Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Operations and Supply Chain Management Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Articles 151 - 180 of 244
Full-Text Articles in Operations and Supply Chain Management
Gis Mapping Evaluation Of Stroke Service Areas In Bangkok Using Emergency Medical Services, Kiatirat Sreemongkol
Gis Mapping Evaluation Of Stroke Service Areas In Bangkok Using Emergency Medical Services, Kiatirat Sreemongkol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, stroke is the leading cause of death in Thailand. Patients must be treated within 4.5 hours from symptom onset to increase recovery rate. Time is therefore a critical factor of the success or failure of the treatments. The objective of this research is to investigate the service coverage of various healthcare centers through current Emergency Medical Services (EMS) in Bangkok. To get service coverages for Stroke in Bangkok, the updated speed of the traffic and the amount of time it takes for each mode of transport for the pre-hospital stroke process are collected and examined using GIS mapping. The …
Contributing Factors In Aircraft Accidents Triggering Fatalities, Prakayphet Chalayonnawin
Contributing Factors In Aircraft Accidents Triggering Fatalities, Prakayphet Chalayonnawin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Air transport has always been considered the safest way to travel. It has contributed numerous economic and social benefits, for instance, connecting multimodal modes of transportation, increasing employment, driving global and local economic activities, reducing travel time and generating trade, tourism, and services, connecting people and countries, and supporting humanitarian activities in a remote rural area. Historical records on the fatality ratio suggested that air transportation has the highest likelihood of accidents (occurrences with fatalities) when compared to all other transportation modes, including highway, railroad, and water. Then, when an accident occurs, it largely affects various stakeholders. This study aims …
Factors Influencing Adoption And Usage Probability Of Car Sharing In Bangkok, Baweena Ruamchart
Factors Influencing Adoption And Usage Probability Of Car Sharing In Bangkok, Baweena Ruamchart
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis aimed to examine factors influencing adoption and usage probability of car sharing in Bangkok. There were two phases of study. The first phase was examining the factors influencing the probability of using of car sharing. The latter was designed to assess customers' attitudes toward the intention to use car sharing. Both studies employed a quantitative method of data collection and analysis. Study One assessed the likelihood of using car sharing from customers' characteristics in three main groups: socio-economic status, travel behavior and car-sharing preferences. The data were collected through a questionnaire with the target population group. In total, …
Factors Influencing Adoption And Usage Probability Of Automated Parcel Lockers, Orawee Thongkam
Factors Influencing Adoption And Usage Probability Of Automated Parcel Lockers, Orawee Thongkam
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study proposes a model to predict probability to use Automated Parcel Locker (APL) in Bangkok by adopting Multiple Linear Regression. In addition, to help business to market to the right target and increase the intention to use, the study investigates factors influencing Intention to use APL by employing Structural Equation Model (SEM). The framework is developed based on Technology Acceptance Model (TAM) and other external factors. The questionaries were conducted for both methods with 718 observation and 500 responses, randomly selected. The results show that variables best predict probability to use APL is price set with discount, followed by …
Supply Chain Collaboration For Sustainability In Thailand's Dairy Industry, Virayos Vajirabhoga
Supply Chain Collaboration For Sustainability In Thailand's Dairy Industry, Virayos Vajirabhoga
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study gathered potential 95 variables from a literature review. Through the process of expert review, these were refined into 49 critical variables. Moreover, pilot study, with participation from co-operatives and farmers, aims to develop conceptual frameworks in six areas: performance and commitment, internal and external collaboration, measurement and evaluation, joint operation, sharing and innovation, and negotiation. Furthermore, 26 factors were identified clearly by exploratory factory analysis. The main study was conducted via a paper-based questionnaire with 1,224 respondents nationwide. The proposed 11 hypotheses attempted to identify the structural relationships among the constructs in the model. The result confirmed the …
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์โควิด-19 การขนส่งทางอากาศ เศรษฐกิจและการว่างงาน, สัจจพร แสนอินอำนาจ
