ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

กระต่ายเลี้ยงจำนวน 60 ตัว จากตลาดและผู้เลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งหมดเป็นกระต่ายเลี้ยงขึ้นกรงพันธุ์ผสม สามารถตรวจพบปรสิตนอก ร่างกายจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ Psoroptes cuniculi พบถึง 71.67% (43 ตัว) Sar- coptes scabiet พบร่วมอยู่กับ Chey letiella parasitovora พบ 1.67% (1 ตัว) และ Ctenocephalides felis พบ 46.67% (28 ตัว) สำหรับ C. parasitovoram นับเป็นรายงานแรกในประเทศไทยที่ตรวจพบในกระต่าย


กายวิภาคและจุลกายวิภาคของต่อมใต้สมองกระบือปลัก, พิสุทธิ์ มังกรกาญจน์, อุไรวัลย์ โพธิวิชยานนท์ Mar 1988

กายวิภาคและจุลกายวิภาคของต่อมใต้สมองกระบือปลัก, พิสุทธิ์ มังกรกาญจน์, อุไรวัลย์ โพธิวิชยานนท์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

น้ำเชื้อกระบือปลักจำนวน 20 ตัว เก็บจากส่วน vas deferens นำมาตรวจดู ตัวอสุจิ ที่มีรูปร่างปกติและผิดปกติโดยใช้วิธี smear และย้อมดูด้วยสี papanicolaou และ nigrosin-eosin ga phase contrast microscope ตัวอสุจิกระบือมีรูปร่าง แบบรีคล้ายใบพายยาวประมาณ 60 ไมครอน บริเวณส่วนหัวปลายสุดจะบางและค่อนหนาขึ้นที่ฐานของหัว ขนาดตัวอสุจิที่ปกติวัดจาก light microscope มีส่วนหัวยาวประมาณ 7.1 ± 0.3 ไมครอน กว้างสุด 3.6 ± 0.1 ไมครอน ฐานกว้าง 1.8 ± 0.1 ไมครอน และขนาดที่วัดได้จาก phase contrast microscope ความยาวประมาณ 7.1 ไมครอน กว้างสุด 4.5 ไมครอน และฐานกว้าง 2.6 ไมครอน ที่หัวมีแอคโครโซม, equatorial segment และหางส่วน middle piece ชัดเจน หางจะยื่นออกจากตรงกลางฐานหรือไม่ก็ได้ ตัวอสุจิมีความผิดปกติที่หัวและหาง ความผิดปกติที่หัวได้แก่ large head, pyriform head, Small round head, amorphous head, tapering head, loose head, double head, cigar head และ small head ส่วนหางที่ผิดปกติได้แก่ 2 หาง หางส่วน middle piece และ main piece หนากว่าปกติ หางขดเป็นวง หางขาด หางมี cytoplasmic droplets และหางมีลักษณะเป็นเส้นใย …


การศึกษารูปร่างปกติและผิดปกติของตัวอสุจิในกระบือปลักด้วย Light และ Phase Contrast Microscope, พิสุทธิ์ มังกรกาญจน์, จำลอง ใจอิ่มศีล Mar 1988

การศึกษารูปร่างปกติและผิดปกติของตัวอสุจิในกระบือปลักด้วย Light และ Phase Contrast Microscope, พิสุทธิ์ มังกรกาญจน์, จำลอง ใจอิ่มศีล

The Thai Journal of Veterinary Medicine

สุนัขเพศผู้อายุ 5 ปี หนัก 14 กก. มาโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยอาการกล้ามเนื้อไม่มีแรง หายใจหอบ อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ อาเจียร ดื่มน้ำมาก และปัสสาวะมาก ผลทางห้องปฏิบัติการตรวจไตทำงานผิด ปกติโดยมีระดับยูเรียและสารประกอบไนโตรเจนในเลือดสูง การรักษาร่วมกับวิธีการทำ peritoneal dialysis ได้ผลดี จากอาการทางคลีนิกและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในสุนัขป่วยนี้บ่งชี้ถึงการเกิดไตวายเฉียบพลัน ซึ่งอยู่ใน diuretic stage


ระบาดวิทยาและแนวทางการควบคุมโรคพยาธิ์ใบไม้ในตับในภาคอีสาน, เลิศรัก ศรีกิจการ, มาณวิกา ผลภาค, K. Leidl, K. F. Loehr, F. Hoerchner Mar 1988

ระบาดวิทยาและแนวทางการควบคุมโรคพยาธิ์ใบไม้ในตับในภาคอีสาน, เลิศรัก ศรีกิจการ, มาณวิกา ผลภาค, K. Leidl, K. F. Loehr, F. Hoerchner