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์โควิด-19 การขนส่งทางอากาศ เศรษฐกิจและการว่างงาน, สัจจพร แสนอินอำนาจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ขณะนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและการเมือง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศระหว่างประเทศและภายในประเทศ เศรษฐกิจ (GDP) และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ด้วยแบบจำลองการวิเคราะห์ถดถอย (Regression Model) รูปแบบฟังก์ชัน Double-Log ข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลผู้โดยสารเดินทางทางอากาศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและอัตราการว่างงานใน 4 ไตรมาสของปี พ.ศ. 2563 การวิเคราะห์แบ่งเป็นสองชุดข้อมูล ชุดข้อมูลที่หนึ่งเป็นจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศจำนวน 36 สนามบิน 144 ตัวอย่าง ข้อมูลชุดที่สองเป็นจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศที่เดินทางภายในประเทศ จำนวน 34 สนามบิน 136 ตัวอย่าง ผลการศึกษาสรุปได้ว่า จำนวนผู้โดยสารเดินทางทางอากาศทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและอัตราการว่างงาน เป็นปัจจัยที่ได้รับผลกระทบจากสถาณการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยที่ผู้โดยสารเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศและภายในประเทศได้รับผลกระทบทิศทางตรงกันข้ามกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 แต่อัตราการว่างงานมีทิศทางเดียวกันกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมีทิศทางเดียวกันกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งไม่ตรงกับที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุมาจากการใช้วิธีการวิเคราะห์ถดถอยแบบ Double-Log เพื่อวัดกระทบเชิงระยะยาว นั่นหมายถึง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไม่ได้รับผลกระทบระยะยาวจากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 อาจจะเกิดจากการปรับตัวของธุรกิจเพื่อการอยู่รอดรวมไปถึงการรับมือของรัฐบาลในแต่ละประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจพัฒนาท่าเรือสำราญไทย, รณกฤต เศรษฐดาลี
ปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจพัฒนาท่าเรือสำราญไทย, รณกฤต เศรษฐดาลี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการข้ามพรมแดน เรือสำราญเป็นช่องทางสำคัญที่นำนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าสู่ประเทศ ท่าเรือมีสำคัญใช้ต่อการเปิดรับนักท่องเที่ยว วัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อสำรวจสภาพของท่าเรือสำราญไทยปัจจุบันและปัจจัยที่จำเป็นต่อการปรับปรุงพัฒนาท่าเรือสำราญไทย โดยใช้แบบสอบถามและมีตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ความสอดคล้อง IOC > 0.67 ( ผลการทดสอบความน่าเชื่อถือ ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา > 0.87 และสอบถามกลุ่มกิจการต่อเนื่อง ประกอบด้วยสมาชิก 40 ตัวอย่างจากสมาคมไทยธรุกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และกลุ่มผู้มีความชำนาญด้านเรือสำราญ ประกอบด้วยผู้ประกอบการเรือสำราญ 10 ตัวอย่างและสมาชิกสมาคมวิชาชีพเรือสำราญ 7 ตัวอย่าง. ผลวิเคราะห์จากข้อมูลการตอบแบบสอบถาม พบว่าค่าเฉลี่ยระดับความสามารถและสมรรถนะท่าเรือสำราญ กลุ่มกิจการต่อเนื่อง ระดับค่าเฉลี่ยสูง 3.72 กลุ่มผู้มีความชำนาญด้านเรือสำราญ ระดับค่าเฉลี่ยกลาง 2.95 ทั้งสองส่วนมีระดับค่าเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้ ด้านโครงสร้างท่าเรือ (ปัจจัย 18/45) ด้านการท่องเที่ยว (ปัจจัย 10/19) ด้านลักษณะเรือ (ปัจจัย 1/5) โดยผลการศึกษาเสนอเพื่อนำเสนอต่อการวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการพัฒนาท่าเรือสำราญไทย ดังนี้ โครงสร้างท่าเรือ ต้องปรับปรุงความกว้าง ความลึก ท่าเทียบ โดยรัฐต้องสนับสนุนการลงทุน ด้านการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวควรได้รับการฟื้นฟู ท่าเรือสำราญไทยมีศักยภาพระดับหนึ่ง แต่ยังต้องการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐมากขึ้นเพื่อยกระดับความสามรถและสมรรถนะท่าเรือสำราญไทย
แนวปฏิบัติที่ดีในการขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งทะเลของประเทศไทย, สุวิจักขณ์ ณ บางช้าง
แนวปฏิบัติที่ดีในการขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งทะเลของประเทศไทย, สุวิจักขณ์ ณ บางช้าง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งทะเลของประเทศไทยเปรียบเทียบกับพิธีสารลอนดอน 1996 ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศที่มีผลใช้บังคับในปี ค.ศ. 2006 และการดำเนินงานในประเทศอื่นอีก 3 ประเทศ คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสิงคโปร์ เพื่อนำเสนอแนวทางการขุดลอกร่องน้ำของประเทศไทยที่มีความเป็นมาตรฐานสากลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทยมีการขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งทะเลโดยกรมเจ้าท่าเป็นประจำทุกปี โดยการขุดลอกร่องน้ำนั้นมีขั้นตอนที่สำคัญ คือ การขุดลอกร่องน้ำและการขนย้ายวัสดุขุดลอก ซึ่งทั้งสองขั้นตอนนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางทะเล ผลการศึกษาแสดงว่าแนวทางในการปฏิบัติตามพิธีสารลอนดอน 1996 และในประเทศกรณีศึกษาทั้ง 3 ประเทศ มีขั้นตอนการประเมินวัสดุก่อนที่จะมีการทิ้งเทเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางทะเลรวมทั้งสิ้นแปดขั้นตอน ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีพิธีสารลอนดอน 1996 แต่ประเทศไทยสามารถนำแนวทางการประเมินวัสดุตามพิธีสารลอนดอน 1996 มาเป็นแนวทางปฏิบัติการขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นการลดและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินการอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นแต่จะทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพัสดุคงคลัง กรณีศึกษาโรงงานผลิตอุปกรณ์อลูมิเนียม, ปวริศา ต่อศรีเจริญ
การบริหารจัดการการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพัสดุคงคลัง กรณีศึกษาโรงงานผลิตอุปกรณ์อลูมิเนียม, ปวริศา ต่อศรีเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวิธีการวางแผนการผลิตโดยใช้แนวคิดระบบผลักและดึงร่วมกัน พร้อมทั้งเสนอนโยบายพัสดุคงคลังทั้งในระดับสินค้าสำเร็จรูปและชิ้นส่วนการผลิต สำหรับธุรกิจ SMEs ประเภทการผลิตแบบประกอบโดยมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทกรณีศึกษามีลักษณะเป็น Make to Stock และ Assemble to Order ที่ใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกัน ทั้งสายการผลิต ชิ้นส่วนการผลิต และวัตถุดิบ ปัจจุบันพบความล่าช้าในการส่งมอบเกินจากที่บริษัทยอมรับได้ 11% งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทและนำมาวิเคราะห์หาปริมาณความต้องการ กำลังการผลิต และค่าใช้จ่ายพัสดุคงคลัง เพื่อใช้ในการกำหนดเงื่อนไขว่ากระบวนการผลิตควรใช้ระบบผลักหรือดึง จากนั้นจึงทำการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังจากการศึกษาลักษณะรูปแบบความต้องการของลูกค้า ระยะเวลานำ ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพัสดุคงคลัง จึงได้นำเสนอ นโยบายระดับคงคลังเป้าหมาย (OUL) สำหรับสินค้าสำเร็จรูป เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต และเสนอนโยบายปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด (EOQ) สำหรับชิ้นส่วนการผลิต จากการเปรียบเทียบต้นทุนการสั่งผลิตและต้นทุนการถือครอง จากรูปแบบกระบวนการผลิตผลักและดึงรวมทั้งนโยบายพัสดุคงคลังที่นำเสนอ ได้ถูกนำไปทดสอบการจำลองการวางแผนการผลิตด้วยโปรแกรม Microsoft Excel พบว่า วิธีที่นำเสนอสามารถใช้ระบบดึงกับชิ้นส่วนแผ่นเหล็กได้ 5 รายการและสินค้าสำเร็จรูปได้ 7 รายการ นอกจากนี้นโยบายพัสดุงคลังใหม่ที่นำเสนอสามารถเพิ่มอัตราการเติมเต็มพัสดุได้ 7 ผลิตภัณฑ์ ส่วนอีก 5 ผลิตภัณฑ์ยังสามารถรักษาอัตราการเติมเต็มได้ที่ 100% ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพัสดุคงคลังทั้งหมดลดลง 29.9% หรือคิดเป็นมูลค่า 92,000 บาทโดยประมาณ