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ในการเลี้ยงปศุสัตว์ เมื่อวัว-ควายอายุ 8 เดือนขึ้นไปโรคพยาธิใบไม้ในตับ (F. gigantica) เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะจะทำให้ป่วย ตาย หรือเกิดความเสียหายแก่ผลผลิตด้านอื่น ๆ เป็นอย่างมาก โรคนี้พบได้ในทุกจังหวัดของภาคอีสาน แต่ไม่ทุกพื้นที่ ขึ้นกับการมีอยู่ของหอย Lymmaea auricularia ซึ่งเป็นโฮสท์กึ่งกลางของพยาธิ์ ความชุกของโรค โดยเฉลี่ยคือ 15.7% ในวัวและ 25.4% ในควาย โดยผันแปรไปตามพื้นที่จาก 0-85% พื้นที่ที่ มีแอ่งน้ำใหญ่มักมีความชุกของโรคสูงและมีความเสียหายรุนแรง จากการศึกษาทางระบาดวิทยาของโรคนี้ในภาคอีสานพบว่าแบบลักษณะของโรคพยาธิใบไม้ในตับในประชากรสัตว์เป็นวัฏ จักรสัมพันธ์กับฤดูกาล ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปสำหรับการให้ยาถ่ายพยาธิ์เพื่อควบคุมโรค


การใช้ Thiopental Sodium ร่วมกับ Glyceryl Guaiacolate ในการวางยาสลบม้า, ชนินทร์ กัลล์ประวิทธ์, อติชาติ พรหมาสา, มาริษศักดิ์ กัลล์ประวิทธ์ Mar 1988

การใช้ Thiopental Sodium ร่วมกับ Glyceryl Guaiacolate ในการวางยาสลบม้า, ชนินทร์ กัลล์ประวิทธ์, อติชาติ พรหมาสา, มาริษศักดิ์ กัลล์ประวิทธ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การใช้ 10% Thiopental sodium เพื่อควบคุมระดับความลึกของการสลบม้า แบบแยกให้เพียงชนิดเดียวฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ภายหลังควบคุมให้สงบโดยใช้สารละลาย 6% Glyceryl guaiacolate (GG) และ 5% dextrose ในม้า 7 ตัว ที่มารับการรักษาทาง ศัลยกรรมที่ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปรียบเทียบ กับการใช้ 0.2% Thiopental Sodium ซึ่งผสมในสารละลายที่ประกอบด้วย 6% GG และ 5% dextrose ในม้า 53 ตัว ม้าทั้ง 60 ตัว ได้รับการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำด้วย Atro- pine sulphate ขนาด 1 ม.ก. ต่อ น.น. ตัว 100 ก.ก. ร่วมกับ Promazine HCl ขนาด 66 ม.ก. ต่อ น.น. ตัว 100 ก.ก. หรือ Acepromazine maleate ขนาด 8 ม.ก. ต่อ น.น. ตัว 100 ก.ก. หรือ Xylazine HCl ขนาด 20 ม.ก. ต่อ น.น. ตัว ก่อนได้รับยาสลบมา 7 ตัวทรุดตัวลงนอนด้วย 6% GG 5% dextrose ขนาด 1.1 ม.ล. ต่อ น.น. ตัว 1 ก.ก. และถูกควบคุมการสอบด้วย 10% Thiopental sodium …


อุบัติการของ มัยโคพลาสม่า ไฮโอนิวโมนิอี ในสุกร ที่เป็นโรคปอกบวม, เกรียงศักดิ์ สายธนู, โสมทัต วงศ์สว่าง, เทอด เทศประทีป, สมภพ ฉัตราภรณ์, จำเรียง พานเพียรศิลป์ Mar 1988

อุบัติการของ มัยโคพลาสม่า ไฮโอนิวโมนิอี ในสุกร ที่เป็นโรคปอกบวม, เกรียงศักดิ์ สายธนู, โสมทัต วงศ์สว่าง, เทอด เทศประทีป, สมภพ ฉัตราภรณ์, จำเรียง พานเพียรศิลป์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ผลจากการตรวจหาเชื้อ มัยโคพลาสม่า ไฮโอนิวโมนอี จากปอดของสุกรที่มีวิการของโรคปอดบวมจำนวน 119 ตัวอย่าง ปรากฏว่าไม่พบเชื้อนี้เลยจากตัวอย่างปอด 53 ตัวอย่างที่เก็บจากโรงงานฆ่าสัตว์ สำหรับปอดที่เก็บจากการตรวจผ่าซากรายวันจำนวน 19 ตัวอย่าง และจากสุกรที่แสดงอาการทางระบบหายใจจากฟาร์มเลี้ยง จำนวน 47 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อนี้ 9 และ 14 ตัวอย่าง (47 และ 30%) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด โดยจะพบเชื้อ พาสเตอเรลร่า มัลโตชิด้า มากที่สุด รองลงไปคือเชื้อ สเตรปโตคอคคัส


ภาวะไตวายอย่างเฉียบพลัน กับการทำ Peritoneal Dialysis ในสุนัข : รายงานสัตว์ป่วย, ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร, ชลดา บูรณกาล, รัตนาภรณ์ พรหมาสา Mar 1988

ภาวะไตวายอย่างเฉียบพลัน กับการทำ Peritoneal Dialysis ในสุนัข : รายงานสัตว์ป่วย, ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร, ชลดา บูรณกาล, รัตนาภรณ์ พรหมาสา

The Thai Journal of Veterinary Medicine

No abstract provided.