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการลงทุนคลังสินค้าอัตโนมัติ, พิชามญชุ์ พัฒนจิรานันท์
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการลงทุนคลังสินค้าอัตโนมัติ, พิชามญชุ์ พัฒนจิรานันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบระบบคลังสินค้าแบบเดิมซึ่งใช้แรงงานคนเป็นหลักและออกแบบระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ รวมทั้งทำการเปรียบเทียบระบบคลังสินค้าทั้ง 2 แบบเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของการลงทุนในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ การศึกษามุ่งเน้นไปที่ความต้องการคลังสินค้าของบริษัทค้าปลีกอุปกรณ์กีฬา โดยมีขั้นตอนการออกแบบคลังสินค้าทั้งหมด 10 ขั้นตอน คือ 1. กำหนดวัตถุประสงค์ 2. เก็บรวมรวมข้อมูล 3. พิจารณาความเป็นไปได้ของ Unit Loads 4. กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวิธีการ 5. พิจารณาอุปกรณ์ที่เป็นไปได้ทั้งประเภทและลักษณะการใช้งาน 6. เตรียมผังคลังสินค้าที่เป็นไปได้ 7. คำนวณจำนวนเครื่องจักรอุปกรณ์และจำนวนพนักงาน 8. ทำการประเมินความเป็นไปได้ และ 9. ทำการเปรียบเทียบเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของการลงทุน ผลการดำเนินการวิจัยพบว่าคลังสินค้าซึ่งใช้แรงงานคนเป็นหลักใช้พื้นที่คลังสินค้ามากกว่าคลังสินค้าอัตโนมัติอยู่ที่ 42% ทั้งยังใช้จำนวนรถยกและพนักงานที่ต้องการต่อ 1 กะในอัตราที่มากกว่า 4 เท่าของคลังสินค้าอัตโนมัติ แต่คลังสินค้าซึ่งใช้แรงงานคนเป็นหลักนั้นลงทุนเครื่องจักรอุปกรณ์น้อยกว่า โดยเมื่อทำการเปรียบเทียบระหว่างค่าจ้างพนักงาน ค่าอุปกรณ์เครื่องจักร ค่าเช่าที่ดิน และค่าก่อสร้างอาคารคลังสินค้า จะเห็นได้ว่าการลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติมีความคุ้มค่ามากกว่าในการลงทุนของคลังสินค้าซึ่งใช้แรงงานคนเป็นหลักถึง 29.59% และจากการวิเคราะห์ความไวของโครงการเพื่อพิจารณาและคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ต้นทุนคลังสินค้ามีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน หรือค่าเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีต้นทุนเปลี่ยนไปนั้นจะเห็นได้ว่าการลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติมีความคุ้มค่ากว่าไม่ว่าต้นทุนคลังสินค้าจะเปลี่ยนแปลงก็ตาม
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการด้านเอกสารระหว่างระบบดั้งเดิมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์, ฉัฐสรัช หอวรางกูร
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการด้านเอกสารระหว่างระบบดั้งเดิมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์, ฉัฐสรัช หอวรางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการด้านเอกสารระหว่างระบบดั้งเดิมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานครโดยทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุน ระยะเวลา และความผิดพลาดในการให้บริการด้านเอกสารของระบบดั้งเดิมเปรียบเทียบกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การให้บริการด้านเอกสารของระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถลดต้นทุนในการให้บริการด้านเอกสารได้ คิดเป็นร้อยละ 4.02 และสามารถลดระยะเวลาในการให้บริการด้านเอกสารได้ คิดเป็นร้อยละ 42.55 ส่วนในการวิเคราะห์ความผิดพลาด พบว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถลดจำนวนความผิดพลาดในการให้บริการด้านเอกสารได้ คิดเป็นร้อยละ 54.19 ลดระยะเวลาในการแก้ไขความผิดพลาดได้ คิดเป็นร้อยละ 79.37 ลดต้นทุนความสูญเปล่าได้ คิดเป็นร้อยละ 83.95 และลดระยะเวลาความสูญเปล่าได้ คิดเป็นร้อยละ 84.52 ซึ่งจากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ในการจัดการด้านเอกสารของบริษัทโลจิสติกส์ สามารถช่วยลดต้นทุน ระยะเวลา และความผิดพลาดในการให้บริการด้านเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามในการวัดประสิทธิภาพในการจัดการ ควรมีการจัดตั้งการชี้วัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างถ่องแท้ รวมถึงกระบวนการประเมิน และวิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร เพื่อเป็นประโยชน์ในการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินการทั้งการดำเนินการด้านเอกสารและด้านอื่นๆต่อไป
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ Abc, ภัทรา อำไพพรรณ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ Abc, ภัทรา อำไพพรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันการส่งออกของไทยมีแนวโนมปรับตัวลดลง รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว และปัญหาปัจจุบันที่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างหนักคือ COVID-19 ซึ่งไม่ใช่เพียงการส่งออกของไทยเท่านั้นที่ชะลอตัว แต่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และทำให้มีผลกระทบต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงการควบรวมธุรกิจของแต่ละสายเรือ ซึ่งมีการแข่งขันทางด้านบริการเพิ่มมากขึ้น ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้การทำงานอย่างเป็นระบบ มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และตรวจสอบได้ โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นบริษัทสายเรือเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ ใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าและตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออก จำนวน 149 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ ABC จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform ผลการศึกษาพบว่า ด้านความคาดหวังในประสิทธิภาพของการใช้งาน Online Platform ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Online Platform ด้านความง่ายในการใช้งาน และความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านอิทธิพลทางสังคมที่มีส่วนให้ใช้ Online Platform (Social Influence) อยู่ในระดับมาก ข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลพบว่า ขนาดขององค์กร อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงานส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) ในขณะที่อายุขององค์กร เงินลงทุนขององค์กร จำนวนสมาชิกในองค์กร เพศ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform ของลูกค้าที่ใช้บริการสายเรือ พบว่า ปัจจัยที่อิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform ของลูกค้าที่ใช้บริการสายเรือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ สิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน …
Development Of Tod Readiness Index And Its Application To Transit Station In Bangkok, Srisamrit Supaprasert
Development Of Tod Readiness Index And Its Application To Transit Station In Bangkok, Srisamrit Supaprasert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Studies on the Transit-Oriented Development (TOD) for Bangkok are found sparingly. The TOD concept is a supportive development for the rapidly changing city in order to reduce urban transport problems while encouraging people to shift transport modes to use public transportation instead of private cars. This study discusses the context of TOD in the density, the design, and the diversity of land use around transit stations among successful stations in many countries. There were 18 station areas in Bangkok which, by using the TOD Readiness score, the assessment of the stations implies that the higher scoring transit stations are more …
การบริหารความเสี่ยงในกระบวนการติดตั้งระบบ Erp เพื่อประยุกต์ใช้กับระบบการดำเนินงานของบริษัทอู่ต่อเรือ Abc, ศิรินทร์พัชร์ เอื้ออำพน
การบริหารความเสี่ยงในกระบวนการติดตั้งระบบ Erp เพื่อประยุกต์ใช้กับระบบการดำเนินงานของบริษัทอู่ต่อเรือ Abc, ศิรินทร์พัชร์ เอื้ออำพน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะส่งผลกระทบให้เกิดความล้มเหลวต่อการดำเนินงานในกระบวนการติดตั้งระบบ ERP ซึ่งจัดเป็นกระบวนการหนึ่งของวัฏจักรชีวิตของโครงการระบบ ERP รวมถึงการเสนอแนวทางการจัดการสาเหตุของความเสี่ยงในกรณีศึกษาบริษัทอู่ต่อเรือ วิธีการวิจัยนี้ได้นำหลักการบริหารจัดการความเสี่ยง AS/NZS 4360:2004 มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบการดำเนินงานวิจัย ร่วมกับการทบทวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์เชิงลึกสำหรับบ่งชี้ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของแต่ละปัจจัยเสี่ยง และตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งกับทีมผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวมาประเมินความเสี่ยงและจัดเรียงอันดับระดับความสำคัญจากค่าความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสที่จะเกิดขึ้นและผลกระทบของแต่ละปัจจัยเสี่ยง โดยใช้วิธีระดมความคิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในโครงการของบริษัทกรณีศึกษา ผลการวิจัยในครั้งนี้สามารถรวบรวมปัจจัยเสี่ยงในกระบวนการติดตั้งระบบทั้งหมด 8 ปัจจัย จากการประเมินความเสี่ยง ทำให้ทราบว่าบริษัทต้องมีการจัดการลดระดับความเสี่ยงทั้ง 7 ปัจจัยที่อยู่ในระดับสูงมากและสูงเป็นอันดับแรก เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยการบริหารการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเป็นความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูงที่สุด ถึงเเม้ว่าปัจจัยการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานมีระดับความเสี่ยงต่ำที่สุดในปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด แต่เป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อโครงการได้ในระยะยาว ดังนั้นควรมีการเฝ้าติดตาม นอกจากนี้งานวิจัยได้เสนอแนะวิธีในการควบคุมและจัดการสาเหตุของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับบริษัทกรณีศึกษาสำหรับการวางแผนบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรับมือและป้องกันความล้มเหลวของการดำเนินโครงการระบบ ERP
การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมของคลังสินค้า: กรณีศึกษา บริษัท Abc จำกัดโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น, เพ็ญพิมล อยู่รุ่งเรืองศักดิ์
การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมของคลังสินค้า: กรณีศึกษา บริษัท Abc จำกัดโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น, เพ็ญพิมล อยู่รุ่งเรืองศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process) ในการเลือกทำเลที่ตั้งคลังสินค้า โดยมีกรณีศึกษาเป็นบริษัทที่ให้บริการเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซื้อขายสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าตกแต่งบ้าน ตลอดจนให้บริการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทาง โดยมีการวิเคราะห์ปัจจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้ ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง ค่าแรงงาน ระยะทางระหว่างคลังกับผู้ขาย ระยะทางระหว่างคลังกับลูกค้า ความพร้อมทางด้านคมนาคม ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค สังคมและชุมชน และความเสี่ยงที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติ เพื่อนำมาพิจารณาทางเลือกที่ตั้งคลังสินค้าจำนวน 4 ทำเล การวิจัยได้นำปัจจัยและทางเลือกมาพัฒนาเป็นโครงสร้างแผนภูมิลำดับชั้นตามกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์จากแบบสอบถามเรื่องปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งคลังสินค้าพบว่า ผู้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับปัจจัยตามลำดับความสำคัญเรียงจากมากไปหาน้อย ดังนี้ อันดับหนึ่งคือระยะทางระหว่างคลังกับลูกค้า (26.91%) รองลงมาคือระยะทางระหว่างคลังสินค้ากับผู้ขาย (19.20%) ความพร้อมด้ามคมนาคม (14.36%) ค่าที่ดิน (10.04%) ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค (6.39%) ความเสี่ยงที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติ (6.37%) ค่าแรงงาน (6.22%) ค่าก่อสร้าง (5.3%) สังคมและชุมชน (5.23%) เป็นลำดับสุดท้าย โดยสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวไปนำเสนอเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งคลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษาในอนาคต
การวางแผนการขนส่งน้ำมันทางเรือภายใต้ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และความพร้อมของทรัพยากร, ชลธิศ บำรุงวัด