โครงการทดสอบพ่อโคนมที่ใช้ในการผสมเทียม 4) อัตราพันธุกรรมของลักษณะปริมาณน้ำนมและเปอร์เซ็นต์ ไขมันนม และคุณค่าการผสมพันธุ์ของพ่อพันธุ์, จุรีรัตน์ แสนโภชน์, พรรณพิไล เสกสิทธิ์, ประเสริฐ ศงสะเสน, สุรพงศ์ โชติกเสถียร, สัมพันธ์ สิงหจันทร์, วิโรจน์ ทองเหลือ Dec 1987

โครงการทดสอบพ่อโคนมที่ใช้ในการผสมเทียม 4) อัตราพันธุกรรมของลักษณะปริมาณน้ำนมและเปอร์เซ็นต์ ไขมันนม และคุณค่าการผสมพันธุ์ของพ่อพันธุ์, จุรีรัตน์ แสนโภชน์, พรรณพิไล เสกสิทธิ์, ประเสริฐ ศงสะเสน, สุรพงศ์ โชติกเสถียร, สัมพันธ์ สิงหจันทร์, วิโรจน์ ทองเหลือ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ศึกษาอัตราพันธุกรรมของลักษณะการให้นมและเปอร์เซนต์ไขมันของโคนมพันธุ์ผสมขาวดำ ซึ่งเกิดจากพ่อพันธุ์ 75% ขาวดำ หมายเลข 4 38, A 63, A72, A 75, C 151, C 155, C 184, C 186, C 284, C 526 และ C 766 โดยวิธี paternal half-sib correlation พบว่า อัตราพันธุกรรมของลักษณะการให้ปริมาณน้ำนม เท่ากับ 0.05 และเปอร์เซนต์ไขมันเท่ากับ 0.09 เมื่อนำมาคำนวณหาคุณค่าการผสมพันธุ์ของลักษณะปริมาณน้ำนมพบว่า พ่อพันธุ์หมายเลข 4 75 มีคุณค่าการผสมพันธุ์สูงที่สุด รองลงมาคือ A 63, A 72, C 151, C 186 และ C 155 ตามลำดับ


Renal Clearances Of Urea, Inulin, Para-Aminohippurate, And Free Water In Acute Heat Stressed Pigs Given Beta-Blocker Carazolol, Narongsak Chaiybutr, Siripen Komonvanich, Chollada Buranakarl, Prapa Loypetjra Dec 1987

Renal Clearances Of Urea, Inulin, Para-Aminohippurate, And Free Water In Acute Heat Stressed Pigs Given Beta-Blocker Carazolol, Narongsak Chaiybutr, Siripen Komonvanich, Chollada Buranakarl, Prapa Loypetjra

The Thai Journal of Veterinary Medicine

Clearance values of urea, free water, inulin and para-aminohippurate {PAH} were measured in acute heat stressed pigs exposed for 2 h to 36: 27°C (dry wet bulb}. During acute heat exposure, there were no significant changes in plasma osmolarity, inulin clearance and PAH clearance. There were decreases in the rate of urine flow and renal urea clearance. An increase in the relative tubular urea reabsorption by approximately 31% and 106% appeared in the first and the second hour of heat exposure respectively. These changes coincided with an increase in plasma urea concentration and tubular water reabsorption. The elevation of these …


การศึกษาประสิทธิภาพการนำไปใช้และสมดุลของซีลิเนียมและไนโตรเจนในแกะที่เลี้ยงด้วยผักตบชวาสดและหญ้าแห้ง, มาเรียม แสงมาลย์, อายุส พิชัยชาญณรงค์, พรศรี ชัยรัตนายุทธ์, ณรงศักดิ์ ชัยบุตร Dec 1987

การศึกษาประสิทธิภาพการนำไปใช้และสมดุลของซีลิเนียมและไนโตรเจนในแกะที่เลี้ยงด้วยผักตบชวาสดและหญ้าแห้ง, มาเรียม แสงมาลย์, อายุส พิชัยชาญณรงค์, พรศรี ชัยรัตนายุทธ์, ณรงศักดิ์ ชัยบุตร

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การศึกษาคุณค่าทางอาหาร และประสิทธิภาพการย่อยได้ของอาหารชนิดต่าง ๆ ในแกะเพศผู้ จำนวน 5 ตัว โดยให้กินผักตบชวาสด หญ้าแห้ง และผักตบชวาผสมหญ้าแห้ง เปรียบเทียบกับระยะควบคุมที่ให้กินหญ้าสดและอาหารขึ้นเปรียบเทียบสัมประสิทธิ์การย่อยได้ของวัตถุแห้ง แร่ธาตุซีลีเนียม และโปรตีนหยาบในแกะที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดต่าง ๆ ตลอดจนสมดุลของซีลีเนียม และไนโตรเจนในร่างกาย ผลการวิเคราะห์พบว่าโปรตีนหยาบในผักตบชวามีค่าสูงใกล้เคียงกับหญ้าสดคือ 15.83±0.09 และ 12.27±0.06% ตามลำดับ หญ้าแห้งมีปริมาณโปรตีนหยาบต่ำที่สุดเพียง 3.49±0.09% ของวัตถุแห้งเท่านั้น ปริมาณแร่ธาตุซีลีเนียมนั้นพบว่าในผักตบชวา หญ้าสด และ อาหารขึ้นมีระดับต่ำคือ 0.009±0.000, 0.018±0.000 และ 0.026±0.003 พีพีเอ็ม ตามลำดับ ส่วนหญ้าแห้งมีปริมาณที่สูงกว่าคือ 0.120±0.001 พีพีเอ็ม


วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 6. ภูมิคุ้มกันในเป็ดหลังจากฉีดแบคทีริน เตรียมด้วยวิธีต่าง ๆ กัน จากเชื้อ พาสเตอเรลล่า มัลโตซิด้า, อารีรัตน์ ลออปักษา, โสมทัต วงศ์สว่าง, สันติ ถุงสุวรรรณ, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, เกรียงศักดิ์ สายธนู, นิคม ชัยศิริ Dec 1987

วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 6. ภูมิคุ้มกันในเป็ดหลังจากฉีดแบคทีริน เตรียมด้วยวิธีต่าง ๆ กัน จากเชื้อ พาสเตอเรลล่า มัลโตซิด้า, อารีรัตน์ ลออปักษา, โสมทัต วงศ์สว่าง, สันติ ถุงสุวรรรณ, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, เกรียงศักดิ์ สายธนู, นิคม ชัยศิริ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

แบคทีรินเตรียมจากเชื้อ พาสเตอเรลล่า มัลโตชิดา ซีโรทัยป์ 8:A ด้วยวิธีฆ่าเชื้อที่ต่างกัน 3 วิธี คือ ฟอร์มาลิน, Sonicated และ irradiated นำมาศึกษาภูมิคุ้มกันโรคในเป็ดเปรียบเทียบกับวัคซีนของกรมปศุสัตว์และวัคซีนของเอกชน 2 ชนิด แอนติบอดีไตเตอร์ของวัคซีนส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในสัปดาห์ที่ 2 หลังจากฉีดวัคซีน กลุ่มที่ฉีดวัคซีน โดยไม่มีแอดจูแวนท์พบว่าวัคซีนชนิด irradiated ให้ค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับวัคซีนของกรมปศุสัตว์ คือ 63.9 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ฉีดวัคซีนชนิดต่าง ๆ โดยมีแอดจูแวนท์ พบว่ามีค่าแอนติบอดีไตเตอร์เฉลี่ยสูงกว่า โดยวัคซีนของกรมปศุสัตว์ที่มีแอดจูแวนท์ให้ค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาได้แก่วัคซีนชนิด irradiated มีค่าเฉลี่ย 138.2 ส่วนวัคซีนของบริษัทเอกชน ชนิด ซึ่งเป็นชนิด emulsified พบว่าให้ค่าแอนติบอดีไตเตอร์ เฉลี่ยสูงสุดต่ำกว่า (98.7 และ 47.5) นอกจากนั้น เมื่อเพิ่มขนาดของวัคซีนของกรมปศุสัตว์หรือวัคซีนเตรียมเอง (ฟอร์มาลิน) จาก 1.0 มล. เป็น 2.0 มล. โดยไม่ใช้แอดจูแวนท์ พบว่าค่าแอนติบอดีไตเตอร์ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 63.9 และ 40.3 เป็น 127.9 และ 54.8 ตามลำดับ


วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 7. การศึกษาเปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มโรคในเป็ดหลังจากฉีดวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเช้อเป็น และชนิดเชื้อตาย, สัตถาพร ศรีมหาสงคราม, นิคม ชัยศิริ, โสมทัต วงศ์สว่าง, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, สันติ ถุงสุวรรณ Dec 1987

วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 7. การศึกษาเปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มโรคในเป็ดหลังจากฉีดวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเช้อเป็น และชนิดเชื้อตาย, สัตถาพร ศรีมหาสงคราม, นิคม ชัยศิริ, โสมทัต วงศ์สว่าง, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, สันติ ถุงสุวรรณ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ศึกษาการสร้างภูมิคุ้มโรคในเป็ดที่ได้รับวัคซีนกาฬโรคเป็ด ชนิดเชื้อเป็นเปรียบ เทียบกับวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อตาย ฆ่าด้วยฟอร์มาลินซึ่งเตรียมเป็น 2 วิธีคือ เติมน้ำเกลือ {Normal saline 0.85%} และเติม incomplete Freunds adjuvant ตรวจหาแอนติบอดีต่อโรค กาฬโรคเป็ดด้วยวิธี Neutralization test และทดสอบภูมิคุ้มโรคโดยการฉีดเชื้อไวรัสกาฬโรคเป็ดสายพันธุ์ที่ใช้ทำวัคซีน ผลการทดลองพบว่าภูมิคุ้มโรคในเป็ดที่ได้รับวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อเป็นป้องกันได้ 100% ส่วนวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อตายที่เตรียมจากเชื้อชนิดไม่ก่อโรค ทั้งที่มีและไม่มี แอดจูแวนท์ {Adjuvant} และวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อตายในน้ำเกลือ ซึ่งเตรียมจากตับเป็ดเนื่องจากเป็นกาฬโรค {KDPTS{ ไม่สามารถป้องกันโรคได้ สำหรับวัคซีนกาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อตายในน้ำเกลือซึ่งเตรียมจากไวรัสกาฬโรคเป็ดที่เจริญใน tissue culture {KDPS}


วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 8. ภูมิคุ้มโรคในเป็ดหลังจากฉีดวัคซีนรวมและการฉีดพร้อมกัน, เกรียงศักดิ์ สายธนู, สันติ ถุงสุวรรณ, สัตถาพร ศรีมหาสงคราม, โสมทัต วงศ์สว่าง, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, อารี วิรุฬหผล, นิคม ชัยศิริ, อารีรัตน์ ลออปักษา Dec 1987

วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 8. ภูมิคุ้มโรคในเป็ดหลังจากฉีดวัคซีนรวมและการฉีดพร้อมกัน, เกรียงศักดิ์ สายธนู, สันติ ถุงสุวรรณ, สัตถาพร ศรีมหาสงคราม, โสมทัต วงศ์สว่าง, เกรียงศักดิ์ พูนสุข, อารี วิรุฬหผล, นิคม ชัยศิริ, อารีรัตน์ ลออปักษา

The Thai Journal of Veterinary Medicine

จากการศึกษาการตอบสนองของเป็ด หลังจากฉีดวัคซีนอหิวาต์เป็ด - ไก่และวัคซีนกาฬโรคเป็ด โดยการฉีดวัคซีนทั้งสองชนิดพร้อมกัน และการฉีดวัคซีนรวมกันผลปรากฏว่า การฉีดวัคซีนอหิวาต์เป็ด - ไก่อย่างเดียวจะทำให้ระดับแอนติบอดีสูงกว่าการฉีดวัคซีนนี้ พร้อมกันหรือรวมกันกับวัคซีนกาฬโรคเป็ด แต่ภูมิคุ้มกันโรคจะไม่แตกต่างกัน สำหรับระดับแอนติบอดี (ตรวจโดยวิธี Neutralization test) ที่เกิดจาก วัคซีนกาฬโรคเป็ด - ไก่ พบว่าการฉีดวัคซีนนี้อย่างเดียว (วัคซีนชนิดเชื้อเป็น) หรือที่รวมกัน กับวัคซีนอหิวาต์เป็ด ไก่ วัคซีนชนิดเชื้อตาย) จะไม่แตกต่างกัน ภูมิคุ้มกันโรคของวัคซีน กาฬโรคเป็ดชนิดเชื้อเป็นเมื่อฉีดพร้อมกันกับวัคซีนอหิวาต์เป็ด ไก่ จะลดลงจาก 100% เหลือเพียง 60% เท่านั้น สำหรับวัคซีนกาฬโรคชนิดเชื้อตายที่เตรียมจาก Holland duck plaque virus จะไม่มีความคุ้มโรค.


การผ่าตัดใส่ท่อ Rumen Fistula ในวัวนมโดยวิธีการ ผ่าตัดครั้งเดียว (One-Stage Operation), ทัศนีย์ อภิชาติสรางกูร, เทอดชัย เวียรศิลป์ Dec 1987

การผ่าตัดใส่ท่อ Rumen Fistula ในวัวนมโดยวิธีการ ผ่าตัดครั้งเดียว (One-Stage Operation), ทัศนีย์ อภิชาติสรางกูร, เทอดชัย เวียรศิลป์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ทดลองผ่าตัดเพื่อใส่ท่อ Rumen Fistula ที่ผลิตขึ้นจาก silicone ในวัวนมลูกผสมพื้นเมือง X โฮลสไตน์ ฟรีเซียน ด้วยวิธีการผ่าตัดแบบครั้งเดียว (One-Stage Operation) โดยเปิดช่องท้องทางสวาปด้านซ้าย ดึงผนังรูเมนออกมาเย็บติดกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ก่อน แล้วจึงกรีดผนังรูเมนเพื่อเย็บติดกับผิวหนังโดยรอบ สอดท่อ Rumen Fistula ค้างไว้ ผลการผ่าตัดปรากฏว่าผนังรูเมนและผิวหนังเชื่อมกันสนิท ไม่ปรากฏรอยรั่วเข้าไปในบริเวณช่องท้องแต่อย่างใด หลังจากการผ่าตัดสัตว์ทดลองมีสุขภาพแข็งแรง การทำงานของกระเพาะรูเมนเป็นไปตามปกติ Rumen Fistula ที่ทำจาก Sili Cone ไม่ทำอันตรายแก่สัตว์ทดลอง ในขณะที่สัตว์ทดลองนอนทับหรือเสียดสีกับคอก


Study On Boar Infertilities : Epididymal Dysfunction, Annop Kunavongkrit, Peerasak Chantaraprateep, Prasert Prateep Dec 1987

Study On Boar Infertilities : Epididymal Dysfunction, Annop Kunavongkrit, Peerasak Chantaraprateep, Prasert Prateep