การวางแผนการขนส่งน้ำมันทางเรือภายใต้ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และความพร้อมของทรัพยากร, ชลธิศ บำรุงวัด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ของการวางแผนขนส่งน้ำมันทางเรือจำนวน 3 ประเภทจากโรงกลั่นกรุงเทพมหานครไปเติมที่คลังน้ำมันปลายทางสุราษฎร์ธานีภายใต้ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และความพร้อมของทรัพยากร อุปสงค์น้ำมันถูกจำลองขึ้นมาเทคนิคมอนติคาร์โล ขณะที่ตัวแปรในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อแบบจำลองประกอบด้วย ระดับน้ำมันในถัง จำนวนและขนาดบรรทุกของเรือ ความพร้อมของเรือขนส่งในสัญญา และความพร้อมของท่าเรือ และแบบจำลองถูกสร้างเพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์ตามเงื่อนไขเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณบรรทุกของเรือขนส่งและนโยบายการเติมสินค้า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กำหนดนโยบายการเติมสินค้าแบบ 70/70/70 ซึ่งเป็นการกำหนดจุดเติมสินค้าเมื่อถังมีพื้นที่ว่าง 70 เปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์จากแบบจำลองแสดงให้เห็นว่าการวางแผนขนส่งด้วยเรือ 2 ลำ ที่ปริมาณบรรทุกรวม 3.2 ล้านลิตร ทำให้เกิดต้นทุนรวมค่าขนส่งต่ำที่สุด สำหรับนโยบายทางเลือกที่ปรับปรุงจุดเติมสินค้าของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเมื่อถังมีพื้นที่ว่าง 60 เปอร์เซ็นต์ ได้ส่งผลต่ออรรถประโยชน์ในการใช้เรือเพิ่มขึ้น การลดลงของน้ำมันขาดมือที่คลังปลายทาง และต้นทุนรวมค่าขนส่งที่ลดลง จากผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและต้นทุนมีผลกระทบมาจากนโยบายการเติมสินค้าและจำนวนเรือขนส่ง
การเลือกตำแหน่งที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล: กรณีศึกษา บริษัทแสตมป์ปิ้งฟอยล์, วิภาวี จันทร์แก้ว
การเลือกตำแหน่งที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล: กรณีศึกษา บริษัทแสตมป์ปิ้งฟอยล์, วิภาวี จันทร์แก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัทกรณีศึกษามีโรงงานสำหรับแปรรูปสินค้าและคลังสินค้าตั้งอยู่ในพื้นที่เขตคลองเตย กรุงเทพฯ มีแนวคิดที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มและขยายธุรกิจเพื่อรองรับยอดขายในอนาคต จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่ที่สามารถจัดตั้งโรงงานได้ตามกฎหมาย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมสร้างโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลของบริษัทกรณีศึกษา โดยมุ่งเน้นถึงประสิทธิภาพด้านระยะทางการขนส่งเป็นหลัก งานวิจัยนี้จึงพิจารณาระยะทางจากสนามบินหรือท่าเรือสำหรับการนำเข้าสินค้า และระยะทางในการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าให้น้อยที่สุด ในการดำเนินงานวิจัย ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการหาพื้นที่ที่เหมาะสม โดยใช้เทคนิคการซ้อนทับ (Overlay Function) เพื่อหาพื้นที่จำนวนหนึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนด ร่วมกับเทคนิควิเคราะห์เมทริกซ์ต้นทุนระหว่างต้นทางและปลายทาง (Origin-Destination Cost Matrix) เพื่อคำนวณระยะทางถ่วงน้ำหนักของแต่ละเส้นทาง และใช้เทคนิคกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ ในการหาค่าน้ำหนักของแต่ละปัจจัย เพื่อนำไปกำหนดระดับความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญให้ค่าน้ำหนักของปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านราคาที่ดิน รองลงมาคือ ปัจจัยด้านพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ปัจจัยด้านระบบสาธารณูปโภค และปัจจัยด้านระยะห่างจากถนนสายหลัก เป็นลำดับสุดท้าย ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับสร้างโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่มากที่สุด คือ พื้นที่บริเวณแขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
การตัดสินใจเลือกรูปแบบในการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง, นพรัตน์ นุ่มศิริ
การตัดสินใจเลือกรูปแบบในการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง, นพรัตน์ นุ่มศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการตัดสินใจเลือกรูปแบบในการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัย และพิจารณาเลือกรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง เริ่มจากการรวบรวมปัจจัยที่เกี่ยวข้องจากการศึกษาทฤษฎีและงานวิจัย แล้วนำมาหาค่าดัชนีความสอดคล้องเพื่อคัดเลือกปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง โดยนำกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ มาช่วยหาลำดับความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง รวมถึงช่วยในการตัดสินใจเลือกรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการมูลฝอย จาก 3 รูปแบบ คือ กองทัพอากาศดำเนินการเอง การจัดจ้างองค์กรเอกชน และ การจัดจ้างองค์กรของรัฐ โดยการเก็บข้อมูลแบบสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศจำนวน 7 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมืองสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ ปัจจัยด้านการจัดการมูลฝอยเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมของกองทัพอากาศ ปัจจัยด้านความปลอดภัยต่อบุคลากร และ ปัจจัยด้านหน่วยงานที่รับผิดชอบ สำหรับรูปแบบการจัดการมูลฝอยของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมืองที่เหมาะสมที่สุด คือ กองทัพอากาศดำเนินการเอง
การจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Logistics) กรณีศึกษาบริจาคหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด -19 ที่ระบาดในประเทศไทยขององค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล, ณัฏยา แก้วประเสริฐ
การจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Logistics) กรณีศึกษาบริจาคหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด -19 ที่ระบาดในประเทศไทยขององค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล, ณัฏยา แก้วประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษากระบวนการจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรมที่หน่วยงานผู้บริจาคดำเนินการเพื่อบริจาคหน้ากากอนามัยให้แก่สภากาชาดไทยที่มีความล่าช้า ใช้เวลาตลอดทั้งกระบวนการถึง 29 วันในปัจจุบัน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ปฏิบัติงานจริง ออกแบบเป็นแผนผังสถานะปัจจุบัน วิเคราะห์ด้วยทฤษฎีแผนผังสายธารคุณค่า (VSM) เพื่อจำแนกคุณค่าของกิจกรรมและระบุความสูญเปล่า จากนั้นวิเคราะห์หาสายงานวิกฤต (Critical Path) ด้วยเทคนิคระเบียบวิธีวิกฤต (CPM) เพื่อแก้ไขให้มีขนาดสั้นที่สุด จัดลำดับกิจกรรม จนได้กระบวนการจัดการโลจิสติกส์แบบใหม่ออกมาในรูปแบบไดอะแกรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในอนาคต ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วย VSM โดยการกำจัดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น การรวบหลายๆ กิจกรรมเข้าด้วยกันเพื่อลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการดำเนินงาน และวิเคราะห์โครงข่ายงานหาสายงานวิกฤตและปรับปรุงให้มีขนาดสั้นที่สุด พบว่ากระบวนการจัดการโลจิสติกส์แบบใหม่สามารถลดกิจกรรมจาก 24 กิจกรรม เหลือ 14 กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 41.6 ลดระยะเวลาในการดำเนินการ จาก 29 วันทำการ เหลือ 10 วันทำการ คิดเป็นร้อยละ 65.5 กระบวนการจัดการโลจิสติกส์แบบใหม่นี้จะช่วยให้หน้ากากอนามัยถึงมือผู้ประสบภัยได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย สอดคล้องกับการจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรมในสถานการณ์ภัยพิบัติ
การประเมินตัวชี้วัดการขนส่งผลไม้สำหรับส่งออกบนเส้นทาง R3a กรณีศึกษาบริษัทขนส่ง Abc, ปรียาพร สายตา
การประเมินตัวชี้วัดการขนส่งผลไม้สำหรับส่งออกบนเส้นทาง R3a กรณีศึกษาบริษัทขนส่ง Abc, ปรียาพร สายตา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นพัฒนาตัวชี้วัดด้านการขนส่งผลไม้ผ่านระบบคอนเทนเนอร์ทำความเย็น บนเส้นทาง R3A ผ่านการทบทวนวรรณกรรมจำนวน 20 งานวิจัย เพื่อมาช่วยในการกำหนดปัจจัยเชิงโลจิสติกส์ที่สำคัญในการนำมาสู่การกำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดปัจจัยหลักเชิงโลจิสติกส์จากปัจจัย 3 มิติของสำนักโลจิสติกส์ ได้แก่ มิติต้นทุน 1 ตัวชี้วัด มิติเวลา 2 ตัวชี้วัดและมิติความเชื่อถือได้ 4 ตัวชี้วัด โดยตัวชี้วัดสร้างมาจากการสนทนากลุ่ม ระดมความคิดจากคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทขนส่ง ABC และกำหนดค่าน้ำหนักผ่านกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) ที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 คนประเมินความสำคัญของปัจจัย ซึ่งสามารถสรุปลำดับความสำคัญตามค่าน้ำหนักของปัจจัยหลักจากมากไปน้อยดังนี้ มิติด้านต้นทุน (47%) มิติด้านความเชื่อถือได้ (36%) และมิติด้านเวลา (17%) เมื่อทำการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี พบว่าบริษัทขนส่ง ABC มีคะแนนตัวชี้วัดเต็ม 5 คะแนน ได้แก่ ความสามารถในการส่งมอบสินค้าตรงเวลา อัตราความเสียหายของตู้ทำความเย็นที่เสียระหว่างการขนส่ง และอัตราการเกิดอุบัติเหตุของรถขนส่ง ทางด้านตัวชี้วัดที่บริษัทควรให้ความสำคัญ ได้แก่ อัตราการวิ่งเที่ยวเปล่า 2.75 คะแนน สุดท้ายภาพรวมของการประเมินตัวชี้วัดการขนส่งบริษัทขนส่ง ABC เฉลี่ยทั้ง 3 ปีอยู่ที่ 4.38 คะแนน แม้ว่าการประเมินผลโดยรวมจะอยู่ในระดับดีมาก แต่ยังพบว่ายังมีตัวชี้วัดบางตัวที่บริษัทยังไม่สามารถจัดการได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นบริษัทควรให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นเพื่อลดผลกระทบและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคา : กรณีศึกษาบริษัทผลิตเหล็ก, พฤกษณี สุขกุล
การปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคา : กรณีศึกษาบริษัทผลิตเหล็ก, พฤกษณี สุขกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคาในงานจัดซื้อ กรณีศึกษาบริษัทผลิตเหล็กก่อสร้าง เพื่อให้ %Contract coverage และ %Effectiveness มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับปัจจุบัน การวิจัยได้วิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการคัดเลือก โดยมีแนวทางจะคัดเลือกรายการวัสดุที่มีโอกาสเกิดการสั่งซื้อมาทำสัญญายืนราคา สามารถแบ่งข้อมูลเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ (1) รายการที่บริษัทมีข้อมูลอยู่แล้ว คือ รายการวัสดุกลุ่มสถานะ Fast Move เป็นรายการที่มีความถี่ในการใช้งานสูง มีโอกาสเกิดการสั่งซื้อมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งจากการพิสูจน์โดยใช้ประวัติการสั่งซื้อย้อนหลัง พบว่าจำนวนรายการวัสดุที่เกิดการสั่งการสั่งซื้อจริงมีมากกว่า 90% จากรายการทั้งหมด ข้อมูลชุดนี้มีความแม่นยำสามารถใช้เป็น Contract price list ใหม่ได้ (2) รายการที่เกิดจากคัดเลือกใหม่ 2 วิธี คือรายการวัสดุที่มีความแน่นอนในการสั่งซื้อที่ใช้ประวัติความถี่ในการสั่งซื้อคัดเลือก รวมกับ รายการวัสดุที่มีแผนการใช้งานที่ให้ตัวแทนผู้ใช้งานคัดเลือก ซึ่งจากการวัดผลประสิทธิภาพกลุ่มข้อมูลนี้สูงกว่าเมื่อเทียบกับปัจจุบัน สามารถใช้เป็น Contract price list ใหม่ได้ นอกจากนี้มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมในส่วนของรายการวัสดุที่เกิดการสั่งซื้อแต่ไม่ถูกคัดเลือกเพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกต่อไป เมื่อทำการปรับปรุงกระบวนการคัดเลือก นำข้อมูลส่วนที่ (1) และ (2) มารวมกันแล้ววัดประสิทธิภาพ ผลคือ % Contract coverage จะเพิ่มขึ้นประมาณ 6% จากทั้งหมด ขณะที่ % Effectiveness จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% แสดงว่า การปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกรายการวัสดุสำหรับทำสัญญายืนราคา ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นได้ ข้อมูลงานวิจัยนี้สามารถใช้นำเสนอเป็นเพื่อแนวทางในการตัดสินใจของบริษัทกรณีศึกษาในอนาคต
Logistics And Supply Chain For Mice Cities, Chanmatha Sriraksa
Logistics And Supply Chain For Mice Cities, Chanmatha Sriraksa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The aim of this study was threefold; 1) to examine success factors of logistics and supply chain for MICE cities, 2) to investigate influences of socio-demographic factors on stakeholders perception of logistics and supply chain for MICE cities, and 3) to identify significant competitive advantage determinants of logistics and supply chain for a city to be selected as MICE city. Based on some common characteristics and differences by nature of location, Phitsanulok, Khon Kaen and Krabi were purposively selected. Research tool is a set of questionnaire consisting of four main parts that were demographic information, logistics and supply chain success …
Drivers For Reverse Logistics Packaging In Circular Economy For Thailand Beverage Industry From The Manufacturer Perspective, Patiparn Sajjasophon
Drivers For Reverse Logistics Packaging In Circular Economy For Thailand Beverage Industry From The Manufacturer Perspective, Patiparn Sajjasophon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In Thailand, Municipal Solid Waste (MSW) problems exist, and 15% are due to post-consumption beverage packaging that is left behind after the point of consumption. This study aimed to analyze driving forces in reverse logistics of post consumption packaging for Thailand beverage industry and examine impact of sustainability. 39 variables related to drivers, key success factors including sustainability also modeled. Questionnaire has been designed based on 11-point rating scale and Item-Objective Congruence performed by experts from the academic and business. Sampling conducted through 210 respondents from alcoholic and non-alcoholic manufacturers. Collected data analyzed by using structural equation modeling for hypotheses …
Digital Transformation Factors Influencing The Sustainability Of Logistics Service Providers In Thailand, Putthiwat Singhdong
Digital Transformation Factors Influencing The Sustainability Of Logistics Service Providers In Thailand, Putthiwat Singhdong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research explores and develops digital transformation factors influencing the logistics service-provider sector in Thailand while also examining the impact of sustainability factors associated with digital transformation. Divided into two parts, Part one of the theoretical study framework covers 21 factors relating to logistics, including drivers, objectives, implications, and success factors. The second part concerns 23 factors associated with logistics sustainability, including economic, environmental, and social aspects. This quantitative empirical research was conducted using an online questionnaire instrument, and a structural equation modeling (SEM) technique was used to test the proposed model. The findings from 545 respondents who related with …
Servitization Model For Chemical Industry In Thailand, Tanyaporn Kanignant
Servitization Model For Chemical Industry In Thailand, Tanyaporn Kanignant
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Chemical industry traditionally produces and sells tangible goods in large volume and high price cometition. Recently, firms in chemical industry provide additional services to their customers. Several manufacturers change from tangible product suppliers to both product and service providers. This movement is called servitization (Vandermerwe & Rada, 1988). Chemical servitization levels can be classified into 4 categories which are product only, service added to the product, service differential the product and service is the product (Thoben, Eschenbacher, & Jagdev, 2001). The objectives of this paper are to construct servitization framework for chemical suppliers to shift to product service integration and …
การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดความล่าช้า กรณีศึกษา บริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์, รัศมิมน โพธิ์ทอง
การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดความล่าช้า กรณีศึกษา บริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์, รัศมิมน โพธิ์ทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติ ที่ศึกษาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิตของบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันประสบกับปัญหาความล่าช้าในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ Small Outline Integrated Circuit (SOIC) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ประสิทธิภาพของเครื่องจักรไม่เต็ม 100% จึงส่งผลให้การตรวจสอบคุณภาพสินค้าใช้เวลามากกว่าที่ได้คำนวณไว้ ซึ่งปัญหาเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องจักรนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนอุณหภูมิไปมาของเครื่องจักรจากการจัดตารางตรวจสอบคุณภาพที่ไม่เหมาะสม ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพ 3 แนวทาง ได้แก่ การนำเทคนิคการจัดสมดุลสายการผลิตและการจัดตารางการผลิตมาประยุกต์ใช้ การนำทฤษฎีเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องจักรมาปรับใช้ และการนำแนวทางทั้งสองมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มอัตราผลผลิต ลดรอบเวลาที่สินค้าอยู่ในกระบวนการ และเพิ่มค่าความพร้อมใช้งานของเครื่องจักร หลังจากนั้นจึงสร้างแบบจำลองสถานการณ์เพื่อประเมินผลลัพธ์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยผลการวิจัยพบว่า หลังจากปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบคุณภาพด้วยวิธีการที่ผู้วิจัยได้เสนอนั้น สามารถเพิ่มอัตราผลผลิตได้ถึงสัปดาห์ละ 45.49% และลดรอบเวลาที่ชิ้นงานแต่ละล็อตอยู่ในระบบได้ถึง 15.06%
การพยากรณ์ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดระยอง, พัชรพล กิตติโภคิน
การพยากรณ์ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดระยอง, พัชรพล กิตติโภคิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ทรัพยากรน้ำถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง โซ่อุปทานของน้ำเป็นการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory) หรือปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยเกิดจากผลต่างของปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำและปริมาณน้ำที่ไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำจะเกิดขึ้นจากธรรมชาติ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจำลองสถานการณ์ของปริมาณน้ำสิ้นเดือนของอ่างเก็บน้ำให้มีค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (MAE) น้อยลงจากวิธีปัจจุบันผ่านทางตัวแบบวิธีปรับให้เรียบเอกซ์โพเนนเชียลแบบโฮลท์-วินเทอร์ทั้งแบบบวก แบบคูณ และวิธีการถดถอยในตัวเองรวมการเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่มีความแปรผันทางฤดูกาล (SARIMA) ของการพยากรณ์ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำซึ่งเป็นข้อมูลสถิติย้อนหลังของอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่และอ่างเก็บน้ำประแสร์ ผลการจำลองสถานการณ์เมื่อมีข้อมูล Training Data แบบเต็มปีและแบบมีข้อมูลบางส่วนสามารถอธิบายได้ดังนี้ เมื่อมีข้อมูล Training Data เต็มปี ผลลัพธ์ที่ได้ของทุกวิธีจะไม่มีความแตกต่างกันและสามารถช่วยลดความคลาดเคลื่อนลงจากวิธีปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งค่าที่ได้จากการพยากรณ์มีค่าใกล้เคียงกับค่าจริงที่เกิดขึ้นโดยมีค่า MAE อยู่ที่ 13.58-26.38 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 11.17-17.16 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับ 3 อ่างเก็บน้ำหลักรวมกัน (อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่) และอ่างเก็บน้ำประแสร์ตามลำดับ ในขณะที่เมื่อมีข้อมูล Training Data บางส่วน ผลลัพธ์ที่ได้ของค่า MAE ที่มีค่าสม่ำเสมอมากที่สุดคือวิธี SARIMA โดยมีค่า MAE อยู่ที่ 3.14-3.41 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 0.63-0.65 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับ 3 อ่างเก็บน้ำหลักรวมกันและอ่างเก็บน้ำประแสร์ตามลำดับ