The Thai Journal of Veterinary Medicine

Epididymal dysfunction causes infertility or lowering of the fertility in male animal. However, no corresponding investigation of epididymal dysfunction in boars have been reported in Thailand. By clinical and semen examination of 277 boars from 11 farms at Nakorn-Pathom province being examined during January 1985 August 1986, 4 were diagnosed as epididymal dysfunction. Poor sperm motility (15.4 ± 4.7} and a very high incidence of single bent tail {53.9 ± 15.4% were found in all those four boars while semen Volume, sperm concentration and other sperm morphology were comparable to normal boar semen picutre. The testicles and epididymides were histologically …


การศึกษาเบื้องต้นของการย้ายฝากตัวอ่อนสุกรในฟาร์ม, มงคล เตชะกำพุ, อังสนา ฮ้อเจริญ, บุญญิตา รุจิทิฆัมพร, นิภาภรณ์ รัภอาริยะธรรม, ศิริพงษ์ จึงธนาเจริญเลิศ, วิเชียร พวงศิลป์ Sep 1987

การศึกษาเบื้องต้นของการย้ายฝากตัวอ่อนสุกรในฟาร์ม, มงคล เตชะกำพุ, อังสนา ฮ้อเจริญ, บุญญิตา รุจิทิฆัมพร, นิภาภรณ์ รัภอาริยะธรรม, ศิริพงษ์ จึงธนาเจริญเลิศ, วิเชียร พวงศิลป์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ทำการเก็บและย้ายฝากตัวอ่อนสุกร โดยวิธีทางศัลยกรรมในสุกรตัวให้และสุกรตัว ภายหลังกระตุ้นด้วยสารประกอบของฮอร์โมน PMSG/HCG ในอัตราส่วน 400/200 ไอ ยู ผลการศึกษาพบว่าสุกรจำนวน 6 ใน 7 ตัว (85.7%) ไม่แสดงอาการเป็นสัดที่ 42 วัน ของการตั้งท้อง และสุกรจำนวน 4 ใน 7 ตัว (57.1%) แสดงอาการตั้งท้องที่ 84 วัน และคลอดลูกสุกร ปกติจำนวนทั้งสิ้น 22 ตัว หรือคิด เป็นเปอร์เซนต์การรอดของตัวอ่อนในสุกรคลอดเท่ากับ 40% ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการ ย้ายฝากตัวอ่อนสุกรเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นได้ภายในฟาร์มสุกร การนำเทคนิคนี้ไปใช้จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงพันธุ์สุกรและการป้องกันและการควบคุมโรคภายในฟาร์ม


วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 4. การศึกษาเปรียบเทียบการใช้แอนติเจนสำหรับตรวจหาระดับของแอ็คกลูติเนติง แอนติบอดี, สุขใจ ผลอำไพสถิตย์, เกรียงศักดิ์ สายธนู, สันติ ถุงสุวรรณ, โสมทัต วงศ์สว่าง, อารีรัตน์ ลออปักษา Sep 1987

วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 4. การศึกษาเปรียบเทียบการใช้แอนติเจนสำหรับตรวจหาระดับของแอ็คกลูติเนติง แอนติบอดี, สุขใจ ผลอำไพสถิตย์, เกรียงศักดิ์ สายธนู, สันติ ถุงสุวรรณ, โสมทัต วงศ์สว่าง, อารีรัตน์ ลออปักษา

The Thai Journal of Veterinary Medicine

เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ antigens ที่เตรียมจาก Pasteurella multocida serotype B : 4 โดยวิธีต่าง ๆ กัน 6 วิธีคือ autoclaved antigen (121° ช. 15 นาที) autoclaved antigen (121° ซ. 5 นาที) boiling antigen, formalinized antigen phenolized antigen และ living antigen เพื่อใช้ตรวจหาแอนติบอดีไตเตอร์ในเม็ด ซึ่งได้รับวัคซีนอหิวาต์เป็ด ไก่ ชนิด formalinized vaccine ของกรมปศุสัตว์ และที่เตรียมเอง ปรากฏว่าแอนติเจนชนิด autoclave 121° ซ. นาน นาที จะตรวจหาระดับแอนติบอดีได้ดีที่สุด รองลงไปคือ autoclaved antigen 121° ซ. 5 นาที และ boiling antigen ตามลำดับ ส่วนแอนติเจนชนิด formalinized, phenolized และ living antigen ไม่สามารถตรวจหาแอนติบอดีได้


วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 5. ระดับของแอนติบอดี ที่เกิดขึ้นในเป็ดจากการฉีดวัคซีนอหิวาต์-ไก่ ชนิดเชื้อตายขนาดต่าง ๆ กัน, อารีรัตน์ ลออปักษา, สุขใจ ผลอำไพสถิตย์, เกรียงศักดิ์ สายธนู, สันติ ถุงสุวรรณ, โสมทัต วงศ์สว่าง, เกรียงศักดิ์ พูนสุข Sep 1987

วัคซีนอหิวาต์เป็ด-ไก่ และกาฬโรคเป็ด : 5. ระดับของแอนติบอดี ที่เกิดขึ้นในเป็ดจากการฉีดวัคซีนอหิวาต์-ไก่ ชนิดเชื้อตายขนาดต่าง ๆ กัน, อารีรัตน์ ลออปักษา, สุขใจ ผลอำไพสถิตย์, เกรียงศักดิ์ สายธนู, สันติ ถุงสุวรรณ, โสมทัต วงศ์สว่าง, เกรียงศักดิ์ พูนสุข