การวิเคราะห์ที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับศูนย์กระจายสินค้าแนวคลองไทย 9a, พันชาติ ชนะกุล
การวิเคราะห์ที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับศูนย์กระจายสินค้าแนวคลองไทย 9a, พันชาติ ชนะกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพสำหรับศูนย์กระจายสินค้าบริเวณพื้นที่ 5 จังหวัดตามแนวคลองไทย 9A ปัจจัยที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วย ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์และกายภาพ ปัจจัยด้านการคมนาคมขนส่ง ปัจจัยด้านสาธารณูปการ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม และใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงการวิเคราะห์ (AHP) ในการกำหนดค่าความสำคัญหรือค่าน้ำหนักของแต่ละปัจจัย ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุด คือ ปัจจัยระยะห่างจากถนนสายหลัก (ร้อยละ 18.60) รองลงมาคือ ปัจจัยสถานีขนส่งสินค้า (ร้อยละ 16.78) และ ระยะห่างจากการขนส่งทางราง (ร้อยละ 12.05) เมื่อนำค่าความสำคัญดังกล่าวมาวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ และทำการคัดกรองพื้นที่ด้วย ปัจจัยขนาดพื้นที่ศักยภาพ รวมถึง มิติด้านต้นทุน ด้านเวลา และด้านความน่าเชื่อถือ พบว่าพื้นที่ที่มีศักยภาพในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าคือ พื้นที่ฝั่งถนนหมายเลข 4 บริเวณ อบต.ท่าช่าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
การจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมาย กรณีตัวอย่างบริษัทวิศวกรรมตามคำสั่งซื้อ, บุญนภางค์ เจริญพรรุ่งเรือง
การจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมาย กรณีตัวอย่างบริษัทวิศวกรรมตามคำสั่งซื้อ, บุญนภางค์ เจริญพรรุ่งเรือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมายในบริษัทที่มีธุรกิจแบบวิศวกรรมตามคำสั่งซื้อ (ETO-Engineer to order) ที่มีสินค้าหลากหลายสูงและปริมาณในการสั่งซื้อต่ำ จุดประสงค์ในการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการกำหนดการจัดซื้อที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนสูงราคาที่เสนอต่อลูกค้าไม่สามารถแข่งขันได้ จากการศึกษาบริษัทตัวอย่างพบว่า มีการใช้ซัพพลายเออร์เพียงรายเดียวจากประเทศในกลุ่มประเทศยุโรป และไม่มีระบบการจัดหามาก่อน สารนิพนธ์ฉบับนี้อาศัยหลักการของการจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมาย โดยแบ่งกระบวนการทำงานออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่1 เริ่มจากการจัดตั้งทีมทำงานในระดับผู้บริหารเพื่อกำหนดกลยุทธ์และนโยบายในการดำเนินงาน ขั้นตอนที่2 คัดเลือกชิ้นส่วนนำร่องเพื่อกำหนดต้นทุนเป้าหมายในแต่ละชิ้นส่วนโดยคำนึงถึงราคาตลาดและอัตรากำไรที่ต้องการ ขั้นตอนที่3 จำแนกซัพพลายเออร์โดยใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและ ประเมินและคัดเลือกซัพพลายเออร์จากเงื่อนไขทีกำหนด ขั้นตอนที่4 ทำการทวนสอบตามขั้นตอนที่ออกแบบภายใต้ต้นทุนเป้าหมายและทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการจัดซื้อ ผลการประเมินขั้นต้นพบว่า บริษัทกรณีศึกษาสามารถลดต้นทุนลงได้ถึง 34% เมื่อเทียบกับต้นทุนเดิม ปัญหางานวิจัยที่พบในช่วงแรกของการศึกษาคือความท้าทายด้านการปรับแนวคิด ทัศนคติ และการสร้างความเข้าใจในปัญหาของทีมทำงาน
การวิเคราะห์หาคลังสินค้าแห่งใหม่โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ : กรณีศึกษาบริษัท Fmcg, ณิชาภัทร หมอกมืด
การวิเคราะห์หาคลังสินค้าแห่งใหม่โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ : กรณีศึกษาบริษัท Fmcg, ณิชาภัทร หมอกมืด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัท FMCG เป็นบริษัทมีการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีสภาพคล่องการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาก และด้วยจำนวนของผู้ใช้สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องผลิตสินค้าในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นปี 2563 บริษัทมียอดความต้องการของสินค้าส่งออกที่มากขึ้น เนื่องจากฐานการผลิตที่ไทยได้เพิ่มจำนวนสินค้าและประเทศส่งออกที่มากขึ้น โดยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวจากเดิมและครอบคลุมความต้องการของทั้ง ASEAN จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความต้องการในการผลิตสินค้าที่มากขึ้น เมื่อความต้องการมากขึ้นวัตถุดิบในการผลิตและสินค้าสำเร็จรูปก็มากขึ้นพื้นที่หรือคลังสินค้าในการจัดเก็บจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้เพียงพอกับกับความต้องการที่มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังแต่ละคลังให้มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าที่เกินความจำเป็น เพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้า และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท การนำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากโรงงานการผลิตไปยังคลังสินค้าแห่งใหม่ และจากคลังสินค้าแห่งใหม่ไปยังท่าเรือกรุงเทพฯ เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ด้านภูมิศาสตร์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเลือกคลังสินค้าใหม่ที่จะทำการเช่าสามารถเพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการทำงานที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าอย่างสูงสุดและใช้งานคลังสินค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำการศึกษาจากตัวอย่างของกรณีคลังสินค้าที่อยู่ในอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง และอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการจำนวน 10 แห่ง