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ผลจากการศึกษาเปรียบเทียบระดับแอ็กกลูติเนติ้งแอนติบอดี ไตเตอร์ด้วยวัคซีน อหิวาต์เป็ด - ไก่ชนิดเชื้อตายที่เตรียมเอง และของกรมปศุสัตว์ ซึ่งเตรียมจากเชื้อ พาสเตอเรลล่า มัลโตซิด้า ซีโรทัยป์ A : A โดยการฉีดวัคซีนเข้าที่กล้ามเนื้ออก และตรวจหาระดับ แอนติบอดี 1,2, 3 และ 4 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน ปรากฏว่าวัคซีนเตรียมเองปริมาณเชื้อในวัคซีน 9 X 10 11, 9 x 10 9, 9 x 10 8 และ 9 x 10 7 CFU/มล. จะให้ระดับแอนติบอดีสูงสุดหลังฉีด 1 สัปดาห์มีค่าเท่ากับ 50.8, 49.4, 23.5 และ 35.3 ตามลำดับ วัคซีนอหิวาต์เป็ด - ไก่ของกรมปศุสัตว์ ปริมาณเชื้อในวัคซีน 10 9, 10 8, 10 7 และ 10 6 เซลล์/มล. จะให้ระดับแอนติบอดีสูงสุดหลังฉีด 1 สัปดาห์เช่นกัน แต่มีค่าสูงกว่าคือมีค่าเท่ากับ 114, 53.8, 40.3 และ 22.6 ตามลำดับ.


ผลของพิษงูแมวเซาต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของเม็ดเลือดแดง In Vitro, ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร, ชลลดา บูรณกาล, ประภา ลอยเพ็ชร Sep 1987

ผลของพิษงูแมวเซาต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของเม็ดเลือดแดง In Vitro, ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร, ชลลดา บูรณกาล, ประภา ลอยเพ็ชร

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การศึกษาผลของพิษงูแมวเซาต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของเม็ดเลือดแดง In vitro พบว่าพิษงูแมวเซามีผลทำให้ค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่นเพิ่มขึ้นและปริมาตรเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.01) ในขณะที่ความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ยลดลง (P < 0.001) การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นขณะเม็ดเลือดแดงอยู่ในพลาสม่า แต่จะไม่พบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เมื่อเม็ดเลือดแดงฃอยู่ในสารละลาย อื่นที่ไม่ใช่พลาสม่า เชื่อว่าการออกฤทธิ์ของพิษงูแมวเซาในการเพิ่มขนาดของเม็ดเลือดแดงจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยบางประการในพลาสม่า


ค่านิยมในการบริโภคนมพร้อมดื่ม 2: นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม 4-ม 6), สุวรรณา กิจภาภรณ์ Sep 1987

ค่านิยมในการบริโภคนมพร้อมดื่ม 2: นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม 4-ม 6), สุวรรณา กิจภาภรณ์

The Thai Journal of Veterinary Medicine

การสำรวจค่านิยมในการบริโภคน้ำนมสดนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 4027 คน เป็นนักเรียนชายร้อยละ 52.1 และนักเรียนหญิงร้อยละ 47.9 จากโรงเรียนหลวง และโรงเรียนราษฎร์ในกรุงเทพมหานครจำนวน 10 เขต พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ได้รับค่าอาหารกลางวันเฉลี่ยวันละ 15 บาท มีนักเรียนเพียงร้อยละ 34.7 เท่านั้น เลือกดื่มนมเป็นอันดับ 1 จากนักเรียนที่ดื่มนมร้อยละ 91.1 เหตุที่ดื่มนมเพราะทราบว่านมมีประโยชน์ต่อร่างกาย การที่ทางบ้านดื่มนมมีผลทำให้นักเรียนดื่มนมด้วย นักเรียนที่ไม่ดื่มนมประมาณร้อยละ 50 ให้เหตุผลว่าไม่ชอบกลิ่นรสและร้อยละ 20 ตอบว่าราคาแพงเกินไป


การสำรวจโรค อีฟีเมอร์รัล ฟีเวอร์ ในวัวนม เขตอำเภอมวกเหล็ก, ปราจีน วีรกุล, ราตรี วงษ์วัชรดำรง, โกวิทย์ นิธิชัย Sep 1987

การสำรวจโรค อีฟีเมอร์รัล ฟีเวอร์ ในวัวนม เขตอำเภอมวกเหล็ก, ปราจีน วีรกุล, ราตรี วงษ์วัชรดำรง, โกวิทย์ นิธิชัย

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ได้ทำการสำรวจหาภูมิคุ้มต่อโรคอีฟีเมอร์รัลฟีเวอร์ (Bovine Ephemeral Fever : BEF) ในวัวนมจำนวน 407 ตัว จาก 8 ตำบลในอําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยใช้วิธี Serum Neutralization (SN) test ผลพบว่าวัวจำนวน 381 ตัว (93.6%) มีภูมิคุ้มต่อโรค BEF (SN titer มากกว่า 1:4) และ 26 ตัว (6.4%) ไม่มีภูมิคุ้มต่อโรคนี้


โครงการทดสอบพ่อโคนมที่ใช้ในการผสมเทียม 2) การทดสอบ อัตราการเจริญเติบโตของลูกโคสาว, พรรณพิไล เสกสิทธิ์, กรองแก้ว บริสุทธิสวัสดิ์, สุรศักดิ์ โชติกเสถียร Sep 1987

โครงการทดสอบพ่อโคนมที่ใช้ในการผสมเทียม 2) การทดสอบ อัตราการเจริญเติบโตของลูกโคสาว, พรรณพิไล เสกสิทธิ์, กรองแก้ว บริสุทธิสวัสดิ์, สุรศักดิ์ โชติกเสถียร

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ทำการชั่งน้ำหนัก วัดรอบอก ความยาวลำตัวและความสูงของลูกโคเพศเมียรวม 255 ตัว ซึ่งเกิดจากพ่อพันธุ์ 75% ขาวดำ จำนวน 11 ตัวทุกเดือนตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 3 เดือน เป็นเวลา 3 ครั้ง สำหรับครั้งที่ 4 ถึงครั้งที่ 10 วัดเฉพาะรอบอก ความยาวลำตัวและความสูงของลูกโค เพื่อศึกษาอัตราการเจริญเติบโตของลูกโคแต่ละกลุ่มพบว่า โค หมายเลข C 155 มีอัตราการเจริญเติบโตของลูกโคดีที่สุด เมื่อพิจารณาจากรอบอกและความยาวลำตัว แต่ถ้าพิจารณาจากลักษณะความสูงและน้ำหนักพบว่าโค หมายเลข A 72 มีอัตราการเจริญเติบโตดีที่สุด พ่อโคที่ให้ลูกที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีที่สุด พ่อโคที่ให้ลูกที่มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่ากลุ่มอื่น ๆ คือ หมายเลข C 284 ในทุกลักษณะยกเว้นน้ำหนักใน 3 เดือนแรก ซึ่งจะเป็นพ่อโคหมายเลข A 63


โครงการการทดสอบพ่อโคนมที่ใช้ในการผสมเทียม 3) การทดสอบลักษณะการใช้นมของลูกโคเมียเพื่อเปรียบเทียบพ่อพันธุ์, พรรณพิไล เสกสิทธิ์, ประเสริฐ ศงสะเสน, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สัมพันธ์ สิงหจันทร์, จุรีรัตน์ แสนโภชน์, สุรพงศ์ โชติกเสถียร, วิโรจน์ ทองเหลือง Sep 1987

โครงการการทดสอบพ่อโคนมที่ใช้ในการผสมเทียม 3) การทดสอบลักษณะการใช้นมของลูกโคเมียเพื่อเปรียบเทียบพ่อพันธุ์, พรรณพิไล เสกสิทธิ์, ประเสริฐ ศงสะเสน, จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ, สัมพันธ์ สิงหจันทร์, จุรีรัตน์ แสนโภชน์, สุรพงศ์ โชติกเสถียร, วิโรจน์ ทองเหลือง

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ศึกษาลักษณะการให้นมของโคนม เพศเมียในระยะการให้นมครั้งแรก จำนวนทั้งสิ้น 263 ตัว ซึ่งเกิดจากพ่อพันธุ์ 75% ขาวดำ จำนวน 11 ตัวของกองผสมเทียม กรมปศุสัตว์ ได้แก่ ลักษณะปริมาณน้ำนม (ก.ก.) เปอร์เซนต์ไขมัน ปริมาณไขมัน เปอร์เซนต์โปรตีน ปริมาณโปรตีน ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยต่อวัน ปริมาณน้ำนมใน 305 วัน และเปอร์เซนต์ไขมันและโปรตีน ใน 305 วัน โดยเทคนิคการวิเคราะห์ตัวแปรแบบ multivariate analysis of covariance ควบคู่ไปกับการทำ univariate F - test และ Stepdown analysis พบ ว่าปีและฤดูกาลที่เก็บรวบรวมตัวเลขไม่มีความสัมพันธ์ต่อตัวแปรตาม แต่อายุของโคเมียที่ศึกษา และระยะการให้นมจริงมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำนม ปริมาณไขมัน และปริมาณโปรตีน อิทธิพลที่เกิดจากพ่อพันธ์พบความแตกต่างที่เปอร์เซนต์ไขมันและโปรตีน สำหรับข้อมูลที่ปรับเป็น วัน ได้ผลคล้ายคลึงกับข้อมูลชุดแรก แต่จะมีเฉพาะลักษณะเปอร์เซนต์โปรตีนใน 305 วัน เท่านั้น ที่มีความแตกต่างกัน จากการเรียงตามลำดับพ่อพันธุ์ที่สามารถให้ลูกโคที่มีปริมาณน้ำนมสูงสุด ได้แก่หมายเลข ( 155 พ่อพันธุ์ที่สามารถให้ลูกโคที่มีเปอร์เซนต์ไขมันสูงสุดคือ A 63 และ A 72 ส่วนลักษณะเปอร์เซนต์โปรตีนได้แก่ A 72